Green Wave เปิดพื้นที่แห่งบทสนทนาที่รวมวิธีคิด เรื่องราวชีวิต และแรงบันดาลใจ จากไอคอนิกระดับประเทศ ใน CLUB INSPIRED DAY โดย “ดีเจอั๋น ภูวนาท” เปิดไมค์ต้อนรับ “แอนนาเบล คชนันทน์” ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนการเงินที่มาถ่ายทอดแนวคิดการสร้างความมั่งคั่งผ่านมุมมองแบบ สถาปนิกทางการเงิน โดยได้เน้นย้ำความสำคัญของการสร้าง รากฐานที่แข็งแรง เริ่มจากการจัดการกระแสเงินสด และเงินสำรองฉุกเฉินก่อนจะก้าวไปสู่การทำประกันและการลงทุน นอกจากนี้ยังได้แบ่งปันเรื่องราวจุดเปลี่ยนในชีวิตที่เคยหลงไปกับค่านิยมความรวยเพียงเปลือกนอก จนกระทั่งหันมาวางแผนเพื่อ อิสรภาพในการเลือกใช้ชีวิต อย่างแท้จริง และยังได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับ สัดส่วนการจัดสรรรายได้ แบบเข้าใจง่าย และการเตรียมตัวรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกเพื่อเป้าหมายการ เกษียณอย่างมีคุณภาพ

หลายคนอาจคุ้นเคยกับคำว่า "สถาปนิก" ในฐานะผู้ออกแบบอาคารบ้านเรือน แต่สำหรับ แอนนาเบล คชนันทน์ เธอเลือกใช้วิชาและประสบการณ์ชีวิตมารับบทบาท "สถาปนิกนักออกแบบการเงิน" เพราะเธอเชื่อว่าเงินไม่ใช่สิ่งที่อยู่ดีๆ จะงอกเงยขึ้นมาได้เองโดยไร้การวางแผน แต่เงิน 1 ก้อนเปรียบเสมือนบ้าน 1 หลัง ที่ต้องเริ่มจากการเขียนพิมพ์เขียวและลงเสาเข็มฐานรากอย่างถูกต้อง ทว่าก่อนจะก้าวมาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน เส้นทางชีวิตของเธอกลับไม่ได้เริ่มต้นจากสายการเงินโดยตรง และเต็มไปด้วยจุดเปลี่ยนอันคาดไม่ถึง

จากห้องสัมภาษณ์ CEO สู่คลาส MBA นอกตำรา
ความจริงแล้ว คุณแอนนาเบลไม่ได้จบด้านการเงินมาโดยตรง แต่เธอสำเร็จการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีวิชาเศรษฐศาสตร์ติดตัวมาเพียงเล็กน้อย หลังเรียนจบ ด้วยสายวิชาที่เรียนมา ทำให้เธอถูกจัดสรรให้เข้าทำงานแรกในตำแหน่ง HR ที่บริษัท Double A
แต่ความโชคดีในงานแรก คือการได้เข้าไปอยู่ในทีม Executive Recruit หน้าที่ของเธอคือการเป็นผู้จัดเตรียมการสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูงและ CEO กว่า 200 คนในเครือ ในห้องสัมภาษณ์วันนั้น เด็กจบใหม่คนหนึ่งได้นั่งฟังการเชือดเฉือนความคิด ประสบการณ์ และกลยุทธ์ธุรกิจระดับเข้มข้นจากผู้บริหารชั้นนำ ประสบการณ์ครั้งนั้นเปรียบเสมือนคลาส MBA นอกห้องเรียนชั้นยอด ที่จุดประกายความสนใจในโลกธุรกิจอย่างแรงกล้า จนทำให้เธอตัดสินใจไปศึกษาต่อด้าน Business School ที่ประเทศอังกฤษ และเริ่มทำงานเป็น Estate Agent ในลอนดอน

รอยแผลจากความรัก และแรงแค้นที่สลัดความกลัว
ขณะกำลังสนุกกับงาน Estate Agent ในอังกฤษ ชีวิตของเธอก็พบกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุด ซึ่งไม่ได้เกิดจากหนังสือการเงินเล่มไหน แต่เกิดจาก "ความรัก"
เธอได้คบหากับแฟนหนุ่มชาวอิตาเลียน ซึ่งทำงานเป็น Investment Banker อยู่ที่ JP Morgan สถาบันการเงินระดับท็อป แต่หลังจากคบหากันได้เพียง 4 เดือน เธอกลับถูกบอกเลิกด้วยเหตุผลสุดจุกอก ฝ่ายชายบอกกับเธอตรงๆ ว่า "อายที่ไม่กล้าพาเธอไปแนะนำให้หัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานรู้จัก เพราะเธอเป็นแค่ Estate Agent ไม่ได้เป็นแบงเกอร์"
ในวัยเพียง 20 กว่าปี เหตุการณ์นั้นทำให้เธอเสียใจอย่างหนัก แต่เธออนุญาตให้ตัวเองร้องไห้เพียง 4 วันเท่านั้น! หลังจากนั้น เธอสลัดความเศร้า แล้วเปลี่ยนความแค้นให้เป็นพลัง ลาออกจากงานเดิม ลุยอ่านหนังสือและศึกษาข้อกฎหมายทางการเงินด้วยตนเองเพื่อสอบใบอนุญาตการเป็นแบงเกอร์
เธอตัดสินใจส่ง CV ไปที่ SCB Private Bank ในประเทศไทย ทั้งที่ไม่มีพื้นฐานทางการเงินมาก่อนเลย วันที่บินกลับมาสัมภาษณ์ เธอตอบผู้บริหาร (คุณแป๋ม - ลลิตภัทร ธรณวิกรัย) ตรงๆ ว่าเธอไม่มีความรู้ด้านนี้เลย แต่ด้วยไฟและความตั้งใจจริงที่ทะลุออกมา ทำให้ผู้บริหารมองเห็นศักยภาพและมอบโอกาสเปลี่ยนชีวิตครั้งแรกให้แก่เธอ

สภาพแวดล้อมสิงคโปร์ และจุดตื่นรู้ "เงินเดือนไม่ใช่ความมั่นคง"
หลังจากสั่งสมประสบการณ์ เธอก้าวไปอีกขั้นด้วยการย้ายไปทำงาน Private Banking ที่ประเทศสิงคโปร์ ศูนย์กลางทางการเงินระดับโลก ซึ่งทำให้รายได้รวมของเธอเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าจากเดิม
ทว่าในโลกที่เงินเดือนสูงลิ่ว เธอกลับต้องเจอความจริงอันเลวร้าย สิงคโปร์เป็นศูนย์รวมของคนเก่งระดับโลก และหากผลงานไม่เข้าเป้า การถูกเลย์ออฟเกิดขึ้นได้ทุกวัน เธอเห็นเพื่อนร่วมงานที่ขยันและจงรักภักดีต่อบริษัท หายหน้าไปทีละคนตามโครงสร้างเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป
เหตุการณ์นั้นทำให้เธอเกิดจุดตื่นรู้ครั้งใหญ่ว่า "การมีเงินเดือนที่เราเข้าใจว่าเป็นความมั่นคง จริงๆ แล้วมันไม่มั่นคงเลย เพราะเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งเดียวที่มั่นคงแน่นอนคือ 'หนี้'"
ในวัย 27 ปี ขณะที่ยังไม่มีสินทรัพย์มหาศาล เธอตั้งเป้าหมายกับตัวเองว่าจะต้องเป็นเจ้าของชีวิตตัวเองให้ได้ โดยวางแผนสร้างพอร์ตการเงินเพื่อเกษียณทางการเงินภายในวัย 40 ปี (กำหนดกรอบเวลาไว้ราว 10–13 ปี)

พิมพ์เขียว "บ้านการเงิน 4 ขั้น" สร้างรากฐานให้ไม่พัง
จากบทเรียนชีวิต เธอสังเกตเห็นว่าคนส่วนใหญ่มักทำผิดขั้นตอนทางการเงิน พอพูดถึงเรื่องเงินก็มักจะพุ่งเป้าไปที่การเทรดหุ้น เล่นคริปโทเคอร์เรนซี หรือซื้อทองคำทันที ซึ่งเปรียบเหมือนการพยายามสร้างหลังคาบ้านโดยไม่มีเสาเข็ม เธอจึงสรุปกรอบความคิด "บ้านการเงิน 4 ขั้น" เพื่อให้ทุกคนนำไปใช้ได้จริง
1.ขั้นที่ 1 - Cash Flow (กระแสเงินสด) ตรวจสอบ Statement รายรับ-รายจ่ายจริงของตัวเอง เพราะความมั่งคั่งเกิดจากส่วนต่าง (Gap) ระหว่างรายได้กับรายจ่าย ไม่ใช่ตัวเลขเงินเดือน การรู้ค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือนคือการรู้ "ราคาชีวิต" ที่แท้จริง
2.ขั้นที่ 2 - Liquidity (เงินสำรองฉุกเฉิน) คำนวณจากรายจ่ายจำเป็นในการดำรงชีวิตต่อเดือน ไม่ใช่คำนวณจากรายได้ และ ห้าม นำเงินสำรองนี้ไปเสี่ยงในหุ้นหรือทองคำเด็ดขาด เพราะหน้าที่ของมันคือสร้างความปลอดภัย ไม่ใช่สร้างดอกผล
3.ขั้นที่ 3 - Protection (เกราะป้องกัน) ทำประกันชีวิตและประกันสุขภาพเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตจนเงินเก็บจม พร้อมเตือนพนักงานประจำว่าอย่าพึ่งแค่สวัสดิการบริษัท เพราะหากรอจนเกษียณ สุขภาพอาจเสื่อมโทรมจนประกันปฏิเสธการคุ้มครอง
4.ขั้นที่ 4 - Investment (การลงทุน) & สูตร 50-30-20 เมื่อสร้างฐาน 3 ขั้นแรกครบแล้ว ค่อยเริ่มนำเงินไปลงทุน โดยมีสูตรจัดสรรเงินง่ายๆ คือ 50% ค่าครองชีพพื้นฐาน, 30% ความสุขในชีวิต, 20% การลงทุน

ปรับ Mindset ความมั่งคั่ง และอิสรภาพที่เลือกได้เอง
คุณแอนนาเบลยอมรับว่า ในอดีตเธอเคยใช้เงินเก็บเป็นแสนหมดเกลี้ยงไปกับกระเป๋าแบรนด์เนมสมัยเรียนจุฬาฯ เพียงเพราะแรงกดดันจากเพื่อนและค่านิยม "ของมันต้องมี" แต่เมื่อตั้งเป้าหมายเกษียณ เธอหักดิบด้วยการออมและนำเงินไปลงทุนสูงถึง 60–70% ของรายได้ โดยเปลี่ยนความตื่นเต้นจากการช้อปปิ้งของฟุ่มเฟือย มาเป็นการซื้อหุ้นเก็บเข้าพอร์ตแทน
เธอสะท้อนความแตกต่างระหว่างสองคำไว้อย่างคมคาย:
ในที่สุด เมื่ออายุครบ 40 ปี เธอก็บรรลุเป้าหมายเกษียณทางการเงินตามที่ตั้งใจไว้ ซึ่งนิยามคำว่า "เกษียณ" ของเธอ ไม่ใช่การเลี่กทำงานแล้วไปนอนตีพุงอยู่ชายทะเล แต่มันคือการ "รอดพ้น" จากการต้องพึ่งพาเงินเดือนที่ไม่แน่นอน แล้วสร้างสินทรัพย์ที่ทำงานแทนเรา เพื่อให้เราได้ออกไปเลือกทำงานที่มีความหมาย (Meaningful) โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีกต่อไป

ชีวิตของ แอนนาเบล คชนันทน์ เริ่มต้นจากการจบการศึกษาคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเข้าทำงาน HR ที่ Double A ในทีมคัดเลือกผู้บริหารระดับสูง ซึ่งทำให้เธอได้ซึมซับมุมมองธุรกิจจากการสังเกตการณ์สัมภาษณ์ CEO กว่า 200 คน ก่อนจะไปศึกษาต่อและทำงานเป็น Estate Agent ที่ลอนดอน จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเธอถูกแฟนหนุ่ม Investment Banker บอกเลิกเพราะอายที่เธอไม่ได้เป็นแบงเกอร์ เธอจึงเปลี่ยนความแค้นมาอ่านหนังสือสอบไลเซนส์ด้วยตนเอง จนได้รับโอกาสเข้าทำงานในสาย Private Banker

ต่อมาเธอย้ายไปทำงาน Private Banker ที่สิงคโปร์ด้วยรายได้ที่เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า ทว่าการเห็นเพื่อนร่วมงานถูกเลย์ออฟกะทันหันทำให้เธอตื่นรู้ว่าเงินเดือนไม่ใช่ความมั่นคงที่แท้จริง เธอจึงปักหมุดตั้งเป้าหมายในวัย 27 ปี ด้วยวินัยการออมและลงทุนสูงถึง 60–70% ของรายได้ จนสามารถบรรลุเป้าหมายเกษียณทางการเงินสำเร็จในวัย 40 ปี และผันตัวมาเป็น "สถาปนิกนักออกแบบการเงิน" เพื่อถ่ายทอดความรู้ในการสร้างรากฐานการเงินและเลือกทำงานที่มีความหมายต่อชีวิตอย่างแท้จริง
ดูรายการย้อนหลัง

-