“ชีวิตเรามีขาขึ้น ก็ต้องมีขาลง ในวันที่ชีวิตต้องเจอกับขาลง เราต้องพร้อมรับมือกับมัน และต้องไม่หยุดขยัน อะไรที่ง่ายและสบายมันไม่รวยหรอก มันต้องแลกมาจากความเหนื่อย ความขยัน ความสม่ำเสมอ และที่สำคัญคืออย่าลืมรากเหง้าของตัวเอง”

ที่ Club Inspired Day ทุก Story มีความหมาย ได้ Inspired ทุก Moment เมื่อ “ดีเจเป้” และ “ดีเจอ้อย” ได้เปิดไมค์ต้อนรับ “มอส มัดจุก” ผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ชื่อดัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอนเทนต์ "เด็กฝึกงาน" ที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว พร้อมแชร์เรื่องราวเส้นทางอาชีพ ตั้งแต่ความฝันในวัยเด็กที่อยากเป็น สถาปนิกและผู้กำกับ ก่อนจะเข้าสู่วงการเบื้องหลังละครที่ช่อง 3 และตัดสินใจลาออกจากงานประจำหลายครั้งเพื่อมาทำคอนเทนต์บน YouTube อย่างเต็มตัว คลอบคลุมไปถึงเรื่องราวส่วนตัว เช่น การเติบโตในจังหวัดลำปาง ความรู้สึกเขินอายในการแสดงความรักกับครอบครัว และความมุ่งมั่นที่จะทำความฝันในการ เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ เกี่ยวกับบ้านเกิดให้สำเร็จ พร้อมทั้งให้แง่คิดเรื่อง ความขยัน และการซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตนเองแก่ผู้ชมอีกด้วย

ความฝันที่ถูกบ่มเพาะ จากสถาปนิกตัวน้อย สู่ผู้กำกับละครในฝัน
มอส มัดจุก มีชื่อจริง และชื่อเล่นตรงกับนักร้องชื่อดัง คือ มอส ปฏิภาณ เนื่องจากคุณแม่ชื่นชอบดาราคนนี้ ส่วนชื่อ "มัดจุก" มาจากการที่เขาชอบมัดผมจุกในอดีต
ความฝันแรกเริ่มของเขาคือการเป็นสถาปนิก โดยเขาเคยนำกระดาษ A4 มาวาดรูปบ้าน ทำห้องต่าง ๆ และถ่ายเอกสารให้เพื่อนระบายสี หลังจากนั้น ความสนใจก็เปลี่ยนมาเป็นวงการละครอย่างแรงกล้า เขาติดละคร ดูละครช่อง 3 เป็นหลักจนรู้รายละเอียดปลีกย่อยทั้งหมดเกี่ยวกับนักแสดงและผู้กำกับ เขาฝันอยากเป็นนักแสดง แต่ที่จริงแล้วอยากเป็นผู้กำกับมากกว่า เขามักเขียนบทละครเอง ดึงเพื่อนมาเล่น และเป็นตัวตั้งตัวตีในการทำละครโรงเรียน เช่น เรื่อง นางสิบสอง หรือ ปลาบู่ทอง เขาถึงขั้นเคยขอฝึกงานที่อาคารมาลีนนท์ ช่อง 3 เลยทีเดียว
ซึ่งการเข้าถึงและเข้าใจรายละเอียดของสิ่งที่รักอย่างถ่องแท้ จะช่วยบ่มเพาะให้เราสามารถนำความฝันมาสู่ความเป็นจริงได้ในอนาคต

เส้นทางเบื้องหลังที่ไม่ตรงสาย จากผู้ช่วยบัญชี สู่การไล่ล่าความฝัน
แม้ว่าความฝันจะเป็นผู้กำกับ แต่การเรียนของเขาไม่ได้ง่าย มอสเลือกเรียนคณะสื่อสารมวลชนที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพราะคิดว่าการยื่น Admission เข้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจจะยากเกินไปสำหรับเขา
เมื่อได้เรียนในแขนงวิชาสื่อสารการแสดง มอสตัดสินใจไปฝึกงานที่ค่ายละครช่อง 3 ทันที ตำแหน่งแรกที่เขาได้ทำคืองานผู้ช่วยบัญชีในกองถ่ายละครเรื่อง ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง ซึ่งต้องจัดการเอกสารภาษี และงานสวัสดิการต่าง ๆ หลังจากนั้นก็ได้ขยับไปช่วยงานคอสตูม ด้วยความขยัน และความตั้งใจ หลังเรียนจบ มอสถูกเรียกกลับไปทำงาน และได้รับโอกาสที่สำคัญคือการขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ เขาได้รับโอกาสนี้เพราะชอบช่วยผู้กำกับ (พี่ชุ) ตรวจบท ดูความกระชับของเนื้อหา
อย่างไรก็ตาม หน้าที่สำคัญอย่างการดูแลความต่อเนื่อง (Continuity) ทำให้เขามีความเครียดสูงมาก เช่น การที่นางเอกเจ็บขาผิดข้างในฉากต่าง ๆ ความผิดพลาดสะสมนี้ทำให้เขารู้สึกว่าตนเองพลาดมาก และส่งผลให้เขาดูหนังไม่สนุกอีกต่อไป ถึงแม้จะต้องเริ่มจากตำแหน่งที่ไม่ตรงสาย แต่การแสดงออกถึงความมุ่งมั่น และความสามารถ จะทำให้เราได้รับโอกาสที่ต้องการได้

จุดเปลี่ยนของชีวิต เมื่อสุขภาพใจสำคัญกว่าความมั่นคง
ด้วยความเครียดสะสมในการทำกองละคร มอสตัดสินใจลาออกทั้งที่ตำแหน่งผู้ช่วยผู้กำกับนั้นใกล้กับความฝันที่อยากเป็นมาก เขาเลือกเดินออกจากงานที่ "ใกล้ความฝันจะตาย" เพราะรู้สึกว่าคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตใจเริ่มไม่ไหว
เขาเปลี่ยนไปทำงานทำรายการโทรทัศน์ (เผือกร้อนตอนบ่าย) แทน ซึ่งเขารู้สึกสนุก และมีความสุขมากกว่า จนได้เลื่อนตำแหน่งเป็นโปรดิวเซอร์ แต่หลังจากทำงานได้ 2 ปี เขาก็ตัดสินใจลาออกอีกครั้งเมื่อเนื้องานเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่ได้รับค่าตอบแทนเท่าเดิม ในช่วงที่บริษัทยังถูกลดเงินเดือน 20% เนื่องจากโควิด มอสจึงตัดสินใจเบนเข็มเข้าสู่โลก YouTube เต็มตัว โดยเริ่มจากการเป็น Creative ประจำช่อง YouTube แห่งหนึ่ง
ดังนั้นหากงานประจำทำให้จิตใจไม่เป็นสุข การตัดสินใจเดินออกจากจุดนั้นด้วยสติ เพื่อไปค้นหางานที่ฮีลใจ และทำให้มีความสุขคือสิ่งสำคัญ แต่ต้องกล้าที่จะสู้ 100% เมื่อตัดสินใจออกแล้ว ต้องลุยสร้างงานต่อทันที

ความสำเร็จจากคอนเทนต์ "น้องฝึกงาน" และความฝันที่รอวันเป็นจริง
จุดเริ่มต้นของคอนเทนต์ไวรัล "น้องฝึกงาน" มาจากการที่มอสเล่น TikTok มาตั้งแต่เริ่มเข้าไทย และเกิดจากการที่น้อง ๆ ฝึกงานที่บริษัทมีจำนวนมาก แล้วมอสก็เริ่มเล่นละครสด ๆ พูดบทเล่น ๆ กับน้อง ๆ จนกลายเป็นคอนเทนต์ที่ตลกและน่าสนใจ คลิปที่ประสบความสำเร็จอย่างมากจนทำให้มีลูกค้าติดต่อเข้ามาคือ EP4 "ลาป่วย" ที่ทะลุล้านวิวอย่างรวดเร็ว
มอสประสบความสำเร็จในการเป็นฟรีแลนซ์ ด้วยหลักการทำงานที่สำคัญคือ
1. ทำในสิ่งที่รัก ต้องทำเพราะเราชอบทำมัน ไม่ใช่ทำเพื่อเอาใจคนดูอย่างเดียว
2. ขยันและสม่ำเสมอ เขาลงคลิป 2-4 คลิปต่อวัน เพื่อให้ฟีดของเขาไม่หายไป และเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าและผู้ชมเห็นงานบ่อยขึ้น
3. ความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ท้อได้แต่อย่าท้อนาน หากรู้สึกเหนื่อย ให้หาสิ่งที่ทำให้มีความสุขทำ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง กินอาหารอร่อย แต่ต้องรีบกลับมาก้าวต่อไปอย่างรวดเร็ว
4. อย่าลืมรากเหง้า เขาให้คำแนะนำเด็ก Gen Z ว่าต้องเหนื่อย ต้องแลกมาด้วยความขยัน และไม่ควรลืมว่าตัวเองมาจากไหน

ปัจจุบัน มอสเชื่อว่าตัวเองประสบความสำเร็จแล้ว จากการที่มีคนรักในคอนเทนต์ที่เขาทำ และเขายังคงมีความฝันในการเป็นผู้กำกับ คืออยากทำซีรีส์ดราม่าชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซีรีส์ภาคเหนือ ในแนวเดียวกับ Reply 1988 เขาอยากเล่าเรื่องราวของอำเภองาว จังหวัดลำปาง ให้กลายเป็นอำเภอที่มีคนรู้จัก นอกจากนี้ เขายังเป็นเจ้าของร้านอาหารเหนือ น้ำเงี้ยวฮีลใจ ที่ช่วยสร้างรายได้ให้ญาติๆ ในครอบครัว
รอยสักดอกกะหล่ำปลีที่แขนของเขามีความหมายลึกซึ้ง โดยเป็นคำพูดที่พ่อของเขาพูดขณะเมาว่า "ขี้เหล้าคนนี้ ถึงแม้จะเป็นขี้เหล้า แต่ก็ทำสวนกะหล่ำจนส่งลูกเรียนจบ" ซึ่งสะท้อนถึงการเสียสละของครอบครัวในการส่งเขาเรียนต่อ

“ความสำเร็จไม่ได้วัดที่ตำแหน่ง แต่คือการได้ทำสิ่งที่รักอย่างมีคุณภาพ และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น และจงจำไว้ว่า คนเก่งแพ้คนขยัน”
เปิดรับแรงบันดาลใจได้ใน Club Inspired Day คลับที่เต็มไปด้วยข้อคิดแรงบันดาลใจ และมีคลังความรู้ที่พร้อมแชร์ ได้ในทุกสัปดาห์

ดูรายการย้อนหลัง

-