Green Wave เปิดพื้นที่แห่งบทสนทนาที่รวมวิธีคิด เรื่องราวชีวิต และแรงบันดาลใจ จากไอคอนิกระดับประเทศ ใน CLUB INSPIRED DAY โดย “ดีเจอั๋น ภูวนาท” เปิดไมค์ต้อนรับ บุ๊ค ธีรชยา พิมพ์กิตติเดช เจ้าของตำแหน่ง Miss Tiffany 2026 มาแบ่งปันเรื่องราวชีวิตกว่าจะประสบความสำเร็จ เธอได้ถ่ายทอดประสบการณ์การต่อสู้เพื่อความฝันที่ต้องใช้เวลานานถึง 8 ปี และการประกวดถึง 4 ครั้ง กว่าจะคว้ามงกุฎมาครองได้สำเร็จ นอกจากนี้เธอยังเปิดเผยแง่มุมความยากลำบากในการเติบโตในครอบครัวไทยเชื้อสายจีนที่คาดหวังให้เป็นลูกชาย รวมถึงประเด็นทางสังคมที่สำคัญอย่าง การเปลี่ยนคำนำหน้านาม ตามอัตลักษณ์ทางเพศ และปัญหาการถูกลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ที่กลุ่มคนข้ามเพศต้องเผชิญ ปิดท้ายด้วยการแนะนำโครงการ Beautifully ที่มุ่งสร้างพื้นที่ปลอดภัยและส่งเสริม สุขภาพจิต เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนกล้าเป็นตัวของตัวเองและมีความสุขในแบบที่เลือกเอง

8 ปีแห่งการรอคอย และมงกุฎที่แลกมาด้วยหยดน้ำตาแห่งความไม่ยอมแพ้
เส้นทางสู่มงกุฎมิสทิฟฟานี่ของบุ๊คไม่ได้เริ่มต้นด้วยความสำเร็จ แต่มันคือการเดินทางอันยาวนานถึง 8 ปี กับความพยายามถึง 4 ครั้ง เธอเคยเข้าใกล้ความฝันที่สุดในฐานะรองอันดับ 1 ซึ่งมงกุฎอยู่ห่างเพียงแค่เอื้อม แต่ในครั้งต่อมาเธอกลับต้องเผชิญกับความผิดหวังอย่างรุนแรงเมื่อตกรอบแรกๆ จนเธอถึงกับบอกว่า "เสียใจจนแทบสิ้นสติ" และร้องไห้โฮทันทีที่ก้าวลงจากเวที
ในวันที่เธอกำลังสับสนและเจ็บปวด ปอย ตรีชฎา ได้เดินเข้ามาปลอบใจและยกตัวอย่างของ เปีย อะลอนโซ (Miss Universe) ที่ต้องพยายามหลายครั้งกว่าจะสำเร็จ ประโยคนั้นกลายเป็นไฟที่ปลุกความหวังในใจเธออีกครั้ง จนกระทั่งในปี 2026 ซึ่งเป็นปีที่เธออายุจะครบ 30 ปีพอดี และเกือบจะเป็นโอกาสสุดท้ายตามเกณฑ์อายุ เธอจึงตัดสินใจกลับมาสู้เพื่อให้ "สาแก่ใจ" และไม่ต้องเสียดายไปตลอดชีวิต
บุ๊คยึดถือคติว่า "ความเสียดายนั้นน่ากลัวกว่าความเสียใจ" เพราะความเสียใจจะหายไปตามกาลเวลา แต่ความเสียดายจะกัดกินใจเราเมื่อเรามองย้อนกลับมาในวันที่สายเกินไปแล้ว

เด็กชายในตระกูลคนจีนเยาวราช กับ "พื้นที่ปลอดภัย" ที่ต้องสร้างขึ้นเอง
บุ๊คเติบโตมาในครอบครัวคนจีนย่านเยาวราชที่ทำกิจการขนมเปี๊ยะ "เบย่งหลี" ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 70 ปี, ในฐานะลูกชาย เธอต้องแบกความหวังของตระกูลไว้บนบ่า ขณะที่ต้องใช้ชีวิตในโรงเรียนชายล้วนที่สภาพแวดล้อมไม่ได้เอื้อต่อตัวตนของเธอเลย, เธอต้องเผชิญกับการถูกล้อเลียนจากทั้งเพื่อนและครู จนถึงขั้นที่ครูเคยถามเธอด้วยตรรกะที่บิดเบี้ยวว่า "ถ้าเพื่อนกะเทยโดดตึก เธอจะโดดตามไหม?"
ในช่วงเวลานั้น บ้านไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเธอ เธอต้องแอบทาครีมกันแดดซึ่งมักจะถูกพ่อแม่เอาไปทิ้งเพราะอยากให้เธอเป็น "แมนๆ" และต้องแอบกินยาคุมที่ถูกค้นเจอและสั่งห้าม ความโดดเดี่ยวทำให้เธอต้องนั่ง คุยกับนก ในห้องนอนเพื่อถามว่าจะมีใครยอมรับเธอได้ไหมในอนาคต เธอเลือกที่จะ "พูดให้น้อยลง แต่ทำทำให้มากขึ้น" โดยใช้การเรียนเป็นเครื่องพิสูจน์คุณค่าเพื่อลดความกังวลของพ่อแม่
ในวันที่โลกภายนอกไม่มีพื้นที่ปลอดภัยให้เรา จงสร้างพื้นที่นั้นขึ้นมาในใจ หรือใช้ความสำเร็จในด้านอื่น (เช่น การเรียนหรือการงาน) เป็นเกราะป้องกันเพื่อสื่อสารกับคนที่ยังไม่เข้าใจเราว่า เราสามารถดูแลตัวเองได้และเป็นคนที่มีคุณภาพ

จาก Beauty Editor นิตยสารระดับโลก สู่การสร้าง "Legacy" ของตัวเอง
ก่อนจะคว้ามงกุฎ บุ๊คได้พิสูจน์ตัวเองอย่างหนักในสายงานวิชาชีพ เธอคว้าเกียรตินิยมและไปศึกษาต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง แม้จะติดช่วงโควิดจนต้องเรียนออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ ความสามารถในการเขียนและรสนิยมด้านความงามนำพาเธอเข้าสู่ตำแหน่ง Beauty Editor ที่ Vogue Thailand ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ผู้หญิงค่อนข้างใฝ่ฝัน
ที่นั่นเธอได้สัมผัสกับมาตรฐานระดับโลกที่ตัดสินคนจาก "ความสามารถ" มากกว่าเพศสภาพ, แม้หน้าที่การงานจะมั่นคงและรุ่งโรจน์ แต่เธอก็กล้าตัดสินใจลาออกมาเพื่อทำตามความฝันในการประกวดต่อ เพราะเธอเชื่อว่าเธอได้ฝัง "เลกาซี่" (Legacy) หรือความสำเร็จไว้ในงานนั้นสมบูรณ์แล้ว และความฝันกับงานประจำคือคนละส่วนที่ทดแทนกันไม่ได้
การสร้างความสำเร็จในหน้าที่การงานไม่ใช่แค่เรื่องเงินทอง แต่คือการสร้าง "ความไว้วางใจ" ให้กับครอบครัว เมื่อเราพิสูจน์ให้เห็นว่าเราเป็นมืออาชีพ ความกังวลเรื่องเพศสภาพจะค่อยๆ ลดน้อยลงไปเอง

โครงการ "Beauty, Fully" เมื่อบาดแผลในใจ กลายเป็นพลังส่งต่อความหวัง
จากการที่เคยผ่านช่วงเวลามืดแปดด้านและเคยถูกลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ เช่น เหตุการณ์ที่ถูกตรวจร่างกายโดยเจ้าหน้าที่ชายที่ ตม. ต่างประเทศจนกลายเป็นบาดแผลในใจ บุ๊คจึงริเริ่มโครงการ "Beauty, Fully" (บิวตี้ ฟูลลี่) เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจให้กับผู้อื่น
โครงการนี้เน้นการสะท้อนตัวตน (Reflect) และการรับฟัง โดยบุ๊คได้ร่วมมือกับสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ และแอปพลิเคชัน "Buddy Thai" เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยประเมินสุขภาพจิตและรับมือกับการถูกบูลลี่ เธอต้องการบอกทุกคนว่า "เสียงของทุกคนมีความหมาย" ผ่านแนวคิด "Listen more, Judge less" (ฟังให้มาก ตัดสินให้น้อย)
การก้าวข้ามความเจ็บปวดที่ดีที่สุด คือการนำประสบการณ์นั้นมาช่วยเหลือผู้อื่น เพื่อไม่ให้ใครต้องเผชิญกับความรู้สึกมืดแปดด้านเพียงลำพังเหมือนที่เธอเคยเจอ

นิยามของคำว่า "มนุษย์" ที่สมบูรณ์แบบในความไม่สมบูรณ์
เมื่อต้องนิยามตัวเอง บุ๊คเลือกใช้คำว่า "มนุษย์" เพราะชีวิตคือการเรียนรู้ผ่านการลองผิดลองถูก ผิดพลาด และผิดหวัง เธอเลิกพยายามที่จะเป็นคนที่สมบูรณ์แบบในทุกด้าน แต่หันมาโฟกัสกับการทำด้านใดด้านหนึ่งให้ดีที่สุดถึง 100% ก็เพียงพอแล้ว
ในวันที่เธอคว้ามงกุฎได้สำเร็จ สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่เพียงชื่อเสียง แต่คือการที่พ่อของเธอกล้าพูดกับเพื่อนๆ อย่างเต็มปากว่าเธอคือ "ลูกสาว" และแม่ของเธอที่แอบเอาพลาสติกของมงกุฎไปลองใส่ด้วยความภูมิใจ เธอบอกกับ "น้องบุ๊ค" ในวัย 14 ปีว่า "พี่ทำได้แล้ว" และโลกที่เคยมืดแปดด้านนั้นมีแสงสว่างรออยู่เสมอ
ความเป็นผู้นำ (Leadership) ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่ แต่คือการ "รู้จักหัวใจตัวเองและรู้ว่าจุดยืนของเราคืออะไร" หากคุณกล้าที่จะหยิบความฝันขึ้นมาคิด นั่นคือจุดเริ่มต้นของการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตแล้ว
ชีวิตของ บุ๊ค ธีรชยา เปรียบเสมือนการเดินทางของอัญมณีที่ถูกเจียระไนผ่านกาลเวลาถึง 8 ปี กับความพยายามถึง 4 ครั้ง ท่ามกลางกลิ่นอายแป้งขนมเปี๊ยะ และความคาดหวังของตระกูลคนจีนย่านเยาวราชที่เคยห่อหุ้มตัวตนของเธอไว้ในฐานะลูกชาย
เธอเติบโตมาในโลกที่เคยไร้พื้นที่ปลอดภัยจนต้องฝากความลับและคำถามถึงอนาคตไว้กับนกตัวน้อยในห้องนอน แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่ง เธอก็ได้ใช้ความสามารถพิสูจน์คุณค่าทั้งในฐานะ Beauty Editor ของนิตยสารระดับโลก และผู้ที่ไม่ยอมแพ้ต่อพายุแห่งความผิดหวัง
จนในที่สุดมงกุฎแห่งเกียรติยศก็ได้สวมลงบนศีรษะในฐานะ มิสทิฟฟานี่ 2026 พร้อมเปลี่ยนหยดน้ำตา และบาดแผลในใจให้กลายเป็นพลังส่งต่อความหวังผ่านโครงการ "Beauty, Fully" เพื่อโอบอุ้มหัวใจของผู้อื่น และพิสูจน์ให้โลกเห็นว่านิยามที่งดงามที่สุดของเธอไม่ใช่เพียงความงามภายนอก แต่คือการเป็น "มนุษย์" ที่กล้าเรียนรู้จากความไม่สมบูรณ์และยืนหยัดเพื่อหัวใจของตัวเองอย่างแท้จริง
ดูรายการย้อนหลัง

-