ไหว้ขอพร "เซียนแปะโรงสี" เสริมดวงชะตา ปลดหนี้ เปิดประตูแห่งความรวย

Temple & Mutelu

ไหว้ขอพร "เซียนแปะโรงสี" เสริมดวงชะตา ปลดหนี้ เปิดประตูแห่งความรวย

19 ก.พ. 2024

สายบุญทั้งหลาย ที่กำลังมองหาที่ขอพรแบบใกล้กรุง ต้องมา "เซียนแปะโรงสี" สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนเคารพบูชา และนิยมมาขอพร ตั้งอยู่ภายในวัดศาลเจ้า วัดชื่อดังของจังหวัดปทุมธานี

"วัดศาลเจ้า" ถือว่าเป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัดปทุมธานี และเป็นที่นิยมของทั้งสายบุญ และสายกิน เพราะมาที่นี่ ได้ทั้งอิ่มบุญ และอิ่มใจ และอิ่มท้อง เดินชิล "ตลาดริมน้ำวัดศาลเจ้า" และไปไหว้ขอพรองค์เจ้าพ่อ "ปุง เถ่า กง" และอากงเซียนแปะ

เคล็ดลับการขอพรของที่นี่ จะมีลำดับเป็นขั้นตอน ต้องมาไหว้ขอพรที่บริเวณศาลาเก่าริมน้ำ และค่อยไปที่ศาลาหลังหลังใหม่ที่อยู่บริเวณด้านหน้าตลาด พร้อมแล้วไปมูกันเลย!

  • จุดที่ 1 ไหว้เทวดาฟ้าดิน
  • จุดที่ 2 ไหว้ศาลพระภูมิ
  • จุดที่ 3 ไหวเจ้าพ่อปุงเถ่ากง
  • จุดที่ 4 ไหว้เซียนแปะโรงสี
  • 2 จุดสุดท้าย นำธูปปักที่เสาข้างละ 1 ดอก

หลังจากได้ไหว้ขอพรองค์เจ้าพ่อเทียน กัว สื่อ ฮก กันเรียนร้อย เดินออกมาทางหน้าตลาดเลี้ยวซ้ายมายังที่ "ศาลา นที ทองศิริ" ศาลาแห่งใหม่ที่นิยมมากราบขอพรองค์เซียนแปะโรงสี

ขั้นตอนการไหว้ขอพรอากงเซียนแปะ

เสร็จจากขอพรอากงกันแล้ว ก็สามารถเอาผ้ายันต์ฟ้าประทานพรมาใส่กรอบ หรือจะหาของเสริมมูกันได้อีกด้วย

 

related Temple & Mutelu

ไหว้พระขอพร ที่วัดละหารไร่

26 ธ.ค. 2024

ไหว้พระขอพร ที่วัดละหารไร่

วันนี้ Atime ขอพาลูกเพจทุกคนไปไหว้พระขอพรที่ วัดละหารไร่ ตั้งอยู่ใน ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ซึ่งวัดแห่งนี้มีชื่อเสียงมาก ๆ ในช่วงของสมัยพระครูภาวนาภิรัติ หรือ หลวงปู่ทิม อิสริโก เป็นเจ้าอาวาส อย่างที่รู้กันว่าท่านเป็นเกจิอาจารย์ดังแห่งภาคตะวันออกนี่เองโดยไฮไลท์ของวัดแห่งนี้ จะเห็นได้แบบชัดเจนเลยก็คือ รูปหล่อของหลวงปู่ทิมองค์ใหญ่สีทองอร่าม ที่มองเห็นมาแต่ไกล ส่วนภายในวิหาร ก็จะมี รูปหล่อหลวงปู่ทิม และภาพวาดหลวงปู่ทิม ให้ได้สักการะกันอีกด้วย ไปจนถึง อัฐิธาตุหลวงปู่ทิม ที่ประดิษฐานอยู่ในศาลาเช่นเดียวกันค่ะภายในศาลาศิทรานุรักษ์ มีรูปหล่อองค์จำลองของหลวงปู่ทิมตั้งอยู่ เพื่อให้คนเข้าไปกราบไหว้บูชาขอพรเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ตัวเองหลังจากเดินสักการะหลวงปู่ทิมกันตามจุดต่าง ๆ แล้ว ก็อย่าลืมไปไหว้องค์พระเจดีย์ ซึ่งแม้ว่าหลวงปู่ทิมจะมรณภาพไปนานกว่า 90 ปีมาแล้ว แต่เราก็ยังได้เห็นชาวบ้าน นักท่องเที่ยว เดินทางมาสักการะกันอย่างไม่ขาดสายเลย เรียกได้ว่าเป็น วัดสวย อีกแห่งของ ระยอง ที่ควรไปไหว้ขอพรกันที่อยู่ : ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยองพิกัด : https://goo.gl/maps/uwPfnEVkLhPXUhLf7เปิดให้เข้าชม : 08.00-17.00 น.ผู้เขียน : จิตรกร ปะวะโขภาพ : เบญญาภา แนบเนียน

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย บูชาอย่างไรให้รวย? บทสวดเรียกทรัพย์ 2569

14 ก.พ. 2026

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย บูชาอย่างไรให้รวย? บทสวดเรียกทรัพย์ 2569

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เปิดตำราเทพแห่งความมั่งคั่งบูชาถูกวิธี ชีวิตเปลี่ยนเป็นเศรษฐี ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและความไม่แน่นอนสูง การมีความเก่งกาจในการทำธุรกิจเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายสำหรับความสำเร็จที่ยั่งยืน คนไทยเชื้อสายจีนและนักธุรกิจทั่วเอเชียจึงให้ความสำคัญกับ "ที่พึ่งทางใจ" เพื่อเสริมสร้างกำลังใจและดึงดูดพลังงานบวก และเมื่อเอ่ยถึงเทพเจ้าที่เป็นที่สุดแห่งเรื่องเงินทอง โชคลาภ และความมั่งคั่ง ชื่อแรกที่ทุกคนต้องนึกถึงคือ "เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย" (Cai Shen Ye) ทุกครั้งที่เวียนมาบรรจบถึงเทศกาลตรุษจีน ภาพที่คุ้นตาคือผู้คนจำนวนมากต่างจัดเตรียมโต๊ะไหว้เพื่อรอรับเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเข้าสู่เคหะสถานเป็นองค์แรกของปี แต่คุณมั่นใจแล้วหรือยังว่าคุณรู้จักท่านดีพอ? ท่านไม่ได้มีเพียงปางเดียว และการไหว้ขอพรก็มีเคล็ดลับที่ลึกซึ้งกว่าแค่การจุดธูป บทความนี้คือไกด์ฉบับสมบูรณ์ที่จะพาคุณไปรู้จักเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ประวัติความเป็นมาที่แท้จริง ขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้อง บทสวดและสถานที่ ไหว้ที่ไหน แล้วปังที่สุด เพื่อเตรียมตัวเปิดรับความเฮงเข้ากระเป๋าแบบจัดเต็มตำนาน "เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย" ประวัติและปางต่างๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (ในภาษาจีนแต้จิ๋ว) หรือ ไฉ่เสินเย่ (ในภาษาจีนกลาง) เขียนอักษรจีนว่า 財神 มีความหมายตรงตัวว่า "เทพเจ้าแห่งทรัพย์สิน" ชาวจีนเชื่อว่าท่านคือเทพชั้นสูงที่จะเสด็จลงมายังโลกมนุษย์ปีละ 1 ครั้ง ในช่วงเวลาเริ่มเข้าสู่วันตรุษจีน เพื่อประทานพรด้านโชคลาภ เงินตรา และความสำเร็จให้แก่ผู้ที่ศรัทธา แต่ความเข้าใจผิดของคนส่วนใหญ่คือคิดว่าท่านมีเพียงองค์เดียว แท้จริงแล้วตามตำนานจีนโบราณ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยแบ่งออกเป็น 2 ปางหลักๆ ตามลักษณะบุคลิกและหน้าที่ ซึ่งผู้บูชาควรเลือกให้เหมาะกับอาชีพของตนเอง ดังนี้ 1. ไฉ่ซิงเอี๊ยปางบุ๋น (ฝ่ายพลเรือน/ปัญญา) : เทพเจ้าปี่กาน (Bi Gan)ลักษณะเด่น: เป็นรูปขุนนางชั้นผู้ใหญ่ หน้าตายิ้มแย้ม ใจดี อบอุ่น สวมชุดขุนนางโบราณ มือข้างหนึ่งถือเล่มสมุดบัญชีหรือม้วนกระดาษ อีกข้างหนึ่งถือถุงเงินหรือก้อนทองประวัติและตำนาน: เชื่อกันว่าคือ "ปี่กาน" อัครมหาเสนาบดีในสมัยราชวงศ์ซาง ผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตอย่างหาที่สุดมิได้ ท่านถูกทรราชสั่งให้ควักหัวใจออกมาดูเพื่อพิสูจน์ความภักดี เมื่อท่านเสียชีวิต สวรรค์เห็นในความดีจึงแต่งตั้งให้เป็นเทพแห่งโชคลาภ โดยมีนัยยะว่า "เพราะท่านไม่มีหัวใจ ท่านจึงไม่มีความลำเอียง" ท่านจึงแจกจ่ายโชคลาภให้แก่ทุกคนอย่างยุติธรรมที่สุดเหมาะกับใคร: ผู้ที่รับราชการพลเรือน, พนักงานบริษัท, ผู้ที่ประกอบอาชีพค้าขายทั่วไป, นักวิชาการ, ที่ปรึกษา หรืออาชีพที่ใช้ปัญญาและความสามารถในการเจรจา ท่านจะช่วยให้การบริหารเงินราบรื่นและมีสติปัญญาในการหาทรัพย์ 2. ไฉ่ซิงเอี๊ยปางบู๊ (ฝ่ายการทหาร/นักรบ) : เทพเจ้าจ้าวกงหมิง (Zhao Gongming)ลักษณะเด่น: หน้าตาดุดัน น่าเกรงขาม สวมชุดเกราะนักรบ ขี่เสือโคร่งดุร้าย มือข้างหนึ่งถือกระบองเหล็กหรือดาบ อีกข้างถือถุงเงินหรือก้อนทอง บางครั้งจะเห็นท่านเหยียบเสืออยู่ประวัติและตำนาน: "จ้าวกงหมิง" เป็นแม่ทัพผู้เกรียงไกรที่มีฝีมือการรบเป็นเลิศ มีความกล้าหาญและรักษาสัจจะยิ่งชีพ ท่านสามารถปราบภูตผีปีศาจและศัตรูที่มาราวีได้ เชื่อกันว่าเสือที่ท่านขี่คือพาหนะที่ช่วยตะปบเงินทองเข้าหาเจ้านาย และช่วยเฝ้าทรัพย์สินไม่ให้รั่วไหลเหมาะกับใคร: เจ้าของธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง, ผู้ที่ต้องดูแลลูกน้องจำนวนมาก, ทหาร, ตำรวจ, นักธุรกิจสีเทา, ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ หรือผู้ที่ต้องการทวงหนี้สิน ท่านจะช่วยขจัดอุปสรรค ศัตรูคู่แข่ง และช่วยให้เก็บเงินอยู่เกร็ดความรู้เพิ่มเติม: นอกจากปางจีนแล้ว ในทางพุทธศาสนามหายานและทิเบต ยังมีการนับถือเทพเจ้าแห่งความร่ำรวยในรูปแบบของ "ท้าวกุเวร" (Vaisravana) หรือ "ชัมภล" (Jambhala) ซึ่งมีรูปลักษณ์และคติความเชื่อที่ใกล้เคียงกัน คือเป็นผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์ของโลกเช็คของไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย: เตรียมอย่างไรให้ถูกหลัก 5 หมู่มงคล การไหว้รับ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย นิยมทำในคืนวันซาจั๊บ (วันสิ้นปีจีน) ช่วงเวลาคาบเกี่ยวเข้าสู่วันตรุษจีน (โดยส่วนใหญ่คือเวลา 23.00 – 01.00 น.) สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ของแพง แต่คือ "ความหมาย" ของของไหว้และการจัดเตรียมด้วยความประณีต เราได้รวบรวมรายการของไหว้ที่ต้องมี โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อให้คุณเตรียมได้ง่ายๆ ดังนี้ 1. หมวดรูปเคารพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์รูปปั้น หรือ รูปภาพองค์ไฉ่ซิงเอี๊ย: หากไม่มีสามารถใช้ตัวอักษรจีนคำว่า "ไฉ่ซิงเอี๊ย" เขียนใส่กระดาษแดงแทนได้กระถางธูป: ควรใส่ข้าวสารให้เต็มกระถาง (สื่อถึงความกินดีอยู่ดี) และปักกิมฮวยเพื่อความสวยงามเทียนแดง 1 คู่: สื่อถึงแสงสว่างและความรุ่งโรจน์แจกันดอกไม้สด 1 คู่: นิยมใช้ดอกเบญจมาศ หรือดอกไม้มงคลที่มีสีสันสดใส 2. หมวดผลไม้มงคล (เลือก 3 หรือ 5 อย่าง)ส้ม: (ขาดไม่ได้) หมายถึง ทองคำ และความเป็นสิริมงคลกล้วยหอม: (ต้องมีหวีเครือสวย) หมายถึง กวักโชคลาภเข้ามา และให้ลูกหลานสืบสกุลสับปะรด: ภาษาจีนแต้จิ๋วเรียก "อั่งไล้" แปลว่า โชคลาภกำลังมาถึงองุ่น: หมายถึง ความงอกงามและความเจริญรุ่งเรืองแอปเปิ้ลแดง: หมายถึง ความสันติสุขและสุขภาพที่แข็งแรง 3. หมวดอาหารเจ (เจไฉ่) 5 อย่าง เนื่องจากเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเป็นเทพชั้นสูง การไหว้ด้วยอาหารเจจึงบริสุทธิ์ที่สุด ประกอบด้วยเห็ดหอม: หมายถึง ความมีชื่อเสียงวุ้นเส้น: หมายถึง อายุยืนยาวฟองเต้าหู้: หมายถึง ความร่ำรวย (รูปลักษณ์คล้ายทองคำ)ดอกไม้จีน: หมายถึง ความเบิกบานสาหร่ายทะเล: ภาษาจีนพ้องเสียงกับคำว่า ร่ำรวย 4. หมวดขนมและน้ำขนมจันอับ (จับกิ้ม): ขนมแห้ง 5 อย่าง สื่อถึงความหวานชื่นและความสามัคคีขนมถ้วยฟู หรือ ขนมสาลี่: สื่อถึงความเฟื่องฟู รุ่งเรืองน้ำชา 5 ถ้วย: น้ำชาถือเป็นเครื่องดื่มของเทพเจ้าน้ำสะอาด 5 แก้ว: เพื่อความใสสะอาดบริสุทธิ์ 5. หมวดของมงคลเรียกทรัพย์กระดาษเงินกระดาษทอง (หงิ่งเตี๋ย): จำนวน 12-13 แผ่น (ตามจำนวนเดือนในปฏิทินจีนปีนั้น)เทียบเชิญสีแดง และ สีเขียว: กระดาษสำหรับเขียนชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ของคนในครอบครัว เพื่อฝากดวงชะตากระเป๋าสตางค์ใบใหม่: ใส่ธนบัตร (เลขมงคล หรือแบงค์ใหม่) ไว้เต็มกระเป๋า เพื่อเป็นเคล็ดเรียกเงินสมุดบัญชีธนาคาร: วางไว้เพื่อขอพรให้ยอดเงินเพิ่มพูนขั้นตอนการไหว้และวิธีตั้งโต๊ะรับทรัพย์ เมื่อเตรียมของครบแล้ว ขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้พิธีการลื่นไหลและทรงพลังที่สุดขั้นตอนที่ 1: เช็คฤกษ์และทิศทาง ในแต่ละปี ทิศที่องค์ไฉ่ซิงเอี๊ยจะเสด็จลงมาจะแตกต่างกัน คุณต้องตรวจสอบปฏิทินจีนประจำปีนั้นๆ ว่าท่านมาทิศไหน ให้หันหน้าโต๊ะไหว้ไปทางทิศนั้นขั้นตอนที่ 2: การจัดโต๊ะ ตั้งโต๊ะไหว้ในที่โล่งแจ้ง หน้าบ้าน หรือดาดฟ้า (ต้องมองเห็นท้องฟ้า) ปูผ้าสีแดง จัดวางกระถางธูปไว้ด้านหน้าสุด ตามด้วยถ้วยน้ำชา/น้ำ และเรียงลำดับของไหว้ตามความเหมาะสม วางเทียบเชิญและกระดาษเงินกระดาษทองไว้ใกล้ๆขั้นตอนที่ 3: เริ่มพิธี เมื่อถึงฤกษ์มงคล ให้ผู้นำครอบครัวจุดธูป (3, 5, 9 หรือ 12 ดอก แล้วแต่ตำรา แต่ปกตินิยม 3 ดอกเพื่อระลึกถึง ไตรสรณคมน์ หรือ เทพเจ้า 3 ภพ) พร้อมจุดเทียนแดงขั้นตอนที่ 4: กล่าวคำเชิญและสวดมนต์ กล่าวชื่อ-นามสกุล ของตนเองและคนในครอบครัวอย่างชัดเจน แจ้งที่อยู่บ้านเลขที่ แล้วกล่าวเชิญเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยให้มารับเครื่องสักการะ (ดูบทสวดในหัวข้อถัดไป)ขั้นตอนที่ 5: ขอพร เมื่อสวดจบ ให้ตั้งจิตอธิษฐานขอพร "เน้นขอเรื่องโชคลาภและการงานโดยเฉพาะ" ขอให้ท่านประทานความมั่งคั่ง ขจัดอุปสรรคทางการเงินขั้นตอนที่ 6: ลาของไหว้และเผากระดาษ เมื่อธูปไหม้หมดไปประมาณครึ่งดอก ให้ทำการลาของไหว้ นำกระดาษเงินกระดาษทองและเทียบเชิญไปเผาในถังเผาขั้นตอนที่ 7: เชิญเข้าบ้าน (เคล็ดลับสำคัญ) เมื่อเผากระดาษเสร็จ ให้ทำการ "อัญเชิญกระถางธูป" และ "รูปปั้นเทพเจ้า" เข้าสู่ตัวบ้าน โดยให้คนถือเดินนำเข้าบ้านและวางบนหิ้งพระที่เตรียมไว้ เสมือนการเชิญท่านเข้ามาประทับให้พรตลอดปีบทสวดเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย หัวใจสำคัญของการสื่อสาร เพื่อให้จิตเป็นสมาธิและเชื่อมโยงกับพลังงานศักดิ์สิทธิ์ การสวดมนต์เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด นี่คือคาถาที่ได้รับความนิยมและเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์มากคาถาบูชาขอพร (แบบย่อ - สวดได้ทุกวัน)"โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา" (แนะนำให้สวด 3, 5, 9 หรือ 12 จบ เพื่อความเป็นสิริมงคล)คาถาบูชาเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (แบบเต็ม) (ตั้งนะโม 3 จบ ก่อนเริ่มสวด)"นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ" (3 จบ)"โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา โอม อา ฮูม โฮ ฌะ ขอนอบน้อมบูชา เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ผู้ประทานความมั่งคั่ง ร่ำรวย ข้าพเจ้าชื่อ (บอกชื่อ-นามสกุล) ขออัญเชิญบารมีแห่งท่าน โปรดดลบันดาลประทานพร ให้ข้าพเจ้าและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา กิจการค้ารุ่งเรือง ปราศจากอุปสรรคทั้งปวงด้วยเทอญ"เคล็ดลับขณะสวด: ให้พยายามทำจิตใจให้ว่าง ละเว้นความโลภโมโทสัน แต่ให้เน้นความรู้สึก "ขอบคุณ" และ "ศรัทธา" จินตนาการเห็นภาพแสงสีทองสว่างไสวโอบล้อมตัวเราและบ้านเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ไหว้ที่ไหน? แจก 4 พิกัดศักดิ์สิทธิ์รับทรัพย์ทั่วไทย สำหรับใครที่ไม่สะดวกจัดโต๊ะไหว้ที่บ้าน หรือต้องการพลังเสริมดวงแบบคูณสอง การเดินทางไปไหว้ที่ศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงเรื่อง เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย คือทางเลือกที่ดีเยี่ยม เราคัดมาให้แล้วกับ 4 สถานที่ยอดฮิต 1. วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) - เยาวราช ตำนานแห่งย่านไชน่าทาวน์ ที่นี่คือศูนย์รวมจิตใจของคนไทยเชื้อสายจีน ภายในประดิษฐานเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยปางมหายานที่แกะสลักอย่างงดงามและดูเข้มขลังจุดเด่น: สามารถทำบุญแก้ชงไปพร้อมๆ กับการขอพรโชคลาภได้ในที่เดียว 2. ศาลเจ้าพ่อเสือ - เสาชิงช้า ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ในการขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าที่นี่มีเทพเจ้าแห่งโชคลาภประดิษฐานอยู่ด้วย โดยเฉพาะใครที่ทำธุรกิจแล้วติดขัด มีศัตรูคู่แข่งเยอะ ต้องมาที่นี่จุดเด่น: ขอพรเรื่องอำนาจบารมีคู่กับการเงิน (ปางบู๊จะเด่นมากที่นี่) 3. วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม (ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ) - อ่างศิลา ชลบุรี ศาลเจ้าที่ยิ่งใหญ่ตระการตาและสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในไทย มีอาคาร 4 ชั้น ประดิษฐานเทพเจ้าครบทุกองค์ รวมถึงไฉ่ซิงเอี๊ยที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากจุดเด่น: บรรยากาศดี สถาปัตยกรรมสวยงาม เหมาะกับการพาครอบครัวไปเที่ยวและไหว้พระ 4. เทวาลัยพระพิฆเนศ - ห้วยขวาง แหล่งรวมสายมูเตลูใจกลางเมือง แม้จะเป็นเทวาลัยพราหมณ์ แต่มีการประดิษฐานเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเพื่อให้คนทำงานกลางคืนและคนรุ่นใหม่ได้กราบไหว้จุดเด่น: เดินทางสะดวกด้วย MRT และเปิดตลอด 24 ชั่วโมงความมั่งคั่งเริ่มที่ "ศรัทธา" และการ "ลงมือทำ" การบูชา เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่เป็นกุศโลบายอันชาญฉลาดของบรรพบุรุษ ที่สอนให้เรารู้จักการ "ตั้งเป้าหมาย" (ผ่านการอธิษฐาน) การ "เตรียมความพร้อม" (ผ่านการจัดโต๊ะไหว้) และการ "มีสติรู้ตื่น" (ผ่านการสวดมนต์) เมื่อคุณมีจิตใจที่สงบ มั่นคง และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังบวกจากการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการนำพลังใจนั้นไปขับเคลื่อนการทำงานด้วยความขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์ และมีคุณธรรม ดั่งเช่นประวัติของท่านไฉ่ซิงเอี๊ยทั้งสองปาง เมื่อศรัทธาประสานกับการลงมือทำ ความสำเร็จและความร่ำรวยย่อมรอคุณอยู่ที่ปลายทางอย่างแน่นอนค่ะ

บูชาพระแม่กาลี คือใคร ช่วยเรื่องอะไร พร้อมบทสวดและวิธีไหว้

13 มี.ค. 2026

บูชาพระแม่กาลี คือใคร ช่วยเรื่องอะไร พร้อมบทสวดและวิธีไหว้

รู้จัก "พระแม่กาลี" เทวีแห่งการทำลายล้างสิ่งชั่วร้าย บูชาอย่างไรให้ปัง!หากพูดถึงเทพฮินดูที่มีรูปลักษณ์ดุดัน น่าเกรงขาม และดูน่ากลัวในสายตาของผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นศึกษา หลายคนคงนึกถึง "พระแม่กาลี" อย่างแน่นอน ด้วยภาพจำของสตรีที่มีผิวกายสีดำสนิท แลบลิ้นยาว สวมสร้อยคอที่ทำจากหัวกะโหลก และในมือถือดาบพร้อมหัวของอสูร ทำให้บางคนอาจรู้สึกกลัวและไม่กล้าที่จะเข้าใกล้แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูน่าสะพรึงกลัวนั้น พระแม่กาลีเปรียบเสมือน "มารดา" ผู้เปี่ยมล้นไปด้วยความรักและความเมตตาต่อบุตรของพระองค์ (ผู้ศรัทธา) พระองค์พร้อมที่จะออกมาปกป้องและทำลายล้างสิ่งชั่วร้าย อุปสรรค และศัตรูที่เข้ามาทำร้ายผู้ที่ศรัทธาในพระองค์พระแม่กาลี คือใคร? เปิดตำนานเทวีผู้ทรงพลังแห่งจักรวาลพระแม่กาลี คือใคร ตอบได้สั้นๆ ว่า พระองค์คือปางหนึ่งของ "พระแม่อุมาเทวี" (ชายาของพระศิวะ) ที่อวตารลงมาเพื่อปราบอสูรโดยเฉพาะตามตำนานในคัมภีร์ฮินดู เล่าว่ามีอสูรตนหนึ่งชื่อ "อสูรทารุณ" (Raktabija) ที่ได้รับพรวิเศษจากพระพรหมว่า หากเลือดของอสูรตนนี้หยดลงพื้นดินเมื่อใด เลือดทุกหยดจะกลายเป็นอสูรตนใหม่ที่ทรงพลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ไม่มีเทพองค์ใดสามารถสังหารอสูรตนนี้ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นพระอินทร์ พระพรหม หรือแม้แต่พระนารายณ์เมื่อความเดือดร้อนแผ่ขยายไปทั่วทั้งสามโลก พระแม่อุมาเทวีจึงทนไม่ได้ พระองค์ได้บำเพ็ญตบะจนเกิดเป็นร่างอวตารที่มีความดุร้ายและทรงพลังอำนาจสูงสุด นั่นก็คือ "พระแม่กาลี" ในการต่อสู้ พระแม่กาลีได้ใช้ดาบตัดหัวอสูรทารุณ และเพื่อไม่ให้เลือดหยดลงพื้นดิน พระองค์จึงได้แลบลิ้นที่ยาวและใหญ่โตออกมารองรับเลือดของอสูรและดื่มกินจนหมดสิ้น ทำให้เผ่าพันธุ์ของอสูรทารุณถูกสูญสิ้นไปในที่สุด แต่ด้วยความเมามายในรสเลือดและอารมณ์โกรธที่พุ่งพล่าน พระแม่กาลีได้เต้นรำด้วยความบ้าคลั่งจนโลกเกิดความสั่นสะเทือน ร้อนถึง พระศิวะ ต้องลงมานอนขวางพื้นไว้ เมื่อพระแม่กาลีเผลอเหยียบลงบนยอดอกของพระสวามี พระองค์ก็ตกใจและแลบลิ้นออกมาด้วยความละอายใจ สติจึงกลับคืนมา และโลกก็กลับสู่ความสงบสุขอีกครั้งรูปลักษณ์และสัญลักษณ์ของพระแม่กาลี บ่งบอกถึงอะไร?ในทางปรัชญาของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู รูปลักษณ์ที่ดูดุดันของพระแม่กาลีไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้ผู้คนหวาดกลัว แต่ทุกสัดส่วนล้วนมีความหมายแฝงที่ลึกซึ้งผิวกายสีดำสนิท: หมายถึง ความเป็นนิรันดร์ กาลเวลาที่ไร้จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด สีดำคือสีที่ดูดซับทุกสี เป็นตัวแทนของความว่างเปล่าและสัจธรรมแห่งจักรวาลการแลบลิ้น: หมายถึง ความละอายใจเมื่อรู้ตัวว่าเหยียบลงบนอกของพระศิวะ นอกจากนี้ยังสื่อถึงการดูดกลืนกิเลส ตัณหา และความชั่วร้ายทั้งปวงสร้อยคอหัวกะโหลก 50 หัว: เป็นตัวแทนของตัวอักษรภาษาสันสกฤตทั้ง 50 ตัว สื่อถึงความรู้และภูมิปัญญา นอกจากนี้ยังหมายถึงการทำลายอีโก้ (Ego) หรือความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนกระโปรงที่ทำจากแขนคน: แขนและมือคือสัญลักษณ์ของการกระทำ (กรรม) พระแม่กาลีสวมมันไว้เพื่อปลดปล่อยผู้ศรัทธาออกจากบ่วงกรรมพระหัตถ์ทั้ง 4: มือซ้ายบนถือดาบสัญลักษณ์ของการใช้ปัญญาตัดความโง่เขลามือซ้ายล่างถือหัวอสูร: การตัดขาดจากอีโก้และความลุ่มหลงมือขวาบนทำปางประทานพร: ประทานความสำเร็จและความกล้าหาญมือขวาล่างทำปางห้ามมาร: ปกป้องคุ้มครองผู้ศรัทธาจากภัยอันตรายพระแม่กาลีช่วยเรื่องอะไร? ทำไมสายมูถึงต้องบูชาหลายคนอาจสงสัยว่าด้วยภาพลักษณ์ที่ดุร้าย พระแม่กาลีช่วยเรื่องอะไรบ้าง? ขอบอกเลยว่าพุทธคุณ (ตามความเชื่อ) ของพระองค์นั้นครอบคลุมและทรงพลังมาก โดยเฉพาะในเรื่องของการพลิกฟื้นดวงชะตาและการปกป้องคุ้มครอง ดังนี้1. ขจัดศัตรูและอุปสรรคชิ้นใหญ่หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาที่แก้ไม่ตก มีคู่แข่งทางการค้าที่เล่นไม่ซื่อ หรือมีเพื่อนร่วมงานที่คอยแทงข้างหลัง การขอพรกับพระแม่กาลีจะช่วยปัดเป่าคนพาลและสิ่งกีดขวางเหล่านั้นให้ออกไปจากชีวิต ทำให้ทางเดินของคุณราบรื่นขึ้น2. ป้องกันคุณไสย มนต์ดำ และวิญญาณร้ายด้วยความที่พระองค์คือมหาเทวีผู้ทำลายล้างความชั่วร้าย พลังงานด้านลบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคุณไสย อาถรรพ์ หรือสิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็น จะไม่สามารถกล้ำกรายผู้ที่บูชาพระแม่กาลีอย่างศรัทธาได้เลย3. ประทานความกล้าหาญและความมั่นใจสำหรับผู้ที่รู้สึกอ่อนแอ ขาดความมั่นใจ หรือตกอยู่ในสถานะที่ถูกเอาเปรียบ (โดยเฉพาะผู้หญิงที่ถูกรังแก) พระแม่กาลีจะประทานพลังใจ ความกล้าหาญ และความเด็ดขาด เพื่อให้คุณลุกขึ้นสู้และทวงคืนความยุติธรรมให้กับตนเอง4. เสริมดวงการงานและธุรกิจที่กำลังติดขัดใครที่ทำธุรกิจแล้วขาดทุน หรือการงานสะดุด การบูชาพระแม่จะช่วย "ล้าง" พลังงานแย่ๆ และเปิดทางให้กับการเริ่มต้นใหม่ที่ดีกว่าเดิม นำพาความสำเร็จและชัยชนะมาให้เตรียมของไหว้บูชาพระแม่กาลี (ฉบับทำได้ด้วยตัวเอง)การบูชาพระแม่กาลีนั้นเน้นไปที่ความบริสุทธิ์ใจและของถวายที่มี "สีแดง" เป็นหลัก เนื่องจากสีแดงสื่อถึงพลังงาน เลือดของอสูร (กิเลส) และชัยชนะ สิ่งที่ควรเตรียมมีดังนี้ของถวายที่ควรมี:ดอกไม้สีแดง เช่น ดอกชบาแดง (พระองค์โปรดปรานมากที่สุด), ดอกกุหลาบแดง หรือดอกบัวแดงน้ำเปล่า และ น้ำหวานสีแดงผลไม้สีแดง หรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะนาว (นิยมใช้มะนาวเสียบพวงมาลัยถวาย), ทับทิม, แอปเปิ้ลแดงขนมหวานที่ไม่มีส่วนผสมของไข่และเนื้อสัตว์ (ห้ามเด็ดขาด)กำยาน หรือ ธูป (แนะนำให้ใช้กลิ่นเครื่องเทศ กลิ่นมะลิ หรือกลิ่นจันทน์หอม)น้ำมันงา สำหรับจุดประทีปข้อห้ามในการถวายของ:ห้ามถวายเนื้อสัตว์ทุกชนิด (แม้ในตำนานจะกล่าวถึงการดื่มเลือด แต่ในการบูชาของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูในปัจจุบัน เน้นความบริสุทธิ์และละเว้นการเบียดเบียนสัตว์)ห้ามถวายของมึนเมาวิธีบูชาและขั้นตอนการขอพรที่ถูกต้องชำระร่างกาย: อาบน้ำ ล้างมือ ล้างหน้าให้สะอาด และทำจิตใจให้สงบก่อนเริ่มพิธีบูชาพระพิฆเนศก่อนเสมอ: ตามกฎของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ต้องสวดบูชาพระพิฆเนศเป็นอันดับแรกเสมอ (โอม ศรี คเณศายะ นะมะฮา - 3 จบ)ถวายของบูชา: นำดอกไม้ น้ำแดง ผลไม้ และขนม วางถวายที่หน้าหิ้งหรือรูปปั้นของพระแม่กาลีจุดธูปหรือกำยาน: ถวายแสงสว่างและกลิ่นหอมสวดมนต์บูชาพระแม่กาลี: ตั้งสมาธิ มองไปที่พระพักตร์ของพระองค์ (หรือบริเวณดวงตาที่สาม) แล้วเริ่มสวดมนต์การขอพร: บอกชื่อ-นามสกุลของคุณอย่างชัดเจน เล่าปัญหาที่คุณกำลังเผชิญ และขอให้พระองค์ช่วยปัดเป่าอุปสรรคข้อแนะนำ: ควรขอพรในสิ่งที่ถูกต้องและมีศีลธรรม ไม่ควรขอให้พระองค์ไปทำร้ายใครที่ไม่ได้ทำผิดต่อเราพระแม่กาลี บทสวด และคาถาบูชาเพื่อการเชื่อมต่อพลังงานที่ทรงพลานุภาพ นี่คือ พระแม่กาลี บทสวดที่นิยมใช้กัน คุณสามารถเลือกสวดบทใดบทหนึ่งตามความสะดวก แต่สิ่งสำคัญคือสมาธิและความศรัทธาบทสวดแบบสั้น“โอม กาลี มาตา นะมะฮา”บทสวดแบบยาว“โอม ศรี มาฮา กาลี เก ไนะมะฮาโอม กาลี กาลี กาลี ฮารา ฮารา ฮาราศักติ มาฮาเทวี คาลีมาทาอปัทยามิ สารณังคัชชามิ”ความหมายของบทสวด: ขอนอบน้อมแด่พระแม่กาลี ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ ความเป็นสิริมงคล ผู้ปกป้องคุ้มครองจากภัยอันตราย ผู้ทรงสวมสร้อยหัวกะโหลก ขอนอบน้อมแด่พระแม่ทุรคา ผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาให้อภัย พระแม่ผู้เป็นที่พึ่งพา ขอนอบน้อมแด่พระองค์ด้วยความเคารพอย่างสูงสุดสถานที่ไหว้พระแม่กาลีในประเทศไทย ที่สายมูต้องไปเยือนหากคุณไม่มีหิ้งบูชาที่บ้าน หรือต้องการไปรับพลังงานบวกในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ในประเทศไทยมีสถานที่ประดิษฐานองค์พระแม่กาลีที่ได้รับความนิยม ดังนี้วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก สีลม)สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันดับหนึ่ง ศูนย์รวมความศรัทธาของชาวฮินดูและสายมูในไทย ภายในประดิษฐานองค์พระแม่กาลีที่ทรงความศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง (คำแนะนำ: ควรแต่งกายสุภาพ และปฏิบัติตามกฎของวัดอย่างเคร่งครัด)วิหารพระแม่กาลี พัทยาอีกหนึ่งสถานที่ที่ผู้คนนิยมไปกราบไหว้ขอพร โดยเฉพาะเรื่องการปลดหนี้ ขจัดศัตรู และขอความเจริญก้าวหน้าในธุรกิจศาลพระทักษิณกาลี (เทวาลัยศิวะมหาเทพ ขอนแก่น)สำหรับชาวอีสานที่ต้องการไปกราบไหว้ขอพรพระแม่กาลีโดยไม่ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯจากทั้งหมดที่กล่าวมา คงจะช่วยคลายข้อสงสัยได้แล้วว่า พระแม่กาลี คือใคร และ พระแม่กาลีช่วยเรื่องอะไร พระองค์ไม่ใช่เทพแห่งความโหดร้ายตามที่หลายคนหวาดกลัว แต่ทรงเป็น "มารดาแห่งจักรวาล" ที่พร้อมจะกลายร่างเป็นนักรบผู้แข็งแกร่งเพื่อปกป้องลูกๆ ของพระองค์จากภัยอันตราย ความชั่วร้าย และความอยุติธรรมทั้งปวง การหมั่นสวดมนต์ พระแม่กาลี บทสวด พร้อมกับการลงมือทำหน้าที่ของตนเองอย่างซื่อสัตย์สุจริต จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้พระองค์ประทานพรแห่งชัยชนะและความสำเร็จมาสู่ชีวิตคุณได้อย่างแน่นอน

อยากเฮงต้องทำ! 8 สิ่งทำแล้วเฮงในวันตรุษจีน

01 ก.พ. 2024

อยากเฮงต้องทำ! 8 สิ่งทำแล้วเฮงในวันตรุษจีน

วันตรุษจีนนั้นเป็นวันสำคัญของชาวจีนรวมถึงคนไทยเชื้อสายจีนจำนวนมาก เพื่อเป็นการต้อนรับเทศกาลสำคัญเราจึงรวบรวม 8 สิ่งที่ทำแล้วเฮงตลอดปีมาฝากทุกคน1.ไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ และไหว้ผีไม่มีญาติวันที่ชาวจีนไหว้เจ้านั้นเรียกกว่า “ วันซาจั๊บ ” โดยมักจะทำในช่วงเช้าหลังจากที่ไหว้เจ้าในบ้าน คือ ตีจูเอี๊ยะและไหว้บรรพบุรุษ โดยของไหว้จะมีทั้งอาหารคาวและอาหารหวานมากน้อยขึ้นอยู่กับฐานะผู้ไหว้ จากนั้นในตอนเที่ยงจะไหว้ผีไร้ญาติโดยไหว้เสร็จจะจุดประทัดจากนั้นใช้ข้าวสาร เกลือหรืออาหารกระป๋องผสมกันแล้วนำมาโปรยเพื่อขับไล่สิ่งที่ไม่ดีให้หมดไป2.ทำพิธีรับ“ไฉ่ สิ่ง เอี้ยะ”ไฉ่ สิ่ง เอี้ยะ เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภและยังเป็นเทพพิทักษ์ทรัพย์อีกด้วย จะช่วยดลบันดาลความมั่งมีศรีสุข ร่ำรวยโชคลาภเงินทองไหลมาเทมาตลอดทั้งปี ดังนั้นเมื่อถึงช่วงวันตรุษจีนผู้คนจึงนิยมทำพิธีรับเท โดยจะทำในช่วงเวลาหลังเที่ยงคืนของวันซาจั๊บจนถึงก่อนเวลาตีหนึ่ง3.ติด“ตุ๊ยเลี้ยง”หรือคำอวยพรปีใหม่ชาวจีนนิยมประดับป้ายคำอวยพร ซึ่งจะเขียนด้วยตัวอักษร 7 ตัว เป็นคำกลอน ส่วนมากจะอวยพรให้ทำมาค้าขึ้น มั่งมีเงินทอง โดยนำมาติดตามสองข้างประตูบ้านและต้องมีอีก 1 แผ่นสำหรับติดทางขวางตรงกลางทางเข้า-ออก แผ่นนี้จะต้องเขียนคำว่า “ ชุก ยิบ เผ่ง อัง ” ซึ่งมีความหมายว่า เข้า-ออกโดยปลอดภัย4.กินเจมื้อแรกของปีในวันชิวอิกคนไทยเชื้อสายจีนมีความเชื่อว่า การกินเจในมื้อแรกของการเริ่มต้นปีจะทำให้ได้บุญเหมือนการกินเจตลอดทั้งปี5.รวมญาติกินเกี๊ยววันตรุษจีนคือการรวมญาติของชาวจีนที่จะเดินทางมาร่วมโต๊ะอาหารกันในมื้อสุดท้ายก่อนวันขึ้นปีใหม่ โดยอาหารที่ขาดไม่ได้คือ “เกี๊ยว” เพราะเกี๊ยวมีลักษณะคล้ายเงินของจีน คนจึงกินเป็นเคล็ดว่าเรียกเงินเรียกทอง ความมั่งคั่งและทรัพย์ทั้งปวง6.อวยพรผู้ใหญ่ธรรมเนียมที่ต้องปฏิบัติในวันแรกของปีใหม่จีน ทุกคนจะต้องนำส้ม 4 ผล ไปกราบขอพรผู้ใหญ่ โดยผู้ใหญ่ซึ่งเป็นเจ้าบ้าน ก็จะเตรียมเมล็ดแตงโมย้อมสีแดงไว้รวมถึงลูกสมอจีนเอาไว้รอรับแขกอยู่แล้ว และเมื่อมีผู้มาอวยพรพร้อมกับส้ม 4 ผล เจ้าบ้านก็จะรับส้มมา 2 ผล พร้อมกับนำส้มในบ้านตนเองไปวางคืนให้กับแขก 2 ผล7.ใส่เสื้อผ้าสีสันสดใสเชื่อว่าการซื้อเสื้อผ้าใหม่มาใส่ในวันตรุษจีน จะทำให้มีสิ่งใหม่ดีๆเข้ามาในปีนี้ และการใส่เสื้อผ้าสีสันสดใสเช่นสีแดง ส้ม เขียว เหลือง ม่วง น้ำเงิน จะทำให้ชีวิตสว่างสดใส โดยเฉพาะสีแดง เนื่องจากเป็นสีแห่งความสุข ความสำเร็จ ความโชคดีและเป็นมงคลแก่ชีวิต8.อั่งเปาผู้ใหญ่จะให้อั่งเปาคนอายุน้อยกว่า โดยหมายถึงการอวยพรให้เด็กๆโชคดี มีโชคลาภ เจริญเติบโตแข็งแรงและก่อนรับซองหรือของขวัญควรกล่าวกับผู้ใหญ่ "ซินเจียยู่อี่ซินนี้ฮวดใช้" เพื่อเป็