แฟนคอนเดี่ยวครั้งแรกในไทย ‘SUNNEE’ จัดเต็มความพิเศษแบบใส่ใจ เซอร์ไพร์สแฟนๆ ใน “SUNNEE FIRST FAN CONCERT ‘SURPRISE ON THE ROAD’ IN BANGKOK 2023”

ENTERTAINMENT NEWS

แฟนคอนเดี่ยวครั้งแรกในไทย ‘SUNNEE’ จัดเต็มความพิเศษแบบใส่ใจ เซอร์ไพร์สแฟนๆ ใน “SUNNEE FIRST FAN CONCERT ‘SURPRISE ON THE ROAD’ IN BANGKOK 2023”

24 ก.ค. 2023

มวลความสุขอบอวลไปทั้งฮอลล์ สำหรับแฟนคอนเสิร์ตครั้งแรกในบ้านเกิดตัวเอง ของศิลปินจีนสัญชาติไทยมากความสามารถที่ทุกคนรอคอย SUNNEE (ซันนี่-เกวลิน บุญศรัทธา) กับงาน “SUNNEE FIRST FAN CONCERT ‘SURPRISE ON THE ROAD’ IN BANGKOK 2023” ที่จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 15 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา ณ  โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ เนรมิตงานสุดปังนี้โดยผู้จัด สุดสัปดาห์ เอนเตอร์เทนเมนต์ ภายใต้ AMARIN MEDIA & EVENT ในเครืออมรินทร์กรุ๊ป

โดยภายในงานเต็มไปด้วยความสนุกสุดเซอร์ไพร์สสมกับชื่อ SURPRISE ON THE ROAD ที่ซันนี่เตรียมมาให้ Sun Star ชาวไทย (ซัน-สตาร์ ชื่อแฟนคลับของซันนี่) ไม่ว่าจะเป็นเพลงเพราะๆ แขกรับเชิญคนพิเศษ และกิจกรรมสุดพิเศษที่จะทำให้ชาวซันสตาร์ฟินแบบลืมไม่ลง!

 

เปิดประเดิมเวทีแฟนคอนครั้งนี้ ด้วยการปรากฏตัวแบบเท่ๆ ของ “ซันนี่” ที่มาพร้อมกับเพลง 计划外惊喜 (เซอร์ไพรส์แห่งรัก) เพลงจากอัลบั้มที่ 3 ที่นำมาร้องให้แฟนๆ ฟังสดๆที่นี่เป็นที่แรก! และเพลง Sunny ซิงเกิลแรกในชีวิตของเธอ เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ จนดังกระหึ่มฮอลล์ และกรี๊ดดังโหมกระหน่ำขึ้นไปอีก เมื่อ “ซันนี่” เริ่มต้นทักทายชาวซันสตาร์ ถึง 3 ภาษา ไทย จีน อังกฤษ เพื่อต้อนรับแฟนๆ ทั้งชาวไทย จีน และนานาประเทศ ที่มารวมตัวเพื่องานวันนี้

“สวัสดี ซันสตาร์ทุกคนนะคะ ซันนี่ค่ะ ยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่แฟนคอนเสิร์ตครั้งแรกของหนูที่ประเทศไทยนะคะ ขอบคุณทุกคนที่มาในวันนี้นะคะ ไม่คิดว่าจะมีคนมาเยอะขนาดนี้ ขอบคุณมากๆ นะคะ”

ทักทายกันไป รับเอเนอจี้ความสนุกแบบคูณร้อยกันไปแล้ว “ซันนี่” ยังมีอีกหนึ่งเพลงที่นำมาฝากแฟนๆ กับเพลง 与你漫步的星球 (ท่องอวกาศรักกับคุณ) ที่เพราะจนทำเอาเคลิ้ม จากนั้น “ก๊อตจิ-ทัชชกร บุญลัภยานันท์” พิธีกรของงานในวันนี้ ก็ขึ้นมารันความสนุกต่อทันที พร้อมพาชาวซันสตาร์ ไปสู่กิจกรรมทายใจ “ซันนี่” โดยมีลัคกี้แฟน 3 ท่าน ขึ้นมาเล่นเกมส์ทายใจให้ตรงใจกับซันนี่ ซึ่งผู้ชนะได้ของรางวัลเป็นรูปภาพที่ซันนี่วาดสดๆ ให้บนเวที เรียกว่าเป็นของขวัญเซอร์ไพร์สที่ทำใจสั่นไม่เบา

จบกิจกรรมแรกที่ทำให้บรรยากาศคึกคัก สนุกสนาน ตลก ตามสไตล์เอนเตอร์เทนเนอร์ตัวจริงแบบ “ซันนี่” จนแฟนๆ หัวเราะเอิ๊กอ๊ากกันจนไหล่สั่นไปแล้ว ซันนี่ก็เตรียมเพลงไทยสนุกๆ อย่างเพลง “ขาหมู” มาให้แฟนๆ ร้องนำและโยกตาม และทำให้แฟนๆ ฟินแบบตั้งตัวไม่อยู่ กับการเปิดตัวเดินไปรอบๆ ฮอลล์เพื่อทักทายแฟนๆ ฟังอย่างใกล้ชิด

ทั้งร้องและเล่นไปแล้ว ก็มาถึงการพาแฟนๆ ย้อนไปถึงบรรยากาศการเดินทางของ “ซันนี่” ที่กว่าจะมาถึงวันนี้ กับการประมวลภาพความประทับใจที่เริ่มจากการเดบิวต์ในฐานะนักแสดง ไปจนถึงการแข่งขันในรายการ Produce 101 China และช่วงเวลาในการเดบิวต์ในวง Girls Group ชื่อดังอย่าง Rocket Girls ซึ่งทุกภาพที่เปิดขึ้นมา ล้วนเป็นความทรงจำที่ทุกคนคิดถึง รวมถึงภาพสาวเสื้อเขียวผมสีทอง ที่ตกแฟนๆ ให้มาตกหลุมรักซันนี่ในวันนี้

จบความประทับใจ ภูมิใจกันแล้ว แต่กิจกรรมกระชับมิตรระหว่าง “ซันนี่” และ “ซันสตาร์” ยังไม่หมด! มาถึงเกมส์ที่แฟนๆ ต้องออกแรงกันซักนิด กับเกมส์ใบ้คำที่ต้องทำท่าทางตามซันนี่ให้ถูกต้อง เกมส์นี้ลัคกี้แฟน 10 ท่าน ใส่พลังกันเต็มที่ ใบ้กันเต็มกำลัง จนได้ผู้ชนะและได้รับโปสเตอร์พร้อมลายเซ็นจากซันนี่ไปครอบครอง

ถ้านี่นับเป็นความสนุกเลเวล 10 แต่ยังมีความสนุก ความสุขเลเวล 100 ที่ซันนี่เตรียมเอาไว้ กับอีกหนึ่งช่วงเวลาที่แฟนๆ รอคอยที่จะได้เจอกับแขกรับเชิญคนพิเศษแบบใส่ใจของ “ซันนี่” กับการเปิดตัว “ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร” ขึ้นมาร้องเพลง “ซูลูปาก้า ตาปาเฮ้” คู่กันเป็นครั้งแรก ซึ่งตลอดโชว์นอกจากชาวซันสตาร์จะเซอร์ไพร์สจนตาค้างไปกับความหล่อของ “พี่ต่อ” ซันนี่เองก็เขินสุดๆ ขอยกให้ช่วงนี้เป็นช่วง “แฟนเดย์ 10 นาที ต่อซันนี่” ก่อนทั้งคู่จะขอบคุณกันและกัน สำหรับมิตรภาพและภาพความประทับใจที่เกิดขึ้นในวันนี้

 

มาร่วมสร้างวันพิเศษนี้ไปด้วยกัน แฟนคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นการรวบรวมความกล้าตลอด 2 ปีที่ผ่านมาของซันนี่ เพื่อมาเจอและมอบความสุขให้กับคนที่รักเธอ ซึ่งสุดท้าย “ซันนี่” ก็ขอมอบบทเพลง “ฉันดีใจที่มีเธอ” เป็นการบอกความรู้สึกทั้งหมดในวันนี้ของเธอ

และเช่นกัน ตามธรรมเนียมที่แฟนๆ จะบอกความรู้สึก ความประทับใจ และให้กำลังใจซันนี่ผ่านคลิปวิดีโอ และแฟนโปรเจกต์ที่มีข้อความว่า “ได้เจอกันแล้วนะ” ทำให้ “ซันนี่บอกขอบคุณทุกคนอีกครั้ง ก่อนจะขึ้นมาร้องเพลงสุดท้ายอย่างเพลง By Your Side เวอร์ชั่น 2 ภาษา ไทยและจีน เป็นการส่งแฟนๆ ทุกคนกลับบ้านด้วยความอิ่มเอมใจ และประทับใจกับแฟนคอนที่แสนพิเศษวันนี้

 เรียกว่าเป็นช่วงเวลา 2 ชั่วโมงที่เต็มไปด้วย รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และภาพความประทับใจ ความเป็นมืออาชีพ ในด้านการเป็นศิลปิน เอนเตอร์เทนเนอร์ ทำให้ “ซันนี่” เอาอยู่ในช่วงทุกของแฟนคอน รวมถึงความเป็นธรรมชาติ อารมณ์ดี การรู้จักรู้ใจกันแบบถึงแก่นระหว่างซันนี่และชาวซันสตาร์ ก็ทำให้บรรยากาศออกมาเป็นกันเอง และสนุกสนานกันเต็มที่ ถือเป็นอีกหนึ่งงานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและอบอวลไปด้วยมวลแห่งความสุขที่แท้จริง

ภาพ @sudsapda

related ENTERTAINMENT NEWS

เอาใจแฟนๆ ตามคำเรียกร้อง กับโปรเจ็กต์ “KinnPorsche The Series World Tour 2022”

09 มิ.ย. 2022

เอาใจแฟนๆ ตามคำเรียกร้อง กับโปรเจ็กต์ “KinnPorsche The Series World Tour 2022”

กระแสตอบรับมาแรงอย่างเนื่องกับ “KinnPorsche The Series” ที่ทำเอาแฮชแท็กของซีรีส์ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ทั้งในไทยและต่างประเทศได้ทุกสัปดาห์ ล่าสุด! Be On Cloud ผู้จัดซีรีส์เอาใจแฟนๆ ตามคำเรียกร้อง เปิดโปรเจ็กต์ “KinnPorsche The Series World Tour 2022” กับการแสดงโชว์ที่ทุ่มทุนสร้างโปรดักชันสุดยิ่งใหญ่อลังการ งานนี้ยังได้ Live Nation Tero ผู้อยู่เบื้องหลังคอนเสิร์ตระดับโลกมากมายมาร่วมเป็นพาร์ตเนอร์คนสำคัญในครั้งนี้ด้วย ซึ่งงานนี้ทีมนักแสดงนำอย่าง มาย-ภาคภูมิ, อาโป-ณัฐวิญญ์, ไบเบิ้ล-วิชญ์ภาส, บิว-จักรพันธ์, เจฟ-วรกมล และบาร์โค้ด-ตฤณสิษฐ์ ต่างทุ่มเท่ฟิตร่างกาย ตั้งใจฝึกซ้อมทั้งร้องทั้งเต้นกันอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นการขอบคุณแฟนๆ ที่ให้การสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอด “KinnPorsche The Series World Tour 2022” จะระเบิดความมันส์ประเดิมเวทีแรกวันที่ 24 กรกฎาคม 2565 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เปิดจำหน่ายบัตรวันที่ 18 มิถุนายน 2565 ที่ Thaiticketmajor ทุกสาขาภาพ : KinnPorsche The Series

“โต้ง ทูพี” เปิดใจ! หลังเลิก “ปราง กัญญ์ณรัณ” ความสัมพันธ์ครั้งนี้เป็นหนังรักที่สวยงามที่ผมรักที่สุดในชีวิต

31 ส.ค. 2022

“โต้ง ทูพี” เปิดใจ! หลังเลิก “ปราง กัญญ์ณรัณ” ความสัมพันธ์ครั้งนี้เป็นหนังรักที่สวยงามที่ผมรักที่สุดในชีวิต

หลังจากที่นางเอกสาว “ปราง กัญญ์ณรัณ” ได้ออกมาเปิดใจถึงสถานะความสัมพันธ์กับ “โต้ง ทูพี” ที่ได้ปิดฉากรัก 10 ปีกันอย่างสมบูรณ์แล้ว ล่าสุด “โต้ง” ก็ได้ออกมาเปิดใจด้วยการโพสต์ภาพคู่ “ปราง” ผ่านอินสตาแกรม พร้อมเขียนแคปชั่นว่า ‘ผมอยากจะขอขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ แฟนๆทุกคนที่คอยส่งกำลังใจให้เราในทุกๆทาง ผมเห็นและได้อ่านเกือบหมด ต้องขอโทษจริงๆที่ไม่ได้ตอบใครเลย ขอบคุณที่รักเรา เชียร์ และ supoort เราสองคนมากขนาดนี้ มันมีความหมายมากๆ แฟนๆรักเรามากๆจนผมรู้สึกได้เลย ผมรู้สึกตื้นตันอย่างมากจนบอกไม่ถูก ขอบคุณที่ติดตามหนังรักภาคสองของพวกเรา มันเป็นหนังรักที่สวยงามที่ผมรักที่สุดในชีวิต ขอบคุณอีกครั้งจากใจ love yall’ งานนี้อดีตคนรัก “ปราง” ก็ได้เข้ามาคอมเมนต์ส่งอิโมจิหัวใจสีขาวให้ รวมถึงเหล่าคนในวงการบันเทิงและแฟน ๆ ก็ต่างเข้ามาร่วมคอมเมนต์ส่งกำลังใจให้ทั้งคู่กันอย่างมากมาย ภาพ : twopee

EFM94 เปิดสตูดิโอต้อนรับ “โจอี้ ภูวศิษฐ์” มาโชว์พลังเสียงสด ๆ ในรายการพฤหัสจุ๊กกรู้ววว

06 ก.ย. 2022

EFM94 เปิดสตูดิโอต้อนรับ “โจอี้ ภูวศิษฐ์” มาโชว์พลังเสียงสด ๆ ในรายการพฤหัสจุ๊กกรู้ววว

สองดีเจอารมณ์ดี “ดีเจอ๋อง” และ “ดีเจแนน” เปิดสตูดิโอต้อนรับหนุ่มร็อกเสียงดี “โจอี้ ภูวศิษฐ์” มาแนะนำซิงเกิลใหม่ “นะหน้าทอง” เพลงรักซึ้ง ๆ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องราวความเชื่อและพิธีกรรมมหาเสน่ห์ที่จะทำให้คุณหลงจนถอนตัวไม่ขึ้นอย่างแน่นอนเมื่อมาถึงรายการพฤหัสจุ๊กกรู้วววทั้งที “โจอี้ ภูวศิษฐ์” ก็ขอเอาใจแฟน ๆ ด้วยการโชว์พลังเสียง ร้องเพลง “นะหน้าทอง” ในเวอร์ชันพิเศษ ทั้งเวอร์ชันสกาเร็กเก้และเพื่อชีวิตให้ฟังกันสด ๆ ที่นี่ที่เดียว!นอกจาก “โจอี้ ภูวศิษฐ์” จะมาแนะนำซิงเกิลใหม่แล้ว งานนี้ยังได้สร้างรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะให้ดีเจและแฟน ๆ กันทั้งรายการเลยทีเดียวภาพ : รายการพฤหัสจุ๊กกรู้ววว

บ้านพักร้างสร้างเรื่อง! 12 พยานหลอนเห็นตรงกัน ขนาดทำบุญใหญ่แล้วก็ยังดุดัน ไม่เกรงใจใคร! | อังคารคลุมโปง

27 ธ.ค. 2022

บ้านพักร้างสร้างเรื่อง! 12 พยานหลอนเห็นตรงกัน ขนาดทำบุญใหญ่แล้วก็ยังดุดัน ไม่เกรงใจใคร! | อังคารคลุมโปง

รายการ ‘อังคารคลุมโปง’ ที่ผ่านมา (20 ธันวาคม 2565) ได้เชิญ ‘คุณแจ็ค The Ghost Radio’ กลับมาเล่าเรื่องผีกันอีกครั้ง คราวนี้แพ็คความหลอนมาเต็มกระเป๋าต้อนรับปีใหม่ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘ผีในวงเหล้า’ งานนี้ทำเอาดีเจแนน และดีเจซันเดย์ต้องอ้าปากค้าง ยกให้เป็นเรื่องหลอนระดับสิบกันเลยทีเดียว !คุณแจ็คเกริ่นเรื่องว่า ในทุก ๆ วงสนทนา และการดื่มกินสังสรรค์ ภายใต้ค่ำคืนแห่งความมืดมิด บรรยากาศหลอน ๆ ชวนให้ต้องเล่าเรื่องผี ดังนั้นเรื่องที่จะเล่านี้ ผีไม่ได้ปรากฏขึ้นมาในวงเหล้าให้เห็นจะ ๆ แต่เป็นเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นในวงสนทนาเรื่องนี้มาจาก ‘คุณเยี่ยม’ เพื่อนของ ‘คุณเซน’ แฟนรายการ The Ghost Radio เขาเล่าว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับกลุ่มคน 12 คน ที่อยู่ในสถานที่เดียวกัน ทั้งหมดเป็นพยานความหลอนในครั้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อช่วงที่พึ่งเข้าไปทำงานใหม่กับบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งในตำแหน่ง ‘โฟร์แมน’ หรือ ‘ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง’ ครั้งนั้นได้รับมอบหมายให้ไปทำงานสร้างห้างสรรพสินค้าในจังหวัดปราจีนบุรี ทางคุณเยี่ยมและเพื่อนร่วมงาน ก็ต้องเดินทางไปประจำที่ไซต์งานแห่งนั้น โดยทางบริษัทได้จัดหาที่พักไว้ให้ และต้องอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 7 เดือนเต็มที่พักแห่งนี้มีลักษณะเป็นคูหาทั้งหมด 8 ห้องใหญ่ กำแพงไม่ติดกัน เหมือนเป็นแท่งสี่เหลี่ยมยาว ๆ ลึกเข้าไป ด้านหน้าของตึกติดตั้งระเบียงเหล็ก (คล้ายกับตะแกรงเหล็ก) และมีบันไดขึ้นทั้ง 2 ทาง เหมือนทางขึ้นเมรุอย่างไรอย่างนั้น ซึ่งทางบริษัทจัดหาไว้ให้ 3 ห้อง นับเรียงจากฝั่งซ้าย (คุณแจ็คขอเรียกเป็นห้องซ้าย ห้องกลาง ห้องขวา) แต่ละห้องจะแบ่งเป็น 2 ห้องนอน (นอนด้วยกันห้องนอนละ 2 คน ก็จะพอดีจำนวน 12 คน) คุณแจ็คเล่าเสริมว่า อาชีพโฟร์แมนจะมีความรู้เรื่ององค์ประกอบการก่อสร้าง แต่เมื่อได้เห็นที่พักที่ถูกจัดให้พักนั้นก็เกิดความรู้สึกว่ามัน ‘แปลก’ ชอบกลในแต่ละห้อง ส่วนของชั้นล่างจะโล่ง มีบันไดขึ้นชั้นบน มีห้องนอน 2 ห้อง คือ ห้องนอนด้านหน้าที่ติดกับระเบียงเหล็ก และห้องนอนด้านหลัง ส่วนที่แปลกคือประตูทางเข้าของห้องนอนด้านหน้าต้องเข้าจากทางระเบียงเท่านั้น ไม่มีประตูให้เข้าจากข้างใน แม้จะเป็นสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยเพียงใด เหล่าโฟร์แมนทั้ง 12 คนก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะที่พักแห่งนี้ถูกจัดมาให้เรียบร้อยแล้ว ถ้าจะให้หาที่พักใหม่ ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเองวันหนึ่ง หลังจากเลิกงาน ก็มีปาร์ตี้สังสรรค์กินดื่มกันบ้างเป็นเรื่องปกติ 1 ใน 12 โฟร์แมน นามว่า ‘คุณต้อม’ บอกว่ารู้สึกเหนื่อย จึงขอเข้าไปนอนพักแทนที่จะสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงาน สมาชิกที่เหลือไม่ได้ผิดสังเกตอะไร จึงดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน จนถึงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม คุณต้อมก็วิ่งหน้าตื่นออกมาจากห้อง แล้วบอกว่า “ผีอำว่ะ” เพื่อนร่วมงานที่เป็นชายปากกล้าก็ถามกลับไปว่า “คิดมากไปหรือเปล่า นอนมากไป ฝันมากไป ผีไม่มีหรอก และผีที่อำเนี่ย ผู้หญิงหรือผู้ชาย ถ้าเป็นผู้หญิง เดี๋ยวจัดการให้” สิ้นเสียงนั้น ทุกคนในที่นั้นก็เห็นผ้าขนหนูผืนบางที่ถูกแขวนอยู่ตรงผนังหลุดออกมา แล้วก็ถูกเหวี่ยงมาใส่หน้าของผู้ชายคนนั้น! ทุกคนทั้งอึ้งและงงกับเหตุการณ์นั้น จากนั้นพี่ซีเนียร์ในกลุ่มก็พยายามพูดเพื่อไม่ให้ทุกคนหวั่นกระเจิงไปกันใหญ่ว่า “ห้องนี้ไม่ได้ปิดประตูหน้าต่างให้มันดี ลมมันอาจจะพัดมาก็ได้” แต่ทุกคนก็อดคิดไม่ได้ช่วงกลางวันของวันต่อมา คุณเยี่ยมก็ออกเดินสำรวจพื้นที่รอบ ๆ สิ่งหนึ่งที่เห็นคือบริเวณหน้าประตูมีปี่เซียะตั้งอยู่ นั่นไม่ใช่จุดที่ผิดสังเกต แต่สิ่งที่ชวนสงสัยคือทุกซอกทุกมุมของตึกไม่ว่าจะเป็นประตู หน้าต่าง มีปี่เซียะวางอยู่ทุกจุด! คุณเยี่ยมคิดว่าเจ้าของตึกอาจจะมีความเชื่อทางด้านนี้ และเขาเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปี่เซียะมีไว้ทำไม จึงไม่ได้สนใจแม้จะสงสัยอยู่ในใจก็ตามหลังจากนั้นหลังเลิกงาน ปาร์ตี้สังสรรค์ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง เวลาประมาณเที่ยงคืนทุกคนก็เริ่มแยกย้ายไปนอน เริ่มจากห้องกลาง เป็นห้องของคุณเยี่ยมและคุณต้อม ระหว่างที่กำลังจะเคลิ้มหลับประมาณตีหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงคนเดินขึ้นมาจากบันได คล้ายกับเสียงรองเท้าคัทชูไม่ก็ส้นสูง คุณเยี่ยมนอนฟังอยู่ก็นึกสงสัยว่าใครกันที่จะใส่รองเท้าแบบนั้นเดินขึ้นบันได เพราะทั้งเขาและคุณต้อมต่างก็เป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ จากเสียงรองเท้ากระทบกับปูนก็เปลี่ยนเป็นเสียงที่กระทบกับเหล็กดัง “ก๊องแก๊ง ก๊องแก๊ง” ไปตามจังหวะการเดินคุณเยี่ยมที่นอนอยู่มองเห็นเงาของผู้หญิงผ่านหน้าต่าง สักพักเงานี้ก็เอาอะไรบางอย่างทุบกำแพงดัง “ตึงๆๆๆๆ” ซึ่งคุณเยี่ยมที่นอนอยู่ก็คิดว่าคงโดนเข้าให้แล้ว จึงหันไปหาคุณต้อมที่นอนอยู่ข้าง ๆ ก็พบว่า คุณต้อมเองก็ไม่ได้หลับเช่นกัน! ทั้งคู่ตาเบิกโพลงและทำได้แค่มองหน้ากัน ไม่ทันได้หายตกใจ เงาร่างนั้นก็เดินไล่บนระเบียงไปห้องซ้ายไปห้องขวา เดินไปเดินมา (ระเบียงเชื่อมกันหมด) จนถึงตีสาม คุณเยี่ยมและคุณต้อมก็ยังนอนฟังเสียงนั้นอยู่และไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเจอกับอะไร!วันต่อมา ทั้งคู่ได้เล่าเรื่องที่เจอให้กับทุกคนฟัง ฝ่ายห้องขวาเป็นผู้หญิงก็บอกว่า “หนูคิดว่าหนูได้ยินแค่ 2 คน” ส่วนห้องทางซ้ายเป็นพี่ซีเนียร์คู่กับผู้ชายปากกล้าก็บอกว่า “ได้ยินเสียงเดินแบบนี้ทั้งคืน ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร” เมื่อทุกคนไม่รู้ว่ากำลังเจอกับอะไร แต่หลังจากนั้นเป็นเวลากว่า 1 อาทิตย์ เมื่อเข้าสู่เวลาตีหนึ่ง เสียงนั้นก็จะดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และไม่มีใครใจกล้าพอที่จะออกไปดูว่ามันคืออะไรกันแน่..เรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นจากห้องข้างหน้าไม่พอ ห้องข้างหลังเองก็เช่นกัน เขาเล่าว่า “ตอนที่นอนอยู่นั้น ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แต่ผมโดนผีอำ” ไม่ได้โดนผีอำแค่คนเดียว แต่ทุกคนที่นอนอยู่ห้องข้างหลังก็โดนผีอำกันทุกคน! เมื่อเรื่องมันชักจะไปกันใหญ่ ทุกคนจึงตกลงกันว่าหลังจากนี้จะไม่ดื่มแอลกอฮอล์กันอีกและนอนให้เร็วขึ้น เผื่อว่าจะดีขึ้นเมื่อเปลี่ยนเวลาให้นอนเร็วขึ้น คุณเยี่ยมกลับไม่สบายตัวอย่างที่คิด เขานอนกระสับกระส่าย จนถึงเวลา 4 ทุ่ม เสียงเคาะหน้าต่างก็ดังขึ้น! “พี่ๆ ช่วยหนูด้วย!” เป็นน้องผู้หญิง 2 คน ที่มาจากห้องขวาวิ่งมาขอความช่วยเหลือ เมื่อเปิดประตูออกไป น้องก็บอกว่า “หนูอ่ะ หลับไปแล้ว ส่วนเพื่อนอีกคนลุกไปเข้าห้องน้ำ ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนมาทำกับข้าวอยู่ข้างล่าง แล้วก็มีเสียงคนซักผ้า” เธอเล่าต่อว่าพอเข้าห้องน้ำเสร็จก็ปิดไฟเดินกลับมาที่ห้อง เพื่อนคนที่นอนอยู่ก็นอนบิดไปบิดมา สักพักก็เอามาคว้าอะไรบางอย่าง แล้วก็ตะโกนออกมา “ว๊ากกกกก!” หลุดออกมาจากอาการผีอำ! เธอเล่าเพิ่มเติมว่าเหมือนมีผู้หญิงคนนึงมานั่งทับที่หน้าอก แล้วก็จับตัวไว้ไม่ให้ขยับ พอเพื่อนที่ลุกไปเข้าห้องน้ำกลับมา ถึงได้หลุดออกจากตรงนั้น เมื่อเห็นท่าไม่ดี จึงวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือหลังจากได้ยินเสียงผู้หญิงเรียก ทุกคนก็มารวมตัวกันที่ห้องกลาง และพร้อมใจบอกว่า “โดนผีอำเหมือนกัน” ซึ่งจะโดนแตกต่างกันไป ผู้หญิงบ้าง ผู้ชายบ้าง บางคนไม่เห็นตัวแต่ขยับตัวไม่ได้ คุณเยี่ยมซึ่งไม่เคยโดนผีอำก็โดนเช่นกัน เหตุการณ์คือ ขณะที่กำลังนอนอยู่ เห็นผู้หญิงเดินเข้ามาในห้อง แล้วก็เอามานั่งทับที่หน้าอก จากนั้นก็บีบคอ คุณเยี่ยมก็พยายามขัดขืนแต่ก็ทำไม่ได้ และหันไปหาเพื่อนที่นอนอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับตะโกนเรียก แต่เรียกเท่าไหร่ ก็ไม่มีเสียงใดเล็ดลอด จึงนึกถึงพระ จากนั้นเสียงก็ออกมา เพื่อนที่นอนอยู่บอกว่าได้ยินเสียงแปลก ๆ จึงปลุกคุณเยี่ยมให้ตื่นด้วยความที่ทั้งหมดเป็นพนักงานใหม่ การจะย้ายออกแล้วต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเองนั้นก็ดูจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ทุกคนจึงจำใจอยู่ที่นี่ต่อ ในทุก ๆ คืน ตี 1 – 3 ก็จะต้องเจอกับเหตุการณ์หลอนซ้ำ ๆ วนมาไม่จบสิ้น จะมีเพียงวันเสาร์อาทิตย์ที่แต่ละคนได้กลับบ้าน นั่นจึงเป็นเวลาหาเครื่องรางของขลังมาป้องกันตัวเอง ซึ่งมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร…เหตุการณ์ดำเนินมาจนถึงช่วงประมาณเดือนที่ 4 – 5 บริษัทได้เรียกพนักงาน 6 คน เปลี่ยนไปทำงานที่อื่น ทำให้เหลือเพียง 6 คน ที่โชคร้ายยังต้องเผชิญเรื่องหลอนไม่จบไม่สิ้น ทุกคนตกลงกันว่าจะนอนด้วยกัน ห้องละ 3 คน เพื่อความสบายใจ พี่ซีเนียร์พูดขึ้นมาว่า “ที่เราเจอกันอยู่เนี่ย มันไม่ใช่ผีแค่ตัวเดียว น่าจะมีเป็นสิบ” น้อง ๆ ในกลุ่มจึงถามขึ้นว่า “พี่รู้ได้ยังไง?” พี่ซีเนียร์ตอบว่า “กูไปรู้อะไรบางอย่างมา มึงรู้มั้ยว่าค่าเช่าของที่นี่เดือนละเท่าไหร่? 3 คูหา มันเดือนละ 5,000” ซึ่งก็ได้วิเคราะห์ว่า อาจเป็นเพราะตึกนี้มันร้างมาก่อน แล้วพอมีบริษัทมาเช่าให้พนักงานอยู่ เขาก็เลยพยายามมาเคลียร์โดยการเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ มาวางไว้ และยังสังเกตอีกว่า ตลอดเวลา 4 – 5 เดือนที่ผ่านมานี้ ไม่มีใครสักคนที่เดินเข้ามาถามว่าอีก 5 คูหาที่เหลือยังว่างให้เช่ามั้ย ทั้ง ๆ ที่ตรงนี้เป็นทำเลดี ติดถนนใหญ่ ทุกคนจึงคุยกันอีกรอบว่าจะแก้ปัญหานี้กันอย่างไรดี ได้ข้อสรุปว่าจะทำบุญครั้งใหญ่ จึงไปซื้ออาหารและจัดเตรียมสิ่งของสำหรับการทำบุญ…เมื่อวันทำบุญมาถึง ช่วงเวลากลางวันแสก ๆ หลังจากปักธูปไหว้เสร็จ พี่ซีเนียร์ก็ดันคิดอะไรแปลก ๆ ไปหยิบจานและตะเกียบมาเคาะแล้วพูดว่า “อ้าว มากินข้าวกินเร็ว” หลังจากเคาะ ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนกำลังวิ่งลงมาเป็นสิบ ๆ คน ผ้าม่านที่อยู่ตรงนั้นก็ไหวไปมา ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น!หลังจากทำบุญให้ ก็ยังเจออยู่เหมือนเดิมไม่เบาลงเลย แม้ทุกคนจะรู้อยู่แก่ใจว่าที่แห่งนี้มีอะไรบางอย่างมาอยู่ร่วมด้วย แต่ก็ทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ จึงต้องอยู่และทำงานกันต่อไป จนกระทั่งถึงเดือนที่ 7 พนักงานกลุ่มนี้ต้องย้ายออก ก็ได้มีพนักงานใหม่เข้ามาอยู่แทน ทั้ง 2 กลุ่มได้คุยกัน หนึ่งในกลุ่มที่มาใหม่บอกว่า “ผมเอาลูกมาอยู่ด้วย วันหนึ่งผมเห็นลูกผมยื่นขนมให้ใครก็ไม่รู้” ในวันย้ายออกมีการจ้างรถชาวบ้านมาช่วยขนย้าย คุณลุงที่เป็นคนขับรถก็ชวนคุยระหว่างทาง “นึกว่าใครมาอยู่ ที่แท้ก็นายช่างนี่เอง แล้วมาอยู่ได้ยังไง ที่นี่ผีดุ นายช่างไม่รู้เหรอ” จากนั้นทุกคนก็รุมถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…คุณลุงเล่าว่าย้อนกลับไปว่า สมัยก่อนที่ตรงนั้นยังเป็นป่าช้า จากนั้นก็มีการล้างป่าช้า ซึ่งก็ไม่รู้ว่าล้างหมดหรือไม่ ส่วนใกล้ ๆ กับบริเวณนั้นเป็นลานโล่ง แล้วก็มีการสร้างโรงพยาบาล คนที่เป็นเจ้าของที่เห็นว่ามันน่าจะพัฒนาที่ดินได้ จึงอยากสร้างอาคารพาณิชย์ แม้จะมีเสียงรอบข้างห้ามปราม แต่เขาก็ดึงดันที่จะสร้าง รวมทั้งไม่ได้สนใจโครงสร้างและการออกแบบเลย ตึกที่ได้จึงมีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมยาววางเรียงกันเหมือนกับโลงศพ! พอมีคนมาเช่า ผลประกอบการก็ไม่ดี ทำมาค้าขายไม่ขึ้น จึงให้ซินแสเข้ามาช่วยดู เขาจึงแนะนำว่าให้ปรับหน้าตาของอาคารให้ดูดีขึ้น ให้มันมีอะไรอยู่ข้างหน้าหน่อย จึงเป็นที่มาของการสร้างระเบียงนั่นเอง นั่นยิ่งทำให้เหมือนทางขึ้นเมรุเข้าไปอีก เรียกได้ว่ายิ่งแก้ยิ่งเละและเมื่อขุดประวัติลึกเท่าไหร่ ความน่ากลัวของคูหาเหล่านี้ก็ยิ่งทวีคูณ ห้องกลางนั้นมีเคยมีผู้หญิงผูกคอตาย ห้องขวาเคยมีสามีภรรยาทะเลาะกัน ฝ่ายชายลงมือฆ่า ส่วนห้องซ้ายเป็นสามีภรรยาเช่นกัน ฝ่ายชายฆ่าฝ่ายหญิง แล้วกินยาฆ่าตัวตายตาม ยังไม่นับรวมเคสอื่น ๆ อีก รวมแล้วมีการเสียชีวิตเกิดขึ้นกว่า 5 ราย ส่วนคูหาอื่นที่ไม่มีคนเข้าไปอยู่ก็ไม่รู้ว่ามีเคสอะไรเกิดขึ้นบ้าง…และนี่คือเหตุการณ์หลอนทั้งหมด ที่โฟร์แมนทั้ง 12 คนเป็นพยานรู้เห็นความหลอนในครั้งนี้ติดตามความหลอนย้อนหลังได้

album
efm
-

-