2 รอบไปเลยสิครับ! COLDPLAY ประกาศโชว์ราชมังรอบใหม่เจอกัน 4 กุมภา 2567

ENTERTAINMENT NEWS

2 รอบไปเลยสิครับ! COLDPLAY ประกาศโชว์ราชมังรอบใหม่เจอกัน 4 กุมภา 2567

26 มิ.ย. 2023

Coldplay ประกาศรอบการแสดงเพิ่มที่กรุงเทพฯ แล้วหลังจากบัตรขายหมดเกลี้ยงภายใน 2 วันแรกที่เปิดขาย แล้วเตรียมพบกันใน Music Of The Spheres World Tour รอบใหม่ 4 กุมภาพันธ์นี้ ซื้อบัตรพร้อมกันวันศุกร์ที่ 30 มิถุนายนนี้ ทาง coldlplay.com

 

นอกจากจะเพิ่มรอบตามกระแสตอบรับที่กรุงเทพฯ แล้ว Coldplay เดินหน้าทำลายสถิติด้วยการเป็นวงดนตรีแรกที่จัดการแสดงถึง 6 รอบที่ Singapore’s National Stadium โดยแฟน ๆ ชาวไทยกาปฏิทินรอ Coldplay คอนเฟิร์ม มาแน่ 3 และ 4 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน

 

จำหน่ายบัตรรอบการแสดงใหม่ ศุกร์ที่ 30 มิถุนายน 10.00 น.เป็นต้นไป ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขายบัตรได้ที่ coldplay.com/tour

 

ภาพ : Anna Lee Media

related ENTERTAINMENT NEWS

“แพทรีเซีย กู๊ด” เปิดใจถึงความรู้สึกหลังถูก “โน๊ต วิเศษ” ขอแต่งงาน พร้อมเผยอยากมีเบบี๋ก่อนอายุ 30 ปี

22 ก.ค. 2022

“แพทรีเซีย กู๊ด” เปิดใจถึงความรู้สึกหลังถูก “โน๊ต วิเศษ” ขอแต่งงาน พร้อมเผยอยากมีเบบี๋ก่อนอายุ 30 ปี

หลังจากที่นางเอกสาว “แพทริเซีย กู๊ด” ประกาศข่าวดีถูกนักธุรกิจหนุ่ม “โน๊ต วิเศษ” เซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแต่งงานที่ประเทศอังกฤษ ล่าสุด “แพทริเซีย” ก็ได้เปิดใจถึงความรู้สึกหลังถูกขอแต่งงานว่า ‘เซอร์ไพรส์จริง ๆ แต่ก็แฮปปี้มาก ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ เขาบินตามไปหาที่อังกฤษโดยเฉพาะเลย วันนั้นเราไปเดินสวนกัน ถ่ายรูปกันนิดหน่อย เขาแอบกดอัดวิดีโอไว้ หันมาอีกทีเห็นเขาคุกเข่า ก็สตั้น พูดอะไรไม่ออก และถามเขาไปว่ามีอะไรไหม แล้วเขาก็พูดเบา ๆ ว่า ‘แต่งงานกันนะ’ จังหวะนั้นหนูก็ช็อค ตัวชา น้ำตาไหลออกมาเลย เขาบอกว่าถ้าไม่ได้ขอปีนี้ อีก 2-3 ปีข้างหน้าเราก็ยังคบกันอยู่ และตอนนี้เขาพร้อม ทุกอย่างก็ลงตัวแล้ว เขาเลยขอ ชีวิตคู่มันยังมีอะไรที่ต้องเรียนรู้และผ่านอุปสรรคไปอย่างมากมาย แต่ถ้าเขามั่นใจในตัวหนู หนูก็พร้อม...’ ‘สำหรับแพลนงานแต่ง คาดว่าประมาณช่วงสิ้นปีหน้า เริ่มมีไปดูสถานที่กันไว้บ้างแล้ว แต่ฤกษ์แต่งวันไหน ยังไม่ลงตัว เพราะตอนนี้ทั้งคู่งานเยอะมาก และหนูก็อยากมีเบบี๋ก่อนอายุ 30 ปี ส่วนครอบครัวของเขาก็ต้อนรับอย่างดี รักเราเหมือนเป็นลูกคนหนึ่งเลย ตั้งแต่วันแรกเขาเป็นยังไงวันนี้ก็เป็นแบบนั้น ทุกคนคือซัพพอร์ตเราตลอด แฮปปี้ที่มีวันนี้...’ ภาพ : patriciagood

“จัสติน บีเบอร์” ป่วยอัมพาตครึ่งหน้า จำเป็นต้องยกเลิกงานทัวร์คอนเสิร์ตทั้งหมด เพื่อรักษาตัวให้หายดี

12 มิ.ย. 2022

“จัสติน บีเบอร์” ป่วยอัมพาตครึ่งหน้า จำเป็นต้องยกเลิกงานทัวร์คอนเสิร์ตทั้งหมด เพื่อรักษาตัวให้หายดี

ทำเอาแฟน ๆ ช็อคและเป็นห่วงกันเลยทีเดียว หลังจาก “จัสติน บีเบอร์” ได้โพสต์คลิปวิดีโอแจ้งอาการป่วยผ่านอินสตาแกรม โดยเขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค “แรมเซย์ ฮันท์ซินโดรม”เว็บไซต์พบแพทย์ระบุว่าเป็นโรคที่เกิดจากภาวะแทรกซ้อนจากงูสวัดโดยตรงเกิดจากการที่เชื้อไวรัสเข้าไปจู่โจมเส้นประสาทสมองทำให้เขาไม่สามารถขยับใบหน้าซีกขวาได้ ซึ่ง “จัสติน บีเบอร์” ได้เล่าว่า “อาการเหล่านี้มาจากไวรัสโจมตีเส้นประสาทในหู และเส้นประสาทบนใบหน้า จนทำให้ใบหน้าของผมเป็นอัมพาตอย่างที่คุณเห็น ดวงตาข้างนี้กระพริบไม่ได้ ผมยิ้มไม่ได้ รูจมูกก็จะไม่ขยับ ใบหน้าข้างนี้ของผมเป็นอัมพาตไปแล้ว”อาการในตอนนี้ค่อนข้างเลวร้าย และต้องทำกายภาพใบหน้าเพื่อให้กลับมาเป็นปกติ สำหรับงานทัวร์คอนเสิร์ต “Justice World Tour” ทั้งใน โตรอนโต, วอชิงตัน ดี.ซี. และนิวยอร์ก ต้องยกเลิกไปก่อน เพื่อรักษาตัวให้หายดี ซึ่ง “จัสติน บีเบอร์” ได้ทิ้งท้ายไว้ว่า “สำหรับคนที่ผิดหวังกับการยกเลิกคอนเสิร์ตของผม ร่างกายของผมมันไม่สามารถทำได้จริง ๆ มันค่อนข้างหนัก อย่างที่พวกคุณเห็น ร่างกายบอกให้ผมต้องช้าลง ผมหวังว่าพวกคุณจะเข้าใจผมจะใช้เวลานี้เพื่อพักผ่อน ผ่อนคลาย จะได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม 100%เพื่อที่ผมจะได้ทำในสิ่งที่ผมรัก”

บ้านพักร้างสร้างเรื่อง! 12 พยานหลอนเห็นตรงกัน ขนาดทำบุญใหญ่แล้วก็ยังดุดัน ไม่เกรงใจใคร! | อังคารคลุมโปง

27 ธ.ค. 2022

บ้านพักร้างสร้างเรื่อง! 12 พยานหลอนเห็นตรงกัน ขนาดทำบุญใหญ่แล้วก็ยังดุดัน ไม่เกรงใจใคร! | อังคารคลุมโปง

รายการ ‘อังคารคลุมโปง’ ที่ผ่านมา (20 ธันวาคม 2565) ได้เชิญ ‘คุณแจ็ค The Ghost Radio’ กลับมาเล่าเรื่องผีกันอีกครั้ง คราวนี้แพ็คความหลอนมาเต็มกระเป๋าต้อนรับปีใหม่ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘ผีในวงเหล้า’ งานนี้ทำเอาดีเจแนน และดีเจซันเดย์ต้องอ้าปากค้าง ยกให้เป็นเรื่องหลอนระดับสิบกันเลยทีเดียว !คุณแจ็คเกริ่นเรื่องว่า ในทุก ๆ วงสนทนา และการดื่มกินสังสรรค์ ภายใต้ค่ำคืนแห่งความมืดมิด บรรยากาศหลอน ๆ ชวนให้ต้องเล่าเรื่องผี ดังนั้นเรื่องที่จะเล่านี้ ผีไม่ได้ปรากฏขึ้นมาในวงเหล้าให้เห็นจะ ๆ แต่เป็นเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นในวงสนทนาเรื่องนี้มาจาก ‘คุณเยี่ยม’ เพื่อนของ ‘คุณเซน’ แฟนรายการ The Ghost Radio เขาเล่าว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับกลุ่มคน 12 คน ที่อยู่ในสถานที่เดียวกัน ทั้งหมดเป็นพยานความหลอนในครั้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อช่วงที่พึ่งเข้าไปทำงานใหม่กับบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งในตำแหน่ง ‘โฟร์แมน’ หรือ ‘ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง’ ครั้งนั้นได้รับมอบหมายให้ไปทำงานสร้างห้างสรรพสินค้าในจังหวัดปราจีนบุรี ทางคุณเยี่ยมและเพื่อนร่วมงาน ก็ต้องเดินทางไปประจำที่ไซต์งานแห่งนั้น โดยทางบริษัทได้จัดหาที่พักไว้ให้ และต้องอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 7 เดือนเต็มที่พักแห่งนี้มีลักษณะเป็นคูหาทั้งหมด 8 ห้องใหญ่ กำแพงไม่ติดกัน เหมือนเป็นแท่งสี่เหลี่ยมยาว ๆ ลึกเข้าไป ด้านหน้าของตึกติดตั้งระเบียงเหล็ก (คล้ายกับตะแกรงเหล็ก) และมีบันไดขึ้นทั้ง 2 ทาง เหมือนทางขึ้นเมรุอย่างไรอย่างนั้น ซึ่งทางบริษัทจัดหาไว้ให้ 3 ห้อง นับเรียงจากฝั่งซ้าย (คุณแจ็คขอเรียกเป็นห้องซ้าย ห้องกลาง ห้องขวา) แต่ละห้องจะแบ่งเป็น 2 ห้องนอน (นอนด้วยกันห้องนอนละ 2 คน ก็จะพอดีจำนวน 12 คน) คุณแจ็คเล่าเสริมว่า อาชีพโฟร์แมนจะมีความรู้เรื่ององค์ประกอบการก่อสร้าง แต่เมื่อได้เห็นที่พักที่ถูกจัดให้พักนั้นก็เกิดความรู้สึกว่ามัน ‘แปลก’ ชอบกลในแต่ละห้อง ส่วนของชั้นล่างจะโล่ง มีบันไดขึ้นชั้นบน มีห้องนอน 2 ห้อง คือ ห้องนอนด้านหน้าที่ติดกับระเบียงเหล็ก และห้องนอนด้านหลัง ส่วนที่แปลกคือประตูทางเข้าของห้องนอนด้านหน้าต้องเข้าจากทางระเบียงเท่านั้น ไม่มีประตูให้เข้าจากข้างใน แม้จะเป็นสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยเพียงใด เหล่าโฟร์แมนทั้ง 12 คนก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะที่พักแห่งนี้ถูกจัดมาให้เรียบร้อยแล้ว ถ้าจะให้หาที่พักใหม่ ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเองวันหนึ่ง หลังจากเลิกงาน ก็มีปาร์ตี้สังสรรค์กินดื่มกันบ้างเป็นเรื่องปกติ 1 ใน 12 โฟร์แมน นามว่า ‘คุณต้อม’ บอกว่ารู้สึกเหนื่อย จึงขอเข้าไปนอนพักแทนที่จะสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงาน สมาชิกที่เหลือไม่ได้ผิดสังเกตอะไร จึงดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน จนถึงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม คุณต้อมก็วิ่งหน้าตื่นออกมาจากห้อง แล้วบอกว่า “ผีอำว่ะ” เพื่อนร่วมงานที่เป็นชายปากกล้าก็ถามกลับไปว่า “คิดมากไปหรือเปล่า นอนมากไป ฝันมากไป ผีไม่มีหรอก และผีที่อำเนี่ย ผู้หญิงหรือผู้ชาย ถ้าเป็นผู้หญิง เดี๋ยวจัดการให้” สิ้นเสียงนั้น ทุกคนในที่นั้นก็เห็นผ้าขนหนูผืนบางที่ถูกแขวนอยู่ตรงผนังหลุดออกมา แล้วก็ถูกเหวี่ยงมาใส่หน้าของผู้ชายคนนั้น! ทุกคนทั้งอึ้งและงงกับเหตุการณ์นั้น จากนั้นพี่ซีเนียร์ในกลุ่มก็พยายามพูดเพื่อไม่ให้ทุกคนหวั่นกระเจิงไปกันใหญ่ว่า “ห้องนี้ไม่ได้ปิดประตูหน้าต่างให้มันดี ลมมันอาจจะพัดมาก็ได้” แต่ทุกคนก็อดคิดไม่ได้ช่วงกลางวันของวันต่อมา คุณเยี่ยมก็ออกเดินสำรวจพื้นที่รอบ ๆ สิ่งหนึ่งที่เห็นคือบริเวณหน้าประตูมีปี่เซียะตั้งอยู่ นั่นไม่ใช่จุดที่ผิดสังเกต แต่สิ่งที่ชวนสงสัยคือทุกซอกทุกมุมของตึกไม่ว่าจะเป็นประตู หน้าต่าง มีปี่เซียะวางอยู่ทุกจุด! คุณเยี่ยมคิดว่าเจ้าของตึกอาจจะมีความเชื่อทางด้านนี้ และเขาเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปี่เซียะมีไว้ทำไม จึงไม่ได้สนใจแม้จะสงสัยอยู่ในใจก็ตามหลังจากนั้นหลังเลิกงาน ปาร์ตี้สังสรรค์ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง เวลาประมาณเที่ยงคืนทุกคนก็เริ่มแยกย้ายไปนอน เริ่มจากห้องกลาง เป็นห้องของคุณเยี่ยมและคุณต้อม ระหว่างที่กำลังจะเคลิ้มหลับประมาณตีหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงคนเดินขึ้นมาจากบันได คล้ายกับเสียงรองเท้าคัทชูไม่ก็ส้นสูง คุณเยี่ยมนอนฟังอยู่ก็นึกสงสัยว่าใครกันที่จะใส่รองเท้าแบบนั้นเดินขึ้นบันได เพราะทั้งเขาและคุณต้อมต่างก็เป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ จากเสียงรองเท้ากระทบกับปูนก็เปลี่ยนเป็นเสียงที่กระทบกับเหล็กดัง “ก๊องแก๊ง ก๊องแก๊ง” ไปตามจังหวะการเดินคุณเยี่ยมที่นอนอยู่มองเห็นเงาของผู้หญิงผ่านหน้าต่าง สักพักเงานี้ก็เอาอะไรบางอย่างทุบกำแพงดัง “ตึงๆๆๆๆ” ซึ่งคุณเยี่ยมที่นอนอยู่ก็คิดว่าคงโดนเข้าให้แล้ว จึงหันไปหาคุณต้อมที่นอนอยู่ข้าง ๆ ก็พบว่า คุณต้อมเองก็ไม่ได้หลับเช่นกัน! ทั้งคู่ตาเบิกโพลงและทำได้แค่มองหน้ากัน ไม่ทันได้หายตกใจ เงาร่างนั้นก็เดินไล่บนระเบียงไปห้องซ้ายไปห้องขวา เดินไปเดินมา (ระเบียงเชื่อมกันหมด) จนถึงตีสาม คุณเยี่ยมและคุณต้อมก็ยังนอนฟังเสียงนั้นอยู่และไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเจอกับอะไร!วันต่อมา ทั้งคู่ได้เล่าเรื่องที่เจอให้กับทุกคนฟัง ฝ่ายห้องขวาเป็นผู้หญิงก็บอกว่า “หนูคิดว่าหนูได้ยินแค่ 2 คน” ส่วนห้องทางซ้ายเป็นพี่ซีเนียร์คู่กับผู้ชายปากกล้าก็บอกว่า “ได้ยินเสียงเดินแบบนี้ทั้งคืน ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร” เมื่อทุกคนไม่รู้ว่ากำลังเจอกับอะไร แต่หลังจากนั้นเป็นเวลากว่า 1 อาทิตย์ เมื่อเข้าสู่เวลาตีหนึ่ง เสียงนั้นก็จะดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และไม่มีใครใจกล้าพอที่จะออกไปดูว่ามันคืออะไรกันแน่..เรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นจากห้องข้างหน้าไม่พอ ห้องข้างหลังเองก็เช่นกัน เขาเล่าว่า “ตอนที่นอนอยู่นั้น ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แต่ผมโดนผีอำ” ไม่ได้โดนผีอำแค่คนเดียว แต่ทุกคนที่นอนอยู่ห้องข้างหลังก็โดนผีอำกันทุกคน! เมื่อเรื่องมันชักจะไปกันใหญ่ ทุกคนจึงตกลงกันว่าหลังจากนี้จะไม่ดื่มแอลกอฮอล์กันอีกและนอนให้เร็วขึ้น เผื่อว่าจะดีขึ้นเมื่อเปลี่ยนเวลาให้นอนเร็วขึ้น คุณเยี่ยมกลับไม่สบายตัวอย่างที่คิด เขานอนกระสับกระส่าย จนถึงเวลา 4 ทุ่ม เสียงเคาะหน้าต่างก็ดังขึ้น! “พี่ๆ ช่วยหนูด้วย!” เป็นน้องผู้หญิง 2 คน ที่มาจากห้องขวาวิ่งมาขอความช่วยเหลือ เมื่อเปิดประตูออกไป น้องก็บอกว่า “หนูอ่ะ หลับไปแล้ว ส่วนเพื่อนอีกคนลุกไปเข้าห้องน้ำ ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนมาทำกับข้าวอยู่ข้างล่าง แล้วก็มีเสียงคนซักผ้า” เธอเล่าต่อว่าพอเข้าห้องน้ำเสร็จก็ปิดไฟเดินกลับมาที่ห้อง เพื่อนคนที่นอนอยู่ก็นอนบิดไปบิดมา สักพักก็เอามาคว้าอะไรบางอย่าง แล้วก็ตะโกนออกมา “ว๊ากกกกก!” หลุดออกมาจากอาการผีอำ! เธอเล่าเพิ่มเติมว่าเหมือนมีผู้หญิงคนนึงมานั่งทับที่หน้าอก แล้วก็จับตัวไว้ไม่ให้ขยับ พอเพื่อนที่ลุกไปเข้าห้องน้ำกลับมา ถึงได้หลุดออกจากตรงนั้น เมื่อเห็นท่าไม่ดี จึงวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือหลังจากได้ยินเสียงผู้หญิงเรียก ทุกคนก็มารวมตัวกันที่ห้องกลาง และพร้อมใจบอกว่า “โดนผีอำเหมือนกัน” ซึ่งจะโดนแตกต่างกันไป ผู้หญิงบ้าง ผู้ชายบ้าง บางคนไม่เห็นตัวแต่ขยับตัวไม่ได้ คุณเยี่ยมซึ่งไม่เคยโดนผีอำก็โดนเช่นกัน เหตุการณ์คือ ขณะที่กำลังนอนอยู่ เห็นผู้หญิงเดินเข้ามาในห้อง แล้วก็เอามานั่งทับที่หน้าอก จากนั้นก็บีบคอ คุณเยี่ยมก็พยายามขัดขืนแต่ก็ทำไม่ได้ และหันไปหาเพื่อนที่นอนอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับตะโกนเรียก แต่เรียกเท่าไหร่ ก็ไม่มีเสียงใดเล็ดลอด จึงนึกถึงพระ จากนั้นเสียงก็ออกมา เพื่อนที่นอนอยู่บอกว่าได้ยินเสียงแปลก ๆ จึงปลุกคุณเยี่ยมให้ตื่นด้วยความที่ทั้งหมดเป็นพนักงานใหม่ การจะย้ายออกแล้วต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเองนั้นก็ดูจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ทุกคนจึงจำใจอยู่ที่นี่ต่อ ในทุก ๆ คืน ตี 1 – 3 ก็จะต้องเจอกับเหตุการณ์หลอนซ้ำ ๆ วนมาไม่จบสิ้น จะมีเพียงวันเสาร์อาทิตย์ที่แต่ละคนได้กลับบ้าน นั่นจึงเป็นเวลาหาเครื่องรางของขลังมาป้องกันตัวเอง ซึ่งมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร…เหตุการณ์ดำเนินมาจนถึงช่วงประมาณเดือนที่ 4 – 5 บริษัทได้เรียกพนักงาน 6 คน เปลี่ยนไปทำงานที่อื่น ทำให้เหลือเพียง 6 คน ที่โชคร้ายยังต้องเผชิญเรื่องหลอนไม่จบไม่สิ้น ทุกคนตกลงกันว่าจะนอนด้วยกัน ห้องละ 3 คน เพื่อความสบายใจ พี่ซีเนียร์พูดขึ้นมาว่า “ที่เราเจอกันอยู่เนี่ย มันไม่ใช่ผีแค่ตัวเดียว น่าจะมีเป็นสิบ” น้อง ๆ ในกลุ่มจึงถามขึ้นว่า “พี่รู้ได้ยังไง?” พี่ซีเนียร์ตอบว่า “กูไปรู้อะไรบางอย่างมา มึงรู้มั้ยว่าค่าเช่าของที่นี่เดือนละเท่าไหร่? 3 คูหา มันเดือนละ 5,000” ซึ่งก็ได้วิเคราะห์ว่า อาจเป็นเพราะตึกนี้มันร้างมาก่อน แล้วพอมีบริษัทมาเช่าให้พนักงานอยู่ เขาก็เลยพยายามมาเคลียร์โดยการเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ มาวางไว้ และยังสังเกตอีกว่า ตลอดเวลา 4 – 5 เดือนที่ผ่านมานี้ ไม่มีใครสักคนที่เดินเข้ามาถามว่าอีก 5 คูหาที่เหลือยังว่างให้เช่ามั้ย ทั้ง ๆ ที่ตรงนี้เป็นทำเลดี ติดถนนใหญ่ ทุกคนจึงคุยกันอีกรอบว่าจะแก้ปัญหานี้กันอย่างไรดี ได้ข้อสรุปว่าจะทำบุญครั้งใหญ่ จึงไปซื้ออาหารและจัดเตรียมสิ่งของสำหรับการทำบุญ…เมื่อวันทำบุญมาถึง ช่วงเวลากลางวันแสก ๆ หลังจากปักธูปไหว้เสร็จ พี่ซีเนียร์ก็ดันคิดอะไรแปลก ๆ ไปหยิบจานและตะเกียบมาเคาะแล้วพูดว่า “อ้าว มากินข้าวกินเร็ว” หลังจากเคาะ ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนกำลังวิ่งลงมาเป็นสิบ ๆ คน ผ้าม่านที่อยู่ตรงนั้นก็ไหวไปมา ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น!หลังจากทำบุญให้ ก็ยังเจออยู่เหมือนเดิมไม่เบาลงเลย แม้ทุกคนจะรู้อยู่แก่ใจว่าที่แห่งนี้มีอะไรบางอย่างมาอยู่ร่วมด้วย แต่ก็ทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ จึงต้องอยู่และทำงานกันต่อไป จนกระทั่งถึงเดือนที่ 7 พนักงานกลุ่มนี้ต้องย้ายออก ก็ได้มีพนักงานใหม่เข้ามาอยู่แทน ทั้ง 2 กลุ่มได้คุยกัน หนึ่งในกลุ่มที่มาใหม่บอกว่า “ผมเอาลูกมาอยู่ด้วย วันหนึ่งผมเห็นลูกผมยื่นขนมให้ใครก็ไม่รู้” ในวันย้ายออกมีการจ้างรถชาวบ้านมาช่วยขนย้าย คุณลุงที่เป็นคนขับรถก็ชวนคุยระหว่างทาง “นึกว่าใครมาอยู่ ที่แท้ก็นายช่างนี่เอง แล้วมาอยู่ได้ยังไง ที่นี่ผีดุ นายช่างไม่รู้เหรอ” จากนั้นทุกคนก็รุมถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…คุณลุงเล่าว่าย้อนกลับไปว่า สมัยก่อนที่ตรงนั้นยังเป็นป่าช้า จากนั้นก็มีการล้างป่าช้า ซึ่งก็ไม่รู้ว่าล้างหมดหรือไม่ ส่วนใกล้ ๆ กับบริเวณนั้นเป็นลานโล่ง แล้วก็มีการสร้างโรงพยาบาล คนที่เป็นเจ้าของที่เห็นว่ามันน่าจะพัฒนาที่ดินได้ จึงอยากสร้างอาคารพาณิชย์ แม้จะมีเสียงรอบข้างห้ามปราม แต่เขาก็ดึงดันที่จะสร้าง รวมทั้งไม่ได้สนใจโครงสร้างและการออกแบบเลย ตึกที่ได้จึงมีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมยาววางเรียงกันเหมือนกับโลงศพ! พอมีคนมาเช่า ผลประกอบการก็ไม่ดี ทำมาค้าขายไม่ขึ้น จึงให้ซินแสเข้ามาช่วยดู เขาจึงแนะนำว่าให้ปรับหน้าตาของอาคารให้ดูดีขึ้น ให้มันมีอะไรอยู่ข้างหน้าหน่อย จึงเป็นที่มาของการสร้างระเบียงนั่นเอง นั่นยิ่งทำให้เหมือนทางขึ้นเมรุเข้าไปอีก เรียกได้ว่ายิ่งแก้ยิ่งเละและเมื่อขุดประวัติลึกเท่าไหร่ ความน่ากลัวของคูหาเหล่านี้ก็ยิ่งทวีคูณ ห้องกลางนั้นมีเคยมีผู้หญิงผูกคอตาย ห้องขวาเคยมีสามีภรรยาทะเลาะกัน ฝ่ายชายลงมือฆ่า ส่วนห้องซ้ายเป็นสามีภรรยาเช่นกัน ฝ่ายชายฆ่าฝ่ายหญิง แล้วกินยาฆ่าตัวตายตาม ยังไม่นับรวมเคสอื่น ๆ อีก รวมแล้วมีการเสียชีวิตเกิดขึ้นกว่า 5 ราย ส่วนคูหาอื่นที่ไม่มีคนเข้าไปอยู่ก็ไม่รู้ว่ามีเคสอะไรเกิดขึ้นบ้าง…และนี่คือเหตุการณ์หลอนทั้งหมด ที่โฟร์แมนทั้ง 12 คนเป็นพยานรู้เห็นความหลอนในครั้งนี้ติดตามความหลอนย้อนหลังได้

สาวนอยด์หนัก ! เที่ยงคืนแฟนไม่มีเค้กเซอร์ไพร์สวันเกิด แฟนบอก ‘ก็เลี้ยงมื้อพิเศษไปแล้วไง’ เค้าทวงบุญคุณเรารึเปล่าคะ?

21 ก.ค. 2022

สาวนอยด์หนัก ! เที่ยงคืนแฟนไม่มีเค้กเซอร์ไพร์สวันเกิด แฟนบอก ‘ก็เลี้ยงมื้อพิเศษไปแล้วไง’ เค้าทวงบุญคุณเรารึเปล่าคะ?

เมื่อถึงวันพิเศษของคุณ แต่คนสำคัญไม่มีเซอร์ไพรส์ คุณจะทำอย่างไร? เรื่องราวนี้เป็นเรื่องของ “คุณนี (นามสมมุติ)” ที่โทรเข้ามาปรึกษาในรายการพุธทอล์คพุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (20 กรกฎาคม 2565)โดย “คุณนี (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า คบกับแฟนมา 8 ปี แต่เพิ่งย้ายมาอยู่ด้วยกันประมาณ 2-3 ปี และเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นวันเกิดของ “คุณนี (นามสมมุติ)” แฟนก็เลยชวนไปทานข้าวในคืนวันเสาร์เพื่อเลี้ยงฉลองก่อนถึงวันเกิด และทานข้าวด้วยกันจนถึงเวลาใกล้เที่ยงคืน ระหว่างทางกลับบ้าน “คุณนี (นามสมมุติ)” อยากจะซื้อเค้กก้อนเล็ก ๆ เพื่อไปเป่ากับแฟนสองคน แต่แฟนไม่แวะให้และบ่นง่วงพร้อมหาวเสียงดังใส่ตลอดทาง “คุณนี (นามสมมุติ)” ก็เลยรู้สึกน้อยใจ เพราะคิดว่าทำไมแค่นี้แฟนถึงคิดไม่ได้พอถึงวันเกิด “คุณนี (นามสมมุติ)” กับแฟนก็ไปทำบุญ ซื้อของต่าง ๆ และทานข้าวเที่ยงด้วยกัน พอทานข้าวเสร็จด้วยความที่ “คุณนี (นามสมมุติ)” ยังไม่หายงอนจากเรื่องเมื่อคืน คุณนีจึงได้พูดออกไปว่า ‘ไม่คิดจะซื้อเค้กมาเป่าด้วยกันเลยหรอ แค่เป่าเค้กด้วยกันทำไมถึงคิดไม่ได้’ แต่ “คุณนี (นามสมมุติ)” เพิ่งมารู้ทีหลังว่าจริง ๆ แล้วแฟนแอบเตรียมโดนัทไว้ให้เพื่อจะทำเป็นเค้กวันเกิดไว้เซอร์ไพรส์ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เป่าเค้กเพราะทะเลาะกันก่อน และสิ่งที่ทำให้ “คุณนี (นามสมมุติ)” ติดใจมากที่สุดคือคำพูดของแฟนที่พูดว่า ‘วันเสาร์ก็พาไปเลี้ยงแล้ว ข้าวเที่ยงก็จ่ายให้’ “คุณนี (นามสมมุติ) คิดว่าการที่พูดแบบนี้คือทวงบุญคุณหรอ คุณไม่เต็มใจเลี้ยงเราใช่ไหม “คุณนี (นามสมมุติ)” อยากได้มุมมองจากดีเจทั้ง 3 คน จึงได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจไตเติ้ล – ดีเจต้นหอม” ในรายการพุธทอล์คพุธโทรของ EFM94ซึ่งดีเจทั้ง 3 คนก็ได้ให้คำแนะนำว่า “นี่ไม่ใช่ประโยคทวงบุญคุณ เพราะเขาโดนหาว่าไม่ใส่ใจ ไม่ให้ความสำคัญ เขาจึงต้องอธิบาย ตอนนี้ทั้งสองคนมองกันคนละแบบ อยู่กันมาตั้ง 8 ปีแล้วอย่าให้เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ต้องทำให้เสียบรรยากาศความรัก ในเมื่อเป็นวันพิเศษ เราจงมีความสุขซึ่งกันและกันเพื่อให้เป็นความทรงจำที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นอยากได้อะไรให้บอกกับเขาไปตรง ๆ…” เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album

0
0.8
1