โกฮัง..หัวใจโกโฮม กวาดรายได้ทะลุ 90 ล้านบาท มุ่งหน้าสู่ทำเนียบหนังไทยร้อยล้าน

ENTERTAINMENT NEWS

โกฮัง..หัวใจโกโฮม กวาดรายได้ทะลุ 90 ล้านบาท มุ่งหน้าสู่ทำเนียบหนังไทยร้อยล้าน

26 เม.ย. 2026

เตรียมฉลองความสำเร็จให้กับ โกฮัง..หัวใจโกโฮม ภาพยนตร์ฟีลกู๊ดเรื่องล่าสุดจากค่าย GDH ที่กำลังจะขึ้นแท่นเป็นหนังไทย 100 ล้านเรื่องล่าสุด หลังสร้างปรากฏการณ์ความซาบซึ้งจนกวาดรายได้ทั่วประเทศทะลุ 90 ล้านบาท เป็นที่เรียบร้อย หลังเข้าฉายได้เพียง 3 สัปดาห์ (นับตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2569)

โปรเจกต์นี้เป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของ 3 ผู้กำกับฝีมือดีอย่าง หมู ชยนพ, บาส พูนพิริยะ และ อัตตา เหมวดี ที่ร่วมกันถ่ายทอดเรื่องราวความผูกพันผ่านชีวิต 3 ช่วงวัยของ ‘โกฮัง’ สุนัขจรจัดขนสีขาวจมูกชมพู กับการเดินทางตามหาความหมายของคำว่า ‘บ้าน’ และอ้อมกอดที่อบอุ่น ด้วยพล็อตเรื่องที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ทำให้เกิดกระแสการบอกต่ออย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นหนังที่ ‘ต้องดู’ ของปีนี้

ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น เพราะ ‘โกฮัง’ ยังเตรียมออกเดินทางไปอวดความน่ารักไกลถึงอิตาลี หลังได้รับเลือกให้เข้าฉายในสายประกวด (Competition) ของเทศกาลภาพยนตร์ Udine Far East Film Festival ครั้งที่ 28 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2026 ณ เมืองอูดีเน

มาร่วมส่งแรงใจเชียร์หนังไทยบนเวทีสากล และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพา โกฮัง..หัวใจโกโฮม ก้าวสู่หนัง 100 ล้านบาท ได้แล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

ภาพ : GDH

related ENTERTAINMENT NEWS

เต้ย พงศกร ไม่ติด! หากถูกเสนอให้รับบทนำในซีรีส์วาย หลังโชว์สกิลทางการแสดงใน ‘วิมานหนาม’

23 ก.ย. 2024

เต้ย พงศกร ไม่ติด! หากถูกเสนอให้รับบทนำในซีรีส์วาย หลังโชว์สกิลทางการแสดงใน ‘วิมานหนาม’

หลังจาก เต้ย-พงศกร เมตตาริกานนท์ พลิกบทบาทการแสดงสุดเข้มข้นในภาพยนตร์ ‘วิมานหนาม’ กับค่าย GDH ซึ่งผลงานเรื่องนี้ไม่เพียงแต่จะพาให้เขาเข้าทำเนียบนักแสดง 200 ล้านจากรายได้เข้าฉายทั่วประเทศ แต่ยังให้เขาได้โชว์สกิลทางการแสดงสุดเข้มข้นจากบทคู่รักหนุ่มชาวสวนที่ต่อสู้เพื่อความฝันของตัวเองในเรื่องมีหลากฉากที่เขาต้องแสดงความรู้สึกต่อตัวละครเอกที่นำแสดงโดย เจฟ ซาเตอร์ จนผู้ชมหลายคนอินและเซอร์ไพรส์กับการแสดงของ เต้ย และ เจฟ ที่มีเคลงตัวสุด ๆ ซึ่ง เต้ย บอกว่าสำหรับเขาแล้วนี่คือการพลิกบทบาทครั้งใหญ่ที่สุด แม้จะเริ่มต้นด้วยความกังวลว่าจะสามารถทำได้ดีมากน้อยขนาดไหน แต่เมื่อได้เข้าไปเวิร์กชอปและเรียนรู้เทคนิคการเข้าถึงความรู้สึกของตัวเองที่เป็นคู่รัก ก็ทำให้เขาถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้ตรงตามบทและคาแรกเตอร์“ผมอยากให้ผลงานชิ้นนี้ออกมาสมบูรณ์แบบครับ เลยตั้งใจกับงานชิ้นนี้มากเป็นพิเศษ ฉากสำคัญหลายฉากที่เราต้องแสดงความรู้สึกต่อกัน ยอมรับว่าตอนถ่ายทำใช้เวลาไปหลายเทค เพราะผมและเจฟ รวมถึงทีมอยาให้ออกมาดีที่สุด ก่อนการถ่ายทำก็มีการคุยกับเจฟว่า เราจะใส่เต็มไปเลย ซึ่งพอหนังเข้าฉายและกระแสตอบรับจากผู้ชมที่ชื่นชอบ ก็ทำให้ผมดีใจมาก ๆ เลยครับ”เต้ย ยังบอกอีกว่าจากกระแสฟีเวอร์ของหนัง ‘วิมานหนาม’ มีแฟน ๆ หลายคนเข้าไปแซวเขาว่าอยากให้มีโอกาสรับซีรีส์วายสักครั้ง ซึ่งเต้ยบอกว่า ส่วนตัวแล้วเขาไม่ติดกับบทแนวนี้เลย และก็ยินดีมาก ๆ หากจะได้รับการเสนอบทนำในซีรีส์วาย หากมีผู้จัดที่เขาไม่ยึดติดเรื่องอายุ“ถ้ามีติดต่อมาก็ไม่ติดนะครับ เพราะผมมองว่าทุกอย่างก็คือการแสดง และผมคิดเสมอว่านักแสดงที่ดีต้องเล่นได้ทุกบทครับ”ภาพ : GDH

‘ผีใช้ได้ค่ะ (A UseFul Ghost)’ เตรียมเข้าฉายในไทย 28 สิงหาคมนี้ หลังคว้ารางวัล Grand Prize AMI Paris จากเทศกาลหนังเมืองคานส์

23 ก.ค. 2025

‘ผีใช้ได้ค่ะ (A UseFul Ghost)’ เตรียมเข้าฉายในไทย 28 สิงหาคมนี้ หลังคว้ารางวัล Grand Prize AMI Paris จากเทศกาลหนังเมืองคานส์

เตรียมพบกับเรื่องราวเหนือจริงที่ทั้งอบอุ่นและปั่นป่วนหัวใจใน ผีใช้ได้ค่ะ (A UseFul Ghost) ผลงานล่าสุดจากผู้กำกับมากฝีมือ อุ้ย–รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค ที่เพิ่งสร้างชื่อให้วงการหนังไทย ด้วยการคว้ารางวัล Grand Prize AMI Paris จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ประจำปี 2025ภาพยนตร์เรื่องนี้จัดจำหน่ายในประเทศไทยโดย Out of the Box by GDH และมีกำหนดเข้าฉายทั่วประเทศในวันที่ 28 สิงหาคม 2568ผีใช้ได้ค่ะ ถ่ายทอดเรื่องราวของ มาร์ช (รับบทโดย โมสต์–วิศรุต หิมรัตน์) ชายหนุ่มผู้จมอยู่กับความเศร้าหลังการจากไปของภรรยา แนท (รับบทโดย ใหม่–ดาวิกา โฮร์เน่) ทว่าทุกอย่างกลับพลิกผันเมื่อแนทกลับมาหาเขาอีกครั้งในร่าง ‘ผี’ ที่สิงอยู่ในเครื่องดูดฝุ่นแม้ความรักจะหวนคืน แต่เส้นทางของทั้งคู่กลับเต็มไปด้วยแรงต้านจากครอบครัว ที่ไม่อาจยอมรับความสัมพันธ์ระหว่างคนกับผี แนทจึงตัดสินใจพิสูจน์ตัวเอง ด้วยการอาสาปราบผีร้ายที่คุกคามโรงงานของครอบครัว เพื่อพิสูจน์ว่าเธอไม่ใช่แค่ผี แต่คือ ‘ผีใช้ได้ค่ะ’ ที่จะไม่เป็นภาระ แต่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงเรื่องราวความรักเหนือความตายที่ทั้งแปลกใหม่และซาบซึ้งนี้ กำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์บนจอภาพยนตร์ไทย 28 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ภาพ : 185 Films

เจฟ ซาเตอร์ จะมารับบทนำใน Project D ของ GDH ร่วมกับ อิงฟ้า วราหะ ซึ่งมีกำหนดเปิดกล้องปลายปีนี้

29 ส.ค. 2023

เจฟ ซาเตอร์ จะมารับบทนำใน Project D ของ GDH ร่วมกับ อิงฟ้า วราหะ ซึ่งมีกำหนดเปิดกล้องปลายปีนี้

GDH ออกมาอัปเดตความคืบหน้าของ Project D (Working Title) หนึ่งในโปรเจกต์ภาพยนตร์ชิ้นใหม่ของ GDH ผลงานของผู้กำกับ บอส-นฤเบศ กูโน ว่าจะกลับมาเริ่มกระบวนการทำงานอีกครั้ง หลังต้องระงับการทำงานไปชั่วคราว โดยมีความเปลี่ยนแปลงลิสของนักแสดงซึ่งครั้งนี้ได้ เจฟ ซาเตอร์ (Jeff Satur) ศิลปินและนักแสดงมากความสามารถมารับบทนำคู่กับ อิงฟ้า วราหะ“บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด ขอประกาศอัปเดตความคืบหน้าของภาพยนตร์ โปรเจกต์ D (Working Title) ซึ่งทางบริษัทมีเหตุจำเป็นต้องระงับการถ่ายทำไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากความไม่ลงตัวของระยะเวลาในการเตรียมงาน“ซึ่งทางบริษัทฯ ผู้กำกับภาพยนตร์ และทีมงานที่เกี่ยวข้องกับโปรเจกต์นี้ ได้ใช้เวลาในช่วงที่ผ่านมาในการแก้ไขปรับเปลี่ยนรายละเอียดต่างๆ ของบทภาพยนตร์จนสมบูรณ์เรียบร้อย ทางบริษัทฯ จึงขอแจ้งให้แฟน ๆ ทราบว่า ขณะนี้ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวกำลังจะเข้าสู่กระบวนการเตรียมงานก่อนการถ่ายทำจริงแล้ว โดยทีมนักแสดงหลักทั้ง 5 ท่าน ได้แก่ เจฟ ซาเตอร์, อิงฟ้า วราหะ, พงศกร เมตตาริกานนท์, หฤษฎ์ บัวย้อย และ สีดา พัวพิมล จะเริ่มทำการเวิร์กช็อปร่วมกัน เพื่อให้พร้อมสำหรับการเปิดกล้องที่จะเกิดขึ้นในปลายปีนี้“ทางบริษัทฯ ขอขอบคุณแฟนๆ ที่ให้ความสนใจรอชมภาพยนตร์เรื่องนี้ และให้การสนับสนุนที่ดีเสมอมา”สำหรับ Project D ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน GDH Line Up 2023 นำแสดงโดย พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร แต่เนื่องด้วยระยะเวลาในการเตรียมงาน รวมถึงสถานที่ที่ไม่ลงตัว ทำให้ต้องระงับการถ่ายทำไปชั่วคราว ขณะที่แฟนคลับเองก็แอบเสียดายที่จะไม่ได้เห็นฝีมือการแสดงภาพยนตร์ของ พีพี แต่ก็เคารพการตัดสินใจของทุกฝ่ายทางด้าน เจฟ ซาเตอร์ ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้แล้วว่า เป็นโอกาสดีที่ได้ร่วมงานกับทาง GDH และนักแสดงทุกคนในเรื่อง ส่วนตัวเขารู้สึกว่าเป็นงานที่ท้าทายมาก รวมถึงประเด็นหลักของเรื่องที่จะพูดถึงก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจทีเดียว“จริงๆ เราคุยกันมาประมาณ 3-4 เดือนแล้ว พอได้เห็นตัวบทก็รู้สึกว่ามันท้าทายมาก หลังจากนั้นก็ได้เข้าไปแคสต์กับพี่บอสผู้กำกับ ความน่าสนใจของตัวบทคือ มีการพูดถึงประเด็นที่น่าสนใจมาก ๆ ซึ่งเกี่ยวกับ LGBT ด้วย แล้วมันเป็นประเด็นที่ผมพูดมาตลอด เรารู้สึกว่าก็ดีนะถ้าเราจะได้เป็นตัวแทนในการพูดถึงเรื่องนี้แทนคนที่เขาไม่สามารถพูดออกมาได้ รวมถึงไดนามิกของเรื่องมันค่อย ๆ ไล่ไปจนถึงจุดที่มันไม่น่าจะไปถึงได้“ตอนแรกผมก็รู้สึกกังวลว่าผมเหมาะหรือเปล่า ซึ่งผู้ใหญ่บอกว่าจากการได้ดูวิดีโอแคสต์ก็รู้สึกว่านี่เป็นเวอร์ชั่นที่เขาอยากจะเห็นในหนังเรื่องนี้ ตอนแรกที่ผมกังวลเพราะตัวบทมันท้าทายมาก แล้วผมอาจจะมีเวลาเตรียมตัวไม่ได้เยอะขนาดนั้น แล้วการที่จะต้องทรานส์ฟอร์มตัวเองไปเป็นคนอื่นมันก็ยาก การทำงานเพลงมันคือการเป็นตัวเรา แต่งานหนังมันเป็นการทิ้งตัวเราแล้วไปเป็นคนอื่น“ผมไม่ได้รู้สึกว่ามันกดดันอะไรในเรื่องนี้ แต่ถ้าจะกดดันผมกดดันกับเรื่องบทมากกว่า ในฐานะเป็นนักแสดงสิ่งที่ต้องทำการบ้านจริง ๆ คือตัวบท แล้วเราจะไปเป็นคนคนนั้นในหนังเรื่องนี้ได้ยังไง”เจฟ ยังบอกอีกว่า คาแร็กเตอร์ในเรื่องนี้ถือว่าเป็นที่สุดของการทรานส์ฟอร์มตัวเอง เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่แฟน ๆ ได้เห็นเขาในลุคผิวดำและต้องโกนหัว ซึ่งเขามองว่าหากจะต้องไปเป็นคนอื่น ก็ต้องทิ้งตัวตนของตัวเองไว้ที่หน้าเซ็ตแล้วเข้าไปในโลกของตัวละครนั้นจริง ๆ ต้องรอดูว่าฝีมือการแสดงของเขาจะออกมาเป็นยังไง แต่ที่แน่ ๆ เจฟ ก็ทุ่มสุดตัวเลยทีเดียวภาพ : Wayfer Records

พิ้งกี้-ปู มามี ตา นักแสดงชาวเมียนมา เผยถึงความทุ่มเทเพื่อร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของ ‘โกฮัง..หัวใจโกโฮม’

18 เม.ย. 2026

พิ้งกี้-ปู มามี ตา นักแสดงชาวเมียนมา เผยถึงความทุ่มเทเพื่อร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของ ‘โกฮัง..หัวใจโกโฮม’

กลายเป็นกระแสฟีเวอร์ที่น่าจับตามองทั้งในวงการภาพยนตร์ไทยและอาเซียนทันที เมื่อ GDH ประกาศคว้าตัว พิ้งกี้-ปู มามี ตา (Poe Mamhe Thar) นักแสดงสาวชื่อดังจากประเทศเมียนมา มาประเดิมผลงานจอเงินในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง โกฮัง..หัวใจโกโฮม ซึ่งล่าสุดตัวหนังได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม จนทำรายได้ทะลุ 70 ล้านบาท ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ พิ้งกี้ เธอไม่ได้มีดีแค่ยอดผู้ติดตามนับล้านคนในอินสตาแกรม แต่เธอยังมาพร้อมความสามารถทางการแสดงที่เต็มเปี่ยมในการรับบท ‘น้ำชา’ แม่บ้านชาวเมียนมาผู้มีจิตใจอ่อนโยน ซึ่งถือเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของเธอ โดย พิ้งกี้ ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจเพื่อให้เข้าถึงตัวละครนี้อย่างที่สุด จนผู้กำกับและโปรดิวเซอร์อย่าง บาส พูนพิริยะ ถึงกับเอ่ยปากชมเรื่องราวในพาร์ตของ ‘น้ำชา’ คือการได้พบกับ ‘โกฮัง’ วัยหนุ่ม ในบ้านพักพิงสุนัขจรจัด ทั้งคู่ไม่ใช่แค่เจ้าของกับสัตว์เลี้ยง แต่เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขที่พร้อมผจญภัยเคียงข้างกันไปทุกที่ โดย พิ้งกี้ ได้เล่าถึงเบื้องหลังการทำงานสุดทรหดว่า“พิ้งกี้เดินทางมาอยู่กรุงเทพฯ ล่วงหน้าถึง 1 เดือน เพื่อใช้เวลาคลุกคลีกับ ‘มีโชค’ (สุนัขที่รับบทโกฮัง) จนเราสนิทใจกันจริง ๆ การถ่ายทำท้าทายมากค่ะ ทั้งต้องตากแดดเปรี้ยง ลุยโคลน และเปียกปอนไปด้วยกัน แต่นั่นกลับทำให้ความผูกพันของเราสื่อออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด”เธอยังแอบเผยโมเมนต์น่ารัก ๆ ในกองถ่ายว่า ตอนที่ต้องเข้าฉากให้ ‘โกฮัง’ หอน พี่ ๆ ทีมงานต้องช่วยกันหอนนำร่องเป็นตัวอย่าง จนกลายเป็นภาพความประทับใจที่คนทำงานทั้งกองเชียร์กันสุดใจด้วยเนื้อหาที่อบอุ่นและเคมีที่ลงตัวระหว่างนักแสดงสาวชาวเมียนมากับความแสนรู้ของเจ้า ‘โกฮัง’ ทำให้ โกฮัง..หัวใจโกโฮม กลายเป็นผลงานที่ครองใจผู้ชมทุกเพศทุกวัย จนทำรายได้พุ่งทะยานผ่านหลัก 70 ล้านบาทอย่างรวดเร็ว และยังคงมีคำชมปากต่อปากถึงความซึ้งกินใจที่ทำให้คนรักสัตว์ต้องเสียน้ำตาร่วมพิสูจน์มิตรภาพที่ไม่มีกำแพงภาษา และเสน่ห์ทางการแสดงของ พิ้งกี้-ปู มามี ตา ได้ใน โกฮัง..หัวใจโกโฮม วันนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศภาพ : GDH

album
efm
-

-