Green Wave เปิดพื้นที่แห่งบทสนทนาที่รวมวิธีคิด เรื่องราวชีวิต และแรงบันดาลใจ จากไอคอนิกระดับประเทศ ใน CLUB INSPIRED DAY โดย “ดีเจอั๋น ภูวนาท” เปิดไมค์ต้อนรับ “ฮาย อาภาพร นครสวรรค์” ที่มาแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่ช่วงที่เผชิญกับ อาการป่วยโรคไทรอยด์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและอารมณ์ จนถึงการปรับตัวและวางแผน การเงินเพื่อการเกษียณ ไว้อย่างชัดเจน นอกจากนี้เธอยังเล่าถึงความมุ่งมั่นในการ ศึกษาต่อจนจบปริญญาโท แม้จะมีชื่อเสียงแล้ว พร้อมเปิดเผยความเชื่อส่วนตัวเรื่องการทำบุญและการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่เป็นข่าวดังในสื่อบ่อยครั้ง เธอเน้นย้ำถึงเหตุผลที่เลือก ครองตัวเป็นโสด โดยมองว่าความสุขที่แท้จริงเกิดจากการพึ่งพาตนเองและการทำสิ่งที่รัก ท้ายที่สุดเธอได้ให้แง่คิดในการทำงานด้วยการ ให้เกียรติและเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ที่กำลังท้อแท้ลุกขึ้นมาสู้ชีวิตต่อไป

จากบ้านที่ไร้แสงไฟ ชีวิตที่เริ่มต้นจากศูนย์ (และติดลบ)
ชีวิตวัยเด็กของ "จันทร์เพ็ญ" (ชื่อจริงของเธอ) เริ่มต้นที่จังหวัดนครสวรรค์ในพื้นที่ที่ยังไม่เจริญ เป็นบ้านป่าที่ไม่มีแม้แต่ไฟฟ้าใช้ ครอบครัวของเธอจนถึงขนาดที่ไม่มีข้าวจะกิน จนแม่ต้องไปขุดกลอยในป่ามาให้ลูก ๆ กินแทนข้าว ส่วนพ่อก็ต้องออกไปล่าสัตว์ป่าอย่างเต่า เม่น หรือกระต่ายมาเป็นอาหาร ในคืนที่มืดมิด เธอต้องอยู่กับแสงจาก "ขี้ใต้" ที่มีกลิ่นเหม็น ซึ่งความมืดมนในวันนั้นได้กลายเป็น "ปม" ที่ทำให้เธอหลงใหลในแสงสว่างจนกลายเป็นคน "บ้าแชนเดอเลียร์" ในปัจจุบัน

"กางเกงในตัวเดียว" และบทเรียนเรื่องความอดทน
หนึ่งในเรื่องราวที่บีบหัวใจที่สุดคือ เธอเพิ่งจะมีกางเกงในใส่ตอน ป.4 ก่อนหน้านั้นเธอต้องใส่กระโปรงไปเรียนโดยไม่มีกางเกงใน จนวันหนึ่งเกิดพายุพัดกระโปรงเปิดทำให้ถูกเพื่อนล้อและกลั่นแกล้งทั้งวันจนเธอไม่อยากไปโรงเรียน เมื่อเธอกลับไปร้องไห้บอกแม่ แม่จึงเจียดเงินไปซื้อกางเกงในให้เพียงตัวเดียว ซึ่งเธอก็ใช้มันเป็นเครื่องมือตอกหน้าคนที่เคยแกล้งด้วยการท้าตีลังกาโชว์ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความลำบากในวัยเด็กคือโรงเรียนชั้นดีที่สร้างความแกร่งให้เธอ

วิทยุทรานซิสเตอร์ หน้าต่างบานแรกสู่ความฝัน
แม้จะอยู่ในป่าลึกแต่เธอก็มีความฝัน จากตอนแรกที่อยากเป็นครู แต่เมื่อได้ยินเสียงเพลงจากวิทยุทรานซิสเตอร์ เธอก็เปลี่ยนใจอยากเป็นนักร้องทันที เธอเป็นคนมีความจำแม่นยำ ฟังเพลงเพียง 2 รอบก็ร้องตามได้ และมักจะตะโกนร้องเพลงไปซักผ้าไปในช่วงเย็นก่อนที่แสงจะหมด เธอเชื่อมั่นว่า "ทางเดียวที่จะออกจากที่นี่ได้คือต้องไปประกวดร้องเพลง"

เดิมพันด้วยการ "หนี" การต่อสู้เพื่อโอกาสที่ไม่มีใครหยิบยื่น
ในวัย 15 ปี เธอตัดสินใจหนีพ่อมาประกวดร้องเพลง เพราะพ่อไม่สนับสนุนให้ผู้หญิงออกจากบ้านไปไหนไกล เธอแอบเก็บเงินจากการไปเก็บเศษข้าวที่ตกตามนามาขายได้ 100 กว่าบาท เพื่อใช้เป็นค่าเดินทางไปทำตามฝัน การประกวดครั้งนั้นเธอได้ที่ 2 และได้ของรางวัลเป็นวิทยุทรานซิสเตอร์พร้อมเงิน 100 บาท ซึ่งเมื่อกลับบ้านไป พ่อกลับภูมิใจจนวิ่งลงมาช่วยหิ้วของและไม่ตีเธออย่างที่กลัว

9 ปีในเงามืด นักร้องคั่นเวลาที่ถูกตราหน้าว่า "ขายตัว"
เส้นทางสู่ดวงดาวไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เธอใช้เวลาถึง 9 ปีในการเป็น "นักร้องคั่นเวลา" และหางเครื่อง ในช่วงที่เดินสาย เธอหารายได้เสริมด้วยการขายของหลังเวที เช่น น้ำและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จนเก็บเงินได้เป็นหมื่นบาทและส่งกลับบ้าน 30,000 บาท แต่ความกตัญญูนี้กลับถูกชาวบ้านนินทาว่าเธอไปขายตัว จนพ่อเครียดถึงขั้นดื่มยาฆ่าหญ้าเพื่อหนีคำครหา (แต่ล้างท้องทัน) แม้จะเจ็บปวดแต่เธอก็ไม่ย่อท้อและสู้ต่อในฐานะนักร้องที่ยังไม่ดังเสียที

"เลิกแล้วค่ะ" โอกาสสุดท้ายบนเส้นด้ายแห่งโชคชะตา
หลังจากออกอัลบั้มมาหลายชุดแต่ไม่ปัง เจ้านายจึงยื่นคำขาดในอัลบั้มที่ 9 ว่า "ถ้าชุดนี้ไม่ดัง แยกทาง" เพลง "เลิกแล้วค่ะ" ถูกปล่อยออกมาและในช่วงแรกขายได้เพียง 30 ม้วนต่อวัน แต่โชคชะตาก็เปลี่ยนไปเมื่อวงการตลกนำเพลงนี้ไปล้อเลียนในคาเฟ่จนกลายเป็นไวรัลไปทั่วประเทศ ส่งผลให้เธอกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ชั่วข้ามคืน มีงานสูงสุดถึงวันละ 9 งาน จนร่างกายล้มป่วยเป็นไทรอยด์เพราะพักผ่อนไม่พอ

"ให้เกียรติตัวเองก่อน" ข้อคิดสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน
ปัจจุบันอาภาพรไม่ได้เป็นเพียงนักร้อง แต่เธอยังพยายามเติมเต็มสิ่งที่ขาดด้วยการเรียนจนจบปริญญาโท และวางแผนเกษียณไว้อย่างเป็นระบบ ข้อคิดสำคัญที่เธอฝากไว้คือ "จงให้เกียรติตัวเองก่อน" อย่าให้เสียงลบ ๆ ของคนรอบข้างมามีอิทธิพลต่อความรู้สึก และจงเชื่อมั่นว่า "ถ้าคนอื่นทำได้ บนโลกนี้ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้" ความสำเร็จของเธอไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่มาจากความตั้งใจจริงที่ว่า "ถ้าทำต้องทำจริงๆ ถ้าไม่ดีไม่เอา"

ชีวิตของ ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ เริ่มจากเด็กหญิง "จันทร์เพ็ญ" ผู้เติบโตท่ามกลางพงไพรที่มืดมิดและขัดสนถึงขีดสุดในจังหวัดนครสวรรค์ ที่ซึ่งแสงสว่างเดียวมาจาก "ขี้ใต้" และความฝันถูกจุดประกายผ่านเสียงเพลงจากวิทยุทรานซิสเตอร์ ฮาย อาภาพร ได้นำพาหัวใจที่แกร่งดั่งเหล็กกล้าฝ่าฟันบททดสอบแห่งความลำบาก ทั้งการหนีออกจากบ้านมาประกวดร้องเพลงด้วยเงินเก็บเพียงน้อยนิด และการอดทนรอคอยโอกาสในเงามืดนานถึง 9 ปี ในฐานะนักร้องคั่นเวลาที่ถูกตราหน้าและดูแคลน
จนกระทั่งโชคชะตาเปิดทางให้เธอแจ้งเกิดอย่างสง่างามเป็นซุปเปอร์สตาร์ค้างฟ้าจากเพลง "เลิกแล้วค่ะ" พลิกชีวิตจากปมด้อยเรื่องความจนและการขาดโอกาสสู่การเป็นไอคอนิกผู้ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะเติมเต็มความรู้ด้วยการศึกษาและวางแผนชีวิตอย่างมีสติ วันนี้เธอคือแบบอย่างของความเพียรที่พิสูจน์ให้เห็นว่า หากเราให้เกียรติตัวเองและตั้งใจจริง แสงสว่างที่เคยโหยหาในวัยเยาว์จะกลายเป็นความรุ่งโรจน์ที่ส่องประกายดั่งแชนเดอเลียร์ในใจที่ไม่มีวันดับสูญ
ดูรายการย้อนหลัง

-