ลอดโบสถ์ล้างอาถรรพ์ ที่วัดนาคปรก

Temple & Mutelu

ลอดโบสถ์ล้างอาถรรพ์ ที่วัดนาคปรก

21 ธ.ค. 2024

วันนี้ ATIME จะพาสายมู ไปมูรับความปังส่งท้ายปี และไปลอดโบสถ์ล้างอาถรรพ์กันที่ วัดนาคปรก ตั้งอยู่ ในแขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีผู้ คนมากมายต่างพากันไปสักการะกราบไหว้ ภายในวัดมีให้ชาวสายมูอย่างเราได้ชมบ้าง ไปดูกัน


เข้ามาเราก็จะเจอกับพญานาคสีขาวองค์ใหญ่ ตั้งอยู่ด้านหน้า โดยจะมีช่องบรรจุดวงใจนาค ให้เรานำเหรียญบาทไปใส่ อธิษฐานขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล

ต่อมาก็มากราบไหว้ หลวงพ่อนาคปรก พระพุทธรูปปางมารวิชัยสัมฤทธิ์ เป็นพระประธานในวิหาร มีพญานาค 7 เศียรแผ่พังพาน ถือเป็นพระนาคปรกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร แถมยังได้ชมภาพจิตรกรรมฝาผนัง ภายในพระวิหารมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่งดงาม เป็นศิลปะจีนแบบมหายาน

มาต่อกันที่การรอดพระอุโบสถ หรือ โบสถ์ของวัดนาคปรก เป็นโบสถ์ที่มีอายุอานามตามที่มีการระบุเอาไว้ว่ามีอายุหลักร้อยปีขึ้นไป ทั้งนี้มีความเชื่อกันว่าหากผู้ ใดมีดวงชะตาที่ไม่ดีหรือต้องการยกปรับปรุงดวงชะตาก็ให้สามารถไปทำการรอดพระอุโบสถเสริมดวงชะตาได้

ใครกำลังอยากเสริมดวง วัดนาคปรกเป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และ เป็นสถานที่ที่ผู้คนนิยมมาสักการะขอพร สถานที่ทำบุญ หากใครที่มีโอกาส ควรไปเยี่ยมชมเพื่อสัมผัสความงดงาม ความศักดิ์สิทธิ์ และไปสักการะ กราบไหว้ เพื่อเป็นความสิริมงคลให้กับชีวิตกันสักครั้ง

พิกัด : วัดนาคปรก 

เปิด-ปิด : ตามปกติทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น

 

ผู้เขียน : พิชญาภา ญาติดุสดี

 


 

related Temple & Mutelu

"ศาลหลักเมืองรังสิต" สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพ และศรัทธาของชาวรังสิต

05 ก.พ. 2024

"ศาลหลักเมืองรังสิต" สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพ และศรัทธาของชาวรังสิต

"ศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่รังสิต" และ "ศาลหลักเมืองรังสิต" สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่กับชาวตลาดรังสิตมาอย่างยาวนาน และเป็นที่เคารพ ศรัทธา สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของพ่อค้าแม่ขายให้รักกันกลมเกลียวอีกด้วยจุดที่ 1 ไหว้เทวดาฟ้าดินจุดที่ 2 : ไหว้เทพเจ้าตั่วเหล่าเอี้ยจุดที่ 3 : ไหว้ปึงเถ่ากงม่าจุดที่ 4 : ไหว้เทพเจ้าโชคลาภจุดที่ 5 : ไหว้เทพอัคคีจุดที่ 6 : ไหว้ตี๋จู้เล่าเอี๊ยจุดที่ 7 : ไหว้เจ้าพ่อเสือจุดที่ 8 : ไหว้ศาลพระภูมิจุดที่ 9 : ไหว้ศาลหลักเมืองรังสิตหากใครได้มีเวลามาเดินซื้อของที่ตลาดรังสิต ลองแวะเข้ามาสักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองกันได้

พาไปไหว้ พระแม่ลักษมี ที่เกษรวิลเลจ ของาน โชคลาภ ความรัก

18 พ.ค. 2023

พาไปไหว้ พระแม่ลักษมี ที่เกษรวิลเลจ ของาน โชคลาภ ความรัก

ใครที่รู้สึกว่าช่วงนี้ทำอะไรก็ติดขัด การงานไม่ค่อยดี โชคลาภไม่มา แถมความรักก็นิ่งสนิท เราอยากชวนให้ทุกคนมาไหว้ พระแม่ลักษมี โดยหลายคนมักจะนิยมมาขอเรื่องความรักกัน แต่จริง ๆ แล้วรู้หรือไม่ว่า เราสามารถไหว้ขอพรพระแม่ลักษมีได้ทุกเรื่อง แถมยังเดินทางสะดวกสุด ๆ เพราะประดิษฐานอยู่ที่ชั้น 4 ศูนย์การค้าเกษร ใจกลางย่านราชประสงค์เลยก่อนจะไปไหว้ขอพร เราอยากพามาทำความรู้จักกับท่านกันสักนิด พระแม่ลักษมี เป็นเทวีแห่งโชคลาภ ความมั่งคั่งร่ำรวย และความอุดมสมบูรณ์ กำเนิดจากฟองน้ำเมื่อครั้งที่เหล่าเทวดาและอสูรกวนเกษียรสมุทร เพื่อทำน้ำอมฤต โดยขณะที่ผุดขึ้นมานั้น ท่านประทับนั่งในดอกบัว และพระหัตถ์ถือดอกบัว มีสิริโฉมงดงาม มีความเมตตา นอกจากนั้นยังเป็นพระชายาที่ซื่อสัตย์ของพระนารายณ์ ไม่ว่าพระนารายณ์จะอวตารไปเป็นปางใด พระแม่ลักษมีก็จะอวตารไปเป็นพระชายาด้วยเสมอ จึงเป็นเหตุที่ผู้คนนิยมมาไหว้ขอพรเรื่องความรักกันนั่นเอง แต่นอกจากความรักแล้ว ก็ยังสามารถขอพรเรื่องงาน การเจรจาค้าขาย และโชคลาภเงินทองได้ด้วยนะของไหว้พระแม่ลักษมี· ธูป 9 ดอก แต่ด้านบนห้ามจุดนะ ใช้ไหว้เฉย ๆ· ดอกไม้ 8 ดอก นิยมใช้ดอกบัว หรือดอกกุหลาบสีชมพู· ผลไม้รสอ่อน เช่น มะพร้าว แอปเปิ้ล· ขนมโมทกะ หรือขนมลาดู· น้ำเปล่า นม หรือน้ำอ้อย· ห้ามถวายอาหารที่มีเนื้อสัตว์ หรือไข่บทสวดบูชาพระพิฆเนศโอม ศรี คเณศายะ นะมะฮาบทสวดบูชาพระแม่ลักษมีนะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (3 จบ)นะโมเม องค์พระแม่ลักษมีผู้ศักดิ์สิทธิ์ ทีเปธูปะผานัง สักการะวันทนัง สุปัพพยันนัง โภชนานัง สปริวารัง อุททังวรัง อาคัจฉันตุ ปริภัณชันตุ สัพพุทติ หิตายะ สุขายะ สันติ อุเทวานัง เตปิถุมเหอนุรักขันติ อาคัจฉายะ อาคัจฉา หิมานิมามาขอเชิญองค์พระแม่ลักษมี ได้โปรดรับเครื่องสังเวย อันพวกข้าพเจ้าได้จัดถวายสักการะแด่ท่าน ขอท่านได้โปรดรับอย่างมีความสุข เมื่อท่านได้เสวยเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขอได้โปรดกำจัดอุปสรรคทั้งหลาย ราชภัย โจรภัย อัคคีภัย และโรคาภัยต่าง ๆ รวมทั้งทุกขเวทนาต่าง ๆ ขออย่าได้แผ้วพาน และในทุกกรณีที่มีปัญหาประการใด ขอให้ข้าพเจ้าเป็นผู้ชนะ และได้รับผลสำเร็จ ตามที่ข้าพเจ้าปรารถนาทุกประการ ฯเคล็ดลับในการขอพรพระแม่ลักษมีให้ได้ตามบรีฟ· แต่งชุดสีสันสดใส เน้นโทนสีแดง หรือสีชมพู· วันที่เหมาะแก่การขอพรพระแม่ลักษมีที่สุด คือ วันศุกร์· หากขอพรเรื่องความรัก แนะนำให้ใช้ดอกบัว 8 ดอก แอปเปิ้ลแดง 5-8 ผล· เริ่มจากสวดบูชาพระพิฆเนศก่อนเสมอ แล้วจึงสวดบูชาพระแม่ลักษมี· แนะนำตัวก่อน แล้วจึงบอกสิ่งที่ต้องการจะขอพร· แนะนำให้ขอพรเพียง 1 ข้อเท่านั้น และควรระบุให้ละเอียดมากที่สุด เพื่อให้พระแม่เข้าใจง่ายสามารถสักการะพระแม่ได้ที่ชั้น 4 ศูนย์การค้าเกษร บริเวณหัวมุมดาดฟ้า ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. หากเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ให้ลงสถานีชิดลม ทางออก 6 เดินเข้าเกษรวิลเลจ และกดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้น 4 ได้เลย โดยแนะนำว่าให้เตรียมของมาเองให้เรียบร้อย เนื่องจากด้านบนมีบริการแค่ธูปเท่านั้น สำหรับดอกไม้อาจจะต้องสั่งมาจากข้างนอก ส่วนของไหว้อื่น ๆ สามารถเดินไปซื้อที่ Big C ได้นะ

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย บูชาอย่างไรให้รวย? บทสวดเรียกทรัพย์ 2569

14 ก.พ. 2026

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย บูชาอย่างไรให้รวย? บทสวดเรียกทรัพย์ 2569

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เปิดตำราเทพแห่งความมั่งคั่งบูชาถูกวิธี ชีวิตเปลี่ยนเป็นเศรษฐี ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและความไม่แน่นอนสูง การมีความเก่งกาจในการทำธุรกิจเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายสำหรับความสำเร็จที่ยั่งยืน คนไทยเชื้อสายจีนและนักธุรกิจทั่วเอเชียจึงให้ความสำคัญกับ "ที่พึ่งทางใจ" เพื่อเสริมสร้างกำลังใจและดึงดูดพลังงานบวก และเมื่อเอ่ยถึงเทพเจ้าที่เป็นที่สุดแห่งเรื่องเงินทอง โชคลาภ และความมั่งคั่ง ชื่อแรกที่ทุกคนต้องนึกถึงคือ "เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย" (Cai Shen Ye) ทุกครั้งที่เวียนมาบรรจบถึงเทศกาลตรุษจีน ภาพที่คุ้นตาคือผู้คนจำนวนมากต่างจัดเตรียมโต๊ะไหว้เพื่อรอรับเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเข้าสู่เคหะสถานเป็นองค์แรกของปี แต่คุณมั่นใจแล้วหรือยังว่าคุณรู้จักท่านดีพอ? ท่านไม่ได้มีเพียงปางเดียว และการไหว้ขอพรก็มีเคล็ดลับที่ลึกซึ้งกว่าแค่การจุดธูป บทความนี้คือไกด์ฉบับสมบูรณ์ที่จะพาคุณไปรู้จักเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ประวัติความเป็นมาที่แท้จริง ขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้อง บทสวดและสถานที่ ไหว้ที่ไหน แล้วปังที่สุด เพื่อเตรียมตัวเปิดรับความเฮงเข้ากระเป๋าแบบจัดเต็มตำนาน "เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย" ประวัติและปางต่างๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (ในภาษาจีนแต้จิ๋ว) หรือ ไฉ่เสินเย่ (ในภาษาจีนกลาง) เขียนอักษรจีนว่า 財神 มีความหมายตรงตัวว่า "เทพเจ้าแห่งทรัพย์สิน" ชาวจีนเชื่อว่าท่านคือเทพชั้นสูงที่จะเสด็จลงมายังโลกมนุษย์ปีละ 1 ครั้ง ในช่วงเวลาเริ่มเข้าสู่วันตรุษจีน เพื่อประทานพรด้านโชคลาภ เงินตรา และความสำเร็จให้แก่ผู้ที่ศรัทธา แต่ความเข้าใจผิดของคนส่วนใหญ่คือคิดว่าท่านมีเพียงองค์เดียว แท้จริงแล้วตามตำนานจีนโบราณ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยแบ่งออกเป็น 2 ปางหลักๆ ตามลักษณะบุคลิกและหน้าที่ ซึ่งผู้บูชาควรเลือกให้เหมาะกับอาชีพของตนเอง ดังนี้ 1. ไฉ่ซิงเอี๊ยปางบุ๋น (ฝ่ายพลเรือน/ปัญญา) : เทพเจ้าปี่กาน (Bi Gan)ลักษณะเด่น: เป็นรูปขุนนางชั้นผู้ใหญ่ หน้าตายิ้มแย้ม ใจดี อบอุ่น สวมชุดขุนนางโบราณ มือข้างหนึ่งถือเล่มสมุดบัญชีหรือม้วนกระดาษ อีกข้างหนึ่งถือถุงเงินหรือก้อนทองประวัติและตำนาน: เชื่อกันว่าคือ "ปี่กาน" อัครมหาเสนาบดีในสมัยราชวงศ์ซาง ผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตอย่างหาที่สุดมิได้ ท่านถูกทรราชสั่งให้ควักหัวใจออกมาดูเพื่อพิสูจน์ความภักดี เมื่อท่านเสียชีวิต สวรรค์เห็นในความดีจึงแต่งตั้งให้เป็นเทพแห่งโชคลาภ โดยมีนัยยะว่า "เพราะท่านไม่มีหัวใจ ท่านจึงไม่มีความลำเอียง" ท่านจึงแจกจ่ายโชคลาภให้แก่ทุกคนอย่างยุติธรรมที่สุดเหมาะกับใคร: ผู้ที่รับราชการพลเรือน, พนักงานบริษัท, ผู้ที่ประกอบอาชีพค้าขายทั่วไป, นักวิชาการ, ที่ปรึกษา หรืออาชีพที่ใช้ปัญญาและความสามารถในการเจรจา ท่านจะช่วยให้การบริหารเงินราบรื่นและมีสติปัญญาในการหาทรัพย์ 2. ไฉ่ซิงเอี๊ยปางบู๊ (ฝ่ายการทหาร/นักรบ) : เทพเจ้าจ้าวกงหมิง (Zhao Gongming)ลักษณะเด่น: หน้าตาดุดัน น่าเกรงขาม สวมชุดเกราะนักรบ ขี่เสือโคร่งดุร้าย มือข้างหนึ่งถือกระบองเหล็กหรือดาบ อีกข้างถือถุงเงินหรือก้อนทอง บางครั้งจะเห็นท่านเหยียบเสืออยู่ประวัติและตำนาน: "จ้าวกงหมิง" เป็นแม่ทัพผู้เกรียงไกรที่มีฝีมือการรบเป็นเลิศ มีความกล้าหาญและรักษาสัจจะยิ่งชีพ ท่านสามารถปราบภูตผีปีศาจและศัตรูที่มาราวีได้ เชื่อกันว่าเสือที่ท่านขี่คือพาหนะที่ช่วยตะปบเงินทองเข้าหาเจ้านาย และช่วยเฝ้าทรัพย์สินไม่ให้รั่วไหลเหมาะกับใคร: เจ้าของธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง, ผู้ที่ต้องดูแลลูกน้องจำนวนมาก, ทหาร, ตำรวจ, นักธุรกิจสีเทา, ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ หรือผู้ที่ต้องการทวงหนี้สิน ท่านจะช่วยขจัดอุปสรรค ศัตรูคู่แข่ง และช่วยให้เก็บเงินอยู่เกร็ดความรู้เพิ่มเติม: นอกจากปางจีนแล้ว ในทางพุทธศาสนามหายานและทิเบต ยังมีการนับถือเทพเจ้าแห่งความร่ำรวยในรูปแบบของ "ท้าวกุเวร" (Vaisravana) หรือ "ชัมภล" (Jambhala) ซึ่งมีรูปลักษณ์และคติความเชื่อที่ใกล้เคียงกัน คือเป็นผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์ของโลกเช็คของไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย: เตรียมอย่างไรให้ถูกหลัก 5 หมู่มงคล การไหว้รับ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย นิยมทำในคืนวันซาจั๊บ (วันสิ้นปีจีน) ช่วงเวลาคาบเกี่ยวเข้าสู่วันตรุษจีน (โดยส่วนใหญ่คือเวลา 23.00 – 01.00 น.) สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ของแพง แต่คือ "ความหมาย" ของของไหว้และการจัดเตรียมด้วยความประณีต เราได้รวบรวมรายการของไหว้ที่ต้องมี โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อให้คุณเตรียมได้ง่ายๆ ดังนี้ 1. หมวดรูปเคารพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์รูปปั้น หรือ รูปภาพองค์ไฉ่ซิงเอี๊ย: หากไม่มีสามารถใช้ตัวอักษรจีนคำว่า "ไฉ่ซิงเอี๊ย" เขียนใส่กระดาษแดงแทนได้กระถางธูป: ควรใส่ข้าวสารให้เต็มกระถาง (สื่อถึงความกินดีอยู่ดี) และปักกิมฮวยเพื่อความสวยงามเทียนแดง 1 คู่: สื่อถึงแสงสว่างและความรุ่งโรจน์แจกันดอกไม้สด 1 คู่: นิยมใช้ดอกเบญจมาศ หรือดอกไม้มงคลที่มีสีสันสดใส 2. หมวดผลไม้มงคล (เลือก 3 หรือ 5 อย่าง)ส้ม: (ขาดไม่ได้) หมายถึง ทองคำ และความเป็นสิริมงคลกล้วยหอม: (ต้องมีหวีเครือสวย) หมายถึง กวักโชคลาภเข้ามา และให้ลูกหลานสืบสกุลสับปะรด: ภาษาจีนแต้จิ๋วเรียก "อั่งไล้" แปลว่า โชคลาภกำลังมาถึงองุ่น: หมายถึง ความงอกงามและความเจริญรุ่งเรืองแอปเปิ้ลแดง: หมายถึง ความสันติสุขและสุขภาพที่แข็งแรง 3. หมวดอาหารเจ (เจไฉ่) 5 อย่าง เนื่องจากเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเป็นเทพชั้นสูง การไหว้ด้วยอาหารเจจึงบริสุทธิ์ที่สุด ประกอบด้วยเห็ดหอม: หมายถึง ความมีชื่อเสียงวุ้นเส้น: หมายถึง อายุยืนยาวฟองเต้าหู้: หมายถึง ความร่ำรวย (รูปลักษณ์คล้ายทองคำ)ดอกไม้จีน: หมายถึง ความเบิกบานสาหร่ายทะเล: ภาษาจีนพ้องเสียงกับคำว่า ร่ำรวย 4. หมวดขนมและน้ำขนมจันอับ (จับกิ้ม): ขนมแห้ง 5 อย่าง สื่อถึงความหวานชื่นและความสามัคคีขนมถ้วยฟู หรือ ขนมสาลี่: สื่อถึงความเฟื่องฟู รุ่งเรืองน้ำชา 5 ถ้วย: น้ำชาถือเป็นเครื่องดื่มของเทพเจ้าน้ำสะอาด 5 แก้ว: เพื่อความใสสะอาดบริสุทธิ์ 5. หมวดของมงคลเรียกทรัพย์กระดาษเงินกระดาษทอง (หงิ่งเตี๋ย): จำนวน 12-13 แผ่น (ตามจำนวนเดือนในปฏิทินจีนปีนั้น)เทียบเชิญสีแดง และ สีเขียว: กระดาษสำหรับเขียนชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ของคนในครอบครัว เพื่อฝากดวงชะตากระเป๋าสตางค์ใบใหม่: ใส่ธนบัตร (เลขมงคล หรือแบงค์ใหม่) ไว้เต็มกระเป๋า เพื่อเป็นเคล็ดเรียกเงินสมุดบัญชีธนาคาร: วางไว้เพื่อขอพรให้ยอดเงินเพิ่มพูนขั้นตอนการไหว้และวิธีตั้งโต๊ะรับทรัพย์ เมื่อเตรียมของครบแล้ว ขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้พิธีการลื่นไหลและทรงพลังที่สุดขั้นตอนที่ 1: เช็คฤกษ์และทิศทาง ในแต่ละปี ทิศที่องค์ไฉ่ซิงเอี๊ยจะเสด็จลงมาจะแตกต่างกัน คุณต้องตรวจสอบปฏิทินจีนประจำปีนั้นๆ ว่าท่านมาทิศไหน ให้หันหน้าโต๊ะไหว้ไปทางทิศนั้นขั้นตอนที่ 2: การจัดโต๊ะ ตั้งโต๊ะไหว้ในที่โล่งแจ้ง หน้าบ้าน หรือดาดฟ้า (ต้องมองเห็นท้องฟ้า) ปูผ้าสีแดง จัดวางกระถางธูปไว้ด้านหน้าสุด ตามด้วยถ้วยน้ำชา/น้ำ และเรียงลำดับของไหว้ตามความเหมาะสม วางเทียบเชิญและกระดาษเงินกระดาษทองไว้ใกล้ๆขั้นตอนที่ 3: เริ่มพิธี เมื่อถึงฤกษ์มงคล ให้ผู้นำครอบครัวจุดธูป (3, 5, 9 หรือ 12 ดอก แล้วแต่ตำรา แต่ปกตินิยม 3 ดอกเพื่อระลึกถึง ไตรสรณคมน์ หรือ เทพเจ้า 3 ภพ) พร้อมจุดเทียนแดงขั้นตอนที่ 4: กล่าวคำเชิญและสวดมนต์ กล่าวชื่อ-นามสกุล ของตนเองและคนในครอบครัวอย่างชัดเจน แจ้งที่อยู่บ้านเลขที่ แล้วกล่าวเชิญเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยให้มารับเครื่องสักการะ (ดูบทสวดในหัวข้อถัดไป)ขั้นตอนที่ 5: ขอพร เมื่อสวดจบ ให้ตั้งจิตอธิษฐานขอพร "เน้นขอเรื่องโชคลาภและการงานโดยเฉพาะ" ขอให้ท่านประทานความมั่งคั่ง ขจัดอุปสรรคทางการเงินขั้นตอนที่ 6: ลาของไหว้และเผากระดาษ เมื่อธูปไหม้หมดไปประมาณครึ่งดอก ให้ทำการลาของไหว้ นำกระดาษเงินกระดาษทองและเทียบเชิญไปเผาในถังเผาขั้นตอนที่ 7: เชิญเข้าบ้าน (เคล็ดลับสำคัญ) เมื่อเผากระดาษเสร็จ ให้ทำการ "อัญเชิญกระถางธูป" และ "รูปปั้นเทพเจ้า" เข้าสู่ตัวบ้าน โดยให้คนถือเดินนำเข้าบ้านและวางบนหิ้งพระที่เตรียมไว้ เสมือนการเชิญท่านเข้ามาประทับให้พรตลอดปีบทสวดเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย หัวใจสำคัญของการสื่อสาร เพื่อให้จิตเป็นสมาธิและเชื่อมโยงกับพลังงานศักดิ์สิทธิ์ การสวดมนต์เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด นี่คือคาถาที่ได้รับความนิยมและเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์มากคาถาบูชาขอพร (แบบย่อ - สวดได้ทุกวัน)"โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา" (แนะนำให้สวด 3, 5, 9 หรือ 12 จบ เพื่อความเป็นสิริมงคล)คาถาบูชาเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (แบบเต็ม) (ตั้งนะโม 3 จบ ก่อนเริ่มสวด)"นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ" (3 จบ)"โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา โอม อา ฮูม โฮ ฌะ ขอนอบน้อมบูชา เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ผู้ประทานความมั่งคั่ง ร่ำรวย ข้าพเจ้าชื่อ (บอกชื่อ-นามสกุล) ขออัญเชิญบารมีแห่งท่าน โปรดดลบันดาลประทานพร ให้ข้าพเจ้าและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา กิจการค้ารุ่งเรือง ปราศจากอุปสรรคทั้งปวงด้วยเทอญ"เคล็ดลับขณะสวด: ให้พยายามทำจิตใจให้ว่าง ละเว้นความโลภโมโทสัน แต่ให้เน้นความรู้สึก "ขอบคุณ" และ "ศรัทธา" จินตนาการเห็นภาพแสงสีทองสว่างไสวโอบล้อมตัวเราและบ้านเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ไหว้ที่ไหน? แจก 4 พิกัดศักดิ์สิทธิ์รับทรัพย์ทั่วไทย สำหรับใครที่ไม่สะดวกจัดโต๊ะไหว้ที่บ้าน หรือต้องการพลังเสริมดวงแบบคูณสอง การเดินทางไปไหว้ที่ศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงเรื่อง เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย คือทางเลือกที่ดีเยี่ยม เราคัดมาให้แล้วกับ 4 สถานที่ยอดฮิต 1. วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) - เยาวราช ตำนานแห่งย่านไชน่าทาวน์ ที่นี่คือศูนย์รวมจิตใจของคนไทยเชื้อสายจีน ภายในประดิษฐานเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยปางมหายานที่แกะสลักอย่างงดงามและดูเข้มขลังจุดเด่น: สามารถทำบุญแก้ชงไปพร้อมๆ กับการขอพรโชคลาภได้ในที่เดียว 2. ศาลเจ้าพ่อเสือ - เสาชิงช้า ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ในการขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าที่นี่มีเทพเจ้าแห่งโชคลาภประดิษฐานอยู่ด้วย โดยเฉพาะใครที่ทำธุรกิจแล้วติดขัด มีศัตรูคู่แข่งเยอะ ต้องมาที่นี่จุดเด่น: ขอพรเรื่องอำนาจบารมีคู่กับการเงิน (ปางบู๊จะเด่นมากที่นี่) 3. วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม (ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ) - อ่างศิลา ชลบุรี ศาลเจ้าที่ยิ่งใหญ่ตระการตาและสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในไทย มีอาคาร 4 ชั้น ประดิษฐานเทพเจ้าครบทุกองค์ รวมถึงไฉ่ซิงเอี๊ยที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากจุดเด่น: บรรยากาศดี สถาปัตยกรรมสวยงาม เหมาะกับการพาครอบครัวไปเที่ยวและไหว้พระ 4. เทวาลัยพระพิฆเนศ - ห้วยขวาง แหล่งรวมสายมูเตลูใจกลางเมือง แม้จะเป็นเทวาลัยพราหมณ์ แต่มีการประดิษฐานเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเพื่อให้คนทำงานกลางคืนและคนรุ่นใหม่ได้กราบไหว้จุดเด่น: เดินทางสะดวกด้วย MRT และเปิดตลอด 24 ชั่วโมงความมั่งคั่งเริ่มที่ "ศรัทธา" และการ "ลงมือทำ" การบูชา เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่เป็นกุศโลบายอันชาญฉลาดของบรรพบุรุษ ที่สอนให้เรารู้จักการ "ตั้งเป้าหมาย" (ผ่านการอธิษฐาน) การ "เตรียมความพร้อม" (ผ่านการจัดโต๊ะไหว้) และการ "มีสติรู้ตื่น" (ผ่านการสวดมนต์) เมื่อคุณมีจิตใจที่สงบ มั่นคง และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังบวกจากการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการนำพลังใจนั้นไปขับเคลื่อนการทำงานด้วยความขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์ และมีคุณธรรม ดั่งเช่นประวัติของท่านไฉ่ซิงเอี๊ยทั้งสองปาง เมื่อศรัทธาประสานกับการลงมือทำ ความสำเร็จและความร่ำรวยย่อมรอคุณอยู่ที่ปลายทางอย่างแน่นอนค่ะ

ไหว้ขอพร สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง "ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร"

05 ก.พ. 2024

ไหว้ขอพร สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง "ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร"

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวกรุงเทพ "ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร" สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจที่สำคัญ ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ และเป็นที่เสริมความเป็นสิริมงคลมาจนถึงปัจจุบันนี้"ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร" ตั้งอยู่บริเวณมุมด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสนามหลวง ถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่ผู้คนมากมายนิยมมากราบไหว้ขอความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง ทั้งในช่วงขึ้นปีใหม่ ขึ้นศักราชใหม่ จะเนืองแน่นไปด้วยผู้คน เพราะมีความเชื่อว่า เราต้องทำสิ่งดี ๆ เพื่อเปิดดวง เปิดชีวิตในปีใหม่นั่นเองขั้นตอนในการไหว้สักการะขอพรภายในศาลหลักเมือง มีทั้งหมด 5 จุด เริ่มต้นจากหอพระพุทธรูปองค์พระหลักเมือง จำลององค์พระหลักเมือง องค์จริงหอเทพารักษ์ทั้ง ๕เติมน้ำมันตะเกียง และสะเดาะเคราะห์เป็นอันเสร็จสิ้นการสักกาะระขอพรทั้ง 5 จุด ใครมีโอกาสได้เดินทางไปบริเวณสนามหลวง ลองหาเวลาแวะไปกราบไหว้ขอความเป็นสิริมงคลให้กับตัวคุณ เพื่อต้อนรับสิ่งดี ๆ เปิดรับสิ่งใหม่เข้ามาในชีวิต