พระสังกัจจายน์ บูชาอย่างไรให้รวย? ประวัติ วิธีบูชาและวัดดัง 2569

Temple & Mutelu

พระสังกัจจายน์ บูชาอย่างไรให้รวย? ประวัติ วิธีบูชาและวัดดัง 2569

14 ก.พ. 2026

ประวัติพระสังกัจจายน์ คือใคร? รวมวิธีบูชาขอโชคลาภ เคล็ดลับเรียกทรัพย์ และลายแทงพระสังกัจจายน์ที่ดังที่สุดในไทย อ่านจบรู้วิธีบูชาให้เห็นผลทันตา!

"พระสังกัจจายน์" บูชาอย่างไรให้รวย? เปิดตำนานมหาเถระผู้บันดาลโชคลาภและปัญญา

หากพูดถึงสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง ความอุดมสมบูรณ์ และความโชคดีในทางพุทธศาสนา ภาพของพระพุทธรูปที่มีลักษณะอ้วนท้วนสมบูรณ์ ใบหน้ายิ้มแย้ม และดูเปี่ยมไปด้วยเมตตาคงเป็นภาพที่หลายคนคุ้นตาเป็นอย่างดี ซึ่งเราเรียกท่านว่า "พระสังกัจจายน์" ในปัจจุบัน การบูชาพระสังกัจจายน์กลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้ประกอบธุรกิจ พ่อค้าแม่ค้า และนักลงทุน เนื่องจากเชื่อกันว่าท่านเป็น "เทพเจ้าแห่งโชคลาภ" ที่สามารถประทานพรให้เงินทองไหลมาเทมา แต่ความจริงแล้วท่านไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของความรวยเท่านั้น 

พระสังกัจจายน์ คือใคร? เปิดตำนานพระอัครสาวกผู้เลิศด้วยปัญญา

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าท่านเป็นเพียงเทพเจ้าตามความเชื่อของชาวจีน แต่ในความเป็นจริง พระสังกัจจายน์ (หรือ พระมหากัจจายนะ) เป็นพระอรหันต์สาวกองค์สำคัญในสมัยพุทธกาล ท่านประสูติในตระกูลพราหมณ์ชั้นสูง และเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในพระไตรปิฎกอย่างหาตัวจับยาก

เหตุผลที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่องให้ท่านเป็น "เอตทัคคะ" (ผู้เป็นเลิศ) ในด้านการขยายความย่อให้พิสดาร เป็นเพราะท่านมีปัญญาที่ปราดเปรื่อง สามารถอธิบายข้อธรรมะที่สั้นและยาก ให้คนทั่วไปเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งและง่ายดาย ทำให้มีผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมากจากการฟังธรรมของท่าน

ทำไมท่านถึงต้องมีรูปร่างอ้วน?

นี่คือประเด็นที่น่าสนใจที่สุด ตามตำนานระบุว่า เดิมทีพระสังกัจจายน์เป็นผู้ที่มีรูปงามมาก ผิวกายเหลืองทองอร่ามดั่งทองคำ จนมีเหตุการณ์ที่ทำให้คนเข้าใจผิดบ่อยครั้ง

  1. คนเข้าใจผิดว่าเป็นพระพุทธเจ้า: ด้วยรูปลักษณ์ที่สง่างาม ทำให้แม้แต่เทวดาและมนุษย์มักเข้าใจผิดว่าท่านคือพระพุทธเจ้า ซึ่งท่านมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง
  2. ตำนานของโสเรยยะ: มีเรื่องเล่าว่าเศรษฐีหนุ่มชื่อโสเรยยะ เห็นพระสังกัจจายน์แล้วเกิดอกุศลจิต คิดว่า "ถ้าพระองค์นี้เป็นภรรยาเราคงจะดีไม่น้อย" ด้วยบาปกรรมนั้นทำให้เขาตัวกลายเป็นผู้หญิงทันที

ด้วยความที่ท่านเป็นผู้มีความกตัญญูและมุ่งหวังในธรรมอย่างแท้จริง ท่านจึงอธิษฐานจิตเนรมิตร่างกายของตนให้อ้วนท้วน พุงพลุ้ย เพื่อไม่ให้ใครมาหลงใหลในรูปโฉมภายนอก และให้ผู้คนหันมาสนใจ "ธรรมะ" ที่ท่านสั่งสอนแทน แต่นั่นกลับกลายเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความ "อิ่มหนำสำราญ" และความไม่มีที่สิ้นสุดของโชคลาภในภายหลัง

ถอดรหัสพุทธลักษณะ ความหมายที่ซ่อนอยู่ใต้ความสมบูรณ์

การที่เราเห็นองค์พระสังกัจจายน์มีลักษณะพุงพลุ้ยและยิ้มแย้มนั้น ไม่ได้เป็นเพียงศิลปะที่สวยงาม แต่มีความหมายทางธรรมแฝงอยู่ดังนี้

  1. พุงที่ใหญ่โต: สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ การมีกินมีใช้ไม่ขัดสน และความใจกว้างราวกับมหาสมุทรที่รองรับความทุกข์ของมนุษย์ได้
  2. ใบหน้ายิ้มแย้ม: สื่อถึงความเมตตาปราณี การปล่อยวางจากความทุกข์ และความสุขที่เกิดจากภายใน
  3. การนั่งที่มั่นคง: สื่อถึงความมั่งคั่งที่ยั่งยืน ไม่สั่นคลอนง่ายๆ ตามสภาวะเศรษฐกิจ

เปิดโผ "พระสังกัจจายน์ที่ดังที่สุด" ในประเทศไทยที่สายมูต้องไป

สำหรับใครที่กำลังมองหาพิกัดเพื่อไปกราบไหว้ขอพร วันนี้เราคัดสรรสถานที่ที่ได้ชื่อว่ามี พระสังกัจจายน์ที่ดังที่สุด และมีผู้คนไปแก้บนบ่อยที่สุดมาให้แล้วค่ะ

1. วัดสังกระจายวรวิหาร กรุงเทพฯ (เขตบางกอกใหญ่)

ถ้าพูดถึงต้นตำรับต้องที่นี่เลยค่ะ วัดนี้มีความเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย ภายในวิหารประดิษฐานพระสังกัจจายน์องค์เก่าแก่ที่มีพุทธลักษณะงดงามมาก เชื่อกันว่าใครที่ติดขัดเรื่องการเงิน หรือทำธุรกิจแล้วติดลบ หากมาขอพรที่นี่มักจะเกิดปาฏิหาริย์ให้พบทางออกเสมอ

2. วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ

นอกจากหลวงพ่อสดที่เป็นที่เคารพรักแล้ว ที่วัดปากน้ำยังมีพระสังกัจจายน์องค์ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม ผู้คนนิยมไปกราบไหว้เพื่อขอให้ชีวิตมีความสุข ความเจริญ และขอโชคลาภจากการทำงาน

3. วัดโสธรวรารามวรวิหาร (ฉะเชิงเทรา)

แม้คนจะไปไหว้หลวงพ่อโสธรเป็นหลัก แต่ภายในบริเวณวัดมีองค์พระสังกัจจายน์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน หลายคนมักไปขอพรเรื่องบุตร หรือขอให้ครอบครัวมีความร่มเย็นเป็นสุข

4. วัดทุ่งเศรษฐี จ.สมุทรปราการ

ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการ "แก้เคล็ดเงินทอง" โดยเฉพาะพระสังกัจจายน์ที่นี่มีการออกแบบมาเพื่อดึงดูดทรัพย์โดยเฉพาะ ใครที่เป็นเจ้าของกิจการมักจะเดินทางมามูที่นี่เป็นจำนวนมาก

 

วิธีบูชาพระสังกัจจายน์ให้เห็นผลทันตา 

การบูชาพระสังกัจจายน์ไม่ใช่เพียงการวางท่านไว้บนหิ้งแล้วจบไป แต่มีเคล็ดลับการบูชาที่ช่วยส่งเสริมพลังงานด้านบวก ดังนี้

1. การเลือกตำแหน่งวางองค์ท่าน

  1. ควรวางในที่ที่มองเห็นได้ง่าย เช่น ห้องรับแขก หรือหน้าร้านค้า
  2. ทิศที่เหมาะสมที่สุดคือ ทิศตะวันออก (ทิศแห่งความเจริญ) หรือ ทิศเหนือ (ทิศแห่งโชคลาภ)

ข้อควรระวัง: ห้ามวางพระสังกัจจายน์ไว้ในที่อับ พื้นห้องน้ำ หรือใต้คานบ้าน เพราะจะทำให้โชคลาภถูกกดทับ

2. ของไหว้ที่ท่านโปรด

  1. ธูป 3 ดอก: เพื่อบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
  2. ดอกไม้สีขาวหรือสีเหลือง: เช่น ดอกบัว (ความบริสุทธิ์) หรือดอกดาวเรือง (ความเจริญรุ่งเรือง) 7ดอก
  3. น้ำสะอาด: ต้องเปลี่ยนทุกวัน ห้ามปล่อยให้น้ำแห้งแก้วเด็ดขาด เพราะเปรียบเสมือนกระแสเงินทองที่ต้องไหลเวียน
  4. ผลไม้มงคล: ส้ม 4 ผล (สื่อถึงความโชคดี), สับปะรด (สื่อถึงการมีตาสับปะรดมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ)

3. เคล็ดลับการขอพร 

มีเคล็ดลับหนึ่งที่บอกต่อกันมาในหมู่ผู้บูชา 

"ขณะที่อธิษฐานขอพร ให้ใช้มือลูบที่ท้องขององค์พระสังกัจจายน์ โดยลูบวนเป็นวงกลมตามเข็มนาฬิกา 3 รอบ พร้อมตั้งจิตให้มั่นขอให้ทรัพย์สินเงินทองไหลเข้าพุงเราเหมือนที่ไหลเข้าพุงท่าน"

คาถาบูชาพระสังกัจจายน์

ก่อนสวดคาถา ให้ตั้งนะโม 3 จบ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อพระรัตนตรัย

“กัจจานะจะมหาเถโร พุทโธ พุทธานัง พุทธะตัง พุทธัญจะ พุทธะสุภา สิตัง พุทธะตังสะมะนุปปัตโต พุทธะโชตัง นะมามิหัง ปิโยเทวะ มะนุสสานัง ปิโยพรหม นะมุตตะโม ปิโยนาคะ สุปันนานัง ปิยินทะริยัง นะมามิหัง สัพเพชะนา พะหูชะนา ปุริโสชะนา อิถีชะนา ราชาภาคินิ จิตตัง อาคัจฉาหิ ปิยังมะมะฯ”

สวดบทนี้เป็นประจำทุกเช้าก่อนเปิดร้าน หรือก่อนเริ่มทำงาน จะช่วยสร้างสมาธิและดึงดูดพลังงานที่ดีเข้ามาในชีวิต


พระสังกัจจายน์ ประสบการณ์ จากผู้บูชาจริง: ปาฏิหาริย์ที่เกิดจากความศรัทธา

เรื่องราวประสบการณ์ของผู้บูชาพระสังกัจจายน์นั้นมีมากมาย แต่ที่โดดเด่นที่สุดมักจะเป็นเรื่องของ "การปลดหนี้" และ "โอกาสทางธุรกิจ"

  • ประสบการณ์ที่ 1: เจ้าของธุรกิจออนไลน์ คุณเอ (นามสมมติ) เคยประสบปัญหาคลังสินค้าล้นแต่ขายไม่ออก หลังจากได้เช่าบูชาพระสังกัจจายน์มาประดิษฐานและทำตามเคล็ดลับการลูบท้องพระทุกเช้า พร้อมทั้งสวดมนต์สม่ำเสมอ ปรากฏว่าภายในเดือนเดียว มีตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่เข้ามาติดต่อขอรับของไปกระจายทั้งหมด จนสามารถปิดหนี้ธนาคารได้ในเวลาอันรวดเร็ว
  • ประสบการณ์ที่ 2: พนักงานบริษัทที่มองหาทางเลือก คุณบี (นามสมมติ) บูชาพระสังกัจจายน์เพราะต้องการความสบายใจ แต่ท่านกลับประทานปัญญาให้เห็นช่องทางทำอาชีพเสริม ซึ่งปัจจุบันรายได้จากอาชีพเสริมนั้นมากกว่างานประจำไปแล้ว คุณบีเชื่อว่านั่นคือ "ปัญญา" ที่พระสังกัจจายน์ประทานให้ ไม่ใช่แค่ดวงดีเพียงอย่างเดียว

ข้อปฏิบัติและข้อห้ามในการบูชาพระสังกัจจายน์

  1. เพื่อให้การบูชาเกิดผลสูงสุดและไม่เป็นการลบหลู่ มีข้อควรระวังดังนี้
  2. รักษาความสะอาด: หิ้งพระต้องไม่มีฝุ่นเกาะ เพราะความสกปรกคืออุปสรรคของโชคลาภ
  3. ห้ามถวายเนื้อสัตว์: ควรเป็นผลไม้ น้ำสะอาด หรือขนมหวานที่ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ เนื่องจากท่านเป็นพระอรหันต์
  4. จิตใจต้องสะอาด: การขอพรจะเห็นผลเร็วที่สุดหากผู้ขอมีใจเมตตา ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และไม่คิดคดโกงใคร เพราะพระสังกัจจายน์คือตัวแทนของความเมตตา หากใจเราตรงกับท่าน พรนั้นจะสำเร็จโดยง่าย
  5.  

พลังแห่งศรัทธาที่มาพร้อมกับปัญญา

การศึกษาว่า พระสังกัจจายน์ คือใคร และการตามหาว่า พระสังกัจจายน์ที่ดังที่สุด อยู่ที่ไหน เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางมหาเศรษฐี แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการนำ "ธรรมะ" ของท่านมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ความอ้วนท้วนของท่านสอนให้เรารู้จักความพอดี ความยิ้มแย้มสอนให้เรามีสติรับมือกับปัญหา และปัญญาของท่านสอนให้เรามองหาโอกาสในทุกวิกฤต

หากคุณมีความศรัทธาและลงมือทำอย่างเต็มที่ พลังจากองค์พระสังกัจจายน์จะช่วยเกื้อหนุนให้ความพยายามของคุณผลิดอกออกผลเป็นความมั่งคั่งอย่างแน่นอน


 

related Temple & Mutelu

ถ้าไม่รักจริง อย่าอธิษฐาน "พระนางจิรประภามหาเทวี"

22 เม.ย. 2025

ถ้าไม่รักจริง อย่าอธิษฐาน "พระนางจิรประภามหาเทวี"

บรรดาคู่รักต่างพากันไปกราบไหว้ “พระนางจิรประภามหาเทวี” กษัตริยาแห่งล้านนา ภายในพลับพลาที่ประทับเคียงคู่กับพระเมืองเกษเกล้า ในราชวงศ์มังราย วัดโลกโมฬี อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยความรักที่พระนางมีต่อพระสวามี บ้านเมือง และประชาชนนี้เอง ผู้คนจึงได้ยกให้ พระนางจิรประภามหาเทวี เป็นเทพแห่งความรักเมื่อถึงวันแห่งความรัก หรือวันสำคัญต่างๆ ผู้คนจะพากันมากราบไหว้บนบานขอให้พบรักแท้ โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวที่ไม่มีคู่ครอง คนที่สมหวัง ก็จะกลับมาแก้บน ก่อนที่จะมีการบอกกันปากต่อปาก จนเลยเถิดไปถึงการขอหวย ขอโชคลาภ ขอให้ได้ลูก ทวงหนี้ ฯลฯด้วยความเชื่อศรัทธาเป็นอย่างยิ่งว่า จะมาขอพรให้ความรักสุขสมหวัง...ขอให้ความรักอยู่กันยืนยาว ไม่มีอุปสรรคใด ๆ มากล้ำกรายหากผู้ใดที่มาขอพร และบนบานกับรูปปั้น “พระนางจิรประภามหาเทวี” ต้องปฏิบัติในการอธิษฐานอย่างเคร่งครัด ดังนี้ถ้าไม่รักจริง อย่าอธิษฐานขอความรัก บนไข่ไก่ 9 ฟอง แก้บน 108 ฟอง ผลไม้ 9 อย่างขอหน้าที่การงาน บนไข่ไก่ 7 ฟอง แก้บน 99 ฟอง ผลไม้ 9 อย่างขอการเรียนการศึกษา บนผลไม้ 9 อย่าง แก้บนผลไม้ 9 อย่าง ไข่ไก่ 9 ฟองทวงหนี้ บนไข่ไก่ 12 ฟอง แก้บน 24 ฟอง ผลไม้ 9 อย่างขอหวย บนไข่ไก่ 3 ฟอง แก้บนไข่ไก่เท่าอายุขายที่ดิน นายหน้า บนไข่ไก่ 7 ฟอง แก้บน 108 ฟอง ผลไม้ 9 อย่าง

เช็คลัคนาราศีเกิดด้วยตัวเอง เข้าใจราศีและลัคนาอย่างถูกต้อง

25 ก.ย. 2025

เช็คลัคนาราศีเกิดด้วยตัวเอง เข้าใจราศีและลัคนาอย่างถูกต้อง

เช็คลัคนาราศีเกิดง่ายๆ ด้วยตัวเอง เรียนรู้วิธีดูราศีที่ถูกต้อง พร้อมเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างลัคนาราศีตะวันตกกับแบบไทยเพื่อให้คุณดูดวงได้แม่นยำยิ่งขึ้นหลายคนคงเคยสงสัยว่า ราศี กับ ลัคนา ต่างกันยังไง? แล้วที่เคย เช็คลัคนาราศีเกิด กันมาตลอดนี่มันคือแบบไหนกันแน่? ความสับสนเรื่องราศีดูยังไงนี้มักเกิดขึ้นเพราะมีหลายตำรา หลายศาสตร์ และหลายวิธี ดูราศี หรือ ดูดวง มากมายจนบางครั้งก็ทำให้งงไปหมด ในบทความนี้เราจะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับวิธีดูราศีทั้งหมด เพื่อให้คุณเข้าใจหลักการที่ถูกต้องและสามารถ ดูราศี หรือ เช็คลัคนา ได้อย่างแม่นยำราศีคืออะไร แล้วราศีดูยังไง มาไขข้อข้องใจกันก่อนก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับคำว่า "ราศี" กันก่อน ราศี คือกลุ่มดาวบนท้องฟ้าที่อยู่ตามแนวเส้นสุริยวิถี หรือเส้นที่ดวงอาทิตย์โคจรผ่าน กลุ่มดาวเหล่านี้แบ่งออกเป็น 12 กลุ่มใหญ่ ๆ และแต่ละกลุ่มก็ใช้ชื่อสัตว์หรือสิ่งของต่าง ๆ เป็นสัญลักษณ์ ได้แก่ ราศีเมษ, ราศีพฤษภ, ราศีเมถุน, ราศีกรกฎ, ราศีสิงห์, ราศีกันย์, ราศีตุลย์, ราศีพิจิก, ราศีธนู, ราศีมังกร, ราศีกุมภ์ และราศีมีนวิธีดูราศี โดยทั่วไปจะอ้างอิงจากวันที่เราเกิด โดยวันที่ที่ระบุว่าเราเกิดในราศีอะไรนั้น เป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์โคจรอยู่ในกลุ่มดาวราศีนั้น ๆ ตัวอย่างเช่น หากคุณเกิดในช่วงวันที่ 15 เมษายน - 14 พฤษภาคม ดวงอาทิตย์จะโคจรอยู่ในกลุ่มดาวราศีเมษพอดี ดังนั้นคุณจึงเป็นคนราศีเมษ ตามวิธีดูราศีแบบไทย อย่างไรก็ตาม หากเป็นการเช็คลัคนาราศีเกิดแบบตะวันตก ช่วงวันเกิดจะแตกต่างกันออกไปเล็กน้อยลัคนาราศีตะวันตก ต่างจากแบบปกติอย่างไรเมื่อพูดถึง ลัคนาราศีตะวันตก หลายคนมักจะสับสนกับ วิธีดูราศี แบบไทยที่คุ้นเคยกันดี ความแตกต่างที่สำคัญอยู่ที่การนับช่วงเวลาของราศีและวิธีการคำนวณราศีแบบไทย (โหราศาสตร์ไทย)จะใช้ระบบการคำนวณที่อิงจากตำแหน่งดาวในแต่ละช่วงเวลาที่แน่นอน ซึ่งบางครั้งอาจมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยเพื่อให้สอดคล้องกับตำแหน่งดาวจริง ๆ ทำให้ช่วงวันเกิดในแต่ละราศีอาจเลื่อนไปจากที่เคยท่องจำกันราศีแบบตะวันตก (โหราศาสตร์สากล)จะใช้ระบบการแบ่งช่วงเวลาที่ตายตัว โดยแต่ละราศีจะมีช่วงวันเกิดที่แน่นอนและไม่เปลี่ยนแปลง เช่น ชาวราศีเมษแบบตะวันตกจะเกิดในช่วงวันที่ 21 มีนาคม - 19 เมษายน ซึ่งหากลองเปรียบเทียบกับ วิธีดูราศี แบบไทยจะเห็นได้ว่าวันเกิดของคนราศีเมษจะอยู่ในช่วงที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมบางคน เช็คลัคนาราศีเกิด แล้วถึงได้ราศีที่ไม่ตรงกับที่ตัวเองเคยรู้มาลัคนา ต่างกับราศีหรือไม่?คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ "ลัคนา" กับ "ราศี" เหมือนหรือต่างกันอย่างไร? คำตอบคือ ลัคนา และ ราศี นั้น แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงราศี คือกลุ่มดาวที่เราเป็นเจ้าของตามวันเกิดของเรา ซึ่งเป็นตำแหน่งของดวงอาทิตย์ในวันที่เราเกิดลัคนา คือตำแหน่งของกลุ่มดาวที่อยู่ตรงขอบฟ้าทิศตะวันออกใน เวลาที่เราเกิด หรือเรียกว่า "ลัคนาสถิตราศี" นั่นเอง การเช็คลัคนา จึงต้องใช้ข้อมูลที่แม่นยำกว่าการ ดูราศี เพียงแค่วันเกิด เพราะต้องรู้ทั้งวันเกิด, เดือนเกิด, ปีเกิด, และที่สำคัญที่สุดคือ เวลาเกิด และ สถานที่เกิดการดูดวงที่แม่นยำส่วนใหญ่จะเน้นที่การดูดวงจากลัคนาเป็นหลัก เนื่องจากลัคนาคือตัวตนที่แท้จริงของเรา เป็นเหมือนบ้านที่เราเกิดและเป็นพลังงานพื้นฐานที่ขับเคลื่อนชีวิตของเรา ส่วนราศีคือพลังงานของดวงอาทิตย์ที่ให้แสงสว่างแก่ชีวิต ซึ่งในทางโหราศาสตร์ถือว่ามีอิทธิพลน้อยกว่าลัคนาช็คลัคนาราศีเกิดทั้ง 12 ง่ายๆ ด้วยตนเองเช็กลัคนาราศีเกิดด้วยตัวเองได้อย่างง่ายๆ ตามหลักโหราศาสตร์ไทยแบบเบื้องต้น จากตารางด้านล่างได้เลยช่องที่ตัดกันระหว่างวันเกิดและเวลาเกิดคือ ลัคนา ของคุณวิธีใช้งาน:มองหาช่วง วันเดือนเกิด ที่ช่องซ้ายสุด (แถว)เลื่อนไปทางขวาเพื่อหาช่วง เวลาเกิด ที่ช่องด้านบน (คอลัมน์)วิธีการดูดวงให้ปลอดภัยการดูดวงถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่อยู่คู่กับสังคมมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม การดูดวงควรเป็นไปเพื่อความบันเทิง หรือเป็นเพียงแนวทางในการใช้ชีวิต ไม่ควรนำมาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทั้งหมด เพราะชีวิตของเรายังคงขึ้นอยู่กับการกระทำและการตัดสินใจของเราเองเป็นหลักสำหรับผู้ที่สนใจอยากเช็คลัคนาราศีเกิดหรือดูดวงให้ถูกต้องตามหลักโหราศาสตร์ ควรหาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลให้ดีก่อนเสมอ นอกจากนี้การดูดวงที่ดีควรมาพร้อมกับการเตือนสติ ไม่ใช่การชี้นำให้หลงทางอ่านดวงรายเดือนได้ที่ Chill Onหากคุณกำลังมองหาคอนเทนต์ดูดวงที่น่าสนใจและแม่นยำ คุณสามารถติดตามดวงรายเดือน ได้ที่ Chill on กินเที่ยว เรามีคอนเทนต์เกี่ยวกับ ดวง และ โหราศาสตร์ ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเช็คลัคนาราศีเกิด การทำนาย ดวงรายวัน หรือการวิเคราะห์ดวงแบบเจาะลึก พร้อมกับคำแนะนำดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมีสติและปลอดภัยมากยิ่งขึ้นหากสนใจ ดูดวง ในรูปแบบอื่น ๆ เช่น ดวงไพ่ยิปซี หรือ ดวงจีน เราก็มีคอนเทนต์ที่น่าสนใจให้คุณได้ติดตามอีกมากมาย เพื่อให้คุณได้ค้นหาแนวทางชีวิตที่ใช่และสร้างความสุขให้กับตัวเองได้อย่างแท้จริง

นะโมเฟส งานแฟร์สายมูที่ครบเครื่องที่สุดแห่งปี!

18 ต.ค. 2025

นะโมเฟส งานแฟร์สายมูที่ครบเครื่องที่สุดแห่งปี!

งานเดียวที่อัปเกรดชีวิตคุณให้ ปัง!!!นะโมเฟส คือ งานแฟร์ใหญ่ที่ผสานโลกของ 'สายมู' เข้ากับ 'ไลฟ์สไตล์แกดเจ็ต' และ 'ร้านเด็ดในตำนาน' อย่างลงตัวสิ่งที่คุณจะได้รับจากงาน นะโมเฟส1. อัญเชิญ 9 สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ไทยไม่ต้องเดินทางทั่วประเทศ! เราได้อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยเคารพบูชาทั้ง 9 มาไว้ให้คุณกราบไหว้ขอพรเสริมบารมีและสิริมงคลชีวิตถึงที่ อาทิ สมเด็จพระพุทธจารย์โต, หลวงพ่อโสธร, ท้าวเวสสุวรรณ, ไอ้ไข่, พระพิฆเนศ, และอีกมากมาย2. ช้อปของขลังและแกดเจ็ตคู่บุญรวบรวมแกดเจ็ตและของมงคลหลากหลายสไตล์ให้เลือกสะสมบูชา ครบทุกสาย ตั้งแต่สายมูมินิมอลไปจนถึงสาย Luxury ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับเสริมดวง สร้อยคอ หรือของขลังของฝากดีไซน์ใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนใคร3. ฟินกับร้านเด็ดทั่วฟ้าเมืองไทยอิ่มอร่อยกับโซนร้านอาหารที่คัดมาแล้วทุกร้าน ทั้ง ร้านในตำนาน, ร้านในกระแสของเหล่าอินฟลูเอนเซอร์, และพลาดไม่ได้กับโซนร้านค้าพิเศษจาก เหล่าศิลปินและดาราชื่อดัง ที่มาขายสินค้าสุด Exclusive ด้วยตัวเอง!4. กิจกรรมและความบันเทิงเต็มเวทีร่วมสนุกกับกิจกรรมที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน พร้อมชมการแสดงจากศิลปินดาราทั่วฟ้าเมืองไทย ที่จะมามอบความบันเทิงและ เสริมดวงเพิ่มโชคลาภ ให้คุณกลับบ้านไปแบบมีแต่เฮง!นี่คืองานที่สายมูและนักช้อปทุกคนไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!มาเติมแต้มบุญ เพิ่มพลังมงคล และช้อปปิ้งให้ชีวิตปังตลอดปี!พิกัด: เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิวันที่ 16 -19 ตุลาคม 2568เวลา: 10:00–22:00 น.ผู้เขียน : บาลี บัญชานิตยกาล

5 สิ่งของทำบุญ เสริมดวงของให้สุดปัง

08 ธ.ค. 2022

5 สิ่งของทำบุญ เสริมดวงของให้สุดปัง

มาเสริมดวงของคุณให้สุดปังด้วย "5 ของทำบุญ​ เสริมดวงให้ปัง" ทั้งเรื่องงาน เรื่องเงิน อยากรู้ว่าทำบุญด้วยอะไร เสริมทางด้านไหน มาดูกันเลย1.บริจาค "ร่ม" จะช่วยทำให้ชีวิตราบรื่น ร่มเย็น เป็นสุข2.บริจาค "ข้าวสาร" จะช่วยทำให้ชีวิตมีกิน มีใช้3.บริจาค "เสื่อ หมอน" จะช่วยทำให้เวลาทำอะไร หรือเริ่มทำสิ่งใหม่ จะมีคนคอยสนับสนุน4.บริจาค "น้ำ" จะช่วยทำให้ชีวิตมีแต่ความสดชื่น อย่างสม่ำเสมอ5.บริจาค "หลอดไฟ" จะช่วยทำให้ชีวิตมีแต่ความรุ่งเรืองทั้งเรื่องงาน และเรื่องเงินพิเศษสุด! สำหรับคุณ เพียงใส่โค้ด "ATIME168" รับส่วนลดทันที- 10% สำหรับ Wallpaper- 50% สำหรับ package ดูดวง 3 เดือนราคาเริ่มต้น 199 บาทเท่านั้นสนใจสั่งจอง คลิกhttps://bit.ly/39Pe6Clหรือแอดไลน์ @ganesha168