“แนนนี่ เกิร์ลลี่เบอร์รี่” คลอดลูกชายคนแรกแล้ว พร้อมเผยความในใจสุดซึ้ง

ENTERTAINMENT NEWS

“แนนนี่ เกิร์ลลี่เบอร์รี่” คลอดลูกชายคนแรกแล้ว พร้อมเผยความในใจสุดซึ้ง

28 มิ.ย. 2022

    ขอแสดงความยินดีกับคุณแม่คุณพ่อป้ายแดง “แนนนี่ ภัสสรณันฐ์ สุนทรฐิติ” อดีตเกิร์ลกรุ๊ปสาววง เกิร์ลลี่เบอร์รี่ และสามี “ปวินท์ สุนทรฐิติ" ได้คลอดลูกชายคนแรกแล้ว พร้อมตั้งชื่อสุดน่ารัก “น้องเอเรน” เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา

      ซึ่งทางคุณแม่ได้โพสต์ภาพคู่กับเบบี๋ตัวน้อย พร้อมเขียนข้อความในใจสุดซึ้งผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว “ไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้ ภาพนี้! ชั้นผู้อุ้มเด็กไม่เป็นด้วยซ้ำ เล่นกับเด็กก็ไม่เป็น แต่วันนี้มีลูกเป็นของตัวเองละจ้า แม่จะทำให้ดีที่สุด จะรักหนูให้ดีที่สุดนะ เจ้าเอเรนน้อย”

ทันทีที่ได้เห็นความน่ารักของหนูน้อยเอเรน เพื่อนๆ ในวงการบันเทิง และแฟนๆ ต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความยินดีกับคุณแม่ป้ายแดงอย่างล้นหลามกันเลยทีเดียว

EFM 94 ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ

 

ภาพ : nannie__nn


related ENTERTAINMENT NEWS

“คิมเบอร์ลี่” อัปเดตแพลนงานแต่งกับ “หมาก ปริญ” จัดปีหน้าแน่นอน! ส่วนชุดเจ้าบ่าว – เจ้าสาวเป็นสไตล์ลูกครึ่ง

10 ส.ค. 2022

“คิมเบอร์ลี่” อัปเดตแพลนงานแต่งกับ “หมาก ปริญ” จัดปีหน้าแน่นอน! ส่วนชุดเจ้าบ่าว – เจ้าสาวเป็นสไตล์ลูกครึ่ง

เตรียมเป็นว่าที่เจ้าสาวอย่างเต็มตัว สำหรับนักแสดงชื่อดัง “คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ” หลังถูกหวานใจพระเอกชื่อดัง “หมาก ปริญ” คุกเข่าขอแต่งงานเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ล่าสุด “คิมเบอร์ลี่” ก็ได้ออกมาอัปเดตถึงเรื่องแพลนงานแต่งว่า ‘ตอนนี้เรื่องฤกษ์ยังไม่ลงตัว แต่ก็มีวันมาให้เลือกคร่าว ๆ ประมาณ 2 – 3 วันแล้ว ยังเลือกวันไม่ได้ ตีกับ “หมาก” อยู่เพราะชอบเดือนไม่ตรงกัน แต่เป็นปีหน้าแน่นอน เพราะปีนี้ไม่ทันแล้ว และเอาฤกษ์ที่สะดวก ญาติคิมอยู่ที่ต่างประเทศเยอะต้องบอกเขาล่วงหน้าด้วย ดูชุดแต่งงานทุกวัน มีไปลองชุดมาบ้างแล้ว สวยทุกชุด อยากใส่ไปหมดเลย และก็ได้ปรึกษาสไตล์ลิสต์ที่เคยทำงานด้วยว่าจะใส่แบบไหนดี วันจริงก็คงมีมากกว่า 1 ชุด ที่เลือกไว้เป็นชุดสไตล์ลูกครึ่ง และได้ไปปรึกษา ขอคำแนะนำจากพี่ ๆ ที่เคยแต่งงานแล้วด้วย’ ภาพ : kimmy_kimberley

ที่แรกบนวิทยุของประเทศไทย กับซิงเกิลใหม่ล่าสุด ‘เพราะ (BECAUSE)’ จาก ‘NICECNX’

28 ก.ย. 2022

ที่แรกบนวิทยุของประเทศไทย กับซิงเกิลใหม่ล่าสุด ‘เพราะ (BECAUSE)’ จาก ‘NICECNX’

ต้อนรับ ‘NICECNX’ สู่คลื่นวิทยุ EFM94 กับการปล่อยซิงเกิลล่าสุด ‘เพราะ (BECAUSE)’ ซึ่ง EFM94 ถือเป็นวิทยุที่แรกในประเทศไทยที่เปิดเพลงนี้โดยเพลงนี้ ‘ไนซ์’ ได้หยิบท่อน 'HOOK' ในโปรเจกต์ Unlock New Artist ของค่าย B.E.B. (B Entertainment BEAT) มาแต่ง กับท่อนที่ร้องว่า “เพราะมันไม่ใช่ใครก็ได้ ทำให้ฉันหวั่นไหว” เรียกว่าแค่ขึ้นประโยคนี้มาก็ ทำเอาใจแทบสลาย...ระหว่างสัมภาษณ์ไนซ์ได้บอกกับ ‘ดีเจดาว’ ว่า “เขาอยากได้เพลงที่มีความเป็นญี่ปุ่น มีความเป็นเพลงแนว City Pop ผสมกลิ่นอายของอนิเมะ” จนในที่สุดก็ได้เพลง ‘เพราะ (BECAUSE)’ ที่ลงตัวสุดๆ ออกมาซึ่งพอได้ฟังเพลงนี้ ก็จะรู้สึกถึงกลิ่นอายของเพลง ‘หลอก’ ซิงเกิลแจ้งเกิดของไนซ์ แทรกซึมเข้ามาอีกด้วย ถือว่าซิงเกิลนี้มีมนต์เสน่ห์ของการ back to basic ที่ไม่ basic เพราะมันมีอะไรที่ลึกซึ้งอยู่ในความหมายของเพลงนั้นสามารถขอเพลง ‘เพราะ (BECAUSE)’ จาก ‘NICECNX’ เข้ามาได้แล้วทาง คลื่นวิทยุ EFM94 และติดตาม Music Video ของเพลงนี้ได้ วันพุธที่ 5 ตุลาคมนี้ ทางช่อง YOUTUBE : Nicecnx officialภาพ : EFM94

บ้านพักร้างสร้างเรื่อง! 12 พยานหลอนเห็นตรงกัน ขนาดทำบุญใหญ่แล้วก็ยังดุดัน ไม่เกรงใจใคร! | อังคารคลุมโปง

27 ธ.ค. 2022

บ้านพักร้างสร้างเรื่อง! 12 พยานหลอนเห็นตรงกัน ขนาดทำบุญใหญ่แล้วก็ยังดุดัน ไม่เกรงใจใคร! | อังคารคลุมโปง

รายการ ‘อังคารคลุมโปง’ ที่ผ่านมา (20 ธันวาคม 2565) ได้เชิญ ‘คุณแจ็ค The Ghost Radio’ กลับมาเล่าเรื่องผีกันอีกครั้ง คราวนี้แพ็คความหลอนมาเต็มกระเป๋าต้อนรับปีใหม่ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘ผีในวงเหล้า’ งานนี้ทำเอาดีเจแนน และดีเจซันเดย์ต้องอ้าปากค้าง ยกให้เป็นเรื่องหลอนระดับสิบกันเลยทีเดียว !คุณแจ็คเกริ่นเรื่องว่า ในทุก ๆ วงสนทนา และการดื่มกินสังสรรค์ ภายใต้ค่ำคืนแห่งความมืดมิด บรรยากาศหลอน ๆ ชวนให้ต้องเล่าเรื่องผี ดังนั้นเรื่องที่จะเล่านี้ ผีไม่ได้ปรากฏขึ้นมาในวงเหล้าให้เห็นจะ ๆ แต่เป็นเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นในวงสนทนาเรื่องนี้มาจาก ‘คุณเยี่ยม’ เพื่อนของ ‘คุณเซน’ แฟนรายการ The Ghost Radio เขาเล่าว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับกลุ่มคน 12 คน ที่อยู่ในสถานที่เดียวกัน ทั้งหมดเป็นพยานความหลอนในครั้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อช่วงที่พึ่งเข้าไปทำงานใหม่กับบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งในตำแหน่ง ‘โฟร์แมน’ หรือ ‘ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง’ ครั้งนั้นได้รับมอบหมายให้ไปทำงานสร้างห้างสรรพสินค้าในจังหวัดปราจีนบุรี ทางคุณเยี่ยมและเพื่อนร่วมงาน ก็ต้องเดินทางไปประจำที่ไซต์งานแห่งนั้น โดยทางบริษัทได้จัดหาที่พักไว้ให้ และต้องอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 7 เดือนเต็มที่พักแห่งนี้มีลักษณะเป็นคูหาทั้งหมด 8 ห้องใหญ่ กำแพงไม่ติดกัน เหมือนเป็นแท่งสี่เหลี่ยมยาว ๆ ลึกเข้าไป ด้านหน้าของตึกติดตั้งระเบียงเหล็ก (คล้ายกับตะแกรงเหล็ก) และมีบันไดขึ้นทั้ง 2 ทาง เหมือนทางขึ้นเมรุอย่างไรอย่างนั้น ซึ่งทางบริษัทจัดหาไว้ให้ 3 ห้อง นับเรียงจากฝั่งซ้าย (คุณแจ็คขอเรียกเป็นห้องซ้าย ห้องกลาง ห้องขวา) แต่ละห้องจะแบ่งเป็น 2 ห้องนอน (นอนด้วยกันห้องนอนละ 2 คน ก็จะพอดีจำนวน 12 คน) คุณแจ็คเล่าเสริมว่า อาชีพโฟร์แมนจะมีความรู้เรื่ององค์ประกอบการก่อสร้าง แต่เมื่อได้เห็นที่พักที่ถูกจัดให้พักนั้นก็เกิดความรู้สึกว่ามัน ‘แปลก’ ชอบกลในแต่ละห้อง ส่วนของชั้นล่างจะโล่ง มีบันไดขึ้นชั้นบน มีห้องนอน 2 ห้อง คือ ห้องนอนด้านหน้าที่ติดกับระเบียงเหล็ก และห้องนอนด้านหลัง ส่วนที่แปลกคือประตูทางเข้าของห้องนอนด้านหน้าต้องเข้าจากทางระเบียงเท่านั้น ไม่มีประตูให้เข้าจากข้างใน แม้จะเป็นสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยเพียงใด เหล่าโฟร์แมนทั้ง 12 คนก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะที่พักแห่งนี้ถูกจัดมาให้เรียบร้อยแล้ว ถ้าจะให้หาที่พักใหม่ ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเองวันหนึ่ง หลังจากเลิกงาน ก็มีปาร์ตี้สังสรรค์กินดื่มกันบ้างเป็นเรื่องปกติ 1 ใน 12 โฟร์แมน นามว่า ‘คุณต้อม’ บอกว่ารู้สึกเหนื่อย จึงขอเข้าไปนอนพักแทนที่จะสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงาน สมาชิกที่เหลือไม่ได้ผิดสังเกตอะไร จึงดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน จนถึงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม คุณต้อมก็วิ่งหน้าตื่นออกมาจากห้อง แล้วบอกว่า “ผีอำว่ะ” เพื่อนร่วมงานที่เป็นชายปากกล้าก็ถามกลับไปว่า “คิดมากไปหรือเปล่า นอนมากไป ฝันมากไป ผีไม่มีหรอก และผีที่อำเนี่ย ผู้หญิงหรือผู้ชาย ถ้าเป็นผู้หญิง เดี๋ยวจัดการให้” สิ้นเสียงนั้น ทุกคนในที่นั้นก็เห็นผ้าขนหนูผืนบางที่ถูกแขวนอยู่ตรงผนังหลุดออกมา แล้วก็ถูกเหวี่ยงมาใส่หน้าของผู้ชายคนนั้น! ทุกคนทั้งอึ้งและงงกับเหตุการณ์นั้น จากนั้นพี่ซีเนียร์ในกลุ่มก็พยายามพูดเพื่อไม่ให้ทุกคนหวั่นกระเจิงไปกันใหญ่ว่า “ห้องนี้ไม่ได้ปิดประตูหน้าต่างให้มันดี ลมมันอาจจะพัดมาก็ได้” แต่ทุกคนก็อดคิดไม่ได้ช่วงกลางวันของวันต่อมา คุณเยี่ยมก็ออกเดินสำรวจพื้นที่รอบ ๆ สิ่งหนึ่งที่เห็นคือบริเวณหน้าประตูมีปี่เซียะตั้งอยู่ นั่นไม่ใช่จุดที่ผิดสังเกต แต่สิ่งที่ชวนสงสัยคือทุกซอกทุกมุมของตึกไม่ว่าจะเป็นประตู หน้าต่าง มีปี่เซียะวางอยู่ทุกจุด! คุณเยี่ยมคิดว่าเจ้าของตึกอาจจะมีความเชื่อทางด้านนี้ และเขาเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปี่เซียะมีไว้ทำไม จึงไม่ได้สนใจแม้จะสงสัยอยู่ในใจก็ตามหลังจากนั้นหลังเลิกงาน ปาร์ตี้สังสรรค์ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง เวลาประมาณเที่ยงคืนทุกคนก็เริ่มแยกย้ายไปนอน เริ่มจากห้องกลาง เป็นห้องของคุณเยี่ยมและคุณต้อม ระหว่างที่กำลังจะเคลิ้มหลับประมาณตีหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงคนเดินขึ้นมาจากบันได คล้ายกับเสียงรองเท้าคัทชูไม่ก็ส้นสูง คุณเยี่ยมนอนฟังอยู่ก็นึกสงสัยว่าใครกันที่จะใส่รองเท้าแบบนั้นเดินขึ้นบันได เพราะทั้งเขาและคุณต้อมต่างก็เป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ จากเสียงรองเท้ากระทบกับปูนก็เปลี่ยนเป็นเสียงที่กระทบกับเหล็กดัง “ก๊องแก๊ง ก๊องแก๊ง” ไปตามจังหวะการเดินคุณเยี่ยมที่นอนอยู่มองเห็นเงาของผู้หญิงผ่านหน้าต่าง สักพักเงานี้ก็เอาอะไรบางอย่างทุบกำแพงดัง “ตึงๆๆๆๆ” ซึ่งคุณเยี่ยมที่นอนอยู่ก็คิดว่าคงโดนเข้าให้แล้ว จึงหันไปหาคุณต้อมที่นอนอยู่ข้าง ๆ ก็พบว่า คุณต้อมเองก็ไม่ได้หลับเช่นกัน! ทั้งคู่ตาเบิกโพลงและทำได้แค่มองหน้ากัน ไม่ทันได้หายตกใจ เงาร่างนั้นก็เดินไล่บนระเบียงไปห้องซ้ายไปห้องขวา เดินไปเดินมา (ระเบียงเชื่อมกันหมด) จนถึงตีสาม คุณเยี่ยมและคุณต้อมก็ยังนอนฟังเสียงนั้นอยู่และไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเจอกับอะไร!วันต่อมา ทั้งคู่ได้เล่าเรื่องที่เจอให้กับทุกคนฟัง ฝ่ายห้องขวาเป็นผู้หญิงก็บอกว่า “หนูคิดว่าหนูได้ยินแค่ 2 คน” ส่วนห้องทางซ้ายเป็นพี่ซีเนียร์คู่กับผู้ชายปากกล้าก็บอกว่า “ได้ยินเสียงเดินแบบนี้ทั้งคืน ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร” เมื่อทุกคนไม่รู้ว่ากำลังเจอกับอะไร แต่หลังจากนั้นเป็นเวลากว่า 1 อาทิตย์ เมื่อเข้าสู่เวลาตีหนึ่ง เสียงนั้นก็จะดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และไม่มีใครใจกล้าพอที่จะออกไปดูว่ามันคืออะไรกันแน่..เรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นจากห้องข้างหน้าไม่พอ ห้องข้างหลังเองก็เช่นกัน เขาเล่าว่า “ตอนที่นอนอยู่นั้น ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แต่ผมโดนผีอำ” ไม่ได้โดนผีอำแค่คนเดียว แต่ทุกคนที่นอนอยู่ห้องข้างหลังก็โดนผีอำกันทุกคน! เมื่อเรื่องมันชักจะไปกันใหญ่ ทุกคนจึงตกลงกันว่าหลังจากนี้จะไม่ดื่มแอลกอฮอล์กันอีกและนอนให้เร็วขึ้น เผื่อว่าจะดีขึ้นเมื่อเปลี่ยนเวลาให้นอนเร็วขึ้น คุณเยี่ยมกลับไม่สบายตัวอย่างที่คิด เขานอนกระสับกระส่าย จนถึงเวลา 4 ทุ่ม เสียงเคาะหน้าต่างก็ดังขึ้น! “พี่ๆ ช่วยหนูด้วย!” เป็นน้องผู้หญิง 2 คน ที่มาจากห้องขวาวิ่งมาขอความช่วยเหลือ เมื่อเปิดประตูออกไป น้องก็บอกว่า “หนูอ่ะ หลับไปแล้ว ส่วนเพื่อนอีกคนลุกไปเข้าห้องน้ำ ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนมาทำกับข้าวอยู่ข้างล่าง แล้วก็มีเสียงคนซักผ้า” เธอเล่าต่อว่าพอเข้าห้องน้ำเสร็จก็ปิดไฟเดินกลับมาที่ห้อง เพื่อนคนที่นอนอยู่ก็นอนบิดไปบิดมา สักพักก็เอามาคว้าอะไรบางอย่าง แล้วก็ตะโกนออกมา “ว๊ากกกกก!” หลุดออกมาจากอาการผีอำ! เธอเล่าเพิ่มเติมว่าเหมือนมีผู้หญิงคนนึงมานั่งทับที่หน้าอก แล้วก็จับตัวไว้ไม่ให้ขยับ พอเพื่อนที่ลุกไปเข้าห้องน้ำกลับมา ถึงได้หลุดออกจากตรงนั้น เมื่อเห็นท่าไม่ดี จึงวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือหลังจากได้ยินเสียงผู้หญิงเรียก ทุกคนก็มารวมตัวกันที่ห้องกลาง และพร้อมใจบอกว่า “โดนผีอำเหมือนกัน” ซึ่งจะโดนแตกต่างกันไป ผู้หญิงบ้าง ผู้ชายบ้าง บางคนไม่เห็นตัวแต่ขยับตัวไม่ได้ คุณเยี่ยมซึ่งไม่เคยโดนผีอำก็โดนเช่นกัน เหตุการณ์คือ ขณะที่กำลังนอนอยู่ เห็นผู้หญิงเดินเข้ามาในห้อง แล้วก็เอามานั่งทับที่หน้าอก จากนั้นก็บีบคอ คุณเยี่ยมก็พยายามขัดขืนแต่ก็ทำไม่ได้ และหันไปหาเพื่อนที่นอนอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับตะโกนเรียก แต่เรียกเท่าไหร่ ก็ไม่มีเสียงใดเล็ดลอด จึงนึกถึงพระ จากนั้นเสียงก็ออกมา เพื่อนที่นอนอยู่บอกว่าได้ยินเสียงแปลก ๆ จึงปลุกคุณเยี่ยมให้ตื่นด้วยความที่ทั้งหมดเป็นพนักงานใหม่ การจะย้ายออกแล้วต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเองนั้นก็ดูจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ทุกคนจึงจำใจอยู่ที่นี่ต่อ ในทุก ๆ คืน ตี 1 – 3 ก็จะต้องเจอกับเหตุการณ์หลอนซ้ำ ๆ วนมาไม่จบสิ้น จะมีเพียงวันเสาร์อาทิตย์ที่แต่ละคนได้กลับบ้าน นั่นจึงเป็นเวลาหาเครื่องรางของขลังมาป้องกันตัวเอง ซึ่งมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร…เหตุการณ์ดำเนินมาจนถึงช่วงประมาณเดือนที่ 4 – 5 บริษัทได้เรียกพนักงาน 6 คน เปลี่ยนไปทำงานที่อื่น ทำให้เหลือเพียง 6 คน ที่โชคร้ายยังต้องเผชิญเรื่องหลอนไม่จบไม่สิ้น ทุกคนตกลงกันว่าจะนอนด้วยกัน ห้องละ 3 คน เพื่อความสบายใจ พี่ซีเนียร์พูดขึ้นมาว่า “ที่เราเจอกันอยู่เนี่ย มันไม่ใช่ผีแค่ตัวเดียว น่าจะมีเป็นสิบ” น้อง ๆ ในกลุ่มจึงถามขึ้นว่า “พี่รู้ได้ยังไง?” พี่ซีเนียร์ตอบว่า “กูไปรู้อะไรบางอย่างมา มึงรู้มั้ยว่าค่าเช่าของที่นี่เดือนละเท่าไหร่? 3 คูหา มันเดือนละ 5,000” ซึ่งก็ได้วิเคราะห์ว่า อาจเป็นเพราะตึกนี้มันร้างมาก่อน แล้วพอมีบริษัทมาเช่าให้พนักงานอยู่ เขาก็เลยพยายามมาเคลียร์โดยการเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ มาวางไว้ และยังสังเกตอีกว่า ตลอดเวลา 4 – 5 เดือนที่ผ่านมานี้ ไม่มีใครสักคนที่เดินเข้ามาถามว่าอีก 5 คูหาที่เหลือยังว่างให้เช่ามั้ย ทั้ง ๆ ที่ตรงนี้เป็นทำเลดี ติดถนนใหญ่ ทุกคนจึงคุยกันอีกรอบว่าจะแก้ปัญหานี้กันอย่างไรดี ได้ข้อสรุปว่าจะทำบุญครั้งใหญ่ จึงไปซื้ออาหารและจัดเตรียมสิ่งของสำหรับการทำบุญ…เมื่อวันทำบุญมาถึง ช่วงเวลากลางวันแสก ๆ หลังจากปักธูปไหว้เสร็จ พี่ซีเนียร์ก็ดันคิดอะไรแปลก ๆ ไปหยิบจานและตะเกียบมาเคาะแล้วพูดว่า “อ้าว มากินข้าวกินเร็ว” หลังจากเคาะ ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนกำลังวิ่งลงมาเป็นสิบ ๆ คน ผ้าม่านที่อยู่ตรงนั้นก็ไหวไปมา ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น!หลังจากทำบุญให้ ก็ยังเจออยู่เหมือนเดิมไม่เบาลงเลย แม้ทุกคนจะรู้อยู่แก่ใจว่าที่แห่งนี้มีอะไรบางอย่างมาอยู่ร่วมด้วย แต่ก็ทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ จึงต้องอยู่และทำงานกันต่อไป จนกระทั่งถึงเดือนที่ 7 พนักงานกลุ่มนี้ต้องย้ายออก ก็ได้มีพนักงานใหม่เข้ามาอยู่แทน ทั้ง 2 กลุ่มได้คุยกัน หนึ่งในกลุ่มที่มาใหม่บอกว่า “ผมเอาลูกมาอยู่ด้วย วันหนึ่งผมเห็นลูกผมยื่นขนมให้ใครก็ไม่รู้” ในวันย้ายออกมีการจ้างรถชาวบ้านมาช่วยขนย้าย คุณลุงที่เป็นคนขับรถก็ชวนคุยระหว่างทาง “นึกว่าใครมาอยู่ ที่แท้ก็นายช่างนี่เอง แล้วมาอยู่ได้ยังไง ที่นี่ผีดุ นายช่างไม่รู้เหรอ” จากนั้นทุกคนก็รุมถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…คุณลุงเล่าว่าย้อนกลับไปว่า สมัยก่อนที่ตรงนั้นยังเป็นป่าช้า จากนั้นก็มีการล้างป่าช้า ซึ่งก็ไม่รู้ว่าล้างหมดหรือไม่ ส่วนใกล้ ๆ กับบริเวณนั้นเป็นลานโล่ง แล้วก็มีการสร้างโรงพยาบาล คนที่เป็นเจ้าของที่เห็นว่ามันน่าจะพัฒนาที่ดินได้ จึงอยากสร้างอาคารพาณิชย์ แม้จะมีเสียงรอบข้างห้ามปราม แต่เขาก็ดึงดันที่จะสร้าง รวมทั้งไม่ได้สนใจโครงสร้างและการออกแบบเลย ตึกที่ได้จึงมีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมยาววางเรียงกันเหมือนกับโลงศพ! พอมีคนมาเช่า ผลประกอบการก็ไม่ดี ทำมาค้าขายไม่ขึ้น จึงให้ซินแสเข้ามาช่วยดู เขาจึงแนะนำว่าให้ปรับหน้าตาของอาคารให้ดูดีขึ้น ให้มันมีอะไรอยู่ข้างหน้าหน่อย จึงเป็นที่มาของการสร้างระเบียงนั่นเอง นั่นยิ่งทำให้เหมือนทางขึ้นเมรุเข้าไปอีก เรียกได้ว่ายิ่งแก้ยิ่งเละและเมื่อขุดประวัติลึกเท่าไหร่ ความน่ากลัวของคูหาเหล่านี้ก็ยิ่งทวีคูณ ห้องกลางนั้นมีเคยมีผู้หญิงผูกคอตาย ห้องขวาเคยมีสามีภรรยาทะเลาะกัน ฝ่ายชายลงมือฆ่า ส่วนห้องซ้ายเป็นสามีภรรยาเช่นกัน ฝ่ายชายฆ่าฝ่ายหญิง แล้วกินยาฆ่าตัวตายตาม ยังไม่นับรวมเคสอื่น ๆ อีก รวมแล้วมีการเสียชีวิตเกิดขึ้นกว่า 5 ราย ส่วนคูหาอื่นที่ไม่มีคนเข้าไปอยู่ก็ไม่รู้ว่ามีเคสอะไรเกิดขึ้นบ้าง…และนี่คือเหตุการณ์หลอนทั้งหมด ที่โฟร์แมนทั้ง 12 คนเป็นพยานรู้เห็นความหลอนในครั้งนี้ติดตามความหลอนย้อนหลังได้

บิวกิ้น พุฒิพงศ์-พีพี กฤษฏ์ เปิดช่องทางใหม่สำหรับติดต่องาน Billkin Entertainment และ PP Krit Entertainment ทุกช่องทางบนโซเชียลมีเดีย

01 มิ.ย. 2022

บิวกิ้น พุฒิพงศ์-พีพี กฤษฏ์ เปิดช่องทางใหม่สำหรับติดต่องาน Billkin Entertainment และ PP Krit Entertainment ทุกช่องทางบนโซเชียลมีเดีย

พร้อมแล้วสำหรับการเดินทางครั้งใหม่ หลังจากค่าย นาดาว บางกอก ได้ออกมาประกาศขอยุติบทบาทการเป็นบริษัทพัฒนาศิลปิน ผลิตซีรีส์ ละคร และเพลง ทำให้ศิลปินและนักแสดงในสังกัดทุกคนต้องแยกย้ายกันไปตามเส้นทางของตัวเอง และศิลปินที่ถูกจับตามองมากที่สุด คือ 2 หนุ่มสุดฮอต บิวกิ้น พุฒิพงศ์ และพีพี กฤษฏ์ ทำให้แฟน ๆ ตั้งคำถามถึงเส้นทางในอนาคตของทั้งสองคนว่า จะมีการเปิดค่ายด้วยกันหรือไม่?ขอบคุณภาพจาก Billkin Entertainmentล่าสุดบิวกิ้นและพีพี ได้เปิดช่องทางใหม่สำหรับการติดต่องานอย่างเป็นทางการแล้ว ผ่านโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง ทั้ง Instagram Twitter Facebook และ TikTok โดยใช้ชื่อว่า Billkin Entertainment และ PP Krit Entertainment ทำเอาแฟน ๆใจฟู ตื่นเต้นกับการเติบโตก้าวใหม่ของบิวกิ้นและพีพีด้วยการติด #BillkinEntertainment และ #PPKritEntertainment บนทวิตเตอร์ขอบคุณภาพจาก PP Entertainmentซึ่งทั้งบิวกิ้นและพีพีได้ออกมาโพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมทั้งเขียนแคปชั่นว่า Billkin Begins และแคปชั่นของพีพีคือ Begin together ซึ่งแฟน ๆ ก็ได้เข้ามาร่วมกันคอมเมนต์แสดงความยินดีให้กับการเดินทางครั้งใหม่ของทั้งสองคนส่วนผลงานต่าง ๆ ของบิวกิ้นและพีพีจะมีโปรเจกต์พิเศษอะไรออกมาเซอร์ไพร์สให้กับแฟน ๆกัน บ้าง EFM จะมาอัพเดทให้ทราบกันแน่นอนค่ะ

album
efm
-

-