ถอดรหัสวิธีคิดฉบับ “เจนนี่ ปาหนัน” กับศิลปะการอยู่กับปัจจุบันในวันที่ชีวิตกด Pause ไม่ได้

Club Inspired Day Recap

ถอดรหัสวิธีคิดฉบับ “เจนนี่ ปาหนัน” กับศิลปะการอยู่กับปัจจุบันในวันที่ชีวิตกด Pause ไม่ได้

28 พ.ค. 2026

Green Wave เปิดพื้นที่แห่งบทสนทนาที่รวมวิธีคิด เรื่องราวชีวิต และแรงบันดาลใจ จากไอคอนิกระดับประเทศ ใน CLUB INSPIRED DAY โดย “ดีเจอั๋น ภูวนาท” เปิดไมค์ต้อนรับ “เจนนี่ ปาหนัน” ที่ได้แบ่งปันเรื่องราวชีวิตตั้งแต่การเติบโตในครอบครัวตำรวจที่ภาคใต้ซึ่งทำให้เธอต้องปิดบังตัวตนในช่วงแรก จนถึงจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อได้รับ การยอมรับจากครอบครัว และก้าวเข้าสู่เส้นทางบันเทิงผ่านรายการ เทยเที่ยวไทย แม้จะเคยเผชิญกับความกดดันและการตั้งคำถามถึงคุณค่าของตัวเองในช่วงที่หาทางพิสูจน์ฝีมือ แต่เธอก็สามารถก้าวข้ามผ่านวิกฤตสุขภาพและ ความสูญเสียเพื่อนสนิท มาได้ด้วยการปรับทัศนคติใหม่

เจนนี่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการ รักตัวเอง (Self-love) และการฝึกใช้พลังแห่งการจินตนาการเพื่อสร้างความสำเร็จ หรือ Manifestation เพื่อรักษาสมดุลทางจิตใจ ปัจจุบันเธอให้ความสำคัญกับการ อยู่กับปัจจุบัน และมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างครอบครัวที่อบอุ่นพร้อมกับความภาคภูมิใจในตัวตนที่แท้จริงของเธอเอง

 

 

ความกลัวภายใต้ชายคาบ้านตำรวจ และประโยคที่ปลดล็อกทั้งชีวิต

ในฐานะลูกของครอบครัวข้าราชการตำรวจในหาดใหญ่ เจนนี่เติบโตมาพร้อมกับความกลัวที่ฝังรากลึก ภาพจำจากสื่อในอดีตทำให้เธอเชื่อว่า หากพ่อเป็นตำรวจแล้วมีลูกเป็นเพศที่สาม ลูกคนนั้นจะต้องถูกทำร้ายหรือไม่ได้รับการยอมรับ เธอจึงเลือก "แบ่งเฟสชีวิต" โดยการเป็น "เจนนี่" ที่ร่าเริงเต็มที่เมื่ออยู่ที่โรงเรียน แต่กลับกลายเป็นคนนิ่งเงียบและเรียบร้อยเมื่ออยู่บ้านเพื่อไม่ให้พ่อสงสัย

แต่แล้ววันหนึ่งในขณะที่เธอกำลังไว้ผมยาวและถูกญาติแซวต่อหน้าพ่อ หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความกังวล ทว่าพ่อกลับเดินมาลูบหัวแล้วพูดว่า "เป็นอะไรก็ได้ แต่ห้ามเป็นเสือใบ" ในตอนแรกเธอเข้าใจว่าเป็นศัพท์เรื่องเพศ แต่ความจริงคือพ่อซึ่งเป็นตำรวจหมายถึง "อย่าเป็นโจร" ประโยคนั้นเพียงประโยคเดียวได้ ปลดล็อกความกลัวที่แบกไว้ตลอดชีวิต ทำให้เธอรู้สึกเบาและรับรู้ว่าพ่อไม่ได้รังเกียจในตัวตนของเธอเลย

 

 

จาก "คนไร้ค่า" 2 ปี สู่การแจ้งเกิดของ "สมิหลา เจ"

หลังเรียนจบโบราณคดีที่ศิลปากร เจนนี่ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดเมื่อเธอ หางานไม่ได้นานถึง 2 ปี ความรู้สึก "ไร้ค่า" เริ่มเกาะกินใจเมื่อต้องขอเงินพ่อแม่ที่หาเช้ากินค่ำใช้ จนเธอตัดสินใจฮึดสู้สอบเข้าปริญญาโทที่ธรรมศาสตร์เพื่อสร้างความภูมิใจให้ครอบครัวอีกครั้ง เสียงปลายสายที่แม่ดีใจเมื่อรู้ว่าลูกสอบติด คือจุดที่ทำให้เธอกลับมาเห็นคุณค่าในตัวเอง

การก้าวเข้าสู่รายการ "เทยเที่ยวไทย" ในฐานะพิธีกรคนที่ 4 ไม่ใช่เรื่องง่าย เธอรู้สึก "ตัวเล็ก" และกดดันจนไม่กล้าอ่านคอมเมนต์ใน YouTube นานหลายเดือนเพราะกลัวคำวิจารณ์ จนกระทั่งเทปที่กาญจนบุรี ขณะนั่งอยู่บนเรือ เธอได้ลอง แรปสดด่านุชาตากล้อง จนกลายเป็นเพลง และนำไปสู่ชื่อ aka "สมิหลา เจ" เหตุการณ์นั้นสอนให้เธอรู้ว่า "ความต่างคือความยูนิค (Unique)" เมื่อเธอกล้าแสดงด้านที่เป็นตัวเองออกมา แฟนรายการก็พร้อมจะเปิดใจยอมรับและเอ็นดูเธออย่างแท้จริง

 

 

เมื่อ "โรคเวรกรรม" สอนให้รู้จัก Self-Love

ในช่วงที่งานถาโถมจนแทบไม่ได้พัก ร่างกายของเจนนี่ก็ประท้วงด้วยโรคกรดไหลย้อน ซึ่งเธอเรียกว่า "โรคเวรกรรม" เพราะยาช่วยได้เพียง 30% อีก 70% ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมเอง เธอจึงใช้วินัยขั้นสุดในการปฏิวัติตัวเอง ทั้งนอนสี่ทุ่ม กินอาหารจืด และที่สำคัญที่สุดคือ "เคี้ยวข้าวคำละ 40 ครั้ง" การอยู่กับปัจจุบันขณะในทุกคำที่เคี้ยว ทำให้น้ำหนักของเธอลดลงไปถึง 13 กิโลกรัม

ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดในกระจกกลายเป็น จุดเปลี่ยนที่ทำให้เกิด Self-Love จากคนที่เคยซกมก ไม่เคยทาครีมบำรุงผิว เธอเริ่มหันมาดูแลตัวเองและมีความสุขกับการ "มาสก์หน้าทุกวัน" เพราะทุกครั้งที่มาร์กหน้า เธอรู้สึกว่าเธอกำลังส่งต่อความรักให้ตัวเอง

 

 

ชีวิตที่กด Pause ไม่ได้ และศิลปะการคุยกับตัวเอง

วิกฤตที่หนักที่สุดในชีวิตคือการสูญเสียเพื่อนสนิทที่เป็นที่ปรึกษาเพียงคนเดียวไปอย่างกะทันหัน ในวันที่ฟ้าถล่ม เจนนี่ได้เรียนรู้ความจริงอันเจ็บปวดว่า "ชีวิตเรากดพอส (Pause) ไม่ได้" วันที่เธอต้องเผาเพื่อนคือวันเดียวกับที่เธอต้องออกไปถ่ายรายการตลกเพื่อสร้างรอยยิ้มให้คนดู เธอต้องยอมรับทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้น เศร้าก็ร้องไห้ แต่ชีวิตยังต้องเดินต่อเพราะลมหายใจยังไม่หยุดเดิน

เมื่อไม่มีที่ปรึกษาคนเดิม เจนนี่ค้นพบว่า "คนที่อยู่กับเราได้นานที่สุดคือตัวเราเอง" ทุกเช้าก่อนลืมตา เธอจะถามตัวเองว่า "ตอนนี้รู้สึกยังไง?" เพื่อประมวลผลอารมณ์และจัดการความคิดลบที่ค้างคา พร้อมทำการ Affirmation พูดคำยืนยันดี ๆ เพื่อตั้ง Mindset ให้ตัวเองเป็น Best Version ในทุกวัน

 

 

ในวัย 40 เจนนี่ยังคงมีฝันใหญ่ที่อยากมี "ครอบครัวและลูกแฝด" ผ่านสิทธิ์สมรสเท่าเทียม เรื่องราวของเธอจึงเป็นบทพิสูจน์ว่า ไม่ว่าชีวิตจะเจอกับปัญหาหนักหนาแค่ไหน หากเราเลือกที่จะเปลี่ยนมุมมอง เรียนรู้ที่จะรักตัวเอง และคุยกับตัวเองให้มากพอ เราจะสามารถก้าวผ่านทุกขวากหนามไปได้อย่างเข้มแข็งเสมอ

 

 

ชีวิตของ เจนนี่ ปาหนัน เปรียบเสมือน "การเดินทางของต้นไม้ที่เคยต้องซ่อนเร้นสีสันอยู่ใต้ร่มเงาแห่งความกลัว" จนกระทั่งได้รับแสงแดดแห่งการยอมรับที่ปลดล็อกว่าเธอจะเป็นอะไรก็ได้ขอเพียงเป็นคนดี แม้จะเคยผ่านช่วงเวลาแห่งความแห้งแล้งที่รู้สึกไร้ค่าในวันที่ตกงาน หรือเผชิญพายุแห่งความสูญเสียเพื่อนสนิทที่ย้ำเตือนว่าชีวิต "กดปุ่มหยุด (Pause) ไม่ได้" แต่เธอกลับเลือกที่จะเยียวยาตัวเองด้วยวินัยขั้นสุดประหนึ่งการเคี้ยวบทเรียนชีวิตอย่างละเอียดถึง 40 ครั้ง จนกลั่นออกมาเป็นความรักตัวเอง (Self-Love) ที่เบ่งบานที่สุดในวัย 40 วันนี้เธอไม่ใช่เพียงพิธีกรที่สร้างเสียงหัวเราะ แต่คือ "สมิหลา เจ" ที่พบความงามในความต่าง และเป็นผู้ที่เรียนรู้จะคุยกับตัวเองในทุกเช้าเพื่อประคองหัวใจให้ก้าวไปสู่เป้าหมายชีวิตและครอบครัวที่ใฝ่ฝันอย่างสง่างาม

 

ดูรายการย้อนหลัง

album
greenwave
-

-