ไวรัส RSV ในผู้สูงวัย อันตรายกว่าที่คิด

Beauty & Health

ไวรัส RSV ในผู้สูงวัย อันตรายกว่าที่คิด

13 ม.ค. 2025

ไวรัส RSV พบในเด็กเป็นส่วนใหญ่ แต่ในผู้สูงวัยก็สามารถติดเชื้อ RSV ได้เช่นกัน หากผู้สูงอายุติดเชื้อ RSV จึงมีความเสี่ยงที่จะพบภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและมีอัตราการเสียชีวิตมากกว่าวัยอื่น การฉีดวัคซีนป้องกัน RSV ในผู้สูงวัยจึงเป็นเรื่องสำคัญไม่ควรละเลย

  • ทำไมผู้สูงอายุถึงติดเชื้อ RSV 

สาเหตุของการติดเชื้อ RSV ในผู้สูงวัยส่วนใหญ่มักมาจากภูมิคุ้มกันที่เสื่อมลงตามธรรมชาติ ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายการมีโรคประจำตัวเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคปอด โรคหอบหืด และโรคหัวใจ เมื่อได้รับเชื้อ RSV เข้าไปสู่ร่างกายมีโอกาสรุนแรงมากขึ้น 

  •  อาการเมื่อติดเชื้อ RSV ในผู้สูงวัย
    • ไข้ ไอแห้ง ไอเรื้อรัง
    • คัดจมูก น้ำมูกไหล
    • เหนื่อยง่าย อ่อนแรง เหนื่อยล้า
    • หายใจถี่ 
    • เบื่ออาหาร
    • เพ้อ สับสน
    •  
  • การรักษา RSV ในผู้สูงวัย

ไม่มียารักษาโรค RSV โดยเฉพาะ ต้องใช้การรักษาตามอาการ ในกรณีที่อาการไม่รุนแรงให้กินยาลดไข้ ยาละลายเสมหะ พักผ่อนให้เพียงพอ แต่ถ้าหากมีอาการรุนแรง  ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที 

  • ภาวะแทรกซ้อน หากติดเชื้อ RSV ในผู้สูงวัย

หากผู้สูงวัยติดเชื้อ RSV อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน และรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้คือ ปอดอักเสบ ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือมีภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เป็นต้น

  • เราสามารถป้องกัน เชื้อ RSV ได้อย่างไร
    • ล้างมือให้สะอาด
    • เลี่ยงสัมผัสตา จมูก ปากด้วยมือที่ไม่สะอาด
    • สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อออกไปพบเจอคนเยอะ ๆ
    • ไม่ใช้ของส่วนตัวกับผู้อื่น
    • ฉีดวัคซีนป้องกัน RSV
    • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
    • พักผ่อนให้เพียงพอ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Bangkok Hospital โรงพยาบาลกรุงเทพ

related Beauty & Health

พิลาทิส (Pilates) คืออะไร? 7 ประโยชน์ที่ควรรู้ พร้อมข้อดี-ข้อเสียก่อนเริ่มเล่น

09 ต.ค. 2026

พิลาทิส (Pilates) คืออะไร? 7 ประโยชน์ที่ควรรู้ พร้อมข้อดี-ข้อเสียก่อนเริ่มเล่น

พิลาทิส (Pilates) คืออะไร? 7 ประโยชน์ที่ควรรู้ พร้อมข้อดี-ข้อเสียก่อนเริ่มเล่นช่วงนี้ใครไถโซเชียลแล้วเจอคนไปเล่น พิลาทิส (Pilates) กันเต็มฟีดบ้าง? ไม่ว่าจะเป็นคลิปออกกำลังกายบนเครื่อง Reformer หรือภาพสตูดิโอพิลาทิสสวย ๆ จนหลายคนเริ่มสงสัยว่า การออกกำลังกายแบบนี้มันดียังไง ทำไมใคร ๆ ก็อยากลอง?เห็นท่าออกกำลังกายดูช้า ๆ เหมือนไม่เหนื่อย แต่ความจริงแล้วพิลาทิสไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะทุกการเคลื่อนไหวต้องอาศัยความแข็งแรง การควบคุมกล้ามเนื้อ และสมาธิไปพร้อมกันวันนี้ Chill ON จะพาไปทำความรู้จักว่า พิลาทิสคืออะไร มีที่มายังไง ช่วยเรื่องอะไรบ้าง แล้วถ้าอยากหุ่นกระชับหรือเป็นมือใหม่ที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน พิลาทิสจะเหมาะกับเราหรือเปล่า?พิลาทิส (Pilates) คืออะไร?พิลาทิส (Pilates) คือการออกกำลังกายที่เน้นเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscles) ทั้งกล้ามเนื้อหน้าท้อง หลัง สะโพก และเชิงกราน พร้อมฝึกความยืดหยุ่น การทรงตัว และการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายความพิเศษของพิลาทิสคือ ไม่ได้เน้นความเร็วหรือการออกแรงหนักเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง การหายใจ และการใช้กล้ามเนื้ออย่างเหมาะสมเรียกง่าย ๆ ว่า ขยับตัวไม่เยอะ แต่กล้ามเนื้อทำงานจริง!นอกจากนี้ พิลาทิสยังเป็นการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำ (Low-impact Exercise) และสามารถปรับระดับความยากให้เหมาะกับแต่ละคนได้จุดเริ่มต้นของพิลาทิส มาจากไหน?รู้หรือไม่ว่า พิลาทิสไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นตามกระแสโซเชียล แต่มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20พิลาทิสถูกพัฒนาโดย โจเซฟ พิลาทิส (Joseph Pilates) ชาวเยอรมัน ผู้สนใจการเคลื่อนไหวและการพัฒนาความแข็งแรงของร่างกาย โดยเริ่มต้นจากแนวคิดการฝึกที่เรียกว่า Contrology ซึ่งเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างจิตใจและร่างกายภาพถ่ายของโจเซฟ พิลาทิส ในวัย 57 ปี และ 82 ปี ขอบคุณภาพจาก : flavoursholidays.co.ukต่อมาเขาได้นำวิธีการฝึกนี้ไปเผยแพร่ในสหรัฐอเมริกา และได้รับความสนใจจากกลุ่มนักเต้นและนักกีฬา เนื่องจากเป็นรูปแบบการออกกำลังกายที่ช่วยพัฒนาความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และการควบคุมกล้ามเนื้อก่อนจะค่อย ๆ กลายเป็นการออกกำลังกายยอดนิยมที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ในปัจจุบันพิลาทิสมีกี่แบบ? มือใหม่ควรรู้จักก่อนเริ่มเล่นสำหรับใครที่สนใจอยากลองเล่นพิลาทิส แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากอะไร จริง ๆ แล้วพิลาทิสมีรูปแบบการฝึกหลายประเภท โดยสองแบบที่พบได้บ่อย ได้แก่1. Mat Pilates พิลาทิสบนเสื่อเป็นการออกกำลังกายบนเสื่อ โดยใช้น้ำหนักตัวเองเป็นแรงต้าน อาจมีอุปกรณ์เสริมอย่างลูกบอลหรือยางยืดจุดเด่นคือไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องออกกำลังกายขนาดใหญ่ เหมาะกับคนที่อยากเริ่มฝึกพื้นฐาน หรืออยากออกกำลังกายที่บ้าน แต่บางท่าก็ต้องใช้ความแข็งแรงไม่น้อยเลย2. Reformer Pilates พิลาทิสบนเครื่องเป็นรูปแบบที่หลายคนคุ้นตาจากโซเชียล โดยใช้เครื่องออกกำลังกายที่เรียกว่า Reformer ซึ่งมีแท่นเลื่อน สปริง และสายสำหรับปรับแรงต้านอุปกรณ์เหล่านี้ช่วยให้สามารถฝึกกล้ามเนื้อได้หลากหลายส่วน และปรับระดับความหนักให้เหมาะกับผู้ฝึกได้สำหรับมือใหม่สามารถเริ่มได้ทั้งสองแบบ แต่ควรเลือกคลาสพื้นฐานที่มีครูผู้สอนคอยแนะนำท่าทางอย่างถูกต้อง7 ประโยชน์ของพิลาทิส เล่นแล้วช่วยอะไรกับร่างกายบ้าง?1. ช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้องและแกนกลางลำตัวหนึ่งในจุดเด่นของพิลาทิสคือการฝึกกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว โดยเฉพาะหน้าท้อง หลังส่วนล่าง และสะโพกเมื่อกล้ามเนื้อบริเวณนี้แข็งแรงขึ้น ก็จะช่วยให้ร่างกายมีความมั่นคง ควบคุมการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น และช่วยพยุงลำตัวขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน2. ช่วยพัฒนาบุคลิกภาพและการจัดท่าทางใครเป็นสายออฟฟิศที่ต้องนั่งหน้าคอมทั้งวัน หรือชอบนั่งหลังค่อมโดยไม่รู้ตัว พิลาทิสอาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะการฝึกจะช่วยให้เรารับรู้ตำแหน่งของร่างกายมากขึ้น และพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ใช้ควบคุมท่าทางอย่างไรก็ตาม พิลาทิสไม่ได้ทำให้หลังตรงหรือแก้ปัญหาท่าทางทุกประเภทได้ทันที ต้องอาศัยการฝึกอย่างสม่ำเสมอร่วมกับการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน3. อาจช่วยลดอาการปวดหลังส่วนล่างหลายคนอาจสงสัยว่า พิลาทิสช่วยแก้ปวดหลังได้จริงไหม?จากงานทบทวนการศึกษาของ Cochrane พบว่า พิลาทิสอาจช่วยลดอาการปวดและข้อจำกัดในการใช้ชีวิตของผู้ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังบางกลุ่มได้ เมื่อเทียบกับการได้รับการดูแลเพียงเล็กน้อยแต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าพิลาทิสให้ผลดีกว่าการออกกำลังกายประเภทอื่นทั้งหมดดังนั้น หากมีอาการปวดหลังเรื้อรังหรือมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดก่อนเริ่มฝึก4. เพิ่มความยืดหยุ่นให้ร่างกายคนที่รู้สึกว่าตัวเองแข็ง ก้มแตะปลายเท้าไม่ถึง หรือขยับตัวแล้วติดขัด อาจลองพิลาทิสเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพราะหลายท่าฝึกมีการเคลื่อนไหวและยืดกล้ามเนื้ออย่างควบคุม ซึ่งช่วยพัฒนาความยืดหยุ่นและช่วงการเคลื่อนไหวของร่างกายได้5. ช่วยให้ทรงตัวและควบคุมร่างกายได้ดีขึ้นพิลาทิสไม่ได้ฝึกแค่ความแข็งแรง แต่ยังเน้นเรื่องความสมดุลและการประสานงานของกล้ามเนื้อการฝึกอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยพัฒนาการทรงตัวและการรับรู้ตำแหน่งของร่างกาย ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งในชีวิตประจำวันและการเล่นกีฬาประเภทอื่น6. ช่วยผ่อนคลายความเครียดและฝึกสมาธิระหว่างเล่นพิลาทิส เราต้องจดจ่อกับลมหายใจและการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาการมีสมาธิกับร่างกายในขณะออกกำลังกายอาจช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด และเพิ่มการรับรู้ความรู้สึกของตัวเองได้เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ได้โฟกัสกับตัวเองมากขึ้นอีกนิด7. ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและรูปร่างดูกระชับขึ้นอีกหนึ่งเหตุผลที่หลายคนสนใจพิลาทิสคือเรื่องรูปร่างการฝึกพิลาทิสสามารถช่วยเสริมความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ เมื่อฝึกอย่างสม่ำเสมอร่วมกับการดูแลโภชนาการและการออกกำลังกายที่เหมาะสม ก็อาจช่วยให้รูปร่างดูกระชับขึ้นได้แต่พิลาทิสไม่ได้ทำให้ไขมันหน้าท้องหายไปเฉพาะจุด และไม่ได้รับประกันว่าจะทำให้น้ำหนักลดลงเสมอไปพิลาทิสเหมาะกับใครบ้าง?ข้อดีของพิลาทิสคือสามารถปรับรูปแบบการออกกำลังกายให้เหมาะกับหลายช่วงวัยและระดับความแข็งแรงของร่างกาย โดยเฉพาะกลุ่มต่อไปนี้คนทำงานออฟฟิศ ที่อยากเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและฝึกการควบคุมท่าทางคนที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกาย และต้องการกิจกรรมที่สามารถปรับระดับความหนักได้คนที่อยากมีกล้ามเนื้อแข็งแรงและรูปร่างกระชับ โดยไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายแบบแรงกระแทกสูงผู้สูงอายุ ที่ต้องการฝึกความแข็งแรงและการทรงตัว โดยเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับสุขภาพคนที่เล่นกีฬาเป็นประจำ และอยากเสริมความมั่นคงของลำตัวและการควบคุมกล้ามเนื้ออย่างไรก็ตาม ผู้ตั้งครรภ์ ผู้ที่มีอาการบาดเจ็บ ผู้ที่เพิ่งผ่าตัด หรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มฝึกข้อดี-ข้อเสียของพิลาทิส ที่ควรรู้ก่อนสมัครคลาสแม้พิลาทิสจะมีประโยชน์หลายด้าน แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจข้อดีของพิลาทิสเป็นการออกกำลังกายแรงกระแทกต่ำช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวช่วยพัฒนาความยืดหยุ่นและการทรงตัวมีระดับความยากให้เลือกตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นสูงสามารถฝึก Mat Pilates ที่บ้านได้เมื่อเรียนรู้ท่าที่ถูกต้องสามารถปรับโปรแกรมให้เหมาะกับความสามารถของแต่ละคนได้ข้อเสียและข้อจำกัดของพิลาทิสคลาส Reformer Pilates อาจมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงผู้เริ่มต้นอาจต้องมีครูช่วยดูท่าเพื่อป้องกันการบาดเจ็บไม่ใช่การออกกำลังกายที่เหมาะที่สุดสำหรับทุกเป้าหมาย เช่น การเพิ่มสมรรถภาพหัวใจและปอดผลลัพธ์ด้านความแข็งแรงและรูปร่างต้องอาศัยความสม่ำเสมอหากฝืนทำท่าที่ยากเกินความสามารถ อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้เล่นพิลาทิสช่วยลดน้ำหนักได้จริงไหม?คำถามยอดฮิตที่หลายคนอยากรู้คือ เล่นพิลาทิสแล้วผอมไหม?คำตอบคือ พิลาทิสสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลน้ำหนักได้ เพราะช่วยเพิ่มกิจกรรมทางกายและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแต่การลดน้ำหนักขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งปริมาณพลังงานที่ได้รับและใช้ไป การรับประทานอาหาร การนอนหลับ และการออกกำลังกายโดยรวมหากเป้าหมายคือการลดไขมัน การทำพิลาทิสควบคู่กับการเดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือเวทเทรนนิ่ง รวมถึงการรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม อาจตอบโจทย์ได้มากกว่าการเล่นพิลาทิสเพียงอย่างเดียวพิลาทิสกับโยคะต่างกันยังไง?หลายคนอาจมองว่าพิลาทิสกับโยคะคล้ายกัน เพราะเป็นการออกกำลังกายที่มีการเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ และให้ความสำคัญกับลมหายใจแต่ทั้งสองแบบมีจุดเน้นที่แตกต่างกันพิลาทิส (Pilates) เน้นการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การควบคุมการเคลื่อนไหว และความมั่นคงของแกนกลางลำตัวโยคะ (Yoga) มีรูปแบบหลากหลาย โดยทั่วไปให้ความสำคัญกับท่าทาง การหายใจ ความยืดหยุ่น และสมาธิ บางรูปแบบก็ช่วยเสริมความแข็งแรงได้เช่นกันหากชอบการฝึกที่เน้นกล้ามเนื้อและการควบคุมร่างกาย พิลาทิสอาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ถ้าอยากผสมผสานการเคลื่อนไหวกับการฝึกสมาธิ โยคะก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งจริง ๆ แล้วไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงอย่างเดียว เพราะทั้งสองแบบสามารถฝึกควบคู่กันได้มือใหม่อยากเริ่มเล่นพิลาทิส ต้องเตรียมตัวยังไง?ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วเริ่มอยากลองเล่นพิลาทิส Chill ON มีคำแนะนำง่าย ๆ สำหรับมือใหม่มาฝากเลือกคลาส Beginner เพื่อเรียนรู้ท่าพื้นฐานและการหายใจให้ถูกต้องเลือกผู้สอนที่มีความรู้และประสบการณ์ โดยเฉพาะหากมีข้อจำกัดด้านสุขภาพเริ่มฝึกแบบค่อยเป็นค่อยไป อาจเริ่มสัปดาห์ละ 2–3 ครั้งตามความพร้อมเลือกเสื้อผ้าที่ยืดหยุ่นและเคลื่อนไหวสะดวก พร้อมสอบถามสตูดิโอว่าต้องเตรียมถุงเท้ากันลื่นหรือไม่อย่าฝืนทำท่ายากเกินตัว เพราะความถูกต้องสำคัญกว่าความเร็วและจำนวนครั้งสรุป พิลาทิสดีไหม? ทำไมถึงน่าลองสักครั้งพิลาทิสไม่ใช่แค่การออกกำลังกายตามเทรนด์ แต่เป็นกิจกรรมที่ช่วยฝึกความแข็งแรง ความยืดหยุ่น การทรงตัว และการควบคุมร่างกายได้ในเวลาเดียวกันสำหรับใครที่รู้สึกอยากเริ่มดูแลตัวเอง แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นออกกำลังกายแบบไหนดี พิลาทิสอาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะคนที่ชอบการเคลื่อนไหวแบบมีสมาธิและไม่เน้นแรงกระแทกสูงสุดท้ายแล้ว สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าจะออกกำลังกายตามเทรนด์ไหน แต่คือการเลือกรูปแบบที่เหมาะกับตัวเองและสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องเพราะการดูแลสุขภาพไม่จำเป็นต้องเริ่มจากอะไรที่ยิ่งใหญ่ แค่เริ่มขยับร่างกายให้มากขึ้นในแบบที่เราชอบ ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้ว!

กิจกรรมเสี่ยงข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย

14 ก.พ. 2025

กิจกรรมเสี่ยงข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย

ในปัจจุบันหนุ่มสาวผู้มีใจรักสุขภาพหันมาให้ความสนใจเรื่องน้ำหนักตัวและออกกำลังกายกันมากขึ้น โดยเฉพาะการวิ่งและการขี่จักรยานที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ก็มีปัญหาว่า บางคนออกกำลังกายแล้วรู้สึกปวดเข่าเพราะกล้ามเนื้อหัวเข่ายังแข็งแรง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง มาดูกันดีกว่าว่า มีพฤติกรรมหรือกิจกรรมใดบ้างที่ทำให้เสี่ยงเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมสาเหตุความเสื่อมของข้อเข่าความเสื่อมแบบปฐมภูมิหรือไม่ทราบสาเหตุเป็นภาวะที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของผิวกระดูกอ่อนตามวัยปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความเสื่อมของข้อเข่าได้แก่อายุ พบว่า อายุ 40 ปี เริ่มมีข้อเสื่อม อายุ 60 ปี เป็นข้อเข่าเสื่อมได้ถึงร้อยละ 40เพศ ผู้หญิงพบมากกว่าผู้ชาย 2 – 3 เท่า ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อของร่างกายน้ำหนักตัวที่เกิน น้ำหนักตัวมีความสัมพันธ์อย่างมากกับเข่าเสื่อม พบว่าน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น 0.5 กิโลกรัม จะเพิ่มแรงที่กระทำต่อข้อเข่า 1 – 1.5 กิโลกรัม ขณะเดียวกันเซลล์ไขมันที่มากเกินไปจะมีผลต่อเซลล์กระดูกอ่อนและเซลล์กระดูกส่งผลให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้นการใช้งาน ท่าทาง กิจกรรมที่มีแรงกดต่อข้อเข่ามาก เช่น การนั่งคุกเข่า พับเพียบ ขัดสมาธิ ขึ้นลงบันไดบ่อย ๆ เป็นต้นความบกพร่องของส่วนประกอบของข้อ เช่น ข้อเข่าหลวม กล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแรงกรรมพันธุ์ โรคข้อเข่าเสื่อมมีหลักฐานการถ่ายทอดทางพันธุกรรมน้อยกว่าที่ข้อนิ้วมือเสื่อมความเสื่อมแบบทุติยภูมิ เป็นความเสื่อมที่ทราบสาเหตุ เช่น เคยประสบอุบัติเหตุมีการบาดเจ็บที่ข้อ เส้นเอ็น การบาดเจ็บเรื้อรังที่บริเวณข้อเข่าจากการทำงานหรือการเล่นกีฬา โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เกาต์ ข้ออักเสบติดเชื้อ โรคของต่อมไร้ท่อ เช่น อ้วน เป็นต้นอาการโรคข้อเข่าเสื่อมอาการระยะแรก เริ่มปวดเข่าเวลามีการเคลื่อนไหว เช่น เดิน ขึ้นลงบันได หรือนั่งพับเข่า อาการจะดีขึ้นเมื่อหยุดพักการใช้ข้อ ร่วมกับมีอาการข้อฝืดขัด โดยเฉพาะเมื่อหยุดการเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน เมื่อขยับข้อจะรู้สึกถึงการเสียดสีของกระดูกหรือมีเสียงดังในข้ออาการเมื่อมีภาวะข้อเสื่อมรุนแรง อาการปวดจะรุนแรงมากขึ้น บางครั้งปวดเวลากลางคืน อาจคลำส่วนกระดูกงอกได้บริเวณด้านข้างข้อ เมื่อเกร็งกล้ามเนื้อต้นขาเต็มที่จะมีอาการปวดหรือเสียวบริเวณกระดูกสะบ้า หากมีการอักเสบจะมีข้อบวม ร้อน และตรวจพบน้ำในช่องข้อ ถ้ามีข้อเสื่อมมานานจะพบว่า เหยียดหรืองอข้อเข่าได้ไม่ค่อยสุด กล้ามเนื้อต้นขาลีบ ข้อเข่าโก่ง หลวม หรือบิดเบี้ยวผิดรูป ทำให้เดินและใช้ชีวิตประจำวันลำบาก และมีอาการปวดเวลาเดินหรือขยับเกณฑ์วินิจฉัยโรคข้อเข่าเสื่อมมีอาการปวดเข่าภาพรังสีแสดงกระดูกงอกมีข้อสนับสนุน 1 ข้อ ดังต่อไปนี้– อายุเกิน 50 ปี– มีอาการฝืดแข็งในตอนเช้านานน้อยกว่า 30 นาที– มีเสียงกรอบแกรบขณะเคลื่อนไหวเข่าจากการเสียดสีของเยื่อบุภายในข้อการป้องกันไม่ให้เกิดข้อเข่าเสื่อมลดน้ำหนัก : การควบคุมน้ำหนักของตัวเองให้อยู่ในระดับมาตรฐาน ช่วยลดการแบกรับน้ำหนักที่หัวเข่า และข้อต่อต่างๆ ในร่างกายได้บริหารกล้ามเนื้อหัวเข่า : การบริหารกล้ามเนื้อรอบๆ หัวเข่าให้แข็งแรง จะช่วยในการแบกรับน้ำหนัก ทำให้กระดูกข้อเข่าไม่ต้องรับน้ำหนักมากเกินไปควบคุมรักษาโรคที่เกี่ยวกับกระดูก : และขอคำแนะนำจากแพทย์ที่เชี่ยวชาญในเรื่องของกระดูกขอบคุณข้อมูลจาก www.bangkokinternationalhospital.com

แนะนำการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio) ลดไขมันกระตุ้นหัวใจ

29 ส.ค. 2025

แนะนำการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio) ลดไขมันกระตุ้นหัวใจ

การออกกำลังกายมีหลากหลายรูปแบบที่สามารถช่วยปรับปรุงสุขภาพร่างกาย แต่ในวันนี้เราจะมาพูดถึงการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio) ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบการออกกำลังกายลดไขมันที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการลดไขมันและกระตุ้นการทำงานของหัวใจ การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของระบบหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยลดไขมันสะสมในร่างกาย ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าและสุขภาพดีขึ้นในระยะยาว แม้ว่าเราจะได้ยินคำว่า “คาร์ดิโอ” บ่อยครั้งในวงการออกกำลังกาย แต่หลายคนก็ยังไม่ทราบถึงความหมายและประโยชน์ที่แท้จริงของการออกกำลังกายประเภทนี้ วันนี้ Chill on กินเที่ยว จะพาคุณไปรู้จักกับการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอให้มากขึ้น รวมถึงประเภทต่าง ๆ ของคาร์ดิโอที่คุณสามารถเลือกทำได้ตามความต้องการของร่างกายปัญหาเหนื่อยง่าย จากการออกกำลังกายน้อย หลายคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ มักจะพบปัญหาการเหนื่อยง่าย หรือหายใจถี่เมื่อทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรง เช่น การเดินเร็ว หรือการขึ้นบันได หากไม่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ร่างกายอาจจะไม่สามารถปรับตัวกับความต้องการของระบบหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างเต็มที่ ทำให้มีอาการเหนื่อยง่าย ซึ่งเป็นสัญญาณของการที่หัวใจและหลอดเลือดทำงานไม่เต็มที่ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio) สามารถช่วยปรับสมดุลของร่างกาย ปรับปรุงการทำงานของระบบหัวใจและเพิ่มความทนทานให้กับร่างกายการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio) คืออะไร การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio) คือการออกกำลังกายที่มีการเคลื่อนไหวของร่างกายอย่างต่อเนื่อง เช่น การวิ่ง, เดินเร็ว, ปั่นจักรยาน หรือการว่ายน้ำ ซึ่งช่วยให้หัวใจทำงานหนักขึ้นและกระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือดให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการลดไขมันในร่างกายการออกกำลังกายคาร์ดิโอจะช่วยให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดทำงานได้ดีขึ้น ช่วยให้การไหลเวียนของเลือดสะดวกและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองคาร์ดิโอ มีกี่ประเภท การออกกำลังกายคาร์ดิโอมีหลายประเภท ซึ่งสามารถเลือกทำได้ตามความชอบและความเหมาะสมของร่างกาย โดยแต่ละประเภทจะมีการใช้ความหนักเบาของการออกกำลังกายที่แตกต่างกันไป ประเภทของคาร์ดิโอที่คุณสามารถเลือกทำได้ มีดังนี้ 1. คาร์ดิโอประเภท LISS (Low Intensity Steady State) LISS เป็นการคาร์ดิโอที่ใช้การออกแรงในระดับต่ำ ไม่มีการกระแทกมากนัก โดยจะออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ใช้เวลาประมาณ 45-60 นาทีต่อครั้ง หรือ 200-300 นาทีต่อสัปดาห์ โดยรักษาระดับการเต้นของหัวใจให้อยู่ในระดับคงที่ประมาณ 50-65% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด การคาร์ดิโอแบบ LISS เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นออกกำลังกาย หรือผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก และไม่ชอบการออกกำลังกายหนักๆ เช่น การเดินเร็ว การปั่นจักรยานเบา ๆ หรือการว่ายน้ำ เป็นต้น โดยจะช่วยเสริมการทำงานของระบบหัวใจและปอด ช่วยในการเผาผลาญไขมัน และลดความเสี่ยงของอาการบาดเจ็บจากการออกกำลัง 2. กายคาร์ดิโอประเภท MISS (Moderate Intensity Steady State) MISS คือการออกกำลังกายที่มีระดับความเข้มข้นปานกลาง โดยรักษาอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ที่ 60-70% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด การออกกำลังกายประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและไม่มีโรคประจำตัว เช่น การวิ่งจ็อกกิ้ง การเต้นแอโรบิก หรือการปั่นจักรยานด้วยความเร็วปานกลาง ผู้ที่ออกกำลังกายประเภทนี้มักจะออกกำลังกายเป็นระยะเวลาประมาณ 30-45 นาทีต่อครั้ง หรือประมาณ 150 นาทีต่อสัปดาห์ การคาร์ดิโอประเภท MISS ช่วยเสริมความแข็งแรงของระบบหัวใจและหลอดเลือด เพิ่มความทนทานของร่างกาย และช่วยลดไขมันสะสมในร่างกายได้ดี 3. คาร์ดิโอประเภท HIIT (High Intensity Interval Training) HIIT คือการออกกำลังกายที่มีการใช้แรงในระดับสูงในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ โดยจะทำการออกกำลังกายอย่างหนักในช่วงเวลา 20-30 วินาที ตามด้วยการพักผ่อนหรือการออกกำลังกายที่มีความหนักเบาต่ำในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนที่จะกลับไปออกกำลังกายอย่างหนักอีกครั้ง ซึ่งการออกกำลังกายแบบ HIIT จะทำให้การเต้นของหัวใจสูงถึง 90% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดคาร์ดิโอดีต่อระบบการไหลเวียนเลือด และหัวใจอย่างไร การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio) ช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดและสุขภาพหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเราออกกำลังกายคาร์ดิโอ ร่างกายจะมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อให้เลือดไปหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อและอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายมากขึ้น การทำเช่นนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือด ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น การออกกำลังกายคาร์ดิโอยังช่วยลดความดันโลหิต และลดระดับไขมันในเลือด ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดได้ การออกกำลังกายคาร์ดิโอจึงเป็นการป้องกันการเกิดโรคเรื้อรังที่อาจเกิดจากการที่ร่างกายขาดการเคลื่อนไหวหรือไม่ออกกำลังกายเป็นระยะเวลานานข้อควรระวังในการออกกำลังกายคาร์ดิโอ แม้ว่าการออกกำลังกายคาร์ดิโอจะเป็นการออกกำลังกายที่ดี แต่ก็มีข้อควรระวังบางประการที่ควรพิจารณาก่อนเริ่มต้นออกกำลังกายคาร์ดิโอไม่ควรออกกำลังกายหนักเกินไป – สำหรับผู้ที่เริ่มต้นการออกกำลังกายคาร์ดิโอ ควรเริ่มต้นด้วยการออกกำลังกายเบา ๆ ก่อน และค่อย ๆ เพิ่มระดับความเข้มข้นของการออกกำลังกายเมื่อร่างกายเริ่มปรับตัวให้ร่างกายพักผ่อนเพียงพอ – ควรให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเพียงพอระหว่างวัน เพราะการออกกำลังกายหนักติดต่อกันหลายวันโดยไม่มีการพักผ่อน อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ระมัดระวังเรื่องอุปกรณ์ – หากออกกำลังกายคาร์ดิโอที่ต้องใช้อุปกรณ์ เช่น การปั่นจักรยานหรือการวิ่ง ควรตรวจสอบอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน และมั่นใจว่าอุปกรณ์นั้นเหมาะสมกับสภาพร่างกายของเราสรุป การออกกำลังกายคาร์ดิโอเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการปรับปรุงสุขภาพหัวใจ ลดไขมันในร่างกาย และเพิ่มความทนทานของร่างกาย คุณสามารถเลือกทำการออกกำลังกายคาร์ดิโอในรูปแบบที่เหมาะสมกับตัวเองได้ เช่น การวิ่ง การเดินเร็ว หรือการปั่นจักรยาน ทั้งนี้เพื่อให้การออกกำลังกายคาร์ดิโอมีประสิทธิภาพมากที่สุด ควรทำอย่างสม่ำเสมอ และคำนึงถึงการพักผ่อนให้เพียงพอหากคุณสนใจเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกาย และเคล็ดลับสุขภาพต่างๆ สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ Atime ที่มีบทความดี ๆ และข้อมูลที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะหน้า Chill On กินเที่ยว ที่รวบรวมเรื่องกินเที่ยวและสุขภาพไว้ให้คุณได้อ่านและค้นพบความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

ออกกำลังกายเวทเทรนนิ่ง เพิ่มกล้ามเนื้อ กระตุ้นระบบเผาผลาญ

02 ก.ย. 2025

ออกกำลังกายเวทเทรนนิ่ง เพิ่มกล้ามเนื้อ กระตุ้นระบบเผาผลาญ

หากพูดถึงการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง มีความเข้าใจผิดมากมายเกี่ยวกับการออกกำลังกายประเภทนี้ ด้วยคำนิยามที่เป็นการออกกำลังกายเพื่อสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ แต่หลายคนมักจะพูดด้วยคำว่าออกกำลังกายเพิ่มกล้าม ทำให้ตัวใหญ่ ตัวบวม หรือกล้ามใหญ่ จนผู้หญิงหลายคนอาจกลัวการออกกำลังกายประเภทนี้ แต่ความจริงแล้วการออกกำลังการเวทเทรนนิ่ง หากเลือกออกอย่างถูกต้องและพอดี ก็จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงไปพร้อม ๆ กับรูปร่างที่สวยงามมากขึ้น วันนี้ Chill on กินเที่ยว จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับการออกกำลังกายประเภทนี้ให้ละเอียดมากขึ้น และไขข้อเข้าใจผิดที่หลายคนยังไม่รู้ให้ถูกต้องการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง คืออะไร ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คอนเทนต์หรือเทรนด์เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและรูปร่างได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สังเกตง่าย ๆ ได้จากโซเชียลมีเดีย โดยหนึ่งในวิธีการออกกำลังกายที่ได้รับความสนใจจากทั้งผู้หญิงและผู้ชายทุกช่วงวัยก็คือ การเวทเทรนนิ่ง”หรือการฝึกกล้ามเนื้อด้วยแรงต้าน ซึ่งหลายคนอาจจะเคยได้ยินคำนี้อยู่บ่อย ๆ แต่ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเวทเทรนนิ่ง คือ อะไร และมีประโยชน์อย่างไรต่อร่างกาย เวทเทรนนิ่ง (Weight Training) คือ การออกกำลังกายที่เน้นการใช้น้ำหนัก ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักตัวหรืออุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เช่น ดัมเบล บาร์เบล หรือเครื่องออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มแรงต้านให้กล้ามเนื้อทำงานหนักขึ้น การออกแรงซ้ำ ๆ และสม่ำเสมอจะช่วยกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อ รวมถึงกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากรูปร่างที่ดูดีขึ้นแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วยเวทเทรนนิ่ง ช่วยเรื่องอะไรบ้าง การออกกำลังกายเวทเทรนนิ่ง ไม่ได้มีข้อดีแค่การทำให้รูปร่างผอมเพรียวหรือทำให้เห็นกล้ามเนื้อได้ชัดเจนเพียงเท่านั้น แต่การเวทเทรนนิ่งยังมีประโยชน์อีกหลายประการ ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต เช่นเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ: เมื่อเราอายุมากขึ้น มวลกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ ลดลง การทำเวทเทรนนิ่งเป็นประจำจะช่วยชะลอการสูญเสียกล้ามเนื้อ และยังสามารถเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ นอกจากนี้การไม่มีกล้ามเนื้อยังส่งผลเสียต่อความแข็งแรงของกระดูก เมื่อแก่ตัวขึ้นอาจทำให้ร่างกายไม่แข็งแรงเท่าที่ควรกระตุ้นระบบเผาผลาญ: กล้ามเนื้อมีบทบาทสำคัญในการเผาผลาญพลังงาน การมีกล้ามเนื้อที่มากขึ้นจะทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้น แม้ในช่วงเวลาที่ไม่ได้ออกกำลังกายก็ตาม สำหรับใครที่มีปัญหาด้านการเผาผลาญหรือกินน้อยแต่ยังอ้วน สามารถเลือกใช้วิธีออกกำลังกายเวทเทรนนิ่งเพื่อเพิ่มอัตราการเผาผลาญได้เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก: การฝึกเวทเป็นประจำจะช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อกระดูก ลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน ควรฝึกการออกกำลังกายให้เป็นนิสัยตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อลดปัญหาสุขภาพเมื่ออายุมากขึ้นช่วยควบคุมน้ำหนัก: การเพิ่มมวลกล้ามเนื้อช่วยให้การควบคุมน้ำหนักมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้น อีกทั้งยังทำให้รู้สึกสดชื่นมากขึ้นลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง: เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ฯลฯเพิ่มความมั่นใจในรูปร่าง: เมื่อรูปร่างกระชับ ดูดีขึ้น ย่อมส่งผลต่อความมั่นใจในตัวเองและภาพลักษณ์ในสังคมเวทเทรนนิ่งจำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสมอไปหรือไม่ คำถามยอดฮิตของคนที่เริ่มต้นออกกำลังกายแรก ๆ คือ การออกกำลังกายจำเป็นต้องมีอุปกรณ์หรือไม่, เวทเทรนนิ่งไม่มีอุปกรณ์สามารถทำได้ เพราะการออกกำลังกายเวทเทรนนิ่งไม่ได้หมายถึงการใช้อุปกรณ์เป็นตัวช่วยเสมอไป การออกกำลังกายเวทเทรนนิ่งไม่มีอุปกรณ์ เรียกกันว่า Bodyweight คือการเอาน้ำหนักตัวมาเป็นแรงต้าน ตัวอย่างของ Bodyweight เช่นSquat เพื่อฝึกต้นขาและก้นPush-up เพื่อฝึกกล้ามเนื้ออก แขน และไหล่Plank สำหรับเสริมความแข็งแรงของแกนกลางลำตัวLunges สำหรับเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของขาแนะนำตารางการออกกำลังกายให้ Balance ระหว่าง Cardio and Weight Trainingข้อควรระวังในการออกกำลังกาย แม้ว่าการเวทเทรนนิ่งจะมีประโยชน์มากมาย แต่หากทำผิดวิธี ก็อาจก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บหรือผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ จึงควรระมัดระวังดังนี้อย่าฝืนมากเกินไป: สำหรับผู้เริ่มต้นออกกำลังในช่วงแรก ควรเริ่มใช้ดัมเบลน้ำหนักเบา หรือเลือกจำนวนครั้งที่พอเหมาะแล้วค่อย ๆ ไต่ระดับเพิ่มขึ้นทีละน้อย อย่าหักโหมเพราะอาจทำให้กล้ามเนื้ออักเสบหรือเกิดการบาดเจ็บวอร์มอัพก่อนและหลังเสมอ: การอุ่นร่างกายช่วยให้กล้ามเนื้อและข้อต่อเตรียมพร้อม ลดโอกาสการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายศึกษาท่าทางที่ถูกต้อง: ท่าทางที่ผิดอาจทำให้เกิดแรงกดที่ไม่เหมาะสม เช่น อาการปวดหลังจากการ Squat ผิดวิธีฟังร่างกายตัวเอง: หากรู้สึกเจ็บ หรือไม่สบาย ควรหยุดทันที ไม่ควรอย่าฝืนออกกำลังกาย เพราะอาจทำให้ร่างกายบาดเจ็บเรื้อรังพักผ่อนและรับประทานอาหารให้เหมาะสม: ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะโปรตีน เนื่องจากกล้ามเนื้อต้องการโปรตีนและการพักผ่อนที่เพียงพอ เพื่อการฟื้นตัวและเจริญเติบโตสรุป เวทเทรนนิ่ง ไม่ใช่แค่การออกกำลังกายสำหรับนักเพาะกาย แต่เป็นหนึ่งในวิธีดูแลสุขภาพที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะต้องการรูปร่างที่ดี เสริมสร้างกล้ามเนื้อ หรือกระตุ้นระบบเผาผลาญ การออกกำลังกายเวทเทรนนิ่ง คือทางเลือกที่ตอบโจทย์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อผสมผสานกับคาร์ดิโออย่างสมดุล จะทำให้ร่างกายแข็งแรง ฟิต และดูดีจากภายในสู่ภายนอก ที่สำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสมอไป ผู้เริ่มต้นสามารถเริ่มจากการเวทเทรนนิ่งไม่มีอุปกรณ์ได้เลย และเมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้น ค่อยขยับไปใช้อุปกรณ์เพิ่มเติมตามความเหมาะสม การดูแลสุขภาพไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็สามารถมีสุขภาพดี และรูปร่างที่แข็งแรงได้ไม่ยากเลย ติดตามอ่านบทความดี ๆ เพิ่มเติมหรืออ่านบทความเกี่ยวกับการคาร์ดิโอได้ที่ Chill on กินเที่ยวจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี