ปิดตำนานร้องเพลง 7 คำ “ตั๊กแตน ชลดา” ก้มกราบ “พี่เอ ศุภชัย” เซอร์ไพรส์ซื้อลิขสิทธิ์เพลงให้

ENTERTAINMENT NEWS

ปิดตำนานร้องเพลง 7 คำ “ตั๊กแตน ชลดา” ก้มกราบ “พี่เอ ศุภชัย” เซอร์ไพรส์ซื้อลิขสิทธิ์เพลงให้

02 ส.ค. 2022

เป็นโมเมนต์สุดประทับใจ ที่ทำเอาแฟนเพลงและ “ตั๊กแตน ชลดา” ถึงกับน้ำตาไหล เมื่อ “พี่เอ ศุภชัย” เซอร์ไพรส์กลางไลฟ์ ในวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่าน ด้วยการซื้อลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมดจากค่ายแกรมมี่มาให้ “ตั๊กแตน” หลังจากที่เจ้าตัวไม่สามารถร้องเพลงที่สร้างชื่อให้ตัวเองได้ เพราะติดเรื่องลิขสิทธิ์

โดยทาง “ตั๊กแตน ชลดา” ได้เผยคลิปวินาทีสุดเซอร์ไพรส์ด้วยใบหน้าที่เตรียมเปี่ยมไปทั้งน้ำตาแห่งความสุข ซึ่งในคลิปทางด้าน “พี่เอ ศุภชัย” ได้กล่าวว่า “ทางบ้านคะ ต่อไปนี้ ‘ตั๊กแตน ชลดา’ ไม่ต้องร้องเพลงแค่ 7 คำแล้วนะคะ พี่เอไปซื้อลิขสิทธิ์เพลงทุกเพลงให้ลูกหมดแล้ว ให้ลูกนะ ลูกรับเอาไว้ลูก แม่ให้ลูกจริงๆ ต่อไปนี้ลูกไม่ต้องร้องแค่ 7 คำแล้วลูกเอ๋ย ลูกร้องเป็นพันคำ แสนคำ ได้เลยนะ เราจะได้มาเปิดผ้าม่านกั้นด้วยกันนะลูก

แกรมมี่เขาก็น่ารักมาก เขาให้แม่เอามาให้ลูก ลูกต้องรักเขาด้วย ต้องรักกันนะลูก เอฟซีลูกจะได้ดูลูกแล้ว วันนี้เรามีความสุขกัน ไม่ต้องพูดเรื่องอื่นแล้ว ลูกรับเอาไปนะ เรามาเปิดผ้าม่านพร้อมกันนะทุกคน ตอนนี้ลูกร้องได้แล้ว

อ่านสัญญาเลย ทุกอย่างเป็นของเราแล้ว ลูกร้องได้หมดเลย ร้องได้ทุกที่ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2565 จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2566 ลูกเห็นไหม ทุกอย่างเขาให้เราหมดแล้ว ความสุขของลูก ก็คือความสุขของแม่นะ”

จากนั้น “ตั๊กแตน ชลดา” ก็กล่าว “ขอบคุณ” พร้อมก้มกราบที่หน้าตักของ “พี่เอ ศุภชัย” ทั้งน้ำตา ด้าน “พี่เอ ศุภชัย” ก็กล่าวต่อว่า “ไม่เป็นไรลูก มันเล็กน้อยมาก สิ่งที่ลูกขอบคุณแม่ แม่ขอให้ลูกร้องเพลงให้กับแฟนเพลงของลูกทุกคน และก็ร้องให้แม่ได้ฟัง เหมือนวันนั้นที่ลูกจะไปร้องให้พ่อฟัง แต่ก็ร้องไม่ได้เพราะเป็นลิขสิทธิ์ แต่วันนี้แม่ซื้อมาให้แล้ว วันนี้แม่ขอร้องเพลงเปิดผ้าม่านพร้อมกันนะลูก

 ภาพ : takkatan_chollada

related ENTERTAINMENT NEWS

Anhedonia ภาวะสิ้นยินดี สัญญาณของภาวะซึมเศร้า ไม่รู้สึกยินดี ยินร้าย กับกิจกรรมที่เคยสร้างสุข อีกต่อไป... "หมอแพท" แนะ! แบบทดสอบ ภาวะโรคซึมเศร้า PHQ-9 ตอบคำถาม 9 ข้อ ประเมินเบื้องต้น ก่อนไปพบแพทย์

19 ม.ค. 2023

Anhedonia ภาวะสิ้นยินดี สัญญาณของภาวะซึมเศร้า ไม่รู้สึกยินดี ยินร้าย กับกิจกรรมที่เคยสร้างสุข อีกต่อไป... "หมอแพท" แนะ! แบบทดสอบ ภาวะโรคซึมเศร้า PHQ-9 ตอบคำถาม 9 ข้อ ประเมินเบื้องต้น ก่อนไปพบแพทย์

จากกรณีน้องเพ้นท์ อายุ 19 ปี ที่ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม ในรายการพุธทอล์คพุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา เกี่ยวกับปัญหาไม่มีแพชชั่นในการใช้ชีวิต รู้สึกว่า ชีวิตไร้จุดหมาย ไม่ได้อยากตาย แต่ก็ไม่ได้อยากอยู่ต่อโดย “หมอแพท จากเพจหมอตุ๊ด” ได้แนะนำว่า ‘คำว่าไม่มีแพชชั่น คือคนมักจะใช้คำนี้กันเยอะ เราต้องแยกก่อน คำว่าแพชชั่นหมายถึง มีใจ ใฝ่จะทำ... เช่น เรามีแพชชั่นต่อการอ่านหนังสือ ถ้าเราเจอหนังสือที่ไม่สนุกก็เปลี่ยนไปอ่านหนังสือเล่มอื่น แต่สิ่งที่น้องเพ้นท์เล่าให้ฟัง ไม่ใช่น้องไม่มีแพชชั่น แต่น้องมีภาวะ Anhedonia (แอนฮีโดเนีย) หมายถึงภาวะที่เกี่ยวกับกิจกรมที่เคยสร้างความรู้สึกให้เขาไม่รู้สึกยินดียินร้ายกับสิ่งนั้นอีกต่อไป เพราะฉะนั้นเขาจะรู้สึกไม่ได้อยากออกไปทำอะไร แต่ก็ไม่ได้อยากอยู่เฉยๆ เหมือนติดอยู่ตรงกลาง สุดท้ายเลือกที่จะนอนอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไร อะไรจะเกิดขึ้นก็ช่างมันภาวะนี้เป็นสัญญาณและเป็นอาการเริ่มต้นของคนที่มีภาวะซึมเศร้า มันจะดูคล้ายกับภาวะที่ไม่มีแพชชั่น แต่จริงๆแล้วเราไม่ได้คาดหวังอะไรกับแพชชั่นนี้ อันนี้คือสิ่งเดิมๆที่เคยให้ความสุขกับเรามันไม่ก่อความสุขให้เราอีกแล้ว สุดท้ายก็มีความกระวนกระวายอยู่ข้างใน แต่ร่างกายไม่เคลื่อนไหวใดๆ ขอนอนอยู่เฉยๆ พอมันเจอแบบนี้ทุกวัน อะไรๆก็ไม่ได้สร้างความสุข ไม่รู้ว่าอยากทำอะไร แล้วก็คิดวนลูปว่าจะแบบนี้ไปทำไม บางคนถึงขั้นรู้สึกว่าหรือเราจะจบชีวิตไปเลยดีมั้ย? ถ้าคนที่มีความรู้สึกแบบนี้ แนะนำว่าควรไปพบหมอนะ...หลายๆคนที่มีภาวะแบบนี้ แต่ไม่รู้ว่าตัวเองเข้าข่ายเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่า ถ้าไม่กล้าไปพบจิตแพทย์ แนะนำให้เปิด Google เสิร์จคำว่า PHQ9 ภาษาไทย https://www.rama.mahidol.ac.th/th/depression_risk มันเป็นแบบทดสอบภาวะโรคซึมเศร้าด้วยตัวเอง ถ้าสมมุติรู้สึกว่าอารมณ์เราไม่ปกติเลย ไม่ได้เป็นคนเดิมแบบที่เรารู้สึกโอเค ไม่สามารถพาใจออกจากสิ่งที่เราไม่โอเคได้ นั่นคือสัญญาณที่บอกว่าจะเป็นภาวะซึมเศร้าแล้ว และสาเหตุที่คนเป็นกันภาวะนี้กันเยอะ คือสมัยก่อนกับสมัยปัจจุบันนี้จำนวนคนที่เป็นเท่ากันเลย แต่สมัยก่อนการเข้าถึงมันน้อยมาก ไม่เหมือนสมัยนี้ และสังคมปัจจุบันทำให้เราหาความสุขได้ยากขึ้น เหมือนผลักดันให้เราไปอยู่ในจุดที่ความเศร้าเข้ามาเยือนจริงๆสมาธิกับความสุขมันมีความเกี่ยวข้องกัน ถ้าแบ่งตามสมอง สื่อในปัจจุบันที่เรารับชม รับเสพกัน มันจะมี 2 ประเภท คือเป็นสื่อที่ใช้สมาธินิดเดียว กับสื่อที่ใช้สมาธิยาวๆ แต่ปัจจุบันนี้มันมีสื่อแบบ Ultra Short เช่นการดู TikTok , Short Video หรือ Reel บางทีสมาธิยังไม่ทันก่อเกิดเลย แต่ว่าเราก็เปลี่ยนไปดูอย่างอื่นแล้ว เพราะฉะนั้นสมองจะรู้สึกชิวมากเลย ไม่ต้องมีการสร้างสมาธิ ซึ่งเราใช้เวลา 2 ชั่วโมงดูหน้าจอโดยสมองไม่ได้สร้างสมาธิ และเราก็จะทำอะไรยากขึ้น ดังนั้นก็อาจจะเป็นเหตุผลของการเกิดภาวะซึมเศร้าได้ด้วย แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะเป็นแบบนี้ แต่มันก็มีความเสี่ยงส่วนมุมมองของคนรอบข้างที่ให้คำปรึกษา ลองคิดดูว่าที่เขามาปรึกษาเราเพราะเขาอยากให้เราแสดงความเห็นใจ ดังนั้นคำพูดอะไรก็ได้ที่ทำให้เราเห็นใจเขา แต่เราไม่สามารถเข้าใจความทุกข์ของอีกคนหนึ่งได้ เพราะความทุกข์เป็นสมบัติส่วนตัว แต่เราเห็นใจกันได้ เราจะพูดกับเขาด้วยคำพูดไหนก็ได้ และคุยกับเขาด้วยภาษาเพื่อน การแสดงความเห็นใจคือสิ่งที่ดีที่สุด คนที่เป็นโรคซึมเศ้ราเขาไม่จำเป็นให้เราต้องไปช่วยเขา ไปพยุงหรืออุ้มเขา ขอแค่เราอยู่ข้างๆเขาก็พอสุดท้ายอยากจะบอกคนที่มีอารมณ์แบบนี้ว่าอย่าเพิ่งคิดไปเอง อย่าเพิ่งฟุ้งซ่าน แต่อยากให้ลองทำแบบทดสอบด้วยตัวเองดูก่อน และถ้ารู้สึกไม่โอเคจริงๆ ไม่ว่าจะอยู่ในอารมณ์ไหนก็ตาม ลองปรึกษาเพื่อนใกล้ๆตัวดูก่อน ถ้าบางทีคุณได้รับความเห็นใจ คุณอาจจะรู้สึกดีโดยที่ยังไม่ต้องไปปรึกษาใครเลยก็ได้ และถ้าไม่ไหวจริงๆลองไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดู และสำหรับคนที่มีคนแบบนี้ใกล้ตัว ให้คุยกับเขาด้วยภาษาเพื่อน และแสดงความเห็นใจกับเขา...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร ติดตามชมรายการพุธทอล์คพุธโทร แบบเต็ม ๆ ได้ที่https://youtu.be/Y5w2d7AqOLwและรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime FungFin

แฟนๆ “บีไอ” กรี๊ด! ไทยแลนด์ปักหมุดคิวแรกเอเชียทัวร์ คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ #BI_LOLTheHiddenStageinBKK

01 ก.พ. 2023

แฟนๆ “บีไอ” กรี๊ด! ไทยแลนด์ปักหมุดคิวแรกเอเชียทัวร์ คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ #BI_LOLTheHiddenStageinBKK

หลังจากที่เคยพาไอดอลหนุ่มผู้เป็นทั้งนักร้องและนักแต่งเพลงเบอร์ต้นๆ ของเกาหลี “บีไอ” (B.I) หรือ “คิมฮันบิน” (KIM HAN BIN) มาพบแฟนๆ ชาวไทยในรูปแบบงานแฟนมีตติ้งเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2022 ที่ผ่านมาล่าสุดขยับสเกลสู่คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ “บีไอ 2023 เอเชีย ทัวร์ [แอล.โอ.แอล เดอะ ฮิดเดน สเตจ] อิน แบงคอก” (B.I 2023 ASIA TOUR [L.O.L THE HIDDEN STAGE] IN BANGKOK) #BI_LOLTheHiddenStageinBKKปักหมุดวันเสาร์ที่ 4 มีนาคม 2566 เวลา 17:00 น. ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ให้ประเทศไทยเป็นเวทีแรกเปิดตารางเอเชียทัวร์กันไปเลยแม้ว่า “บีไอ” (B.I) จะเคยกล่าวอย่างถ่อมตัวไว้ในงาน “บีไอ เฟิร์ส แฟนมีตติ้ง [บีไอ ออฟไลน์] อิน แบงคอก” (B.I 1ST FAN MEETING [B.I OFFLINE] IN BANGKOK) เมื่อช่วงกลางปีที่แล้วว่าเขาอาจจะยังมีเพลงไม่มากพอสำหรับการจัดคอนเสิร์ตก็ตาม ทว่าความจริงนั้นผลงานเพลงต่างๆ ที่บีไอสร้างสรรค์และสะสมเรื่อยมาในฐานะศิลปินชายเดี่ยวตั้งแต่ปี 2020 แฟนๆ ทุกคนทราบว่าล้วนมีแต่เพลงเจ๋งๆ ทั้งสิ้นภายหลังจากเดินสายตารางทัวร์ต่างประเทศในปี 2022 แล้ว ช่วงเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกันโปรเจ็กต์โกลบอลอีพีอัลบั้ม LOVE OR LOVED (คำเต็มของอักษรย่อ L.O.L ในชื่อทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้นั่นเอง) ก็ถูกปล่อยพาร์ตที่ 1 จำนวน 5 เพลงออกมาเป็นที่เรียบร้อย นำร่องมาโดย ‘BTBT’ พรีรีลีสสุดปังซึ่งสื่อยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่างนิตยสาร TIME ยกย่องให้เป็นหนึ่งใน The Best K-Pop Songs of 2022 และมีไตเติลแทร็กชื่อ ‘KEEP ME UP’ พร้อมด้วยอีก 3 เพลงใหม่ ‘Middle With You’, ‘Tangerine’, ‘Endless Summer’ มาเติมคลังเพลงคุณภาพของหนุ่มคนนี้ด้วยหากได้เห็นรายชื่อเพลงจากคอนเสิร์ตที่กรุงโซล คงรู้เรื่องเลยว่า บีไอ มาไทยรอบนี้ #BI_LOLTheHiddenStageinBKK จะบันเทิงทวีคูณขนาดไหน! ใครที่เคยพลาดงานแฟนมีตติ้งไป ครั้งนี้เป็นโอกาสแก้มือกันแล้ว!!*** เตรียมตัวจองบัตรคอนเสิร์ต “บีไอ 2023 เอเชีย ทัวร์ [แอล.โอ.แอล เดอะ ฮิดเดน สเตจ] อิน แบงคอก” (B.I 2023 ASIA TOUR [L.O.L THE HIDDEN STAGE] IN BANGKOK) กันในวันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2566 ที่จะถึงนี้ ตั้งแต่เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป ทางไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือระบบออนไลน์ https://www.thaiticketmajor.com บัตรราคา 2,900 / 3,900 / 4,900 / 5,900 (ยืน) และ 6,900 บาท ***ติดตามรายละเอียดสิทธิพิเศษต่างๆ เพิ่มเติมได้ทางออฟฟิเชียลโซเชียลมีเดีย @411ent เฟซบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/fouroneoneent ทวิตเตอร์ https://twitter.com/411ent อินสตาแกรม https://instagram.com/411ent รวมทั้งอินสตาแกรมของซีอีโอกึ้ง @kueng_chalermchai http://instagram.com/kueng_chalermchai และอย่าลืมกด SUBSCRIBE ช่อง YouTube 411ent https://www.youtube.com/411entภาพ : 411ent

หลอนกลางดึก เมื่อเจอชายแปลกหน้า ต้องสวดมนต์ตามพระถึงหลุดจากภวังค์ ช็อค! ห้องนี้เคยมีคนฆ่าตัวตาย | อังคารคลุมโปง

05 ม.ค. 2023

หลอนกลางดึก เมื่อเจอชายแปลกหน้า ต้องสวดมนต์ตามพระถึงหลุดจากภวังค์ ช็อค! ห้องนี้เคยมีคนฆ่าตัวตาย | อังคารคลุมโปง

เริ่มต้นปีใหม่ด้วยความหลอนต่อเนื่องกับเรื่อง หอพัก@สระบุรี จากคุณส้ม ที่ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องชวนขนหัวลุกในรายการ ‘อังคารคลุมโปง’ ที่ผ่านมา (27 ธันวาคม 2565) เรื่องราวจะเป็นยังไง แท็กชวนเพื่อนมาอ่านไปด้วยกันเลย!คุณส้มที่มีอาชีพเป็นวิศวกร ต้องย้ายไปประจำไซต์งานที่ต่างจังหวัดบ่อยครั้ง ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อน คุณส้มได้ไปประจำไซต์งานที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นครั้งแรกที่คุณส้มได้ไปที่จังหวัดนี้ การจองหอพักจึงเป็นการจองออนไลน์ ไม่ได้มีการเข้าไปดูห้องจริงแต่อย่างใด เมื่อตกลงเสร็จสรรพ เวลาย้ายเข้าหอก็มาถึง...คุณส้มมีความเชื่อว่า ประตู 3 ชั้นอย่าตรงกัน เพราะเป็นทางผีผ่าน แต่หอที่เข้าไปพักอยู่เป็นแบบนั้นเลย เมื่ออยู่ไปสักพัก ก็มักจะได้ยินเสียงคนวิ่งหรือคุยกันตลอดเวลา แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากวันพระใหญ่มาถึง คุณส้มเลิกงานแล้วกลับห้องตามปกติก็อาบน้ำ ด้วยความที่เป็นคนสายตาสั้น จึงเข้าใจว่ามีเชือกห้อยอยู่ตรงผ้าม่านกลางห้อง พอเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ จึงพบว่าเป็นงูตัวเล็กที่กำลังชูคออยู่! คุณส้มตกใจร้องกรี๊ดและรีบวิ่งออกไปขอความช่วยเหลือจากแม่บ้านประจำหอทันที คุณส้มตั้งใจว่าอยากให้ช่วยไล่ออกไป แต่พอแม่บ้านมาถึงดันใช้ไม้ถูพื้นตีหัวงูจนตาย คุณส้มมองภาพนั้นด้วยความสยอง และคิดว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว หลังจากนั้นประมาณ 2 ทุ่ม ก็เตรียมเข้านอนก่อนนอนนั้น คุณส้มก็โทรคุยกับแฟนตามปกติ ผ่านไปประมาณเที่ยงคืน แฟนคุณส้มก็ปลุกคุณส้มด้วยความโมโห แล้วบอกให้เปิดกล้องระหว่างคุยกันด้วย เพราะอยากจะเช็คว่าคุณส้มอยู่กับคนอื่นหรือเปล่า แฟนคุณส้มบอกว่าได้ยินเสียงเหมือนมีคนอยู่ใกล้ ๆ คุณส้ม เมื่อได้ยินดังนั้นคุณส้มก็เริ่มใจคอไม่ดี พอเช็คว่าห้องไม่มีใครอื่นอยู่ก็ยังไม่วายทะเลาะกัน คุณส้มที่กลัวมากก็นอนไม่หลับ จึงโทรไปคุยกับคุณแม่ต่อ เวลาผ่านไปจนตี 2 คุณส้มอยู่ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น ก็รู้สึกเหมือนเห็นตัวเองนอนหลับอยู่ แล้วก็เปิดประตูออกจากห้องไป แต่นอกห้องดันเป็นบ้านไม้ 2 ชั้นเก่า ๆ ท่ามกลางหญ้ารกร้าง พอกลับเข้าไปในห้อง ก็เข้าไปนอนต่อ แล้วก็เห็นผู้ชายคนนึง ลักษณะมีฟันเหยิน ยิ้มอย่างขนลุก รูปร่างซูบผอม ทรงผมรากไทร ใส่เสื้อยืดสีดำ คุณส้มบอกว่าหน้าตาน่าเกลียดมาก มานั่งคร่อมตรงหน้าขาคุณส้ม แล้วก็พยายามจับมือดึงให้คุณส้มลุกขึ้นมา แล้วลากไปห้องน้ำ ถึงจะรู้สึกว่าร่างตัวเองถูกพาไป แต่คุณส้มก็ยังเห็นว่ามีร่างของตัวเองนอนอยู่ที่เตียงเหมือนเดิม!เมื่อฉุดกระชากกันไปกันมาสักพักใหญ่ คุณส้มก็เห็นพระ ซึ่งปกติแล้วคุณส้มก็มักจะสวดมนต์ก่อนนอนอยู่แล้ว แต่ทุกครั้งที่สวดนั้น จะต้องมีบทสวดเพราะถ้าไม่มีบทสวดก็จะสวดไม่จบ หลังจากที่เห็นพระ ท่านก็บอกว่าให้สวดตาม เมื่อสวดตามจนจบ ก็ได้ยินเสียงนกร้อง แล้วก็สะดุ้งตื่นทันที! เมื่อดูนาฬิกาก็พบว่าเป็นเวลา 6 โมงเช้า ด้วยความกลัวจึงรีบออกไปทำงานคุณส้มเล่าเรื่องที่เจอให้คุณแม่ฟัง คุณแม่ที่เชื่อเรื่องร่างทรง จึงขอที่อยู่หอ ขอเลขห้อง เพื่อให้ร่างทรงช่วย ทางร่างทรงก็บอกว่าห้องที่คุณส้มอยู่นั้น มีการฆ่าตัวตาย 6 คน โดยการรมควัน ตอนแรกคุณส้มก็ไม่เชื่อเท่าไหร่ หลังจากนั้นคุณแม่ก็เดินทางมาหา และได้ไปถามคนแถวนั้น ปรากฏว่าก็มีเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริงคุณส้มเล่าเพิ่มอีกว่ามีจุดที่ผิดสังเกตุคือ เจ้าของหอมักจะบอกให้อยู่ให้ครบ 6 เดือน กุญแจก็ต้องคืนถึงจะได้เงินประกัน พอคุณส้มออกกะทันหัน ยังไม่ทันได้คืนกุญแจ แต่ก็ไม่มีใครโทรตามให้กลับมาคืนเลย คนที่มาอยู่ห้องนี้ก่อนหน้า ก็อยู่ไม่ครบสัญญาเหมือนกัน และตอนที่ย้ายเข้าไปใหม่ ๆ ก็มีพวงมาลัยดอกไม้แห้ง ๆ วางอยู่หน้าห้องตอนนี้คุณส้มเปลี่ยนงาน ทำให้ไม่ต้องย้ายที่อยู่แล้ว ส่วนภาพของผู้ชายคนนั้นก็ยังจำได้มาจนถึงทุกวันนี้...ติดตามความหลอนย้อนหลัง

จำฝังใจ!! แม่เปลี่ยนไป เพราะปลดเบาผิดที่…

20 ต.ค. 2022

จำฝังใจ!! แม่เปลี่ยนไป เพราะปลดเบาผิดที่…

เรื่องราวชวนขนหัวลุกนี้ มาจากคุณฟีน สายแรกที่โทรเข้ามาแชร์ประสบการณ์ของคุณแม่ให้ดีเจแนน และดีเจเคเบิลได้คลุมโปงไปด้วยกัน ในรายการ “อังคารคลุมโปง” เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (18 ตุลาคม 2565)คุณฟีนเล่าว่า ครอบครัวของคุณฟีนมีกิจการคณะลิเก ในช่วงๆ หนึ่งของทุกปี จะต้องเดินทางไปแสดงลิเกที่วัดชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ และในปีที่ทำให้ต้องพบกับประสบการณ์หลอนนั้น คือปี พ.ศ. 2545 ทางวัดได้จัดพื้นที่ให้คณะลิเกตั้งซุ้มคณะใกล้ๆ กับพื้นที่ก่อสร้างด้วยพื้นที่ที่จำกัดทำให้คณะลิเก จัดตั้งได้เพียงแค่ด้านหน้าเวทีการแสดงเท่านั้น ส่วนด้านหลังที่เป็นพื้นที่พักผ่อนหรือแต่งตัวแต่งหน้าของทีมงานและนักแสดง ต้องย้ายไปจัดอยู่ในพื้นที่ก่อสร้างข้างๆ ที่เป็นลักษณะลานกว้างและหลังคายังสร้างไม่เสร็จดี ถัดจากลานกว้าง ก็มีห้องๆ หนึ่งที่ยังเป็นโครงประตู หน้าต่างที่กำลังก่อสร้างอยู่และเนื่องจากทางวัดไม่เคยจัดให้โรงลิเกอยู่ในพื้นที่นี้มาก่อน ทำให้ระยะทางระหว่างโรงลิเกและห้องน้ำอยู่ห่างกันมาก ทีมงานและนักแสดงหลายคนจึงตัดสินใจปลดเบาที่ห้องห้องนั้นแทน...จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่ยังมีการแสดงลิเกอยู่นั้น คุณแม่ของคุณฟีนก็ได้ไปปลดเบาที่ห้องนั้นเช่นเคย หลังจากนั้นแกก็เริ่มมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงราวกับว่ามีคนเอาไม้หน้าสามมาตีที่หัวอย่างไรอย่างนั้น!เมื่อการแสดงจบลง คนในครอบครัวก็สังเกตว่าอาการปวดหัวนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั้งทำให้ตาของคุณแม่เหล่ และเมื่อคุณแม่ไปหาหมอ ก็ได้รับมาเพียงยาพาราเซตามอลคุณฟีนเล่าต่ออีกว่า บ้านของเธอเป็นบ้าน 2 ชั้น ชั้นบนมี 4 ห้อง แบ่งเป็นฝั่งซ้ายขวาอย่างละ 2 ห้อง ซึ่งทางด้านขวาเป็นห้องพระ ในระหว่างที่คุณพ่อกำลังประคองคุณแม่เดินขึ้นมายังชั้น 2 จู่ๆ คุณแม่ก็ก้มหัวตัวเองลงกับพื้น จากนั้นก็ไถหัวแล้วเบนหน้าหนีจากห้องพระเพื่อขึ้นบันไดจนถึงห้องแล้วก็ปิดประตูทันที!คุณฟีนเสริมว่า ภายในห้องพระนั้น มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของต้นตระกูลอยู่มากมาย หนึ่งในนั้นคือพ่อแก่ที่ตกทอดมาตั้งแต่รุ่นปู่ของทวด ซึ่งไม่มีใครกล้าบูรณะให้เพราะหลายคนสัมผัสได้ถึงความดุของท่านเมื่ออาการของคุณแม่เริ่มหนักขึ้น บรรดาญาติๆ ต่างก็แวะเวียนมาเยี่ยมเยียน ไม่ต่างจากคุณลุง ผู้ซึ่งทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งแถบบางรัก คุณลุงเองก็อยากให้คุณแม่ไปรักษาที่โรงพยาบาลนี้ และตั้งใจจะไปขอให้คุณหมอที่สนิทกันช่วยรักษาให้เมื่อไปถึงโรงพยาบาล คุณหมอก็ยินดีรับคุณแม่เข้ารับการรักษา ซึ่งตอนนั้นคุณฟีนเองก็สัมผัสได้ว่าตอนนี้เหมือนคุณแม่ของเธอเหมือนมีสองคนอยู่ในร่างเดียว บางครั้งก็เป็นคุณแม่ที่คุณฟีนรู้จัก แต่ในบางครั้งก็จะแสดงท่าทีแปลกไปทางด้านลูกพี่ลูกน้องของคุณฟีน ก็รู้สึกแปลกใจเรื่องนี้เช่นกัน ขณะที่คุณแม่กำลังพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ญาติของคุณฟีน จึงลองสวดคาถาชินบัญชร พอสวดเสร็จก็สอดคาถาไว้ใต้หมอนของคุณแม่ จากนั้น คุณแม่ก็ตื่นขึ้น!แต่กลับกลายเป็นว่า คุณแม่ไม่ยอมนอนหนุนหมอนที่มีคาถาซ่อนอยู่ พร้อมกันนั้นแกกลับสลับเอาเท้าไปพาดกับหมอนแทน ก่อนจะพูดว่า “ไม่นอน ไม่อยากนอน ไม่เอา” ซ้ำวนไปมาหลายรอบ แล้วยังบอกอีกว่า “เอาบทสวดมนต์ออกไป” เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนเข้าใจแล้วว่า คุณแม่ต้องโดนของหรืออะไรบางอย่างแน่ๆ... แต่ก็จะรักษาด้านวิทยาศาสตร์ควบคู่กับความเชื่อไปด้วยผ่านไปได้ 3-4 วัน คุณอาที่รับหน้าที่เฝ้าคุณแม่ก็ได้โทรมาบอกว่า คุณแม่เริ่มอาการไม่ดี ให้รีบมาที่โรงพยาบาลด่วน ถ้าคืนนี้ไม่ไหว ก็อาจจะต้องปล่อยให้คุณแม่ไป เมื่อไปถึงโรงพยาบาล บรรดาญาติก็เห็นว่าคุณแม่ไม่ได้นอนซมเพราะป่วย แต่ลุกขึ้นมาพูดด้วยเสียงเล็กเสียงน้อยว่า “ขอตังค์หน่อยสิ ขอตังค์หน่อยได้ไหม” ญาติก็ถามกลับว่า “จะเอาตังค์ไปทำอะไร?” แม่ก็ตอบว่า “อยากได้เงิน ต้องใช้เงิน”หลังจากนั้นคุณหมอก็พาเข้าห้องไป เมื่อรักษาเสร็จก็พาออกมา และดูเหมือนว่า อาการของคุณแม่จะดีขึ้น แต่ก็ถูกมัดมือมัดเท้าเพราะมีสายท่อที่ใช้ในการรักษาระโยงระยางเต็มไปหมดทางครอบครัวยังคงรักษาคุณแม่ต่อในโรงพยาบาล ส่วนในแง่ของความเชื่อ ก็มีคนแนะนำมาว่าให้ไปหาพระวัดป่ารูปหนึ่งในจ.ราชบุรี เผื่อท่านจะช่วยได้ จากนั้นคุณย่าก็ไปหาพระรูปนั้น เพื่อนำวันเดือนปีเกิดของคุณแม่ไปให้ พอยื่นให้ท่าน ท่านก็พูดว่า “เขาโกรธนะ ไปเยี่ยวรดหัวเขาแบบนั้น คนมอญน่ะเขาโกรธนะ เขาจะเอาไปเลยนะ”นอกจากนี้ยังบอกอีกว่า “คนที่มาสิง เป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ ผิวสองสี เป็นคนมอญ”และยังถามอีกว่า “มีลูก 2 คนใช่ไหม?” ย่าก็ตอบว่า “ใช่” พระท่านจึงแนะนำว่า “ให้คนโตบวช 15 วัน ส่วนคนเล็กให้เลิกกินเนื้อตลอดชีวิต และให้นำของไหว้ ไปที่ที่แม่เคยโดนของ แล้วก็ขอขมา บอกว่าเราไม่ได้ตั้งใจ” หลังจากนั้นไม่กี่วัน คุณย่าก็รีบไปทำพิธีตามที่พระท่านบอก คุณย่าเล่าให้ฟังว่า ที่ตรงนั้นทั้งมืด ทั้งน่ากลัว แต่ก็ทำการสวดมนต์และขอขมาจนเสร็จสิ้นกลับมาที่ฝั่งของโรงพยาบาล ก็เหมือนมีอะไรมาดลใจคุณหมอให้เดินมาที่เตียงของคุณแม่ แล้วถามคุณอาว่า “ขอถามหน่อยสิ คนไข้ตาเหล่มาตั้งแต่กำเนิดเลยไหม?” อาก็ตอบกลับว่า “ไม่ใช่ค่ะ” เมื่อคุณหมอได้ยินดังนั้น ก็ให้นักศึกษาแพทย์มาช่วยกันตรวจอาการของคุณแม่ทันที เพราะมีเคสน้อยมากที่จะปวดหัวจนตาเหล่แบบนี้ เมื่อคุณหมอได้วินิจฉัยเสร็จแล้ว ผลตรวจออกมาว่า คุณแม่มีอาการไวรัสขึ้นสมอง เป็นช่วงเวลาไล่เลี่ยกับที่คุณย่าได้ไปขอขมาพอดี คุณแม่ก็เริ่มมีอาการดีขึ้นแต่ก็ใช้เวลาเกือบ 1 เดือนเต็มเลยทีเดียวเมื่อได้ออกจากโรงพยาบาล คุณแม่ก็กลายเป็นคนที่พูดช้าลง รวมทั้งการกระทำต่างๆ ก็ด้วย แล้วคุณแม่ก็เล่าให้ฟังว่า “ก่อนที่แม่จะไปโรงพยาบาล แม่ก็ยืนอยู่หน้าห้องพระ แล้วพูดว่าพ่อแก่ ขอให้ลูกหายกลับมา ลูกจะบวช 15 วัน” แล้วก็บอกว่าตอนที่อยู่โรงพยาบาลแม่ฝันว่า “มีคนมาจ้างลิเกให้ไปเล่นบนสวรรค์ แม่ก็ชักรอกขึ้นไป แล้วก็มีคนเอาตุ๊กตามาให้แม่ถือเต็มมือเลย แต่แม่ก็ทำหล่น คนข้างล่างที่เป็นเหมือนคนมอญก็พูดขึ้นมาว่าทำหล่นเหรอ แล้วก็โดนด่า” แล้วยังฝันอีกว่า “แม่กระโดดข้ามตึกไปมา แล้วก็ไม่ตาย มีคนมาช่วย แล้วก็เห็นคนที่ตายทุกคนมายืนล้อมเตียงเหมือนพยายามจะมาช่วยแม่”หลังจากนั้น คุณแม่และพี่ชายของคุณฟีนก็ไปบวช ส่วนคุณฟีนก็เลิกกินเนื้อตลอดชีวิต และคุณแม่ก็ได้ไปหาพระรูปนั้นที่คุณย่าเคยไปหา พระท่านก็แนะนำอีกว่า “ให้เลิกกินหอยที่มีคนเอาไปปล่อย พยายามทำบุญตักบาตรเรื่อยๆ นะ”แต่หลายคนก็สงสัยว่ามีทีมงานและนักแสดงหลายคนที่ไปปลดเบาในห้องนั้น ไม่เห็นมีใครมีอาการเหมือนคุณแม่เลย ท่านจึงบอกว่า “อาจเพราะดวงกำลังตก และเป็นคนจิตอ่อนทำให้โดนได้ง่าย”นับตั้งแต่วันนั้น คุณแม่ก็ยังคงพูดช้าจวบจนทุกวันนี้ แต่ก็ไม่มีอาการแปลกๆ เหมือนช่วงที่เข้าโรงพยาบาลอีกเลย... สามารถติดตามชมความหลอนย้อนหลังแบบเต็มๆได้ทางหากคุณชอบเรื่องหลอน และอยากแชร์ประสบการณ์ขนหัวลุก รับชมรายการสดได้ทุกวันอังคาร เวลา 20.00-22.00 น. ทางคลื่นวิทยุ EFM94 และ App : Atimefungfin

album
efm
-

-