แฮปปี้เบิร์ดเดย์เพื่อนใน Social Media ตลอด แต่กลับไม่มีใครมาอวยพรวันเกิดเราเลยสักคน จนคิดกับตัวเองว่า ‘ได้ ไม่มาใช่ไหม เดี๋ยวปีหน้าเราจะไม่อวยพรเหมือนกัน’

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฮปปี้เบิร์ดเดย์เพื่อนใน Social Media ตลอด แต่กลับไม่มีใครมาอวยพรวันเกิดเราเลยสักคน จนคิดกับตัวเองว่า ‘ได้ ไม่มาใช่ไหม เดี๋ยวปีหน้าเราจะไม่อวยพรเหมือนกัน’

08 พ.ค. 2026

แฮปปี้เบิร์ดเดย์เพื่อนใน Social Media ตลอด

แต่กลับไม่มีใครมาอวยพรวันเกิดเราเลยสักคน

จนคิดกับตัวเองว่า ‘ได้ ไม่มาใช่ไหม  เดี๋ยวปีหน้าเราจะไม่อวยพรเหมือนกัน’

        ‘คุณเป่าเปา (นามสมมติ)’ อายุ 34 ปี สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (6 พฤษภาคม 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นมักจะแฮปปี้เบิร์ดเดย์เพื่อนใน Social Media ตลอด แต่กลับไม่มีใครมาอวยพรวันเกิดตนเลย

        โดย ‘คุณเป่าเปา (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “เราอยากเล่าเรื่องที่ว่า ไม่มีใครมาอวยพรวันเกิดเราเลยสักคน แต่เราอวยพรวันเกิดแทบทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน เป็นรุ่นน้อง หรือคนรู้จักของเรา ทุกคนนั้นเราก็สนิทกัน ไปเที่ยวกัน เจอกัน คุยแชตด้วยกันบ่อย

        เรื่องการไม่อวยพรวันเกิด มันเพิ่งมาเป็นในปีนี้ เราเป็นคนติดโซเชียลจะเล่นอยู่ตลอดเวลา ปกติวันเกิดเราก็จะลงสตอรี่ให้ทุกคนรู้ว่าเป็นวันเกิดเรา เรามีเพื่อนใน IG ประมาณ 300 คน เราเคยอวยพรวันเกิดเพื่อนไปแล้วประมาณ 50 คน แต่กลับกัน มีคนมาอวยพรวันเกิดเราเพียงแค่ 2 คน

        วันเกิดเราคือช่วงเดือนเมษาที่ผ่านมา เราก็ลงสตอรี่ในวันเกิด มีการลงกล่องข้อความ ให้ผู้ติดตามเขียนอวยพรวันเกิดให้ เราก็สามารถกดดูได้ว่าใครมาดูสตอรี่เราบ้าง แล้วคนที่ดูนั้น เป็นคนที่เราเคยไปอวยพรวันเกิดเขา แต่เขากลับก็ไม่มาอวยพรวันเกิดเรา

        ยกตัวอย่าง เราเคยลงสตอรี่อวยพรวันเกิดรุ่นน้องคนหนึ่ง เขาก็ลงต่อสตอรี่ที่เราแท็กอวยพรเขาไป แต่เมื่อถึงวันเกิดเรา เขากลับไม่อวยพรเรา เราก็ไปไล่ดูว่าใครดูสตอรี่เราแล้วบ้าง ทุกคนที่เข้ามาดู ก็เป็นคนที่เราเคยอวยพรวันเกิดเขา และเป็นคนที่เราสนิทด้วยทั้งนั้น

        เราก็มีความรู้สึกเศร้า คนในครอบครัวของเราก็อวยพรวันเกิดเราเป็นปกติ ส่วนคนในโซเชียลกลับไม่มาอวยพรเราเลย บางทีเราก็มีความโกรธแค้น จนคิดกับตัวเองว่า ‘ได้ ไม่มาใช่ไหม  เดี๋ยวปีหน้าเราจะไม่อวยพรเหมือนกัน’ เรามีความแค้นอยู่ในใจ เราให้เขาเยอะ แต่เรากลับไม่ได้อะไรกลับมาเลย”

        ด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า  “สาเหตุที่คุณเป่าเปาเป็นแบบนี้ เพราะว่าเราให้ความสำคัญกับคนอื่น พอถึงวันเกิดตัวเองแต่ไม่มีใครมาอวยพรก็เลยรู้สึกว่าตัวเองนั้นไม่สำคัญ ถ้าต้องการ ก็แค่เรียกร้อง อัปสตอรี่ไปเลย แล้วก็แท็กพี่มาก็ได้ พี่จะอวยพรให้”  

        ด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “บางทีโซเชียล มันก็คือโลกเสมือนจริง ไปซีเรียสกับมันมาก ๆ มันก็ไม่ดี เรายังมีคนในครอบครัวที่อวยพรวันเกิดให้กับเรา”

        ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจอั๋น’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าคุณเป่าเปาถือสาเรื่องนี้มากขนาดนี้จริง ๆ จะเป็นเราที่ทุกข์เอง อย่าไปให้ค่ากับเรื่องนี้ อย่าไปให้ค่ากับยอดวิว ยอดไลค์”

        ปิดท้ายด้วยคำอวยพรจาก ‘ดีเจทั้งสาม’ “แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะคุณเป่าเปา”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูไปทำงานพาร์ทไทม์ที่นึง เจอรุ่นพี่ อายุ 37 แล้ว ขอแอดไลน์กัน เขาถ่ายรูปคู่กับเด็ก 7 ขวบ ถามเขา เขาบอกน้อง คุยไปคุยมา เริ่มคิดถึงเค้า เค้าโทรมาขอเงิน 100 พอเราจะโอนให้ เขาบอก ขอ 200 เลยแล้วกัน

13 ก.ย. 2024

หนูไปทำงานพาร์ทไทม์ที่นึง เจอรุ่นพี่ อายุ 37 แล้ว ขอแอดไลน์กัน เขาถ่ายรูปคู่กับเด็ก 7 ขวบ ถามเขา เขาบอกน้อง คุยไปคุยมา เริ่มคิดถึงเค้า เค้าโทรมาขอเงิน 100 พอเราจะโอนให้ เขาบอก ขอ 200 เลยแล้วกัน

หนูไปทำงานพาร์ทไทม์ที่นึง เจอรุ่นพี่ อายุ 37 แล้ว ขอแอดไลน์กัน เขาถ่ายรูปคู่กับเด็ก 7 ขวบถามเขา เขาบอกน้อง คุยไปคุยมา เริ่มคิดถึงเค้า เค้าโทรมาขอเงิน 100 พอเราจะโอนให้เขาบอก ขอ 200 เลยแล้วกัน โอนเสร็จ เพิ่งรู้ว่าบัญชีเมียเขา และ เขาก็หายไปเลยไม่เจอที่ทำงานแล้ว “คุณเบสท์ (นามสมมติ)” อายุ 20 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [11 ก.ย.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาโอนเงินให้ผู้ชายที่มาจีบ 200 มารู้ทีหลังว่าเขามีลูกมีเมียแล้ว จากนั้นเขาก็หายไป เงินก็ไม่คืน โดย “คุณเบสท์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ขอเกริ่นก่อน พอดีหนูมีเพื่อนสนิทคนนึง เขาทำงานพาร์ทไทม์ในห้างสรรพสินค้าที่นึง เขาก็มาชวนหนูไปทำงาน หนูก็เลยตอบตกลงเพราะค่าตอบแทนค่อนข้างสูง ทีนี้เขารับเด็กพาร์ทไทม์เยอะ หนูเลยได้ไปเจอกับคนๆนึง เขาหล่อ ดูทรงแบดบอย เขาทำงานโซนเดียวกับหนู แล้วเขาก็สนิทกับเพื่อนหนูมาก่อน ต่อมาเขาก็เหมือนจะมาเต๊าะๆ จีบๆหนู ตอนแรกหนูก็ไม่ค่อยชอบ พราะเขาอายุค่อนข้างห่างกับหนูเยอะเลย เขาอายุ 37 ปี ด้วยความที่หนูโสดนาน ไม่มีคนคุยด้วย และเป็นคนใจง่ายนิดๆ พอเขาเต๊าะเข้ามากๆหนูก็ไปชอบเขาแล้ว หลังจบงานเขามาขอไลน์หนู หนูก็ให้ไป พอเขาแอดมา รูปโปรไฟล์ของเขาที่หนูเห็นคือเขากำลังจูงเด็กผู้ชายคนนึงอายุประมาณ 6 – 7 ขวบ หนูก็เลยถามเขาว่าลูกหรอ? เขาบอกว่าเป็นน้อง ด้วยความที่หนูซื่อบื้อก็ไม่ได้คิดอะไร น้องก็น้อง พอเลิกงานเขาก็ทักมาคุยว่า “คิดถึงนะ ฝันดีนะ เจอกันนะ พรุ่งนี้บ่ายสองเดี๋ยวพี่พักงานแล้วจะโทรหานะ” หนูก็รอโทรศัพท์จากเขา จนวันนั้นทั้งวันเขาก็ไม่โทรมา หนูก็เลยตัดใจ ไม่เอาแล้ว ไม่ชอบแล้ว พอเช้าวันถัดมาเขาโทรมาหาหนูช่วง 10 โมง หนูก็เลยกลับมาชอบเขา เขาก็บอกหนูว่า “คิดถึงจังเลย เดี๋ยววันจันทร์ไปกินหมูกระทะกันนะ วันนี้มีแพลนจะไปไหนมั้ย ไปไหนก็อย่าให้ไลน์ผู้ชายนะ อย่าให้ไลน์ใครนะ” เหมือนเขาหวง เป็นห่วงเรา หนูก็เลยคิดกับตัวเองว่า เอาล่ะ ดูทรงเหมือนจะมีแฟนแล้วแหละ ทีนี้เขาก็บอกหนูว่าน้องติดต่อเพื่อนคนนี้ได้มั้ย? บอกเขาว่าโอนตังให้พี่หน่อยร้อยนึง หนูก็งงๆ สะลึมสะลือ เลยให้เขาพูดใหม่อีกรอบ เขาก็บอกว่า “ยืมตังคนนี้ให้หน่อยนะ ให้เขาโอนให้หน่อย” สักพักนึงหนูก็บอกโอเคค่ะ เขาก็วกกลับมาที่หนูว่า “หรือน้องมีก่อนมั้ยตอนนี้?” หนูก็โอนไวด้วย เปย์ ตอนแรกหนูก็ถือสายรอให้เขาส่งคิวอาร์โค้ดมาให้ แล้วเขาก็บอกว่า “เออ...น้องเป็นสองร้อยได้มั้ย?” เดี๋ยวบ่ายสองวันนี้พี่โอนคืนให้ แล้วหนูก็โอนให้เขา ตอนแรกหนูก็สงสัยว่าทำไมบัญชีปลายทางเป็นของผู้หญิง ใช้นางสาว แต่หนูก็เข้าใจว่าคงจะโอนค่าอื่นๆหรือเปล่า? หลังจากนั้นเขาก็ไม่คืน บ่ายสองแล้วก็ไม่คืน วันถัดไปก็ไม่คืน หนูไลน์ไปหาก็ไม่อ่าน ไม่ตอบ คือเขาหายไปเลย ตอนแรกหนูก็ไม่กล้าบอกเพื่อนว่าพี่คนนี้มาขอตัง เพราะกลัวเพื่อนจะว่าเราเป็นสายเปย์ไปเปย์ผู้ชาย จน 4 ทุ่มวันนั้นหนูไลน์ไปบอกเพื่อน เพื่อนหนูก็เลยมาบอกว่า “มึง กูขอโทษนะ รู้หรือเปล่าว่าเขามีลูก มีเมียอยู่แล้ว ขอโทษที่ไม่ได้บอก ไม่ได้คิดว่ามึงจะจริงจัง” ตอนนั้นพอหนูรู้ หนูนอยเลย คือไม่ได้ติดเรื่องเงินเลย แต่หนูนอยมันไม่ใช่อ่ะ ทีนี้เพื่อนก็ถามว่าโอนเข้าบัญชีใครนะ หนูก็เอาชื่อบัญชีให้ดู มันพีคตรงที่บัญชีนั้นเป็นบัญชีเมียเขา เพื่อนหนูก็รู้จักกับเมียเขา เพราะเคยทำงานด้วยกัน เพื่อนเลยเล่าให้ฟังว่าเมียเขาค่อนข้างที่จะโอ้อวดว่าที่บ้านซื้อรองเท้าแบรนด์ดังให้ลูกเลยนะ ใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมต่างๆ เวลาที่หนูให้ใครยืมเงิน หนูไม่เคยทวงเงิน เพราะอยากให้เขาคืนด้วยจิตสำนึกของตัวเอง แต่พอหนูมารู้ว่าคนนี้มีลูก มีเมียแล้ว หนูก็เลยไม่โอเค หนูเป็นคนที่ทวงสุภาพมากเลยนะแบบทักไปบอกว่าทิ้งเลขบัญชีไว้ให้ก่อนนะคะ ไม่ได้ไปจี้ทวง ซึ่งคนนี้เขาก็หายไปเลย หนูทักไปเขาก็ไม่อ่าน ไม่ตอบ เขาเคยบอกว่าเขาทำงานประจำที่นี้ๆ เพื่อนหนูรู้จักกับคนที่ทำงานที่เดียวกับเขา พอไปถามถึงเขา คนที่ทำงานที่เดียวบอกว่า พี่คนนี้เขาลาออกไปเดือนนึงแล้ว เพื่อนหนูทักไปทั้งทางเมียและผัวเลยแต่ไม่มีใครตอบเลยสักคน หนูอยากได้วิธีทวงตังหรือไม่ก็อยากให้พี่ๆดีเจพูดอะไรให้เขาคืนตังหนูหน่อย?’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

7 ปี ฝังใจ จำไม่ลืม! เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซองงานแต่งให้ แถมซองที่คนอื่นฝากมาก็มาไม่ถึงมือเรา!

05 มี.ค. 2026

7 ปี ฝังใจ จำไม่ลืม! เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซองงานแต่งให้ แถมซองที่คนอื่นฝากมาก็มาไม่ถึงมือเรา!

7 ปี ฝังใจ จำไม่ลืม!เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซองงานแต่งให้แถมซองที่คนอื่นฝากมาก็มาไม่ถึงมือเรา! ‘คุณแพนด้า’ (นามสมมติ) อายุ 34 ปี เป็นสายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 มีนาคม 2569) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวในอดีตที่ยังจำฝังใจตั้งแต่ 7 ปีที่แล้วให้ 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' ได้ฟังเกี่ยวกับการที่เพื่อนสนิทมาร่วมงานแต่ง แต่ไม่ใส่ซองมาให้ แล้วยังรับฝากซองจากเพื่อนอีกคน แต่ซองกลับมาไม่ถึงมือเรา ‘คุณแพนด้า’ เล่าว่า เธอนั้นแต่งงานมาแล้ว 7 ปี และมีเพื่อนสนิทสองคนคือ 'คุณเอ' และ 'คุณบี' (นามสมมติ) ทั้งสองมาร่วมงานแต่งในฐานะเพื่อนเจ้าสาวและคอยช่วยเหลือขั้นตอนการจัดเตรียมงาน ในส่วนของค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของเพื่อนเจ้าสาวทุกคน ไม่ว่าจะเป็นค่าตัดชุด ค่าแต่งหน้า ทำผม ค่าห้องพักต่าง ๆ คุณแพนด้าก็เป็นคนจัดการให้ทั้งหมด จนเวลาผ่านไปงานแต่งได้จบลง คุณแพนด้าและสามีก็ได้มานั่งนับซองงานแต่งกัน ได้พบว่าคุณเอและคุณบีนั้นไม่ได้ใส่ซองงานแต่งให้เธอ และได้มารู้อีกว่า 'คุณซี' (นามสสมติ) ที่ไม่สะดวกมาร่วมงานแต่งได้ฝากซองไว้กับคุณบี เป็นจำนวนเงิน 500 บาท ซึ่งก็ยังไม่ถึงมือของคุณแพนด้าเช่นกัน ณ เวลานั้นคุณแพนด้าก็ไม่กล้าที่จะถามคุณเอและคุณบีอย่างตรงไปตรงมา ทั้งเรื่องที่ยังไม่ได้รับซองที่คุณซีฝากมากับคุณบี และเรื่องที่เพื่อนเจ้าสาวทั้งสองไม่ใส่ซองงานแต่งให้ คุณแพนด้าได้เล่าเสริมเพิ่มเติมว่าในพาร์ทการเป็นเพื่อนของคุณเอและคุณบีนั้นถือว่าเป็นเพื่อนที่ดีมาก ๆ อาจจะมีทะเลาะกันตามประสาเพื่อนสนิทบ้าง แต่สุดท้ายก็จะกลับมารักกันดีเหมือนเดิม คุณแพนด้าจึงได้ปรึกษากับเหล่าดีเจว่า ควรจะปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไปหรือควรถามเพื่อนให้หายคาใจดี แล้วถ้าหากได้คุยกัน ควรจะมีวิธีคุยแบบไหน ที่จะไม่ทำให้มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ เหล่าดีเจจึงได้ให้คำปรึกษาและออกความเห็นในมุมมองของตนเอง โดยเริ่มที่ 'ดีเจผือก' ได้บอกว่า “ถ้าเป็นพี่ ผ่านมา 7 ปีแล้ว พี่คงทิ้งความคิดที่จะคุยไปแล้ว แม้วันนี้เราอาจจะเพิ่งมานึกขึ้นได้ แต่มันผ่านมานานมากแล้ว สำหรับพี่ ถ้า ณ เวลาตอนนั้น เราสามารถถามได้ มันไม่ได้ดูน่าเกลียด แต่เราพลาดโอกาสถามมา 7 ปีแล้ว เป็นพี่จะไม่รื้อฟื้นมันขึ้นมาอีก หรืออีกทางคือเขาอาจจะคิดว่า เขามาช่วยเราจัดงานแล้ว มาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้แล้ว เขาก็อาจจะมาช่วยด้วยแรงกายแรงใจแล้ว ไม่ต้องใส่ซองเพิ่มให้แล้วก็ได้” ถัดมาที่ด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ก็ได้บอกว่า “พี่เห็นด้วยกับพี่เผือก อาจจะเป็นไปได้แบบที่พี่เผือกบอก เขาอาจจะมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้แล้ว เขาอาจจะไม่ต้องให้อะไรเพิ่มแล้ว สำหรับพี่ ถ้าจะถามว่า จะรื้อฟื้นขึ้นมาอีกดีไหม พี่ว่าไม่ควรดีกว่า” สุดท้าย ‘ดีเจต้นหอม’ ได้บอกว่า “พี่คือเพื่อนเจ้าสาวที่ไม่ใส่ซองค่ะ เพราะพี่ไปในฐานะเพื่อนเจ้าสาวแล้ว เราลงแรงช่วยจัดงานแต่งไปแล้ว ถ้าอยากได้กำไร ก็ไปเอากับคนอื่นเอง แต่ถ้าเราเป็นคนไปร่วมงาน พี่จะใส่ให้ ซึ่งในพาร์ทอื่นที่คุณแพนด้าบอก คือเขาก็ยังเป็นเพื่อนที่ดี ในส่วนของเงินที่คุณซีฝากมา พี่ว่าเจตนาของเขาอาจจะแค่ลืมจริง ๆ ก็ได้ ถ้าวันนั้นที่เรื่องเกิดขึ้น แล้วเราถาม พี่ว่าเราสามารถถามได้เลย แต่ตอนนี้มันผ่านมานานแล้ว พี่ว่าอย่าไปรื้อฟื้นดีกว่า ถ้าอยากถามจริง ๆ ลองถามแบบติดเล่น ติดตลกดู มันก็อาจจะทำให้บรรยากาศ และบทสนทนามันซอฟมากขึ้น” นอกจากนี้ดีเจเผือกยังเสริมอีกว่า หากไปรื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาอีก แล้วเพื่อนโอนเงินมาให้ ก็อาจทำให้บรรยากาศอึดอัดจนกลืนไม่เข้าคายไม่ออกก็เป็นได้เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เราเหมือนเป็นโดราเอม่อนในที่ทำงาน คนในบริษัทเป็นเหมือนโนบิตะที่วิ่งเข้ามาร้องขอความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา เพียงเพราะว่าหัวหน้าใหม่แจกงานไม่เป็น

19 มี.ค. 2026

เราเหมือนเป็นโดราเอม่อนในที่ทำงาน คนในบริษัทเป็นเหมือนโนบิตะที่วิ่งเข้ามาร้องขอความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา เพียงเพราะว่าหัวหน้าใหม่แจกงานไม่เป็น

เราเหมือนเป็นโดราเอม่อนในที่ทำงานคนในบริษัทเป็นเหมือนโนบิตะที่วิ่งเข้ามาร้องขอความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลาเพียงเพราะว่าหัวหน้าใหม่แจกงานไม่เป็น ‘คุณม่อน (นามสมมติ)’ อายุ 27 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 มีนาคม 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นเป็นเหมือนโดราเอม่อน ที่คอยแก้ปัญหาให้กับคนในบริษัท โดย ‘คุณม่อน (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “ปกติแล้วเราเป็นคนที่มีความสามารถในการทำหลายสิ่ง แต่เราก็ไม่ได้เก่ง และไม่ได้มีความถนัดในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ในที่ทำงานของเรา เวลาที่คนอื่นมีปัญหา เราก็จะเป็นคนที่คอยช่วยคนอื่นเสมอ ในขณะเดียวกันเราก็ยังสามารถทำงานของตัวเองได้ด้วยดี จนวันหนึ่งมันกลับมีปัญหา ในตอนที่หัวหน้าคนเก่าของเราได้ลาออกจากบริษัท ด้วยตำแหน่งงานที่ต้องจัดการดูแลหลายสิ่งหลายอย่าง ทำให้ตำแหน่งหัวหน้าขาดคนเข้ามาสมัคร และเว้นว่างมาเป็นระยะเวลานาน จนท้ายที่สุด ทางบริษัทก็ให้คนที่เขารู้จักมาทำงานตำแหน่งนี้แทน นับจากวันนั้น จนถึงวันนี้ หัวหน้าคนใหม่ได้ทำงานมาเป็นระยะเวลา 6 เดือนแล้ว แต่เขากลับทำงานไม่เป็น ในตอนที่หัวหน้าคนใหม่เข้ามาครั้งแรก เขาก็บอกว่า “ให้ทุกคนขอคำแนะนำจากคนเก่านะ” ซึ่งเราเป็นคนที่เหลืออยู่ในตอนนั้น ส่วนคนอื่น ๆ ได้ลาออกตามหัวหน้าคนเก่าไป ทุกครั้งเวลามีพนักงานใหม่สมัครงานเข้ามา หัวหน้าก็มักจะพูดว่า “มีอะไรให้มาถามเรานะ” เมื่อหัวหน้าบริหารงานไม่เป็น ก็ทำให้พนักงานลาออกผลัดเปลี่ยนกันไปเรื่อย ๆ เพราะทุกคนมองว่า หัวหน้าคนนี้ไม่สามารถเป็นผู้นำให้กับพวกเขาได้ เพราะเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย ส่วน HR ในบริษัทก็รับรู้ถึงปัญหาตรงนี้ แต่เหมือนว่าเขาก็คงเป็นคนที่ต้องแบกรับงานเหมือนกับเรา ทุกวันนี้ เวลาที่ทุกคนมีปัญหาไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม เขาต้องเดินมาถามเรา ตั้งแต่งานเอกสาร งานที่ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งของเรา หรือแม้กระทั่งของในบริษัทพังเสียหาย ก็กลายเป็นเราที่ต้องคอยแก้ปัญหา โดยปกติแล้วหัวหน้าคนเก่าจะเป็นคนที่จัดการทำเอกสารและส่งให้กับหัวหน้าสูงสุดของบริษัท แต่ในทางกลับกัน หัวหน้าคนใหม่ เขาทำอะไรไม่เป็น อย่างมากสุดเขาก็ทำได้แค่เซ็นต์เอกสารเพียงเท่านั้น ส่วนหน้าที่ตรงอื่นมันกลับกลายเป็นเราที่ต้องมาทำแทน รวมถึงการสอนงานของพนักงานใหม่ที่เข้ามา ก็เป็นเราที่ต้องทำ เราเคยทนไม่ไหวกับเรื่องพวกนี้ จนระเบิดอารมณ์ใส่หัวหน้าไปครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นเหมือนเขาก็พยายามที่จะเรียนรู้งานเพิ่มขึ้น แต่สุดท้ายแล้ว มันก็วนกลับมาที่ตัวเราอีกอยู่ดี เราพยายามหาทางออกให้คนอื่น จนถึงขั้นทำกระดาษคู่มือสอนงานต่าง ๆ วางไว้ให้ทุกคนได้อ่าน แต่กลับไม่มีใครสนใจ จนตอนนี้เรารู้สึกว่าชีวิตของเรามันมีปัญหาแล้ว เพราะเราไม่สามารถทำงานของตนเองได้อย่างเต็มที่ ทุกคนมองเหมือนเราเป็นโดราเอม่อน มีโนบิตะวิ่งเข้ามาร้องขอความช่วยเหลือ เราจะทำยังไงดี ให้คนอื่นไม่มองว่าเราเป็นโดราเอม่อนของเขา เราอยากให้คนอื่นพึ่งพาหัวหน้ามากกว่านี้ หรือพึ่งพาตัวเองให้ได้ จะมีวิธิปฏิเสธ หรือจะมีวิธีที่ทำให้ทุกคนรู้จักการจัดการงานของตัวเองให้มากขึ้นมั้ยคะ” เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “สำหรับเรื่องงานแล้ว มองไม่เห็นหนทางของการประนีประนอมให้เรื่องนี้เลย ปกติแล้วเวลามีปัญหา ตัวแปรสำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาคือ หัวหน้า และ HR แต่ในเมื่อ 2 ตำแหน่งนี้มันมีปัญหา แนะนำให้ลาออก เรามีสิทธิ์ที่จะเลือกงานเหมือนกัน ถ้าบริษัทเลี้ยงคนห่วย ๆ เอาไว้ เพียงเพราะว่าเขาใจไม่แข็งพอ ในขณะเดียวกันเขาก็ได้ทำลาย และเสียคนที่เก่งออกไปจากองค์กร มันเกิดขึ้นมากมาย ถ้าเขามองเห็นความสามารถของเราเขาจะยื้อเราไว้ และเขาจะปรับเปลี่ยนบางสิ่งบางอย่าง แต่ถ้าเขาไม่ทำ เราก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ ไปหาที่ที่เราทำงานแล้วมีความสุขดีกว่า” ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าการลาออกคือตัวเลือกสุดท้าย เราลองทำคู่มือขึ้นมาให้คนอื่นได้มาศึกษางาน ใครที่จะเข้ามาก็เชิญอ่านสิ่งนี้ แต่ในเมื่อเขาไม่สนใจ ก็ต้องยอมใจร้ายกลายเป็นไจแอนของเขาแทน เป็นเราจะไม่อดทน ถ้ามีทางเลือกอื่น ก็ลองไปหางานใหม่ดีกว่า” ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ในเมื่อบอกเขาไปแล้ว แล้วก็ยังกลับมาทำเหมือนเดิมก็ลาออก การที่เขาเอาคนไม่มีความสามารถเข้ามาทำงาน เพราะว่าเขามีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน เรื่องแบบนี้มันคุยกันยาก หรือถ้าไม่ลาออก และไม่อยากแบกรับภาระพวกนี้ต่อไป ลองให้น้องพนักงานใหม่ทำวิดีโอสอนงาน แล้วนำมาให้เราตรวจ เมื่อเสร็จแล้วก็ให้เขานั่งดูในทุก ๆ วัน เมื่อถึงวันหนึ่งเขาจะไม่ถามเราอีก ทุก ๆ การถามของเขาต้องมีคลิปมาส่งเรา และเราก็สามารถนำคลิปนี้ไปใช้ต่อได้กับคนใหม่ ๆ ที่เข้ามาอีกด้วย”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เดินทางรถทัวร์ช่วงเทศกาล!! หนูนั่งท้ายรถ ตอนเที่ยงคืน เบาะข้างหลังหนู เค้ากำลังทำอะไรกัน หันไปเห็นอีกที ผู้หญิงรวบผมพร้อมลุย ตอนแรกไม่คลุมผ้า พอเห็นว่าหนูกับคนข้างๆตื่น เขาก็เอาผ้ามาคลุม

09 เม.ย. 2024

เดินทางรถทัวร์ช่วงเทศกาล!! หนูนั่งท้ายรถ ตอนเที่ยงคืน เบาะข้างหลังหนู เค้ากำลังทำอะไรกัน หันไปเห็นอีกที ผู้หญิงรวบผมพร้อมลุย ตอนแรกไม่คลุมผ้า พอเห็นว่าหนูกับคนข้างๆตื่น เขาก็เอาผ้ามาคลุม

เดินทางรถทัวร์ช่วงเทศกาล!! หนูนั่งท้ายรถ ตอนเที่ยงคืนเบาะข้างหลังหนู เค้ากำลังทำอะไรกัน หันไปเห็นอีกที ผู้หญิงรวบผมพร้อมลุยตอนแรกไม่คลุมผ้า พอเห็นว่าหนูกับคนข้างๆตื่น เขาก็เอาผ้ามาคลุม เก้าอี้สั่นจนตีสามพอทุกอย่างเสร็จผู้หญิงลงก่อนถึงปลายทาง หนูคิดว่าคงเป็น "รักทางไกล" “คุณสุ (นามสมมติ)” อายุ 20 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (3 เม.ย. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับการแชร์ประสบการณ์เสียวระหว่างทางบนรถทัวร์! วอนสังคมอย่าหาทำ โดย ​“คุณสุ(นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘ช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา หนูลงไปฉลองที่กรุงเทพกับครอบครัว แล้ววันที่ 2 หนูต้องกลับไปเรียนที่มหาวิทยาลัยทางภาคเหนือ ซึ่งระยะเวลาในการนั่งรถค่อนข้างนาน 8-9 ชั่วโมง หนูก็เลยจองช่วงกลางคืนไว้ แล้วที่นั่งของหนูอยู่ฝั่งซ้ายข้างกระจกเกือบหลังสุด และมีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งข้างหนู อีกฝั่งจะเป็นผู้หญิงกับผู้ชายนั่งข้างกระจกอยู่โซนฝั่งขวา ตอนที่หนูขึ้นรถไปครั้งแรก หนูก็พยายามมองว่าเขามีผ้าห่มให้ไหม แล้วพอหนูเห็นว่า ข้าง ๆ ผ้าห่มของเขาผืนหนามาก หนูก็คิดในใจว่าแอร์น่าจะเย็น หนูก็เตรียมของตัวเองมาซึ่งอยู่ในกระเป๋าข้างล่างเท้า ตอนแรกหนูก็ยังไม่ได้เอาผ้าห่มขึ้นมา เพราะนั่งเม้าท์กับพี่ข้าง ๆ ฉ่ำอยู่ พอมันเริ่มดึกเราก็เลยหยุดคุย แล้วก็นอนกัน แล้วเหมือนหนูเริ่มสะดุ้งตื่นเพราะแอร์เย็นเลยจะก้มลงไปหยิบผ้าห่มใต้เท้า แต่ว่าหนูได้ยินเสียงจ๊วบจ๊าบมาจากฝั่งขวา หนูก็หาที่มาของเสียงว่ามันมาจากไหน หนูหันไปเห็นคู่รักตรงนั้น จังหวะที่ไฟถนนสาดเข้ามา มันชัดมาก คล้องคอนัวฉ่ำ ตอนแรกนอกผ้าห่ม พอเขารู้สึกว่าเริ่มจะเสียงดังกันแล้วก็เลยคลุมผ้าห่ม พอเขาหยุดทำ เขาก็เปลี่ยนจากที่คลุมแค่ตัวมาเป็นคลุมโปง และครั้งนี้เขาทำมากกว่าเดิม ก็คือเขาช่วยผู้หญิง หนูก็ไม่มองและเล่นโทรศัพท์ต่อ พอหนูหันไปอีกทีก็เห็นว่าเขาหยุดทำแล้ว แต่ว่าผู้หญิงกำลังมัดผมอยู่ พอหันไปใหม่เขาก็คลุมโปงทำให้ผู้ชาย หนูก็พิมพ์หาเพื่อนเลยว่าเจอแบบนี้อยู่ เพื่อนก็ไม่เชื่อหนู แล้วหนูก็พิมพ์แชทบอกเพื่อนอีก อันนี้หนูอาจจะเสียมารยาท อาจจะไม่ปลอดภัยสำหรับเขา หนูก็ถ่ายรูปให้เพื่อนดู แล้วเพื่อนก็บอกว่า เขาอาจจะอยากเปลี่ยนฟีลหรือเปล่า? แต่ ณ ตอนนั้น หนูรู้สึกอึดอัดมาก คือตอนที่เขามัดผม หนูก็พยายามหันไปดูหน้าเขา เพื่อจะดูว่าเป็นคนที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับหนูไหม เพราะว่าส่วนใหญ่ในรถคันนี้จะเป็นนักศึกษาประมาณ 90% เลย จากนั้นหนูก็เริ่มไม่สนใจ แล้วหลับต่อ พอช่วงตี 1 พี่ข้าง ๆ สะกิดแล้วก็ถามหนูว่า เนี่ย เขาทำอะไรกันไม่รู้ หนูก็บอกว่า หนูเห็นมาสักพักแล้ว พี่เขาตกใจมาก ไม่นอนต่อ แต่หันไปมองฉ่ำเลย แล้วก็เล่นโทรศัพท์ แวะเข้าห้องน้ำบ้าง เปิดแฟลชหาของบ้าง คือตื่นมาหันไปเมื่อไหร่ก็เจอเขาทำกันทั้งคืน จนช่วงตี 3 ที่หนูตื่นขึ้นมาอีกรอบนึง หนูก็หันไปดูเขายังนัวเนียกันอยู่ เหมือนหนูหันไปได้ยินเสียง ชู่วววว... เขาก็บอกกันเองว่าให้เงียบ หนูก็หันกลับอย่างไวแล้วไม่สนใจ นอนต่อเพราะเริ่มจะเช้า ตื่นมาอีกทีพี่พนักงานก็มาปลุกว่า คุณลูกค้า ใกล้จะลงตรงนี้แล้วนะคะ จังหวะที่พี่พนักงานจะหยิบอาหารจัดเบรคไปให้ฝั่งนู้น หนูก็เห็นว่าผ้าห่มมันคลุมโปงอยู่ พี่พนักงานก็เรียก 2-3 ครั้งไม่ตื่นสักที พี่ข้าง ๆ ก็ช่วยเรียกจนเขาตื่น พอตื่นเขาก็ลนกัน ตอนลงรถหนูก็หันไปมีผู้หญิงลงมากับหนูแค่คนเดียว นั่นแสดงว่ารักทางไกลละ แล้วหนูก็รอจังหวะที่ลงไปเอากระเป๋าข้างล่าง พยายามเล็งดูว่าเป็นคนที่หนูรู้จักหรือเปล่า แต่ดูแล้วก็ไม่รู้จัก หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า เสาร์นี้หนูจะต้องเดินทางกลับไปอีก ถ้าหนูเจอต้องทำตัวยังไงดี? ซึ่ง “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็หลับ พี่ไม่เคยขึ้นรถทัวร์บ่อย ก็เลยไม่รู้ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อยไหม แต่ก็ไม่น่า ถ้าตามสามัญสำนึก ซึ่งต่อให้เขาอะไร เราก็หันซ้ายออกกระจกไป คราวหน้านะสุตะแคงซ้ายแล้วข่มตาหลับไป’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘คงไม่เจอหรอก ถ้าเจอสุต้องไปวัดแล้วแหละพี่ว่า ถ้าอยากจะเตือนเขาก็อาจจะแจ้งพนักงาน’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘เวลาไปถ้าเดินทางคนเดียว พี่ว่าสิ่งตรงนี้ไม่ควรระวัง แต่สิ่งที่น่าระวังคืออย่างที่พี่เจอ ผู้ชายนั่งข้าง ๆ แล้วลวนลาม อันนั้นน่ากลัวกว่า เพราะมันเดินทางยาว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-