ซีซั่นนี้ไม่รอด! ดีเจมดดำติดโควิด-19 เข้ารับการรักษาแล้ว

ENTERTAINMENT NEWS

ซีซั่นนี้ไม่รอด! ดีเจมดดำติดโควิด-19 เข้ารับการรักษาแล้ว

06 มิ.ย. 2022

     ซีซั่นนี้ไม่รอด! ดีเจมดดำ โพสต์ภาพผลตรวจ ATK บนอินสตาแกรมส่วนตัวขึ้น “สองขีด” พร้อมแคปชัน “ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา ตรวจทุกวัน ตรวจทั้งวัน ปรากฎไม่ขึ้น วันนี้ขึ้นชัดเจนมากกก ขออภัย ทุกท่าน ที่ได้ร่วมงานกัน ติดโควิดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขอหยุดงานยาวเลย เจอกันใหม่อาทิตย์หน้า” ซึ่งมีแฟนคลับและเพื่อนๆ พี่ๆ ในวงการบันเทิงมาคอมเมนต์ให้กำลังใจอย่างแนบแน่น

 

ภาพ : moddamkachapa


related ENTERTAINMENT NEWS

ฉลองปีที่ 16 แบบเต็มแมกซ์ของวงแบนด์ตัวตึงแห่งยุค FTISLAND ใน "2023 FTISLAND LIVE 'RE : FTISLAND' IN BANGKOK"

19 มิ.ย. 2023

ฉลองปีที่ 16 แบบเต็มแมกซ์ของวงแบนด์ตัวตึงแห่งยุค FTISLAND ใน "2023 FTISLAND LIVE 'RE : FTISLAND' IN BANGKOK"

สนุกแบบตะโกน!! สำหรับการกลับมาเยือนเมืองไทยในรอบ 5 ปี ของ 3 หนุ่มชาวเกาะ FTISLAND ซึ่งประกอบด้วย Lee Hong Gi (อี ฮงกิ), Lee Jae Jin (อี แจจิน) และ Choi Min Hwan (ชเว มินฮวาน) กับคอนเสิร์ตที่มันส์สุดของแห่งปี สมศักดิ์ศรีศิลปินระดับตัวแด๊ด! 2023 FTISLAND LIVE 'RE : FTISLAND' IN BANGKOK ในวันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา ณ ไบเทค ฮอลล์ 1-3ซึ่งกลับมาครั้งนี้ FTISLAND ยังคงได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทั้ง “พรีมาดอนน่า” (ชื่อแฟนคลับ) ที่มากันแน่นฮอลล์คอนเสิร์ต รวมถึงคณะสื่อมวลชน ที่มาร่วมงานแถลงข่าวและงานคอนเสิร์ตกันอย่างหนาแน่นไม่แพ้กัน โดยทั้ง 3 หนุ่มออกมาต้อนรับพร้อมพูดคุยอย่างเป็นกันเอง โดยสิ่งแรกที่พวกเขาพูดถึงคือความคิดถึงประเทศไทย อาหารไทย และพรีมาดอนน่าไทย ที่บอกเลยว่าครั้งนี้เตรียมความพิเศษมาฝากอีกเพียบ และดีใจมากที่สุด ที่ได้มาฉลองครบรอบเดบิวต์ 16 ปี ร่วมกับแฟนๆ ชาวไทยในคอนเสิร์ตครั้งนี้รายงานความพร้อมแบบ 100% กันแล้ว ก็มาถึงช่วงที่ทุกคนรอคอย เตรียมนับถอยหลัง 3 2 1 สู่ 2023 FTISLAND LIVE 'RE : FTISLAND' IN BANGKOK เหล่าพรีมาดอนน่าพร้อมเพรียงกันโบกธง และแท่งไฟจนทั้งฮอลล์กลายเป็นสีเหลืองทอง พร้อมกรี๊ดกันแบบสุดเสียงต้อนรับ 3 หนุ่ม อีฮงกิ,อีแจจิน และ ชเว มินฮวาน ขึ้นบนเวที พร้อมประจำการในตำแหน่งของแต่ละคน ประเดิมเสียงร้องอันทรงพลัง และดนตรีอันหนักหน่วงกระแทกใจ ด้วยเพลง Don't Lose YourSelf ,TIME TO และ PRAY ซึ่งทำเหล่าพรีมาดอนน่านั่งไม่ติดเก้าอี้ ลุกกระโดดกันตั้งแต่วินาทีแรก!ทั้ง 3 หนุ่ม ขอเบรกทักทายแฟนๆ อย่างเป็นทางการ ด้วยการแนะนำตัวเป็นภาษาไทย เริ่มที่หนุ่มฮงกิ ที่ทักทายด้วยประโยค “สวัสดีครับ ผมฮงกิครับ ผมรักคนไทยมากๆ เก่งจังเล้ย!” หนุ่มแจจิน และมินฮวาน อ้อนต่อ “คิดถึงมากๆ ครับ” เป็น 5 ปีที่คิดถึงพรีมาดอนน่าไทยมากๆ วันนี้ขอให้ทุกคนสนุกจนจบคอนเสิร์ตนะ และไปสนุกต่อกับลิสต์เพลงใหม่ที่แฟนๆ จะได้ฟังเป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็น Champagne, PUPPY, Falling Star และ FREEDOM ซึ่งพอจบเพลย์ลิสต์นี้ นักร้องนำอย่างหนุ่ม “ฮงกิ” ถึงกับลงไปนอนบนเวที เพราะวิ่งไปหาแฟนๆ ทั้งฝั่งซ้าย-ฝั่งขวา ร้องไปวิ่งไปแบบเสียงไม่ตกแม้แต่โน้ตเดียว ส่วนแฟนๆ ด้านล่างเวทีก็มันส์ไม่แพ้กัน บัตรนั่งกลายเป็นบัตรยืน เก้าอี้มีหน้าที่เป็นแค่พร็อพเท่านั้น!!และไปสนุกโดดต่อไม่แคร์ข้อเข่ากับเพลง The Night, Want และ Take me now หลังจากนั้น...มาถึงอีเว้นท์พิเศษที่หนุ่มๆ เขาเตรียมมาเพื่อแฟนๆ โดยเฉพาะ เหมือนแฟนมีตติ้งเล็กๆ ได้นั่งพูดคุยกับเหล่าพรีมาดอนน่า เล่นเกมส์ทายเพลงของ FTISLAND ที่ชาวพรีมาดอนน่าไทยชอบมากที่สุด ภายใน 1 วินาที ซึ่ง 3 หนุ่มตอบถูกทั้ง 5 เพลง เรียกว่ารู้จักรู้ใจกันสุดๆ ก่อนพาแฟนๆ ไปหูเคลือบทองคำกับโชว์สุดพิเศษที่มาแบบ Acoustic Live เปิดด้วยเพลง Don't love ,Do You Know why, Severely และ WIND ขอยกพาร์ตนี้ให้เป็นสเตจเสียงสวรรค์ ยิ่งคลอไปกับเสียงร้องของเหล่าพรีมาดอนน่าบอกได้คำเดียวว่าเพอร์เฟค! ไม่ปล่อยให้แฟนๆ พักนาน ขึ้นชื่อว่าคอนเสิร์ตของ FTISLAND ทุกคนต้องมาโดดและโยกให้หัวหลุดเท่านั้น! สเตจถัดมาถึงเวลามือกลองหนุ่ม “มินฮวาน” ได้ปล่อยของกับสเตจ M.H Drum Solo เท่สุด ระเบิดสุด ก่อนอีก 2 หนุ่มจะขึ้นมาบรรเลงความสนุกอีก 2 เพลงสุดท้ายของวันนี้ เพลง Hourglass และ Aquaสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ที่ตั้งตารอมา 5 ปี ชาวพรีมาดอนน่าขอต่อเวลาแห่งความสุข ความสนุก ออกไปอีกนิด ระหว่างที่ 3 หนุ่มไปเตรียมตัวสำหรับอังกอร์ แฟนๆ ส่งเสียงเรียกพวกเขาตลอดเวลา และทั้ง 3 หนุ่มกลับขึ้นมาบนเวทีอีกครั้ง กับเพลง Still With U และเผยความรู้สึกขอบคุณเหล่าพรีมาดอนน่าที่มาหาพวกเขาทั้ง 3 คนในวันนี้อีกด้วย...โดยฮงกิ ก็ได้บอกว่าการได้ทัวร์อีกครั้งในปีนี้แม้จะยุ่ง แต่อยากที่จะได้มาสนุกกับแฟนๆ ชาวไทย รู้สึกขอบคุณทุกๆคนด้วย ครั้งหน้าพวกเขาก็จะมาพร้อมกับอัลบั้มใหม่ และเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบเดบิวต์ 16 ปี ในฐานะ FTISLAND พร้อมกับอัลบั้มใหม่ๆ และคอนเสิร์ตต่อๆไป ส่วนแจจิน เองก็บอกว่า "ตั้งแต่เดบิวต์ พวกเราก็ชอบเมืองไทยมาตลอด พรีมาดอนนน่าไทยให้ความรักและกำลังใจกับพวกเราเสมอ ครั้งต่อไปหวังว่าพรีมาดอนน่าจะให้กำลังใจกันต่อไป อย่าป่วย หาเงินได้เยอะๆ ขอให้มีความสุขครับ" ปิดท้ายที่ มินฮวาน "พวกเราไปเกณฑ์ทหาร และมีโควิด-19 ด้วย ทำให้มีช่องว่างในการทำงานยาวพอสมควร แต่ว่าพอได้มาร้อง มาเล่นดนตรีให้ทุกคนได้ฟังในวันนี้ เรามีความสุขมากจริงๆ จากนี้ไปก็จะไม่มีอะไรขัดขวางได้แล้ว เราจะพยายามทำอัลบั้ม และคอนเสิร์ตต่อไปนะครับ"สุดท้ายก่อนจะโบกมือลา พวกเขาก็ขอส่งเพลง Paradise เป็นของขวัญสุดท้าย ก่อนที่จะเซอร์ไพร์สยิ่งกว่า เมื่อพรีมาดอนน่าไทย เตรียมโปรเจกต์พิเศษมามอบให้พวกเขา ไม่ว่าจะเป็นป้ายแบนเนอร์ที่มีข้อความว่า "에프티를 지켜줘서 고마워요" ซึ่งมีความหมายว่า “ขอบคุณที่ปกป้องเอฟทีนะ” และแปลอักษรเป็นคำว่า “16주년” ซึ่งมีความหมายตรงตัวว่า “16ปี” รวมถึงยังมีเค้กสุดน่ารักที่มามอบให้ 3 หนุ่ม เพื่อฉลองวันครบรอบเดบิวต์ 16 ปีไปด้วยกัน ซึ่งเหล่าพรีมาดอนน่าก็ร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์เวอร์ชั่นเกาหลีให้หนุ่มๆฟังอีกด้วย แม้จะดำน้ำไปหน่อย แต่ทั้ง 3 หนุ่ม ก็สัมผัสได้ถึงความรักของแฟนๆ ที่มีต่อพวกเขาแน่นอน ยกให้เป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความประทับใจ สำหรับ 2023 FTISLAND LIVE 'RE : FTISLAND' IN BANGKOK เพราะไม่ว่าจะเป็น แสง สี เสียง โปรดักชั่น เรียกได้ว่าจัดเต็ม เมื่อบวกกับความเป็นหนึ่งด้านดนตรีของ 3 หนุ่ม FTISLAND ที่ทั้งร้องสด เล่นสด พลังร้อง พลังดนตรี ที่ไม่ใช่แค่เพราะ แต่กระแทกไปถึงใจคนฟัง ทำให้ตลอด 2 ชั่วโมงในคอนเสิร์ต ไม่มีวินาทีไหนที่แฟนเพลง แฟนคลับของพวกเขา ไม่สนุก ไม่กระโดด ไม่มันส์ ทำให้ FTISLAND ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน เป็นวงดนตรีที่สักครั้งในชีวิตต้องมาชมพวกเขาเล่นคอนเสิร์ตให้ได้!!!ภาพ Ujin Entertianment

Bangkok ARE YOU READY? RADWIMPS ประกาศเอเชียทัวร์ 2023 แล้ว!!!

07 เม.ย. 2023

Bangkok ARE YOU READY? RADWIMPS ประกาศเอเชียทัวร์ 2023 แล้ว!!!

RADWIMPS วงร็อกแถวหน้า ชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น รู้สึกตื่นเต้นที่จะประกาศเอเชียทัวร์สุดพิเศษในฤดูร้อนนี้ หลังจากข่าวการขายบัตรอเมริกาทัวร์หมดเกลี้ยง และประกาศยุโรปทัวร์ต่อทันที สำหรับเอเชียทัวร์ของเราก็ไม่น้อยหน้า เริ่มรอบแรกในวันที่ 21 กรกฎาคม 2566 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ก่อนจะไปต่อที่ ไทเป ไต้หวัน กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย กรุงเทพฯ และปิดท้ายที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซียในวันที่ 30 กรกฎาคม 2566 โยจิโระ โนดะ นักร้องนำกล่าวว่า "ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะแสดงความตื่นเต้นของตัวเองออกมาอย่างไร ผ่านมา 3 ปีแล้ว และพวกเราก็แก่ขึ้นถึง 3 ปี ซึ่งเพลงของพวกเราก็โตขึ้นเช่นกัน ผมจะไปหาแฟนๆ ทุกคน เหมือนกับว่าทุกคนคือคนรัก ที่ผมอยากพบ ดังนั้น เตรียมตัวกันให้พร้อมนะครับ ผมแทบจะรอไม่ไหวแล้ว!” โยสุเกะ ทาคาดะ เบส กล่าวเสริมว่า: “นานแล้วที่เราไม่ได้เล่นคอนเสิร์ต ที่ผู้ชมสามารถกรีดร้องและตะโกนได้ ดังนั้นผมจึงอยากสนุกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ” เมื่อเร็วๆ นี้ RADWIMPS ได้ร่วมงานกับ Kazuma Jinnouchi นักแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ได้รับการยกย่องอย่างสูง เพื่อสร้างเพลงประกอบอนิเมชั่น ของผู้กำกับมากความสามารถอย่าง Makoto Shinkai เรื่อง “Suzume” ที่กำลังฉายอยู่ในโรงภาพยนตร์ทั่วเอเชีย Suzume เปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 ครองอันดับ 1 ติดต่อกัน 3 สัปดาห์ ด้วยรายได้รวมกว่า 14.22 พันล้านเยน ในบ็อกซ์ออฟฟิศจนถึงปัจจุบัน! การเปิดตัวระหว่างประเทศเริ่มในวันที่ 2 มีนาคม 2566 ในประเทศ ฮ่องกง ไต้หวัน และ มาเก๊า นอกจากนี้ Suzume ยังทำรายได้เป็นอันดับหนึ่งในฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลี และเวียดนาม จนถึงขณะนี้มีผู้ชมมากกว่า 2 ล้านคนแล้ว นอกจากนี้ Suzume ยังเปิดตัวในตลาดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นั่นคือจีน เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา และขายตั๋วล่วงหน้าได้ถึง 70 ล้านหยวน (10.17 ล้านเหรียญสหรัฐ) ก่อนออกฉาย ทำให้ Suzume กลายเป็นภาพยนตร์ที่มียอดขายล่วงหน้าสูงสุดสำหรับ ภาพยนตร์อนิเมชั่นของจีนเลยทีเดียว ซึ่งเพลงประกอบโดย RADWIMPS และ Kazuma Jinnouchi ก็ยังได้รับรางวัล "เพลงยอดเยี่ยม" จากงาน Japan Academy Awards ครั้งที่ 46 อีกด้วย RADWIMPS 4 หนุ่มสุดเจ๋ง ฟอร์มวงขึ้น ในปี 2544 ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในปี 2548 หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็รวบรวมฐานแฟนเพลงในวงกว้าง โดยมีคนรุ่นใหม่เป็นแกนหลัก ออกผลงานสตูดิโออัลบั้มมาแล้ว 9 ชุด และร่วมสร้างสรรค์เพลงชื่อดังในวงการเพลงมากมาย ผลงานสร้างชื่อคือการทำสตูดิโออัลบั้ม สำหรับภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง "Your Name" ที่ทำลายสถิติก่อนหน้านี้ จนนำไปสู่การคว้ารางวัล Japanese Academy Awards สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม กิจกรรมทางดนตรีของพวกเขาไปไกลกว่าประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการทัวร์คอนเสิร์ตอย่างกว้างขวางไปทั่วโลก นับว่าเป็นต้นแบบของวงร็อก ที่ประสบความสำเร็จจากความสามารถ ที่น่าจับตามมองมากที่สุดในปัจจุบัน ในเดือนพฤศจิกายน 2564 RADWIMPS ได้เปิดตัวสตูดิโออัลบั้มล่าสุด “FOREVER DAZE” และออกทัวร์ทั่วประเทศญี่ปุ่น คอนเสิร์ต “FOREVER DAZE” จึงเป็นความท้าทายอย่างที่สุด เพราะพวกเขาได้ทำทัวร์คอนเสิร์ต ตลอดช่วงเวลาที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ ซึ่งพวกเราต่างมีความเชื่อที่ว่า ดนตรีที่พวกเขาสร้างขึ้น จะนำพาความหวัง และทำให้แฟนๆ ก้าวไปข้างหน้า และในปีนี้ สำหรับแฟนๆ ชาวไทย ไม่ต้องรอนาน เพราะพวกเขากำลังจะกลับมา เพื่อสร้างความฝัน และความหวังให้กับทุกคน ด้วยบทเพลงของพวกเขาอีกครั้ง พบกับ RADWIMPS On Tour ในเอเชีย RADWIMPS Asia Tour 2023- 21 กรกฎาคม 2023 โซล, ประเทศเกาหลีใต้ @ YES24 LIVEHALL- 23 กรกฎาคม 2023 ไทเป, ไต้หวัน @ Zepp New Taipei- 25 กรกฎาคม 2023 กัวลาลัมเปอร์, ประเทศมาเลเซีย @ Zepp Kuala Lumper- 27 กรกฎาคม 2023 กรุงเทพฯ, ประเทศไทย @ UNION HALL- 30 กรกฎาคม 2023 จาการ์ตา อินโดนีเซีย @ Basket Hall Senayan GBKภาพ AVALONLIVE

ยินดีกับบ่าวสาวป้ายแดง ‘ชาริล ชัปปุยส์’ จูงมือ ‘เฮเลน่า ขนิษฐา’ เข้าประตูวิวาห์

08 มิ.ย. 2022

ยินดีกับบ่าวสาวป้ายแดง ‘ชาริล ชัปปุยส์’ จูงมือ ‘เฮเลน่า ขนิษฐา’ เข้าประตูวิวาห์

‘ชาริล ชัปปุยส์’ นักฟุตบอลลูกครึ่งไทย-สวิตเซอร์แลนด์ จูงมือกับแฟนสาว ‘เฮเลน่า ขนิษฐา บุช’ นางแบบสาวสวยลูกครึ่งไทย-สวีเดน เข้าประตูวิวาห์ พร้อมปาร์ตี้สละโสดที่ประเทศอิตาลี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (วันที่ 7 มิถุนายน 2565) โดยจัดพิธีแต่งงานแบบเล็กๆ มีญาติๆ และเพื่อนสนิทของทั้งสองฝ่ายเป็นสักขีพยานในความรัก ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเจ้าบ่าว-เจ้าสาว ได้มีการโพสต์ภาพพรีเวดดิ้ง และภาพงานปาร์ตี้สละโสด ลงบนอินสตาแกรมส่วนตัวพร้อมแคปชัน “In every lifetime I'll find you ฉันขอพบเธอทุกชาติไป” ซึ่งมีเพื่อนๆ มาร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก EFM ขอร่วมแสดงความยินดีกับบ่าวสาวป้ายแดงด้วยนะคะภาพ : 7charyl

โศกนาฏกรรมสุดเศร้า คละเคล้าความสยอง ‘หมอบี’ พบหุ่นจำลองปริศนา กับพฤติกรรมประหลาดของอาม่าเจ้าของบ้าน!

10 พ.ย. 2022

โศกนาฏกรรมสุดเศร้า คละเคล้าความสยอง ‘หมอบี’ พบหุ่นจำลองปริศนา กับพฤติกรรมประหลาดของอาม่าเจ้าของบ้าน!

ประสบการณ์ชวนตระหนกตกใจและขนหัวลุกนี้ เป็นของ ‘หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ’ ที่ได้เข้ามาร่วมแชร์ประสบการณ์หลอนในรายการ ‘อังคารคลุมโปง’ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (8 พฤศจิกายน 2565) เรื่องที่นำมาเล่าจะน่าตกใจและเสียวสันหลังขนาดไหน เราสรุปไว้ให้คุณอ่านข้างล่างนี้แล้ว กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘สายใยของครอบครัว’‘หมอบี’ เล่าว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นมาไม่นาน และเหตุเกิดที่ต่างประเทศ โดยมีผู้ว่าจ้างคนหนึ่งสงสัยว่า ‘พี่ชาย’ ถูกของเข้า และอยากให้มาช่วยดูพฤติกรรมแปลก ๆ ของ ‘อาม่า’ ด้วยต้องบอกก่อนว่าครอบครัวนี้ค่อนข้างมีอิทธิพลและร่ำรวย ชาวบ้านแถวนั้นต่างก็รู้จักกันดี เมื่อไปถึง ผู้ว่าจ้างก็บอกว่าพี่ชายของเขามีอาการผิดปกติ และยังไม่มีใครเห็นพี่ชายมานานเป็นเดือนแล้วด้วย ทางผู้ว่าจ้างเองก็ยืนยันและมั่นใจว่า พี่ชายของเขาถูกทำของใส่โดยพี่สะใภ้แน่นอน นอกจากนี้ ‘อาม่า’ หรือแม่ของผู้ว่าจ้าง ที่เรียกได้ว่ามีอำนาจสูงสุดของบ้าน ก็ยังคอยซื้อวัตถุดิบต่าง ๆ ไปทำอาหารที่บ้านของพี่ชายอยู่ทุกวัน แม้จะไม่มีใครเคยเห็น แม้แต่เงาของพี่ชายและครอบครัวเลยก็ตาม..ถึงอย่างนั้น ‘อาม่า’ ก็ยืนกรานว่าครอบครัวของเธอไม่มีอะไรผิดปกติ อยู่กันอย่างมีความสุข ลูกสะใภ้ก็ทำตัวดีไม่มีปัญหาอะไร และไม่ยอมให้หมอบีเจอเดินทางไปบ้านของพี่ชาย หมอบีจึงจำใจยอมแพ้และกำลังจะออกจากบ้านหลังนั้น แต่น้องหมาสูงอายุที่นอนติดเตียง เพียงแค่หายใจก็ยังยากลำบาก ซึ่งโดยปกติแล้วจะนอนอยู่เฉยๆ ไม่มีปฏิกิริยากับใคร อยู่ ๆ ก็ตะเกียกตะกายตัวเข้ามาขวางหมอบีไว้ไม่ให้ออกจากบ้าน คนในบ้านเองก็แปลกใจว่าทำไมน้องถึงทำแบบนี้ แต่หมอบีเองก็ไม่ได้สนใจ จึงเดินเลี่ยงไปอีกทาง แต่น้องก็ยังคลานมาขวางหมอบีอีกอยู่ดี หมอบีจึงทำได้เพียงลูบหัวและส่งความรู้สึกบอกน้องไปว่า “ไม่เป็นไรนะ ถ้ามีอะไรจะช่วยเต็มที่” สุดท้ายก็เดินออกจากบ้านไปในคืนนั้น ทางผู้ว่าจ้างก็ได้โทรมาหาหมอบีและบอกว่า น้องหมาตัวนั้นได้ส่งเสียงหอนโหยหวนที่หน้าประตูห้องของพี่ชาย (เดิมเคยอยู่บ้านหลังนี้ แต่ปัจจุบันย้ายออกไปมีบ้านเป็นของตัวเอง) เรียกได้ว่าผิดปกติกว่าทุกครั้ง เพราะมันไม่เคยเห่าหรือหอนมานานมากแล้ว..วันรุ่งขึ้น หมอบีก็ไปที่บ้านหลังนั้นตั้งแต่เช้าตรู่ ทุกคนในบ้านก็พยายามช่วยพูดให้อาม่ายอมใจอ่อนพาไปหาพี่ชายที่บ้านอีกหลัง อาม่าจึงบอกให้พิสูจน์อะไรบางอย่าง ถ้าเชื่อว่าช่วยได้จะยอมพาไป หมอบีจึงทำบางสิ่งบางอย่างให้อาม่าเชื่อ (หมอบีขอละตรงนี้ไว้เป็นความลับ) เมื่ออาม่าเชื่อแล้ว จึงบอกว่าจะพาไป แต่มีเงื่อนไขว่าหมอบีจะต้องไปคนเดียวเท่านั้น!พอไปถึงบ้านของพี่ชาย หมอบีก็ได้ยินเพื่อนบ้านโวยวายเรื่องกลิ่นเหม็นที่มาจากบ้านหลังนี้ และเมื่อได้เดินเข้าไปในบ้าน หมอบีก็ได้กลิ่นเหม็นที่ว่านั้นเข้าอย่างจัง หมอบีคิดในใจว่าจะต้องมีศพที่เน่าจนหนอนขึ้นยั๊วะเยี๊ยะเต็มไปหมดแน่นอน แต่ภาพที่เห็นกลับเป็นอาหารเน่าบูดกองใหญ่วางซ้อนกันอยู่บนโต๊ะอาหาร สภาพเละเทะเกินจะบรรยาย แต่เมื่อหันกลับมามองที่อาม่า ท่านกลับมีสีหน้าเรียบเฉยจนผิดปกติ แถมอาม่ายังบอกอีกว่า ก็เนี่ยไง ยังอยู่กันดี เป็นปกติ อาม่าก็ยังมาทำอาหารให้ ‘พวกเขา’ กินทุกวันอยู่เลย นั่นทำให้หมอบีรู้สึกขนหัวลุกกับพฤติกรรมแบบนี้ และเกิดข้อสงสัยว่า “แล้วอาม่าทำอาหารให้ใครกิน?”เมื่อเดินไปห้องนั่งเล่นของบ้าน ทีวีถูกเปิดทิ้งไว้ อากาศในห้องเย็นเฉียบ และหมอบีก็รู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง ภาพตรงหน้าคือก้อนอะไรบางอย่างที่ถูกมัดกันจนมีรูปร่างคล้ายกับคนในสภาพนั่งอยู่บนโซฟา และมีอะไรบางอย่างที่หมอบีก็ยังไม่ทราบ ถูกนำมาแปะจนกลายเป็นใบหน้า วาดปากฉีกยิ้มชวนเสียวสันหลัง หมอบีเล่าว่าหุ่นนี้ประกอบไปด้วย ‘พี่ชาย’ และลูกของพี่ชายอีก 2 คน อาม่าบอกเพิ่มเติมว่า “ก็เนี่ยไง ลูกชั้นก็อยู่ตรงนี้”สักพักนึง อาม่าก็พาเดินเข้าไปที่ครัว ซึ่งหมอบีเองก็สัมผัสได้ว่าครัวนี้ถูกใช้ทำอาหารเป็นประจำ มีการเก็บล้างอย่างดี หมอบีคิดในใจ 2 อย่าง อย่างแรก อาม่าอาจมีอาการป่วยทางจิต และสอง ลูกสะใภ้หายไปไหน? เมื่อเดินดูข้างในบ้านเสร็จแล้ว หมอบีจึงเดินออกมาสำรวจนอกบ้าน รวมทั้งได้ข้อมูลสำคัญจากเพื่อนบ้านแถวนั้นว่า ในทุกวัน ๆ ลูกสะใภ้จะพาอาม่ามาที่บ้านในช่วงเย็นหลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายพิสูจน์หลักฐานก็ได้เข้ามาตรวจสอบบ้านหลังนี้ หมอบีก็ถูกเรียกตัวให้ไปที่บ้านหลังเกิดเหตุนั้นอีกครั้ง จึงได้ทราบว่า หุ่นที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่มีอะไรบางอย่างแปะไว้เป็นใบหน้า มันคือหน้าจริง! หมอบีอธิบายต่อว่ามันคือชิ้นเนื้อเละ ๆ ที่ถูกนำมาตัดแต่ง และติดเข้าไปที่หุ่น เมื่อเข้าไปในครัว และเปิดข้างล่างซิงก์ล้างจานออก ก็พบกับหุ่นของผู้หญิงนั่งคดคู้อยู่ใต้ซิงก์ อีกมือถือมีดอยู่ในท่าเตรียมจะจ้วงอะไรบางอย่าง และเช่นกัน ใบหน้านั้นคือเศษชิ้นเนื้อที่ถูกตัดแต่งจนเป็นใบหน้าที่มีรอยยิ้มอย่างสยดสยอง!กลายเป็นว่าทุกคนที่ตามหา เสียชีวิตไปหมดแล้ว เมื่อสืบให้ลึกขึ้นก็พบว่าศพทั้งหมดนั้น ถูกนำไปทำพิธีและฌาปนกิจเรียบร้อยทุกอย่างแล้ว แต่ไม่มีใครรู้ ส่วนทางด้านอาม่าก็มีอาการเบลอ คุยด้วยไม่ได้ หมอบีไม่สามารถสอบถามอะไรอาม่าเพิ่มเติมได้เลย หลังจากนั้นได้มีการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า หุ่นเหล่านั้นมีอาหารปนเปื้อนอยู่ อาจจะเป็นอาม่าที่ป้อนอาหารเข้าไปก็เป็นได้ ซึ่งอาหารเหล่านั้นเมื่อตรวจสอบดูอีกทีก็พบว่ามีเศษชิ้นเนื้อของลูกสะใภ้ปะปนอยู่ด้วย หมอบีเล่าต่อว่าเนื้อพวกนี้ เขาจะแยกเก็บไว้เป็นบางส่วนเพื่อทำฮวงซุ้ย และอาจจะถูกขโมยออกมาก็เป็นได้นอกจากนี้ตำรวจยังได้สืบหาเบาะแสเพิ่มเติมพบว่า ลูกสะใภ้มักจะถูกผู้เป็นสามีทำร้ายร่างกายอยู่บ่อย ๆ แต่ก็ไม่เคยปริปากบอกใคร และพยายามดูแลครอบครัวให้ดีที่สุดอยู่เสมอ ในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ เธอก็มักจะพาอาม่าไปซื้อวัตถุดิบเพื่อมาทำอาหารทุกวัน นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมหุ่นของลูกสะใภ้จึงถือมีดและอยู่ในท่าพร้อมที่จะทำร้ายคนอื่นอยู่นั่นเองหมอบีเล่าต่อว่า ศพทั้ง 4 ชีวิตนั้น เสียชีวิตไปเป็นระยะเกือบ 1 เดือน ตรงตามกับที่ผู้ว่าจ้างบอกว่าไม่มีใครพบเห็นพี่ชายมาเป็นเวลากว่า 1 เดือนหลังจากนี้หมอบีก็ยังต้องกลับไปสืบเรื่องนี้ต่ออีกครั้ง เพราะตอนนี้ทางตำรวจเองก็สันนิษฐานว่าคนทำอาจไม่ใช่ลูกสะใภ้ ถ้าอย่างนั้นแล้ว ใครคือคนร้ายตัวจริง? หรือมีอะไรอยู่เบื้องลึกเบื้องหลังโศกนาฏกรรมในครั้งนี้กันแน่...ชมไลฟ์สดย้อนหลัง

album
efm
-

-