Green Wave เปิดพื้นที่แห่งบทสนทนาที่รวมวิธีคิด เรื่องราวชีวิต และแรงบันดาลใจ จากไอคอนิกระดับประเทศ ใน CLUB INSPIRED DAY โดย “ดีเจอั๋น ภูวนาท” เปิดไมค์ต้อนรับ “เชียร์ ฑิฆัมพร” ที่ได้มาพูดคุยแชร์ประสบการณ์เส้นทางกว่า 20 ปีในวงการบันเทิงของ ซึ่งอาจดูเหมือนเส้นทางที่โชคดีและเต็มไปด้วยโอกาส แต่เบื้องหลังความสำเร็จ ตั้งแต่การเป็นนางเอกวัยเยาว์ นักธุรกิจหญิง ไปจนถึงการยืนหยัดในตัวตนและความรัก เต็มไปด้วยบทเรียนชีวิต การก้าวผ่านอุปสรรค และการเรียนรู้ที่จะกลับมารักและถนอมหัวใจตัวเองอย่างสง่างาม

จากเด็กสาวกางเกงเล สู่มงกุฎ Miss Teen Thailand และปรากฏการณ์เรตติ้ง 25
จุดเริ่มต้นในวงการบันเทิงของเชียร์ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจทะเยอทะยานตั้งแต่แรก ในวัย 15 ปี ขณะที่เธอแต่งตัวชิลๆ ใส่กางเกงเล รองเท้าแตะคีบ เสื้อกล้าม ไปเรียนพิเศษยามบ่ายที่สยาม โมเดลลิ่งได้เข้ามาขอเบอร์เพื่อชวนไปประกวด แม้เธอเคยประกวดเวที Honda Wave Lady Search ได้ที่ 2 มาก่อน แต่เธอก็ตั้งใจไว้ว่าการประกวด Miss Teen Thailand จะเป็นเวทีสุดท้ายในชีวิต ทว่าผลลัพธ์กลับเกินคาดเมื่อเธอคว้าตำแหน่งมงกุฎมาครองได้สำเร็จ
หลังจากได้มงกุฎ เธอได้รับโอกาสก้าวเข้าสู่ช่อง 7 และได้รับบทนางเอกทันทีในละครฟอร์มใหญ่ "เบญจา คีตา ความรัก" โดยไม่ได้ผ่านการแคสติ้ง ละครเรื่องนี้กลายเป็นปรากฏการณ์ที่ทำเรตติ้งตอนจบสูงถึง 25 ทว่าการทำงานหนักตั้งแต่อายุยังน้อยก็ทำให้เธอเสียโอกาสในการใช้ชีวิตวัยรุ่นแบบปกติ เธอเคยร้องไห้เมื่อเพื่อนไปเที่ยวต่างจังหวัดโดยไม่ชวนเพราะคิดว่าเธอไม่ว่าง แต่เธอก็แลกมาด้วยความภูมิใจที่สามารถหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวได้ตั้งแต่วัยเยาว์

ตัวตน ความรักแบบ Queer และบทเรียน "Safe Love"
ในเรื่องของหัวใจ เชียร์เปิดกว้างและมองว่าความรักไม่ได้จำกัดที่เพศสภาพ โดยนิยามตัวตนของเธอว่ามีความเป็น Queer ที่รักคนจากตัวตนภายในมากกว่าเพศสภาพ
ในวันที่เธอเริ่มต้นความสัมพันธ์กับผู้หญิง เธอเลือกจับเข่าคุยกับคุณพ่อเป็นคนแรก แม้คุณพ่อจะไม่เคยเปิดรับเรื่องความหลากหลายทางเพศมาก่อน แต่เมื่อเธอบอกด้วยความจริงใจว่าเธอมีความสุข คุณพ่อกลับตอบว่า "ป๊าดีใจด้วย น่ารักมาก" โดยมีความกังวลเพียงอย่างเดียวคือกลัวคนในสังคมจะมองลูกไม่ดี
เมื่อความสัมพันธ์ในอดีตจบลง สาเหตุแท้จริงคือเธอเป็นฝ่าย ถูกบอกเลิก (Step Back) ในช่วงที่กำลังพูดคุยเรื่องความมั่นคงและอนาคตก่อนแต่งงาน แต่ในตอนนั้นเธอเลือกที่จะเงียบเพื่อปกป้องอีกฝ่าย จนกระทั่งสื่อและสังคมเริ่มเข้าใจผิดว่าเธอเป็นฝ่ายทิ้งหรือหลอกลวง เธอจึงลุกขึ้นมาพูดความจริงเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตนเอง
สำหรับเชียร์ ความรักที่ดีคือ "รักที่ปลอดภัย" (Safe Love) ซึ่งหมายถึงการทะนุถนอมความรู้สึกของกันและกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง เธอให้ข้อคิดเตือนสติว่า อย่าลด Red Flag ลงมาเป็น Yellow Flag เพียงเพราะหวังว่าเขาจะเปลี่ยน เพราะการยอมรับเรื่องที่ไม่ควรรักษามาตรฐานไว้ คือการเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาทำร้ายความรู้สึกเราเอง การเดินออกมาอย่างสง่างามคือการรักตัวเองที่แท้จริง

ศิลปะการทำธุรกิจกับเพื่อนสนิท
นอกจากงานบันเทิง เชียร์ยังก้าวสู่บทบาทนักธุรกิจในแบรนด์ Chame' ร่วมกับเพื่อนสนิท การ์ตูน ที่รู้จักกันมาตั้งแต่อายุ 17 ปี โดยการ์ตูนเป็นเจ้าของหลักผู้อยู่เบื้องหลัง ส่วนเชียร์รับหน้าที่ผู้บริหารและรองประธานที่เป็นโฆษกหน้ากล้อง
เชียร์ให้ข้อคิดสำคัญในการทำธุรกิจกับเพื่อนว่า ความชัดเจนในเรื่องผลประโยชน์ คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ต้องเปิดใจคุยรายละเอียดและขอบเขตให้เคลียร์ตั้งแต่แรก ให้ยอมทะเลาะกันก่อนเริ่มงาน ดีกว่าปล่อยให้ปัญหาสะสมจนแตกหักในภายหลัง นอกจากนี้ ในโลกธุรกิจยุคปัจจุบันที่การแข่งขันสูงและอัลกอริทึมเปลี่ยนไว แผน A และ B ไม่พออีกต่อไป ต้องเตรียมไว้ถึงแผน C, D, E และต้องเป็นตัวจริงในสายงานนั้นๆ

จาก "เดอะแบก" สู่การกลับมารักตัวเอง
ตลอดชีวิตการทำงาน เชียร์เคยเป็นคนที่รู้สึกว่าหยุดทำงานไม่ได้ และกังวลหากตื่นมาแล้วไม่ได้ทำงาน แต่ในปัจจุบัน เธอปรับเปลี่ยน Mindset หันกลับมาใช้ชีวิตและให้เวลากับตัวเอง ทั้งการออกกำลังกาย เล่นกับสัตว์เลี้ยง และการพักผ่อน
เชียร์สะท้อนภาพของคนที่ต้องคอยซัพพอร์ตครอบครัวหรือคนรอบข้างเสมอว่า คนที่คอยดูแลคนอื่นก็ต้องการการซัพพอร์ตใจกลับมาเช่นกัน อย่าปล่อยให้ความช่วยเหลือกลายเป็นความเคยชินจนคนรับลืมเห็นคุณค่า แต่ควรถนอมใจและซัพพอร์ตคนที่พึ่งพาได้กลับคืนบ้าง
สำหรับภาพฝันในวันเกษียณ เชียร์วางแผนชีวิตไว้ว่า อยากมีที่ดินในต่างจังหวัด ทำรีสอร์ตเล็กๆ ที่มีร้านหมูกระทะบนเขา ได้พักผ่อน รักษาสุขภาพ พร้อมกับได้ให้บริการและพูดคุยกับผู้คนอย่างมีความสุข

จากเด็กสาววัยสิบห้าปีที่คว้ามงกุฎ Miss Teen Thailand และก้าวสู่การเป็นนางเอกในตำนานจากละครที่ทำเรตติ้งสูงถึง 25 จนสามารถหาเลี้ยงครอบครัวได้ตั้งแต่วัยเยาว์ เชียร์ ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ ได้ก้าวผ่านบทเรียนชีวิตตลอดกว่าสองทศวรรษด้วยความซื่อสัตย์ต่อตัวตน ทั้งการเปิดใจกับครอบครัวในเรื่องความรักแบบ Queer อย่างอบอุ่น การลุกขึ้นมาปกป้องศักดิ์ศรีและความจริงของตนเอง ตลอดจนการยึดมั่นใน "รักที่ปลอดภัย" (Safe Love) ที่ไม่ยอมลดมาตรฐาน Red Flag เพื่อยอมรับความสัมพันธ์ที่ไม่ถนอมความรู้สึกกัน

ขณะเดียวกันบนเส้นทางธุรกิจร่วมกับเพื่อนสนิท เธอก็ได้พิสูจน์ถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและความโปร่งใสเรื่องผลประโยชน์ที่ยึดถือมิตรภาพเป็นสำคัญ จนกระทั่งในวันนี้ที่เธอเรียนรู้จะก้าวออกจากบทบาท "เดอะแบก" และภาวะเสพติดงานหนัก หันกลับมาถนอมหัวใจ ให้เวลาในการดูแลและรักตัวเองอย่างแท้จริง พร้อมวางภาพฝันวันเกษียณที่สงบสุขและเปี่ยมด้วยคุณค่า
ดูรายการย้อนหลัง

-