5 พิกัดไหว้เทพจีน เสริมความปังรับตรุษจีน

Temple & Mutelu

5 พิกัดไหว้เทพจีน เสริมความปังรับตรุษจีน

03 ก.พ. 2026

related Temple & Mutelu

มัดรวม วัดแก้ชง ปี 2568 เปลี่ยนชีวิตให้ปังตลอดปี

14 ม.ค. 2025

มัดรวม วัดแก้ชง ปี 2568 เปลี่ยนชีวิตให้ปังตลอดปี

ความหมายสำหรับปีที่ได้รับผลไม่ดี จะมีอยู่ด้วยกัน 4 ปีนักษัตรได้แก่ปีชงคือ ปีที่ได้รับผลเสียมากที่สุดหรือที่เราเรียกกันว่า ชงโดยตรง หรือ ปีชง 100%คือ ปีนักษัตรกุนปีชง 100% คือผู้ที่เกิด ปีกุน หรือคนที่เกิดตรงกับปี พ.ศ.2466, 2478, 2490, 2502, 2514, 2526, 2538, 2550, 2562ปีคักคือ ปีที่เป็นปีนักษัตรเดียวกับปีนั้น ๆคือ ปีนักษัตรมะเส็งคนที่เกิดปี 2460, 2472, 2484, 2496, 2508, 2520, 2532, 2544, 2556, 2568, 2580ปีเฮ้งคือ ปีที่ได้รับผลกระทบในเรื่องเคราะห์กรรม คือ ปีนักษัตรขาลคนที่เกิดปี 2457, 2469, 2481, 2493, 2505, 2517, 2529, 2541, 2553, 2565, 2577ปีผั่วคือ ปีที่ได้รับผลกระทบในเรื่องสุขภาพ คือ ปีนักษัตรวอกคนที่เกิดปี 2463, 2475, 2487, 2499, 2511, 2523, 2535, 2547, 2559, 2571, 2583ดวงชะตาผู้ที่เกิดในปีนักษัตร มะเส็ง,ขาล,วอก ตลอดปี 2568แนะนำให้ไปวัดทำบุญเติมน้ำมันตะเกียง ถวายเทียนบริจาคน้ำดื่ม ทำบุญเกี่ยวกับน้ำ พร้อมไถ่ชีวิตโคกระบือ และปล่อยปลาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ที่เกิดในปีชง2568ผู้ที่ตกอยู่ในปีชงอาจต้องเผชิญกับอุปสรรคและปัญหาต่าง ๆ ในชีวิต เช่น เจ็บป่วย อุบัติเหตุ ปัญหาการเงิน หรือปัญหาด้านความสัมพันธ์ เป็นต้นอย่างไรก็ตาม ผู้ที่ตกอยู่ในปีชงก็ยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข หากรู้จักระมัดระวังและป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากสิ่งไม่ดีต่าง ๆของไหว้สำหรับแก้ปีชง มีดังนี้ส้มมงคล (ไต้กิก) 1 จานไหว้เสร็จแล้วนำกลับบ้านไปกินจะได้เป็นมงคลกับตัวเอง เฮง ๆ รวย ๆ ตลอดทั้งปีน้ำมันเติมตะเกียง 1 ขวดหมายถึงชีวิตจะได้รุ่งเรืองโชติช่วงตลอดทั้งปีกระดาษหงิ่งเตี๋ย หรือกระดาษเงินกระดาษทอง 13 แผ่นพร้อมเทียบแดง เขียนชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ถ้าเป็นการแก้ชงตัวเองให้นำกระดาษหงิ่งเตี๋ยมาปัดที่ตัวเอง 13 ครั้ง (ปออุ่ง) ปัดลงมาตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าจนสุดแขน ฝากกระดาษไว้ไม่ต้องเผานำซองที่บรรจุดวงชะตา ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิดฝากไว้ที่ศาลเจ้าเพื่อให้พระจีนได้สวดมนต์ (พะเก่ง) ทำพิธีเสริมดวงชะตาให้เราแคล้วคลาดปลอดภัย เป็นสิริมงคลตลอดทั้งปีสถานที่แก้ปีชง 2568สถานที่แก้ปีชง 2568 ที่ได้รับความนิยม ได้แก่วัดมังกรกมลาวาส หรือ วัดเล่งเน่ยยี่อยู่ที่ 423 ถนนเจริญกรุง แขวงป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานครวัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์ (หรือวัดเล่งเน่ยยี่ 2) อยู่ที่ 75 ถนนเทศบาลสาย 9 ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรีวัดทิพยวารีวิหาร หรือ วัดกัมโล่วยี่อยู่ที่ 119 ซอยทิพยวารี ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานครวัดโพธิ์แมนคุณาราม หรือ วัดโพวมิ้งปออึงยี่อยู่ที่ เลขที่ 323 ถนนสาธุประดิษฐ์ 19 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานครวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหารตั้งอยู่บริเวณปากคลองบางกอกใหญ่ฝั่งใต้ นิยมไปแก้ชงด้วยการไหว้พระทำบุญคุ้มครองดวงชะตาวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหารตั้งอยู่ย่านเยาวราช นิยมไปขอพรความรัก พร้อมเสริมดวงชะตาให้เจอแต่สิ่งดีงามศาลเจ้าพ่อเสือตั้งอยู่ย่านพระนคร นิยมไปแก้ปีชงด้วยการสะเดาะเคราะห์ ขอพรในเรื่องการงาน การเงิน และโชคลาภวัดมังกรบุปผาราม หรือ วัดเล่งฮัวยี่จังหวัดจันทบุรี นิยมไปแก้ปีชงด้วยการไหว้พระเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต

วัดเล่งเน่ยยี่ (Wat Leng Noei Yi / 龍蓮寺)

16 ธ.ค. 2025

วัดเล่งเน่ยยี่ (Wat Leng Noei Yi / 龍蓮寺)

วัดเล่งเน่ยยี่ จุดเริ่มต้นปีใหม่ของสายมู ที่ไม่ได้แค่ “ขอ” แต่คือการตั้งต้นชีวิตการเริ่มต้นปีใหม่สำหรับสายมู ไม่ใช่เพียงการไหว้พระขอพรให้โชคดี แต่คือการ “ตั้งหลักชีวิตใหม่” และหนึ่งในวัดที่ผู้คนศรัทธาเลือกไปเป็นอันดับต้นๆ คือ วัดเล่งเน่ยยี่ หรือ วัดมังกรกมลาวาสวัดจีนเก่าแก่ใจกลางเยาวราช ที่เชื่อกันว่าเป็นศูนย์รวมพลังมงคลสำหรับการเปิดดวง เปิดทาง และเริ่มต้นสิ่งดีๆ ในชีวิตชื่อ “เล่งเน่ยยี่” มีความหมายว่า วัดมังกร ซึ่งตามความเชื่อจีน มังกรคือสัญลักษณ์แห่งอำนาจ ความสำเร็จ และการเปลี่ยนผ่าน การเข้าวัดมังกรในช่วงต้นปีจึงเปรียบเหมือนการก้าวผ่านปีเก่า เปิดรับพลังใหม่ และตั้งเจตนาให้ชีวิตเดินไปในทิศทางที่ดีขึ้นวัดเล่งเน่ยยี่ถือเป็นวัดที่มีเทพเจ้าจีนประดิษฐานอยู่อย่างครบถ้วน ทำให้ผู้ศรัทธาสามารถขอพรได้รอบด้านในที่เดียว เริ่มตั้งแต่ องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ เทพสูงสุดแห่งสวรรค์ ผู้คุมกฎแห่งจักรวาล เหมาะสำหรับการขอพรภาพรวมชีวิต ความมั่นคง และการตัดสินใจเรื่องสำคัญในปีใหม่ถัดมาคือ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เทพแห่งโชคลาภและเงินทอง ผู้คนมักมาขอพรด้านการค้าขาย รายได้ และโอกาสทางการเงิน เชื่อกันว่าหากขอด้วยความตั้งใจและพร้อมลงมือทำ เงินจะหมุนไม่ขาดมือสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องปีชงหรืออุปสรรคชีวิต เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย คือองค์สำคัญที่ไม่ควรพลาด เพราะเป็นเทพผู้ดูแลดวงชะตาตามปีนักษัตร การไหว้ไท้ส่วยเอี๊ยในช่วงต้นปีเปรียบเสมือนการฝากดวง ขอคุ้มครองให้ปีนั้นผ่านไปอย่างราบรื่นด้านความเมตตา ความรัก และความสงบใจ ผู้คนจะมากราบ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ หรือ เจ้าแม่กวนอิม เทพที่ขึ้นชื่อเรื่องการรับฟังความทุกข์ของมนุษย์ เหมาะกับการขอพรเรื่องความสัมพันธ์ สุขภาพ และปัญหาชีวิตที่ต้องการกำลังใจนอกจากนี้ยังมี เทพเจ้ากวนอู เทพแห่งความซื่อสัตย์ ความกล้าหาญ และอำนาจบารมี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ความน่าเชื่อถือ และการเป็นผู้นำ รวมถึง เทพเจ้าแพทย์ สำหรับผู้ที่ขอพรด้านสุขภาพและการเยียวยาโรคภัยตามความเชื่อจีน ช่วงปีใหม่และตรุษจีนคือช่วงเวลาที่พลังฟ้า ดิน และมนุษย์เปิดรับกันมากที่สุด การมาไหว้พระในช่วงนี้จึงไม่ใช่แค่การขอพร แต่เป็นการ “ล้างพลังเก่า” และตั้งเจตนาใหม่ให้ชีวิต โดยเฉพาะผู้ที่รู้สึกว่าปีที่ผ่านมาเหนื่อย หนัก หรือสะดุด การเริ่มต้นปีที่วัดเล่งเน่ยยี่จึงเหมือนการรีเซ็ตใจและดวงไปพร้อมกันการขอพรที่วัดเล่งเน่ยยี่ เชื่อกันว่าไม่ใช่แค่ไหว้ครบ แต่ต้องขอให้ถูกวิธี เริ่มจากการตั้งจิตให้ชัดก่อนจุดธูป รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และพร้อมจะลงมือทำอะไรเพื่อให้พรนั้นเกิดผลโดยก่อนจุดธูป อย่ารีบ ให้ถามตัวเอง 3 อย่างปีนี้อยาก “ได้อะไร” มากที่สุดสิ่งนั้นต้อง “ทำอะไรแลก”ขอเพื่อพัฒนาชีวิต ไม่เบียดเบียนใครหรือไม่ลำดับการไหว้ก็สำคัญโดยส่วนมากจะเริ่มจากองค์ใหญ่และปิดท้ายด้วยเทพเฉพาะด้านอย่างลำดับที่นิยมและเชื่อว่าพลังไหลลื่นที่สุดไหว้ฟ้าดิน / เง็กเซียนฮ่องเต้ – ตั้งหลักชีวิตไท้ส่วยเอี๊ย – แก้ชง ตัดอุปสรรคไฉ่ซิงเอี๊ย – เปิดทางเงินทองกวนอู – ความก้าวหน้า บารมีเจ้าแม่กวนอิม – ปิดท้ายด้วยความเมตตาวิธีอธิษฐานที่ได้คนส่วนใหญ่ทำแล้วได้ผล“ข้าพเจ้า (ชื่อ–นามสกุล)เกิดวันที่…ขอพรเรื่อง…เพื่อให้เกิดผลดีต่อชีวิตและผู้อื่นข้าพเจ้าพร้อมลงมือทำในสิ่งที่ควรทำ”หมายเหตุ : หลีกเลี่ยงคำว่า “ขอรวยเร็ว” , “ขอให้ได้ของคนอื่น”, “ขอให้คนอื่นแพ้” การขอพรเทพควรคิดดีทำดี ไม่ควรคิดร้ายหรือมุ่งร้ายต่อคนอื่นของไหว้ไม่จำเป็นต้องแพง แต่ควรเป็นของมงคล เช่น ผลไม้ ขนมหวาน และดอกไม้สด หลังไหว้แล้วควรรักษาคำพูดและความคิดให้เป็นบวก เพราะเชื่อกันว่าคำพูดของตัวเองคือพลังที่แรงที่สุดสำหรับสายมูแล้ว วัดเล่งเน่ยยี่ไม่ใช่แค่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่คือพื้นที่ที่ช่วยให้เราหยุดทบทวนชีวิต ตั้งเป้าหมาย และเริ่มต้นปีใหม่ด้วยพลัง ความหวัง และทิศทางที่ชัดขึ้น การขอพรที่นี่จึงไม่ใช่การฝากความหวังไว้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียงอย่างเดียว แต่คือการบอกตัวเองว่า “ปีนี้ เราจะจริงจังกับชีวิตมากขึ้น”ที่ตั้ง: ถนนเจริญกรุง แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯเปิดทุกวัน: ประมาณ 08.00 – 17.00 น.ช่วงเทศกาลใหญ่ เช่น ตรุษจีน / ปีใหม่จีน วัดอาจเปิดเร็วขึ้น และมีผู้คนค่อนข้างหนาแน่นวิธีการเดินทางรถไฟฟ้า MRTลงสถานี วัดมังกร (ทางออก 1)เดินออกมาก็ถึงวัดทันที สะดวกมากสำหรับสายมูเมืองรถเมล์มีหลายสายผ่านถนนเจริญกรุงและเยาวราชรถยนต์ส่วนตัวพื้นที่หน้าวัดจอดจำกัดแนะนำจอดอาคารจอดรถหรือพื้นที่เอกชนใกล้เคียง แล้วเดินต่อ

วัดมหาบุศย์ ตำนานรักอมตะ "แม่นาคพระโขนง"

17 ธ.ค. 2025

วัดมหาบุศย์ ตำนานรักอมตะ "แม่นาคพระโขนง"

หากพูดถึงตำนานความรักที่มั่นคงและเฮี้ยนที่สุดในประเทศไทย คงไม่มีใครไม่นึกถึงชื่อ "แม่นาคพระโขนง" หญิงสาวผู้รอคอยคนรักอยู่ที่ท่าน้ำจนลมหายใจสุดท้าย และสถานที่ที่เป็นจุดกำเนิดของตำนานนี้ก็คือ วัดมหาบุศย์ เขตอ่อนนุช กรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของสายมูที่ต้องการมาขอพรทั้งเรื่องความรักและการคัดเลือกทหารวัดมหาบุศย์ เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย โดย "พระมหาบุศย์" จากวัดมหาธาตุ เป็นผู้สร้างขึ้น เดิมทีวัดนี้เป็นศูนย์กลางของชาวบ้านในย่านพระโขนงแต่สิ่งที่ทำให้วัดแห่งนี้โด่งดังไปทั่วประเทศคือเรื่องราวของ นางนาค หญิงสาวที่ตายทั้งกลมขณะรอคอย นายมาก สามีที่ไปรบ ตามตำนานกล่าวว่าดวงวิญญาณของแม่นาคมีความผูกพันกับวัดแห่งนี้มาก จนมีการสร้างศาลขึ้นเพื่อให้ผู้คนได้มากราบไหว้และรำลึกถึงความรักที่มั่นคง และขอขมาต่อดวงวิญญาณเพื่อให้ท่านประทานพรให้แก่ผู้ที่ศรัทธามาวัดมหาบุศย์... ขอพรเรื่องอะไรเรื่องความรักใครที่โสดหรือมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ มักมาขอให้พบรักแท้ หรือให้คนรักกลับมา เนื่องจากย่านาคคือสัญลักษณ์ของความรักที่มั่นคงการคัดเลือกทหาร (จับใบดำใบแดง)นี่คือไฮไลท์ที่โด่งดังที่สุด เพราะตามตำนานนายมากต้องพรากจากย่านาคไปเพราะการไปรบ เชื่อกันว่าย่านาคไม่ชอบการพลัดพราก จึงมักช่วยให้คนที่มาขอพร "จับได้ใบดำ" หรือไม่ต้องไปเป็นทหารนั่นเองโชคลาภและเลขเด็ดหลายคนมาขอโชคลาภและการเสี่ยงดวง ซึ่งมักจะได้รับโชคกลับไปจนต้องกลับมาแก้บนกันอย่างเนืองแน่นสุขภาพและความปลอดภัยขอให้คลอดบุตรอย่างปลอดภัยวิธีการขอพรและของแก้บนย่านาคของที่ต้องเตรียมเพื่อไหว้ขอพรธูป 2 ดอกเทียน 1 เล่มดอกไม้ (นิยมดอกมะลิหรือดอกกุหลาบแดง)ทองคำเปลว เพื่อนำไปปิดที่รูปปั้นย่านาควิธีการแก้บน (เมื่อสมปรารถนาแล้ว)หากสิ่งที่ขอประสบความสำเร็จ สิ่งที่ย่านาคโปรดปรานและนิยมนำมาแก้บน ได้แก่ชุดไทย: มักเห็นชุดไทยหลากสีสันแขวนอยู่รอบศาลของเล่นเด็กและชุดเด็ก: สื่อถึงลูกของแม่นาคเครื่องประดับและเครื่องแต่งกายสตรี: เช่น สร้อยคอ กระจก หวีอาหาร: นิยม ขนมหวาน ผลไม้ หรืออาหารคาวที่ท่านชอบการจัดฉายภาพยนตร์: ในอดีตนิยมแก้บนด้วยลิเกหรือภาพยนตร์กลางแปลงภายในวัดข้อควรระวัง: ห้ามปิดทองที่ใบหน้า ดวงตา และริมฝีปากของรูปปั้นย่านาค และควรแต่งกายสุภาพเมื่อเข้าเขตวัดวัดมหาบุศย์และศาลแม่นาคพระโขนง ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์หรือตำนานสยองขวัญเท่านั้น แต่ยังเป็นที่พึ่งทางใจของผู้คนมาหลายยุคสมัย ความศรัทธาที่มีต่อ "ความรักอมตะ" ของย่านาคยังคงไหลเวียนอยู่ในทุกอณูของวัดแห่งนี้ หากใครที่กำลังมองหาที่พึ่งในเรื่องความรักหรือโชคลาภ การเดินทางมาเยือนวัดมหาบุศย์สักครั้งอาจทำให้คุณได้รับคำตอบที่ตามหาก็เป็นได้พิกัดและข้อมูลทั่วไปที่ตั้ง: 749 ซอยอ่อนนุช 7 แขวงอ่อนนุช เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร 10250ลิงก์แผนที่: วัดมหาบุศย์ (แม่นาคพระโขนง)วิธีการเดินทาง1. โดยรถไฟฟ้า (BTS)ลงที่ สถานีอ่อนนุช (Sukhumvit Line) ออกทางออกที่ 1 จากนั้นสามารถต่อรถสาธารณะเข้าซอยอ่อนนุช (สุขุมวิท 77) เช่นรถสองแถว: สายที่เขียนว่าไป "มิตรภาพ" หรือสายที่ผ่านปากซอยอ่อนนุช 7วินมอเตอร์ไซค์: บอกว่าไปวัดมหาบุศย์ (ค่าบริการประมาณ 20-30 บาท)รถเมล์: สาย 519 หรือสายอื่นๆ ที่วิ่งเข้าเส้นอ่อนนุช2. โดยรถส่วนตัวหากมาทางถนนสุขุมวิท ให้เลี้ยวเข้า ซอยสุขุมวิท 77 (อ่อนนุช) ขับตรงมาเรื่อยๆ จนถึง ซอยอ่อนนุช 7 (อยู่ทางซ้ายมือ) เลี้ยวเข้าซอยไปไม่ไกลจะถึงวัดทางวัดมีที่จอดรถให้บริการ แต่อาจจะหนาแน่นในช่วงวันหยุดหรือช่วงก่อนวันหวยออก3. โดยเรือ (คลองพระโขนง)สามารถนั่งเรือหางยาวมาลงที่ ท่าเรือวัดมหาบุศย์ ได้โดยตรง ซึ่งจะได้บรรยากาศริมน้ำตามตำนานแม่นาคพระโขนงแบบดั้งเดิมผู้เขียน : เบญญาภา แนบเนียน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เปิดตำนาน "พระพิฆเนศปางยืนบนหัวกะโหลก" สุดลึกลับ

17 ธ.ค. 2025

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เปิดตำนาน "พระพิฆเนศปางยืนบนหัวกะโหลก" สุดลึกลับ

หากคุณเป็นสายประวัติศาสตร์หรือสายมูที่หลงใหลในงานศิลปะชั้นสูง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร คือจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาด สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงที่เก็บรักษาโบราณวัตถุล้ำค่าของชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ประดิษฐานของประติมากรรมที่มีความสำคัญระดับโลกและมีความลึกลับซ่อนอยู่ โดยเฉพาะ "พระพิฆเนศปางยืนบนหัวกะโหลก" ที่หาชมได้ยากยิ่งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งอยู่บริเวณ "พระราชวังบวรสถานมงคล" หรือวังหน้า เดิมทีเป็นที่ประทับของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล จุดเด่นของที่นี่คือสถาปัตยกรรมไทยอันงดงาม และการจัดแสดงโบราณวัตถุที่ครอบคลุมตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้มีความทันสมัย การจัดแสงและอุณหภูมิช่วยให้การเดินชมประวัติศาสตร์ไทยมีความน่าสนใจและถ่ายรูปสวยงามมากยิ่งขึ้นไฮไลท์ห้ามพลาด: พระพิฆเนศปางยืนบนหัวกะโหลก (ศิลปะชวา)ท่ามกลางเทวรูปมากมายในห้องจัดแสดง อาคารมหาสุรสิงหนาท มีประติมากรรมชิ้นหนึ่งที่ดึงดูดสายตานักท่องเที่ยวและผู้ศรัทธาเป็นอย่างมาก นั่นคือ พระพิฆเนศสลักจากหินภูเขาไฟ ซึ่งเป็นศิลปะชวาตะวันออก (ศิลปะสิงหัดส่าหรี) จากประเทศอินโดนีเซียความหมายของ "การเหยียบหัวกะโหลก"พระพิฆเนศองค์นี้มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากที่เราคุ้นเคยทั่วไป คือ "ประทับนั่งบนฐานหัวกะโหลกมนุษย์" และมีเครื่องประดับที่ทำจากกะโหลก ซึ่งมีนัยสำคัญทางพุทธศาสนานิกายมหายานตันตระการเอาชนะความตาย: หัวกะโหลกเป็นสัญลักษณ์ของความตายและการแตกดับ การที่พระองค์ประทับอยู่เหนือหัวกะโหลก สื่อถึงการอยู่เหนือวัฏสงสารและการเอาชนะอวิชชาพลังอำนาจและการคุ้มครอง: ในลัทธิความเชื่อแบบตันตระ รูปลักษณ์ที่ดูน่าเกรงขามนี้มีไว้เพื่อขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและสิ่งอัปมงคลขั้นรุนแรงความแปลกตาที่หาดูยาก: พระพิฆเนศปางนี้สะท้อนถึงอิทธิพลของลัทธิไศวนิกายที่ผสมผสานกับความเชื่อท้องถิ่นในชวา ซึ่งถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่ทางพิพิธภัณฑ์เก็บรักษาไว้ข้อมูลการเข้าชมและพิกัดสถานที่: ถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร (ใกล้กับสนามหลวง)เวลาทำการ: วันพุธ – วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์และวันอังคาร) เวลา 09:00 – 16:00 น.ค่าเข้าชม: คนไทย 30 บาท / ชาวต่างชาติ 200 บาทการมาเยือน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ไม่ใช่แค่การมาดูของเก่า แต่คือการมาเชื่อมต่อกับภูมิปัญญาและพลังศรัทธาของบรรพบุรุษ โดยเฉพาะการได้ชม พระพิฆเนศเหยียบหัวกะโหลก ที่จะทำให้คุณได้เห็นมุมมองใหม่ขององค์พระพิฆเนศที่เต็มไปด้วยอำนาจและความขลังเขียนโดย : เบญญาภา แนบเนียน