เราต้องเผชิญเรื่องที่ไม่คาดคิด เมื่อรู้ว่าแฟนของลูกสาววัย 17 ปี คือแฟนของเราที่เป็นพ่อเลี้ยงของลูก เราตัดสินใจเดินออกมาจากกับแฟนและลูก การเลือกปกป้องใจตัวเองในครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมั้ยคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เราต้องเผชิญเรื่องที่ไม่คาดคิด เมื่อรู้ว่าแฟนของลูกสาววัย 17 ปี คือแฟนของเราที่เป็นพ่อเลี้ยงของลูก เราตัดสินใจเดินออกมาจากกับแฟนและลูก การเลือกปกป้องใจตัวเองในครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมั้ยคะ?

23 ม.ค. 2026

เราต้องเผชิญเรื่องที่ไม่คาดคิด

เมื่อรู้ว่าแฟนของลูกสาววัย 17 ปี

คือแฟนของเราที่เป็นพ่อเลี้ยงของลูก

เราตัดสินใจเดินออกมาจากกับแฟนและลูก

การเลือกปกป้องใจตัวเองในครั้งนี้

เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมั้ยคะ?

      ‘คุณโอลีฟ (นามสมมติ)’ อายุ 38 ปี เป็นสายที่สาม ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (21 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาที่ลูกสาวไปคบกับคนที่ไม่ควร แม้คนรอบตัวจะเตือนแล้ว แต่ก็ไม่ได้เอะใจ จนสุดท้ายแฟนที่ลูกคบด้วยก็คือแฟนของเรานั่นเอง

      ‘คุณโอลีฟ (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่าลูกสาวอายุ 17 ปี ก่อนหน้านี้ลูกเคยบอกว่ามีแฟน ซึ่งเราก็รับรู้และคอยพูดคุยเรื่องนี้กับลูกมาตลอด จนกระทั่งวันหนึ่งมีคนรู้จักมาบอกเราว่า แฟนของลูกไม่ควรคบ เพราะเป็นคนใกล้ตัวมาก ๆ ตอนแรกเรายังไม่คิดอะไร จนสุดท้ายถึงรู้ความจริงว่า คนที่ลูกคบอยู่คือแฟนของเราเอง

      แฟนของเราอายุ 39 ปี คบกันมา 9 ปี และมาเป็นพ่อเลี้ยงของลูกตั้งแต่ลูกอายุประมาณ 13 ปี ซึ่งทั้งคู่แอบมีความสัมพันธ์กันแบบลับ ๆ มาประมาณ 2–3 ปี เรามารู้เรื่องจากการไปเจอแชตที่เขาคุยกัน เป็นข้อความในลักษณะคนรัก มีการบอกรักกันอย่างชัดเจน พอรู้ความจริง เราก็เรียกทั้งสองคนมาเปิดใจคุย บอกว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นไม่ถูกต้อง แต่ในตอนแรกทั้งคู่ไม่ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น

      แต่ไม่นานหลังจากนั้น เรื่องนี้ก็กลายเป็นคดีความ เพราะลูกสาวต้องการที่ตัดความสัมพันธ์นี้ จึงไปแจ้งความข้อหาพรากผู้เยาว์ เรารู้สึกเจ็บปวดมาก แต่เมื่อแฟนถูกดำเนินคดีได้ไม่นาน ก็มีการยอมความเกิดขึ้น นั่นทำให้ลูกสาวเลือกที่จะออกไปอยู่ห้องเช่าที่แฟนเราเช่าไว้ให้ แต่เรายังไม่ได้เลิกกับแฟน

      แต่สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น เพราะทั้งคู่ยังแอบติดต่อและไปหากันอยู่ตลอด จนเราจับได้อีกครั้ง ครั้งนี้ลูกเลือกตัดสินใจไปอยู่กับแฟนใหม่อีกคน และตัดขาดความเป็นแม่ลูกกับเรา ส่วนเรายังคงพยายามให้อภัยแฟน แต่ด้วยพฤติกรรมที่ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และไม่ยอมเปลี่ยนแปลง เราจึงตัดสินใจเลิกกับเขาในที่สุด

      เราจึงอยากถามว่า การที่เราเลือกตัดทั้งแฟนและลูกออกจากชีวิตเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะจนถึงตอนนี้ทั้งสองคนก็ยังติดต่อกัน และยังส่งเสียดูแลกันอยู่ตลอด”

      เริ่มที่ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “การตัดคนที่ทำร้ายเราออกจากชีวิตเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว โดยเฉพาะแฟน ไม่จำเป็นต้องกลับไปเจอกันอีก ส่วนในเรื่องของลูก หากเขาเลือกทำโดยไม่ได้รู้สึกผิด เติ้ลมองว่าโอลีฟทำหน้าที่แม่ดีที่สุดเท่าที่คนคนหนึ่งจะทำได้แล้ว หลังจากนี้ก็ปล่อยให้เขาได้ใช้ชีวิตในแบบที่เขาเลือก เพราะการตัดสินใจครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชีวิตของโอลีฟดีขึ้นก็ได้”

      ต่อมา ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า “เข้าใจหัวอกของคนเป็นพ่อแม่ที่ตั้งใจเลี้ยงลูกด้วยความหวังดี แต่บางครั้งเราก็อาจไม่รู้ว่าเจตนาดีของเราไปกระทบอะไรในใจลูกบ้าง เมื่อเขาโตขึ้น เขาก็ต้องตัดสินใจชีวิตด้วยตัวเอง ซึ่งสุดท้ายมันอาจเป็นเรื่องของบุญกรรมของแต่ละคน เพราะโอลีฟได้ทำดีที่สุดแล้ว เลี้ยงดูเขามาอย่างดี การตัดสินใจของลูกในช่วงวัยนี้อาจเป็นความผิดพลาดที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจคนเป็นแม่ได้ และสิ่งที่เจ็บที่สุดคือการพาผู้ใหญ่ที่ไม่ดีเข้ามาในครอบครัว เผือกเห็นด้วยกับเติ้ลว่าการตัดคนไม่ดีออกจากชีวิตเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และหวังว่าสิ่งดี ๆ ที่โอลีฟปลูกฝังลูกมาตั้งแต่เด็ก จะทำให้วันหนึ่งลูกกลับมา และในวันนั้นไม่ว่าอดีตจะเคยเกิดอะไรขึ้น เราจะสามารถโอบกอดเขาไว้ได้ เพราะยังไงเขาก็คือลูกของเรา”

      และสุดท้าย ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า “ในตอนนี้อาจทำอะไรกับทั้งสองคนไม่ได้แล้ว แต่อยากให้โอลีฟจำไว้ว่าอย่าเกลียดลูก คนที่ควรมีสามัญสำนึกที่สุดคือผู้ใหญ่ฝ่ายชาย และในตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนาให้เขาดูแลและรับผิดชอบลูกของเราให้ดีที่สุด การที่โอลีฟเลือกตัดตัวเองออกมาเป็นเรื่องที่ดี เพราะเราไม่จำเป็นต้องไปอยู่กับความเจ็บปวดหรือรับรู้เรื่องราวของเขาทั้งสองอีก ขอให้โอลีฟหันกลับมาใช้ชีวิตของตัวเองให้มีความสุข อายุ 17 ไม่ใช่เด็กแล้ว และถ้าวันหนึ่งลูกกลับมาหาเราในวันที่เขาสำนึกได้ เราก็ทำหน้าที่แม่ของเราเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ขอให้โอลีฟดูแลใจตัวเอง แยกย้ายไปใช้ชีวิต และอยู่ให้ได้โดยไม่มีคนทั้งสองคน หอมขอเป็นกำลังใจให้คุณโอลีฟอย่างเต็มที่”

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

  มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูมีลูกชายอายุ 17 ช่วงนี้ลูกดูซึมๆ เลยถามลูกว่าเป็นอะไร ถามไปถามมา สรุปว่า ลูกโดนแฟนเทมา แฟนบอกเลิก บอกว่าเบื่อแล้ว อยากโฟกัสอนาคตมากกว่า ลูกชายบอกกับเราว่า ชีวิตนี้จะไม่เปิดใจให้ใครอีกแล้ว ตอนนี้เราหัวอกแม่ เป็นห่วงลูกสารพัด กลัวว่าลูกจะเศร้า

20 ต.ค. 2025

หนูมีลูกชายอายุ 17 ช่วงนี้ลูกดูซึมๆ เลยถามลูกว่าเป็นอะไร ถามไปถามมา สรุปว่า ลูกโดนแฟนเทมา แฟนบอกเลิก บอกว่าเบื่อแล้ว อยากโฟกัสอนาคตมากกว่า ลูกชายบอกกับเราว่า ชีวิตนี้จะไม่เปิดใจให้ใครอีกแล้ว ตอนนี้เราหัวอกแม่ เป็นห่วงลูกสารพัด กลัวว่าลูกจะเศร้า

หนูมีลูกชายอายุ 17 ช่วงนี้ลูกดูซึมๆ เลยถามลูกว่าเป็นอะไร ถามไปถามมา สรุปว่า ลูกโดนแฟนเทมา แฟนบอกเลิกบอกว่าเบื่อแล้ว อยากโฟกัสอนาคตมากกว่า ลูกชายบอกกับเราว่า ชีวิตนี้จะไม่เปิดใจให้ใครอีกแล้ว ตอนนี้เราหัวอกแม่เป็นห่วงลูกสารพัด กลัวว่าลูกจะเศร้า กลัวว่าไปโรงเรียนแล้วจะมองหน้ากันติดไหม จะมีสมาธิไหม พยายามหาวิธีให้คำปรึกษาลูกผ่าน google ก็ทำตาม รับฟังลูก เข้าใจลูก แต่อยากถามทุกคนว่าหนูควรจะปลอบลูกยังไง อยู่ข้างลูกยังไงในวันที่เขาอกหัก “คุณวี (นามสมมติ)” อายุ 34 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [15 ต.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจอ้อม - ดีเจเติ้ล -ดีเจเกลือ” เกี่ยวกับปัญหาลูกชายอกหัก ควรจะปลอบใจเขา หรือให้คำแนะนำเขายังไงดี โดย “คุณวี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เมื่อสองวันที่แล้วลูกชายของหนู มีอาการเงียบ แล้วก็ซึมกว่าปกติ แต่ตัวหนูเองก็รับรู้ถึงปัญหาของลูกชาย ที่ไม่ค่อยได้คุยกับแฟนมาหลายอาทิตย์แล้ว เหมือนทางฝั่งแฟนลูกก็ให้เหตุผลว่าต้องอ่านหนังสือ แต่ตัวหนูเองก็มองว่ามันแปลกมาก เพราะคนอยู่ไกลกัน ก็ต้องโทรหาหรือติดต่อกันบ้าง ตอนช่วงเย็นๆ ลูกชายก็มาเล่าให้ฟังว่า ผู้หญิงเขาเบื่อลูกหนูแล้ว ลูกของหนูก็ร้องไห้ให้หนูเห็น หนูก็ทำได้แค่ปลอบใจ กับหาของกินให้เขาอารมณ์ดี แต่มันก็ได้ผลแค่นิดเดียว เราก็ได้เห็นข้อความที่สาวเขาส่งมา หนูก็ได้แต่บอกลูกว่า มันคือความเป็นจริงนะ ยังไงวันนึงมันก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ด้วยความเป็นเด็ก เขาก็ตกใจว่าทำไมมันถึงเปลี่ยนแปลงเร็วขนาดนี้ ผู้หญิงคนนี้เป็นคนแรกที่ทำให้เขาเปิดประตู ให้เขาได้รักครั้งแรก เป็นความรักที่เขาคบมา 1 ปีเต็มๆ หนูเลยอยากจะขอคำปรึกษาพี่ๆดีเจว่า ด้วยความที่หนูเป็นคนพูดไม่เก่ง อยากขอวิธีให้ลูกผ่านวิกฤตินี้ไปได้ เพราะเป็นห่วงเขา เปิดเทอมไปยังไงก็ต้องเจอ’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เติ้ลไม่อยากให้คุณวี ต้องไปเป็นห่วงเขาขนาดนั้น มันเป็นสิ่งที่เขาต้องเจอ เขาจะมีเวลาของเขา ให้เวลามันค่อยๆเยียวยา เหมือนกับตอนที่เราอกหัก เราก็ไม่เป็นผู้เป็นคนแบบนี้เหมือนกัน อาจจะเล่าเรื่องตอนที่เราอกหักให้เขาฟัง บอกกับเขาว่า ยังไงเขาก็ต้องเจออีก ในวัยนี้มันคงเป็นความเจ็บปวดปางตายของเขานั่นแหละ เราให้ความคิดบวกดีๆกับเขาดีกว่า’ ต่อมา “ดีเจเกลือ” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ปัญหาตอนนี้คือเราอกหักไปตามลูก เรารัก และเป็นห่วงลูกได้ แต่เราไม่สามารถปกป้องเขาจากทุกสิ่งทุกอย่างได้ การอกหักครั้งนี้จะทำให้เขาเติบโตได้ในที่สุด แต่ถ้าคุณแม่เข้าไปแก้ความเจ็บปวดของลูกเลยทันที ลูกก็จะไม่ได้พัฒนากลไกการป้องกันตนเองด้วยตนเอง แม่ต้องอดทน และเชื่อมั่นว่า ลูกเราจะฮีลใจได้’ สุดท้าย “ดีเจอ้อม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ปัญหาแม่คือ ทนดูลูกทุกข์ไม่ไหว กังวลอนาคตว่าเขาจะเผชิญหน้ากันยังไง จนลืมปัจจุบันไป เวลามันจะจัดการตัวมันเอง ทำให้เป็นตัวอย่างว่า อกหักมันเกิดขึ้นได้ ให้เขารู้ว่ามันไม่ได้มีแค่ความรักที่ทำให้อกหักได้ ให้เขารู้ว่า ต่อให้เขาล้มลง เขาก็จะมีคุณวีที่คอยยืนอยู่กับเขา ให้โอกาสให้เขาได้เศร้า แล้วถ้ามันเศร้าจนกระทบต่อชีวิต ค่อยเข้าไปหาเขา ตอนนี้คือเราเป็นที่พัก และที่ซัพ ให้เขาให้ได้ก็พอ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เดินทางรถทัวร์ช่วงเทศกาล!! หนูนั่งท้ายรถ ตอนเที่ยงคืน เบาะข้างหลังหนู เค้ากำลังทำอะไรกัน หันไปเห็นอีกที ผู้หญิงรวบผมพร้อมลุย ตอนแรกไม่คลุมผ้า พอเห็นว่าหนูกับคนข้างๆตื่น เขาก็เอาผ้ามาคลุม

09 เม.ย. 2024

เดินทางรถทัวร์ช่วงเทศกาล!! หนูนั่งท้ายรถ ตอนเที่ยงคืน เบาะข้างหลังหนู เค้ากำลังทำอะไรกัน หันไปเห็นอีกที ผู้หญิงรวบผมพร้อมลุย ตอนแรกไม่คลุมผ้า พอเห็นว่าหนูกับคนข้างๆตื่น เขาก็เอาผ้ามาคลุม

เดินทางรถทัวร์ช่วงเทศกาล!! หนูนั่งท้ายรถ ตอนเที่ยงคืนเบาะข้างหลังหนู เค้ากำลังทำอะไรกัน หันไปเห็นอีกที ผู้หญิงรวบผมพร้อมลุยตอนแรกไม่คลุมผ้า พอเห็นว่าหนูกับคนข้างๆตื่น เขาก็เอาผ้ามาคลุม เก้าอี้สั่นจนตีสามพอทุกอย่างเสร็จผู้หญิงลงก่อนถึงปลายทาง หนูคิดว่าคงเป็น "รักทางไกล" “คุณสุ (นามสมมติ)” อายุ 20 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (3 เม.ย. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับการแชร์ประสบการณ์เสียวระหว่างทางบนรถทัวร์! วอนสังคมอย่าหาทำ โดย ​“คุณสุ(นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘ช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา หนูลงไปฉลองที่กรุงเทพกับครอบครัว แล้ววันที่ 2 หนูต้องกลับไปเรียนที่มหาวิทยาลัยทางภาคเหนือ ซึ่งระยะเวลาในการนั่งรถค่อนข้างนาน 8-9 ชั่วโมง หนูก็เลยจองช่วงกลางคืนไว้ แล้วที่นั่งของหนูอยู่ฝั่งซ้ายข้างกระจกเกือบหลังสุด และมีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งข้างหนู อีกฝั่งจะเป็นผู้หญิงกับผู้ชายนั่งข้างกระจกอยู่โซนฝั่งขวา ตอนที่หนูขึ้นรถไปครั้งแรก หนูก็พยายามมองว่าเขามีผ้าห่มให้ไหม แล้วพอหนูเห็นว่า ข้าง ๆ ผ้าห่มของเขาผืนหนามาก หนูก็คิดในใจว่าแอร์น่าจะเย็น หนูก็เตรียมของตัวเองมาซึ่งอยู่ในกระเป๋าข้างล่างเท้า ตอนแรกหนูก็ยังไม่ได้เอาผ้าห่มขึ้นมา เพราะนั่งเม้าท์กับพี่ข้าง ๆ ฉ่ำอยู่ พอมันเริ่มดึกเราก็เลยหยุดคุย แล้วก็นอนกัน แล้วเหมือนหนูเริ่มสะดุ้งตื่นเพราะแอร์เย็นเลยจะก้มลงไปหยิบผ้าห่มใต้เท้า แต่ว่าหนูได้ยินเสียงจ๊วบจ๊าบมาจากฝั่งขวา หนูก็หาที่มาของเสียงว่ามันมาจากไหน หนูหันไปเห็นคู่รักตรงนั้น จังหวะที่ไฟถนนสาดเข้ามา มันชัดมาก คล้องคอนัวฉ่ำ ตอนแรกนอกผ้าห่ม พอเขารู้สึกว่าเริ่มจะเสียงดังกันแล้วก็เลยคลุมผ้าห่ม พอเขาหยุดทำ เขาก็เปลี่ยนจากที่คลุมแค่ตัวมาเป็นคลุมโปง และครั้งนี้เขาทำมากกว่าเดิม ก็คือเขาช่วยผู้หญิง หนูก็ไม่มองและเล่นโทรศัพท์ต่อ พอหนูหันไปอีกทีก็เห็นว่าเขาหยุดทำแล้ว แต่ว่าผู้หญิงกำลังมัดผมอยู่ พอหันไปใหม่เขาก็คลุมโปงทำให้ผู้ชาย หนูก็พิมพ์หาเพื่อนเลยว่าเจอแบบนี้อยู่ เพื่อนก็ไม่เชื่อหนู แล้วหนูก็พิมพ์แชทบอกเพื่อนอีก อันนี้หนูอาจจะเสียมารยาท อาจจะไม่ปลอดภัยสำหรับเขา หนูก็ถ่ายรูปให้เพื่อนดู แล้วเพื่อนก็บอกว่า เขาอาจจะอยากเปลี่ยนฟีลหรือเปล่า? แต่ ณ ตอนนั้น หนูรู้สึกอึดอัดมาก คือตอนที่เขามัดผม หนูก็พยายามหันไปดูหน้าเขา เพื่อจะดูว่าเป็นคนที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับหนูไหม เพราะว่าส่วนใหญ่ในรถคันนี้จะเป็นนักศึกษาประมาณ 90% เลย จากนั้นหนูก็เริ่มไม่สนใจ แล้วหลับต่อ พอช่วงตี 1 พี่ข้าง ๆ สะกิดแล้วก็ถามหนูว่า เนี่ย เขาทำอะไรกันไม่รู้ หนูก็บอกว่า หนูเห็นมาสักพักแล้ว พี่เขาตกใจมาก ไม่นอนต่อ แต่หันไปมองฉ่ำเลย แล้วก็เล่นโทรศัพท์ แวะเข้าห้องน้ำบ้าง เปิดแฟลชหาของบ้าง คือตื่นมาหันไปเมื่อไหร่ก็เจอเขาทำกันทั้งคืน จนช่วงตี 3 ที่หนูตื่นขึ้นมาอีกรอบนึง หนูก็หันไปดูเขายังนัวเนียกันอยู่ เหมือนหนูหันไปได้ยินเสียง ชู่วววว... เขาก็บอกกันเองว่าให้เงียบ หนูก็หันกลับอย่างไวแล้วไม่สนใจ นอนต่อเพราะเริ่มจะเช้า ตื่นมาอีกทีพี่พนักงานก็มาปลุกว่า คุณลูกค้า ใกล้จะลงตรงนี้แล้วนะคะ จังหวะที่พี่พนักงานจะหยิบอาหารจัดเบรคไปให้ฝั่งนู้น หนูก็เห็นว่าผ้าห่มมันคลุมโปงอยู่ พี่พนักงานก็เรียก 2-3 ครั้งไม่ตื่นสักที พี่ข้าง ๆ ก็ช่วยเรียกจนเขาตื่น พอตื่นเขาก็ลนกัน ตอนลงรถหนูก็หันไปมีผู้หญิงลงมากับหนูแค่คนเดียว นั่นแสดงว่ารักทางไกลละ แล้วหนูก็รอจังหวะที่ลงไปเอากระเป๋าข้างล่าง พยายามเล็งดูว่าเป็นคนที่หนูรู้จักหรือเปล่า แต่ดูแล้วก็ไม่รู้จัก หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า เสาร์นี้หนูจะต้องเดินทางกลับไปอีก ถ้าหนูเจอต้องทำตัวยังไงดี? ซึ่ง “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็หลับ พี่ไม่เคยขึ้นรถทัวร์บ่อย ก็เลยไม่รู้ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อยไหม แต่ก็ไม่น่า ถ้าตามสามัญสำนึก ซึ่งต่อให้เขาอะไร เราก็หันซ้ายออกกระจกไป คราวหน้านะสุตะแคงซ้ายแล้วข่มตาหลับไป’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘คงไม่เจอหรอก ถ้าเจอสุต้องไปวัดแล้วแหละพี่ว่า ถ้าอยากจะเตือนเขาก็อาจจะแจ้งพนักงาน’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘เวลาไปถ้าเดินทางคนเดียว พี่ว่าสิ่งตรงนี้ไม่ควรระวัง แต่สิ่งที่น่าระวังคืออย่างที่พี่เจอ ผู้ชายนั่งข้าง ๆ แล้วลวนลาม อันนั้นน่ากลัวกว่า เพราะมันเดินทางยาว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมเป็นเกย์ครับ แต่ทำไมชอบโดนคนรอบข้างเหมารวมว่า "เกย์ต้องบ้าผู้ชาย" "เกย์ต้องอยากกินผู้ชายหล่อๆ" ทั้งๆที่ผมไม่ได้เป็นแบบนั้น ทำตัวปกติเหมือนคนอื่นทั่วไปมาตลอดเลย...

22 ธ.ค. 2023

ผมเป็นเกย์ครับ แต่ทำไมชอบโดนคนรอบข้างเหมารวมว่า "เกย์ต้องบ้าผู้ชาย" "เกย์ต้องอยากกินผู้ชายหล่อๆ" ทั้งๆที่ผมไม่ได้เป็นแบบนั้น ทำตัวปกติเหมือนคนอื่นทั่วไปมาตลอดเลย...

คุณธี (นามสมมติ) อายุ 38 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (20 ธ.ค 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก- ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม ทำไมเวลาไปไหนมาไหน คนชอบมองผมที่เป็น LGBT ว่าทุกคนที่เป็นแบบนี้ ต้องเหมารวมว่าทำเหมือนกันทุกคน ทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้เป็นแบบนั้น! โดยคุณธี (นามสมมติ) ได้เริ่มเล่าว่า ‘ ผมเป็นเกย์ เป็นคนปกติทั่วไป อายุตอนนี้ก็ 37-38 ปีละ แต่คนส่วนใหญ่ จะมองว่าเกย์มักจะหมกมุ่นแต่เรื่องเซ็กส์อย่างเดียว ซึ่งมันมีหลายเหตุการณ์ที่เราก็เจอมา อย่างเช่น เวลาเราอยู่ที่ทำงาน หรือตามห้าง เวลาที่มีผู้ชายเดินผ่าน ไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นเกย์หรือไม่เป็นเกย์ ทุกคนในกลุ่มเราก็จะชอบจ้องมาที่เราแล้วพูดว่า ”จ้องใหญ่เลยนะ อยากได้ผู้ชายคนนั้นล่ะซิ” หรือแม้กระทั่งเวลาเราไปยิม เราจะชอบลงสอตอรี่ไอจี เพื่อนก็ชอบแซวว่า “ไปดูผู้ชายเหรอ” อะไรแบบนี้ ยิ่งถ้าเราถ่ายคู่กับเทรนด์เนอร์นะ คนยิ่งแซวเราหนักกว่าเดิมว่า “ได้กินแล้วล่ะซิ ไปนัดกันยังไงล่ะ” มันรู้สึกไม่โอเคที่ทุกคนคิดว่าเกย์เป็นแบบนี้ จนมันมีเหตุการณ์ที่เราไม่โอเคมากที่สุดคือวันนั้นก็นั่งคุยกันกับเพื่อน จู่ ๆ มันก็มีประเด็นให้คุยกันว่า ลูกฉันเป็นอย่างนั้น ลูกชั้นเป็นอย่างนี้ พอเราพูดว่า “ผมก็ชอบเด็กผู้ชาย เด็กผู้ชายเขามีกิจกรรมบู๊ ๆ ตลอด” เพื่อนก็จะแซวเราว่า “ขนาดเด็กก็ยังไม่เว้นเลยนะ ก็แน่ล่ะซิ แกมันชอบผู้ชายหนิ” จริง ๆ เจตนาเราไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย ผมก็รู้แหละว่าเขาก็พูดหยอกล้อกันตามประสาเพื่อน แต่สำหรับเรามันก็แอบไม่โอเคสักเท่าไหร่ หรืออย่างเวลาเราไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อน เวลาอัพรูปกลุ่มเพื่อนเราลงโซเชียล ก็จะมีคอมเมนต์ประมาณว่า “เป็นกลุ่มสวิ้งกิ้งเลยนะ เป็นยังไงแซ่บมั๊ย ?” อะไรทำนองนี้ เราก็ไม่ได้อยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ก็เลยคิดว่าช่างมันเถอะ เล่นตามน้ำไป ดูที่เจตนาดีกว่า วันนี้เราเลยอยากมาปรึกษาพี่ ๆ อย่างแรกคือ ที่เราตอบโต้ไปแบบนั้น มันถูกต้องมั๊ย หรือพี่ ๆ มีคำแนะนำอะไรกับผมมั๊ย?อย่างที่สองคือ เราคิดว่ารายการนี้ก็มีคนดูเยอะ จึงอยากฝากถึงทุกคนที่กำลังคิดแบบนี้ ว่าเกย์หรือเพศแบบเรา ไม่ได้เป็นเหมือนกันทุกคน โดย “ดีเจหอม” ได้ให้คำปรึกษาเป็นลำดับแรก‘ เราทุกคน จะมีเรื่องที่เราไม่ชอบให้ใครมาพูดแบบนี้กับเราอยู่ในใจ ซึ่งเวลาคนเหล่านั้นพูดบางทีเขาคงไม่รู้แหละ หรืออาจจะรู้แต่อยากพูดให้เราเจ็บปวด หอมจะไม่อยากให้ใครรู้ว่าเราเจ็บปวดเรื่องไหน เพราะถ้าคนอื่นที่ไม่ชอบเรารู้ว่าเราอ่อนไหวเรื่องนี้ เขายิ่งจะพูดแบบนี้กับเรา ฉะนั้นแล้ววิธีของหอมที่จะปกป้องตัวเองเวลาเจอสถานการณ์นี้คือการเล่นตลกไปเลย ยอมรับไปเลย ให้คนที่มันกำลังล้อเรารู้สึกว่าทำอะไรเราไม่ได้จากการที่เขาพูดแบบนั้น แต่จากที่หอมฟังคุณธีเล่า หอมคิดว่าคนพวกนั้นไม่ได้ต้องการให้คุณธีรู้สึกเจ็บปวด แต่ภาพลักษณ์ของเกย์ของคนส่วนใหญ่เป็นแบบนั้นจริง ๆ ซึ่งหอมคิดว่ามันไม่ใช่ปัญหาของเราแต่เป็นปัญหาของเขา หอมอยากจะบอกกับทุกคนว่าต่อให้เราเห็น 70% 80% ของเกย์ที่เป็นแบบนั้น แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกตั้ง 20% ของเกย์ที่ไม่ได้เป็นแบบนั้น ฉะนั้นการที่คุณจะแซวอะไรกับใคร อาจจะต้องศึกษาคนรอบข้างสักนิดนึง ถ้าเราไม่ได้สนิทมาก ก็อย่าพลั้งปากพูดอะไรที่มันอึดอัดเลย ต่อมา “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ ถามว่าการตอบโต้ของธีที่จะเล่น ๆ ขำ ๆ มันจะดีมั๊ย? ไม่รู้ว่าดีมั๊ย แต่พี่จะไม่ใชวิธีนั้น ถ้าใครเข้ามาเล่นมุขแบบนี้พี่จะขำแห้งไปเลย ให้รู้ว่าเขากำลังเสียมารยาทนะ ทำให้รู้ไปเลยว่าเราก็ไม่ได้สบอารมณ์กับอะไรแบบนี้ เพราะฉนั้นคำถามแรกพี่ไม่เห็นด้วยที่จะเล่นตามน้ำ อย่างที่สอง เมื่อคนคนส่วนมากจะใช้มุขเหล่านี้เพื่อละลายพฤติกรรม แต่ตอนนี้วิธีคิดคนปัจจุบันมันเปลี่ยนไปแล้ว คนก็ควรจะเปลี่ยนไปตาม การที่เราจะรณรงค์อะไร สำหรับผม ผมอยากจะบอกทุก ๆ คนว่า ราไม่ต้องพยายามทำให้มันตลก เพื่อสร้างบทสนทนากับใครสักคนโดยการเล่นมุขอะไรแบบนั้น มันเสี่ยงมากที่จะทำให้บทสนทนานั้นมันเปลี่ยนทิศทางไป ถ้าเทียบกับการที่เราคุยกันปกติดีกว่าจะได้ไม่ต้องอึดอัด เพราะบางทีเขาอาจจะคิดว่าบทสนนาแบบนี้มันทำให้เราเฮฮา แต่จริง ๆ เราไม่ได้รู้สึกดีหรอก ปิดท้ายด้วย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ พี่อยากจะแชร์ในฐานะที่พี่ก็เป็นเกย์เหมือนกับคุณธี สำหรับพี่ อาจจะยังไม่เจอสถานการณ์แบบนี้ เพราะฉะนั้นพี่ก็ไม่อยากให้เหมารวมว่าเกย์จะเป็นแบบนี้ทุกคน อาจจะเป็นความโชคร้ายของคุณธีที่ต้องเจอคนเหล่านี้ เพราะยังมีคนอีกหลายคนบนโลกนี้ที่ไม่ได้มาตัดสินคนด้วยเพศสภาพหรืออะไรก็ตาม อย่างคำถามแรกพี่ว่าแล้วแต่สะดวกของคุณธีนะว่าจะยิ้มแห้ง ๆ ให้จบไป หรือเล่นตามน้ำก็แล้วแต่เราเลย เพราะขนาดดาราเขายังเจอเรื่องอะไรแบบนี้เลย มันขึ้นอยู่กับเราอะว่านิสัยเราเป็นยังไง และธีให้ค่าคำพูดคนพวกนั้นขนาดไหน เพราะสำหรับพี่ถ้ามันมาจากคนที่พี่ไม่ได้ให้ค่า พี่ไม่สนใจอะไรเลยนะ เพราะเขาไม่ได้รู้จักพี่เลย ถ้าคนนั้นเขาได้พัฒนาทางสติปัญญา วุฒิภาวะเขามีพี่ว่าเขาคงไม่ทำ เพราะยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สายสุดท้าย #พุธทอล์คพุธโทร ดีเจต้นหอมขอปรึกษาเอง! ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย? มันเป็นเรื่องที่หนูเคลียร์หมดแล้ว ชัดเจนไปแล้วเมื่อ 5 ปีก่อน พิสูจน์หมดแล้วว่าหนูไม่ผิด ตอนนี้เจอลูกค้าแคนเซิลงาน โดนผลกระทบแบบนี้ แฟร์แล้วหรอคะ?

24 ต.ค. 2024

สายสุดท้าย #พุธทอล์คพุธโทร ดีเจต้นหอมขอปรึกษาเอง! ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย? มันเป็นเรื่องที่หนูเคลียร์หมดแล้ว ชัดเจนไปแล้วเมื่อ 5 ปีก่อน พิสูจน์หมดแล้วว่าหนูไม่ผิด ตอนนี้เจอลูกค้าแคนเซิลงาน โดนผลกระทบแบบนี้ แฟร์แล้วหรอคะ?

สายสุดท้าย #พุธทอล์คพุธโทร ดีเจต้นหอมขอปรึกษาเอง! ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย?มันเป็นเรื่องที่หนูเคลียร์หมดแล้ว ชัดเจนไปแล้วเมื่อ 5 ปีก่อน พิสูจน์หมดแล้วว่าหนูไม่ผิดตอนนี้เจอลูกค้าแคนเซิลงาน โดนผลกระทบแบบนี้ แฟร์แล้วหรอคะ?ต้นหอมขอพูดบ้างที่รายการแฉ GMM25 คืนนี้!! “ดีเจต้นหอม” สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [23 ต.ค.67] ได้ปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล’ ในรายการแบบสดๆ เกี่ยวกับปัญหาได้รับผลกระทบกับงานและเงิน โดย “ดีเจต้นหอม” ได้เล่าว่า ‘ลูกค้าแคนเซิลงานเรา กลัวไปทำภาพลักษณ์เเบรนด์เสียหาย ซึ่งเราไม่ได้เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ พิสูจน์เเล้วเรื่องนี้หนูไม่ได้ผิดเเต่ก็ได้รับผลกระทบจนต้องเสียงานเสียเงิน ก็ไม่ใช่ที่เราเป็นต้นเหตุเลย เราไม่ได้สร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา ต่อให้หนูเคลียร์เเล้วเเต่มันก็มีผลกระทบอยู่ดี เเล้วแบบนี้ใครต้องรับผิดชอบชีวิตหนู การงานการเงินหนู รายได้หนูที่จะเข้ามา นาน ๆ ทีหนูจะมีอีเว้นท์ซักทีนึง เเล้วเนี่ยพรีเซ็นเตอร์อีก 1 ตัวก็ยังลุ้นอยู่ว่าลูกค้าขอประชุมกันก่อนว่ายังไง เเล้วมันถูกพิสูจน์แล้วว่าหนูไม่ได้ผิด คนอื่นสร้างเรื่องขึ้นมา เเต่หนูได้รับผลกระทบ ก็เลยอยากจะปรึกษาพี่ๆดีเจทั้ง 2 คนว่าหนูโดนเเบบนี้มันแฟร์เเล้วหรอคะ?’ โดยเริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็เห็นใจ เป็นยุคที่ทำให้ทุกอย่างมันชัดเจน ซึ่งวันนี้ต้องยอมรับว่าคุณต้นหอมก็ตอบได้ค่อนข้างชัดเจน อาจจะต้องใช้ความเชื่อมั่นในตัวเอง รวมถึงต้องภาวนาให้ลูกค้าเขาเชื่อมั่นด้วย เราก็คาดเดาไม่ได้เพราะลูกค้าอาจจะไม่ได้หมายถึงองค์รวมประชุม อาจจะหมายถึงคนที่สิทธิ์ในการตัดสินใจเพียงเเค่ 1-2 คนที่เขาติด อย่าไปเสียความมั่นใจในตัวเอง ถ้าของไหนเป็นของเรามันก็จะมา’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องมั่นใจในตัวเองว่าเราคือทองเเท้ ถ้าที่ชี้เเจงเมื่อ 5 ปีที่แล้วมันเหมือนในตอนนี้เเสดงว่ามันคือสัจจะ มันคือความจริง ระยะเวลามันจะพิสูจน์เอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-