ปวดออฟฟิศซินโดรมรุนแรง กระดูกสันหลังอาจเสียถาวร

Beauty & Health

ปวดออฟฟิศซินโดรมรุนแรง กระดูกสันหลังอาจเสียถาวร

28 เม.ย. 2025

โรคยอดฮิตของชาวออฟฟิศก็คงจะเป็นโรคไหนไปไม่ได้ นอกจากออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ที่เกิดจากการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรือใช้ท่าทางที่ไม่เหมาะสมในการทำงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานจึงส่งผลให้เกิดความผิดปกติของร่างกาย เริ่มจากปวดคอ บ่า ไหล่ลงมาที่หลัง เมื่อปล่อยไว้อาจทำให้กระดูกสันหลังเสื่อม หมองรองกระดูกปลิ้น หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท และกระดูกสันหลังเสียหายได้ 

ปวดหลังแบบไหนหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

  • ปวดหลังเรื้อรังมากกว่า 1 – 3 เดือน 
  • ปวดหลังร้าวลงขา กล้ามเนื้ออ่อนแรง ควบคุมการเดินไม่ได้จากการโดนกดทับเส้นประสาท
  • ปวดหลังร่วมกับความผิดปกติทางระบบประสาท เช่น ชา ขาอ่อนแรง ปัสสาวะ อุจจาระผิดปกติ ฯลฯ
  • ทรงตัวได้ไม่ดี เดินลำบาก ทำกิจวัตรประจำวันไม่ได้เหมือนปกติ
  •  

ตรวจวินิจฉัยหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทอย่างไร?

เพราะอาการปวดหลังเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ควรตรวจเช็กกับแพทย์เฉพาะทางอย่างละเอียด หากแพทย์สงสัยว่ามีความเสี่ยงรุนแรงเพิ่มขึ้น อาจส่งตรวจ MRI เพื่อตรวจวินิจฉัยและหาแนวทางในการรักษาที่เหมาะสม โดยผู้ป่วยที่มีอาการไม่มากแพทย์อาจแนะนำให้รับประทานยาและทำกายภาพบำบัด แต่หากผู้ป่วยมีอาการที่ค่อนข้างรุนแรง แพทย์อาจจะต้องแนะนำให้ผ่าตัด

 

วิธีการรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

การรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทมีหลายวิธี ประกอบด้วย

  • การให้ยาเพื่อบรรเทาอาการ เป็นวิธีการรักษาในระยะแรกเริ่มเมื่อพบว่าเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท 
  • การทำกายภาพบำบัดร่วมด้วยในผู้ป่วยที่มีอาการ ช่วยปรับโครงสร้างร่างกายที่มีปัญหาให้กลับมาดีขึ้น รวมถึงการประคบร้อน การอัลตราซาวนด์ เลเซอร์ การช็อกเวฟ การดึงคอดึงหลัง ช่วยให้อาการปวดหรือออฟฟิศซินโดรมลดลง ทั้งนี้ต้องประเมินเพื่อเลือกการรักษาที่เหมาะสมโดยแพทย์เฉพาะทาง
  • การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าโพรงไขสันหลัง เพื่อลดอาการปวด
  • การผ่าตัดหมอนรองกระดูกผ่านกล้อง แผลผ่าเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวได้เร็ว โดยแพทย์ผู้ชำนาญการจะตรวจวินิจฉัยและเลือกแนวทางการรักษา รวมถึงเทคนิคการผ่าตัดที่เหมาะกับผู้ป่วยมากที่สุด โดยคำนึงถึงการรักษาที่เน้นการแก้ปัญหาที่สาเหตุเป็นหลัก

 

ปรับพฤติกรรมก่อนกระดูกสันหลังเสีย

  • อย่านั่งนาน ลุกขึ้นยืดเส้นยืนสายให้บ่อยทุก 1 ชั่วโมง
  • ยืดกล้ามเนื้อเพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อตึงเกินไปจนปวด
  • ปรับท่านั่งให้ถูกต้อง ปรับอุปกรณ์ออฟฟิศให้เหมาะกับร่างกาย 
  • หลีกเลี่ยงการยกของหนัก
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมการก้มหรือแอ่นหลังที่มากเกินไป
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ

หากปวดจากออฟฟิศซินโดรมที่ไม่รุนแรงเมื่อปรับพฤติกรรมมักดีขึ้นหรือหายได้ในเวลาไม่นานแต่ในกรณีที่อาการแย่ลงและกระทบกับการทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกวิธี

related Beauty & Health

อาการสมองเมา หลังเกิดแผ่นดินไหว

01 เม.ย. 2025

อาการสมองเมา หลังเกิดแผ่นดินไหว

โรคสมองเมาหลังแผ่นดินไหว หรืออาการสมองเมาที่เกิดหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว อาจเกิดจากผลกระทบทางจิตใจและร่างกายจากสถานการณ์ที่ตึงเครียดและท้าทายแบบฉับพลัน เช่น แผ่นดินไหวที่ทำให้เกิดความวิตกกังวล ความกลัว และความเครียดสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมอง ทำให้เกิดอาการสมองเมาความเครียดและความวิตกกังวล หลังจากแผ่นดินไหว คนจำนวนมากอาจรู้สึกเครียดและวิตกกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของตัวเองและครอบครัว สถานการณ์เช่นนี้อาจทำให้สมองรู้สึกเหมือนถูกคลุมเครือ หรือไม่สามารถคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพการนอนหลับไม่เพียงพอ ความเครียดและความวิตกกังวลอาจทำให้คนนอนไม่หลับ หรือมีการนอนหลับที่ไม่ลึก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสมองและทำให้เกิดอาการสมองเมาผลกระทบทางจิตใจ จากเหตุการณ์ที่กระทบใหญ่ การเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น แผ่นดินไหว สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการทางจิตใจที่คล้ายกับอาการ PTSD (โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ) ซึ่งอาจรวมถึงอาการสมองเมา, ความจำแย่ลง, และรู้สึกเหนื่อยล้าการขาดสารอาหาร หรือการดูแลตัวเอง หลังจากแผ่นดินไหว อาจมีการขาดแคลนอาหาร น้ำ และการดูแลสุขภาพที่เพียงพอ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพทั่วไปและการทำงานของสมองขอบคุณข้อมูลจาก www.bangkokinternationalhospital.com

ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร? เหมาะกับใคร มีผลข้างเคียงอะไรบ้างที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

19 ก.พ. 2026

ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร? เหมาะกับใคร มีผลข้างเคียงอะไรบ้างที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “ปากกาลดน้ำหนัก” กลายเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกลุ่มที่ควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วแต่น้ำหนักยังไม่ลดตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม การใช้ยาประเภทนี้ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพราะเป็น “ยา” ไม่ใช่อาหารเสริมทั่วไป บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าปากกาลดน้ำหนักคืออะไร เหมาะกับใคร ต้องศึกษาข้อมูลอย่างไร และมีผลข้างเคียงอะไรที่ควรรู้บ้างปากกาลดน้ำหนักคืออะไร? ปากกาลดน้ำหนักส่วนใหญ่เป็นยาฉีดในกลุ่มที่ออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมนในร่างกายที่ชื่อว่า GLP-1 (Glucagon-Like Peptide-1) ซึ่งมีหน้าที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และส่งสัญญาณไปยังสมองให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น อิ่มนานขึ้น ทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง ยาประเภทนี้ถูกพัฒนามาเพื่อใช้ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และภายหลังได้รับการรับรองในบางชนิดสำหรับใช้รักษาภาวะโรคอ้วนโดยเฉพาะปากกาลดน้ำหนักเหมาะกับใคร?โดยทั่วไป แพทย์มักพิจารณาให้ใช้ในกรณีต่อไปนี้ผู้ที่มีค่า BMI ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป (โรคอ้วน)ผู้ที่มี BMI ตั้งแต่ 27 ขึ้นไป และมีโรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูงผู้ที่พยายามควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วไม่เห็นผลผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักเพื่อลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังในระยะยาวทั้งนี้ ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักเพียงเล็กน้อยเพื่อความสวยงาม และไม่ควรซื้อมาใช้เองโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์ก่อนตัดสินใจใช้ ควรศึกษาข้อมูลอะไรบ้าง?ตรวจสุขภาพและปรึกษาแพทย์เพื่อประเมิน BMI โรคประจำตัว ประวัติครอบครัว และความเหมาะสมในการใช้ยาศึกษากลไกการออกฤทธิ์เข้าใจว่ายาไม่ได้ “เผาผลาญไขมัน” โดยตรง แต่ช่วยควบคุมความอยากอาหารทำความเข้าใจเรื่องระยะเวลาใช้ยายานี้มักต้องใช้ต่อเนื่อง หากหยุดใช้โดยไม่ปรับพฤติกรรม น้ำหนักอาจกลับมาเพิ่มได้ตรวจสอบแหล่งที่มาของยาควรเป็นยาที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอยู่ภายใต้การดูแลของสถานพยาบาลโทษและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น แม้จะช่วยลดน้ำหนักได้จริงในหลายกรณี แต่ก็มีผลข้างเคียงที่ควรทราบ เช่นผลข้างเคียงที่พบบ่อยคลื่นไส้ อาเจียนท้องเสีย หรือท้องผูกท้องอืด แน่นท้องเบื่ออาหารมากผิดปกติ อาการเหล่านี้มักเกิดในช่วงเริ่มต้นและอาจดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวได้ผลข้างเคียงที่พบได้น้อยแต่ควรระวังตับอ่อนอักเสบปัญหาเกี่ยวกับถุงน้ำดีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้ยาร่วมกัน)อาการแพ้รุนแรง นอกจากนี้ ยังมีข้อห้ามใช้ในบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์บางชนิด หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคทางระบบทางเดินอาหารรุนแรงสิ่งสำคัญที่ควรรู้: ไม่ใช่ทางลัดตลอดไป ปากกาลดน้ำหนักอาจเป็น “เครื่องมือช่วย” ในช่วงหนึ่งของการลดน้ำหนัก แต่ไม่ใช่คำตอบระยะยาวหากไม่มีการปรับพฤติกรรมควบคู่ไปด้วย เพราะเมื่อหยุดยา ความอยากอาหารอาจกลับมา และน้ำหนักอาจเพิ่มขึ้นอีกการลดน้ำหนักที่ยั่งยืนควรประกอบด้วยการควบคุมอาหารอย่างเหมาะสมการเลือกทานอาหารครบ 5 หมู่ในปริมาณพอดีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาทีการพักผ่อนให้เพียงพอการจัดการความเครียดสรุป ปากกาลดน้ำหนักเป็นทางเลือกทางการแพทย์ที่มีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีภาวะอ้วนหรือมีโรคร่วม และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน เข้าใจทั้งข้อดีและความเสี่ยง และไม่มองว่าเป็นวิธีลัดในการลดน้ำหนัก ท้ายที่สุดแล้ว การดูแลสุขภาพด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดของการมีรูปร่างและสุขภาพที่ดีในระยะยาวจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

แจกไอเดียทำเล็บ รับ SUMMER

11 เม.ย. 2025

แจกไอเดียทำเล็บ รับ SUMMER

หน้าร้อนและหยุดยาวทั้งที เพื่อนๆ หลายๆ คนคงกำลังวางแผนเพื่อเดินทางไปเที่ยวพักผ่อนกัน สถานที่เด็ดที่ใครหลาย ๆ คนมักไปเที่ยวกันคงไม่พ้นทะเล เพราะทั้งใกล้กรุง และเดินทางสะดวก แอดมินเลยจะมาแจกไอเดียทำเล็บสุดคิ้วท์รับช่วง SUMMER นี้ ชุดพร้อมแล้ว เล็บจะไม่พร้อมได้ยังไงธีมเมอเมดเล็บนางเงือกสาวสุดๆ โดยทำเลียนแบบวัสดุที่สายหาด เพื่อให้เข้ากับทะเล และธรรมชาติ ยิ่งเคลือบเล็บ หรือเพิ่มไข่มุกยิ่งโซจึ้งรูปภาพจาก Pinterestรูปภาพจาก Pinterestรูปภาพจาก Pinterestรูปภาพจาก Pinterestรูปภาพจาก Pinterestรูปภาพจาก Pinterestธีมธรรมชาติฟิลลิ่งแม่สาวรักธรรมชาติท่านหนึ่ง ดอกไม้สีสันสดใส ผีเสื้อสีสวยรูปภาพจาก Pinterestรูปภาพจาก Pinterestรูปภาพจาก Pinterestรูปภาพจาก Pinterestรูปภาพจาก Pinterestรูปภาพจาก Pinterestรูปภาพจาก Pinterestรูปภาพจาก Pinterestรูปภาพจาก Pinterestธีมมินิมอลอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับสายซอฟต์ ลายมินิมอลเป็นลายที่สามารถทำได้ทุกซีซั่นรูปภาพจาก Pinterestรูปภาพจาก Pinterestรูปภาพจาก Pinterestรูปภาพจาก Pinterestรูปภาพจาก Pinterestรูปภาพจาก Pinterestรูปภาพจาก Pinterestรูปภาพจาก Pinterestรูปภาพจาก Pinterestรูปภาพจาก Pinterest

พาทัวร์ BDMS WELLNESS CLINIC ศูนย์ดูแลสุขภาพแบบครบวงจร บนถนนวิทยุ

21 ก.ย. 2023

พาทัวร์ BDMS WELLNESS CLINIC ศูนย์ดูแลสุขภาพแบบครบวงจร บนถนนวิทยุ

ช่วงนี้เทรนด์สุขภาพกำลังมาแรง เพราะรอบตัวเต็มไปด้วยมลพิษต่าง ๆ ผู้คนก็เลยหันมาสนใจในการดูแลตัวเองมากขึ้น วันนี้เราเลยจะชวนทุกคนมาดูแลตัวเองแบบครบวงจร ตั้งแต่หัวจรดเท้า ที่ BDMS WELLNESS CLINIC ศูนย์ดูแลสุขภาพแบบครบวงจร บนถนนวิทยุ ปาร์คนายเลิศBDMS WELLNESS CLINIC มีทั้งหมด 8 ชั้น ก็จะครอบคลุมหมดเลย ทั้งสุขภาพร่างกาย การเสริมวิตามินต่าง ๆ ทันตกรรม เส้นผม ผิวพรรณ รวมไปถึงภาวะการมีบุตรยากด้วยสำหรับโปรแกรมที่เราได้ทดลองทำ คือโปรแกรม BWC Antioxidants Plus Customized Vitamin เป็นการตรวจเลือด เพื่อวิเคราะห์ปริมาณวิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระ 10 ชนิด พร้อมรับวิตามินเฉพาะบุคคลออกแบบตามผลเลือด สำหรับ 1 เดือนวิธีการของเขาก็คือจะมีแบ่งเป็นขั้นตอน เริ่มต้นกันที่วัดความดัน ตรวจสุขภาพในร่างกายทางด้านต่างๆต่อมาคุณหมอก็จะทำการสอบถามเช็คประวัติในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ภาวะความเครียด การรับประทานอาหารแต่ละมื้อ และการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อทำการวิเคราะห์ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปคือ "การเจาะเลือด" เพื่อตรวจวัดระดับวิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย จากนั้นนำผลตรวจไปวิเคราะห์โดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ป้องกันหลังจากนั้นทางคลินิคก็จะจัดวิตามินเฉพาะบุคคลมาให้เราทาน 1 เดือน เรียกได้ว่าขาดตรงไหน ก็ทานเสริมตรงนั้นแบบตรงจุดของแต่ละคนเลยอีกโปรแกรมที่เราได้ทดลอง และน่าจะถูกใจคนที่กำลังกังวลเรื่องปัญหาผิวพรรณ ก็คือโปรแกรม Skin Analysis การตรวจวิเคราะห์สภาพผิวเฉพาะบุคคล โปรแกรมนี้จะทำให้เรารู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาผิว โดยใช้กล้องที่มีความละเอียดสูง ตรวจวิเคราะห์ผิวชั้นบนและผิวชั้นที่ลึกลงไป ซึ่งจะช่วยในการประเมินการเกิดปัญหาผิวต่าง ๆ ตั้งแต่ปริมาณรอยดำ รอยแดง ฝ้า กระ ริ้วรอย ความไม่สม่ำเสมอของผิว ความกว้างของรูขุมขน UV Spots สารที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดสิวบนใบหน้า รวมถึงประเมินอายุผิวของแต่ละบุคคลด้วย หลังจากที่ได้ใช้กล้องตรวจแล้ว เราก็จะได้พบแพทย์ เพื่อฟังคำอธิบายในแต่ละส่วน แพทย์ที่นี่ก็จะชี้ให้เราเห็นเลยว่า เรามีปัญหาผิวทางด้านใดบ้าง ต้องเสริมตรงไหน ดูแลยังไง ใครมีคำถามอะไรเกี่ยวกับปัญหาผิว ก็สามารถปรึกษาแพทย์ที่นี่ได้หมดเลย เขาพร้อมที่จะให้คำแนะนำอย่างเป็นกันเองสุด ๆเมื่อรู้ปัญหาผิวแล้ว ก็ตบท้ายด้วยการทำ BWC Royal Bright ทรีตเมนต์ผลักวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ผิวพรรณบริเวณใบหน้าและลำคออย่างล้ำลึก โดยไม่ต้องใช้เข็ม สำหรับใครที่กลัวเจ็บ หมดความกังวลทันที เพราะที่ BDMS WELLNESS CLINIC เขาเน้นการดูแลแบบไม่จำเป็นต้องเจ็บตัวสำหรับโปรแกรม BWC Royal Bright ใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที โดยเขาจะใช้นวัตกรรมจากเครื่อง Infusion ทำงานโดยใช้กระแสไฟฟ้าที่มีความถี่และเวลาในการปล่อยที่เหมาะสม เพื่อสร้างช่องว่างชั่วคราวบริเวณเซลล์ผิวหนังชั้นนอกสุด และส่งผ่านวิตามินลงไปซึ่งวิธีนี้สามารถส่งวิตามินและสารอาหารผิวลงไปได้อย่างล้ำลึก และมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผิวพรรณขาวกระจ่างใส ชุ่มชื้น ลดเรือนริ้วรอย กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้เผชิญมลภาวะมาเยอะ จนทำให้ผิวเสื่อมโทรม และต้องการกู้ให้ผิวกระจ่างใส เปล่งปลั่งเห็นแบบนี้แล้ว เริ่มสนใจกันบ้างหรือยัง สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่ดูแลตัวเองแบบครบวงจร เรียกว่ามีปัญหาสุขภาพตรงส่วนไหน ก็สามารถมาดูแลได้อย่างตรงจุด สามารถแวะมาได้ที่ BDMS WELLNESS CLINIC ถนนวิทยุ ปาร์คนายเลิศ ได้เลย แล้วมาดูแลตัวเองไปด้วยกันนะ