"ศาลเจ้าไต้เสี่ยฮุกโจ้ว" ขอพรองค์เจ้าพ่อเห้งเจีย แห่งแรกในประเทศไทย

Temple & Mutelu

"ศาลเจ้าไต้เสี่ยฮุกโจ้ว" ขอพรองค์เจ้าพ่อเห้งเจีย แห่งแรกในประเทศไทย

22 ก.พ. 2024

สายมูทั้งหลาย ต้องหาโอกาสไปสักครั้ง ไปขอพรองค์เจ้าพ่อเห้งเจียที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยที่ "ศาลเจ้าไต้เสี่ยฮุกโจ้ว" วัดสามจีน-ไตรมิตร ตั้งอยู่ย่านเยาวราช เลื่องลือในเรื่องขอความศักดิ์สิทธิ์ที่สายมูต้องไม่พลาด!

"ศาลเจ้าไต้เสี่ยฮุกโจ้ว" วัดสามจีน-ไตรมิตร หรือคนคุ้นหูกันในอีกชื่อ "ศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย พระราม4" ภายในมีองค์เทพเจ้าพ่อเห้งเจียองค์เก่าแก่ที่สุด และเป็นที่แรกของประเทศไทยอีกด้วย ตั้งอยู่บริเวณถนนพระราม 4 ติดถนนใหญ่ ใกล้กับเยาวราช และตลาดน้อย ถือได้ว่าที่นี่เป็นสถานที่ขอพรในเรื่องของการงาน การเงิน การเรียน ซึ่งก็มีผู้คนมากมายที่สมหวัง และเป็นที่นิยมของสายมูกันจนถึงปัจจุบันนี้

คล็ดลับในการขอพรที่นี่ คือ ห้ามบนบานเด็ดขาด เป็นคนที่กระทำความดี ถือศีล กตัญญู ส่วนของที่นิยมไหว้ มีดังนี้

  • ผลไม้ (ลูกท้อสด กล้วยหนึ่งหวี แอปเปิ้ลหรือส้ม 4 ผล)
  • น้ำชาจีน
  • ถั่วลิสง
  • ขนมซิ่วท้อ หรือบัวลอย
  • อาหารเจ

บริเวณด้านในเป็นที่ประดิษฐาน "องค์เจ้าพ่อเห้งเจีย หรือปางไต้เสี่ยฮุกโจ้ว" แกะสลักขึ้นจากไม้มงคลโบราณพร้อมลงรักปิดทอง มีอายุยาวนานหลายร้อยปี

สายมูทั้งหลาย ถ้าอยากเสริมดวงให้ปังยิ่งกว่าเดิม ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องเงิน เรื่องเรียน ก็ไปขอกันได้ที่ "ศาลเจ้าไต้เสี่ยฮุกโจ้ว" วัดสามจีน-ไตรมิตร ถนนพระราม4 เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 6 โมงเช้า จนถึง 4 โมงเย็น

related Temple & Mutelu

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย บูชาอย่างไรให้รวย? บทสวดเรียกทรัพย์ 2569

14 ก.พ. 2026

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย บูชาอย่างไรให้รวย? บทสวดเรียกทรัพย์ 2569

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เปิดตำราเทพแห่งความมั่งคั่งบูชาถูกวิธี ชีวิตเปลี่ยนเป็นเศรษฐี ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและความไม่แน่นอนสูง การมีความเก่งกาจในการทำธุรกิจเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายสำหรับความสำเร็จที่ยั่งยืน คนไทยเชื้อสายจีนและนักธุรกิจทั่วเอเชียจึงให้ความสำคัญกับ "ที่พึ่งทางใจ" เพื่อเสริมสร้างกำลังใจและดึงดูดพลังงานบวก และเมื่อเอ่ยถึงเทพเจ้าที่เป็นที่สุดแห่งเรื่องเงินทอง โชคลาภ และความมั่งคั่ง ชื่อแรกที่ทุกคนต้องนึกถึงคือ "เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย" (Cai Shen Ye) ทุกครั้งที่เวียนมาบรรจบถึงเทศกาลตรุษจีน ภาพที่คุ้นตาคือผู้คนจำนวนมากต่างจัดเตรียมโต๊ะไหว้เพื่อรอรับเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเข้าสู่เคหะสถานเป็นองค์แรกของปี แต่คุณมั่นใจแล้วหรือยังว่าคุณรู้จักท่านดีพอ? ท่านไม่ได้มีเพียงปางเดียว และการไหว้ขอพรก็มีเคล็ดลับที่ลึกซึ้งกว่าแค่การจุดธูป บทความนี้คือไกด์ฉบับสมบูรณ์ที่จะพาคุณไปรู้จักเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ประวัติความเป็นมาที่แท้จริง ขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้อง บทสวดและสถานที่ ไหว้ที่ไหน แล้วปังที่สุด เพื่อเตรียมตัวเปิดรับความเฮงเข้ากระเป๋าแบบจัดเต็มตำนาน "เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย" ประวัติและปางต่างๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (ในภาษาจีนแต้จิ๋ว) หรือ ไฉ่เสินเย่ (ในภาษาจีนกลาง) เขียนอักษรจีนว่า 財神 มีความหมายตรงตัวว่า "เทพเจ้าแห่งทรัพย์สิน" ชาวจีนเชื่อว่าท่านคือเทพชั้นสูงที่จะเสด็จลงมายังโลกมนุษย์ปีละ 1 ครั้ง ในช่วงเวลาเริ่มเข้าสู่วันตรุษจีน เพื่อประทานพรด้านโชคลาภ เงินตรา และความสำเร็จให้แก่ผู้ที่ศรัทธา แต่ความเข้าใจผิดของคนส่วนใหญ่คือคิดว่าท่านมีเพียงองค์เดียว แท้จริงแล้วตามตำนานจีนโบราณ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยแบ่งออกเป็น 2 ปางหลักๆ ตามลักษณะบุคลิกและหน้าที่ ซึ่งผู้บูชาควรเลือกให้เหมาะกับอาชีพของตนเอง ดังนี้ 1. ไฉ่ซิงเอี๊ยปางบุ๋น (ฝ่ายพลเรือน/ปัญญา) : เทพเจ้าปี่กาน (Bi Gan)ลักษณะเด่น: เป็นรูปขุนนางชั้นผู้ใหญ่ หน้าตายิ้มแย้ม ใจดี อบอุ่น สวมชุดขุนนางโบราณ มือข้างหนึ่งถือเล่มสมุดบัญชีหรือม้วนกระดาษ อีกข้างหนึ่งถือถุงเงินหรือก้อนทองประวัติและตำนาน: เชื่อกันว่าคือ "ปี่กาน" อัครมหาเสนาบดีในสมัยราชวงศ์ซาง ผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตอย่างหาที่สุดมิได้ ท่านถูกทรราชสั่งให้ควักหัวใจออกมาดูเพื่อพิสูจน์ความภักดี เมื่อท่านเสียชีวิต สวรรค์เห็นในความดีจึงแต่งตั้งให้เป็นเทพแห่งโชคลาภ โดยมีนัยยะว่า "เพราะท่านไม่มีหัวใจ ท่านจึงไม่มีความลำเอียง" ท่านจึงแจกจ่ายโชคลาภให้แก่ทุกคนอย่างยุติธรรมที่สุดเหมาะกับใคร: ผู้ที่รับราชการพลเรือน, พนักงานบริษัท, ผู้ที่ประกอบอาชีพค้าขายทั่วไป, นักวิชาการ, ที่ปรึกษา หรืออาชีพที่ใช้ปัญญาและความสามารถในการเจรจา ท่านจะช่วยให้การบริหารเงินราบรื่นและมีสติปัญญาในการหาทรัพย์ 2. ไฉ่ซิงเอี๊ยปางบู๊ (ฝ่ายการทหาร/นักรบ) : เทพเจ้าจ้าวกงหมิง (Zhao Gongming)ลักษณะเด่น: หน้าตาดุดัน น่าเกรงขาม สวมชุดเกราะนักรบ ขี่เสือโคร่งดุร้าย มือข้างหนึ่งถือกระบองเหล็กหรือดาบ อีกข้างถือถุงเงินหรือก้อนทอง บางครั้งจะเห็นท่านเหยียบเสืออยู่ประวัติและตำนาน: "จ้าวกงหมิง" เป็นแม่ทัพผู้เกรียงไกรที่มีฝีมือการรบเป็นเลิศ มีความกล้าหาญและรักษาสัจจะยิ่งชีพ ท่านสามารถปราบภูตผีปีศาจและศัตรูที่มาราวีได้ เชื่อกันว่าเสือที่ท่านขี่คือพาหนะที่ช่วยตะปบเงินทองเข้าหาเจ้านาย และช่วยเฝ้าทรัพย์สินไม่ให้รั่วไหลเหมาะกับใคร: เจ้าของธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง, ผู้ที่ต้องดูแลลูกน้องจำนวนมาก, ทหาร, ตำรวจ, นักธุรกิจสีเทา, ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ หรือผู้ที่ต้องการทวงหนี้สิน ท่านจะช่วยขจัดอุปสรรค ศัตรูคู่แข่ง และช่วยให้เก็บเงินอยู่เกร็ดความรู้เพิ่มเติม: นอกจากปางจีนแล้ว ในทางพุทธศาสนามหายานและทิเบต ยังมีการนับถือเทพเจ้าแห่งความร่ำรวยในรูปแบบของ "ท้าวกุเวร" (Vaisravana) หรือ "ชัมภล" (Jambhala) ซึ่งมีรูปลักษณ์และคติความเชื่อที่ใกล้เคียงกัน คือเป็นผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์ของโลกเช็คของไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย: เตรียมอย่างไรให้ถูกหลัก 5 หมู่มงคล การไหว้รับ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย นิยมทำในคืนวันซาจั๊บ (วันสิ้นปีจีน) ช่วงเวลาคาบเกี่ยวเข้าสู่วันตรุษจีน (โดยส่วนใหญ่คือเวลา 23.00 – 01.00 น.) สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ของแพง แต่คือ "ความหมาย" ของของไหว้และการจัดเตรียมด้วยความประณีต เราได้รวบรวมรายการของไหว้ที่ต้องมี โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อให้คุณเตรียมได้ง่ายๆ ดังนี้ 1. หมวดรูปเคารพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์รูปปั้น หรือ รูปภาพองค์ไฉ่ซิงเอี๊ย: หากไม่มีสามารถใช้ตัวอักษรจีนคำว่า "ไฉ่ซิงเอี๊ย" เขียนใส่กระดาษแดงแทนได้กระถางธูป: ควรใส่ข้าวสารให้เต็มกระถาง (สื่อถึงความกินดีอยู่ดี) และปักกิมฮวยเพื่อความสวยงามเทียนแดง 1 คู่: สื่อถึงแสงสว่างและความรุ่งโรจน์แจกันดอกไม้สด 1 คู่: นิยมใช้ดอกเบญจมาศ หรือดอกไม้มงคลที่มีสีสันสดใส 2. หมวดผลไม้มงคล (เลือก 3 หรือ 5 อย่าง)ส้ม: (ขาดไม่ได้) หมายถึง ทองคำ และความเป็นสิริมงคลกล้วยหอม: (ต้องมีหวีเครือสวย) หมายถึง กวักโชคลาภเข้ามา และให้ลูกหลานสืบสกุลสับปะรด: ภาษาจีนแต้จิ๋วเรียก "อั่งไล้" แปลว่า โชคลาภกำลังมาถึงองุ่น: หมายถึง ความงอกงามและความเจริญรุ่งเรืองแอปเปิ้ลแดง: หมายถึง ความสันติสุขและสุขภาพที่แข็งแรง 3. หมวดอาหารเจ (เจไฉ่) 5 อย่าง เนื่องจากเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเป็นเทพชั้นสูง การไหว้ด้วยอาหารเจจึงบริสุทธิ์ที่สุด ประกอบด้วยเห็ดหอม: หมายถึง ความมีชื่อเสียงวุ้นเส้น: หมายถึง อายุยืนยาวฟองเต้าหู้: หมายถึง ความร่ำรวย (รูปลักษณ์คล้ายทองคำ)ดอกไม้จีน: หมายถึง ความเบิกบานสาหร่ายทะเล: ภาษาจีนพ้องเสียงกับคำว่า ร่ำรวย 4. หมวดขนมและน้ำขนมจันอับ (จับกิ้ม): ขนมแห้ง 5 อย่าง สื่อถึงความหวานชื่นและความสามัคคีขนมถ้วยฟู หรือ ขนมสาลี่: สื่อถึงความเฟื่องฟู รุ่งเรืองน้ำชา 5 ถ้วย: น้ำชาถือเป็นเครื่องดื่มของเทพเจ้าน้ำสะอาด 5 แก้ว: เพื่อความใสสะอาดบริสุทธิ์ 5. หมวดของมงคลเรียกทรัพย์กระดาษเงินกระดาษทอง (หงิ่งเตี๋ย): จำนวน 12-13 แผ่น (ตามจำนวนเดือนในปฏิทินจีนปีนั้น)เทียบเชิญสีแดง และ สีเขียว: กระดาษสำหรับเขียนชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ของคนในครอบครัว เพื่อฝากดวงชะตากระเป๋าสตางค์ใบใหม่: ใส่ธนบัตร (เลขมงคล หรือแบงค์ใหม่) ไว้เต็มกระเป๋า เพื่อเป็นเคล็ดเรียกเงินสมุดบัญชีธนาคาร: วางไว้เพื่อขอพรให้ยอดเงินเพิ่มพูนขั้นตอนการไหว้และวิธีตั้งโต๊ะรับทรัพย์ เมื่อเตรียมของครบแล้ว ขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้พิธีการลื่นไหลและทรงพลังที่สุดขั้นตอนที่ 1: เช็คฤกษ์และทิศทาง ในแต่ละปี ทิศที่องค์ไฉ่ซิงเอี๊ยจะเสด็จลงมาจะแตกต่างกัน คุณต้องตรวจสอบปฏิทินจีนประจำปีนั้นๆ ว่าท่านมาทิศไหน ให้หันหน้าโต๊ะไหว้ไปทางทิศนั้นขั้นตอนที่ 2: การจัดโต๊ะ ตั้งโต๊ะไหว้ในที่โล่งแจ้ง หน้าบ้าน หรือดาดฟ้า (ต้องมองเห็นท้องฟ้า) ปูผ้าสีแดง จัดวางกระถางธูปไว้ด้านหน้าสุด ตามด้วยถ้วยน้ำชา/น้ำ และเรียงลำดับของไหว้ตามความเหมาะสม วางเทียบเชิญและกระดาษเงินกระดาษทองไว้ใกล้ๆขั้นตอนที่ 3: เริ่มพิธี เมื่อถึงฤกษ์มงคล ให้ผู้นำครอบครัวจุดธูป (3, 5, 9 หรือ 12 ดอก แล้วแต่ตำรา แต่ปกตินิยม 3 ดอกเพื่อระลึกถึง ไตรสรณคมน์ หรือ เทพเจ้า 3 ภพ) พร้อมจุดเทียนแดงขั้นตอนที่ 4: กล่าวคำเชิญและสวดมนต์ กล่าวชื่อ-นามสกุล ของตนเองและคนในครอบครัวอย่างชัดเจน แจ้งที่อยู่บ้านเลขที่ แล้วกล่าวเชิญเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยให้มารับเครื่องสักการะ (ดูบทสวดในหัวข้อถัดไป)ขั้นตอนที่ 5: ขอพร เมื่อสวดจบ ให้ตั้งจิตอธิษฐานขอพร "เน้นขอเรื่องโชคลาภและการงานโดยเฉพาะ" ขอให้ท่านประทานความมั่งคั่ง ขจัดอุปสรรคทางการเงินขั้นตอนที่ 6: ลาของไหว้และเผากระดาษ เมื่อธูปไหม้หมดไปประมาณครึ่งดอก ให้ทำการลาของไหว้ นำกระดาษเงินกระดาษทองและเทียบเชิญไปเผาในถังเผาขั้นตอนที่ 7: เชิญเข้าบ้าน (เคล็ดลับสำคัญ) เมื่อเผากระดาษเสร็จ ให้ทำการ "อัญเชิญกระถางธูป" และ "รูปปั้นเทพเจ้า" เข้าสู่ตัวบ้าน โดยให้คนถือเดินนำเข้าบ้านและวางบนหิ้งพระที่เตรียมไว้ เสมือนการเชิญท่านเข้ามาประทับให้พรตลอดปีบทสวดเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย หัวใจสำคัญของการสื่อสาร เพื่อให้จิตเป็นสมาธิและเชื่อมโยงกับพลังงานศักดิ์สิทธิ์ การสวดมนต์เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด นี่คือคาถาที่ได้รับความนิยมและเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์มากคาถาบูชาขอพร (แบบย่อ - สวดได้ทุกวัน)"โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา" (แนะนำให้สวด 3, 5, 9 หรือ 12 จบ เพื่อความเป็นสิริมงคล)คาถาบูชาเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (แบบเต็ม) (ตั้งนะโม 3 จบ ก่อนเริ่มสวด)"นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ" (3 จบ)"โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา โอม อา ฮูม โฮ ฌะ ขอนอบน้อมบูชา เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ผู้ประทานความมั่งคั่ง ร่ำรวย ข้าพเจ้าชื่อ (บอกชื่อ-นามสกุล) ขออัญเชิญบารมีแห่งท่าน โปรดดลบันดาลประทานพร ให้ข้าพเจ้าและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา กิจการค้ารุ่งเรือง ปราศจากอุปสรรคทั้งปวงด้วยเทอญ"เคล็ดลับขณะสวด: ให้พยายามทำจิตใจให้ว่าง ละเว้นความโลภโมโทสัน แต่ให้เน้นความรู้สึก "ขอบคุณ" และ "ศรัทธา" จินตนาการเห็นภาพแสงสีทองสว่างไสวโอบล้อมตัวเราและบ้านเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ไหว้ที่ไหน? แจก 4 พิกัดศักดิ์สิทธิ์รับทรัพย์ทั่วไทย สำหรับใครที่ไม่สะดวกจัดโต๊ะไหว้ที่บ้าน หรือต้องการพลังเสริมดวงแบบคูณสอง การเดินทางไปไหว้ที่ศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงเรื่อง เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย คือทางเลือกที่ดีเยี่ยม เราคัดมาให้แล้วกับ 4 สถานที่ยอดฮิต 1. วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) - เยาวราช ตำนานแห่งย่านไชน่าทาวน์ ที่นี่คือศูนย์รวมจิตใจของคนไทยเชื้อสายจีน ภายในประดิษฐานเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยปางมหายานที่แกะสลักอย่างงดงามและดูเข้มขลังจุดเด่น: สามารถทำบุญแก้ชงไปพร้อมๆ กับการขอพรโชคลาภได้ในที่เดียว 2. ศาลเจ้าพ่อเสือ - เสาชิงช้า ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ในการขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าที่นี่มีเทพเจ้าแห่งโชคลาภประดิษฐานอยู่ด้วย โดยเฉพาะใครที่ทำธุรกิจแล้วติดขัด มีศัตรูคู่แข่งเยอะ ต้องมาที่นี่จุดเด่น: ขอพรเรื่องอำนาจบารมีคู่กับการเงิน (ปางบู๊จะเด่นมากที่นี่) 3. วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม (ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ) - อ่างศิลา ชลบุรี ศาลเจ้าที่ยิ่งใหญ่ตระการตาและสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในไทย มีอาคาร 4 ชั้น ประดิษฐานเทพเจ้าครบทุกองค์ รวมถึงไฉ่ซิงเอี๊ยที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากจุดเด่น: บรรยากาศดี สถาปัตยกรรมสวยงาม เหมาะกับการพาครอบครัวไปเที่ยวและไหว้พระ 4. เทวาลัยพระพิฆเนศ - ห้วยขวาง แหล่งรวมสายมูเตลูใจกลางเมือง แม้จะเป็นเทวาลัยพราหมณ์ แต่มีการประดิษฐานเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเพื่อให้คนทำงานกลางคืนและคนรุ่นใหม่ได้กราบไหว้จุดเด่น: เดินทางสะดวกด้วย MRT และเปิดตลอด 24 ชั่วโมงความมั่งคั่งเริ่มที่ "ศรัทธา" และการ "ลงมือทำ" การบูชา เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่เป็นกุศโลบายอันชาญฉลาดของบรรพบุรุษ ที่สอนให้เรารู้จักการ "ตั้งเป้าหมาย" (ผ่านการอธิษฐาน) การ "เตรียมความพร้อม" (ผ่านการจัดโต๊ะไหว้) และการ "มีสติรู้ตื่น" (ผ่านการสวดมนต์) เมื่อคุณมีจิตใจที่สงบ มั่นคง และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังบวกจากการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการนำพลังใจนั้นไปขับเคลื่อนการทำงานด้วยความขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์ และมีคุณธรรม ดั่งเช่นประวัติของท่านไฉ่ซิงเอี๊ยทั้งสองปาง เมื่อศรัทธาประสานกับการลงมือทำ ความสำเร็จและความร่ำรวยย่อมรอคุณอยู่ที่ปลายทางอย่างแน่นอนค่ะ

"คาถาหลวงพ่อรวย" เกจิอาจารย์ดัง วัดตะโก จ.พระนครศรีอยุธยา

01 ส.ค. 2022

"คาถาหลวงพ่อรวย" เกจิอาจารย์ดัง วัดตะโก จ.พระนครศรีอยุธยา

เสริมดวงให้ปัง! เสริมโชคลาภ เงินทอง ด้วย "คาถามหาลาภ" ของเกจิอาจารย์ดัง "หลวงพ่อรวย" วัดตะโก จ.พระนครศรีอยุธยาตั้งนะโม 3 จบสัมพุทธชิตา จะสัจจานิ เกรัตน์สะ พระพุทธชิตาสัพพะโส คุณะวิภาสัมปัจโต นะรุตตะโมมหาลาภัง สัพพะสิทธิภะวันตุเมพิเศษสุด! สำหรับคุณ เพียงใส่โค้ด "ATIME168" รับส่วนลดทันที- 10% สำหรับ Wallpaper- 50% สำหรับ package ดูดวง 3 เดือนราคาเริ่มต้น 199 บาทเท่านั้นสนใจสั่งจอง คลิกhttps://bit.ly/39Pe6Clหรือแอดไลน์ @ganesha168

ร่วมสักการะไหว้ ขอพรเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จากหาดใหญ่

01 มี.ค. 2025

ร่วมสักการะไหว้ ขอพรเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จากหาดใหญ่

สำหรับสายมู ให้ได้ไปร่วมสักการะไหว้ ขอพรเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จากหาดใหญ่ บอกเลยว่าเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวจีนและไทย สามารถขอพรเกี่ยวกับด้านการงาน การค้าขาย การถามถึงผลกำไร แถมรอบนี้ไม่ต้องไปไกลเพราะ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้เคลื่อนขบวนจากหาดใหญ่มาถึงกลางใจเมืองกรุงเทพเลยตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. – 3 มี.ค 68 ที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ. วันที่ 28 ก.พ. 68 เวลาประมาณ 17.30 น. จะเคลื่อนย้ายขบวนจากหาดใหญ่มาถึงกรุงเทพ วันที่ 1 - 2 มี.ค. 68 เปิดให้เข้าสักการะ ตั้งแต่เวลา 06.00 – 21.00 น. วันที่ 3 มี.ค. 68 เวลา 18.30 น. จะมีพิธีส่งเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวกลับหาดใหญ่

วัดญวนสะพานขาว ขอพรครบวงจร สุขภาพ การงาน ความสำเร็จ

15 ธ.ค. 2025

วัดญวนสะพานขาว ขอพรครบวงจร สุขภาพ การงาน ความสำเร็จ

วัดญวนสะพานขาว หรือ วัดสมณานัมบริหาร เป็นอัญมณีทางพุทธศาสนาในกรุงเทพฯ ที่ไม่ควรพลาด ด้วยเอกลักษณ์ของ อนัมนิกาย (นิกายมหายาน) ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบญวน-จีนได้อย่างลงตัว วัดแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมอันสงบเงียบเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์รวมพลังศรัทธาที่ผู้คนหลั่งไหลมาขอพรด้านต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่อง สุขภาพดี การงานก้าวหน้า และความสำเร็จในชีวิต ตามที่ปรากฏในภาพความศักดิ์สิทธิ์และหลากหลายขององค์เทพที่ประดิษฐานอยู่การมาเยือนวัดญวนสะพานขาวมอบประสบการณ์การขอพรที่ครบวงจรและแตกต่าง โดยมีองค์เทพศักดิ์สิทธิ์ที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ดังนี้องค์หมอชีวกโกมารภัจจ์: ขอพรด้านสุขภาพและปัดเป่าโรคภัยนี่คือจุดเด่นที่ขึ้นชื่อที่สุดของวัด! ผู้คนจำนวนมากเดินทางมาเพื่อสักการะ องค์หมอชีวกโกมารภัจจ์ (บรมครูแพทย์แผนโบราณ) เพื่อขอพรให้ตนเองและครอบครัวมี สุขภาพแข็งแรง หายจากอาการเจ็บป่วย หรือแม้แต่ขอความเป็นสิริมงคลให้กับการรักษาทางการแพทย์ เชื่อกันว่าการมาขอพร ณ จุดนี้จะช่วยให้โรคภัยไข้เจ็บบรรเทาและมีชีวิตที่ยืนยาวท้าวมหาพรหมสหัมบดี: ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานภายในวัดยังเป็นที่ประดิษฐาน ท้าวมหาพรหมสหัมบดี ซึ่งเป็นที่เคารพอย่างสูงในการมาขอพรเรื่อง การงาน การทำมาค้าขาย ความเจริญก้าวหน้าในอาชีพ และความสำเร็จในชีวิต เชื่อกันว่าพระองค์จะช่วยเปิดทางให้ธุรกิจราบรื่นและเป้าหมายที่ตั้งไว้สำเร็จลุล่วงหลวงพ่อบ๋าวเอิง: บารมีแห่งความอัศจรรย์และเมตตากราบสักการะ หลวงพ่อบ๋าวเอิง (องสรภาณมธุรส) ซึ่งเป็นพระสงฆ์อนัมนิกายผู้มีบารมีและเป็นที่เคารพนับถือ ท่านมีชื่อเสียงในเรื่องอภิญญาและเมตตาธรรม การมาสักการะอัฐิธาตุของท่านเชื่อว่าจะได้รับพลังบุญและปาฏิหาริย์ที่ช่วยให้ชีวิตแคล้วคลาดปลอดภัยและพบแต่ความสุขความเจริญสัมผัสความงามทางพุทธศิลป์ญวน-จีนนอกเหนือจากมิติทางจิตวิญญาณแล้ว วัดญวนสะพานขาวยังเป็นสถานที่ที่ให้คุณได้ชื่นชมงานพุทธศิลป์ที่งดงามและหาชมได้ยาก ซึ่งสอดคล้องกับภาพที่ปรากฏสถาปัตยกรรมผสมผสาน: ชมความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมแบบญวน-จีน ที่แสดงออกผ่านซุ้มประตูทางเข้า และอาคารต่างๆ ภายในวัดพระพุทธรูปและเทพเจ้ามหายาน: พบกับพระพุทธรูปปางต่างๆ และพระโพธิสัตว์ที่สำคัญในนิกายมหายาน เช่น พระพุทธรูปสีทององค์ใหญ่และ เจ้าแม่กวนอิมปางทองคำรวมถึง พระสังกัจจายน์ (พระศรีอาริยเมตไตรย) ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์และโชคลาภเครื่องสักการะอันวิจิตร: สังเกตความละเอียดอ่อนของเครื่องบูชาและตกแต่งด้วยดอกไม้สีสันสดใส เช่น ดอกบัวและดอกกุหลาบ ซึ่งสะท้อนถึงความศรัทธาและความร่มเย็นภายในวัดวัดญวนสะพานขาวจึงเป็นมากกว่าวัด แต่เป็นสถานที่ที่รวมเอาความเชื่อของชาวญวนและมหายานเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน มอบโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ขอพรเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นในทุกด้าน ทั้งด้านสุขภาพจากองค์หมอชีวกฯ และความก้าวหน้าในการงานจากท้าวมหาพรหมฯผู้เขียน เบญญาภา แนบเนียน