บิวกิ้น พุฒิพงศ์ ทุ่มสุดตัว! ปรับลุค-ลดน้ำหนักกว่า 10 กิโลเพื่อบท ‘เอ็ม’ ในภาพยนตร์เรื่องแรก ‘หลานม่า’

ENTERTAINMENT NEWS

บิวกิ้น พุฒิพงศ์ ทุ่มสุดตัว! ปรับลุค-ลดน้ำหนักกว่า 10 กิโลเพื่อบท ‘เอ็ม’ ในภาพยนตร์เรื่องแรก ‘หลานม่า’

06 มี.ค. 2024

อีกเพียงไม่กี่สัปดาห์แฟน ๆ ก็จะได้รับชม ‘หลานม่า’ ภาพยนตร์เรื่องแรกของปีจาก GDH ฝีมือการกำกับของ พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ ที่เตรียมพาคอหนังเปิดประตูเข้าบ้านไปสำรวจความสัมพันธ์ภายในครอบครัวว่า เราแอบหลงลืมที่จะดูแลเอาใจใส่ใครคนใดคนหนึ่งในบ้านไปหรือเปล่า โดยหยิบยกเอาความผูกพันของสมาชิกหลากเจเนอเรชันในครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีนมาถ่ายทอด เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศวันครอบครัว และเทศกาลหยุดยาวที่กำลังจะมาถึง

หนึ่งในสิ่งที่แฟน ๆ เซอร์ไพรส์และเฝ้ารอคือ ฝีมือการแสดงของ บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล เพราะนี่เป็นครั้งแรกของเขาในฐานะนักแสดงภาพยนตร์ กับการรับบทเป็น ‘เอ็ม’ หลายชายของอาม่า และเพื่อให้สื่อสารเรื่องราวของตัวละครนี้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด บิวกิ้น จึงทุ่มเททั้งกายและใจ ใส่เต็มร้อยทั้งเวิร์กช็อป และยอมปรับลุคด้วยการรีดน้ำหนักลงไปกว่า 10 กิโลกรัม นับเป็นอีกบทบาทที่ท้าทายอาชีพนักแสดงของเขาไม่น้อย

บิวกิ้น เล่าให้เราฟังว่า ผลงานเรื่องนี้เป็นเหมือนการเปิดประตูบานใหม่ในโลกของการแสดง และเพื่อสื่อสารตัวละคร ‘เอ็ม’ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เขาจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ผลงานชิ้นนี้ออกมาดีที่สุด

“หลานม่า เป็นหนังที่เปิดประตูบานใหม่ และเปิดโลกทางการแสดงให้กับผม ผมอยากปรับภาพลักษณ์ของตัวเอง เพื่อให้เป็นตัวละครเอ็มได้อย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุดตามที่พี่พัฒน์ผู้กำกับต้องการ ผมเลยลดน้ำหนักลงกว่า 10 กิโล เพื่อให้ดูเป็นเด็กติดเกม ตัดผมใหม่ เลือกเสื้อผ้าใหม่ ดีไซน์ท่าทางการเดินใหม่ รวมถึงมุมมองความคิดทุกอย่างให้เป็นตัวละครตัวนี้ให้มากที่สุด ซึ่งตอนไปถ่ายที่ตลาดพลู ไม่มีใครจำผมได้เลย นอกจากนี้ผมกับพี่ ๆ นักแสดงทุกคนก็ได้ทำเวิร์กช็อปกันอย่างหนัก

“ผมต้องเวิร์กช็อปกับอาม่า และพี่เจีย ที่รับบทเป็นแม่ของผม ซึ่งพี่เจียมีความเหมือนแม่ผมหลายอย่าง ทำให้เราจูนกันไม่ยาก ผมมีความสุขมาก ๆ ที่ได้มาเล่นหนังเรื่องนี้ เพราะมันทำให้ผมตกตะกอนเรื่องครอบครัวเหมือนกันนะ

“ผมถูกสอนมาตลอดว่า ญาติพี่น้องคือคนในครอบครัวเดียวกัน ต้องดูแลรักใคร่กัน อากง อาม่า คือพ่อแม่ของเราอีกคนที่อยู่ด้วยกันมาตลอด กินข้าวด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน แต่พอวันหนึ่งเราโตขึ้น มีภาระหน้าที่ที่มากขึ้น พอมองย้อนกลับไป มีโมเมนท์บางอย่างที่เราเคยทำตอนเด็ก ๆ ด้วยกันกับเขา แล้วเราหลงลืมไป หนังเรื่องนื้ทำให้เราย้อนกลับไปมองตรงนั้น

“ตอนนี้ผมกลับไปใช้เวลากับครอบครัว กับอาม่ามากขึ้น พาท่านไปเที่ยว ดูแลกันและกันในวันที่ท่านยังอยู่ ผมว่าหนังเรื่องนี้น่าจะรีเลทกับทุกคน เพราะทุกคนน่าจะมีโมเมนท์ดี ๆ กับญาติผู้ใหญ่ที่บ้านด้วยกันทั้งนั้น ยังไงผมขอฝากหนังหลานม่าด้วยนะครับ พวกเราทุกคนเต็มที่กันมากๆ ทั้งผม ยายแต๋ว, พี่ดู๋, พี่เจีย, พี่เผือก, ตู ฯลฯ ฝากเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะครับ”

สำหรับภาพยนตร์เรื่อง ‘หลานม่า’ จะเข้าฉายพร้อมกัน 4 เมษายนนี้ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

ภาพ : GDH

related ENTERTAINMENT NEWS

บ้านเช่า..บูชายัญ เปิดตัวอันดับ 1 ด้วยรายได้วันแรก 9.1 ล้าน พร้อมกับคำวิจารณ์เชิงบวก

07 เม.ย. 2023

บ้านเช่า..บูชายัญ เปิดตัวอันดับ 1 ด้วยรายได้วันแรก 9.1 ล้าน พร้อมกับคำวิจารณ์เชิงบวก

เข้าฉายอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวานนี้ (6 เมษายน 2566) สำหรับ บ้านเช่า..บูชายัญ ภาพยนตร์สยองขวัญลุ้นระทึกเรื่องใหม่จาก GDH โดยผู้กำกับ จิม-โสภณ ศักดาพิศิษฏ์ ที่เคยฝากความประทับใจมาแล้วจากเรื่อง ลัดดาแลนด์ โดยมีนักแสดงนำคุณภาพทั้ง เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ, มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน และ ต่าย-เพ็ญพักตร์ ศิริกุล มาถ่ายทอดประสบการณ์ความหลอนที่ได้แรงบันดาลใจมาจากคดีสะเทือนขวัญเกี่ยวกับ ‘บ้านเช่า’ ที่เคยเป็นข่าวดังในสังคมไทยล่าสุดทาง GDH ออกมาเปิดเผยว่า บ้านเช่า..บูชายัญ สามารถเปิดตัวอันดับ 1 พร้อมกับรายได้วันแรกกว่า 9.1 ล้านบาท อีกทั้งยังได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวกจากผู้ชม ซึ่งส่วนใหญ่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หลอนครบรส เป็นหนังผีที่ไปสุดในทุกๆ มิติจริงๆ โดยเฉพาะคำชมต่อผู้กำกับ ซึ่งเพจ จับผิดหนัง ได้ให้คะแนนผลงานเรื่องนี้ว่า เป็น Master of Horror ของพี่จิม โศภณ อย่างแท้จริงขณะเดียวกันกระแสการตอบรับจากต่างประเทศก็ไม่น้อยหน้า เพราะหลังจากที่ บ้านเช่า..บูชายัญ เข้าฉายในไทยแล้ว ก็เตรียมเดินทางไปมอบประสบการณ์ความหลอนระทึกและเปิดให้เช่าที่ต่างประเทศด้วย โดยจะเดิมกันที่บ้านบ้านอย่างกัมพูชา พร้อมกับเปิดตัวโปสเตอร์โปรโมทเรียกน้ำจิ้มจากคอหนังสยองขวัญชาวกัมพูชาด้วยสัมผัสความหลอนในบ้านเช่าหลังนี้ได้แล้วทุกโรงภาพยนตร์ สามารถเช็ครอบได้ทาง openlink.co/homeforrentภาพ : GDH

เต๋อ นวพล เปิดตัวธีมโปสเตอร์หนังเรื่องใหม่ “FAST & FEEL LOVE เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ” ก่อนเปิดโรงไปฟาสต์พร้อมกัน 6 เมษายนนี้

10 มี.ค. 2022

เต๋อ นวพล เปิดตัวธีมโปสเตอร์หนังเรื่องใหม่ “FAST & FEEL LOVE เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ” ก่อนเปิดโรงไปฟาสต์พร้อมกัน 6 เมษายนนี้

เป็นผลงานที่คอหนังเฝ้ารอมากที่สุด สำหรับภาพยนตร์เรื่องใหม่ของ เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ กับค่าย GDH อย่าง “FAST FEEL LOVE เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ” หลังจากสร้างปรากฏการณ์เซอร์ไพรส์ผู้ชม ด้วยการปล่อย Official Teaser ออกมาเป็นน้ำจิ้มเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมกับกระแสจากแฟนๆ ว่า นี่คือผลงานที่อยู่เหนือทุกการคาดเดา และฉีกทุกกฏเกณฑ์ของหนังไทย โดยล่าสุด GDH ได้เปิดตัวธีมโปสเตอร์ของ “FAST FEEL LOVE เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ” ภาพยนตร์แอ็คชั่นในชีวิตประจำวัน ของผู้กำกับขวัญใจเด็กแนว ที่นำแสดงโดย นัท-ณัฏฐ์ กิจจริต, ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์, โปเต้-อนุสรา กอสัมพันธ์ และ ปริมมี่-วิพาวีร์ พัทธณ์ศิริ เต๋อ นวพล เผยว่า “FAST FEEL LOVE เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ เป็นหนังที่เล่าเรื่องราวชีวิตประจำวันในวัย 30+ ที่มีผลต่อความเร็ว ความฝัน และความรัก ซึ่งเราจะได้เห็นบทบาทใหม่ๆ ของนัท กับ ญาญ่า รวมถึงนักแสดงท่านอื่นๆ ผมพูดได้คำเดียวว่าห้ามพลาด แต่ละคนโชว์สกิลการแสดงที่ไม่ทำให้ผมผิดหวังเลย เป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะครับ” “FAST FEEL LOVE เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ” ปฐมบทแอ็คชั่นจากผู้กำกับ เต๋อ นวพล เตรียมตัวฟาสต์พร้อมกันทั่วประเทศ 6 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ภาพ : GDH

GDH เตรียมส่ง ‘เพื่อน(ไม่)สนิท’ ฝีมือผู้กำกับหน้าใหม่ไฟแรง อัตตา เหมวดี เข้าฉาย 26 ตุลาคมนี้

04 ก.ย. 2023

GDH เตรียมส่ง ‘เพื่อน(ไม่)สนิท’ ฝีมือผู้กำกับหน้าใหม่ไฟแรง อัตตา เหมวดี เข้าฉาย 26 ตุลาคมนี้

GDH เดินหน้าส่งความสุขช่วงปลายปี 2566 ด้วยการเปิดตัวภาพยนตร์เรื่องใหม่ ‘เพื่อน(ไม่)สนิท’ ผลงานของผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรง อัตตา เหมวดี ซึ่งเคยฝากฝีไม้ลายมือมากมายไว้กับผลงานการกำกับมิวสิกวิดีโอเพลงระดับ 30 ล้านวิวมาแล้ว โดยมี วัน-วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์ และ บาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ จาก ‘ฉลาดเกมส์โกง’ มานั่งเก้าอี้เป็นผู้อำนวยการสร้างครั้งแรกนอกจากจะเป็นหนังคนรุ่นใหม่ที่ถ่ายทอดผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่แล้ว ‘เพื่อน(ไม่)สนิท’ ยังได้ทีมนักแสดงซึ่งก็เป็นสายเลือดใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยฝีมือมาร่วมในโปรเจกต์นี้ ทั้ง โทนี่-อันโทนี่ บุยเซอเรท์, จั๊มพ์-พิสิฐพล เอกพงศ์พิสิฐ, ใบปอ-ธิติยา จิระพรศิลป์, ฟลุ๊ค-ธนกร ติยานนท์ และ ฟ้อนด์-ณัฐทิชา จันทรวารีเลขา สมาชิกวง BNK48 มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของกลุ่มเพื่อน(ไม่)สนิทให้ได้ติดตามล่าสุดมีการเปิดเผยโปสเตอร์แรกอย่างเป็นทางการออกมาให้คอหนังได้ชมแล้ว ก่อนจะได้ติดตามแบบเต็ม ๆ พร้อมกัน 26 ตุลาคมนี้ในโรงภาพยนตร์ภาพ : GDH

เจฟ ซาเตอร์ จะมารับบทนำใน Project D ของ GDH ร่วมกับ อิงฟ้า วราหะ ซึ่งมีกำหนดเปิดกล้องปลายปีนี้

29 ส.ค. 2023

เจฟ ซาเตอร์ จะมารับบทนำใน Project D ของ GDH ร่วมกับ อิงฟ้า วราหะ ซึ่งมีกำหนดเปิดกล้องปลายปีนี้

GDH ออกมาอัปเดตความคืบหน้าของ Project D (Working Title) หนึ่งในโปรเจกต์ภาพยนตร์ชิ้นใหม่ของ GDH ผลงานของผู้กำกับ บอส-นฤเบศ กูโน ว่าจะกลับมาเริ่มกระบวนการทำงานอีกครั้ง หลังต้องระงับการทำงานไปชั่วคราว โดยมีความเปลี่ยนแปลงลิสของนักแสดงซึ่งครั้งนี้ได้ เจฟ ซาเตอร์ (Jeff Satur) ศิลปินและนักแสดงมากความสามารถมารับบทนำคู่กับ อิงฟ้า วราหะ“บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด ขอประกาศอัปเดตความคืบหน้าของภาพยนตร์ โปรเจกต์ D (Working Title) ซึ่งทางบริษัทมีเหตุจำเป็นต้องระงับการถ่ายทำไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากความไม่ลงตัวของระยะเวลาในการเตรียมงาน“ซึ่งทางบริษัทฯ ผู้กำกับภาพยนตร์ และทีมงานที่เกี่ยวข้องกับโปรเจกต์นี้ ได้ใช้เวลาในช่วงที่ผ่านมาในการแก้ไขปรับเปลี่ยนรายละเอียดต่างๆ ของบทภาพยนตร์จนสมบูรณ์เรียบร้อย ทางบริษัทฯ จึงขอแจ้งให้แฟน ๆ ทราบว่า ขณะนี้ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวกำลังจะเข้าสู่กระบวนการเตรียมงานก่อนการถ่ายทำจริงแล้ว โดยทีมนักแสดงหลักทั้ง 5 ท่าน ได้แก่ เจฟ ซาเตอร์, อิงฟ้า วราหะ, พงศกร เมตตาริกานนท์, หฤษฎ์ บัวย้อย และ สีดา พัวพิมล จะเริ่มทำการเวิร์กช็อปร่วมกัน เพื่อให้พร้อมสำหรับการเปิดกล้องที่จะเกิดขึ้นในปลายปีนี้“ทางบริษัทฯ ขอขอบคุณแฟนๆ ที่ให้ความสนใจรอชมภาพยนตร์เรื่องนี้ และให้การสนับสนุนที่ดีเสมอมา”สำหรับ Project D ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน GDH Line Up 2023 นำแสดงโดย พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร แต่เนื่องด้วยระยะเวลาในการเตรียมงาน รวมถึงสถานที่ที่ไม่ลงตัว ทำให้ต้องระงับการถ่ายทำไปชั่วคราว ขณะที่แฟนคลับเองก็แอบเสียดายที่จะไม่ได้เห็นฝีมือการแสดงภาพยนตร์ของ พีพี แต่ก็เคารพการตัดสินใจของทุกฝ่ายทางด้าน เจฟ ซาเตอร์ ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้แล้วว่า เป็นโอกาสดีที่ได้ร่วมงานกับทาง GDH และนักแสดงทุกคนในเรื่อง ส่วนตัวเขารู้สึกว่าเป็นงานที่ท้าทายมาก รวมถึงประเด็นหลักของเรื่องที่จะพูดถึงก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจทีเดียว“จริงๆ เราคุยกันมาประมาณ 3-4 เดือนแล้ว พอได้เห็นตัวบทก็รู้สึกว่ามันท้าทายมาก หลังจากนั้นก็ได้เข้าไปแคสต์กับพี่บอสผู้กำกับ ความน่าสนใจของตัวบทคือ มีการพูดถึงประเด็นที่น่าสนใจมาก ๆ ซึ่งเกี่ยวกับ LGBT ด้วย แล้วมันเป็นประเด็นที่ผมพูดมาตลอด เรารู้สึกว่าก็ดีนะถ้าเราจะได้เป็นตัวแทนในการพูดถึงเรื่องนี้แทนคนที่เขาไม่สามารถพูดออกมาได้ รวมถึงไดนามิกของเรื่องมันค่อย ๆ ไล่ไปจนถึงจุดที่มันไม่น่าจะไปถึงได้“ตอนแรกผมก็รู้สึกกังวลว่าผมเหมาะหรือเปล่า ซึ่งผู้ใหญ่บอกว่าจากการได้ดูวิดีโอแคสต์ก็รู้สึกว่านี่เป็นเวอร์ชั่นที่เขาอยากจะเห็นในหนังเรื่องนี้ ตอนแรกที่ผมกังวลเพราะตัวบทมันท้าทายมาก แล้วผมอาจจะมีเวลาเตรียมตัวไม่ได้เยอะขนาดนั้น แล้วการที่จะต้องทรานส์ฟอร์มตัวเองไปเป็นคนอื่นมันก็ยาก การทำงานเพลงมันคือการเป็นตัวเรา แต่งานหนังมันเป็นการทิ้งตัวเราแล้วไปเป็นคนอื่น“ผมไม่ได้รู้สึกว่ามันกดดันอะไรในเรื่องนี้ แต่ถ้าจะกดดันผมกดดันกับเรื่องบทมากกว่า ในฐานะเป็นนักแสดงสิ่งที่ต้องทำการบ้านจริง ๆ คือตัวบท แล้วเราจะไปเป็นคนคนนั้นในหนังเรื่องนี้ได้ยังไง”เจฟ ยังบอกอีกว่า คาแร็กเตอร์ในเรื่องนี้ถือว่าเป็นที่สุดของการทรานส์ฟอร์มตัวเอง เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่แฟน ๆ ได้เห็นเขาในลุคผิวดำและต้องโกนหัว ซึ่งเขามองว่าหากจะต้องไปเป็นคนอื่น ก็ต้องทิ้งตัวตนของตัวเองไว้ที่หน้าเซ็ตแล้วเข้าไปในโลกของตัวละครนั้นจริง ๆ ต้องรอดูว่าฝีมือการแสดงของเขาจะออกมาเป็นยังไง แต่ที่แน่ ๆ เจฟ ก็ทุ่มสุดตัวเลยทีเดียวภาพ : Wayfer Records

album
efm
-

-