"เสียใจ... ไม่เท่ากับเสียโอกาส" เปิดวิธีคิดของ “ปอนด์ กฤษฎา” กับปรัชญาปั้นดินให้เป็นดาวในยุคที่ใครก็ดังได้

Club Inspired Day Recap

"เสียใจ... ไม่เท่ากับเสียโอกาส" เปิดวิธีคิดของ “ปอนด์ กฤษฎา” กับปรัชญาปั้นดินให้เป็นดาวในยุคที่ใครก็ดังได้

07 พ.ค. 2026

Green Wave เปิดพื้นที่แห่งบทสนทนาที่รวมวิธีคิด เรื่องราวชีวิต และแรงบันดาลใจ จากไอคอนิกระดับประเทศ ใน CLUB INSPIRED DAY โดย “ดีเจโบ ธนากร” รับหน้าที่แทนดีเจอั๋น ภูวนาท ได้เปิดไมค์ต้อนรับ “คุณปอนด์ กฤษดา วิทยาขจรเดช” ผู้บริหารค่าย Be On Cloud ที่ได้มาถ่ายทอดเส้นทางจากเด็กที่ถูกตามใจ สู่การเผชิญวิกฤตการเงินของครอบครัวจนต้องสู้ชีวิตด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังได้แชร์เรื่องราวของประสบการณ์ในวงการบันเทิงที่หลากหลาย ทั้งการเป็นดีเจ นักจัดอีเวนต์ จนถึงความสำเร็จระดับโลกจากซีรีส์ KinnPorsche และภาพยนตร์ แมนสรวง 

นอกจากนี้เขายังได้เปิดเผยแนวคิดการกลับมาชุบชีวิตรายการ True Academy Fantasia โดยตั้งใจที่จะมอบโอกาสให้กับผู้ที่มีความพยายามและมีความสามารถจริง ๆ เข้าสู่วงการ แหล่งข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึง จิตวิญญาณของนักสู้ ที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาและการเรียนรู้จากความผิดพลาดเพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพควบคู่ไปกับการรักษาความสัมพันธ์ และมิตรภาพที่ดีในธุรกิจ

 

 

จาก "ลูกคุณหนู" สู่บทเรียนชีวิตที่พลิกผันเพียงชั่วข้ามคืน

ชีวิตในวัยเด็กของคุณปอนด์เรียกได้ว่าถูกสปอยล์อย่างหนัก ครอบครัวมีฐานะดีมากจนเขาไม่เคยรู้จักความลำบาก สมัยมัธยมเขามีรถขับไปเรียน ได้เงินใช้พกวันละ 500 บาท และใช้ชีวิตอย่างสุขสบายโดยมีพ่อแม่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด แต่แล้วจุดเปลี่ยนสำคัญก็เกิดขึ้นเมื่ออายุ 19 ปี ครอบครัวประสบปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรงจนต้องย้ายไปอยู่ต่างประเทศทิ้งให้เขาเผชิญชีวิตในเมืองไทยเพียงลำพัง จากที่เคยขับรถเบนซ์ไปเรียน กลับต้องมานั่งร้องไห้เมื่อถูกเพื่อนตราหน้าว่า "จน" ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาต้องลุกขึ้นสู้เพื่อพาครอบครัวกลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง

 

 

นักล่าฝันผู้ "เกือบ" จะเป็นดาวในทุกแขนง

ก่อนจะมาเป็นผู้บริหารเบื้องหลัง คุณปอนด์เคยผ่านงานเบื้องหน้ามาแทบทุกรูปแบบ เขาเคยฝึกเป็นดีเจที่ A-Time โดยมี "พี่อ้อย" เป็นคนสอนพูด เคยเกือบได้เป็นศิลปินบอยแบนด์วงเดียวกับ "ไอซ์ ศรัณยู" และเคยไปแคสต์โฆษณาจนถึงจุดที่รู้สึกสับสนในตัวเองเมื่อต้องไปยืนแข่งกับเด็กอายุ 15 ในวัย 22 ปี แม้เขาจะได้รับโอกาสมากมาย แต่เขาก็ยอมรับว่าในตอนนั้นความสุขในงานเบื้องหน้าของเขามีน้อยลงเรื่อย ๆ เพราะต้องแบกรับภาระและจิตใจที่หม่นหมองจากปัญหาชีวิต

 

 

สร้างอาณาจักร Organizer ด้วยเงินเพียง 5 หมื่นบาท

คุณปอนด์ตัดสินใจหันหลังให้งานหน้ากล้องเพื่อหาความรู้ใหม่ ๆ ในงานประจำ โดยเริ่มจากการเป็นผู้ช่วยผู้บริหารและลุยงานเบื้องหลังคอนเสิร์ต เขาเริ่มต้นธุรกิจออร์แกไนเซอร์โดยการ "ยืมชื่อบริษัท" ของคนรู้จักไป Pitching งาน เขาทำงานทุกอย่างตั้งแต่เก็บขยะ ยกกระเป๋า ไปจนถึงเป็นพิธีกรและดีลศิลปินเอง ธุรกิจเติบโตเร็วมากจนทำยอดขายได้กว่า 30 ล้านบาทในปีแรก และในวันที่เขาตัดสินใจซื้อบ้านเพื่อพาครอบครัวกลับมาอยู่ด้วยกัน เขามีเงินในบัญชีเพียง 5 หมื่นบาทเท่านั้น แต่ความกล้าหาญและไม่ยอมแพ้ทำให้เขาสามารถปิดหนี้และสร้างความมั่นคงได้ในที่สุด

 

 

มิตรภาพ และความโรแมนติกที่ก่อกำเนิด "Be On Cloud"

ค่าย Be On Cloud เกิดขึ้นจากความ "เบื่อ" และมิตรภาพที่คาดไม่ถึง คุณปอนด์พบกับ "มาย ภาคภูมิ" ครั้งแรกที่ร้านอาหารในย่านเอกมัยจากการที่ฝ่ายหลังเดินมาแกล้งกรอกเหล้าใส่เขา ความถูกชะตาทำให้ทั้งคู่สนิทกันอย่างรวดเร็วในช่วงโควิด เมื่อมายอยากเล่นซีรีส์ Y เรื่อง KinnPorsche แต่บริษัทเดิมกำลังจะไปไม่รอด คุณปอนด์จึงตัดสินใจเข้ามาบริหารและเปลี่ยนชื่อค่ายเป็น Be On Cloud ด้วยความเชื่อที่ว่า "มิตรภาพ" และการมองเห็นศักยภาพในตัวคนอย่าง มาย และ อาโป จะสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกได้ ซึ่ง KinnPorsche ก็พิสูจน์แล้วด้วยความสำเร็จอย่างถล่มทลายทั่วโลก

 

 

"แมนสรวง" และความฝันในการยกระดับ Soft Power ไทย

คุณปอนด์มีวิสัยทัศน์ที่อยากให้ Be On Cloud เป็นสตูดิโอผลิตผลงานคุณภาพที่ไม่จำกัดแค่ซีรีส์ Y เขาจึงสร้างภาพยนตร์เรื่อง "แมนสรวง" ขึ้นมาเพื่อส่งออกวัฒนธรรมไทย แม้จะยอมรับว่าโครงการนี้ขาดทุนมหาศาลเพราะความตั้งใจใส่รสนิยมและรายละเอียดที่มากเกินไป เช่น การสร้างโรงถ่ายขึ้นมาใหม่ หรือการเนรมิตย่านทรงวาดให้กลายเป็นชุมชนแมนสรวง แต่ผลตอบแทนที่ได้กลับมาคือการได้รับการยอมรับและรางวัลที่ช่วยเปิดทางให้เขาก้าวต่อไปในอุตสาหกรรมภาพยนตร์

 

 

การชุบชีวิต "AF" และปรัชญาการให้โอกาส

โปรเจกต์ล่าสุดที่คุณปอนด์ทุ่มเทคือการนำ True Academy Fantasia (AF) กลับมาในปี 2026 เพราะเขาโตมากับรายการนี้และอยากให้โอกาสคนที่มีความพยายามแต่ยังไม่มีพื้นที่ เขาเน้นย้ำเรื่อง "วินัย" และ "ความเป็นธรรมชาติ" โดยประกาศนโยบายไม่ให้มีผู้จัดการส่วนตัวสำหรับนักแสดง เพื่อให้ AI หรือระบบจัดการแทน และป้องกันไม่ให้นักแสดง "เหลิง" ปรัชญาสำคัญของเขาคือ "การเสียใจไม่เท่าการเสียโอกาส" และการมีชีวิตอยู่โดยมีเหตุผลและไม่หยุดที่จะลุยต่อไป

 

 

ชีวิตของคุณปอนด์เปรียบเสมือนวิหคที่เคยเริงร่าอยู่ในกรงทองอันวิจิตร รายล้อมด้วยความสุขสบายจนไม่เคยสัมผัสถึงไอเย็นของสายลมแห่งความลำบาก ทว่าเมื่อพายุชีวิตพัดกระหน่ำจนกรงนั้นพังทลายในวัยเยาว์ เขาจึงต้องเผชิญกับโลกความจริงเพียงลำพังพร้อมตราประทับแห่งความยากจนที่กรีดลึกลงในใจ จากเด็กที่ไม่เคยแม้จะซักผ้าด้วยตนเอง เขายอมลดตัวลงคลุกฝุ่นกรำงานหนักเยี่ยงมดงานวันละนับสิบชั่วโมง ทำทุกอย่างตั้งแต่งานชั้นสูงไปจนถึงการเก็บขยะเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและพาครอบครัวกลับมาอยู่พร้อมหน้าอีกครั้ง แม้ในวันที่ปีกแข็งแรงจนทะยานขึ้นเป็น "มาสเตอร์มายด์" ผู้อยู่เหนือเมฆา เขาเคยเกือบจะหลงทางด้วยความลำพองใจจนถูกพายุลูกใหญ่ตบให้ร่วงหล่นลงมาเพื่อเรียนรู้บทเรียนแห่งการถ่อมใจและมองภาพให้กว้างขึ้น ปัจจุบันเขาจึงไม่ได้เป็นเพียงผู้นำที่ประสบความสำเร็จ แต่เปรียบดังประภาคารผู้หยิบยื่นแสงแห่งโอกาสให้แก่นักล่าฝันคนอื่น ด้วยความเชื่อที่ตกตะกอนว่า "ความเสียใจจากความล้มเหลวนั้นชั่วคราว แต่ความเสียดายจากการทิ้งโอกาสจะตราตรึงไปชั่วกาล"

 

ดูรายการย้อนหลัง

album
greenwave
-

-