‘เมย์ อรวรรณ (MAME)’ นักเขียนนิยาย BL ไทยคนแรก ที่จัดงานแฟนไซน์ในประเทศญี่ปุ่น

ENTERTAINMENT NEWS

‘เมย์ อรวรรณ (MAME)’ นักเขียนนิยาย BL ไทยคนแรก ที่จัดงานแฟนไซน์ในประเทศญี่ปุ่น

17 เม.ย. 2023

       ถึงวันนี้คงไม่มีแฟนนิยายวายคนไหนที่จะไม่รู้จัก "คุณเมย์ - อรวรรณ วิชญวรรณกุล" นักเขียนดังที่ใช้นามปากกาว่า  "MAME"  รวมถึงเป็นผู้บริหารและผู้จัดซีรีส์ของ บริษัท มี มายด์ วาย จำกัด  ที่ประสบความสำเร็จกับบทบาทนักเขียนนิยายวาย Boy Love (BL)  อย่างมาก  จนเป็นที่รู้จักในหลายประเทศ และมีนิยายหลายเรื่องที่ถูกนำไปแปลเป็นภาษาต่างประเทศแล้วทั่วโลก 

       จากประสบการณ์และความตั้งใจทำให้ MAME เป็นนักเขียนนิยายวายไทยคนแรกที่มีโอกาสได้ไปจัดงานแฟนไซน์ไกลถึงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กับงานที่มีชื่อว่า  "BEGINNING OF LOVE MAME 1st FANSIGNING IN TOKYO" เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ที่ผ่านมา

       โดย เมย์ อรวรรณ เปิดใจถึงงานแฟนไซน์ครั้งนี้ว่า   "เอาจริง ๆ ตอนแรกเลยที่รู้ว่ามีทีมออแกไนซ์สนใจจัดงานแฟนไซน์นักเขียนให้กับเมย์  ก็รู้สึกตกใจนะคะ  เพราะไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริง ๆ กับเราหลังจากที่เขียนนิยายมากว่า 10 ปี  แล้วยิ่งเป็นที่ต่างประเทศอีก ปลื้มเลย (หัวเราะ)   ซึ่งตอนแรกที่ประกาศงานออกไป แค่มีคนมาถึงสัก 100 คน เมย์ก็ดีใจแล้ว แต่พอวันสรุปยอดคนซื้อบัตรปรากฏว่ามีคนมา 600 กว่าคนเลย  ดีใจมาก (ยิ้ม)  ที่มีคนมารอเจอเมย์ ชื่นชอบผลงานของเมย์ และเห็นคุณค่าในความพยายามของเมย์มากขนาดนี้   ในวันงานตื่นเต้นจนไม่กล้าไปแอบดูหน้าเวทีเลยค่ะ กลัวทำตัวไม่ถูก (หัวเราะ)  ในงานนี้เมย์ได้มีโอกาสแอบเอาเบื้องหลัง Wedding Plan The Series มาเปิดให้แฟน ๆ ที่ญี่ปุ่นได้ดูก่อนใครเป็นที่แรกด้วยค่ะ

     เมย์อยากขอบคุณแฟน ๆ นิยายขอเมย์ทุกคนทั้งในไทยเองหรือในต่างประเทศก็ตาม  ที่สนับสนุนเมย์เสมอมา ทุกกำลังใจเป็นแรงผลักดันที่สำคัญมาก ๆ ที่ทำให้เมย์ยังตั้งใจทำตามความฝันของตัวเอง จนถึงทุกวันนี้  มันทำให้เมย์อยากทำผลงาน สร้างความสุขให้กับทุกคนออกมาเรื่อย ๆ ไปอีกนาน ๆ เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นนิยายหรือซีรีส์  ยังไงก็ขอฝากผลงานต่าง ๆ ของเมย์ด้วยนะคะ  หวังว่าผลงานทุกชิ้นของเมย์จะสร้างความสุข และรอยยิ้มให้กับทุกคนอยู่เสมอค่ะ"      

ภาพ Me Mind Y

related ENTERTAINMENT NEWS

“เอ้ BOTCASH” เตรียมสร้างผลงานศิลปะชิ้นใหญ่กับอัลบั้มแรกในชีวิต “BEHIND THE SMILE” พร้อมศิลปินชื่อดังอีก 9 คน

03 ส.ค. 2022

“เอ้ BOTCASH” เตรียมสร้างผลงานศิลปะชิ้นใหญ่กับอัลบั้มแรกในชีวิต “BEHIND THE SMILE” พร้อมศิลปินชื่อดังอีก 9 คน

กว่าสองปีที่ “เอ้ BOTCASH” ก้าวขึ้นมาเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วในฐานะดีเจและโปรดิวเซอร์ที่มาพร้อมกับความสามารถในการทำเพลงอีดีเอ็ม ผสมผสานดนตรีไทยที่สร้างความแปลกใหม่และสนุกเร้าใจจนสามารถมัดใจผู้ติดตามใน TikTok ไปสองล้านกว่าคนหลังจากที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการเป็นดีเจและทำเพลงทั่วทั้งเอเชียไปจนถึงเนเธอร์แลนด์พร้อมทั้งอยู่เบื้องหลังเพลงดังของศิลปินชั้นนำมากมายแล้ว ในที่สุด! “เอ้ BOTCASH” ก็พร้อมแล้วที่จะสร้างผลงานศิลปะชิ้นใหญ่จากศาสตร์ดนตรีกับอัลบั้มแรกในชีวิตที่ชื่อว่า “BEHIND THE SMILE” (บีไฮด์ เดอะ สไมล์) อัลบั้มที่จะพาทุกคนไปรู้จักเบื้องหลังรอยยิ้มผ่านเสียงเพลงที่ “เอ้ BOTCASH” ได้สร้างสรรค์มาหลายปี ซึ่งในอัลบั้มชุดนี้จะมีการผสมผสานทั้งดนตรีไทย , อีดีเอ็ม , ร็อก และออเคสตร้า จะรวมกันเป็น ‘สี่ศาสตร์’ โดยมีศิลปินชื่อดังทั้งหมด 9 คนอย่าง “สุนารี ราชสีมา , โมส – จ๋าย ไททศมิตร , แน็ป – The Nap , พลอยชมพู , F.HERO – SCOTT , ยังโอม (YOUNGOHM) และ OG BOBBY” มาร่วมสื่อสารผ่านอัลบั้มนี้ด้วย โดย “เอ้ BOTCASH” ก็ได้เผยความรู้สึกว่า ‘รู้สึกดีมาก ๆ ที่ได้ทำอัลบั้มนี้ อยากทำมานานมากเหมือนให้ของขวัญตัวเองชิ้นใหญ่ มันเพิ่มทั้งแรงบันดาลใจและกำลังใจให้ตัวเอง อยากให้ทุกคนไม่ยอมแพ้ ไม่ท้อแท้ เพราะว่า Behind the Smile มันคือเบื้องหลังรอยยิ้มว่าศิลปินทุกคนเขาผ่านอะไรมาบ้าง กว่าที่จะยิ้มอย่างมีความสุขได้เต็มที่แบบนี้...’ ภาพ : BOTCASH

เซนส์แรงเป็นเหตุ จะเกิดอะไรขึ้น?! เมื่อ ‘คน’ มีเพื่อนเป็น ‘ผี’ !!

27 ต.ค. 2022

เซนส์แรงเป็นเหตุ จะเกิดอะไรขึ้น?! เมื่อ ‘คน’ มีเพื่อนเป็น ‘ผี’ !!

ใครเป็นเด็กหอต้องมีเสียวสันหลัง เมื่อได้ฟังเรื่อง “รูมเมท” จากคุณนุ๊ก สายที่ 2 ในรายการ “อังคารคลุมโปง” เธอได้โทรเข้ามาแชร์ประสบการณ์ขวัญผวาของคนมีเซนส์ เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (25 ตุลาคม 2565)“อยู่ที่ไหน นุ๊กก็จะมีรูมเมท” คุณนุ๊กเปิดหัวเรื่องด้วยประโยคชวนขนลุก ก่อนจะเล่าว่า ในช่วงที่ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่นั้น คุณนุ๊กพักอยู่หอในกับรูมเมท (คน) ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทางคุณนุ๊กเองก็ได้บอกรูมเมทไปล่วงหน้าว่า “เราอาจจะเห็นอะไรแปลกๆ นะ” รูมเมทก็ตอบกลับมาว่า “เราชอบฟังเรื่องผี” ทั้งสองจึงอยู่ด้วยได้กันช่วงแรกหลังจากได้เข้าไปอยู่ คุณนุ๊กก็รู้สึกว่าเหมือนมีใครอีกคนอยู่ในห้อง หลังๆ ก็เริ่มรู้สึกมากขึ้น อย่างตอนที่นั่งทำงานอยู่บนโต๊ะก็จะรู้สึกว่าที่หางตามีผู้หญิงนั่งอยู่ปลายเตียงของรูมเมท ในทุกๆคืน คุณนุ๊กจะสวดมนต์ก่อนนอน แต่ถ้าวันไหนไม่ได้สวด ก็จะรู้สึกว่ามีอะไรมาดึงขาบ้าง มาทุบที่คางบ้างและนั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นมีอยู่วันหนึ่งคุณนุ๊กกลับมานอนพักที่ห้อง ระหว่างที่กำลังกึ่งหลับกึ่งตื่น ตอนนั้นเธอรู้สึกตัว แต่ขยับไม่ได้ จากนั้นก็เห็นคนเปิดประตูเข้ามา ซึ่งก็คิดว่าเป็นรูมเมท สักพักพอคนนั้นเดินมาข้างๆ เตียง เธอก็เริ่มรู้สึกว่ามันแปลกเพราะตรงเตียงของคุณนุ๊กและรูมเมทนั้นจัดชิดติดกันตั้งแต่แรกไม่มีช่องว่างที่จะสามารถเดินเข้ามาได้แล้วคนๆ นั้นเธอเดินเข้ามาระหว่างเตียงคุณนุ๊กกับเตียงรูมเมทได้ยังไง?จากนั้นเธอก็ยื่นมือมาจัดหิ้งพระที่คุณนุ๊กนำมาวางไว้บนหัวเตียง พอเสร็จ เรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้น ก็กำลังจะเกิดขึ้น!เธอค่อยๆ นั่งลงกับพื้นแล้วก็เอามือจับขอบเตียงทั้งสองข้าง ใบหน้ายื่นเข้ามาหาคุณนุ๊กในระยะประชิด! ลักษณะตาโบ๋ลึกเข้าไป ปากก็โบ๋กว้าง คุณนุ๊กคิดในใจว่าไม่ใช่รูมเมทแล้ว ไม่ใช่แม้กระทั่งคนด้วยซ้ำไป จึงพยายามคิดว่าจะทำยังไงให้หลุดออกจากตรงนี้ ในระหว่างนั้นก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น คุณนุ๊กก็หลุดออกจากตรงนั้นพลันคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ปรากฏว่าไม่มีเบอร์ใครโทรเข้ามาเลย คุณนุ๊กไม่รอช้า รีบออกจากห้องทันทีหลังจากวันนั้น คุณนุ๊กก็ไม่กล้านอนคนเดียวในตอนกลางวันอีกเลย และมักจะชวนเพื่อนอีก 2 คนมานั่งเล่นด้วยแทน หนึ่งในบทสนทนาคือประสบการณ์หลอนที่คุณนุ๊กมักจะเจอ แต่แล้วคุณนุ๊กและเพื่อนอีกคนก็ต้องหันมามองหน้ากัน เมื่อได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ดังแว่วมา ทั้งคู่พยายามไม่คิดอะไร และทำตัวให้ปกติที่สุด เพื่อให้เพื่อนอีกคนที่ไม่ได้ยินเสียงนั้นสบายใจนอกจากเหตุการณ์นั้นแล้ว คุณนุ๊กก็ยังเจออีกเรื่อยๆ เช่น มีเพื่อนมาอยู่ด้วยในขณะที่คุณนุ๊กนั่งสวดมนต์อยู่ เพื่อนคนนั้นก็ได้ยินเสียงสวดมนต์เป็นเสียงผู้หญิงหวานๆ ตอนแรกก็นึกว่าเป็นคุณนุ๊กที่สวด แต่พอมองไปที่คุณนุ๊กก็พบว่า เธอสวดอยู่ในใจ ไม่ได้อ้าปากออกเสียงอะไรเลย ส่วนคุณนุ๊กเองก็เคยได้ยินคนสวดมนต์ตามเสียงตัวเองเหมือนกัน ก็เข้าใจว่ารูมเมทมาร่วมสวดด้วย แต่พอหันไปดูก็พบว่าเขาแค่นั่งดูโทรทัศน์ไม่ได้ขยับปากแม้กระทั่งรูมเมทที่บอกว่าชอบฟังเรื่องผี แต่ไม่เคยเจอกับตัว กลายเป็นว่าเขาก็ต้องเจอไปด้วย อย่างในตอนที่ออกมาจากห้องน้ำ ก็เห็นผู้หญิงยืนหันหลังอยู่ คิดว่าเป็นคุณนุ๊ก จึงเรียก แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับแต่อย่างใด รูมเมทจึงไม่ได้สนใจ พอเดินมาที่กลางห้อง ถึงได้เห็นว่าคุณนุ๊กยืนส่องกระจกอยู่ที่หน้าห้องน้ำ ซึ่งเป็นคนละตำแหน่งกับที่เจอเมื่อสักครู่นี้เมื่อไม่สามารถย้ายหอได้เพราะข้อจำกัดหลายๆ อย่าง คุณนุ๊กจึงทำได้เพียงสวดมนต์และแผ่เมตตาให้บ่อยๆ หลังจากนั้นก็เริ่มดีขึ้น ไม่ค่อยปรากฏตัวให้เห็น และเริ่มมาเฉพาะตอนที่ต้องการความช่วยเหลือ เช่น มีครั้งหนึ่งที่คุณนุ๊กป่วย คืนนั้นคุณนุ๊กกำลังโทรคุยกับเพื่อน พอเวลาประมาณ 5 ทุ่ม เพื่อนก็ถามว่า “ห้ะ? พูดว่าอะไรนะ?” จากนั้นสายก็ตัดไป พยายามโทรกลับไปหาเท่าไหร่ก็ไม่ติด แต่ก็ไม่คิดอะไรแล้วก็นอนหลับไป วันต่อมา คุณนุ๊กก็ถามเพื่อนว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อนก็บอกว่าได้ยินเสียงผู้หยิงพูดแทรกเข้ามาว่า “พอแล้วนะ จะให้นอน” ด้วยน้ำเสียงไพเราะฟังสบายและอีกเหตุการณ์ที่คุณนุ๊กจำได้แม่นเลยก็คือ ในตอนนั้น สมุดบัญชีได้หายไปทั้งหมด 2 เล่ม คุณนุ๊กก็มานั่งที่เตียงแล้วก็พึมพำว่า “ช่วยนุ๊กหาสมุดบัญชีหน่อยสิ” สักพักก็มีความรู้สึกให้เดินไปที่เก้าอี้ที่มีประเป๋าแขวนไว้ พอเปิดดูก็พบสมุดบัญชีเล่มหนึ่ง จากนั้นคุณนุ๊กก็กลับมานั่งที่เตียงแล้วบอกว่า “เจอเล่มเดียวเอง แล้วอีกเล่มนึงล่ะ?” หลังจากนั้นก็รู้สึกว่าต้องเดินกลับไปที่เดิม แล้วก็มองไปที่พื้น ซึ่งรอบแรก คุณนุ๊กมั่นใจเลยว่าไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้นจริงๆ พอมารอบนี้ก็พบสมุดบัญชีวางอยู่คุณนุ๊กเล่าเพิ่มว่า ช่วงหนึ่งรูมเมทที่เคยอยู่ด้วยกันมีเหตุต้องย้ายออกไป ทำให้คนใหม่ย้ายมา แต่ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันอย่างสบายใจนัก เพราะคนใหม่มักคุยโทรศัพท์เสียงดัง คุณนุ๊กจึงคิดในใจว่า “อยากนอนอ่ะ จัดการให้หน่อย” หลังจากพูดเสร็จ อยู่ดีๆ รูมเมทคนใหม่ก็วางสายแล้วก็นอนทันทีคุณนุ๊กเองในตอนนั้น ก็รู้สึกเหมือนว่าเขาเป็นเพื่อนคนนึงไปแล้ว ตอนที่ต้องย้ายออกจากหอ คุณนุ๊กก็ร้องไห้เพราะรู้สึกผูกพัน หลังจากนั้นก็มีทำบุญให้เรื่อยๆอีกเหตุการณ์ที่คุณนุ๊กเล่า คือก่อนหน้าที่คุณนุ๊กจะย้ายเข้าไปอยู่ ที่ชั้น 5 ของหอนี้ได้เกิดเหตุมีคนเสียชีวิต คุณนุ๊กเองก็ทราบและไม่อยากอยู่ที่นี่ ไม่อยากได้ห้องหมายเลข 214 ที่เป็นห้องตรงสามแยกพอดี แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ วันหนึ่งขณะกำลังจะเดินไปขึ้นลิฟต์ ก็สังเกตเห็นผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งใส่กระโปรงสั้นเดินเข้าไปในลิฟต์ก่อน แต่คุณนุ๊กอยากขึ้นแค่คนเดียว จึงยืนรออยู่หน้าลิฟต์ ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็ไม่กดลิฟต์สักที คุณนุ๊กจึงเดินเข้าไป ปรากฏว่าในลิฟต์ดันไม่มีใครอยู่เลย คุณนุ๊กที่ชินกับเรื่องแบบนี้ จึงไม่ได้คิดอะไรมาก แต่หลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสคุยกับยามประจำหอ พี่ยามก็บอกว่า “อ๋อ คนเห็นประจำ น่าจะเป็นคนที่ชั้น 5 ส่วนลิฟต์ตัวนั้น เป็นลิฟต์ที่ขนศพเขาลงมา”ปัจจุบัน คุณนุ๊กก็ยังคงมีเซนส์ มักจะเห็นอะไรที่คนปกติไม่เห็นอยู่เสมอสามารถติดตามชมความหลอนย้อนหลังแบบเต็มๆ ได้ทาง

หรือหนูต้องทำแบบนี้... จดทะเบียนสมรสก่อนเลย จะไม่ยอมเป็นน้อยใคร เพราะแฟนไปมีอะไรกับเด็กอายุ 15 ฝั่งนั้นไม่ยอม ให้ไปทำพิธีสวมแหวน แฟนสัญญากับหนูว่าจะทำเป็นแค่พิธี แล้วมาอยู่กับหนูเหมือนเดิม

24 ม.ค. 2023

หรือหนูต้องทำแบบนี้... จดทะเบียนสมรสก่อนเลย จะไม่ยอมเป็นน้อยใคร เพราะแฟนไปมีอะไรกับเด็กอายุ 15 ฝั่งนั้นไม่ยอม ให้ไปทำพิธีสวมแหวน แฟนสัญญากับหนูว่าจะทำเป็นแค่พิธี แล้วมาอยู่กับหนูเหมือนเดิม

“คุณดาว (นามสมมุติ)” อายุ 25 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์คพุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18/01/2023) ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์กับแฟนโดย “คุณดาว (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘คบกับแฟนจะเข้าปีที่ 2 แล้ว เราทำงานที่เดียวกัน แต่เวลาเลิกงานจะไม่ตรงกัน เรื่องเพิ่งเกิดสดๆร้อนๆเลย คือก่อนวันที่จะเกิดเหตุ เราทะเลาะกัน แต่เคลียร์กันลงตัวแล้ว แต่ก็ยังเคืองๆกันอยู่ เขาหนีไปดื่มที่บ้านเพื่อนเขา หายไปทั้งคืนเลย เราติดต่อเขาไม่ได้ ก็เลยให้แม่กับพี่เขาติดต่อแต่ก็ติดต่อไม่ได้อีก หลังจากนั้นเขาก็กลับมาตอนเย็น เราก็ไปถามเขาเขาสารภาพมาว่าไปมีอะไรกับเด็กอายุ 15 ปี เขาเมาแล้วเด็กก็พาเข้าบ้าน ตื่นเช้ามา ทางฝั่งผู้ใหญ่ของเด็กก็ให้ไปขอ เขาก็กลัวเรื่องคดี เขาก็บอกอีกว่า บ้านเขาเลยบอกว่าจะรับผิดชอบเด็กคนนั้น โดยการไปผูกข้อไม้ข้อมือให้มันเรียบร้อย เราก็ถามเขาว่าจะให้เราทำไง จะให้เราถอยให้หรอ แล้วไปอยู่กับเด็กคนนั้นใช่มั้ย แต่เขาบอกไม่อยู่ เขาจะแค่ไปรับผิดชอบว่ามีอะไรกัน แต่เขาจะกลับมาใช้ชีวิตอยู่กับเราเหมือนปกติเลย แต่เขาขอแค่ระหว่างเรื่องนี้อย่าเพิ่งไปบอกใคร อย่าเพิ่งทำอะไร ให้เรื่องนี้มันจบก่อน ซึ่งเขาพูดโดยที่คิดว่าเราไม่ได้รู้สึกอะไรเลย...เราก็ได้พยายามถามเขาแล้วว่าได้ป้องกันมั้ย แต่เขาบอกว่าป้องกัน คือด้วยความเชื่อใจหนูก็คิดว่าเขาคงไปกินเหล้าที่บ้านพี่ที่ทำงานด้วยกัน แล้วบ้านเขากับบ้านเด็กคนนั้นอยู่โซนเดียวกัน ก็อาจจะมีการรู้จัก พูดคุยกันแหละ วันต่อมาเราก็ไปส่องเฟซบุ๊กของเด็กคนนั้น น้องเขาลงสตอรี่ เราก็เลยได้รับรู้ว่าเขาไม่ได้เมาแล้วพลาด แต่เขาคุยกันมาเป็นเดือนแล้ว โดยที่เราไม่รู้ เขาคุยกันในเชิงชู้สาวเลย เราได้ถามเขาในเชิง 18+ แล้วว่าทำไมถึงไปมี แล้วเราไม่มีอะไรให้ในสิ่งที่เขาอยากจะได้ เขาตอบกลับมาว่าน้องมันยังเด็ก มันสวย หุ่นมันดี ด้วยความที่เด็กสมัยนี้โตเกินไว เด็กมันมีในสิ่งที่หนูไม่มี เราเลยถามว่าทำไมไม่ไปหาเด็กคนนั้นเลยล่ะ เขาบอกว่าพี่ภาระเยอะ เราต้องไปถามเขา เขาถึงพูดขอโทษและบอกว่าเสียใจและเราก็ได้ถามเขาว่าถ้าผูกข้อมือแล้วจะจบหรอ เขาบอกว่าจะคุยกับน้องคนนั้นว่าเขาจะไม่อยู่บ้าน แล้วใช้เหตุผลว่าเขาต้องมาทำงานในตัวเมืองทุกวัน ไม่สามารถไปนอนที่นั้นได้เพราะมันไกล และหลังจากที่ผูกข้อมือแล้ว จะไม่มีการจัดงานใดๆ เขาก็จะค่อยๆเฟดตัวออกมา และเขาก็ให้เหตุผลว่าน้องมันยังเด็ก เดี๋ยวมันก็คงไปหาคนอื่นเองแหละในมุมของเราเขาก็เทคแคร์ดี แต่ในมุมของคนอื่น คนที่บ้านเราและเพื่อนที่ทำงานเราก็ไม่มีใครชอบเขาเลย ตอนนี้หนูคิดอะไรไม่ออกเลย สติไม่อยู่กับตัวแล้ว ซึ่งหนูบอกเขาว่าถ้าจบเรื่องนี้ พยายามให้มันจบเร็วที่สุด ถ้าหาทางออกได้แล้วจะกลับมาอยู่กับหนู หนูขอหลักประกันที่มั่นคง คือจดทะเบียนสมรส เพราะที่บอกว่าจะไปขอกับแม่เรา แต่คุณไปผูกแขนกับเด็กคนนั้นก่อน แสดงว่าเราเป็นเมียน้อยเลยนะถึงคุณจะคุยกับบ้านเราก่อนก็ตาม หรือถ้าไม่จดทะเบียนสมรส จะต้องทำสัญญาว่าถ้าใครผิดสัญญาที่ไปมีคนอื่น จะโดนปรับเท่านั้น เท่านี้ เพราะมันสามารถบังคับใช้ได้แล้วถ้าเราได้จดทะเบียนหลังจากที่เขาไปผูกข้อไม้ข้อมือกันแล้ว มันก็ไม่ได้มีผล แต่เราก็คิดว่าถ้าเราไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ ก็ไม่ใครก็ใครต้องแตก! หนูพยายามจะคุยด้วยเหตุผลว่าถ้าคุณยอม เรากลับมาเป็นเหมือนเดิม แล้วทำตามที่ขอได้ คือ จดทะเบียนสมรส หรือไม่ก็มาคุยกับฝั่งเราให้เป็นไปตามจารีตประเพณี แต่ถ้าเขาเลิกไม่ได้จริงๆ เราก็พร้อมไฝว้เลย ถ้าเราไม่ได้ผู้ชายคนนี้ น้องคนนั้นก็ต้องไม่ได้! แล้วเรื่องของสองคนนี้ก็จะไม่เป็นความลับอีกต่อไป และเราก็คิดว่าถ้าวันไหนที่เขาไปคุยกับผู้ใหญ่ฝั่งเด็กคนนั้น หลังจากนั้นไม่เกิน 1 เดือนต้องเลิกคุย ตัดขาดทุกอย่างให้ได้ อยากถามพี่ๆว่าในระหว่างที่เรารอให้เขาไปจัดการเรื่องของเขา ควรจะทำตัวยังไงดี?3 ดีเจก็ได้ให้คำแนะนำว่า ‘หนูควรไปนั่งสมาธิ สมองหนูคือว้าวุ่นเต็มไปด้วยความแค้น ไม่รับความจริง หนูกำลังเอาชีวิตทั้งชีวิตแลกกับผู้ชายที่นอกใจหนูแล้วเขากำลังไปแต่งงาน ต่อให้หนูมีความแค้น มีภาพในหัวว่าจะเอาคืนอย่างนั้น อย่างนี้ก็ตาม ความจริงไม่มีวันเปลี่ยน ความจริงคือเขานอกใจไปแล้ว เขาต้องรับผิดชอบฝั่งนั้น แล้วคิดหรอว่าเขาจะเปลี่ยนผู้ชายคนนี้ไปง่ายๆ ถ้าผู้ชายคนนี้ไม่รับผิดชอบก็ติดคุก แล้วมันคืออะไรที่ดาวจะได้ครอบครอง ของที่มันไม่ดีต้องเสียดายขนาดนั้นเลยหรอตอนนี้เหมือนดาวเป็นน้ำที่มีฝุ่นอยู่ข้างในเต็มไปหมดเลย แล้วความรู้สึกมันวนๆอยู่ในนี้ ดาวมองไม่เห็นคำตอบที่ถูกต้องในชีวิตดาวเลย เพราะมันยังไม่ตกตะกอน น้ำยังไม่ใส ต่อให้ดาวคิดหาคำตอบยังไง ดาวจะคิดแต่วนๆ สักพักจะกลับมาที่ความแค้น รอวันที่ทุกอย่างมันนิ่งจริงๆ ตะกอนมันนอนก้นจริงๆ เห็นความใสของน้ำจริงๆ วันนั้นดาวจะเห็นคำตอบในแก้วใบนั้น....เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางhttps://youtu.be/Y5w2d7AqOLwรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ปิดตำนานร้องเพลง 7 คำ “ตั๊กแตน ชลดา” ก้มกราบ “พี่เอ ศุภชัย” เซอร์ไพรส์ซื้อลิขสิทธิ์เพลงให้

02 ส.ค. 2022

ปิดตำนานร้องเพลง 7 คำ “ตั๊กแตน ชลดา” ก้มกราบ “พี่เอ ศุภชัย” เซอร์ไพรส์ซื้อลิขสิทธิ์เพลงให้

เป็นโมเมนต์สุดประทับใจ ที่ทำเอาแฟนเพลงและ “ตั๊กแตน ชลดา” ถึงกับน้ำตาไหล เมื่อ “พี่เอ ศุภชัย” เซอร์ไพรส์กลางไลฟ์ ในวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่าน ด้วยการซื้อลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมดจากค่ายแกรมมี่มาให้ “ตั๊กแตน” หลังจากที่เจ้าตัวไม่สามารถร้องเพลงที่สร้างชื่อให้ตัวเองได้ เพราะติดเรื่องลิขสิทธิ์โดยทาง “ตั๊กแตน ชลดา” ได้เผยคลิปวินาทีสุดเซอร์ไพรส์ด้วยใบหน้าที่เตรียมเปี่ยมไปทั้งน้ำตาแห่งความสุข ซึ่งในคลิปทางด้าน “พี่เอ ศุภชัย” ได้กล่าวว่า “ทางบ้านคะ ต่อไปนี้ ‘ตั๊กแตน ชลดา’ ไม่ต้องร้องเพลงแค่ 7 คำแล้วนะคะ พี่เอไปซื้อลิขสิทธิ์เพลงทุกเพลงให้ลูกหมดแล้ว ให้ลูกนะ ลูกรับเอาไว้ลูก แม่ให้ลูกจริงๆ ต่อไปนี้ลูกไม่ต้องร้องแค่ 7 คำแล้วลูกเอ๋ย ลูกร้องเป็นพันคำ แสนคำ ได้เลยนะ เราจะได้มาเปิดผ้าม่านกั้นด้วยกันนะลูกแกรมมี่เขาก็น่ารักมาก เขาให้แม่เอามาให้ลูก ลูกต้องรักเขาด้วย ต้องรักกันนะลูก เอฟซีลูกจะได้ดูลูกแล้ว วันนี้เรามีความสุขกัน ไม่ต้องพูดเรื่องอื่นแล้ว ลูกรับเอาไปนะ เรามาเปิดผ้าม่านพร้อมกันนะทุกคน ตอนนี้ลูกร้องได้แล้วอ่านสัญญาเลย ทุกอย่างเป็นของเราแล้ว ลูกร้องได้หมดเลย ร้องได้ทุกที่ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2565 จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2566 ลูกเห็นไหม ทุกอย่างเขาให้เราหมดแล้ว ความสุขของลูก ก็คือความสุขของแม่นะ”จากนั้น “ตั๊กแตน ชลดา” ก็กล่าว “ขอบคุณ” พร้อมก้มกราบที่หน้าตักของ “พี่เอ ศุภชัย” ทั้งน้ำตา ด้าน “พี่เอ ศุภชัย” ก็กล่าวต่อว่า “ไม่เป็นไรลูก มันเล็กน้อยมาก สิ่งที่ลูกขอบคุณแม่ แม่ขอให้ลูกร้องเพลงให้กับแฟนเพลงของลูกทุกคน และก็ร้องให้แม่ได้ฟัง เหมือนวันนั้นที่ลูกจะไปร้องให้พ่อฟัง แต่ก็ร้องไม่ได้เพราะเป็นลิขสิทธิ์ แต่วันนี้แม่ซื้อมาให้แล้ว วันนี้แม่ขอร้องเพลงเปิดผ้าม่านพร้อมกันนะลูก”ภาพ : takkatan_chollada

album
♪efm
-

-