Green Wave เปิดพื้นที่แห่งบทสนทนาที่รวมวิธีคิด เรื่องราวชีวิต และแรงบันดาลใจ จากไอคอนิกระดับประเทศ ใน CLUB INSPIRED DAY โดย “ดีเจอั๋น ภูวนาท” เปิดไมค์ต้อนรับ “โอปอล สุชาตา” หญิงไทยคนแรกที่คว้าตำแหน่ง Miss World 2025 ได้สำเร็จ โดยเธอได้มาพูดคุยบอกเล่าถึงความทุ่มเท ความกดดัน และการก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ บนเส้นทางนางงามที่เต็มไปด้วยแง่มุมทางธุรกิจและโครงสร้างสังคม นอกจากนี้ เธอยังแบ่งปันประสบการณ์การเผชิญปัญหาสุขภาพตั้งแต่วัยเยาว์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ผลักดันให้เธอก่อตั้งโครงการเพื่อสังคม Opal for Her เพื่อรณรงค์และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม พร้อมทั้งมุมมองต่อความรัก ความคาดหวัง และการค้นหา Purpose หรือเป้าหมายในชีวิต ท้ายที่สุด เธอมุ่งหวังที่จะนำประสบการณ์ และพลังบวกเหล่านี้ไปต่อยอดในวงการบันเทิงและบทบาทใหม่ ๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนกล้าที่จะเติบโตในเส้นทางของตนเอง

วัยเด็ก ครอบครัว และเบื้องหลังการฝึกภาษาด้วยวิธี "หักดิบ"
โอปอล สุชาตา เติบโตมาในครอบครัวที่คุณพ่อเป็นคนจังหวัดภูเก็ต ส่วนคุณแม่เป็นคนจังหวัดตรัง ในวัยเด็ก เธอมีความฝันอยากทำอาชีพที่หลากหลาย เช่น การเป็นแคชเชียร์ห้างโลตัสเพราะชอบเสียงกดเครื่องชำระเงิน, คนโบกรถเพราะอยากถือแท่งไฟ, เชฟ ตลอดจนนักการทูต สำหรับโอปอลแล้ว การประกวดนางงามไม่ได้ถูกมองเป็นอาชีพหลัก แต่เป็นเพียงหมุดหมายหนึ่งในชีวิต (Milestone) ที่ไม่เที่ยงแท้และต้องส่งต่อตำแหน่งเมื่อครบปี
ในส่วนของครอบครัว โอปอลเพิ่งมารู้ตอนเริ่มประกวดนางงามว่าคุณแม่ของเธอเคยเป็นนางงามอาชีพที่มีถ้วยรางวัลมากกว่า 80 ถ้วย ซึ่งถ้วยรางวัลส่วนใหญ่ถูกเก็บไว้ชั้นบนบ้านคุณยายที่เด็กๆ ไม่กล้าขึ้นไปเพราะกลัวรูปถ่ายของคุณตาที่เสียชีวิต นอกจากนี้ คุณแม่ผู้เคยทำงานด้านงานบริการ (Hospitality) ในจังหวัดภูเก็ต ได้เห็นความสำคัญของภาษาอังกฤษ จึงใช้วิธี "หักดิบ" ในการฝึกภาษากับโอปอลตั้งแต่ช่วงอนุบาล โดยปฏิเสธที่จะพูดภาษาไทยด้วยเมื่อกลับมาจากโรงเรียน การฝึกฝนตั้งแต่วัยเด็กทำให้เกิดความคุ้นเคยของรูปปากและลิ้น จนเป็นความจำของกล้ามเนื้อ (Muscle Memory) โดยมีเรื่องราวในครอบครัวที่คุณแม่เตี๊ยมกับคุณพ่อให้ทำเป็นพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ จนกระทั่งโอปอลอายุ 18 ปี จึงได้ทราบว่าคุณพ่อพูดภาษาอังกฤษได้ดีเช่นกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เธอวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากคุณพ่อ นอกจากนี้ ชื่อเล่น "สุชาติ" ที่คุณแม่ใช้เรียก ก็มีที่มาจากนิสัยแก่นๆ และเสียงจามที่ดังเหมือนผู้ชายในวัยเด็ก

วิกฤตสุขภาพวัย 16 ปี สู่จุดเริ่มต้นโครงการ "Opal for Her"
เมื่ออายุ 15 ปี (ระดับชั้น ม.4) โอปอลได้ย้ายจากภาคใต้เข้ามาศึกษาต่อในกรุงเทพมหานคร ต่อมาเมื่ออายุ 16 ปี เธอตรวจพบก้อนเนื้อเต้านมส่วนเกินบริเวณใกล้รักแร้ทั้งสองข้าง ในช่วงแรกเธอเข้าใจว่าเป็นเพียงไขมันจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น แต่เมื่อช่วงรอบเดือนจะมา ก้อนเนื้อเกิดอาการบวม แดง และเจ็บจนไม่สามารถหนีบแขนลงได้ ผลการผ่าตัดพบว่าก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่ถึง 8 เซนติเมตรในข้างซ้าย และ 10 เซนติเมตรในข้างขวา ซึ่งเป็นก้อนเนื้อธรรมดา (Benign) ไม่ใช่มะเร็ง แต่การผ่าตัดจำเป็นต้องตัดเส้นประสาทออกไปพอสมควร
ประสบการณ์การเข้าห้องผ่าตัดใหญ่คนเดียวและความกลัวว่าจะเกิดความผิดพลาดจนไม่มีโอกาสได้ทำตามความฝัน กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอเลิกกลัว และกล้าใช้ชีวิตทำสิ่งต่างๆ อย่างเต็มที่ ประสบการณ์นี้ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจในการก่อตั้งโครงการ "Opal for Her" เพื่อสร้างความตระหนักรู้ (Awareness) เกี่ยวกับโรคเต้านม และรณรงค์สิทธิการเข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียม จากการลงพื้นที่ทำงานทั่วโลก เธอพบว่าปัญหาสำคัญในหลายพื้นที่คือความเหลื่อมล้ำทางสาธารณสุข ค่านิยมทางสังคมที่ทำให้ผู้หญิงอายที่จะไปพบแพทย์ หรือการต้องเสียสละงบรักษาพยาบาลไปเป็นค่าเล่าเรียนของลูก

การเดิมพันสละตำแหน่งเดิม สู่ชัยชนะ Miss World 2025
โอปอลผ่านประสบการณ์ในวงการนางงามมาเป็นเวลาประมาณ 5 ปี ในอดีตเธอเคยคว้าตำแหน่งรองอันดับ 4 (TOP 5) ในการประกวดระดับประเทศ แต่เมื่อเธอรู้สึกว่ายังไม่บรรลุเป้าหมายในการทำประโยชน์และงานกุศล (Charity Work) ในระดับนานาชาติ เธอจึงตัดสินใจสละตำแหน่งเดิมเพื่อกลับมาประกวดใหม่ แม้จะเผชิญคำวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการเสี่ยงที่อาจไม่คุ้มค่าหรือขาดทุน แต่เธอมองว่าเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จไม่ได้เป็นศูนย์จึงเลือกที่จะลองเสี่ยง
ในกองประกวด Miss World ผู้เข้าประกวดทุกคนจะถูกทรีตเสมือนเป็นคนนอก (Outsider) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสนิทสนมส่วนตัวหรือสิทธิพิเศษ (Favoritism) ในที่สุด โอปอลก็สามารถคว้าตำแหน่ง Miss World 2025 ซึ่งเป็นมงกุฎแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย บนเวทีการประกวด คุณจูเลีย มอร์ลีย์ ได้กล่าวถึงเธอว่าเป็น "A woman of purpose" หรือผู้หญิงที่เป็นตัวแทนของความมีเป้าประสงค์ชัดเจนในชีวิต นอกจากนี้ เธอยังให้มุมมองต่อเวทีนางงามว่าเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ B2B และการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างทวีป โดยหลังจากส่งมอบตำแหน่งให้กับ Miss World 2026 แล้ว เธอมุ่งหวังจะทำงานจิตอาสาด้วยการแต่งกายปกติ และสนใจงานในวงการบันเทิง การแสดง ดนตรี ธุรกิจส่วนตัว ตลอดจนงานสายการทูตในอนาคต

วันที่ศรัทธาพังทลาย และการกอบกู้ความหมายของการมีชีวิตอยู่
ก่อนหน้าที่จะประสบความสำเร็จบนเวทีระดับโลก โอปอลเคยตกอยู่ในภาวะหมดแรงใจและไร้เป้าหมาย (Purpose) จนกระทั่งตั้งคำถามกับตัวเองว่าจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร ท่ามกลางความกดดันจากความคาดหวังของคนรอบข้าง ในเวลานั้น เธอใช้เป้าหมายการประกวดและการทำประโยชน์ให้ประเทศเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ แต่เมื่อเผชิญกับความผิดหวังที่ไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ ศรัทธาเดียวที่เธอยึดไว้จึงถูกพังทลายลง (Crush) จนท้อแท้ไปช่วงหนึ่ง
เวที Miss World ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยกอบกู้และฟื้นฟูศรัทธาในชีวิต (Restore faith in life) ของเธอกลับคืนมา ทำให้เธอตกผลึกว่า คุณค่าของการมีชีวิตอยู่ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่หรือมีมงกุฎเสมอไป แต่เริ่มจากการได้ทำประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ ให้กับผู้อื่น เช่น การไปช่วยแจกไอศกรีมร่วมกับแพทย์ เธอเชื่อว่าทุกคนสามารถมีเป้าหมายและเส้นเรื่องเป็นของตนเองได้ โดยไม่ยึดติดกับตำแหน่งหรือมงกุฎ

ทัศนคติ Beauty Privilege และการเลือก "ดินที่เหมาะสม" ในการเติบโต
โอปอลยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า สังคมมีเรื่องบรรทัดฐานความงาม (Beauty Standard) และสิทธิพิเศษจากความงาม (Beauty Privilege) อยู่จริง สำหรับเธอ รูปลักษณ์ภายนอกเป็นเพียงปกหนังสือที่เป็นประตูเปิดโอกาส แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการนำโอกาสนั้นไปใช้ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น แทนที่จะใช้เป็นอาวุธไปตัดสินคนอื่น ในชีวิตประจำวัน เธอบาลานซ์บทบาทระหว่างการแต่งหน้าเต็มที่เมื่อต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อแฟนคลับ กับการเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยวัย 22 ปีที่สามารถเผยหน้าสดในวันสบายๆ ได้
ในด้านมุมมองการใช้ชีวิต เธอเปรียบเปรยตนเองและผู้คนว่าเหมือน "ดอกกุหลาบและดอกทานตะวัน" ที่เจริญเติบโตในสภาพดินที่แตกต่างกัน สิ่งสำคัญคือการเลือกอยู่ในสภาพแวดล้อม สังคม หรือพื้นที่ที่มองเห็นคุณค่าในตัวเราซึ่งเป็นมากกว่าแค่เรื่องหน้าตา และพร้อมที่จะก้าวขึ้นสู่เส้นทางชีวิต (Highway) เพื่อเรียนรู้และเติบโตในแบบฉบับของตนเอง

เส้นทางชีวิตของ โอปอล สุชาตา เริ่มต้นจากเด็กสาวที่ถูกคุณแม่ฝึกภาษาอังกฤษด้วยวิธี "หักดิบ" ตั้งแต่วัยเยาว์โดยซ่อนความลับว่าคุณพ่อก็พูดภาษาอังกฤษได้ และมองว่านางงามเป็นเพียงหมุดหมายชีวิตไม่ใช่เป้าหมายสุดท้าย จนกระทั่งในวัย 16 ปี เธอต้องเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่จากการผ่าตัดก้อนเนื้อเต้านมขนาด 8 และ 10 เซนติเมตร ซึ่งการผ่านวินาทีชีวิตครั้งนั้นได้เปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็นความกล้าที่จะใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ พร้อมต่อยอดเป็นโครงการ "Opal for Her" เพื่อขับเคลื่อนสิทธิการรักษาพยาบาลของผู้หญิงทั่วโลก

แม้เธอจะเคยดิ่งสุดจนรู้สึก "ศรัทธาโดน Crush" และไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร แต่ด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้และการตัดสินใจเสี่ยงทิ้งต้นทุนเดิมเพื่อทำตาม Purpose ก็ส่งให้เธอคว้ามงกุฎ Miss World 2025 มงแรกในประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งช่วยกอบกู้ศรัทธาในชีวิตของเธอคืนมา พร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่าคุณค่าที่แท้จริงไม่ได้ยึดติดอยู่กับมงกุฎ แต่อยู่ที่การสร้างประโยชน์และเติบโตในเส้นทางของตนเอง
ดูรายการย้อนหลัง

-