Green Wave เปิดพื้นที่แห่งบทสนทนาที่รวมวิธีคิด เรื่องราวชีวิต และแรงบันดาลใจ จากไอคอนิกระดับประเทศ ใน CLUB INSPIRED DAY โดย “ดีเจอั๋น ภูวนาท” เปิดไมค์ต้อนรับ “ได๋ ไดอาน่า” ที่โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงไทยมาอย่างยาวนาน โดยเธอได้เปิดเผยถึงเบื้องหลังการทำงานที่ยึดถือความ สมบูรณ์แบบ และความรับผิดชอบอันหนักอึ้งในฐานะ ลูกสาวคนโต ของครอบครัวคนจีน ที่ความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อหาเงินมาดูแลแม่และน้องเป็นสำคัญ โดยเธอมองว่าความสำเร็จในอดีตไม่ใช่สิ่งที่จะยึดติด แต่ต้องรู้จัก ปรับตัว ให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ยังมีการสะท้อนมุมมองความรักที่เรียบง่าย รวมถึงความเสียสละผ่านโครงการอาสาในช่วงวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ซึ่งทำให้ภาพลักษณ์ของเธอเปลี่ยนจากการเป็นเพียงพิธีกร มาเป็นผู้ที่อุทิศตนเพื่อสังคมอย่างแท้จริง ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงตัวตนที่ สู้ชีวิต และการใช้ความสามารถเพื่อปกป้องคนที่เธอรักอย่างสุดกำลัง

พลังแห่ง "Tough Love" และเบื้องหลังความเป๊ะระดับพิมพ์เขียว (Perfectionism)
ได๋ยอมรับว่าเธอเป็นคนที่เสพติดความสมบูรณ์แบบ (Perfectionism) อย่างที่สุด ซึ่งจุดเริ่มต้นนี้มาจากคุณแม่ที่เลี้ยงดูเธอมาแบบ "Tough Love" (รักที่ต้องแกร่ง) ตั้งแต่เด็กจนโต ทุกครั้งที่เธอลงจากเวที คุณแม่จะไม่เคยชมแต่จะคอยตำหนิชี้จุดบกพร่องเพื่อให้เธอพัฒนาต่อ จนกลายเป็นนิสัยติดตัวที่หลังจบงานเธอมักจะกลับมาคิดทบทวนตัวเองก่อนนอนเสมอว่ามีจุดผิดพลาดตรงไหน และจะทำให้ดีขึ้นได้อย่างไร สำหรับได๋ งานอีเวนต์คืองานแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และนั่นคือเหตุผลที่ลูกค้าเลือกยอมจ่ายแพงเพื่อให้เธอไปช่วยอุดรอยรั่วเหล่านั้นให้ไร้รอยต่อที่สุด
ความเป๊ะของได๋เป็นที่เลื่องลือในวงการ เธอเป็นพิธีกรที่เขียนสคริปต์เอง ไฮไลท์เอง และมีแม้กระทั่งเครื่องปริ้นเตอร์ในรถยนต์เพื่อทำงานฝีมือตัดแปะเตรียมข้อมูลอย่างละเอียด เธอไม่เคยอ่านสคริปต์เฉย ๆ แบบอ่านรายงานหน้าชั้น แต่ทำการบ้านลึกไปถึงการเปรียบเทียบผลประกอบการปีต่อปี (Year on Year) ของลูกค้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดช่วงเวลาเดดแอร์ (Dead Air) และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการเรียกชื่อผู้อื่น ซึ่งความสมบูรณ์แบบไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่เกิดจากการเตรียมตัวอย่างหนักและการยอมรับข้อบกพร่องเพื่อนำมาพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง

"ลูกสาวคนโตตระกูลจง" กับหน้าที่การเงินเพื่อคนที่รัก
ในฐานะลูกสาวคนโตของครอบครัวคนจีน ได๋เคยถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่า "คุณเป็นลูกสาว จะมีสิทธิ์ได้เพียงแค่การศึกษาเท่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของลูกชาย" ทว่าเธอกลับไม่ได้น้อยใจหรือยึดติด แต่เลือกที่จะทำหน้าที่เป็นหัวหน้าครอบครัวอย่างเต็มภาคภูมิและคอยดูแลทุกคนเป็นอย่างดี
ได๋มีความกังวลเรื่องการเงินและความมั่นคงในชีวิตอยู่เสมอ เพราะเธอยึดมั่นว่า "เราตายไม่ได้ เราเป็นอะไรไม่ได้" ตราบใดที่ยังต้องดูแลคุณแม่และน้อง สำหรับตัวเธอเอง ได๋ไม่ใช่คนฟุ่มเฟือยและไม่นิยมแบรนด์เนมหรูหรา (มีซื้อติดไว้บ้างเท่าที่จำเป็นเพื่อใช้ประกอบภาพลักษณ์ในการทำงานให้เหมาะสมกับองค์กรของลูกค้าเท่านั้น) เธอแฮปปี้ที่สุดกับการสนับสนุนสินค้า OTOP งานฝีมือชาวบ้าน ทว่ากับคนที่เธอรัก ได๋พร้อมจ่ายไม่อั้นเท่าไหร่ก็ได้เพื่อให้พวกเขาได้รับการดูแลและสิ่งที่ดีที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องสุขภาพและการรักษาพยาบาล เธอกล่าวว่าหากวันหนึ่งไม่ต้องดูแลใครแล้ว เธอก็พร้อมจะหยุดทำงานทันที

"เราต้องรอด" วันที่ความว่างเปลี่ยนเป็นปาฏิหาริย์กู้ชีพ
ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ทุกคนต้องกักตัวอยู่บ้าน ได๋ใช้เวลาว่างบวกกับพลังงานล้นเหลือลุกขึ้นมาทำสิ่งยิ่งใหญ่ เริ่มต้นจากการพูดคุยกับ จ๊ะ นงผณี เพื่อช่วยประสานงานหาทางรักษาให้ผู้ป่วย จากกลุ่มไลน์คุยกันสี่คนชื่อ "เราต้องรอด" ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเม้าท์มอยเตือนภัยกันเอง ได้ถูกเปลี่ยนมาเป็นเพจเฟซบุ๊กเพื่อเป็นศูนย์กลางความช่วยเหลือ
จากวันแรกที่มีข้อความส่งเข้ามา 50 ข้อความ มันได้ทวีคูณเป็นหลายร้อยในเวลาเพียงสองสัปดาห์ ได๋จึงรวบรวมอาสาสมัครจัดระบบหลังบ้านอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การคัดกรอง ประสานงาน ไปจนถึงการเปิดศูนย์พักคอยถึง 4 แห่ง (บางขุนเทียน, ประเวศ, คันนายาว, RCA) และจัดหารถพยาบาลส่งต่อผู้ป่วยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ได๋บอกว่าช่วงเวลานั้นทำให้เธอรู้สึกว่า "เกิดมาชาตินี้ไม่เสียชาติเกิดแล้ว" เพราะได้สร้างประโยชน์ที่แท้จริงให้แก่เพื่อนมนุษย์

ฝ่ามรสุม "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" และบททดสอบการเยียวยาหัวใจแม่
แม้จะเป็นผู้ที่ช่วยเหลือคนอื่นมากมาย แต่ได๋กลับต้องเผชิญกับฝันร้ายเมื่อคุณแม่กลายเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มิจฉาชีพจับจุดอ่อนโดยใช้ข้อมูลของคุณพ่อที่เพิ่งเสียชีวิตมาขู่กรรโชกและหลอกลวงคุณแม่ซึ่งฟังและพูดภาษาไทยไม่คล่อง พวกมันสั่งห้ามวางสายตั้งแต่สาย ๆ จนถึงค่ำ ขู่ว่าถ้าไม่โอนเงินจะมาจับตัวลูกสาว (ได๋) ส่งผลให้คุณแม่โอนเงินสดเกลี้ยงบัญชีถึง 1.3 ล้านบาท และเกือบจะถูกหลอกให้ขายกองทุนทั้งหมดหากไม่ติดวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
ในวันเกิดเหตุ ได๋ต้องบิดมอเตอร์ไซค์ฝ่าสายฝนและน้ำท่วมเพื่อไปช่วยคุณแม่ที่อยู่ในอาการตื่นตระหนกและหลุดลอย เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของคุณแม่ยาวนานเกือบ 2 ปี เนื่องจากท่านเอาแต่โทษตัวเองว่า "โง่" และโกรธตัวเองจนสุขภาพกายทรุดลงรวดเร็ว ได๋ต้องทำหน้าที่เป็น "หัวหน้าฝ่ายเชียร์อัพ" ใช้จิตวิทยาและความรักเยียวยาจิตใจจนคุณแม่ค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ

ก้าวข้ามกระจกบานเดิม สู่มุมมองความรักที่ไร้เงื่อนไข
ด้วยการที่ได๋เติบโตมาในวงการบันเทิงตั้งแต่เด็ก เธอได้เห็นพฤติกรรมความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและการนอกใจจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา ทำให้เธอเคยมีมุมมองความรักในแง่ร้าย เชื่อว่าสัญชาตญาณของเพศผู้คือการสืบพันธุ์ ไม่ได้เกิดมาเพื่อมีใครคนเดียว เธอจึงสร้างเกราะป้องกันตัวเอง (Defense Mechanism) ด้วยการทำตัวเป็นคนคุยกับทุกคน ไม่ยึดติด เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเจ็บช้ำน้ำใจหรือเสียใจจนทำงานไม่ได้
แต่ในที่สุด เธอก็ได้พบกับคนรักปัจจุบันซึ่งเป็นคนนอกวงการคนแรก เขาเป็นคนแรกที่ซื่อสัตย์ คบหาเธอเพียงคนเดียว และทำให้เธอได้เรียนรู้ความหมายที่แท้จริงของความรักที่ไม่จำเป็นต้องซับซ้อนหรือเป็น "กรุ๊ปโฟโต้" แม้ตอนนี้ได๋จะมองเห็นความสวยงามของความรักแล้ว แต่เธอก็ยังคงมีความคิดกังวลเรื่องการจัดงานแต่งงาน เพราะมองว่าเป็นการสิ้นเปลืองเงินทองและเกรงใจไม่อยากให้คนอื่นต้องลำบาก ถึงอย่างนั้น เธอก็พร้อมที่จะใช้ชีวิตคู่เคียงข้างคนที่รักอย่างเรียบง่ายต่อไป

ได๋ ไดอาน่า จงจินตนาการ คือภาพสะท้อนของพิธีกรมืออาชีพผู้เสพติดความสมบูรณ์แบบจากการหล่อหลอมด้วยความรักแบบเข้มงวด (Tough Love) ของคุณแม่ ซึ่งทำให้เธอเตรียมตัวทำงานอย่างหนักจนถึงขั้นพกเครื่องพิมพ์ไว้ในรถและเขียนสคริปต์เองเพื่ออุดทุกรอยรั่ว แม้เธอจะเติบโตมาในครอบครัวคนจีนที่เคยสอนว่าลูกสาวจะได้เพียงแค่การศึกษา แต่เธอก็เลือกทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวดูแลแม่และน้องอย่างเต็มภาคภูมิด้วยความกังวลว่า "ตนเองจะตายหรือเป็นอะไรไม่ได้" ในช่วงโควิด-19

เธอได้ใช้เวลาว่างก้าวเข้ามาทำสิ่งยิ่งใหญ่อย่างเพจ "เราต้องรอด" ร่วมกับเพื่อน ๆ เพื่อประสานงานและตั้งศูนย์พักคอยช่วยเหลือผู้ป่วยถึง 4 แห่งจนทำให้รู้สึกว่าเกิดมาไม่เสียชาติเกิด แม้ชีวิตต้องเผชิญมรสุมเมื่อคุณแม่ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์จนสูญเงินสดไปกว่า 1.3 ล้านบาทและส่งผลต่อสุขภาพจิตของแม่ยาวนานเกือบสองปีที่เธอต้องคอยดูแลเคียงข้างอย่างใกล้ชิด แต่ในด้านความรัก จากอดีตที่เคยสร้างเกราะกำบังไม่เชื่อว่าจะมีรักแท้เพราะเติบโตมาในวงการบันเทิง วันนี้เธอได้เปิดใจก้าวข้ามกระจกบานเดิม มาเรียนรู้ความรักที่แสนเรียบง่าย ซื่อสัตย์ และสวยงามร่วมกับคนรักนอกวงการปัจจุบันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ดูรายการย้อนหลัง

-