15 ไอเดีย เพ้นต์เล็บธีมคริสต์มาส

Beauty & Health

15 ไอเดีย เพ้นต์เล็บธีมคริสต์มาส

11 ธ.ค. 2025

เทศกาลแห่งความสุขกำลังจะมาถึง! การเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่หัวจรดเท้าเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้ และ "เล็บ" ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ช่วยเพิ่มความสนุกสนานและบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าคุณจะชอบสไตล์น่ารักขี้เล่น, หรูหราวิบวับ, หรือเรียบง่ายแต่ดูดี เราได้รวบรวม 15 ไอเดียเพ้นท์เล็บธีมคริสต์มาส ที่กำลังอินเทรนด์มาฝาก รับรองว่าทำตามได้ง่าย หรือจะใช้เป็นแรงบันดาลใจให้ช่างทำเล็บของคุณ

สไตล์หรูหรา วิงค์วับ และคลาสสิก

ไอเดียสำหรับผู้ที่ต้องการความหรูหรา และยังคงไว้ซึ่งสีสันคลาสสิกของเทศกาลอย่างสีแดง เขียว และทอง

  • คริสต์มาสคลาสสิก แดง-เขียว-ขาว ลายตารางและโฮลลี่

การจับคู่สี แดงเบอร์กันดี (Maroon), เขียวเข้ม (Forest Green) และ สีครีม/ขาว ไม่มีวันตกยุค ลองเพิ่มลวดลายคลาสสิกอย่างลาย ตารางสก็อต (Tartan/Plaid) หรือเพ้นท์ลาย ใบฮอลลี่และลูกเบอร์รี (Holly Berries) ลงบนเล็บเพื่อเพิ่มความสวยงามแบบดั้งเดิม

  • ต้นคริสต์มาสสีทองอร่ามบนพื้นเข้ม

สำหรับคนที่ชอบความวิบวับเป็นพิเศษ ลองทาเล็บพื้นสีเขียวเข้มหรือสีน้ำตาลอมแดง แล้วใช้ กลิตเตอร์สีทอง วาดเป็นรูปทรง ต้นคริสต์มาส หรือทำเป็นดีไซน์ สลับกับเล็บกลิตเตอร์สีทองเต็มเล็บ จะช่วยเพิ่มมิติและดูหรูหราขึ้นทันที

  • เล็บแดงเมทัลลิคและกลิตเตอร์

สีแดงเป็นสีหลักของคริสต์มาส! เลือกทาสีแดงสดหรือแดงเข้มในรูปแบบ เงา (Glossy) หรือ ด้าน (Matte) ผสมกับการทาสีแดง กลิตเตอร์ (Glitter) เต็มเล็บ หรือทำเป็นปลายเล็บแบบ เฟรนช์ทิป (French Tip) เพื่อให้ลุคที่ดูแพงและโดดเด่นสะดุดตา

  • มินนี่ & มิกกี้ เฟรนช์ทิปคริสต์มาส

ใครที่รักตัวการ์ตูนสุดคลาสสิกอย่างมิกกี้และมินนี่ ลองดีไซน์ ปลายเล็บสีแดงขาว สลับกับเล็บที่เพ้นท์ลาย หูมิกกี้, โบว์, และใบฮอลลี่ บนพื้นสีนู้ด เป็นการผสมผสานความน่ารักและความหรูหราอย่างลงตัว

  • โบว์ผูกของขวัญหลากสี

เล็บสไตล์เรียบหรูที่เน้นการเพ้นท์ลายเส้น ลองใช้สีแดงสด, เขียว, และทอง วาดเป็นรูป โบว์ผูกของขวัญ (Ribbon Bow) บนพื้นเล็บสีนู้ดหรือสีขาว เป็นลุคที่ดูสะอาดตาแต่มีรายละเอียดที่น่ารักมากๆ ค่ะ

 

สไตล์ฤดูหนาวและเกล็ดหิมะ

เน้นสีโทนเย็นอย่างขาว น้ำเงิน และนู้ด พร้อมลวดลายที่สื่อถึงฤดูหนาวอย่างชัดเจน

  • ลายถักนิตติ้งและใบฮอลลี่มงกุฎ

เพิ่มเท็กซ์เจอร์ให้กับเล็บด้วยการเพ้นท์ลาย ถักนิตติ้ง (Sweater Nails) สีขาวนูนๆ สลับกับการเพ้นท์ลาย ใบฮอลลี่ สีแดง-เขียวบนพื้นเล็บสีนู้ด เป็นการจำลองลวดลายของเสื้อกันหนาวคริสต์มาสที่คุณชื่นชอบมาไว้บนเล็บ

  • สโนว์เฟล็กสีทองบนพื้นสีขาวสะอาดตา

หากต้องการความเรียบง่ายแต่ยังคงธีมคริสต์มาสไว้ ลองทาเล็บด้วย สีขาวครีม (Off-White) แล้วประดับด้วย สติ๊กเกอร์หรือเพ้นท์ลายเกล็ดหิมะสีทอง เล็กๆ และเพิ่มดีไซน์ลายเส้นมินิมอลอื่นๆ ลุคนี้ดูสะอาดตาและเข้ากับเสื้อผ้าได้ทุกสไตล์

  • ขนมปังขิง (Gingerbread Man) และขนมหวาน

แปลงโฉมเล็บให้กลายเป็นตู้ขนมคริสต์มาส! เพ้นท์ ตุ๊กตาขนมปังขิง, ไม้เท้าลูกกวาด (Candy Cane), พวงหรีด, หรือแม้แต่ลาย HO HO HO สีชมพู-แดงลงบนพื้นเล็บสีนู้ดหรือสีชมพูอ่อน เป็นไอเดียที่น่ารักและขี้เล่นสุดๆ

  • เกล็ดหิมะสีขาวบนปลายเล็บออมเบรกลิตเตอร์

เป็นหนึ่งในลายที่ได้รับความนิยมที่สุด! ทำเล็บทรงอัลมอนด์หรือโลงศพด้วยเทคนิค ออมเบร (Ombré) สีขาว/กลิตเตอร์ที่ปลายเล็บ และเพ้นท์ เกล็ดหิมะ (Snowflakes) สีขาวขนาดต่างๆ ลงไป เป็นลุคที่ดูอ่อนโยน โรแมนติก และเข้ากับบรรยากาศหิมะตกสุดๆ

  • ลายกวางเรนเดียร์และคริสต์มาสเฟรนช์ทิป

ใช้สีนู้ดเป็นพื้นฐาน แล้วเพ้นท์ลายต่างๆ ผสมกัน เช่น ลายกวางเรนเดียร์, เกล็ดหิมะ, ปลายเล็บสีขาวชมพูสลับลายทาง, และเพิ่มความวาวด้วย กลิตเตอร์สีทอง/น้ำตาล ที่เล็บใดเล็บหนึ่ง ลุคนี้ดูซอฟต์และน่ารักมากๆ ค่ะ

  • ลายเส้นสีเขียวเมทัลลิคกับเกล็ดหิมะ

สำหรับสายเขียว! ลองใช้สีเขียวเข้มในรูปแบบ เมทัลลิค (Metallic) หรือ Cat Eye สลับกับเล็บพื้นสีนู้ดที่เพ้นท์ ลายเส้นสีเขียว และ เกล็ดหิมะสีขาว ดีไซน์นี้ดูมีความทันสมัยและสวยงามไม่ซ้ำใคร

 

สไตล์น่ารักขี้เล่น

เน้นลวดลายน่ารักๆ ที่สื่อถึงขนม ของเล่น และความสนุกสนานของเทศกาล

  • สีเขียวและทองกับไฟประดับ

สำหรับเล็บยาว ลองใช้สีเขียวเข้มและสีทองสลับกัน แล้วเพ้นท์ลาย ต้นคริสต์มาสประดับไฟ (Christmas Tree) เป็นเส้นสายสีทองและจุดเล็กๆ สีแดง เป็นลุคที่ผสมผสานความน่ารักและหรูหราไว้ด้วยกัน

 

ไม่ว่าคุณจะเลือกดีไซน์ไหน อย่าลืมเตรียมพร้อมและดูแลสุขภาพเล็บให้แข็งแรงก่อนทำสีนะคะ

 

 

 

 

เขียนโดย  : เบญญาภา แนบเนียน

related Beauty & Health

ออกกำลังกายเวทเทรนนิ่ง เพิ่มกล้ามเนื้อ กระตุ้นระบบเผาผลาญ

02 ก.ย. 2025

ออกกำลังกายเวทเทรนนิ่ง เพิ่มกล้ามเนื้อ กระตุ้นระบบเผาผลาญ

หากพูดถึงการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง มีความเข้าใจผิดมากมายเกี่ยวกับการออกกำลังกายประเภทนี้ ด้วยคำนิยามที่เป็นการออกกำลังกายเพื่อสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ แต่หลายคนมักจะพูดด้วยคำว่าออกกำลังกายเพิ่มกล้าม ทำให้ตัวใหญ่ ตัวบวม หรือกล้ามใหญ่ จนผู้หญิงหลายคนอาจกลัวการออกกำลังกายประเภทนี้ แต่ความจริงแล้วการออกกำลังการเวทเทรนนิ่ง หากเลือกออกอย่างถูกต้องและพอดี ก็จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงไปพร้อม ๆ กับรูปร่างที่สวยงามมากขึ้น วันนี้ Chill on กินเที่ยว จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับการออกกำลังกายประเภทนี้ให้ละเอียดมากขึ้น และไขข้อเข้าใจผิดที่หลายคนยังไม่รู้ให้ถูกต้องการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง คืออะไร ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คอนเทนต์หรือเทรนด์เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและรูปร่างได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สังเกตง่าย ๆ ได้จากโซเชียลมีเดีย โดยหนึ่งในวิธีการออกกำลังกายที่ได้รับความสนใจจากทั้งผู้หญิงและผู้ชายทุกช่วงวัยก็คือ การเวทเทรนนิ่ง”หรือการฝึกกล้ามเนื้อด้วยแรงต้าน ซึ่งหลายคนอาจจะเคยได้ยินคำนี้อยู่บ่อย ๆ แต่ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเวทเทรนนิ่ง คือ อะไร และมีประโยชน์อย่างไรต่อร่างกาย เวทเทรนนิ่ง (Weight Training) คือ การออกกำลังกายที่เน้นการใช้น้ำหนัก ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักตัวหรืออุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เช่น ดัมเบล บาร์เบล หรือเครื่องออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มแรงต้านให้กล้ามเนื้อทำงานหนักขึ้น การออกแรงซ้ำ ๆ และสม่ำเสมอจะช่วยกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อ รวมถึงกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากรูปร่างที่ดูดีขึ้นแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วยเวทเทรนนิ่ง ช่วยเรื่องอะไรบ้าง การออกกำลังกายเวทเทรนนิ่ง ไม่ได้มีข้อดีแค่การทำให้รูปร่างผอมเพรียวหรือทำให้เห็นกล้ามเนื้อได้ชัดเจนเพียงเท่านั้น แต่การเวทเทรนนิ่งยังมีประโยชน์อีกหลายประการ ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต เช่นเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ: เมื่อเราอายุมากขึ้น มวลกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ ลดลง การทำเวทเทรนนิ่งเป็นประจำจะช่วยชะลอการสูญเสียกล้ามเนื้อ และยังสามารถเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ นอกจากนี้การไม่มีกล้ามเนื้อยังส่งผลเสียต่อความแข็งแรงของกระดูก เมื่อแก่ตัวขึ้นอาจทำให้ร่างกายไม่แข็งแรงเท่าที่ควรกระตุ้นระบบเผาผลาญ: กล้ามเนื้อมีบทบาทสำคัญในการเผาผลาญพลังงาน การมีกล้ามเนื้อที่มากขึ้นจะทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้น แม้ในช่วงเวลาที่ไม่ได้ออกกำลังกายก็ตาม สำหรับใครที่มีปัญหาด้านการเผาผลาญหรือกินน้อยแต่ยังอ้วน สามารถเลือกใช้วิธีออกกำลังกายเวทเทรนนิ่งเพื่อเพิ่มอัตราการเผาผลาญได้เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก: การฝึกเวทเป็นประจำจะช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อกระดูก ลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน ควรฝึกการออกกำลังกายให้เป็นนิสัยตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อลดปัญหาสุขภาพเมื่ออายุมากขึ้นช่วยควบคุมน้ำหนัก: การเพิ่มมวลกล้ามเนื้อช่วยให้การควบคุมน้ำหนักมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้น อีกทั้งยังทำให้รู้สึกสดชื่นมากขึ้นลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง: เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ฯลฯเพิ่มความมั่นใจในรูปร่าง: เมื่อรูปร่างกระชับ ดูดีขึ้น ย่อมส่งผลต่อความมั่นใจในตัวเองและภาพลักษณ์ในสังคมเวทเทรนนิ่งจำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสมอไปหรือไม่ คำถามยอดฮิตของคนที่เริ่มต้นออกกำลังกายแรก ๆ คือ การออกกำลังกายจำเป็นต้องมีอุปกรณ์หรือไม่, เวทเทรนนิ่งไม่มีอุปกรณ์สามารถทำได้ เพราะการออกกำลังกายเวทเทรนนิ่งไม่ได้หมายถึงการใช้อุปกรณ์เป็นตัวช่วยเสมอไป การออกกำลังกายเวทเทรนนิ่งไม่มีอุปกรณ์ เรียกกันว่า Bodyweight คือการเอาน้ำหนักตัวมาเป็นแรงต้าน ตัวอย่างของ Bodyweight เช่นSquat เพื่อฝึกต้นขาและก้นPush-up เพื่อฝึกกล้ามเนื้ออก แขน และไหล่Plank สำหรับเสริมความแข็งแรงของแกนกลางลำตัวLunges สำหรับเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของขาแนะนำตารางการออกกำลังกายให้ Balance ระหว่าง Cardio and Weight Trainingข้อควรระวังในการออกกำลังกาย แม้ว่าการเวทเทรนนิ่งจะมีประโยชน์มากมาย แต่หากทำผิดวิธี ก็อาจก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บหรือผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ จึงควรระมัดระวังดังนี้อย่าฝืนมากเกินไป: สำหรับผู้เริ่มต้นออกกำลังในช่วงแรก ควรเริ่มใช้ดัมเบลน้ำหนักเบา หรือเลือกจำนวนครั้งที่พอเหมาะแล้วค่อย ๆ ไต่ระดับเพิ่มขึ้นทีละน้อย อย่าหักโหมเพราะอาจทำให้กล้ามเนื้ออักเสบหรือเกิดการบาดเจ็บวอร์มอัพก่อนและหลังเสมอ: การอุ่นร่างกายช่วยให้กล้ามเนื้อและข้อต่อเตรียมพร้อม ลดโอกาสการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายศึกษาท่าทางที่ถูกต้อง: ท่าทางที่ผิดอาจทำให้เกิดแรงกดที่ไม่เหมาะสม เช่น อาการปวดหลังจากการ Squat ผิดวิธีฟังร่างกายตัวเอง: หากรู้สึกเจ็บ หรือไม่สบาย ควรหยุดทันที ไม่ควรอย่าฝืนออกกำลังกาย เพราะอาจทำให้ร่างกายบาดเจ็บเรื้อรังพักผ่อนและรับประทานอาหารให้เหมาะสม: ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะโปรตีน เนื่องจากกล้ามเนื้อต้องการโปรตีนและการพักผ่อนที่เพียงพอ เพื่อการฟื้นตัวและเจริญเติบโตสรุป เวทเทรนนิ่ง ไม่ใช่แค่การออกกำลังกายสำหรับนักเพาะกาย แต่เป็นหนึ่งในวิธีดูแลสุขภาพที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะต้องการรูปร่างที่ดี เสริมสร้างกล้ามเนื้อ หรือกระตุ้นระบบเผาผลาญ การออกกำลังกายเวทเทรนนิ่ง คือทางเลือกที่ตอบโจทย์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อผสมผสานกับคาร์ดิโออย่างสมดุล จะทำให้ร่างกายแข็งแรง ฟิต และดูดีจากภายในสู่ภายนอก ที่สำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสมอไป ผู้เริ่มต้นสามารถเริ่มจากการเวทเทรนนิ่งไม่มีอุปกรณ์ได้เลย และเมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้น ค่อยขยับไปใช้อุปกรณ์เพิ่มเติมตามความเหมาะสม การดูแลสุขภาพไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็สามารถมีสุขภาพดี และรูปร่างที่แข็งแรงได้ไม่ยากเลย ติดตามอ่านบทความดี ๆ เพิ่มเติมหรืออ่านบทความเกี่ยวกับการคาร์ดิโอได้ที่ Chill on กินเที่ยวจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

Ashram Scent ธุรกิจออกแบบน้ำหอม เสน่ห์ของอาศรมแห่งกลิ่น

25 ก.พ. 2025

Ashram Scent ธุรกิจออกแบบน้ำหอม เสน่ห์ของอาศรมแห่งกลิ่น

“ในโลกนี้ที่กลิ่นหอมไม่ใช่แค่เครื่องหอมธรรมดา แต่ล้วนเป็นภาษาของอารมณ์ ความทรงจำ และตัวตน”Ashram Scent เป็นร้านน้ำหอมแบรนด์ไทยและเป็นสถานที่ซึ่งศิลปะแห่งกลิ่นที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างวิจิตร อาศรมแห่งนี้ไม่ใช่แค่เพียงร้านน้ำหอมแต่เป็นสตูดิโอแห่งการสร้างสรรค์ ที่ซึ่งศาสตร์และศิลป์ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อสะท้อนตัวตนของแต่ละบุคคลจุดเริ่มต้นของอาศรมเซ้นท์แห่งนี้ เริ่มมาจากนักปรุงน้ำหอมอย่างคุณเฟิร์ส และ CEO อาศรมเซ้นท์ อย่างคุณแก้ว ที่จับมือกันสร้างธุรกิจที่เรียกว่า การรังสรรค์น้ำหอมเฉพาะบุคคลคณเฟิร์สสนใจด้านน้ำหอม และได้ค้นพบว่าตัวเองมีความหลงใหลในศาสตร์แห่งกลิ่นอย่างลึกซึ้ง ซึ่งกลิ่นมันไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของ ‘หอมหรือไม่หอม’ อีกต่อไป แต่มันคือศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ ความทรงจำ และจิตวิญญาณเมื่อความสนใจนี้เริ่มก่อตัวขึ้น คุณเฟิร์สจึงตัดสินใจศึกษาศาสตร์ของน้ำหอมอย่างจริงจัง ตั้งแต่โครงสร้างของกลิ่น วัตถุดิบที่ใช้ วิธีการสกัด จนไปถึงอิทธิพลของกลิ่นที่มีต่อความรู้สึกของมนุษย์ สิ่งที่เขาค้นพบคือกลิ่นไม่ได้เป็นแค่สิ่งที่รับรู้ผ่านจมูก แต่ยังสามารถกระตุ้นอารมณ์ และสร้างประสบการณ์ที่ทรงพลังให้กับผู้คนได้จากจุดนี้เองที่คุณเฟิร์สรู้ตัวว่า ‘กลิ่น’ ไม่ใช่แค่ความชอบธรรมดา แต่มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนของเขา และเขาต้องการแบ่งปันความพิเศษนี้ให้กับคนอื่น ๆ ด้วยการสร้างน้ำหอมที่มีเอกลักษณ์และสะท้อนตัวตนของผู้ใช้เมื่อมีความชอบในเรื่องของกลิ่น คุณเฟิร์สจึงตัดสินใจเดินหน้าสร้างธุรกิจน้ำหอมของตัวเอง และได้ทุ่มเทเวลาไปกับการออกแบบและผลิตกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ แต่เมื่อธุรกิจเริ่มขยายตัว ก็พบว่าตัวเองไม่ถนัดเรื่องการบริหารเพราะชอบการสร้างสรรค์กลิ่นมากกว่าการดูแลระบบธุรกิจ เช่นนั้น คุณเฟิร์สจึงได้ชักชวน ‘คุณแก้ว’ และ ‘คุณเหวิน’ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ คุณแก้วเป็นนักบริหารที่มีความสามารถในการจัดการระบบธุรกิจและยังมีความหลงใหลในศาสตร์ของกลิ่นเช่นเดียวกัน ขณะที่คุณเหวินก็มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารทำให้ธุรกิจการรังสรรค์น้ำหอมเติบโตขึ้นมาและภายใต้บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอม Ashram Scent เชิญให้ทุกคนเข้ามาสัมผัสกับประสบการณ์สุดพิเศษ ผ่านการออกแบบกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านผู้ปรุงกลิ่นน้ำหอม ไม่ว่าจะเป็นความหอมละมุนอ่อนหวาน เย้ายวนชวนหลงใหล หรือกลิ่นที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน กลิ่นทุกกลิ่นล้วนมีเรื่องราว ที่ถูกถ่ายทอดผ่านสัมผัสแห่งการดมที่ Ashram Scent เชื่อว่า “กลิ่น” เป็นส่วนหนึ่งของตัวตน เป็นลายเซ็นที่ไม่เหมือนใคร และยังเป็นเครื่องประดับที่สำคัญและยังสามารถสร้างการจดจำของคนได้ดีที่สุด เพราะฉะนั้นการออกแบบกลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวมักจะคำนึงถึงความเป็นธรรมชาติ เจาะลึกถึงอารมณ์ ความรู้สึก ไลฟ์สไตล์ และความทรงจำของแต่ละบุคคล เพื่อที่จะสามารถทำการเลือกสรรและผสมผสานวัตถุดิบอย่างประณีตและเกิดเป็นกลิ่นหอมที่สะท้อนตัวตนของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบซึ่งขั้นตอนการสร้างสรรค์กลิ่นหอมของที่นี่เริ่มต้นจากการวิเคราะห์บุคลิกภาพและอารมณ์ของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นความร่าเริงสดใส ความสุขุม หรือแม้แต่ความรู้สึกโหยหาอดีต นักออกแบบจะนำข้อมูลเหล่านี้มาประกอบกับองค์ประกอบของน้ำหอม ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นของดอกไม้ เครื่องเทศ สมุนไพร หรือแม้แต่กลิ่นของธรรมชาติที่ช่วยสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละบุคคล รวมไปถึงมีการสำรวจทางกายภาพที่เช็คไปถึงรูขุมขน ว่าลักษณะรูขุมขนเปิดหรือปิด ผิวแห้งหรือมันช่วงไหนบ้าง และลักษณะของเหงื่อว่าเป็นอย่างไรด้วยเช่นกันน้ำหอมจาก Ashram Scent ไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์ แต่เป็นประสบการณ์ เป็นการเดินทางที่พาผู้ใช้ไปสำรวจอารมณ์ ความทรงจำ และตัวตน ผ่านมิติของกลิ่นหอม กลิ่นหนึ่งอาจพาผู้ใช้ย้อนกลับไปสู่วัยเด็ก หวนคิดถึงรักแรก หรือสะท้อนความสง่างามที่แฝงเร้นอยู่ภายในใจแต่ละกลิ่นที่ออกแบบขึ้นมาล้วนได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของลูกค้า บางคนอาจต้องการกลิ่นที่สื่อถึงการเดินทางในต่างแดน บางคนอาจต้องการกลิ่นที่แสดงถึงพลังของตนเอง หรือแม้แต่กลิ่นแปลก ๆ อย่างน้ำมันรถที่ลูกค้าอยากให้รังสรรค์ ไม่ว่าคุณจะต้องการให้กลิ่นสะท้อนความรู้สึกแบบใด Ashram Scent สามารถรังสรรค์ให้เป็นจริงได้หากคุณกำลังมองหาน้ำหอมที่ไม่เพียงแต่หอม แต่สามารถบอกเล่าเรื่องราวของคุณได้ Ashram Scent พร้อมเปิดประตูสู่อาณาจักรแห่งกลิ่นที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อคุณโดยเฉพาะ ที่นี่จะช่วยคุณค้นหากลิ่นที่เป็นตัวคุณ… กลิ่นที่ไม่มีใครเหมือน และไม่มีใครแทนที่ได้เพราะที่นี่ ทุกกลิ่นหอมล้วนเป็นเรื่องราว เป็นงานศิลปะที่ต้องการสื่อถึงอารมณ์และตัวตนของผู้ใช้ ทุกขวดที่ออกแบบขึ้นมาล้วนผ่านกระบวนการคิดและผสมผสานอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้มั่นใจว่ากลิ่นที่ได้จะเป็นตัวแทนของบุคลิกและอารมณ์ของแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง หากคุณพร้อมที่จะค้นพบกลิ่นที่เป็นตัวเองที่สุด Ashram Scent ยินดีต้อนรับคุณเข้าสู่โลกแห่งความหอมที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์และความหมายอันลึกซึ้งร้าน อาศรมเซ้นท์ Ashram Scentพิกัด จตุจักร พลาซ่า ล็อค B165โทรศัพท์ 064 224 4289 , 094 632 2616Facebook : Ashram Scentผู้เขียน วิภูษิตา ญาติจันทึก

ทำความรู้จักกับ โรคลมแดด หรือฮีทสโตรก โรคยอดฮิตช่วงหน้าร้อน

21 เม.ย. 2025

ทำความรู้จักกับ โรคลมแดด หรือฮีทสโตรก โรคยอดฮิตช่วงหน้าร้อน

เดือนเมษายน เดือนแห่งความร้อน ทั้งอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นจนเป็นที่น่าตกใจ ซึ่งภาคเหนือเองได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากจากมรสุมลมร้อน ทำให้มีอากาศที่ร้อนสูงสุดถึง 42 องศาเซลเซียส นั้นอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้คุณเป็น “โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก (Heat Stroke)” โรคที่ใหม่ในยุคปัจจุบันแต่อาจคร่าชีวิตของคุณ และคนใกล้เคียงได้โรคลมแดด คือภาวะที่อุณหภูมิในร่างกายสูงเกิน 40.5 องศาเซลเซียส เกิดจากการที่อยู่ในสถานที่ที่อุณหภูมิร้อนมากๆ และร่างกายไม่สามารถปรับตัวลดอุณหภูมิให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ ส่งผลเสียต่อระบบประสาท หัวใจ และไต เป็นเหตุให้เสียชีวิตได้สาเหตุการเกิดโรคลมแดดเกิดจากการอยู่ในสถานที่ที่อากาศร้อนจัด โดยเฉพาะขณะที่อากาศร้อนชื้น หรือการออกกำลังกายอย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อออกกำลังกายในสถานที่ที่อากาศร้อน อาจมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่กระตุ้นให้เป็นโรคลมแดดได้ง่ายขึ้น เช่น การสวมใส่เสื้อผ้าที่หนาเกินไปจะทำให้เหงื่อระบายได้ยาก การดื่มแอลกอฮอล์ ร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำ ทานน้ำน้อย เป็นต้นกลุ่มคนที่มีโอกาศเป็นโรคลมแดดได้มากกว่ากลุ่มอื่นคือ กลุ่มเด็กเล็ก และผู้สูงอายุ (อายุเกิน 65 ปี) มีการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ช้า และเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำได้ง่ายหรือทหารที่ต้องฝึกหนัก หรือ นักกีฬาที่ต้องเล่นกีฬาในที่ที่อุณหภูมิร้อนจัด, ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับอากาศร้อน เช่น ต้องเดินทางไปประเทศที่อุณหภูมิอากาศร้อนกว่า หรือเจอมรสุมพายุฤดูร้อน, ผู้ที่ทานยาบางชนิด ได้แก่ ยาลดความดันโลหิตบางประเภท ยาขับปัสสาวะ ยารักษาโรคจิตเวช ยาแก้แพ้ ยาลดน้ำมูก ยาระบาย ยาบ้า โคเคน และผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคปอด โรคอ้วน หรือเคยเป็นโรคลมแดดมาก่อนอาการของโรคลมแดดอุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 40.5 องศาเซลเซียสมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท ได้แก่ ลุกลี้ลุกลน พูดช้า สับสน ชัก เพ้อ หมดสติต่อมเหงื่อทำงานผิดปกติไป เช่น อยู่ในสถานที่ร้อนจัด แต่ไม่มีเหงื่อออกคลื่นไส้ อาเจียนผิวหนังและหน้าเปลี่ยนเป็นสีออกแดงเหนื่อย หายใจเร็ว ใจสั่นชีพจรเต้นเร็วผิดปกติปวดศีรษะไตวาย ปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ เอนไซม์ในกล้ามเนื้อสูงผิดปกติวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนรีบนำส่งโรงพยาบาลผู้ป่วยที่มีอาการควรรีบหลบแดด ย้ายมาอยู่ในที่ร่มถอดเสื้อคลุมที่ไม่จำเป็นออกทำให้ร่างกายเย็นด้วยวิธีต่างๆ เช่น รดตัวด้วยน้ำเย็น เช็ดตัวด้วยน้ำเย็นโดยเฉพาะที่บริเวณหลังคอ ข้อพับ และขาหนีบ เป่าพัดลมที่มีไอน้ำเย็น เปิดแอร์ดื่มน้ำ และน้ำเกลือแร่ให้มากๆ เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำและป้องกันไม่ให้ร่างกายสูญเสียเกลือแร่อีกทั้งยังมีวิธีการป้องกันไม่ให้เป็นโรคลมแดดได้ง่ายๆ อาทิ สวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบายและบาง เพื่อให้ผิวหนังได้มีการถ่ายเทความร้อนออกไปได้ง่ายขึ้น ใช้อุปกรณ์บังแดด เช่น ร่ม หมวกปีกกว้าง แว่นตากันแดด และทาครีมกันแดด ดื่มน้ำให้มากๆ อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน ไม่ควรอยู่ในรถที่จอดกลางแดด อุณหภูมิในรถสามารถขึ้นไปได้อย่างรวดเร็วถึง 50 องศาเซลเซียส ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ห้ามทิ้งเด็กไว้ในรถเด็ดขาด หาเวลาพักมาอยู่ในที่ร่มเป็นระยะ โดยเฉพาะช่วงที่ร้อนสุดคือช่วงกลางวัน ถ้าต้องการออกกำลังกายควรออกเวลาที่เย็นที่สุดของวัน คือตอนรุ่งเช้า และตอนเย็น ถ้ายังไม่คุ้นเคยกับอากาศร้อน เช่น เพิ่งย้ายมาอยู่ในประเทศที่ร้อนกว่าที่เดิม ควรหลีกเลี่ยงการทำงานหนัก หรือการออกกำลังกายหนักในระยะแรก จนกว่าร่างกายจะชินกับอุณหภูมิที่ร้อนขึ้น ถ้าทราบว่าตนเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคลมแดด เช่น มีโรคประจำตัว สูงอายุ ทานยาที่มีความเสี่ยง ควรสังเกตอาการตนเอง ถ้าเริ่มมีอาการที่เข้าได้กับโรคลมแดด ควรรีบปฐมพยาบาลตนเองเบื้องต้น และรีบไปโรงพยาบาลทันทีขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลกรุงเทพ

สายตุนห้ามพลาดกับ EVEANDBOY สวยเบิ้ลx2 รวมไอเทมเด็ด ซื้อ 1 แถม 1

07 มี.ค. 2024

สายตุนห้ามพลาดกับ EVEANDBOY สวยเบิ้ลx2 รวมไอเทมเด็ด ซื้อ 1 แถม 1

เบิ้ลให้สุด จ่ายหนึ่งได้ถึงสอง ทีมสายตุนห้ามพลาดยกไอเทมเด็ดจัดหนัก 1 แถม 1 เพียบทั้งเคาน์เตอร์แบรนด์ดัง เมคอัพ สกินแคร์บอกเลยต้องจัดห้ามพลาดเด็ดขาดตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ. 67 - 24 มี.ค. 67รีบช้อปด่วน ! ทั้งหน้าร้านทุกสาขา ทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ Website https://bit.ly/42T5HVv Lazada https://bit.ly/49Lbe2D Shopee https://bit.ly/3wtsvz0สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ U Chat I Shop คุณแชทเราช้อปให้! แอด line @eveandboy หรือสั่งสินค้า https://bit.ly/3bn9KO7DOWNLOAD Application : IOS Android http://onelink.to/eveandboyสามารถหาซื้อได้ที่ EVEANDBOY 26 สาขา1.The Underground Siam Square One ชั้น LG (Flagship)2.Zpell @ ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ชั้น13.Mega Bangna ชั้น14.Terminal21 Asok ชั้น 3 โซน Istanbul5.Fashion Island ชั้น2 ฝั่ง Big C6.The Mall Lifestore Bangkapi ชั้น G7.The Mall Lifestore Bangkae ชั้น G8.The Mall Lifestore Ngamwongwan ชั้น 29.Terminal21 Pattaya ชั้นG โซน Paris10.MAYA เชียงใหม่ ชั้น 211.Terminal21 โคราช ชั้นG12.กังสดาล มข. จ.ขอนแก่น13.SAMYAN MITRTOWN ชั้น 114.สาขา Siam Premium Outlets Bangkok15.The Mall Lifestore Thapra ชั้น 116. MBK Center ชั้น G17.Seacon Square Srinakarin ชั้น 218.Terminal21 Rama3 ชั้น G.19.THE PLATINUM FASHION MALL​ ชั้น 120.Passione Shopping Destination (RAYONG) ชั้น 121.ศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ ซอย1 จ.อุดรธานี22. EMSPHERE ชั้น 123.THE IMPERIAL SAMRONG ชั้น 124.Gaysorn Amarin ชั้น 225.Big C Rajdamri ชั้น 126.Ayutthaya City Park ชั้น 2 (พร้อมเปิดให้ช้อปตั้งแต่ 1 มี.ค. 67)