‘หลานม่า’ กลายเป็นหนังไทยทำเงินทั่วโลกสูงที่สุดตลอดกาลเรื่องใหม่

ENTERTAINMENT NEWS

‘หลานม่า’ กลายเป็นหนังไทยทำเงินทั่วโลกสูงที่สุดตลอดกาลเรื่องใหม่

09 ก.ย. 2024

แรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่แล้วสำหรับภาพยนตร์เรื่อง ‘หลานม่า’ จากค่าย GDH ผลงานการกำกับของ พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ หลังจากที่เข้าฉายและทำเงินในไทยไปมากกว่า 337 ล้านบาท ก็ค่อย ๆ ออกเดินทางเพื่อมอบประสบการณ์ความซาบซึ้งให้ผู้ชมหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งก็ได้การตอบรับที่ยอดเยี่ยมทั้งในแง่ของรายได้ รวมถึงคำวิจารณ์จากหลากหลายสถาบัน

ล่าสุด ‘หลานม่า’ กำลังสร้างกระแสฟีเวอร์อย่างมากในการเข้าฉายที่ประเทศจีน โดยเปิดตัววันแรกด้วยรายได้มากกว่า 21 ล้านหยวน หรือราว 100 ล้านบาท หลังจากเข้าฉายไปแล้วกว่า 15 วัน ก็สามารถทำเงินไปมากกว่า 93.7 ล้านหยวน หรือราว 445 ล้านบาท ทำให้รายได้รวมจากการเข้าฉายทั่วโลกตอนนี้ก็ทะลุ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,800 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวทำให้ตอนนี้ ‘หลานม่า’ ขยับขึ้นแท่นเป็นแชมป์หนังไทยทำรายได้ทั่วโลกสูงสุดตลอดกาล หลังจากก่อนหน้านี้ ‘ฉลาดเกมส์โกง’ จากค่าย GDH ฝีมือการกำกับของ บาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ที่ครองตำแหน่งมายาวนานถึง 7 ปี

ภาพ : GDH

related ENTERTAINMENT NEWS

ภาพยนตร์เรื่อง ‘หลานม่า’ เป็นหนังไทยทำรายได้สูงที่สุดในอินโดนีเซีย ทะลุ 100 ล้านใน 9 วัน

25 พ.ค. 2024

ภาพยนตร์เรื่อง ‘หลานม่า’ เป็นหนังไทยทำรายได้สูงที่สุดในอินโดนีเซีย ทะลุ 100 ล้านใน 9 วัน

ภาพยนตร์เรื่อง ‘หลานม่า’ ผลงานดราม่าครอบครัวจาก GDH ฝีมือผู้กำกับ พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ ไม่เพียงแต่จะประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของคำวิจารณ์ และรายได้กว่า 330 ล้านบาทจากเข้าฉายที่ประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา พร้อมขึ้นแท่นเป็นหนังไทยทำเงินสูงที่สุดในปี 2567ล่าสุดความซาบซึ้งของ ‘หลานม่า’ ได้ซึมเข้าไปครองใจผู้ชมในเอเชีย โดยเฉพาะคอหนังที่ประเทศอินโดนีเซียกว่า 1.1 ล้านคน จนเกิดปรากฏการณ์น้ำตาท่วมโรงมาแล้ว หลังเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ได้ 9 วันก็สามารถกวาดรายได้ทะลุหลัก 100 ล้านบาท อีกทั้งยังได้รับเสียงวิจารณ์เชิงบวกว่าเป็นหนังครอบครัวที่แม้จะทำให้ผู้ชมเสียน้ำตา แต่ก็ทำให้ได้เข้าใจถึงคุณค่าของเวลา ความรักและการดูแลเอาใจใส่คนใกล้ตัว โดยเฉพาะกับ ‘คนในครอบครัว’และจากข้อมูลรายได้ดังกล่าว ทำให้ตอนนี้ ‘หลานม่า’ ขยับขึ้นแท่นเป็นหนังไทยที่สามารถทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาลในประเทศอินโดนีเซียไปเป็นที่เรียบร้อย และก็ยังมีโปรแกรมฉายเพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมต่อเนื่องเร็ว ๆ นี้ ‘หลานม่า’ เตรียมออกเดินทางต่อด้วยการเข้าฉายที่ ฟิลิปปินส์, ลาว, มาเลเซีย, บรูไน, สิงคโปร์, เวียดนาม, กัมพูชา, ไต้หวัน, เมียนมาร์ และ ฮ่องกง เป็นลำดับถัดไป ส่วนคอหนังชาวไทยยังเข้าไปสัมผัสเรื่องราวความรักอันแสนอบอุ่นของ ‘หลาน’ และ ‘อาม่า’ โค้งสุดท้ายกันได้ในโรงภาพยนตร์ภาพ : GDH

บิวกิ้น พุฒิพงศ์ เผยความรู้สึกหลัง ‘หลานม่า’ ประสบความสำเร็จ พาขึ้นเป็นพระเอกพันล้าน

06 ส.ค. 2024

บิวกิ้น พุฒิพงศ์ เผยความรู้สึกหลัง ‘หลานม่า’ ประสบความสำเร็จ พาขึ้นเป็นพระเอกพันล้าน

บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล ศิลปินและนักแสดงชื่อดัง ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับภาพยนตร์เรื่อง ‘หลานม่า’ จากค่าย GDH ที่ตอนนี้กำลังออกเดินทาง มอบความซาบซึ้งใจให้กับผู้ชมในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งนับรวมรายได้แล้วก็ทะลุผ่านหลัก 1,000 ล้านบาท ทำให้ บิวกิ้น ขึ้นแท่นพระเอกพันล้านได้จากหนังเรื่องแรกของตัวเองบิวกิ้น บอกว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นขอยกเครดิตให้กับทีมงานเบื้องหลังทุก ๆ ส่วน ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ ทีมนักแสดง และทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ‘หลานม่า’ และก็รู้สึกโชคดีที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกร์หนังไทยเรื่องนี้“ยังไม่ค่อยชินหรอกพี่ (ยิ้มเขิน) ดีใจและภูมิใจครับ งานหนังมันเหมือนงานกลุ่มที่ต้องไปกันทั้งทีมครับ เราก็เต็มที่ในพาร์ตของเรา เราก็อยากทำให้งานนี้ออกมาดีที่สุด ผมรู้สึกโชคดีนะ เพราะจริง ๆ แล้วผมเข้ามาในโปรเจกต์นี้ท้าย ๆ เลยด้วยซ้ำครับ เพราะว่าเขาทำบทกันมานานมาก ทีมงานหลาย ๆ ส่วนก็ถูกล็อกไว้หมดแล้ว ผมเป็นทีมท้าย ๆ ที่เข้ามาแล้วครับ“หนังหลาย ๆ เรื่อง อาจจะมีคนที่เล่นหนังได้ดีกว่าผมอีก แสดงได้ดีกว่าผมอีก แต่มันอาจจะไม่ได้มีจังหวะประจวบเหมาะแบบเดียวกับผม มันยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้หนังประสบความสำเร็จ เรื่องหน้าถ้าไม่ประสบความสำเร็จ ถ้าเราได้เต็มที่มันก็โอเคนะครับผม ผมว่าผมโชคดีที่ได้เกาะขบวนหลานม่าไปกับเขาด้วย”ภาพ : GDH

เจฟ ซาเตอร์ จะมารับบทนำใน Project D ของ GDH ร่วมกับ อิงฟ้า วราหะ ซึ่งมีกำหนดเปิดกล้องปลายปีนี้

29 ส.ค. 2023

เจฟ ซาเตอร์ จะมารับบทนำใน Project D ของ GDH ร่วมกับ อิงฟ้า วราหะ ซึ่งมีกำหนดเปิดกล้องปลายปีนี้

GDH ออกมาอัปเดตความคืบหน้าของ Project D (Working Title) หนึ่งในโปรเจกต์ภาพยนตร์ชิ้นใหม่ของ GDH ผลงานของผู้กำกับ บอส-นฤเบศ กูโน ว่าจะกลับมาเริ่มกระบวนการทำงานอีกครั้ง หลังต้องระงับการทำงานไปชั่วคราว โดยมีความเปลี่ยนแปลงลิสของนักแสดงซึ่งครั้งนี้ได้ เจฟ ซาเตอร์ (Jeff Satur) ศิลปินและนักแสดงมากความสามารถมารับบทนำคู่กับ อิงฟ้า วราหะ“บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด ขอประกาศอัปเดตความคืบหน้าของภาพยนตร์ โปรเจกต์ D (Working Title) ซึ่งทางบริษัทมีเหตุจำเป็นต้องระงับการถ่ายทำไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากความไม่ลงตัวของระยะเวลาในการเตรียมงาน“ซึ่งทางบริษัทฯ ผู้กำกับภาพยนตร์ และทีมงานที่เกี่ยวข้องกับโปรเจกต์นี้ ได้ใช้เวลาในช่วงที่ผ่านมาในการแก้ไขปรับเปลี่ยนรายละเอียดต่างๆ ของบทภาพยนตร์จนสมบูรณ์เรียบร้อย ทางบริษัทฯ จึงขอแจ้งให้แฟน ๆ ทราบว่า ขณะนี้ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวกำลังจะเข้าสู่กระบวนการเตรียมงานก่อนการถ่ายทำจริงแล้ว โดยทีมนักแสดงหลักทั้ง 5 ท่าน ได้แก่ เจฟ ซาเตอร์, อิงฟ้า วราหะ, พงศกร เมตตาริกานนท์, หฤษฎ์ บัวย้อย และ สีดา พัวพิมล จะเริ่มทำการเวิร์กช็อปร่วมกัน เพื่อให้พร้อมสำหรับการเปิดกล้องที่จะเกิดขึ้นในปลายปีนี้“ทางบริษัทฯ ขอขอบคุณแฟนๆ ที่ให้ความสนใจรอชมภาพยนตร์เรื่องนี้ และให้การสนับสนุนที่ดีเสมอมา”สำหรับ Project D ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน GDH Line Up 2023 นำแสดงโดย พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร แต่เนื่องด้วยระยะเวลาในการเตรียมงาน รวมถึงสถานที่ที่ไม่ลงตัว ทำให้ต้องระงับการถ่ายทำไปชั่วคราว ขณะที่แฟนคลับเองก็แอบเสียดายที่จะไม่ได้เห็นฝีมือการแสดงภาพยนตร์ของ พีพี แต่ก็เคารพการตัดสินใจของทุกฝ่ายทางด้าน เจฟ ซาเตอร์ ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้แล้วว่า เป็นโอกาสดีที่ได้ร่วมงานกับทาง GDH และนักแสดงทุกคนในเรื่อง ส่วนตัวเขารู้สึกว่าเป็นงานที่ท้าทายมาก รวมถึงประเด็นหลักของเรื่องที่จะพูดถึงก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจทีเดียว“จริงๆ เราคุยกันมาประมาณ 3-4 เดือนแล้ว พอได้เห็นตัวบทก็รู้สึกว่ามันท้าทายมาก หลังจากนั้นก็ได้เข้าไปแคสต์กับพี่บอสผู้กำกับ ความน่าสนใจของตัวบทคือ มีการพูดถึงประเด็นที่น่าสนใจมาก ๆ ซึ่งเกี่ยวกับ LGBT ด้วย แล้วมันเป็นประเด็นที่ผมพูดมาตลอด เรารู้สึกว่าก็ดีนะถ้าเราจะได้เป็นตัวแทนในการพูดถึงเรื่องนี้แทนคนที่เขาไม่สามารถพูดออกมาได้ รวมถึงไดนามิกของเรื่องมันค่อย ๆ ไล่ไปจนถึงจุดที่มันไม่น่าจะไปถึงได้“ตอนแรกผมก็รู้สึกกังวลว่าผมเหมาะหรือเปล่า ซึ่งผู้ใหญ่บอกว่าจากการได้ดูวิดีโอแคสต์ก็รู้สึกว่านี่เป็นเวอร์ชั่นที่เขาอยากจะเห็นในหนังเรื่องนี้ ตอนแรกที่ผมกังวลเพราะตัวบทมันท้าทายมาก แล้วผมอาจจะมีเวลาเตรียมตัวไม่ได้เยอะขนาดนั้น แล้วการที่จะต้องทรานส์ฟอร์มตัวเองไปเป็นคนอื่นมันก็ยาก การทำงานเพลงมันคือการเป็นตัวเรา แต่งานหนังมันเป็นการทิ้งตัวเราแล้วไปเป็นคนอื่น“ผมไม่ได้รู้สึกว่ามันกดดันอะไรในเรื่องนี้ แต่ถ้าจะกดดันผมกดดันกับเรื่องบทมากกว่า ในฐานะเป็นนักแสดงสิ่งที่ต้องทำการบ้านจริง ๆ คือตัวบท แล้วเราจะไปเป็นคนคนนั้นในหนังเรื่องนี้ได้ยังไง”เจฟ ยังบอกอีกว่า คาแร็กเตอร์ในเรื่องนี้ถือว่าเป็นที่สุดของการทรานส์ฟอร์มตัวเอง เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่แฟน ๆ ได้เห็นเขาในลุคผิวดำและต้องโกนหัว ซึ่งเขามองว่าหากจะต้องไปเป็นคนอื่น ก็ต้องทิ้งตัวตนของตัวเองไว้ที่หน้าเซ็ตแล้วเข้าไปในโลกของตัวละครนั้นจริง ๆ ต้องรอดูว่าฝีมือการแสดงของเขาจะออกมาเป็นยังไง แต่ที่แน่ ๆ เจฟ ก็ทุ่มสุดตัวเลยทีเดียวภาพ : Wayfer Records

ภาพยนตร์ ‘หลานม่า’ เข้าฉายที่ประเทศจีน 1 วันทำรายได้ไปแล้วกว่า 100 ล้านบาท

26 ส.ค. 2024

ภาพยนตร์ ‘หลานม่า’ เข้าฉายที่ประเทศจีน 1 วันทำรายได้ไปแล้วกว่า 100 ล้านบาท

เป็นไปตามที่หลายคนคาดการณ์เอาไว้จริง ๆ สำหรับปรากฎการณ์ ‘หลานม่า’ หลังเข้าฉายที่ประเทศจีนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีการจัดฉายรอบปฐมทัศน์ ณ นครกว่างโจว ซึ่งจัดขึ้นโดยสถานกงกุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว ได้รับความสนใจจากผู้ชมชาวจีนเป็นจำนวนมากโดยล่าสุดมีการเปิดเผยรายได้เปิดตัวของ ‘หลานม่า’ สำหรับการเข้าฉายวันแรก เฉพาะที่ประเทศจีนทำรายได้ไปมากกว่า 21 ล้านหยวน หรือราว 100 ล้านบาท พร้อมกับกระแสวิจารณ์เชิงบวกแบบถล่มทลาย และตัวเลขรายได้หลังเข้าฉายไป 4 วันกวาดไปแล้วกว่า 170 ล้านบาทความคิดเห็นจากคอหนังชาวจีนที่ได้ชม ต่างชื่นชอบและเสียน้ำตาไปกับเรื่องราวความรักความผูกพันระหว่างอาม่าและครอบครัว จนติดอันดับภาพยนตร์แนะนำ และมีคะแนนรีวิวสูงถึง 9.0 คะแนน ทั้งยังติดอันดับ Boxoffice ประเทศจีน หมวดภาพยนตร์ต่างประเทศทำรายได้มากที่สุดเป็นอันดับ 5มารอลุ้นกันว่าภาพยนตร์เรื่อง ‘หลานม่า’ จะสามารถไต่อันดับหนังทำเงินในประเทศจีนไปได้เท่าไหร่ภาพ : GDH

album
efm
-

-