ถอดรหัสความคิด “บุ๊ค ธีรชยา” ผู้ใช้เสียงของตัวเอง เพื่อโอบอุ้มหัวใจคนอื่นผ่านแนวคิด "Listen More, Judge Less"

Club Inspired Day Recap

ถอดรหัสความคิด “บุ๊ค ธีรชยา” ผู้ใช้เสียงของตัวเอง เพื่อโอบอุ้มหัวใจคนอื่นผ่านแนวคิด "Listen More, Judge Less"

16 เม.ย. 2026

Green Wave เปิดพื้นที่แห่งบทสนทนาที่รวมวิธีคิด เรื่องราวชีวิต และแรงบันดาลใจ จากไอคอนิกระดับประเทศ ใน CLUB INSPIRED DAY โดย “ดีเจอั๋น ภูวนาท” เปิดไมค์ต้อนรับ บุ๊ค ธีรชยา พิมพ์กิตติเดช เจ้าของตำแหน่ง Miss Tiffany 2026 มาแบ่งปันเรื่องราวชีวิตกว่าจะประสบความสำเร็จ เธอได้ถ่ายทอดประสบการณ์การต่อสู้เพื่อความฝันที่ต้องใช้เวลานานถึง 8 ปี และการประกวดถึง 4 ครั้ง กว่าจะคว้ามงกุฎมาครองได้สำเร็จ นอกจากนี้เธอยังเปิดเผยแง่มุมความยากลำบากในการเติบโตในครอบครัวไทยเชื้อสายจีนที่คาดหวังให้เป็นลูกชาย รวมถึงประเด็นทางสังคมที่สำคัญอย่าง การเปลี่ยนคำนำหน้านาม ตามอัตลักษณ์ทางเพศ และปัญหาการถูกลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ที่กลุ่มคนข้ามเพศต้องเผชิญ ปิดท้ายด้วยการแนะนำโครงการ Beautifully ที่มุ่งสร้างพื้นที่ปลอดภัยและส่งเสริม สุขภาพจิต เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนกล้าเป็นตัวของตัวเองและมีความสุขในแบบที่เลือกเอง

 

 

8 ปีแห่งการรอคอย และมงกุฎที่แลกมาด้วยหยดน้ำตาแห่งความไม่ยอมแพ้

เส้นทางสู่มงกุฎมิสทิฟฟานี่ของบุ๊คไม่ได้เริ่มต้นด้วยความสำเร็จ แต่มันคือการเดินทางอันยาวนานถึง 8 ปี กับความพยายามถึง 4 ครั้ง เธอเคยเข้าใกล้ความฝันที่สุดในฐานะรองอันดับ 1 ซึ่งมงกุฎอยู่ห่างเพียงแค่เอื้อม แต่ในครั้งต่อมาเธอกลับต้องเผชิญกับความผิดหวังอย่างรุนแรงเมื่อตกรอบแรกๆ จนเธอถึงกับบอกว่า "เสียใจจนแทบสิ้นสติ" และร้องไห้โฮทันทีที่ก้าวลงจากเวที

ในวันที่เธอกำลังสับสนและเจ็บปวด ปอย ตรีชฎา ได้เดินเข้ามาปลอบใจและยกตัวอย่างของ เปีย อะลอนโซ (Miss Universe) ที่ต้องพยายามหลายครั้งกว่าจะสำเร็จ ประโยคนั้นกลายเป็นไฟที่ปลุกความหวังในใจเธออีกครั้ง จนกระทั่งในปี 2026 ซึ่งเป็นปีที่เธออายุจะครบ 30 ปีพอดี และเกือบจะเป็นโอกาสสุดท้ายตามเกณฑ์อายุ เธอจึงตัดสินใจกลับมาสู้เพื่อให้ "สาแก่ใจ" และไม่ต้องเสียดายไปตลอดชีวิต

บุ๊คยึดถือคติว่า "ความเสียดายนั้นน่ากลัวกว่าความเสียใจ" เพราะความเสียใจจะหายไปตามกาลเวลา แต่ความเสียดายจะกัดกินใจเราเมื่อเรามองย้อนกลับมาในวันที่สายเกินไปแล้ว

 

 

เด็กชายในตระกูลคนจีนเยาวราช กับ "พื้นที่ปลอดภัย" ที่ต้องสร้างขึ้นเอง

บุ๊คเติบโตมาในครอบครัวคนจีนย่านเยาวราชที่ทำกิจการขนมเปี๊ยะ "เบย่งหลี" ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 70 ปี, ในฐานะลูกชาย เธอต้องแบกความหวังของตระกูลไว้บนบ่า ขณะที่ต้องใช้ชีวิตในโรงเรียนชายล้วนที่สภาพแวดล้อมไม่ได้เอื้อต่อตัวตนของเธอเลย, เธอต้องเผชิญกับการถูกล้อเลียนจากทั้งเพื่อนและครู จนถึงขั้นที่ครูเคยถามเธอด้วยตรรกะที่บิดเบี้ยวว่า "ถ้าเพื่อนกะเทยโดดตึก เธอจะโดดตามไหม?"

ในช่วงเวลานั้น บ้านไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเธอ เธอต้องแอบทาครีมกันแดดซึ่งมักจะถูกพ่อแม่เอาไปทิ้งเพราะอยากให้เธอเป็น "แมนๆ" และต้องแอบกินยาคุมที่ถูกค้นเจอและสั่งห้าม ความโดดเดี่ยวทำให้เธอต้องนั่ง คุยกับนก ในห้องนอนเพื่อถามว่าจะมีใครยอมรับเธอได้ไหมในอนาคต เธอเลือกที่จะ "พูดให้น้อยลง แต่ทำทำให้มากขึ้น" โดยใช้การเรียนเป็นเครื่องพิสูจน์คุณค่าเพื่อลดความกังวลของพ่อแม่

ในวันที่โลกภายนอกไม่มีพื้นที่ปลอดภัยให้เรา จงสร้างพื้นที่นั้นขึ้นมาในใจ หรือใช้ความสำเร็จในด้านอื่น (เช่น การเรียนหรือการงาน) เป็นเกราะป้องกันเพื่อสื่อสารกับคนที่ยังไม่เข้าใจเราว่า เราสามารถดูแลตัวเองได้และเป็นคนที่มีคุณภาพ

 


จาก Beauty Editor นิตยสารระดับโลก สู่การสร้าง "Legacy" ของตัวเอง

ก่อนจะคว้ามงกุฎ บุ๊คได้พิสูจน์ตัวเองอย่างหนักในสายงานวิชาชีพ เธอคว้าเกียรตินิยมและไปศึกษาต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง แม้จะติดช่วงโควิดจนต้องเรียนออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ ความสามารถในการเขียนและรสนิยมด้านความงามนำพาเธอเข้าสู่ตำแหน่ง Beauty Editor ที่ Vogue Thailand ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ผู้หญิงค่อนข้างใฝ่ฝัน

ที่นั่นเธอได้สัมผัสกับมาตรฐานระดับโลกที่ตัดสินคนจาก "ความสามารถ" มากกว่าเพศสภาพ, แม้หน้าที่การงานจะมั่นคงและรุ่งโรจน์ แต่เธอก็กล้าตัดสินใจลาออกมาเพื่อทำตามความฝันในการประกวดต่อ เพราะเธอเชื่อว่าเธอได้ฝัง "เลกาซี่" (Legacy) หรือความสำเร็จไว้ในงานนั้นสมบูรณ์แล้ว และความฝันกับงานประจำคือคนละส่วนที่ทดแทนกันไม่ได้

การสร้างความสำเร็จในหน้าที่การงานไม่ใช่แค่เรื่องเงินทอง แต่คือการสร้าง "ความไว้วางใจ" ให้กับครอบครัว เมื่อเราพิสูจน์ให้เห็นว่าเราเป็นมืออาชีพ ความกังวลเรื่องเพศสภาพจะค่อยๆ ลดน้อยลงไปเอง
 


โครงการ "Beauty, Fully" เมื่อบาดแผลในใจ กลายเป็นพลังส่งต่อความหวัง

จากการที่เคยผ่านช่วงเวลามืดแปดด้านและเคยถูกลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ เช่น เหตุการณ์ที่ถูกตรวจร่างกายโดยเจ้าหน้าที่ชายที่ ตม. ต่างประเทศจนกลายเป็นบาดแผลในใจ บุ๊คจึงริเริ่มโครงการ "Beauty, Fully" (บิวตี้ ฟูลลี่) เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจให้กับผู้อื่น

โครงการนี้เน้นการสะท้อนตัวตน (Reflect) และการรับฟัง โดยบุ๊คได้ร่วมมือกับสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ และแอปพลิเคชัน "Buddy Thai" เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยประเมินสุขภาพจิตและรับมือกับการถูกบูลลี่ เธอต้องการบอกทุกคนว่า "เสียงของทุกคนมีความหมาย" ผ่านแนวคิด "Listen more, Judge less" (ฟังให้มาก ตัดสินให้น้อย)

การก้าวข้ามความเจ็บปวดที่ดีที่สุด คือการนำประสบการณ์นั้นมาช่วยเหลือผู้อื่น เพื่อไม่ให้ใครต้องเผชิญกับความรู้สึกมืดแปดด้านเพียงลำพังเหมือนที่เธอเคยเจอ
 


นิยามของคำว่า "มนุษย์" ที่สมบูรณ์แบบในความไม่สมบูรณ์

เมื่อต้องนิยามตัวเอง บุ๊คเลือกใช้คำว่า "มนุษย์" เพราะชีวิตคือการเรียนรู้ผ่านการลองผิดลองถูก ผิดพลาด และผิดหวัง เธอเลิกพยายามที่จะเป็นคนที่สมบูรณ์แบบในทุกด้าน แต่หันมาโฟกัสกับการทำด้านใดด้านหนึ่งให้ดีที่สุดถึง 100% ก็เพียงพอแล้ว

ในวันที่เธอคว้ามงกุฎได้สำเร็จ สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่เพียงชื่อเสียง แต่คือการที่พ่อของเธอกล้าพูดกับเพื่อนๆ อย่างเต็มปากว่าเธอคือ "ลูกสาว" และแม่ของเธอที่แอบเอาพลาสติกของมงกุฎไปลองใส่ด้วยความภูมิใจ เธอบอกกับ "น้องบุ๊ค" ในวัย 14 ปีว่า "พี่ทำได้แล้ว" และโลกที่เคยมืดแปดด้านนั้นมีแสงสว่างรออยู่เสมอ

ความเป็นผู้นำ (Leadership) ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่ แต่คือการ "รู้จักหัวใจตัวเองและรู้ว่าจุดยืนของเราคืออะไร" หากคุณกล้าที่จะหยิบความฝันขึ้นมาคิด นั่นคือจุดเริ่มต้นของการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตแล้ว

 

ชีวิตของ บุ๊ค ธีรชยา เปรียบเสมือนการเดินทางของอัญมณีที่ถูกเจียระไนผ่านกาลเวลาถึง 8 ปี กับความพยายามถึง 4 ครั้ง ท่ามกลางกลิ่นอายแป้งขนมเปี๊ยะ และความคาดหวังของตระกูลคนจีนย่านเยาวราชที่เคยห่อหุ้มตัวตนของเธอไว้ในฐานะลูกชาย

เธอเติบโตมาในโลกที่เคยไร้พื้นที่ปลอดภัยจนต้องฝากความลับและคำถามถึงอนาคตไว้กับนกตัวน้อยในห้องนอน แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่ง เธอก็ได้ใช้ความสามารถพิสูจน์คุณค่าทั้งในฐานะ Beauty Editor ของนิตยสารระดับโลก และผู้ที่ไม่ยอมแพ้ต่อพายุแห่งความผิดหวัง

จนในที่สุดมงกุฎแห่งเกียรติยศก็ได้สวมลงบนศีรษะในฐานะ มิสทิฟฟานี่ 2026 พร้อมเปลี่ยนหยดน้ำตา และบาดแผลในใจให้กลายเป็นพลังส่งต่อความหวังผ่านโครงการ "Beauty, Fully" เพื่อโอบอุ้มหัวใจของผู้อื่น และพิสูจน์ให้โลกเห็นว่านิยามที่งดงามที่สุดของเธอไม่ใช่เพียงความงามภายนอก แต่คือการเป็น "มนุษย์" ที่กล้าเรียนรู้จากความไม่สมบูรณ์และยืนหยัดเพื่อหัวใจของตัวเองอย่างแท้จริง

 

ดูรายการย้อนหลัง

album
greenwave
-

-