3 มิถุยายนนี้ เตรียมหัวใจให้พร้อม เพราะ ‘NOA’ หนุ่มหล่อมากความสามารถจะมาครอบครองใจของคุณใน NOA 1st LIVE “NO.A” ASIA TOUR IN BANGKOK

ENTERTAINMENT NEWS

3 มิถุยายนนี้ เตรียมหัวใจให้พร้อม เพราะ ‘NOA’ หนุ่มหล่อมากความสามารถจะมาครอบครองใจของคุณใน NOA 1st LIVE “NO.A” ASIA TOUR IN BANGKOK

28 เม.ย. 2023

NOA (โนอา) ศิลปินหนุ่มสุดหล่อมากความสามารถจากญี่ปุ่น มาพบกับทุกคนใน NOA 1st LIVE “NO.A” ASIA TOUR IN BANGKOK ดีเดย์ เสาร์ที่ 3 มิถุนายน 2566 นี้ ณ Lido Connect (Hall 2)

 

หนุ่มหล่อมากความสามารถที่หลงใหลดนตรี หลังจากที่ได้ดู High School Musical เมื่ออายุเพียง 5 ปี “โนอา” ก็เริ่มเป็นที่รู้จักของแฟนๆ หลักจากได้เข้าเป็นศิลปินฝึกหัด YG ent. และเป็นที่รู้จักจากรายการ YG Treasure Box โดยโนอาใช้เวลาฝึกถึง7 ปี ตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้ โนอาในวัย 23 ปีเต็ม ได้เติมเต็มความฝันในเส้นทางดนตรีของเขา ด้วยการผันมาเป็นนักร้อง นักแต่งเพลงอย่างเต็มตัว 

 

การันตีความสามารถด้วย 1st ALBUM『NO.A』ซึ่งเป็นอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกของเขา อย่างเป็นทางการ ภายในอัลบั้ม อัดแน่นไปด้วยเพลงคุณภาพกว่า 14 เพลง มีทั้งเพลง TAXI, Purple Sky เพลงฮิตติดชาร์ตในหลายประเทศ และรวมถึง ซิงเกิลเดบิวต์อย่าง Light Up ที่เขาได้มีส่วนร่วมในการแต่งเนื้อเพลงและเรียบเรียงอีกด้วย   ความนิยมของเขาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เพียงสกิลทางด้านดนตรีที่เขาทำได้ดีเท่านั้น ล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว หนุ่มโนอาได้มีโอกาสก้าวเข้าสู่วงการนักแสดงอย่างเต็มตัว โดยเขาได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์วัยรุ่นเรื่องดังอย่าง Kimi no Hana ni Naru หรือซีรีส์เรื่อง I Will Be Your Bloom ที่กำลังออกอากาศในแพลตฟอร์ม NETFLIX อยู่ในขณะนี้ กับบทบาทหนึ่งในสมาชิกบอยแบนด์วง 8LOOM

 

สาวๆ ชาวไทย กุมหัวใจกันให้ดีๆ เพราะโนอา หนุ่มหล่อมากความสามารถคนนี้ และ Avalon Live พร้อมแล้วที่จะมาสร้างสรรค์คอนเสิร์ตคุณภาพคับฮอลล์ NOA 1st LIVE “NO.A” ASIA TOUR IN BANGKOK กาปฏิทิน เตรียมตัวคว้าบัตรกันให้ดีๆ เพราะงานนี้บัตรมีจำนวนจำกัด และเป็นบัตรยืนทั้งหมด โดยมีทั้งบัตร VIP ราคา 5,000 บาท (จำนวนจำกัด) และบัตร General Admission ราคา 2,500 บาท (ราคายังไม่รวมค่าธรรมเนียมการออกบัตร) เริ่มจำหน่ายบัตรในวันเสาร์ที่ 29 เมษายน 2566 เวลา 10.00 น. ทางไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขาและทาง www.thaiticketmajor.com ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมอื่นๆ ได้ทาง FB/AvalonLive และ Twitter @OfficialAvalon

 

ภาพ AVALONLIVE

related ENTERTAINMENT NEWS

ตกหลุมรักไม่ไหว! กับความพิเศษใส่ใจจาก “คิม มินกยู” ถึงแฟนชาวไทย ในงาน “Heavenly Moment” Kim Mingue Fanmeet in Bangkok

03 พ.ค. 2023

ตกหลุมรักไม่ไหว! กับความพิเศษใส่ใจจาก “คิม มินกยู” ถึงแฟนชาวไทย ในงาน “Heavenly Moment” Kim Mingue Fanmeet in Bangkok

พูดคำว่า “เยี่ยมจริงๆ” แค่ 3 ครั้ง ก็คงไม่พอ สำหรับความสนุกสุดฟิน ในเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง ที่แฟนๆ ได้รับจากนักแสดงหนุ่ม “คิม มินกยู” (Kim MinGue) เจ้าชายลักยิ้มแห่งประเทศเกาหลี ในงานแฟนมีตติ้งครั้งที่สองของเขาในประเทศไทย กับงาน “Heavenly Moment” Kim Mingue Fanmeet in Bangkok ที่จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 22 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา ณ หอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งหนุ่ม “คิม มินกยู” กลับมาประเทศไทยอีกครั้ง ในรอบ 1 ปี เรียกว่าเก็บความคิดถึงเพื่อมารอเจอแฟนๆ ของเขาในวันนี้โดยเฉพาะ ดังนั้นเมื่อได้พบสบตากับแฟนๆ ชาวไทยอีกครั้ง หนุ่มมินกยู เลือกเพลง Love, Maybe จากซีรีส์ Business Proposal เพลงโปรดของเหล่าแฟนๆ มาเปิดต่อมความคิดถึงแรก จากนั้นเขาก็ทักทายแฟนๆ เป็นภาษาไทย ว่า “สวัสดีครับ คิดถึงมากๆ ครับ” พร้อมขอบคุณแฟนๆ ที่มอบความรักให้กับเขาอย่างสม่ำเสมอ จนทำให้เขาได้กลับมาเจอกับแฟนๆ อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ก็ทำให้เขาตื่นเต้นจนมือสั่นเลยทีเดียว แค่เริ่มต้นก็น่าเอ็นดูไม่ไหว ซึ่งงานนี้หนุ่มมินกยูเขาเตรียมความพิเศษมาให้แฟนๆ แบบจุใจ ให้อิ่มหนำไปกับทุกช่วงเวลาใน “Heavenly Moment” ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาพูดคุยเพื่อละลายความคิดถึง ซึ่งหนุ่มมินกยูก็เก็บภาพช่วงเวลาในชีวิตประจำวันของเขา มาแชร์กับแฟนๆ ซึ่งจังหวะนี้ทำเอาแฟนๆ ใจบางไม่ไหว เมื่อได้เห็นมุมความเป็น “ทาสแมว” ของเขาคนนี้ กับประโยคเด็ดทัชใจคนฟัง “แมว แค่อยู่บนโลกนี้ก็ถือว่าเป็นความรักแล้ว” ฟังแล้วอยากยกตำแหน่งหัวหน้าทาสแมวให้ไปเลย โมเม้นต์แรกเรียกว่าเต็มไปด้วยน่ารัก ต่อมาด้วยโมเม้นต์ที่สองที่เต็มไปด้วยความฟิน เพราะนอกจากหนุ่มมินกยูจะมาเล่าถึงผลงานที่ผ่านมาของเขาอย่างซีรีส์ Business Proposal และ The Heavenly Idol ผลงานเรื่องล่าสุดแล้ว ช่วงนี้ยังได้เชิญแฟนคลับผู้โชคดีขึ้นมาแสดงบทบาทจากฉากประทับใจในซีรีส์อีกด้วย งานนี้แฟนๆ ฟิน ส่วนเจ้าชายลักยิ้มของเรานั้นเขินไม่ไหว แต่ความเซอร์วิสเซอร์ใจยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะในซีรีส์ The Heavenly Idol หนุ่มมินกยูเขารับบทเป็น “ท่านมหาปุโรหิตในคราบไอดอล” จึงต้องมีมิชชั่นเซอร์วิสแบบไอดอล ไม่ว่าจะเป็นการทำท่า Ending Fairy ตามมาด้วยจับคู่ความหล่อของเขากับไอเท็มสุดคิ้วท์ และคอร์สเรียนภาษาไทยแบบรวบรัด ซึ่งจบมิชชั่นนี้หนุ่มมินกยูก็ได้เพลงไทยกลับไปร้องให้บรรดาน้องเหมียวที่บ้านฟังแล้ว หลังจากนั้นก็มาถึงโมเม้นต์เวลาดีๆ ที่เรียกว่าเซอร์วิสของจริง! เพราะนอกจากเตรียมเกมส์มาเล่นกับแฟนๆ แล้ว หนุ่มมินกยู ยังเตรียมของขวัญมาให้แฟนๆ ที่ขึ้นมาเล่นเกมส์อีกด้วย เป็นหมวกพร้อมลายเซ็น และพวงกุญแจที่เขา Custom เองกับมือ เป็นของขวัญที่มีชิ้นเดียวในโลก และยังไม่หมด! เพราะยังมีอีกหนึ่งของขวัญเป็นภาพโมเม้นต์น่ารักๆ ที่บอกใบ้ได้แค่ว่า “พระเอกคนอื่นขี่ม้าขาว แต่หนุ่มมินกยูนั้นขี่ไดโนเสาร์” แต่จะเป็นภาพแบบไหน เฉพาะแฟนคลับในแฟนมีตฯ ครั้งนี้เท่านั้น ที่จะได้เห็นภาพสุด Exclusive นี้เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ และแล้วก็มาถึงช่วงเวลาสุดท้ายของงานแฟนมีตติ้งครั้งนี้ หนุ่มมินกยูที่มอบความสุขให้แฟนๆ ไปอย่างเต็มอิ่ม ก็ถึงเวลารับพลังงานแบบบวกๆ จากแฟนๆ กลับไปบ้าง กับคลิปวิดีโอแฟนโปรเจกต์ที่เหล่าแฟนคลับจัดทำขึ้นมา เพื่อเล่าเรื่องราวความรัก ความประทับใจ ความภูมิใจที่พวกเขามีต่อหนุ่มมินกยู งานนี้บอกเลยว่ามีคนเสียน้ำตาหนักมาก โดยเฉพาะหนุ่ม “มินกยู” ที่กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เช่นกัน และพูดขอบคุณแฟนๆ ทั้งน้ำตาว่า..“ความรู้สึกของผมตอนนี้ไม่รู้จะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ยังไง มันประทับใจ ซาบซึ้งใจมากๆ ครับ ผมไม่ได้เป็นคนที่ร้องไห้เก่งขนาดนี้นะครับ แต่ว่ามันเป็นความรู้สึกที่ถ้าไม่เจอกับสถานการณ์แบบนี้ก็อาจจะไม่เข้าใจความรู้สึกของผมที่รู้สึกในตอนนี้ แต่หวังว่าผมกับแฟนๆ ทุกคน จะอยู่ในความรู้สึกแบบนี้ไปด้วยกันไปนานๆ นะครับ ขอบคุณทุกๆ คนที่มางานวันนี้นะครับ ทุกคนมีความสุขเหมือนผมใช่ไหมครับ เพราะทุกคนมางานวันนี้ ผมเลยได้สร้างความสุขไปพร้อมกับทุกคน (ภาษาไทย) “รักทุกคนมากๆ ครับ แล้วพบกันใหม่นะครับ”ทำบรรยากาศซึ้งไปทั้งฮอลล์แล้ว หนุ่มมินกยูก็โบกมือลาแฟนๆ ของเขา ไปด้วยเพลง Suddenly ที่เขาตั้งใจมอบเป็นของขวัญสุดท้ายให้กับแฟนคลับของเขาได้กลับบ้านไปด้วยความประทับใจ ใน “Heavenly Moment” ของวันนี้ภาพ MGCONNEXT

“หลวงตาไหนโยม? วัดนี้ไม่มีหลวงตานะ..” กุฏิชวนหลอน ร่างหลวงตาหายวับไปกับตา !

13 ธ.ค. 2022

“หลวงตาไหนโยม? วัดนี้ไม่มีหลวงตานะ..” กุฏิชวนหลอน ร่างหลวงตาหายวับไปกับตา !

สายแรกของรายการ ‘อังคารคลุมโปง’ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (6 ธันวาคม 2565) เป็นสายจาก ‘คุณต้น’ ที่ได้แชร์ประสบการณ์หลอนของรุ่นพี่ที่รู้จัก มีชื่อเรื่องว่า ‘กุฏิหลอน’ เรื่องราวจะหลอนชวนขนหัวลุกขนาดไหน เชิญสัมผัสได้ข้างล่างนี้เลย..คุณต้นบอกว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 8-9 ปีที่ผ่านมา เป็นเรื่องของรุ่นพี่เอ (นามสมมติ) เกิดขึ้นที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบุรี ซึ่งพี่เอนั้นเรียนทางด้านจิตรกรรม พอเรียนจบ ก็รับงานวาดรูปตามผนังในโบสถ์วัดต่าง ๆ อยู่มาวันหนึ่งก็มีคนติดต่อให้ไปวาดรูปผนังโบสถ์ที่วัดแห่งนี้ให้ เมื่อตกลงกันเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงวันที่พี่เอ จะต้องเดินทางไปวาดรูปที่วัดเมื่อมาถึง พี่เอก็ได้ติดต่อกับหลวงพี่รูปหนึ่ง จากนั้นก็เข้าไปดูสถานที่ รวมถึงรับบรีฟเพื่อให้เข้าใจตรงกันจนเสร็จเรียบร้อย หลวงพี่ก็พาพี่เอไปห้องพัก (คุณต้นเล่าเพิ่มเติมว่า ถ้าพี่เอรับงานวาดรูปที่วัดไหน พี่เอก็จะนอนอยู่ที่วัดเลย) เมื่อไปถึงห้องพัก ซึ่งเป็นกุฏิที่ว่างอยู่ ไม่มีใครใช้ พี่เอที่รับงานและมักจะนอนที่วัดบ่อย ๆ ก็ไม่ได้คิดอะไร บวกกับไม่ใช่คนขี้กลัว จึงจะนอนที่วัดและนำของที่เตรียมมาไปวางไว้ในกุฏิอย่างเช่นที่เคยทำวันแรกของการทำงานเริ่มขึ้นและดำเนินไปอย่างปกติ ช่วงเที่ยงหลังเวลาเพลของพระ ขณะที่พี่เอกำลังวาดรูปอยู่นั้น ก็มีหลวงตารูปหนึ่งเดินมาเรียก “โยม ๆ มากินข้าวก่อนมั้ย?” เมื่อเห็นว่าหลวงตาเอ่ยปาก พี่เอจึงละจากงานที่ทำอยู่ไปกินข้าวตามที่หลวงตาบอก หลังจากเสร็จเรียบร้อย ก็กลับมาทำงานต่อจนถึงเย็นแล้วก็กลับห้องเพื่อพักผ่อนคุณต้นอธิบายลักษณะของกุฏิหรือห้องพักเพิ่มเติมว่า ข้างในก็เป็นกุฏิธรรมดาทั่วไป แต่ตรงกลางห้อง จะมีม่านกั้นอยู่ ทำให้ห้องนั้นแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ทางพี่เอเองก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าคงเป็นถ้วยจานชาม หรือเป็นของที่ไม่ค่อยได้ใช้ คล้ายกับเป็นห้องเก็บของก็เป็นได้ เมื่อไม่ได้คิดอะไร และไม่มีอะไรน่าสงสัยจึงไม่ได้ลองเปิดดู พี่เอก็นอนหลับพักผ่อน ผ่านคืนนั้นไป...เช้าวันต่อมา พี่เอยังคงทำงานปกติ จนกระทั่งคืนนี้ ขณะที่พี่เอกำลังนอนอยู่ ก็ได้ยินเสียงสวดมนต์แว่วดังขึ้นมา จากนั้นก็เริ่มดังก้องกังวานไปทั่วห้อง พี่เอพยายามไม่คิดอะไร และเข้าใจว่าเราอยู่ในวัด ก็คงจะพระสวดมนต์ หรือใครสักคนเปิดเสียงสวดมนต์ดังขึ้นมาเป็นธรรมดา ผ่านไปสักพัก ขณะกำลังจะเคลิ้มหลับ ก็มีกลิ่นธูปลอยมาแตะที่จมูก พี่เอที่มองโลกในแง่ดีแบบสุด ๆ ก็คิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ จากนั้นก็ผล็อยหลับไปเช้าวันที่ 3 นับได้ว่าเป็นครึ่งทางของการทำงานแล้ว (ตกลงกันว่างานจะแล้วเสร็จภายใน 5-6 วัน) ช่วงเย็นหลังเลิกงาน ประมาณ 6 โมง พี่เอจึงลองเดินสำรวจรอบ ๆ วัดว่ามีอะไรบ้าง หลังจากสำรวจจนพอใจก็จะเดินกลับไปยังห้องพัก เมื่อใกล้ถึงห้องพักก็ได้ยินเสียงคนเรียก หันไปตามเสียงก็เห็นเป็นหลวงตาแก่ ๆ รูปหนึ่ง เดินเข้ามาคุยด้วย เป็นคำถามทั่วไปที่ดูเหมือนเป็นการทำความรู้จักกัน เช่น “โยมมาทำอะไร?” ระหว่างที่คุยกับหลวงตา พี่เอก็รู้สึกได้กลิ่นธูปลอยมาจากตัวหลวงตารูปนี้อยู่ตลอดเวลา จังหวะที่คุยกับหลวงตาอยู่นั้น หลวงพี่ที่จัดหาห้องพักให้ก็เปิดกุฏิของท่านออกมา แล้วก็ถามว่า “อ้าวโยม ทำอะไร ยังไม่เข้ากุฏิไปพักอีกหรอ?” พี่เอจึงตอบหลวงพี่ไปว่า “อ๋อ คุยกับหลวงตาอยู่ครับ เดี๋ยวแปปนึง” จังหวะที่หันไปตอบหลวงพี่ แล้วหันกลับมา หลวงตารูปนั้นก็หายไป ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว! พี่เอคิดในใจว่าทำไมท่านเดินไปเร็วจัง จึงได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ และพยายามทำตัวตามปกติ แต่สายตาของหลวงพี่ได้มองไปข้างหลังของพี่เอ จากนั้นจึงบอกว่า “รีบเข้านอนได้แล้ว” และกลับเข้ากุฏิของตัวเองไปกลางดึกคืนนั้น พี่เอรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมา แต่ห้องน้ำนั้นอยู่ไกลต้องเดินออกไปนอกห้องพัก จึงพยายามข่มตาให้หลับ สักพักก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินไปเดินมาอยู่รอบ ๆ มุ้งที่พี่เอนอนอยู่ พอมองออกไปก็เห็นเป็นเงาคนเดินอยู่จริง ๆ จึงเปิดมุ้งออกมาดู ก็เห็นเป็นร่างนึง ยืนอยู่ตรงมุมประตู เป็นชุดจีวรสีเหลืองห่มอยู่ พี่เอจึงพยายามจะเดินไปใกล้ ๆ แล้วร่างนั้นก็หายวับไปกับตา! พี่เอตกใจจึงรีบวิ่งเข้ามาในมุ้ง จากที่ตอนแรกไม่กลัว ตอนนี้พี่เอรู้สึกกลัวมาก ๆ อาการอยากเข้าห้องน้ำก็หายไปหมด และเกิดคำถามว่า “ใครอ่ะ มันคืออะไร?” พี่เอพยายามสงบสติอารมณ์และกลั้นใจนอนต่อไป ไม่นานก็มีเสียงสวดมนต์ดังขึ้นมาจากฝั่งที่เป็นผ้าม่านกั้นอยู่ คราวนี้เป็นกลิ่นสาปเหมือนหนูตายลอยมา พี่เอลืมตาและตามหากลิ่น จากนั้นก็ได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรสักอย่างร่วงตกลงสู่พื้น! ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าคนเดินรอบ ๆ มุ้งของพี่เออีกครั้ง พี่เอจึงเริ่มสวดมนต์เพื่อให้หลุดพ้นจากเหตุการณ์นี้ หลังจากนั้นฝีเท้าก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหัวนอนที่พี่เอนอน แล้วกลิ่นก็หายไป พี่เอที่ไม่รู้จะทำยังไง สวดมนต์เสร็จก็หลับไป ราวกับว่าภาพมันตัดไปเองปกติแล้วทุกเช้า พี่เอจะตื่นออกไปช่วยหลวงพี่ตอนบินฑบาตร แต่เช้านี้ยังไม่เห็นพี่เอตื่น หลวงพี่จึงมาเคาะเรียกที่กุฏิห้องพัก พี่เอได้เล่าเรื่องที่เจอให้หลวงพี่ฟัง หลวงพี่ก็ไม่ได้พูดอะไร เมื่อถึงวันสุดท้ายของการทำงาน พี่เอเก็บข้าวของเสร็จเรียบร้อย ก็บอกหลวงพี่ว่าเห็นหลวงตารูปหนึ่ง อยากจะไปกราบลาท่าน หลวงพี่ก็ถามว่า “หลวงตาไหน?” พี่เอก็อธิบายลักษณะของหลวงตา เมื่อหลวงพี่ได้ยินก็เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะบอกว่า “ถ้าอย่างนั้น โยมตามมานี่” หลวงพี่พาพี่เอกลับมายังกุฏิห้องที่พี่เอพัก แล้วก็เปิดม่านที่กั้นอยู่ สิ่งที่เห็นคือร่างของพระรูปหนึ่งนอนอยู่ในโลงแก้ว!พี่เอเห็นดังนั้นจึงตกใจ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะจำได้แม่นว่าลักษณะเหมือนกันกับหลวงตาที่เดินเข้ามาคุยและที่เจอในคืนนั้นเลย มองข้าง ๆ ก็จะมีรูปตั้งอยู่ นั่นยิ่งตอกย้ำกับพี่เอเลยว่าใช่ ใช่แน่ ๆ เมื่อตั้งสติได้ พี่เอก็กราบลาหลวงพี่และหลวงตา จากนั้นก็กลับบ้านไป...ชมไลฟ์สดย้อนหลัง

สับต่อไม่มีหยุด! “MILLI (มิลลิ)” ร่วมแจมอัลบั้มของ “Devine Channel” อัดแน่นศิลปินแถวหน้าของเกาหลีใต้สุดคับคั่ง!

19 ก.ค. 2022

สับต่อไม่มีหยุด! “MILLI (มิลลิ)” ร่วมแจมอัลบั้มของ “Devine Channel” อัดแน่นศิลปินแถวหน้าของเกาหลีใต้สุดคับคั่ง!

สุดปังแบบไม่มีพักอย่างแท้จริงสำหรับ “MILLI (มิลลิ)” หรือ “ดนุภา คณาธีรกุล” แร็ปเปอร์สาวจากค่าย “YUPP” ล่าสุด! ได้เป็นส่วนหนึ่งของอัลบั้ม “UN-OR-THO-DOX” ผลงานของทีมโปรดิวเซอร์ชื่อดังจากประเทศเกาหลีใต้อย่าง “Devine Channel (ดีไวน์ แชนเนล)” ที่อัดแน่นไปด้วยศิลปินแถวหน้าของวงการดนตรีประเทศเกาหลีใต้เลยทีเดียว แทร็กที่ “MILLI (มิลลิ)” ร่วมร้องกับอีกหนึ่งแร็ปเปอร์ฝีปากฉกาจของประเทศเกาหลีใต้ “Omega Sapien” คือเพลง “E.A.T” แทร็กลำดับที่ 7 จากอัลบั้ม “UN-OR-THO-DOX” ของ “Devine Channel (ดีไวน์ แชนเนล)” โดยเนื้อเพลงเป็นเรื่องราวสนุกๆ ที่เกี่ยวกับการกิน มาพร้อมสกิลการแร็ปภาษาอังกฤษและภาษาไทยสุดมันส์ของ “MILLI (มิลลิ)” เสริมทัพด้วย “Omega Sapien” ที่มีลีลาอย่างลงตัว ภาพ : Devine Channel “MILLI (มิลลิ)” เผยความรู้สึกที่ได้ร่วมงานกับ “Devine Channel” ว่า “ดีใจสุดๆ ไปเลยค่ะ เป็นเกียรติในชีวิตของหนูที่ได้ร่วมงานกับแก๊ง “Devine Channel” บอกเลยว่าอัลบั้มนี้โหดมากๆ ทั้งในเรื่องตัวเพลงและศิลปินที่มาร่วมแจม ส่วนเพลง “E.A.T” ที่ได้ร้องกับคุณ “Omega Sapien” ก็สนุกมาก ก.ไก่ล้านตัว ยังไงก็ฝากเพลงนี้ และอัลบั้ม “UN-OR-THO-DOX” ไว้ด้วยนะคะ”

3 ดีเจแนะ วิธีเลี้ยงลูกอย่างเข้าใจ หลังมีคุณแม่โทรมาปรึกษา ‘ห่วงลูกสาวสอบติดวิศวะ’

17 มิ.ย. 2022

3 ดีเจแนะ วิธีเลี้ยงลูกอย่างเข้าใจ หลังมีคุณแม่โทรมาปรึกษา ‘ห่วงลูกสาวสอบติดวิศวะ’

เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 มิถุนายน 2565) สายที่สองในรายการพุธทอล์คพุธโทร เป็นสายที่ถูกพูดถึงมากที่สุด โดยสัปดาห์นี้มี “ดีเจเผือก - ดีเจอ๋อง - ดีเจต้นหอม” คอยให้คำปรึกษา ซึ่งเป็นสายของ “คุณแม่เหมียว” ที่โทรเข้ามาปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวของลูกสาวที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย โดย “คุณแม่เหมียว” ได้เล่าว่า ลูกสาวสอบติดคณะวิศวกรรมศาสตร์และคบหากับกลุ่มเพื่อน ๆ ผู้ชาย 7 - 8 คน ในกลุ่มจะมีเพื่อนผู้หญิงแค่คนเดียว ส่วนในเรื่องการเรียน “คุณแม่เหมียว” ไม่ค่อยมีความกังวล เพราะลูกสาวมีความรับผิดชอบมาก ๆ แต่เรื่องที่กังวลที่สุด คือ ลูกสาวจะชอบออกไปปาร์ตี้บ่อย ๆ ทำให้อดเป็นห่วงไม่ได้ พอถามลูกสาวก็รู้สึกว่าเราไปกดดันและไม่ไว้ใจเขา “คุณแม่เหมียว” ก็ไม่รู้ว่าจะคุยกับลูกสาวยังไง จึงได้โทรมาปรึกษาในรายการพุธทอล์คพุธโทรของ EFM94 รวมถึงอยากทราบเทคนิคการเลี้ยงลูกในสมัยนี้ด้วย งานนี้ดีเจทั้ง 3 คนก็ได้แนะนำ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นให้ “คุณแม่เหมียว” ได้เข้าใจและไว้ใจลูกสาวให้มากขึ้น ต้องปล่อยให้เขาได้ไปใช้ชีวิตในทางของตัวเอง ปล่อยให้เขาเรียนรู้ที่จะเติบโตและทำให้เขารู้สึกเหมือนแม่เป็นเพื่อนสนิท สามารถคุยกับแม่ได้ทุกเรื่อง ทุกครั้งที่มีปัญหาหรือไม่สบายใจก็พร้อมที่จะนึกถึงแม่เสมอ นอกจากนี้ยังแนะนำคุณแม่ว่าลองทำความรู้จักกับเพื่อน ๆ ของลูกด้วย สุดท้ายไม่ว่าเขาจะถูกแวดล้อมด้วยเพื่อนเพศไหน คณะอะไร แต่ถ้าเขาถูกแวดล้อมด้วยกลุ่มคนที่ดี กลุ่มคนเหล่านั้นจะเป็นคนที่ช่วยดูแลลูกสาวให้คุณแม่เอง… เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร ติดตามชมรายการพุธทอล์คพุธโทร แบบเต็ม ๆ ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=yR0MEp3g_pc สำหรับใครที่มีปัญหา หาทางไม่ออก Inbox มาได้ที่ Facebook : EFM Station และรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime FungFin

album
efm
-

-