เพราะไม่เชื่อและคึกคะนองอยากลองของดี ตกดึกเจอ ‘ผี’ หลอนจนไข้ขึ้น! เรื่องเล่าจาก ‘แจ็ค The Ghost Radio’

ENTERTAINMENT NEWS

เพราะไม่เชื่อและคึกคะนองอยากลองของดี ตกดึกเจอ ‘ผี’ หลอนจนไข้ขึ้น! เรื่องเล่าจาก ‘แจ็ค The Ghost Radio’

25 พ.ย. 2022

เรื่องราวที่พี่ ‘แจ็ค The Ghost Radio’ นำมาเล่าในรายการ ‘อังคารคลุมโปง’ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (22 พฤศจิกายน 2565) เป็นเรื่องราวที่ทำให้หลายคนต้องเสียวสันหลัง กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘กระทงผี’ เรื่องนี้จะหลอนชวนคลุมโปงแค่ไหน แท็กเพื่อนมาอ่านความหลอนไปด้วยกันเลย!

‘กระทง’ ที่ว่านี้ ไม่ใช่กระทงที่เราคนไทยใช้เพื่อขอขมาพระแม่คงคาในเทศกาลลอยกระทง แต่หมายถึง ‘กระทงเซ่นไหว้’ และเรื่องนี้เกิดขึ้นที่ บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ส่วนเจ้าของเรื่องคือ ‘คุณหนูฝน’ แฟนคลับรายการ ‘The Ghost Radio’ นั่นเอง

เรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อคุณหนูฝนซึ่งเป็นคนไทยคนเดียว ได้เดินทางไปเที่ยวกับแฟนและกลุ่มเพื่อนชาวต่างชาติที่ประเทศอินโดนีเซีย คุณหนูฝนเล่าว่าคนที่บาหลีส่วนใหญ่มักจะนับถือศาสนาฮินดูเป็นหลัก และมีพิธีการเซ่นไหว้เทพเจ้าหรือภูติผีปีศาจต่าง ๆ ผ่านกระทงเซ่นไหว้ จากนั้นก็นำไปวางไว้ในสถานที่ต่าง ๆ ตามถนน เรียกได้ว่าสามารถเห็นได้แทบจะทุก 3 ก้าวเลยทีเดียว แถมยังบอกอีกว่าทุก 3-4 ชั่วโมง ต้องเห็นคนมาไหว้อยู่ตลอด

ระหว่างที่กำลังเดินเที่ยวกันอยู่ ‘คุณซันนี่’ หนึ่งในกลุ่มเพื่อนชาวต่างชาติก็เผลอเดินไปเหยียบกระทงแบบไม่ตั้งใจ คุณหนูฝนจึงบอกให้เพื่อนขอโทษเพราะนี่ถือว่าเป็นความเชื่อของเขา แต่คุณซันนี่ก็ถามกลับว่า “ทำไมต้องขอโทษกระทงด้วย กระทงนี่คืออะไร?” แล้วทั้งกลุ่มก็หัวเราะขำขัน ไม่ได้คิดอะไร แต่ตัวคุณหนูฝนก็พยายามพูดขอโทษแทนคุณซันนี่กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นภาษาอังกฤษประมาณว่า “เพื่อนไม่ได้ตั้งใจนะ” หลังจากนั้นทุกคนก็พากันไปดื่มสังสรรค์ตามแพลนที่วางไว้

ขากลับทุกคนในกลุ่มก็เริ่มกรึ่ม ๆ ปรากฏว่าแฟนของคุณหนูฝน ดันเดินไปเหยียบกระทงที่วางอยู่ข้างทาง หนึ่งในกลุ่มเพื่อนจึงพูดว่า “เธอเดินเหยียบผีอ่ะ ระวังผีหลอกนะ” แล้วทุกคนก็เฮฮากัน เพราะด้วยความที่เป็นฝรั่งก็ไม่ได้คิดหรือมีความเชื่ออะไร แฟนคุณหนูฝนที่กำลังกรึ่มเมาได้ที่ก็บอกว่า “อ๋อ นี่ผีใช่มั้ย? ได้เลย!” แล้วก็เดินไล่เหยียบกระทงทีละอัน! คุณหนูฝนจึงรีบตักเตือนแฟนชาวต่างชาติว่าไม่ควรทำแบบนี้ทันที ดังนั้นทุกคนในกลุ่มจึงหยุดหัวเราะ ส่วนคุณหนูฝนที่ไม่สบายใจ จึงขอขมาเป็นภาษาอังกฤษอีกครั้ง และพากันเดินกลับที่พักไป

เมื่อเดินทางกลับมาถึงที่พัก ซึ่งได้จองไว้เป็นวิลล่า แยกกันนอนคนละหลัง แต่ละคนก็อาบน้ำและเข้านอนตามปกติ ระหว่างที่กำลังนอนอยู่นั้น คุณหนูฝนก็รู้สึกได้ยินเสียงเหมือนกับมีอะไรมาขูดที่ผนังดัง “แกร๊ก แกร๊ก” จึงเปิดไฟหัวเตียง แล้วก็พบว่าแฟนของคุณหนูฝนหายไป! คุณหนูฝนจึงมองหาไปรอบ ๆ จนสายตาหยุดอยู่ที่ตู้เสื้อผ้าที่เปิดอยู่ คุณแจ๊คเล่าเสริมว่าแฟนคุณหนูฝนมีร่างใหญ่ สูงกว่า 185 เซนติเมตร ยืนอยู่ในตู้เสื้อผ้าแล้วทำคอพับ จากนั้นก็เอาเล็บตะกุยผนังตู้เสื้อผ้า คุณหนูฝนเห็นดังนั้นจึงรีบตะโกนถามว่าเป็นอะไร แล้วก็พยายามลุกไปปลุกให้แฟนมีสติ แต่ระหว่างนั้นแฟนคุณหนูฝนก็ได้ปัสสาวะราด เมื่อได้สติเขาก็บอกว่าในฝันมีผู้หญิงคนหนึ่ง เหมือนจะเข้ามาทำร้ายเขา แต่เขามาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน คุณหนูฝนจึงบอกให้ไปอาบน้ำให้สบายตัว แล้วกลับมานอนใหม่ดีกว่า พรุ่งนี้ ตั้งสติได้ เราค่อยมาคุยรายละเอียดกันอีกที

เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนก็ออกไปกินข้าวเช้ายกเว้นคุณซันนี่ที่ยังไม่ออกมา แต่ทุกคนก็คิดว่าคงไม่มีอะไร ในตอนที่กินข้าวอยู่นั้น คุณหนูฝนก็ถามแฟนว่า “ตกลงเมื่อคืนนี้ เป็นอะไร? มันเกิดอะไรขึ้น?” เขาก็เล่าให้ฟังว่าเขาฝันว่ามีผู้หญิงตาสีดำเหมือนตาโบ๋มีผมฟู พยายามวิ่งไล่เขาอยู่ในห้อง ด้วยความกลัวเขาก็เลยวิ่งหนีวนในห้อง จนถึงประตู เขาก็เลยเปิดเพื่อที่จะหนีออกไปข้างนอก ปรากฏว่าเปิดออกไป ประตูนี้มันดันเป็นทางตัน ซึ่งมันก็เป็นภาพเดียวกับที่คุณหนูฝนเห็นว่าแฟนกำลังตะกุยตะกายตู้เสื้อผ้านั่นก็เพราะเขาจะหาทางออกนั่นเอง คุณหนูฝนจึงคิดว่ามันอาจจะเป็นผลพวงจากเมื่อวานก็ได้ แต่ทุกคนก็ยังงง ๆ และยังไม่เชื่อสักเท่าไหร่ เวลาผ่านไปสักพัก คุณซันนี่ก็ยังไม่ปรากกฎตัว ทุกคนจึงคุยกันว่าจะไปตามที่บ้านพัก

เมื่อไปถึงบ้านพักของคุณซันนี่ ก็พบว่าคุณซันนี่นอนไข้ขึ้นสูง แล้วก็เล่าให้ฟังว่าเมื่อคืนเขาได้ฝัน ซึ่งเป็นความฝันที่เหมือนจริงมาก เพราะหลังจากที่คุณซันนี่อาบน้ำเสร็จแล้วมานอนที่เตียง สายตาก็มองไปที่หน้าต่าง ก็เห็นผู้หญิงใส่ชุดคล้ายกับนางรำของบาหลี มีผมฟูยืนอยู่ตรงหน้าต่าง คุณซันนี่คิดในใจว่าอาจจะเป็นคนสติไม่ดีแถวนี้ จึงปิดหน้าต่างแล้วก็นอน ระหว่างที่กำลังนอนอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างกุกกัก จึงลืมตาขึ้นมาดู พบว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่นอกหน้าต่าง ตอนนี้ได้มายืนอยู่ตรงปลายเตียง แถมยังรำท่าทางน่ากลัว! เขาก็เลยตกใจจนไข้ขึ้น เมื่อได้ยินดังนั้น คุณหนูฝนจึงบอกว่าสิ่งที่ได้ทำไปเมื่อวานนั้นมันไม่ถูกต้อง และนำเรื่องนี้ไปเล่าให้ไกด์ท้องถิ่นฟัง หลังจากฟังจบไกด์ท้องถิ่นคนนั้นก็รู้สึกโมโห และบอกว่าทำแบบนั้นไม่ได้ คนที่นี่เขามีความเชื่อและศรัทธามาก ถ้าคุณไปทำแบบนี้ให้ชาวบ้านเห็น คุณจะไม่ได้เจอแค่ผีหลอกนะ คุณอาจจะโดนรุมประชาทัณฑ์ได้เลย

เมื่อเห็นว่านี่เป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด ไกด์ท้องถิ่นจึงได้พาทุกคนไปยังวัดแห่งหนึ่งที่มีอ่างน้ำมนต์เพื่อให้ทุกคนได้ไปอาบ ทุกคนก็ยอมทำตามนั้น หลังจากนั้นก็ดูเหมือนจะเริ่มสบายใจขึ้น และเที่ยวต่อตามแผนเดิมได้อย่างปกติ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลังจากจบทริปก็แยกย้ายกันกลับประเทศของตัวเองไป

คุณแจ็คเล่าเสริมว่าที่นำมาเล่าให้ฟังในครั้งนี้ เพราะรู้สึกทึ่งกับความเชื่อและวัฒนธรรมของบาหลี และอยากเล่าเพื่อเป็นวิทยาทานให้กับคนที่จะต้องเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ถึงเราจะไม่มีความเชื่อเหมือนกับประเทศของเขา แต่ก็อยากให้เคารพวัฒนธรรมและสิ่งที่เขาเชื่อด้วย 

 

ติดตามความหลอนย้อนหลังได้

related ENTERTAINMENT NEWS

“อัพ ภูมิพัฒน์” โชว์สกิลร้องเพลงกันสดๆ ในรายการ พฤหัสจุ๊กกรู้ววว บอกได้คำเดียวว่า “เกินปุยมุ้ย”

18 ก.ค. 2022

“อัพ ภูมิพัฒน์” โชว์สกิลร้องเพลงกันสดๆ ในรายการ พฤหัสจุ๊กกรู้ววว บอกได้คำเดียวว่า “เกินปุยมุ้ย”

2 ดีเจสาวสวยอารมณ์ดี (ดีเจหยาดพิรุณ – ดีเจแนน) เปิดสตูดิโอต้อนรับ “อัพ ภูมิพัฒน์” มาแนะนำซิงเกิลใหม่ “Up to You” กันสดๆ ในรายการ พฤหัสจุ๊กกรู้ววว แต่มาถึงรายการ พฤหัสจุ๊กกรู้ววว ทั้งที หนุ่ม “อัพ” ขอร่วมเล่น TOPIC ประจำสัปดาห์ ขอ 1 เพลง เชียร์นักวอลเลย์บอลหญิงไทย กับ 2 ดีเจกันหน่อย งานนี้จะมาร้องเพลงเวอร์ชันปกติ ก็ดูจะไม่ค่อยเข้า Concept ของรายการ เพราะฉะนั้นหนุ่ม “อัพ” ขอโชว์สกิลร้องเพลง “เล่าสู่กันฟัง” เวอร์ชันสุดพิเศษ พร้อมแต่งท่าเต้นกันใหม่สดๆ ในรายการไปเลย เรียกได้ว่าเวอร์นี้สามารถรับชม และรับฟัง ได้ทางรายการ พฤหัสจุ๊กกรู้ววว ที่เดียวเท่านั้น! นอกจากจะร่วมเล่น TOPIC แล้ว หนุ่ม “อัพ” ยังได้ร้องเพลงใหม่ “Up to You” กันสดๆ พร้อมสอนท่าเต้นสุดน่ารัก ในรายการอีกด้วย บอกได้คำเดียวว่า “เกินปุยมุ้ย” ถ้าอยากรู้ว่าจะสนุกแค่ไหน ต้องไปติดตามย้อนหลังความจุ๊กกรู้วววกันแบบจุกจุกที่ https://youtu.be/NC6OnF5Zyos หรือรอติดตามชมสดพร้อมกัน ทุกคืนวันพฤหัสบดี 2 ทุ่มถึง 4 ทุ่ม ที่ EFM94 / Facebook Live / YouTube Live / App Atime FungFin และที่ atime.live/efm

“เจมมี่เจมส์” ชวนแฟน ๆ ชมไดอารี่ชีวิต JMJ : LESSON 25 เปิดเรื่องราวลับ รวมถึงเรื่องรักเป็นครั้งแรก!

20 ก.ค. 2022

“เจมมี่เจมส์” ชวนแฟน ๆ ชมไดอารี่ชีวิต JMJ : LESSON 25 เปิดเรื่องราวลับ รวมถึงเรื่องรักเป็นครั้งแรก!

“เจมมี่เจมส์ (JamyJamess)” หรือ “ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ” ลุยเต็มที่เดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานออกมาให้แฟนๆ ได้ชมกันอย่างต่อเนื่อง ประเดิมด้วยสารคดีเรื่องราวชีวิต Documentary | JMJ : LESSON 25 ที่เปรียบเสมือนไดอารี่ บอกเล่า 5 เรื่องราวชีวิต ที่ไม่เคยถูกเล่าที่ไหนมาก่อน และยังถือเป็นบทเรียนที่สำคัญที่สุดในวัย 25 ปีอีกด้วย โดยได้ผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง “อัด อวัช” มากำกับและควบคุมการผลิตทั้งหมด ซึ่ง EP.1 FAMILY LETTER เป็นจดหมายความในใจของคนในครอบครัว, EP.2 SERVE PASSION TO TABLE แพสชั่นใหม่ที่ถูกค้นพบด้วยความบังเอิญ, EP.3 ON THE BUSINESS ROAD เปิดเรื่องราวเส้นทางของนักธุรกิจมือใหม่, EP.4ART BRINGS US BACK ศิลปะที่เข้ามาเติมความสดใสให้กับความมืดมนของชีวิต และ EP.5 PEAR OF ME เปิดใจเล่าถึงเรื่องราวความรักครั้งแรก ตลอด 8 ปีที่ผ่านมาในวงการบันเทิง แง่มุมความรักเป็นแง่มุมในชีวิตที่ “เจมมี่เจมส์” ให้ความสำคัญมาก แต่เพราะอะไรถึงพูดถึงน้อยที่สุด! สำหรับทั้ง 5 EP. ออนแอร์ให้ได้ชมกันครบแล้ว ทาง YouTube : JMJ LABEL “เจมมี่เจมส์” กล่าวว่า “ทั้ง 5 อีพีเป็นสิ่งที่มีความหมายกับชีวิตผม และถือว่าเป็นการแนะนำตัวใหม่ของผมฐานะ ‘เจมมี่เจมส์’ ใน 8 ปีของวงการบันเทิง และเส้นทางที่ผมจะเดินต่อไปหลังจากนี้ ซึ่งงานนี้ผมให้เครดิตทีมมากๆ โดยเฉพาะ “ผู้กำกับอัด” ผมต้องขอบคุณเขามากๆ เพราะบางจุดทำให้ผมรู้จักตัวเองและเข้าใจตัวเองมากขึ้น อยากให้ทุกคนได้ลองดู แล้วมารู้จักกันใหม่ในฐานะ ‘เจมมี่เจมส์’ วันนี้”

กันไว้ดีกว่าแก้! อุ๋มอิ๋ม คนเห็นผี แนะควรหรือไม่ควรทำอะไร เพื่อให้ดวงเฮงตลอดปี 66! | อังคารคลุมโปง

12 ม.ค. 2023

กันไว้ดีกว่าแก้! อุ๋มอิ๋ม คนเห็นผี แนะควรหรือไม่ควรทำอะไร เพื่อให้ดวงเฮงตลอดปี 66! | อังคารคลุมโปง

‘อังคารคลุมโปง X’ ที่ผ่านมา (10 มกราคม 2565) ถือได้ว่าเป็นเทปแรกของปี 2566 ‘อุ๋มอิ๋ม คนเห็นผี’ จึงถือโอกาสนี้ เตือนชาวอังคารคลุมโปงถึงสิ่งที่ควรระวังและมีเคล็ดลับเสริมดวงให้เฮงตลอดปี จะมีอะไรบ้างนั้น เชิญอ่านกันเลย!มากันที่คำเตือนกันก่อนคุณอุ๋มอิ๋มบอกว่าปีกระต่ายปีนี้ จะมีเหตุการณ์ผู้สูงอายุเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้น ชนิดที่ว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน อาจจะเป็นอุบัติเหตุหรืออยู่ ๆ ก็ไม่หายใจไปเสียดื้อ ๆ ก็มี ดังนั้นหากมีผู้สูงอายุอยู่ในครอบครัว แนะนำให้พาไปตรวจสุขภาพ จะได้รักษาได้ทันท่วงทีอีกเรื่องที่อยากจะเตือนให้ระมัดระวัง คือในช่วงครึ่งปีแรก เศรษฐกิจที่เริ่มจะดีขึ้นบ้างแล้วนั้น หลายคนพอทรงตัว แต่ก็ไม่อยากให้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ยังต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกควบคู่ไปด้วย ใครที่เล่นหุ้น จะเล่นแบบ Long Term ยาก ส่วนเรื่องทอง ยังเป็นทางเลือกที่ดีแต่ไม่ควรลงทุนมากจนเกินไป ไม่ควรลงทุนกับสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามาก และให้ระวังมิจฉาชีพให้มาก ๆ เพราะจะมาในทุกรูปแบบ ต้องระวัง รอบคอบ อย่าลงทุนกับสิ่งที่เราไม่รู้ ส่วนเรื่องที่ดิน กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลงอีกสิ่งที่สำคัญที่สุดคืออุบัติเหตุบนท้องถนน คุณอุ๋มอิ๋มอธิบายเพิ่มว่า คนเก็บวิญญาณ จะมาเก็บตามถนนเพิ่มมากขึ้น อาจเพราะดวงบ้านดวงเมืองเปลี่ยน ดังนั้นไม่ว่าจะรถประเภทไหน ก็อยากให้มีสติก่อนสตาร์ท ง่วง เมา ไม่ขับส่วนคำแนะนำสำหรับต้นปีคุณอุ๋มอิ๋มก็แนะนำให้ไปไหว้ศาลหลักเมืองประจำจังหวัด ถ้าตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ชื่ออยู่ที่จ.อื่น ก็ให้ไหว้ที่กรุงเทพฯก่อน แล้วค่อยไปต่างจังหวัด จากนั้นให้ไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดที่คุณอยู่ ไม่ว่าจะเป็น วัด ศาลเจ้า หรืออะไรก็ได้หมดเลย อีกหนึ่งที่คือศาลเจ้าแม่กวนอิม สามารถขอให้ท่านดูแลเรื่องสุขภาพ ความเป็นมงคล บุญบารมีต่าง ๆ ของไหว้ต้องเป็นของบริสุทธิ์ เช่น ดอกบัวสีขาว หรือส้มส่วนอากงนั้น คุณอุ๋มอิ๋มแนะนำให้ไหว้ด้วยกล้วยหอมสุกสีเหลือง, สัปปะรดภูแล ยิ่งลูกเล็ก ๆ ตาสัปปะรดก็จะเยอะ สื่อว่าหูตาเราจะเยอะ เวลามองหรือจับอะไรจะได้มีช่องทางมากขึ้น และสุดท้ายคือลูกท้อหรือพีช กี่ลูกก็ได้ตามสะดวก และหากมีโอกาสให้นำพวงมาลัยติดไปเอง จะได้สื่อถึงความตั้งใจ สิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างคือให้เขียนคำอธิษฐานไว้ให้ครบ อย่าอายที่จะหยิบขึ้นมาดู เพราะการไม่ได้เขียนเรียบเรียงไว้ก่อนอาจจะทำให้เราพูดวนไปมาได้ แล้วก็อาจจะไม่ได้อะไรเลยนอกจากนี้ คุณอุ๋มอิ๋มยังมีทริคในการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า ถ้าหากไปไหว้ในช่วงที่คนเยอะ ให้เดินเข้าไปถ่ายรูปคำอธิษฐานออกมาก่อน แล้วหาพื้นที่ที่ทำให้จิตใจเราสงบ แล้วอธิษฐานจากตรงนั้นส่วนใครที่ทำการค้า แนะนำให้ปล่อยสัตว์น้ำ ที่กรมประมงอนุญาต และต้องมีการไถ่ชีวิต ส่วนสินค้าที่เป็นปัจจัย 4 นั้นจะขายดีเสมอกระเป๋าสตางค์เองก็สำคัญ ถ้าหากมีการชำรุด รูดซิปไม่ดีติดขัด ให้เปลี่ยนในช่วงตรุษจีนจะถือว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ดีมาก แต่ถ้าใครชอบการสแกนจ่ายมากกว่า ก็ระวังอย่าให้ฟิล์มหรือหน้าจอโทรศัพท์ชำรุด เพราะอาจเกิดความเสียหายระหว่างการโอนเงินได้ คุณอุ๋มอิ๋มเสริมว่าแม้จะสแกนจ่ายมากกว่า แต่ก็ควรจะมีกระเป๋าสตางค์ติดตัวไว้ เผื่อพกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้กับตัวได้ ถือว่าเป็นเคล็ดสำหรับปีชง ให้ทำพิธีปัดชง 3 เดือนครั้งทั้งปี โดยให้ปัดตั้งแต่หัวจรดพื้น 13 ครั้ง หรือใครไม่ชงอยากจะปัดก็ปัดได้เลย และไม่แนะนำให้ปัดแทนคนอื่นติดตามความสนุกย้อนหลัง

โศกนาฏกรรมสุดเศร้า คละเคล้าความสยอง ‘หมอบี’ พบหุ่นจำลองปริศนา กับพฤติกรรมประหลาดของอาม่าเจ้าของบ้าน!

10 พ.ย. 2022

โศกนาฏกรรมสุดเศร้า คละเคล้าความสยอง ‘หมอบี’ พบหุ่นจำลองปริศนา กับพฤติกรรมประหลาดของอาม่าเจ้าของบ้าน!

ประสบการณ์ชวนตระหนกตกใจและขนหัวลุกนี้ เป็นของ ‘หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ’ ที่ได้เข้ามาร่วมแชร์ประสบการณ์หลอนในรายการ ‘อังคารคลุมโปง’ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (8 พฤศจิกายน 2565) เรื่องที่นำมาเล่าจะน่าตกใจและเสียวสันหลังขนาดไหน เราสรุปไว้ให้คุณอ่านข้างล่างนี้แล้ว กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘สายใยของครอบครัว’‘หมอบี’ เล่าว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นมาไม่นาน และเหตุเกิดที่ต่างประเทศ โดยมีผู้ว่าจ้างคนหนึ่งสงสัยว่า ‘พี่ชาย’ ถูกของเข้า และอยากให้มาช่วยดูพฤติกรรมแปลก ๆ ของ ‘อาม่า’ ด้วยต้องบอกก่อนว่าครอบครัวนี้ค่อนข้างมีอิทธิพลและร่ำรวย ชาวบ้านแถวนั้นต่างก็รู้จักกันดี เมื่อไปถึง ผู้ว่าจ้างก็บอกว่าพี่ชายของเขามีอาการผิดปกติ และยังไม่มีใครเห็นพี่ชายมานานเป็นเดือนแล้วด้วย ทางผู้ว่าจ้างเองก็ยืนยันและมั่นใจว่า พี่ชายของเขาถูกทำของใส่โดยพี่สะใภ้แน่นอน นอกจากนี้ ‘อาม่า’ หรือแม่ของผู้ว่าจ้าง ที่เรียกได้ว่ามีอำนาจสูงสุดของบ้าน ก็ยังคอยซื้อวัตถุดิบต่าง ๆ ไปทำอาหารที่บ้านของพี่ชายอยู่ทุกวัน แม้จะไม่มีใครเคยเห็น แม้แต่เงาของพี่ชายและครอบครัวเลยก็ตาม..ถึงอย่างนั้น ‘อาม่า’ ก็ยืนกรานว่าครอบครัวของเธอไม่มีอะไรผิดปกติ อยู่กันอย่างมีความสุข ลูกสะใภ้ก็ทำตัวดีไม่มีปัญหาอะไร และไม่ยอมให้หมอบีเจอเดินทางไปบ้านของพี่ชาย หมอบีจึงจำใจยอมแพ้และกำลังจะออกจากบ้านหลังนั้น แต่น้องหมาสูงอายุที่นอนติดเตียง เพียงแค่หายใจก็ยังยากลำบาก ซึ่งโดยปกติแล้วจะนอนอยู่เฉยๆ ไม่มีปฏิกิริยากับใคร อยู่ ๆ ก็ตะเกียกตะกายตัวเข้ามาขวางหมอบีไว้ไม่ให้ออกจากบ้าน คนในบ้านเองก็แปลกใจว่าทำไมน้องถึงทำแบบนี้ แต่หมอบีเองก็ไม่ได้สนใจ จึงเดินเลี่ยงไปอีกทาง แต่น้องก็ยังคลานมาขวางหมอบีอีกอยู่ดี หมอบีจึงทำได้เพียงลูบหัวและส่งความรู้สึกบอกน้องไปว่า “ไม่เป็นไรนะ ถ้ามีอะไรจะช่วยเต็มที่” สุดท้ายก็เดินออกจากบ้านไปในคืนนั้น ทางผู้ว่าจ้างก็ได้โทรมาหาหมอบีและบอกว่า น้องหมาตัวนั้นได้ส่งเสียงหอนโหยหวนที่หน้าประตูห้องของพี่ชาย (เดิมเคยอยู่บ้านหลังนี้ แต่ปัจจุบันย้ายออกไปมีบ้านเป็นของตัวเอง) เรียกได้ว่าผิดปกติกว่าทุกครั้ง เพราะมันไม่เคยเห่าหรือหอนมานานมากแล้ว..วันรุ่งขึ้น หมอบีก็ไปที่บ้านหลังนั้นตั้งแต่เช้าตรู่ ทุกคนในบ้านก็พยายามช่วยพูดให้อาม่ายอมใจอ่อนพาไปหาพี่ชายที่บ้านอีกหลัง อาม่าจึงบอกให้พิสูจน์อะไรบางอย่าง ถ้าเชื่อว่าช่วยได้จะยอมพาไป หมอบีจึงทำบางสิ่งบางอย่างให้อาม่าเชื่อ (หมอบีขอละตรงนี้ไว้เป็นความลับ) เมื่ออาม่าเชื่อแล้ว จึงบอกว่าจะพาไป แต่มีเงื่อนไขว่าหมอบีจะต้องไปคนเดียวเท่านั้น!พอไปถึงบ้านของพี่ชาย หมอบีก็ได้ยินเพื่อนบ้านโวยวายเรื่องกลิ่นเหม็นที่มาจากบ้านหลังนี้ และเมื่อได้เดินเข้าไปในบ้าน หมอบีก็ได้กลิ่นเหม็นที่ว่านั้นเข้าอย่างจัง หมอบีคิดในใจว่าจะต้องมีศพที่เน่าจนหนอนขึ้นยั๊วะเยี๊ยะเต็มไปหมดแน่นอน แต่ภาพที่เห็นกลับเป็นอาหารเน่าบูดกองใหญ่วางซ้อนกันอยู่บนโต๊ะอาหาร สภาพเละเทะเกินจะบรรยาย แต่เมื่อหันกลับมามองที่อาม่า ท่านกลับมีสีหน้าเรียบเฉยจนผิดปกติ แถมอาม่ายังบอกอีกว่า ก็เนี่ยไง ยังอยู่กันดี เป็นปกติ อาม่าก็ยังมาทำอาหารให้ ‘พวกเขา’ กินทุกวันอยู่เลย นั่นทำให้หมอบีรู้สึกขนหัวลุกกับพฤติกรรมแบบนี้ และเกิดข้อสงสัยว่า “แล้วอาม่าทำอาหารให้ใครกิน?”เมื่อเดินไปห้องนั่งเล่นของบ้าน ทีวีถูกเปิดทิ้งไว้ อากาศในห้องเย็นเฉียบ และหมอบีก็รู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง ภาพตรงหน้าคือก้อนอะไรบางอย่างที่ถูกมัดกันจนมีรูปร่างคล้ายกับคนในสภาพนั่งอยู่บนโซฟา และมีอะไรบางอย่างที่หมอบีก็ยังไม่ทราบ ถูกนำมาแปะจนกลายเป็นใบหน้า วาดปากฉีกยิ้มชวนเสียวสันหลัง หมอบีเล่าว่าหุ่นนี้ประกอบไปด้วย ‘พี่ชาย’ และลูกของพี่ชายอีก 2 คน อาม่าบอกเพิ่มเติมว่า “ก็เนี่ยไง ลูกชั้นก็อยู่ตรงนี้”สักพักนึง อาม่าก็พาเดินเข้าไปที่ครัว ซึ่งหมอบีเองก็สัมผัสได้ว่าครัวนี้ถูกใช้ทำอาหารเป็นประจำ มีการเก็บล้างอย่างดี หมอบีคิดในใจ 2 อย่าง อย่างแรก อาม่าอาจมีอาการป่วยทางจิต และสอง ลูกสะใภ้หายไปไหน? เมื่อเดินดูข้างในบ้านเสร็จแล้ว หมอบีจึงเดินออกมาสำรวจนอกบ้าน รวมทั้งได้ข้อมูลสำคัญจากเพื่อนบ้านแถวนั้นว่า ในทุกวัน ๆ ลูกสะใภ้จะพาอาม่ามาที่บ้านในช่วงเย็นหลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายพิสูจน์หลักฐานก็ได้เข้ามาตรวจสอบบ้านหลังนี้ หมอบีก็ถูกเรียกตัวให้ไปที่บ้านหลังเกิดเหตุนั้นอีกครั้ง จึงได้ทราบว่า หุ่นที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่มีอะไรบางอย่างแปะไว้เป็นใบหน้า มันคือหน้าจริง! หมอบีอธิบายต่อว่ามันคือชิ้นเนื้อเละ ๆ ที่ถูกนำมาตัดแต่ง และติดเข้าไปที่หุ่น เมื่อเข้าไปในครัว และเปิดข้างล่างซิงก์ล้างจานออก ก็พบกับหุ่นของผู้หญิงนั่งคดคู้อยู่ใต้ซิงก์ อีกมือถือมีดอยู่ในท่าเตรียมจะจ้วงอะไรบางอย่าง และเช่นกัน ใบหน้านั้นคือเศษชิ้นเนื้อที่ถูกตัดแต่งจนเป็นใบหน้าที่มีรอยยิ้มอย่างสยดสยอง!กลายเป็นว่าทุกคนที่ตามหา เสียชีวิตไปหมดแล้ว เมื่อสืบให้ลึกขึ้นก็พบว่าศพทั้งหมดนั้น ถูกนำไปทำพิธีและฌาปนกิจเรียบร้อยทุกอย่างแล้ว แต่ไม่มีใครรู้ ส่วนทางด้านอาม่าก็มีอาการเบลอ คุยด้วยไม่ได้ หมอบีไม่สามารถสอบถามอะไรอาม่าเพิ่มเติมได้เลย หลังจากนั้นได้มีการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า หุ่นเหล่านั้นมีอาหารปนเปื้อนอยู่ อาจจะเป็นอาม่าที่ป้อนอาหารเข้าไปก็เป็นได้ ซึ่งอาหารเหล่านั้นเมื่อตรวจสอบดูอีกทีก็พบว่ามีเศษชิ้นเนื้อของลูกสะใภ้ปะปนอยู่ด้วย หมอบีเล่าต่อว่าเนื้อพวกนี้ เขาจะแยกเก็บไว้เป็นบางส่วนเพื่อทำฮวงซุ้ย และอาจจะถูกขโมยออกมาก็เป็นได้นอกจากนี้ตำรวจยังได้สืบหาเบาะแสเพิ่มเติมพบว่า ลูกสะใภ้มักจะถูกผู้เป็นสามีทำร้ายร่างกายอยู่บ่อย ๆ แต่ก็ไม่เคยปริปากบอกใคร และพยายามดูแลครอบครัวให้ดีที่สุดอยู่เสมอ ในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ เธอก็มักจะพาอาม่าไปซื้อวัตถุดิบเพื่อมาทำอาหารทุกวัน นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมหุ่นของลูกสะใภ้จึงถือมีดและอยู่ในท่าพร้อมที่จะทำร้ายคนอื่นอยู่นั่นเองหมอบีเล่าต่อว่า ศพทั้ง 4 ชีวิตนั้น เสียชีวิตไปเป็นระยะเกือบ 1 เดือน ตรงตามกับที่ผู้ว่าจ้างบอกว่าไม่มีใครพบเห็นพี่ชายมาเป็นเวลากว่า 1 เดือนหลังจากนี้หมอบีก็ยังต้องกลับไปสืบเรื่องนี้ต่ออีกครั้ง เพราะตอนนี้ทางตำรวจเองก็สันนิษฐานว่าคนทำอาจไม่ใช่ลูกสะใภ้ ถ้าอย่างนั้นแล้ว ใครคือคนร้ายตัวจริง? หรือมีอะไรอยู่เบื้องลึกเบื้องหลังโศกนาฏกรรมในครั้งนี้กันแน่...ชมไลฟ์สดย้อนหลัง

album
efm
-

-