ภาพยนตร์เรื่อง ‘หลานม่า’ เป็นหนังไทยทำรายได้สูงที่สุดในอินโดนีเซีย ทะลุ 100 ล้านใน 9 วัน

ENTERTAINMENT NEWS

ภาพยนตร์เรื่อง ‘หลานม่า’ เป็นหนังไทยทำรายได้สูงที่สุดในอินโดนีเซีย ทะลุ 100 ล้านใน 9 วัน

25 พ.ค. 2024

ภาพยนตร์เรื่อง ‘หลานม่า’ ผลงานดราม่าครอบครัวจาก GDH ฝีมือผู้กำกับ พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ ไม่เพียงแต่จะประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของคำวิจารณ์ และรายได้กว่า 330 ล้านบาทจากเข้าฉายที่ประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา พร้อมขึ้นแท่นเป็นหนังไทยทำเงินสูงที่สุดในปี 2567

ล่าสุดความซาบซึ้งของ ‘หลานม่า’ ได้ซึมเข้าไปครองใจผู้ชมในเอเชีย โดยเฉพาะคอหนังที่ประเทศอินโดนีเซียกว่า 1.1 ล้านคน จนเกิดปรากฏการณ์น้ำตาท่วมโรงมาแล้ว หลังเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ได้ 9 วันก็สามารถกวาดรายได้ทะลุหลัก 100 ล้านบาท อีกทั้งยังได้รับเสียงวิจารณ์เชิงบวกว่าเป็นหนังครอบครัวที่แม้จะทำให้ผู้ชมเสียน้ำตา แต่ก็ทำให้ได้เข้าใจถึงคุณค่าของเวลา ความรักและการดูแลเอาใจใส่คนใกล้ตัว โดยเฉพาะกับ ‘คนในครอบครัว’

และจากข้อมูลรายได้ดังกล่าว ทำให้ตอนนี้ ‘หลานม่า’ ขยับขึ้นแท่นเป็นหนังไทยที่สามารถทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาลในประเทศอินโดนีเซียไปเป็นที่เรียบร้อย และก็ยังมีโปรแกรมฉายเพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมต่อเนื่อง

เร็ว ๆ นี้ ‘หลานม่า’ เตรียมออกเดินทางต่อด้วยการเข้าฉายที่ ฟิลิปปินส์, ลาว, มาเลเซีย, บรูไน, สิงคโปร์, เวียดนาม, กัมพูชา, ไต้หวัน, เมียนมาร์ และ ฮ่องกง เป็นลำดับถัดไป ส่วนคอหนังชาวไทยยังเข้าไปสัมผัสเรื่องราวความรักอันแสนอบอุ่นของ ‘หลาน’ และ ‘อาม่า’ โค้งสุดท้ายกันได้ในโรงภาพยนตร์

ภาพ : GDH

related ENTERTAINMENT NEWS

ภาพยนตร์ ‘หลานม่า’ เข้าฉายที่ประเทศจีน 1 วันทำรายได้ไปแล้วกว่า 100 ล้านบาท

26 ส.ค. 2024

ภาพยนตร์ ‘หลานม่า’ เข้าฉายที่ประเทศจีน 1 วันทำรายได้ไปแล้วกว่า 100 ล้านบาท

เป็นไปตามที่หลายคนคาดการณ์เอาไว้จริง ๆ สำหรับปรากฎการณ์ ‘หลานม่า’ หลังเข้าฉายที่ประเทศจีนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีการจัดฉายรอบปฐมทัศน์ ณ นครกว่างโจว ซึ่งจัดขึ้นโดยสถานกงกุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว ได้รับความสนใจจากผู้ชมชาวจีนเป็นจำนวนมากโดยล่าสุดมีการเปิดเผยรายได้เปิดตัวของ ‘หลานม่า’ สำหรับการเข้าฉายวันแรก เฉพาะที่ประเทศจีนทำรายได้ไปมากกว่า 21 ล้านหยวน หรือราว 100 ล้านบาท พร้อมกับกระแสวิจารณ์เชิงบวกแบบถล่มทลาย และตัวเลขรายได้หลังเข้าฉายไป 4 วันกวาดไปแล้วกว่า 170 ล้านบาทความคิดเห็นจากคอหนังชาวจีนที่ได้ชม ต่างชื่นชอบและเสียน้ำตาไปกับเรื่องราวความรักความผูกพันระหว่างอาม่าและครอบครัว จนติดอันดับภาพยนตร์แนะนำ และมีคะแนนรีวิวสูงถึง 9.0 คะแนน ทั้งยังติดอันดับ Boxoffice ประเทศจีน หมวดภาพยนตร์ต่างประเทศทำรายได้มากที่สุดเป็นอันดับ 5มารอลุ้นกันว่าภาพยนตร์เรื่อง ‘หลานม่า’ จะสามารถไต่อันดับหนังทำเงินในประเทศจีนไปได้เท่าไหร่ภาพ : GDH

GDH เปิดเผยรายได้ “One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ” ทำเงินวันแรกไปกว่า 6.7 ล้านบาท พร้อมคำวิจารณ์มุมบวก

11 ก.พ. 2022

GDH เปิดเผยรายได้ “One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ” ทำเงินวันแรกไปกว่า 6.7 ล้านบาท พร้อมคำวิจารณ์มุมบวก

เป็นหนังไทยอีกเรื่องที่กระแสตอบรับจากผู้ชมพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “สมการรอคอยที่สุด” สำหรับ “One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ” ผลงานชิ้นล่าสุดจาก GDH กำกับโดย บาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ดูแลงานสร้างโดย หว่องกาไว ที่เพิ่งมีการเปิดตัว และเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เป็นวันแรกเมื่อวานนี้ (พฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565)ล่าสุดทาง GDH ได้ออกมาเปิดเผยรายได้ 1 วันหลังเข้าฉายของ “One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ” ว่าสามารถทำเงินไปได้สูงถึง 6.7 ล้านบาท พร้อมกับคำวิจารณ์ในมุมบวกอย่างล้นหลามจากผู้ชมทั่วทั่งประเทศ ว่าเป็นหนังรักที่พาเราเดินทางออกไปสัมผัสกับ ประสบการณ์ที่ซาบซึ้งที่สุดอีกเรื่องหนึ่งอีกทั้งภาพ แสง สี ที่สวยละมุน และฝีมือทางการแสดงของนักแสดงนำในเรื่องอย่าง ต่อ ธนภพ, ไอซ์ซึ ณัฐรัตน์, วี วิโอเลต, พลอย หอวัง, ออกแบบ ชุติมณฑน์, นุ่น ศิรพันธ์ และ หญิง รฐา ที่ทำให้ผลงานชิ้นนี้ออกมาเป็นเหมือนค็อกเทลที่กลมกล่อมไม่น้อยออกเดินทางไปสำรวจความคิดถึงแฟนเก่าส์ ผ่านเรื่องเหล้าของความรัก มิตรภาพ และ การเดินทางไปกับ “One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ” ได้แล้ววันนี้ทุกโรงภาพยนตร์ภาพ : GDH

เต้ย พงศกร ไม่ติด! หากถูกเสนอให้รับบทนำในซีรีส์วาย หลังโชว์สกิลทางการแสดงใน ‘วิมานหนาม’

23 ก.ย. 2024

เต้ย พงศกร ไม่ติด! หากถูกเสนอให้รับบทนำในซีรีส์วาย หลังโชว์สกิลทางการแสดงใน ‘วิมานหนาม’

หลังจาก เต้ย-พงศกร เมตตาริกานนท์ พลิกบทบาทการแสดงสุดเข้มข้นในภาพยนตร์ ‘วิมานหนาม’ กับค่าย GDH ซึ่งผลงานเรื่องนี้ไม่เพียงแต่จะพาให้เขาเข้าทำเนียบนักแสดง 200 ล้านจากรายได้เข้าฉายทั่วประเทศ แต่ยังให้เขาได้โชว์สกิลทางการแสดงสุดเข้มข้นจากบทคู่รักหนุ่มชาวสวนที่ต่อสู้เพื่อความฝันของตัวเองในเรื่องมีหลากฉากที่เขาต้องแสดงความรู้สึกต่อตัวละครเอกที่นำแสดงโดย เจฟ ซาเตอร์ จนผู้ชมหลายคนอินและเซอร์ไพรส์กับการแสดงของ เต้ย และ เจฟ ที่มีเคลงตัวสุด ๆ ซึ่ง เต้ย บอกว่าสำหรับเขาแล้วนี่คือการพลิกบทบาทครั้งใหญ่ที่สุด แม้จะเริ่มต้นด้วยความกังวลว่าจะสามารถทำได้ดีมากน้อยขนาดไหน แต่เมื่อได้เข้าไปเวิร์กชอปและเรียนรู้เทคนิคการเข้าถึงความรู้สึกของตัวเองที่เป็นคู่รัก ก็ทำให้เขาถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้ตรงตามบทและคาแรกเตอร์“ผมอยากให้ผลงานชิ้นนี้ออกมาสมบูรณ์แบบครับ เลยตั้งใจกับงานชิ้นนี้มากเป็นพิเศษ ฉากสำคัญหลายฉากที่เราต้องแสดงความรู้สึกต่อกัน ยอมรับว่าตอนถ่ายทำใช้เวลาไปหลายเทค เพราะผมและเจฟ รวมถึงทีมอยาให้ออกมาดีที่สุด ก่อนการถ่ายทำก็มีการคุยกับเจฟว่า เราจะใส่เต็มไปเลย ซึ่งพอหนังเข้าฉายและกระแสตอบรับจากผู้ชมที่ชื่นชอบ ก็ทำให้ผมดีใจมาก ๆ เลยครับ”เต้ย ยังบอกอีกว่าจากกระแสฟีเวอร์ของหนัง ‘วิมานหนาม’ มีแฟน ๆ หลายคนเข้าไปแซวเขาว่าอยากให้มีโอกาสรับซีรีส์วายสักครั้ง ซึ่งเต้ยบอกว่า ส่วนตัวแล้วเขาไม่ติดกับบทแนวนี้เลย และก็ยินดีมาก ๆ หากจะได้รับการเสนอบทนำในซีรีส์วาย หากมีผู้จัดที่เขาไม่ยึดติดเรื่องอายุ“ถ้ามีติดต่อมาก็ไม่ติดนะครับ เพราะผมมองว่าทุกอย่างก็คือการแสดง และผมคิดเสมอว่านักแสดงที่ดีต้องเล่นได้ทุกบทครับ”ภาพ : GDH

เจฟ ซาเตอร์ จะมารับบทนำใน Project D ของ GDH ร่วมกับ อิงฟ้า วราหะ ซึ่งมีกำหนดเปิดกล้องปลายปีนี้

29 ส.ค. 2023

เจฟ ซาเตอร์ จะมารับบทนำใน Project D ของ GDH ร่วมกับ อิงฟ้า วราหะ ซึ่งมีกำหนดเปิดกล้องปลายปีนี้

GDH ออกมาอัปเดตความคืบหน้าของ Project D (Working Title) หนึ่งในโปรเจกต์ภาพยนตร์ชิ้นใหม่ของ GDH ผลงานของผู้กำกับ บอส-นฤเบศ กูโน ว่าจะกลับมาเริ่มกระบวนการทำงานอีกครั้ง หลังต้องระงับการทำงานไปชั่วคราว โดยมีความเปลี่ยนแปลงลิสของนักแสดงซึ่งครั้งนี้ได้ เจฟ ซาเตอร์ (Jeff Satur) ศิลปินและนักแสดงมากความสามารถมารับบทนำคู่กับ อิงฟ้า วราหะ“บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด ขอประกาศอัปเดตความคืบหน้าของภาพยนตร์ โปรเจกต์ D (Working Title) ซึ่งทางบริษัทมีเหตุจำเป็นต้องระงับการถ่ายทำไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากความไม่ลงตัวของระยะเวลาในการเตรียมงาน“ซึ่งทางบริษัทฯ ผู้กำกับภาพยนตร์ และทีมงานที่เกี่ยวข้องกับโปรเจกต์นี้ ได้ใช้เวลาในช่วงที่ผ่านมาในการแก้ไขปรับเปลี่ยนรายละเอียดต่างๆ ของบทภาพยนตร์จนสมบูรณ์เรียบร้อย ทางบริษัทฯ จึงขอแจ้งให้แฟน ๆ ทราบว่า ขณะนี้ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวกำลังจะเข้าสู่กระบวนการเตรียมงานก่อนการถ่ายทำจริงแล้ว โดยทีมนักแสดงหลักทั้ง 5 ท่าน ได้แก่ เจฟ ซาเตอร์, อิงฟ้า วราหะ, พงศกร เมตตาริกานนท์, หฤษฎ์ บัวย้อย และ สีดา พัวพิมล จะเริ่มทำการเวิร์กช็อปร่วมกัน เพื่อให้พร้อมสำหรับการเปิดกล้องที่จะเกิดขึ้นในปลายปีนี้“ทางบริษัทฯ ขอขอบคุณแฟนๆ ที่ให้ความสนใจรอชมภาพยนตร์เรื่องนี้ และให้การสนับสนุนที่ดีเสมอมา”สำหรับ Project D ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน GDH Line Up 2023 นำแสดงโดย พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร แต่เนื่องด้วยระยะเวลาในการเตรียมงาน รวมถึงสถานที่ที่ไม่ลงตัว ทำให้ต้องระงับการถ่ายทำไปชั่วคราว ขณะที่แฟนคลับเองก็แอบเสียดายที่จะไม่ได้เห็นฝีมือการแสดงภาพยนตร์ของ พีพี แต่ก็เคารพการตัดสินใจของทุกฝ่ายทางด้าน เจฟ ซาเตอร์ ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้แล้วว่า เป็นโอกาสดีที่ได้ร่วมงานกับทาง GDH และนักแสดงทุกคนในเรื่อง ส่วนตัวเขารู้สึกว่าเป็นงานที่ท้าทายมาก รวมถึงประเด็นหลักของเรื่องที่จะพูดถึงก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจทีเดียว“จริงๆ เราคุยกันมาประมาณ 3-4 เดือนแล้ว พอได้เห็นตัวบทก็รู้สึกว่ามันท้าทายมาก หลังจากนั้นก็ได้เข้าไปแคสต์กับพี่บอสผู้กำกับ ความน่าสนใจของตัวบทคือ มีการพูดถึงประเด็นที่น่าสนใจมาก ๆ ซึ่งเกี่ยวกับ LGBT ด้วย แล้วมันเป็นประเด็นที่ผมพูดมาตลอด เรารู้สึกว่าก็ดีนะถ้าเราจะได้เป็นตัวแทนในการพูดถึงเรื่องนี้แทนคนที่เขาไม่สามารถพูดออกมาได้ รวมถึงไดนามิกของเรื่องมันค่อย ๆ ไล่ไปจนถึงจุดที่มันไม่น่าจะไปถึงได้“ตอนแรกผมก็รู้สึกกังวลว่าผมเหมาะหรือเปล่า ซึ่งผู้ใหญ่บอกว่าจากการได้ดูวิดีโอแคสต์ก็รู้สึกว่านี่เป็นเวอร์ชั่นที่เขาอยากจะเห็นในหนังเรื่องนี้ ตอนแรกที่ผมกังวลเพราะตัวบทมันท้าทายมาก แล้วผมอาจจะมีเวลาเตรียมตัวไม่ได้เยอะขนาดนั้น แล้วการที่จะต้องทรานส์ฟอร์มตัวเองไปเป็นคนอื่นมันก็ยาก การทำงานเพลงมันคือการเป็นตัวเรา แต่งานหนังมันเป็นการทิ้งตัวเราแล้วไปเป็นคนอื่น“ผมไม่ได้รู้สึกว่ามันกดดันอะไรในเรื่องนี้ แต่ถ้าจะกดดันผมกดดันกับเรื่องบทมากกว่า ในฐานะเป็นนักแสดงสิ่งที่ต้องทำการบ้านจริง ๆ คือตัวบท แล้วเราจะไปเป็นคนคนนั้นในหนังเรื่องนี้ได้ยังไง”เจฟ ยังบอกอีกว่า คาแร็กเตอร์ในเรื่องนี้ถือว่าเป็นที่สุดของการทรานส์ฟอร์มตัวเอง เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่แฟน ๆ ได้เห็นเขาในลุคผิวดำและต้องโกนหัว ซึ่งเขามองว่าหากจะต้องไปเป็นคนอื่น ก็ต้องทิ้งตัวตนของตัวเองไว้ที่หน้าเซ็ตแล้วเข้าไปในโลกของตัวละครนั้นจริง ๆ ต้องรอดูว่าฝีมือการแสดงของเขาจะออกมาเป็นยังไง แต่ที่แน่ ๆ เจฟ ก็ทุ่มสุดตัวเลยทีเดียวภาพ : Wayfer Records

album
efm
-

-