MORI CAFE คาเฟ่สไตล์มินิมอล ที่สายมัจฉะห้ามพลาด!

Food & Beverage

MORI CAFE คาเฟ่สไตล์มินิมอล ที่สายมัจฉะห้ามพลาด!

21 เม.ย. 2025

คาเฟ่บรรยากาศอบอุ่นน่ารัก ย่านพุทธมณฑลสาย 4 ที่แอดมินอยากแนะนำวันนี้ คือร้าน “MORI CAFE” เป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ตกแต่งร้านด้วยสีขาวสะอาดตา และเสริมด้วยไม้ และหน้าต่างทรงโค้งสุดคลาสสิก เพื่อเพิ่มความโฮมมี่ ทั้งที่คาเฟ่นี้มีมุมถ่ายรูปมากมาย ที่รับรองว่าถ่ายรูปมุมไหนก็สวยแบบได้รูปแน่นอน!


MORI CAFE มีที่นั่งแบ่งออกเป็น 2 โซน ได้แก่  indoor และ outdoor ที่เงียบสงบ และมีวิวสวนต้นไม้ที่ร่มรื่นอยู่รอบ ๆ เหมาะกับการมานั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือมานั่งเล่นชิลล์ ๆ ในวันหยุด จะมากับเพื่อน หรือมาคนเดียวก็ได้ฟีลสบายใจ


ที่ร้าน MORI CAFE  มีเมนูเครื่องดื่ม และขนมให้เลือกหลากหลาย แต่เมนูที่มาแล้วห้ามพลาดคงจะเป็นเครื่องดื่มสายมัจฉะต่าง ๆ! วันนี้แอดมินเลยเลือกเครื่องดื่มเป็น "มัจฉะลูกตาล"  ชาเขียวมัทฉะ กลิ่นหอม รสชาติเข้มข้น ตัดกับน้ำลูกตาล ท็อปด้วยเนื้อลูกตาลสด เหมาะสำหรับใครที่อยากเริ่มดื่มมัจฉะ 

ทานคู่กับ Ham&Cheese Bagel ขนมปังเนื้อนุ่น อบใหม่ร้อน ๆ จากเตา สอดไส้แฮมแผ่นโต ด้านบนโรยชีสเบิร์นหอม ๆ หน้าตาดูดี ทานคู่กับ "มัจฉะลูกตาล" คือเข้ากันสุด ๆ 

ใครกำลังมองหาคาเฟ่บรรยากาศ เครื่องดื่มสดชื่น ขนมอร่อย และมุมถ่ายรูปสวย ๆ แนะนำให้แวะมาที่ MORI CAFE เลย แล้วคุณจะได้รูปลงไอจีเพียบ พร้อมพลังงานดีๆ กลับไปแน่นอน!
 

  • พิกัด : MORI CAFE 
  • 202 ถ. พรานนก - พุทธมณฑลสาย 4 แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
  • เวลา : ทุกวัน 8.00 - 18.00 น.
  • เบอร์โทร : 065 987 9722

ผู้เขียน : ปาณิศา บุญรอด


 

related Food & Beverage

สเต็กราคาย่อมเยา SaM SteakandMore

20 ม.ค. 2025

สเต็กราคาย่อมเยา SaM SteakandMore

วันนี้ Atime มาแนะนำร้านสเต็กราคาย่อมเยาแถมรสชาติอร่อยไม่แพ้ร้านราคาแพง ๆ เลย ที่ร้าน SaM SteakandMore เมนูในร้านก็มีให้เลือกมากมาย ราคาประมาณ 79-300 บาท มีสเต๊กมากมายหลายเมนูให้เลือกทานกันค่ะ แต่ละเมนูก็อร่อย อิ่ม คุ้มมาก ๆ นอกจากเมนูสเต๊กแล้วยังมีเมนูพาสต้า สลัด และเฟรนช์ฟรายส์ให้ได้เลือกทานกันด้วยนะคะบรรยากาศหน้าร้านมีที่นั่งให้นั่งรอเพราะ ถ้าหากมาช่วงเย็นคิวจะเยอะมากเราก็สามารถนั่งรอได้สบาย ๆ ไม่ต้องยืนรอให้เมื่อยขามีเมนูให้เลือกสรรค์ไม่ว่าจะเป็นสเต็ก หรือสปาเกตตี้ สลัด ของทานเล่นที่สำคัญมีซอสให้เลือกเยอะมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นซอสพริกไทยดำ ซอสสไปร์ซี่ แซมซอส เทริยากิหรือแม้แต่ซอสต้มยำกุ้งยังมีเลยบอกเลยว่ามาร้านนี้ได้กินหลายอย่างมาก เมนูนับพันรอให้คุณมาชิมอยู่ ใครเป็นสายเนื้อสายหมูต้องมาที่นี่เลยSaM SteakandMoreสาขา เกษตรสาขา เมืองเอกสาขา ม.กรุงเทพเปิดให้บริการ 11.00 น. - 21.00 น.ผู้เขียน : จิตรกร ปะวะโข

CHILL ON พาเช็กอิน Chu Chocolate Bar & Cafe คาเฟ่ All-Day Dining ย่านสุขุมวิท 31

31 ก.ค. 2026

CHILL ON พาเช็กอิน Chu Chocolate Bar & Cafe คาเฟ่ All-Day Dining ย่านสุขุมวิท 31

วันนี้ CHILL ON ขอพาทุกคนไปเช็กอินคาเฟ่ใกล้แนวรถไฟฟ้า BTS ที่เหมาะทั้งกับการมานั่งกินอาหาร จิบเครื่องดื่ม หรือเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งทำงานในวันที่เริ่มเบื่อบ้านและออฟฟิศ กับ Chu Chocolate Bar Cafe ร้านอาหารสไตล์ All-Day Dining ที่ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31ที่นี่เป็นคาเฟ่ที่มีครบทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และขนม ตั้งแต่ชา กาแฟ มิลก์เชค ไปจนถึงไวน์ พร้อมเบเกอรี่และขนมหวานหลากหลายชนิดให้เลือก ภายในร้านยังมีครัวแบบเปิด ทำให้เราสามารถมองเห็นขั้นตอนการปรุงอาหารกันได้แบบเพลิน ๆร้านเปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเย็น แต่ส่วนตัวแอดมองว่าที่นี่เหมาะกับการมาฝากท้องในมื้อเช้าและมื้อกลางวันเป็นพิเศษ เพราะบรรยากาศของร้านให้ความรู้สึกสบาย ๆ เหมือนมานั่งเล่นอยู่ที่บ้านเพื่อน เนื่องจากทางร้านนำบ้านมาดัดแปลงเป็นคาเฟ่ และแบ่งพื้นที่ออกเป็นทั้งโซน Indoor และ Outdoor ให้เลือกนั่งตามสไตล์ที่ชอบวันไหนที่อากาศดี แอดแนะนำให้เลือกนั่งโซน Outdoor เลย เพราะแสงธรรมชาติสวยมาก ถ่ายรูปออกมาแล้วได้บรรยากาศดีสุด ๆ ส่วนใครที่กลัวว่าโซน Indoor จะรู้สึกอึดอัด บอกเลยว่าไม่ต้องห่วง เพราะด้านในแบ่งออกเป็นหลายมุม สามารถเลือกนั่งได้ตามความชอบ การตกแต่งเน้นความอบอุ่นและเป็นกันเอง ให้ความรู้สึกเหมือนแวะมานั่งชิลที่บ้านเพื่อนจริง ๆในส่วนของอาหาร ที่นี่เน้นเมนูสไตล์ตะวันตก มีให้เลือกทั้งพาสต้า เบอร์เกอร์ สเต๊ก และโทสต์ เมนูมีความหลากหลายและรสชาติดี ส่วนเครื่องดื่มก็จัดเต็มไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นมิลก์เชค ชา กาแฟ รวมถึงเมนูซิกเนเจอร์อย่าง ช็อกโกแลตร้อน ที่คนรักช็อกโกแลตไม่ควรพลาดนอกจากอาหารและเครื่องดื่มแล้ว ที่นี่ยังโดดเด่นเรื่องขนมหวาน มีทั้งเบเกอรี่ ขนมอบ เค้ก และเมนูยอดนิยมอย่างชูโรสให้เลือกสั่งอีกด้วยวันนี้แอดมานั่งทำงานคนเดียว เลยลองสั่งเมนู Norway Scramble มาทาน บอกเลยว่าอร่อยเกินคาด ตัวขนมปังซาวร์โดอบมากรอบกำลังดี โปะด้วยแซลมอนรมควัน ไข่คน และชีสโฮมเมด เสิร์ฟมาพร้อมผักสด เมื่อนำทุกอย่างมาทานด้วยกันแล้วเข้ากันมาก เป็นเมนูที่เหมาะกับมื้อเช้าหรือบรันช์สุด ๆปิดท้ายด้วยของหวานอย่าง Chocolate con Churros เมนูที่สังเกตเห็นว่าแทบทุกโต๊ะต้องสั่ง ชูโรสทอดมาใหม่ ๆ กรอบนอกนุ่มใน ตัวแป้งมีกลิ่นซินนามอนอ่อน ๆ เสิร์ฟคู่กับดิปช็อกโกแลตเนื้อข้นที่มีรสชาติเข้มข้น ไม่หวานจนเกินไป ใครที่ชอบดาร์กช็อกโกแลตหรือไม่ชอบขนมหวานจัด ๆ น่าจะถูกใจเมนูนี้แน่นอนเสียดายที่วันนี้แอดมาคนเดียว เลยสั่งอาหารมาลองได้ไม่เยอะ แต่บอกเลยว่าต้องกลับมาอีกครั้งแน่นอน เพราะยังมีอีกหลายเมนูที่เห็นแล้วอยากลอง ใครกำลังมองหาร้านนั่งชิล ร้านบรันช์ หรือมุมทำงานบรรยากาศอบอุ่นในย่านสุขุมวิท ลองแวะมาที่ Chu Chocolate Bar Cafe กันได้เลยพิกัดร้าน Chu Chocolate Bar Cafeร้าน: Chu Chocolate Bar Cafeที่ตั้ง: 18/1 ซอยสุขุมวิท 31 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110เวลาเปิด–ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 08.00–21.30 น.การเดินทาง: ใกล้ BTS พร้อมพงษ์ จากนั้นต่อรถเข้ามาภายในซอยสุขุมวิท 31ที่จอดรถ: มีที่จอดรถภายในบริเวณร้าน แต่จำนวนอาจมีจำกัดในช่วงที่มีลูกค้าเยอะ

รวมเมนูเด็ดที่มาสิงคโปร์แล้วต้องลอง (ฉบับรวบตึง)

27 เม.ย. 2023

รวมเมนูเด็ดที่มาสิงคโปร์แล้วต้องลอง (ฉบับรวบตึง)

หลังจากที่แอดลงคอนเทนต์รวมจุดเช็คอินสิงคโปร์ไปแล้ว ก็จะไม่พลาดเรื่องของกลิ่นอย่างแน่นอนค่ามาเริ่มกันที่ร้านแรกกันก่อนเลยSatay 8 : ร้านนี้จะอยู่ในย่านของกินแนวสตรีทที่ชื่อว่า Satay Street @ Lau Pa Satบรรยากาศแถวนั้นก็คือ จะมีแต่ร้านสะเต๊ะยาวหลายร้านเลย หน้าร้านจะมีโต๊ะเก้าอี้เต็มไปหมดเลย เราสามารถนั่งตรงไหนก็ได้มาพูดถึงสะเต๊ะกันบ้างดีกว่า แอดสั่งเป็นชุดเนื้อ แล้วก็กุ้ง ระหว่างที่รอ แอดเดินเข้าไปดูช่วงที่เค้าปิ้ง บอกเลยว่า เตาที่เค้าใช้คือเตาใหญ่มากกกกกก ส่วนเรื่องรสชาติไม่ต้องพูดถึงเลยว่า มันดีจริง ๆ (เพราะร้านที่แอดเลือกเป็นร้านที่คนต่อแถวเยอะที่สุด) สะเต๊ะเนื้อคือนุ่มมาก ตอนที่กัดไปคำแรก ได้กลิ่นของเครื่องเทศแต่ไม่ฉุนเครื่องเทศนะ ส่วนกุ้งตรงนี้แอดเลิ้บมาก ตรงที่แค่หยิบหัวกุ้งออกเราก็สามารถกินได้เลย รสชาติของกุ้งก็จะออกหวานๆหน่อย แต่ก็ยังได้กลิ่นเครื่องเทศอยู่เหมือนกัน ส่วนน้ำจิ้มจะเป็นน้ำจิ้มของสะเต๊ะเลย แต่ที่ร้านให้มา 3 ถ้วยใหญ่แบบจุกๆ เลยค่ะ รสชาติของน้ำจิ้มฟีลก็จะคล้ายๆของเราเลย แต่ของเค้าจะมีความเข้มข้นกว่าค่ะ รวมๆแล้ว อร่อยกำลังดีเลยค่ะHainanese Chicken Rice : ถ้าใครได้มาสิงคโปร์แอดจะจูงมือพาไปสั่งข้าวมันไก่ร้านนี้เลย เพราะมันอร่อยมาก แบบ กอไก่ แสนล้านตัวเลยค่ะ อร่อยแบบไม่น่าเชื่อ ตรงที่ ไก่นุ่มแบบ มันนุ่มไป มันนุ่มเกิน มันนุ่มจนเปื่อยเลย ขนาดหนังไก่ยังนุ่มแบบละลายในปาก ส่วนน้ำที่ราดไก่ แอดไม่ได้รู้สึกว่ามันเค็มจนเกินไป เหมือนเค้าคิดมาไว้แล้วจริงๆ แล้วแตงกว่าที่เอารองไว้ใต้ไก่ ตอนแรกแอดเข้าใจว่ามันต้องเค็มแน่ๆเลย แต่พอกินเข้าไปแล้ว งงมาก เพราะแตงกวาเย็นกำลังดีแล้วกรอบด้วย ส่วนข้าวที่ร้านนี้แอดอยากได้สูตรเลย เพราะข้าวนุ่มมาก เป็นเม็ดๆเลย พอกินทุกอย่างพร้อมกัน แอดบอกได้คำเดียว นิพพาน ขึ้นสวรรค์ไปเลยจ่ะSwee Choon Tim Sum : แล้วถ้าใครชอบติ่มซำฟังทางนี้เลยค่ะ เพราะร้านนี้แอดพูดได้เลยว่า อร่อยทุกอย่าง!! อร่อยแสงออกปาก ฟู่ววววเลย เมนูแรกที่อยากแนะนำเลยก็คือ เสี่ยวหลงเปา โอ้โหแบบโอ้โหเลย อะไรมันจะอร่อยขนาดนี้ พอกัดไปคำแรกแบบเล็กๆ ไส้หมูคือหวานฉ่ำ น้ำที่อยู่ในหมูมันอุ้มน้ำได้ดีมากเลย ระดับความอร่อย ก็ต้องยอมรับแหละว่า ร๊อนนนแบบตะโกน อย่าลืมเป่าก่อนด้วยด้วยน้า แอดเป็นห่วงลิ้น ส่วนข้าวหมูแดง ถ้ามากับเพื่อนแล้วไม่สั่งจะตีมือเลย เพราะมันอร่อยแบบไม่เหมือนใครจริงๆ หมูแดงชิ้นพอดีคำ หวานมันกำลังดี เรียกได้ว่า ฟิน!! ส่วนข้าวที่ร้านเค้าปรุงมาแล้วอย่างดีเลยค่ะ รสชาติจะออกหวานเค็ม แต่ที่ร้านจะใส่ไข่เค็มให้ด้วย ตอนแรกแอดก็งงว่ามันจะเข้ากันไหม แต่ปรากฏว่า พอได้กินทุกอย่างพร้อมกันแอดเข้าใจเลย เพราะมันเข้ากันมาก รวมรสชาติ หวาน มัน เค็ม ไว้ในจานเดียวเลย เอาเป็นว่า ร้านนี้ 2 เมนูนี้แอดแนะนำเลยค่ะ100 tangoing pagar road : ส่วนร้านนี้แอดไปเจอมาแบบงงๆเลยค่ะ ด้วยความที่อยากกินขนมหวานตบท้าย ก็เลยเดินหาอะไรกินแถวๆโรงแรม และที่ไปสะดุดกับร้านนี้เพราะรู้สึกว่า การตกแต่งร้านมันแปลกไปจากระแวกนั้นเอามากๆ ก็เลยเดินเข้าไปดูเมนูยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่ เอ๊ะ หรือว่าเราเป็นคนแปลกกันนะ หลังจากนั้นก็เลยเข้าไปในร้านกันค่ะ เลือกเมนูกันอยู่สักพักก็เลยตกลงปลงใจเลือกเมนู Black sesame paste with coconut ice cream เชื่อไหมทุกคน รสชาติมันเข้ากันมาก แบบงงสุดๆว่ามันเข้ากันได้ยังไง สีมันคล้ายๆหยินหยางเลย เอาความร้อนกับความเย็นมาอยู่ด้วยกัน ส่วนไอติมมะพร้าวเวลาละลายแล้ว มันหวานเข้ากันกับ แอดขอเรียกสิ่งนี้ว่า ซุปสังขยางาดำละกันนะคะ ความหนืดของนางจะคล้ายๆกับสังขยาบ้านเราเลย ส่วนรสชาติจะได้ฟีลงาดำ แต่อร่อยดีค่ะ พอกินแล้วรู้สึกสุขภาพดีขึ้นมาทันที ส่วน Soursop ice with lychee พอได้กินไปแล้วรู้สึกสดชื่นมาก ด้วยความที่ลิ้นจี่มันจะออกรสชาติเปรี้ยวหวาน บวกกับซอสมะม่วงที่ราดไว้อยู่ด้านบน อร่อยมาก สดชื่นสุดๆ ส่วนน้ำด้านล่างมันจะเป็นน้ำเฉาก๋วย มันดีมากเลย แอดอยากให้ไปลองเดี๋ยวจะมีรีแคปทริปสิงคโปร์ด้วยน้า อยากให้รอติดตามกันค่า

"KARASU IZAKAYA" อิซากายะ "อีกาสามขา" แบบฉบับญี่ปุ่น

21 พ.ย. 2023

"KARASU IZAKAYA" อิซากายะ "อีกาสามขา" แบบฉบับญี่ปุ่น

ใครกำลังมองหาที่นั่งผ่อนคลายยามเที่ยง หรือจะนั่งสังสรรค์เบา ๆ ในยามเย็น ถึงเวลาพาชาว Chill ทั้งหลาย ไปนั่งผ่อนคลาย สบายอารมณ์กันที่ย่านหมอชิต กับร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น "KARASU IZAKAYA" ร้านอิซากายะ เอาใจสายนั่งกิน นั่งดื่ม พร้อมแล้วไปลุยกันเลย"KARASU IZAKAYA" ร้านอิซากายะ "อีกาสามขา" ตั้งอยู่ที่ตึก S-OASIS วิภาวดี ถือได้ว่าเป็นร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น นั่งกิน นั่งดื่ม เอาใจชอบออฟฟิศย่านนี้เลยทีเดียว ภายในร้านก็จะตกแต่งแบบเรียบง่าย มีกลิ่นอายญี่ปุ่นนิด ๆ ให้ได้นั่งจิบ นั่งกิน มองพ่อครัว ทำอาหารไปเพลิน ๆ แบบสไตล์อิซากายะขนานแท้มาดูเมนูของที่นี่กันเลยดีกว่า เมนูของที่นี่ก็จะมีตั้งแต่แบบกินเล่น กินจริงจัง กินแบบกับแกล้ม ส่วนใครที่รักสุขภาพเมนูสลัดต่าง ๆ ที่นี่ก็มีให้เลือกสั่งอยู่น้า ส่วนใครสายดื่มบอกเลยว่ามีให้เลือกเพียบมาเริ่มต้นกันที่เมนู "ลาบแซลมอน" ถือได้ว่าเป็นความผสมผสานที่ลงตัวระหว่าง เครื่องปรุงแบบฉบับอีสาน และวัตถุดิบที่ลงตัว ทั้งเนื้อปลาแซลมอนที่สด คลุกเคล้ากับเครื่องลาบ แซ่บกำลังดีเลยใครเป็นสายของสด สายวาซาบิ บอกเลยต้องลองเมนูนี้ "ทาโกะวาซาบิ" ความสดของตัวปลาหมึก กับวาซาบิขนาดแท้ แบบจี๊ดขึ้นจมูก กินไปโล่งจมูก โล่งหูกันเลยทีเดียวเอาใจของทอดกันบ้าง "หนังปลาแซลมอนทอด" กรึ้บ กรึ้บ กรอบ กรอบ อร่อยเลยแหละเมนูนี้มาร้านอิซากายะ ถ้าไม่สั่งเมนูย่าง ๆ ก็เหมือนมาไม่ถึงน้า ใครสายเมนูย่างเช่น "เห็ดย่าง ไก่ย่าง ไส้ย่าง หมูย่าง" สั่งกันเพลินเลยทีนี้ เพราะเมนูมีให้เลือกเพียบสายเนื้อ บอกเลยว่าต้องโดนเมนูนี้ "เนื้อพิคานย่า" เนื้อวัวติดมันชั้นดี หั่นมาแบบพอดีคำปิดท้ายด้วยเมนูต้องโดน "ลิ้นวัว" เนื้อนุ่ม ๆ เหนียวนิด ๆ ทำมาแบบสุกกำลังพอดี ละมุนลิ้นสุด ๆ ไปเลย"KARASU IZAKAYA" เปิดบริการทุกวันจันทร์ ถึงเสาร์ (ปิดวันอาทิตย์) ตั้งแต่เวลา 11.00 - 23.00 น. วันเสาร์เปิดตั้งแต่เวลา 15.00 - 22.00 น. ใครกำลังมองหาทั้งมื้อเที้ยง มื้อเย็น หรือที่สังสรรค์จิบแบบเบา ๆ ลองแวะไปหาเจ้าอีกาสามขา กันได้เน้อ