เคล็ดลับการใช้ชีวิตแบบ “ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ” จากบท 'คนใช้แห่งชาติ' สู่ 'ไอดอลแห่งสติ'

Club Inspired Day Recap

เคล็ดลับการใช้ชีวิตแบบ “ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ” จากบท 'คนใช้แห่งชาติ' สู่ 'ไอดอลแห่งสติ'

04 มิ.ย. 2026

Green Wave เปิดพื้นที่แห่งบทสนทนาที่รวมวิธีคิด เรื่องราวชีวิต และแรงบันดาลใจ จากไอคอนิกระดับประเทศ ใน CLUB INSPIRED DAY โดย “ดีเจอั๋น ภูวนาท” เปิดไมค์ต้อนรับ “ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ” ที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวการใช้ชีวิตและทัศนคติที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ โดยเธอเล่าถึงความภูมิใจในบทบาท "คนใช้แห่งชาติ" ที่กลายเป็นภาพจำระดับไอคอนิกจากการทำงานด้วยความทุ่มเทและเคารพในทุกตัวละคร และได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการ อยู่กับปัจจุบัน และความสุขที่เกิดจากการทำงานด้วยใจรักโดยไม่ยึดติดกับชื่อเสียงหรือความร่ำรวย นอกจากนี้ยังนำเสนอแนวคิดเรื่องการ ลดละความอยาก และความสันโดษที่ทำให้เธอมีจิตใจที่สงบ ร่มเย็น และเป็นอิสระจากกิเลสทางวัตถุ ในช่วงท้ายยังมีการกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการหันมาฝึก โยคะและการทานมังสวิรัติ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยขัดเกลาจิตใจและดูแลสุขภาพของเธอมาอย่างยาวนาน

 

 

จากดาวอักษรฯ สู่ "คนใช้แห่งชาติ" ความภูมิใจในทุกบทบาทหน้าที่

ป้าจิ๊เริ่มต้นเส้นทางการแสดงจากการเป็นนิสิตคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีอาจารย์สดใส พันธุมโกมล เป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา แม้คนทั้งประเทศจะจดจำเธอได้แม่นยำในบทบาท "คนใช้" จนได้รับฉายา "คนใช้แห่งชาติ" แต่เธอกลับมองว่านั่นคือความมั่นคงในจิตใจและเป็นเกียรติของนักแสดง ป้าจิ๊ยึดถือคำสอนที่ว่า "ไม่มีตัวประกอบ มีแต่นักแสดงเท่านั้น" ทุกตัวละครมีความสำคัญในตัวเอง เธอจึงให้ความเคารพในบทบาทและทำงานเต็มที่เสมอ โดยไม่เคยเกี่ยงงอนว่าจะเป็นบทอะไร เพราะเชื่อว่าหากเราทำด้วยความรักและตั้งใจ แสงสว่างในตัวเราจะปรากฏออกมาเอง

 

 

สุขที่ "พอดี" เงินทอนที่เหลือ ใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด

ในโลกที่ผู้คนวิ่งตามความร่ำรวยและของแบรนด์เนม ป้าจิ๊กลับเลือกใช้ชีวิตแบบสมถะอย่างน่าทึ่ง เธอเล่าว่าเคยให้สัมภาษณ์แบบอหังการว่า "เงินทอนที่มีอยู่ในชีวิต ใช้ในชีวิตนี้ก็ไม่หมด" ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเธอรวยมหาศาล แต่เป็นเพราะเธอ "ใช้เท่าที่มี" และ "ไม่แสวงหา" โดยความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาสิ่งของ ป้าจิ๊ยกตัวอย่างนาฬิกาว่าไม่ว่าเรือนละร้อยหรือเรือนละแสน หน้าที่ของมันคือบอกเวลาเหมือนกัน เธอไม่มีความอยากได้ของหรูหรา และสามารถเดินผ่านเสื้อผ้าสวยๆ ได้โดยไม่รู้สึกว่าต้องครอบครอง การฝึกใจให้ "ไม่อยาก" คือหนทางสู่ความเบาสบายที่แท้จริง

 

 

พลิกชีวิตด้วยโยคะและมังสวิรัติ การซักฟอกจิตใจที่มากกว่าแค่สุขภาพ

จุดเปลี่ยนสำคัญคือการเข้าสู่โลกของโยคะและการกินมังสวิรัติ ซึ่งป้าจิ๊ทำต่อเนื่องมานานกว่า 40 ปี เธอเริ่มต้นกินมังสวิรัติเพียงเพราะความรู้สึก "แสบหนังหัว" เมื่อเห็นภาพปลาถูกถากเกล็ดในรายการโทรทัศน์ ขณะที่การฝึกโยคะก็เริ่มต้นจากการ "ลองดู" จนกลายเป็นครูผู้ส่งต่อสุขภาพดี การดูแลร่างกายคือการรักษา "เครื่องมือ" เพื่อทำประโยชน์ต่อผู้อื่น ป้าจิ๊เน้นเรื่อง "วินัยที่ถี่ถ้วน" ในทุกวัน และการอยู่กับตัวเองผ่านการฝึกโยคะ ทำให้เธอได้เรียนรู้การฟังร่างกายของตัวเอง ไม่ใช่การเลียนแบบผู้อื่น นอกจากนี้เธอยังมีนิสัยเคี้ยวข้าวถึง 30 ครั้งต่อคำ ซึ่งเป็นการฝึกสติและสร้างวินัยในการกินอย่างเรียบง่ายแต่ทรงพลัง

 

 

"ผู้ให้" ที่ไม่หวังผล ความสุขจากการละวาง

ป้าจิ๊ตั้งจิตไว้เสมอว่า "ขอให้ได้เป็นผู้ให้ อย่าต้องเป็นผู้ขอเลย" เธอให้ทุนการศึกษาเด็กๆ มาอย่างยาวนาน และมักจะเคลียร์ข้าวของในบ้านเพื่อนำไปบริจาคหรือช่วยเหลือคนตกงานอยู่เสมอ การให้ต้องทำอย่างรู้ตัวและพอดี ป้าจิ๊มองว่าการมีชีวิตอยู่เพื่อเป็นที่พึ่งให้กับผู้อื่น ไม่ว่าจะด้วยกำลังทรัพย์หรือเพียงแค่คำแนะนำที่เป็นกัลยาณมิตร คือคุณค่าที่สุนทรีย์ที่สุดของการเกิดมา

 

 

คาถาดับทุกข์ อยู่กับปัจจุบัน ไม่วิ่งตามโลกแต่ไม่ตกขบวน

เมื่อถามถึงความกังวลในอนาคตหรือแผนการเกษียณ ป้าจิ๊ตอบอย่างชัดเจนว่า "ไม่เคยคิด" เพราะเธอเลือกที่จะอยู่กับปัจจุบันและทำหน้าที่ตรงหน้าให้ดีที่สุด แม้โลกจะเปลี่ยนแปลงไปเร็วแค่ไหน เธอก็ไม่เคยรู้สึกว่าโลกอยู่ยาก อย่าไปยื้อสิ่งที่ต้องเปลี่ยน แต่จงจัดการตัวเองให้ "ฟิตอิน" กับทุกสถานการณ์ในสเกลชีวิตที่กำลังดี ป้าจิ๊สอนให้ "วางเฉยและวางดู" ไม่ตัดสินใครโดยไม่รู้ที่มาที่ไป และไม่เอาความทุกข์ที่ไกลตัวมาแบกไว้จนเกินอำนาจที่เราจะทำได้

 

 

ชีวิตของ ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ เปรียบประดุจดั่ง "สายน้ำที่ไหลเอื่อยแต่ลุ่มลึก" เริ่มต้นจากหยดน้ำใสในรั้วอักษรศาสตร์ สู่การเป็น "อัญมณีในบทบาทคนใช้แห่งชาติ" ที่ไม่เคยด้อยค่าในหน้าที่ เพราะเชื่อมั่นว่าไม่มีตัวประกอบ มีเพียงนักแสดงที่ต้องถ่ายทอดจิตวิญญาณให้สมบูรณ์ที่สุด เธอใช้ชีวิตอย่างผู้ที่ "ร่ำรวยในความพอเพียง" เพราะมีหัวใจที่พร่องกิเลส และไม่ไขว่คว้าหาสิ่งเกินตัว การบ่มเพาะสติผ่านโยคะและการซักฟอกกายใจด้วยวิถีมังสวิรัติมากว่า 40 ปี คือการขัดเกลาตนให้เบาสบายดั่งสวะลอยน้ำที่ไหลไปตามกระแสโลกอย่างรู้เท่าทัน ไม่ฝืนยื้อแต่พร้อมปรับตัวให้กลมกลืนกับปัจจุบันขณะอย่างมีวินัย ท้ายที่สุด ชีวิตของเธอคือบทพิสูจน์ของการเป็น "ผู้ให้ที่อิ่มเอม" ผู้ซึ่งละวางจากการพิสูจน์ตนเองเพื่อเดินตามหลังผู้อื่นอย่างสงบ แต่ทิ้งรอยเท้าแห่งแรงบันดาลใจที่หนักแน่นและร่มเย็นไว้ให้แก่โลกใบนี้

 

 

ดูรายการย้อนหลัง

album
greenwave
-

-