ที่ Club Inspired Day ทุก Story มีความหมาย ได้ Inspired ทุก Moment กับสองดีเจสุดเท่ “ดีเจเป้” และ “ดีเจแคน” ที่เปิดไมค์ต้อนรับ “นุ้ย สุจิรา” ที่ได้แบ่งปันเรื่องราวชีวิตของเธอ ตั้งแต่การเป็น นางสาวไทยในปี 2544 จุดเริ่มต้นในวงการบันเทิง การทำงานในฐานะพิธีกรและนักแสดง รวมถึงมุมมองเกี่ยวกับ การวิพากษ์วิจารณ์ การเป็นตัวของตัวเอง และ การดูแลความงาม รายการนี้ยังเปิดเผยเรื่องราวความรักของ คุณนุ้ยกับสามี (คุณปอน) ที่เริ่มต้นจากความเป็นเพื่อน ไปจนถึงบทบาทการเป็น คุณแม่ลูกสอง ซึ่งพลิกมุมมองเรื่อง ความรักที่มีต่อเด็ก ของเธอไปอย่างสิ้นเชิง บทสนทนายังขยายไปถึง ประสบการณ์การทำ TikTok ซึ่ง คุณนุ้ย มองว่าเป็นพื้นที่ที่ช่วยเติมเต็มความสุขและเป็นกำลังใจให้ผู้อื่นในช่วง โควิด-19 นอกจากนี้ คุณนุ้ย ยังให้คำแนะนำเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ โดยเน้นย้ำถึงการสื่อสารที่ชัดเจนและ การใช้ชีวิตอย่างมีความสุข โดยไม่เก็บกดความรู้สึก พลังใจเปี่ยมล้น พร้อมข้อคิดดี ๆ ได้ถูกแชร์เอาไว้แล้วในรายการ

จุดเริ่มต้น ของตำแหน่ง "นางสาวไทยสุดกระเปิ๊บกระป๊าบ"
ชีวิตการประกวดนางสาวไทยของนุ้ย สุจิรา เริ่มต้นขึ้นในฐานะนักศึกษาเฟรชชี่ ปี 1 เธอเข้าประกวด Miss Thailand ปี 2544 โดยที่ไม่ได้ใฝ่ฝันอยากจะเป็นนางงามเอง แต่เป็นเพราะความต้องการของคุณแม่ที่อยากให้เธอไปประกวด หลังจากที่ช่างทำผมทักว่าเธอมีแวว นุ้ยเล่าว่า ในการประกวดนางงามไร้การเตรียมพร้อม ซึ่งแตกต่างจากผู้เข้าประกวดคนอื่น ๆ ที่มีการเตรียมตัวอย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นการเรียนเดิน การแต่งหน้า หรือการตอบคำถาม นุ้ยไปประกวดแบบงงเลย และไม่มีใครติวให้เลย โดยในรอบการแสดงความสามารถพิเศษ ที่คนส่วนใหญ่มักจะร้องเพลงหรือร่ายรำ นุ้ยเลือกที่จะวาดรูป โดยที่เพิ่งรู้ตัวก่อนวันประกวดเพียง 1 วัน และไม่ได้มีความสามารถด้านการวาดรูปเก่งเลย เธอตัดสินใจวาดรูปมะเขือเทศแล้วให้กรรมการทาย ซึ่งทำให้กรรมการประหลาดใจและได้คะแนนจากความธรรมชาติ และ การเอาตัวรอด ของเธอ นุ้ยเปิดเผยถึงรอบ "No Make Up" ที่ผู้เข้าประกวดต้องล้างหน้าออกทั้งหมด และเทคนิคการทำให้ตัวเองดูมีเลือดฝาดด้วยการกัดปาก นอกจากนี้ยังมีการสืบประวัติของผู้เข้าประกวดอย่างละเอียด ทั้งเรื่องครอบครัว อาชีพพ่อแม่ และสถานะการมีครอบครัว เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
ตลอดการเก็บตัว นุ้ยไม่ใช่คนที่สื่อให้ความสนใจหรือคาดการณ์ว่าจะได้ตำแหน่งเลย รูปของเธอไม่เคยขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในยุคนั้น นุ้ยมองว่าบางครั้งการทำสิ่งใดเพื่อคนที่เรารัก หรือเพื่อตอบแทนบุญคุณ ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญและนำไปสู่สิ่งที่ไม่คาดฝันได้ แม้ว่าจะไม่มีความพร้อมเท่าคนอื่น แต่การเป็นตัวของตัวเอง การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยสัญชาตญาณ และความกล้าที่จะแตกต่าง ก็สามารถทำให้เราโดดเด่นขึ้นมาได้

มงกุฎที่ไม่คาดฝัน และแรงกดดันจากสื่อ
เมื่อประกาศผลตำแหน่งนางสาวไทยปี 2544 นุ้ยตกใจมาก เพราะเธอไม่เคยคิดว่าจะได้ตำแหน่งนี้เลย เธอคิดว่าอย่างมากก็ได้แค่ที่ 3 หรือที่ 2 ความรู้สึกช็อกนี้กินเวลานานถึง 3 เดือน เธอจำอะไรไม่ค่อยได้ และรู้สึกเหมือนอยู่ในฝัน
ในยุคนั้น ภาพลักษณ์ของนางสาวไทยมักจะเรียบร้อย กุลสตรี แต่เมื่อนุ้ยในวัย 18 ปี ผู้ซึ่งมีความ "กระเปิ๊บกระป๊าบ" และ "สดใส" ได้ตำแหน่ง ทำให้เธอโดนคอมเมนต์ถล่มทลายและถูกตั้งคำถามจากสื่อว่าใช่เหรอ และทำไมไม่เรียบร้อยเหมือนพี่คนอื่นเขาเลย สื่อมวลชนในสมัยนั้นมีอิทธิพลอย่างมากในการกำหนดทิศทางความคิดของประชาชน
ในช่วงแรกเธออยู่ในภาวะช็อก จึงยังไม่ได้รู้สึกตกใจกับข่าวที่ถาโถมเข้ามามากนัก แต่เธอก็ย้ำว่า เธอไม่ได้ทำอะไรไม่ดี เพียงแต่อาจจะไม่ถูกใจคนบางกลุ่มเท่านั้น ซึ่งการไม่ถูกใจก็ไม่ได้แปลว่าไม่ดี เพราะความสำเร็จบางครั้งก็มาในรูปแบบที่เราไม่คาดฝัน และการได้รับตำแหน่งใหญ่ ๆ อาจมาพร้อมกับความกดดันและการวิพากษ์วิจารณ์ อย่างไรก็ตามการยึดมั่นในความถูกต้อง และเชื่อมั่นในคุณค่าของตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อเอาใจทุกคน เป็นสิ่งสำคัญในการรักษาจิตใจและเดินหน้าต่อไป

จุดเปลี่ยนสู่โลกบันเทิง และการค้นพบคุณค่าของตนเอง
หลังได้รับตำแหน่งนางสาวไทย นุ้ย สุจิรา เข้าสู่เส้นทางบันเทิง โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญที่เธอกล้าที่จะเรียกร้องบทบาทที่ท้าทายความสามารถมากกว่าแค่การยืนสวยๆ ในงานอีเวนต์หนึ่ง เธอถูกติดต่อให้ไปโชว์ตัว ยืนสวยๆ ก็พอ ซึ่งทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจ เธอจึงตอบไปว่า ถ้าอยากได้สวยๆ คุณพี่เอาจากป้ายตั้งเลยสวยกว่านุ้ยแน่นอน ถ้าจะให้นุ้ยไป ขอให้นุ้ยไปแบบแสดงความสามารถอย่างอื่นได้ไหมคะ งั้นนุ้ยไปเป็นพิธีกรให้ก็ได้ค่ะ ทั้ง ๆ ที่เธอไม่เคยมีประสบการณ์พิธีกรมาก่อน เพราะเธอต้องการแสดงให้สังคมเห็นว่า เวทีการประกวดนางงามไม่ใช่แค่เรื่องหน้าตา แต่ผู้หญิงทุกคนมีความสามารถและคุณค่าในแบบฉบับของตัวเอง เธอจึงรู้สึกว่า ให้หนูทำประโยชน์อย่างอื่นเถอะค่ะพี่
การตัดสินใจนี้ทำให้เธอได้เป็นพิธีกรและได้เล่นละครเรื่องแรก "กลิ่นสีและกาวแป้ง" ซึ่งเป็นแนวตลก และเข้าทางเธอที่เป็นคนสนุกสนานอยู่แล้ว นุ้ยเผยแรงบันดาลใจไว้ว่า จงกล้าที่จะท้าทายขีดจำกัดและปฏิเสธการถูกมองข้ามคุณค่าของตัวเอง อย่ากลัวที่จะเสนอความสามารถที่แท้จริงที่คุณมี และค้นหาบทบาทที่ทำให้คุณได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่

แนวคิดการใช้ชีวิต และความรับผิดชอบต่ออาชีพ
นุ้ย สุจิรา มีหลักคิดในการใช้ชีวิตที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการรับมือกับความคิดเห็นของผู้อื่น และความรับผิดชอบในฐานะบุคคลสาธารณะ เธอมองว่าหากสิ่งที่เราทำไม่ได้ผิดศีลธรรม ไม่ทำร้ายใคร หรือทำให้ใครเดือดร้อน ก็ไม่จำเป็นต้องไปสนใจคำวิพากษ์วิจารณ์มากนัก เพราะบางครั้งคำวิจารณ์อาจมาจากอารมณ์ที่ไม่ดีของอีกฝ่าย อย่างไรก็ตาม เธอก็ยังคงเปิดใจรับฟังเพื่อนำไปพัฒนาตนเองในการทำงาน เธอพยายามที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองให้เรียบร้อย แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ และพบว่าการเป็นตัวของตัวเองนั้นคือสิ่งที่ดีที่สุดและทำให้มีความสุขมากที่สุด
การได้พบกับพี่ตั๊ก มยุรา ทำให้เธอเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับการดูแลตัวเอง พี่ตั๊กสอนเธอว่า ประชาชนที่มาเจอดาราหรือบุคคลสาธารณะ ก็หวังที่จะได้เจอในพาร์ทที่ดูดีเสมอ และพวกเขาอาจไม่มีโอกาสเจออีก ดังนั้นเราต้องมีความรับผิดชอบต่ออาชีพ ด้วยการดูแลตัวเองให้พร้อมอยู่เสมอ เพื่อสร้างความสุขและให้แฟนๆ ได้เก็บภาพเป็นที่ระลึก นี่เป็นจุดที่ทำให้เธอเริ่มดูแลตัวเองและแต่งหน้าตลอดเวลาที่ออกไปข้างนอก
การรักษาสมดุลระหว่างการเป็นตัวของตัวเองกับความรับผิดชอบในบทบาทต่าง ๆ เป็นสิ่งสำคัญ จงเลือกที่จะให้ความสุขกับตัวเองด้วยการทำในสิ่งที่ไม่เบียดเบียนผู้อื่น และพร้อมที่จะพัฒนาตนเองอยู่เสมอ นอกจากนี้การรับรู้ถึงหน้าที่และความรับผิดชอบในบทบาทต่าง ๆ โดยเฉพาะต่อผู้ที่ชื่นชมเรา ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ดาว TikTok ผู้สร้างความสุข
นุ้ย สุจิรา พบว่าแพลตฟอร์ม TikTok คือช่องทางที่เธอตามหามานาน เพื่อ **แสดงความเป็นตัวตนที่แท้จริง และสร้างความสุขให้กับทั้งตัวเองและผู้อื่น เธอเริ่มทำ TikTok มาตั้งแต่ช่วงโควิด-19 โดยไม่ได้ตั้งใจว่าจะต้องได้ยอดไลก์หรือเป็นที่รู้จัก แต่ทำเพราะความสนุกสนานส่วนตัว จน TikTok กลายเป็นพื้นที่ที่เธอได้ปลดปล่อยความชอบในการลิปซิงค์และเต้น และเธอก็ชวนคนรอบข้างมาร่วมสนุกด้วยเสมอ โดยในช่วงโควิด-19 ที่หลายคนเครียด เธอได้รับคอมเมนต์ที่บอกว่า คลิปของเธอทำให้พวกเขายิ้มได้ เธอมองว่านี่คือการส่งมอบกำลังใจให้กันและกัน
นุ้ยเข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคลิปจะถูกใจทุกคน และไม่เคยท้อเมื่อยอดวิวน้อย เธอให้ข้อคิดกับครีเอเตอร์มือใหม่ว่า ทำเถอะ มันไม่มีอะไรสายเกินไป ถ้าคุณทำแล้วเป็นตัวของคุณเอง ยังไงวันใดวันหนึ่ง แสงมันก็จะส่องมาที่คุณ จงมองหาพื้นที่หรือกิจกรรมที่คุณสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ และทำมันด้วยความสนุกสนานเป็นหลัก การทำสิ่งใดด้วยใจรักและสม่ำเสมอ โดยไม่ยึดติดกับผลลัพธ์มากเกินไป จะนำมาซึ่งความสุขที่ยั่งยืนและอาจส่งผลดีต่อผู้อื่นได้โดยไม่รู้ตัว

ความรักแบบ "โดนของ" และการสื่อสารที่ชัดเจน
เรื่องราวความรักของนุ้ย สุจิรา กับสามี พี่ปอนด์ ก็เป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่น่าสนใจ จากเพื่อนมาเป็นแฟนจนมีลูกสองคน ในตอนเริ่มรู้จักกัน พี่ปอนด์เข้าใจผิดว่านุ้ยชอบเขา เพราะเธอให้สร้อยหินสีแก่เขา ซึ่งจริง ๆ แล้วเธอให้ไปเพราะเห็นว่าข้อมือเขาน่าจะใส่ได้พอดี และพี่ปอนด์ไม่ใช่สเปกของเธอเลย เมื่อพี่ปอนด์เริ่มมาทำตัวเหมือนแฟน มารับมาส่ง นุ้ยจึงตัดสินใจถามตรง ๆ ว่า เธอคิดอะไรกับฉันป่ะเนี่ย? เธอให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่ชัดเจน เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดหรือเสียเวลา เมื่อถูกถามตรง ๆ พี่ปอนด์ก็เสนอว่า ลองคบกันดูป่ะล่ะ ซึ่งนุ้ยก็ตอบตกลงง่าย ๆ เพราะพี่ปอนด์เป็นคนดีอยู่แล้ว
นุ้ยแนะนำว่า อย่ารอช้าที่จะบอกความรู้สึก เพราะชีวิตนี้เป็นของเรา และเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันพรุ่งนี้ จงกล้าที่จะถามตรง ๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียเพื่อน เพราะจริง ๆ แล้วถ้ามีความรู้สึกเกินเพื่อนไปแล้ว ความสัมพันธ์แบบเพื่อนก็อาจจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป การได้รู้ผลลัพธ์ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี ก็ยังดีกว่าการติดอยู่ในความไม่แน่ใจ
ความรักอาจเริ่มต้นจากสิ่งที่ไม่คาดฝันหรือคนที่ไม่ได้อยู่ในสเปก แต่คุณค่าที่แท้จริงของคนนั้นสำคัญกว่ารูปลักษณ์ภายนอก การสื่อสารที่ตรงไปตรงมาและชัดเจนในความสัมพันธ์ โดยเฉพาะในเรื่องความรู้สึก เป็นกุญแจสำคัญสู่ความเข้าใจและก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างแท้จริง อย่าให้ความกลัวมาปิดกั้นโอกาสและความรู้สึกดี ๆ ในชีวิต

บทบาท "แม่" ผู้เสียสละและเข้าใจ
ก่อนหน้านี้ นุ้ย สุจิรา ไม่เคยคิดภาพตัวเองเป็นแม่เลย และสารภาพว่าไม่ชอบเด็ก เพราะรู้สึกว่าเด็กเอาแต่ใจ อย่างไรก็ตาม บทบาทการเป็นแม่ได้เปลี่ยนแปลงเธออย่างสิ้นเชิง แต่การมีลูกคนแรก เริ่มต้นขึ้นเมื่อพี่ปอนด์อยากมีลูกเพื่อเป็นหลานคนแรกของตระกูล จากที่เคยรำคาญเสียงเด็กร้องไห้ ทุกวันนี้เธอเข้าใจและรู้สึกสงสารเมื่อเห็นเด็ก ๆ ร้องไห้เธอเปรียบเทียบว่าเหมือนปิดโหมดเดิมและเปิดโหมดใหม่ ซึ่งหลายคนก็บอกว่าต้องเจอเองถึงจะเข้าใจ เธอกล่าวว่า ความสุขของนุ้ย สุจิรา มันไม่ ไม่มีอีกแล้ว ความสุขของเธอคือการได้เห็นลูกมีความสุข เธอยังเข้าใจคำว่า เจ็บแทนได้ เมื่อลูกป่วย เธอบอกว่าขอเป็นแทนลูกยังจะสบายใจกว่า สำหรับนุ้ย ลูก ๆ คือ เหตุผลของการมีลมหายใจ เพียงแค่ลูกหอมหรือได้เห็นลูก ก็หายเหนื่อยและมีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป การเป็นแม่สามารถเปลี่ยนแปลงคนได้จากหน้ามือเป็นหลังมือ ด้วยความรักที่บริสุทธิ์และยิ่งใหญ่ ความสุขที่แท้จริงของการเป็นพ่อแม่คือการเห็นลูกมีความสุข และความรักนี้ทำให้เราพร้อมที่จะเสียสละทุกอย่างเพื่อพวกเขา

เคล็ดลับความสุข และพลังใจจาก นุ้ย สุจิรา
อารมณ์ดีและ "ช่างมัน" การมีอารมณ์ดีอยู่เสมอ และรู้จักปล่อยวางสิ่งที่ไม่จำเป็น เป็นกุญแจสำคัญสู่ความสุข
ดูแลตัวเองเพื่อความสุขและความรับผิดชอบ การทำศัลยกรรมหรือดูแลตัวเองไม่ได้หมายถึงการหิวแสง แต่เป็นการดูแลตัวเองเพื่อความสุขส่วนตัว และเป็นความรับผิดชอบต่ออาชีพที่ต้องพบปะผู้คน
เป็นตัวของตัวเอง เธอย้ำเสมอว่าการเป็นตัวของตัวเองนั้นดีที่สุด และทำให้มีความสุขมากที่สุด อย่ารอโอกาส จงสร้างโอกาส โดยเฉพาะในเรื่องความสัมพันธ์ เธอแนะนำว่าหากมีความรู้สึกดี ๆ จงกล้าที่จะสื่อสารออกไป อย่ารอจนเสียเวลาและโอกาส

เรื่องราวของนุ้ย สุจิรา แสดงให้เห็นว่าชีวิตเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงและบทบาทที่หลากหลาย แต่ด้วยมุมมองที่เป็นบวก ความเป็นตัวของตัวเอง และความมุ่งมั่นที่จะสร้างความสุขให้กับตัวเองและผู้อื่น ทำให้เธอสามารถผ่านพ้นทุกอุปสรรคและเติบโตได้อย่างงดงาม
เปิดรับแรงบันดาลใจได้ใน Club Inspired Day คลับที่เต็มไปด้วยข้อคิดแรงบันดาลใจ และมีคลังความรู้ที่พร้อมแชร์ ไปกับ Iconic และสองดีเจสุดเท่ “ดีเจเป้” และ “ดีเจแคน” ได้ในทุกสัปดาห์
ดูรายการย้อนหลัง

-