GMM Music แถลงปรับรูปแบบการดูแลศิลปิน โดยยังคงให้สิทธิ์ ครึ่งเก้า มีบทบาทในการบริหารจัดเพื่อประโยชน์สูงสุดของศิลปิน

ENTERTAINMENT NEWS

GMM Music แถลงปรับรูปแบบการดูแลศิลปิน โดยยังคงให้สิทธิ์ ครึ่งเก้า มีบทบาทในการบริหารจัดเพื่อประโยชน์สูงสุดของศิลปิน

20 เม.ย. 2026

ภายหลังการประกาศยุติบทบาทการบริหารค่าย Gene Lab และค่าย 19 ของ โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ และทีมงาน เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการดนตรีไม่น้อย พร้อมกับเกิดการพูดคุยเป็นวงกว้างถึงแนวทางในการทำงานของศิลปินหลังจากนี้

โดย GMM Music และ บริษัท ครึ่งเก้า จำกัด ได้เชิญศิลปินและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าหารือร่วมกัน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและหาทางออกที่เหมาะสมที่สุด โดยยึดหลักความเข้าใจและความเคารพซึ่งกันและกัน

ผลจากการพูดคุยอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่ข้อสรุปร่วมกันในรูปแบบ ‘ความร่วมมือใหม่’ แทนการยกเลิกสัญญา ซึ่งไม่สามารถดำเนินการได้ตามหลักสากลของอุตสาหกรรมดนตรี โดยทุกฝ่ายตกลงที่จะปรับโครงสร้างการบริหารจัดการ เพื่อให้ศิลปินยังคงได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง

ภายใต้ข้อตกลงใหม่นี้ GMM Music จะอนุญาตให้ บริษัท ครึ่งเก้า จำกัด เข้ามามีบทบาทร่วมในการบริหารจัดการศิลปินในสังกัดเดิม ได้แก่ Taitosmith, Three Man Down, Tilly Birds ตลอดจน Adora, Famoso, Hardboy, The Darkest Romance, พาที, Jigsaw Story, Qeetha, กอกี้กวิสรา, ฟิต อรุณ, Ossey, M DAOSAI, DENA และ AYEJAY โดยครึ่งเก้าจะรับหน้าที่ดูแลด้านการผลิตผลงาน การโปรโมท และการบริหารภาพลักษณ์ของศิลปินตลอดระยะเวลาสัญญาที่เหลืออยู่

ในขณะเดียวกัน GMM Music ยังคงมีบทบาทหลักในด้านการบริหารลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมด โดยดูแลการเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล การจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ รวมถึงการนำส่งรายได้คืนให้ศิลปินและผู้ประพันธ์ตามข้อตกลงเดิม อีกทั้งศิลปินยังสามารถนำผลงานไปใช้ในการแสดงสดได้ตามปกติ

สำหรับงานแสดงและโอกาสทางธุรกิจ ทั้ง GMM Music และครึ่งเก้าจะร่วมกันดูแล ไม่ว่าจะเป็นงานโชว์ งานพรีเซนเตอร์ หรือการแสดงสด โดยยึดผลประโยชน์ของศิลปินเป็นศูนย์กลางในการตัดสินใจ

ด้านคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรี ศิลปินยังคงมีข้อตกลงร่วมกับ GMM Music ในการเข้าร่วมงาน Music Festival และคอนเสิร์ตที่บริษัทจัดขึ้นก่อนผู้จัดรายอื่น นอกจากนี้ TaitoSmith, Three Man Down และ Tilly Birds ยังตกลงให้ GMM Music เป็นผู้จัดคอนเสิร์ตใหญ่ในอนาคตอย่างน้อย 1 ครั้งภายในอายุสัญญา

ทางฝั่งบริษัทครึ่งเก้า ระบุว่าการตัดสินใจยุติบทบาทเดิมเป็นเรื่องที่ยาก แต่ได้รับความเข้าใจและการสนับสนุนจาก GMM Music เป็นอย่างดี พร้อมยืนยันว่าจะยังคงให้ความเคารพและร่วมสนับสนุนกันต่อไปในอนาคต แม้จะเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน ส่วนตัวแทนของศิลปิน ยังสะท้อนความรู้สึกไปในทิศทางเดียวกันว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คืออีกก้าวของการเติบโต แม้รูปแบบการดูแลจะเปลี่ยนไป แต่เป้าหมายทางดนตรียังคงเดิม พร้อมขอบคุณทั้งสองฝ่ายที่ร่วมกันหาทางออกที่ดีที่สุด

ข้อตกลงความร่วมมือใหม่นี้มีผลตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2569 และจะดำเนินต่อไปจนกว่าสัญญาของศิลปินแต่ละรายกับ GMM Music จะสิ้นสุดลง

ภาพ : GMM Music

related ENTERTAINMENT NEWS

‘กูฟังเพลงไท’ คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของวงไททศมิตร ระเบิดพลังการแสดงได้ดุเดือด-ถึงใจ!

16 ก.ย. 2024

‘กูฟังเพลงไท’ คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของวงไททศมิตร ระเบิดพลังการแสดงได้ดุเดือด-ถึงใจ!

เป็นอีกค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่และน่าจดจำที่สุดสำหรับ ไททศมิตร (TaitosmitH) วงดนตรีร็อกเนื้อหาเพื่อชีวิตแห่งค่าย GeneLab ในเครือ GMM MUSIC และเหล่า ‘เสาไฟ’ (ชื่อเรียกแฟนเพลงของวง) กับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก ‘กูฟังเพลงไท’ จัดเต็ม 2 รอบสุดพิเศษ ไปเมื่อวันที่ 14-15 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี งานนี้พวกเขาระเบิดพลังการแสดงที่อัดแน่นไปด้วยดนตรีที่มีเอกลักษณ์ แสง สี เสียง ที่ดุเดือด เร้าใจ ตลอดทั้งงานแบบใส่สุดแรงไม่มียั้งกว่า 4 ชั่วโมงโดยบรรยากาศภายในงานคึกคักไปด้วยเหล่าเสาไฟ ที่เดินทางมาทั่วทุกสารทิศเพื่อรอเจอไททศมิตร วงดนตรีที่พวกเขาชื่นชอบ พร้อมต่อคิวจับจองของที่ระลึกคอนเสิร์ตและอัลบั้ม ‘ภาคพิสดาร’ ที่วางขายครั้งแรกที่งานอย่างเนืองแน่น ซึ่งการจัดคอนเสิร์ตถึง 2 รอบติดกันนี้ คือสิ่งที่ยืนยันได้ว่าไททศมิตรมีฐานแฟนเพลงที่เหนียวแน่น และพร้อมสนับสนุนพวกเขาอย่างเต็มที่ และเมื่อถึงเวลา 1 ทุ่มตรง เสียงดนตรีเริ่มดังขึ้นพร้อมเสียงเชียร์ของแฟน ๆ ที่ดังกระหึ่มในทันทีเมื่อ จ๋าย-อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี (ร้องนำ), โมส-ตฤณสิษฐ์ สิริพิชญาศานต์ (ร้องนำ), เจ-ธนกฤต สองเมือง (คีย์บอร์ด), มีน-ปัณณสิทธิ์ สุขโหตุ (กีตาร์ โซโล่), เจต-เจษฎา ปัญญา (เบส), ตุ๊ก-พัฒนภูมิ ชอุ่มผล (กลอง) ปรากฏตัวขึ้นบนเวทีอย่างยิ่งใหญ่ด้วยพลังดนตรีที่ไร้ขีดจำกัดของพวกเขาที่มาพร้อมทีม Chorus, Percussions, Brass Section งานนี้พวกเขาขนเพลงตั้งแต่ยุคอินดี้จนถึงปัจจุบันมาโชว์ให้แฟนเพลงได้ฟังอยากจุใจกว่า 33 เพลงเปิดด้วยเพลง ‘Amazing Thailand’ ต่อด้วย ‘ยุติ-ธรรม’ เพลงที่สะท้อนความเจ็บปวดและความเป็นจริงของสังคมไทย ตามด้วยเพลง ‘รจนา’ ที่มีการนำระนาดเอกบรรเลงเพิ่มสีสันให้แฟน ๆ ได้อินไปกับเพลงและร้องตามกันอย่างสุดเสียง ทำให้บรรยากาศในฮอลล์เดือดขึ้นทันทีตั้งแต่ช่วงแรก ต่อด้วยเพลงที่เป็นจุดเริ่มต้นให้แฟนเพลงได้รู้จักพวกเขาอย่าง ‘เป็นตะลิโตน’ , ‘Pattaya Lover’ และโยกหัวกันต่อไปกับเพลงที่ทำได้เข้าถึงอารมณ์อย่าง ‘ทนได้ทุกที’ และ ‘ผีพนัน’ จากนั้นพวกเขาก็ไต่กราฟความสนุกในคอนเสิร์ตนี้ขึ้นไปอีกแบบไม่มีพักด้วย ‘บังขายถั่ว’ , ‘จะหมัดจะมวย’ , ‘เพื่อนผมเกมได้ไง’ , ‘เสื้อกั๊ก’ และ ‘ไอ้สอง’ ที่มาพร้อมหางเครื่องและแดนเซอร์ชุดใหญ่ทำเอาแฟนเพลงทั้งโดดทั้งเต้นกันแบบสุดตัวต่อด้วยการเปิดตัวแขกรับเชิญสุดพิเศษช่วงแรก อย่าง เบิ้ล คณะขวัญใจ ที่มาในเพลง ‘แม่เสือสาว’, หมู ไววิทย์ กับเพลง ‘มีชีวิตเพื่อคนอื่น’ และ ไม้หมอน วชิรวิทย์ กับเพลง ‘หลุด’ ที่มาร่วมส่งต่ออุดมการณ์ดนตรีเพื่อชีวิตรุ่นใหม่ด้วยกันในเพลง ‘หัวใจเสรี’ ต่อด้วยเพลงจากอัลบั้มแรกของวงที่หลายคนคิดถึงอย่าง ‘ฮาคูน่า มาทาท่า’ , ‘คางคก’จากนั้นไททศมิตรก็ได้เซอร์ไพรส์แฟนเพลงด้วยการปรากฏตัวในลุคแปลกตาด้วยชุดสูทพร้อมเล่นเพลงช้าสุดซึ้งเข้าถึงอารมร์อย่างเพลง ‘ตราบ’, ‘แอบเก็บความในใจไว้ภายในแว่นเรย์แบนสีดำ’ และพวกเขาได้นั่งพูดคุยกับแฟนเพลง โดย จ๋าย ได้เล่าถึงการเดินทางของวง ได้เปิดใจถึงความหมายเบื้องหลังของเพลงที่งานนี้ทำเอาหลายคนเสียน้ำตาไปกับมิตรภาพที่สวยงามและจริงใจแบบลูกผู้ชายของวงไททศมิตรในเพลง ‘มึงกับกู’ ตามด้วยเพลงช้าเนื้อหาเข้มข้นและเศร้าที่สุดจากไททศมิตรที่มาพร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษ ‘พี่ตูน Bodyslam’ มาร่วมถ่ายทอดทุกความรู้สึกของเพลง ‘กี่ฤดู’ และชวนเหล่าเสาไฟกระโดดกันต่อไม่ให้พักไปกับเพลง ‘ท่านผู้ชม’ , ‘คนมีตังค์’ สร้างความสนุกและประทับใจให้แฟนเพลงในฮอลล์จากนั้นเวทีก็กลับมาเดือดและฮึกเหิมด้วยเพลงที่สะท้อนถึงการต่อสู้และการยืนหยัดในชีวิตอีกครั้งในเพลง ‘เพื่อชีวิตกู’ ตามด้วยเพลงที่ใครหลายคนรอคอยอย่าง ‘โคโยตี้’ ที่วงได้เซอร์ไพร์แฟนเพลงด้วยการชวน จินตหรา พูนลาภ มาร่วมร้องในเพลงนี้ และชวนเหล่าเสาไฟเซิ้งกันต่อไปกับเพลง ‘มาทำไม’ พร้อมเครื่องดนตรีประจำวงหมอลำอย่าง ‘พิณ’ ‘แคน’ และหางเครื่องแบบจัดเต็ม เหมือนยกเวทีหมอลำของแท้มาผสมผสานกับร็อกเพื่อชีวิตของไททศมิตรอย่างลงตัว และมาถึงช่วงที่ไททศมิตรสาดความเดือดกันต่อด้วยเพลง ‘หมวกกันน็อค’, ‘ไส้แห้ง’, ‘แดงกับเขียว’ ตามด้วยเพลงฮิตชวนคิดถึงบ้านอย่างเพลง ‘Hello Mama’ ที่แฟนเพลงร้องตามกันดังกึกก้องไปทั่วทั้งฮอลล์ พร้อมกับคำกล่าวขอบคุณที่วงตั้งใจมอบให้แฟนเพลงที่คอยสนับสนุนมาตลอดต่อด้วยเพลง ‘สักวันหนึ่ง’ ที่โมสและจ๋ายได้ลงจากเวทีไปหาคนดู เรียกว่าเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นและมีความหมายกับทั้งศิลปินและแฟนเพลงมากจริงๆ ก่อนปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยความมันแบบพุ่งทะลุกราฟด้วยเพลง ‘นักเลงเก่า’ แต่เหมือนแฟนเพลงจะยังไม่อยากให้โชว์จบลง ต่างส่งเสียงเรียกชื่อวง ‘ไททศมิตร’ อย่างต่อเนื่อง วงเลยขึ้นมาโชว์เพลงที่มีความหมายกับวงอย่าง ‘อนัตตา’ และปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยเพลง ‘แดงกับเขียว’ อีกครั้ง งานนี้เรียกว่ามีเท่าไรใส่กันสุดพลังแทบไม่เหลือแรงกลับบ้าน ก่อนลากันไปด้วยเสียงปรบมือและเสียงตะโกนขอบคุณทั้งจากศิลปินและแฟนเพลงที่ดังก้องไปทั่วทั้งฮอลล์เรียกได้ว่าคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของไททศมิตรจบลงไปด้วยความสำเร็จอย่างงดงาม เป็นค่ำคืนที่ครบรสด้วยพลังแห่งมิตรภาพ ความสุข ความสนุกสุดมัน ‘กูฟังเพลงไท’ ไม่เพียงแต่เป็นคอนเสิร์ตที่แสดงถึงพลังดนตรีของไททศมิตรเท่านั้นแต่ยังเป็นการรวมตัวของเหล่าแฟนเพลงผู้รักในดนตรีที่สะท้อนสังคมอย่างแท้จริงด้วยภาพ : GeneLab

COCKTAIL เพิ่มจำนวนบัตรคอนเสิร์ต COCKTAIL 77 EVER TOUR ใน 21 จังหวัด หลังยอดขายพุ่งเกินคาด

20 มี.ค. 2025

COCKTAIL เพิ่มจำนวนบัตรคอนเสิร์ต COCKTAIL 77 EVER TOUR ใน 21 จังหวัด หลังยอดขายพุ่งเกินคาด

COCKTAIL ประกาศข่าวดีให้กับแฟนเพลงทั่วประเทศ ด้วยการเพิ่มจำนวนบัตรคอนเสิร์ต COCKTAIL 77 EVER TOUR ใน 21 จังหวัด หลังจากกระแสตอบรับท่วมท้น จนบัตรถูกจำหน่ายหมดไปกว่า 90% และมีถึง 54 จังหวัดที่ขายหมดอย่างรวดเร็วปรากฏการณ์ความนิยมนี้นำไปสู่เสียงเรียกร้องให้เพิ่มรอบการแสดงในหลายพื้นที่ อย่างไรก็ตามเนื่องจากตารางทัวร์ที่แน่นหนา ทำให้การเพิ่มรอบเป็นเรื่องยาก ทางวงจึงตัดสินใจขยายพื้นที่การจัดงานและเพิ่มจำนวนบัตร ในบางจังหวัดที่สามารถรองรับผู้ชมเพิ่มเติมได้ทีมงาน COCKTAIL เปิดเผยว่า ในตอนแรกได้ประเมินความจุของแต่ละสถานที่ตามข้อมูลที่มีอยู่ แต่หลังจากที่เปิดขายบัตรเมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา พบว่าความต้องการสูงกว่าที่คาดไว้มาก จึงเร่งประสานงานกับสถานที่ต่าง ๆ เพื่อหาทางขยายพื้นที่ โดยไม่กระทบกับรูปแบบการจัดงาน และสามารถขยายขนาดงานและเพิ่มบัตรเข้าชมได้ใน 21 จังหวัด ดังนี้ 26 เมษายน - สงขลา, THE PIRATES PARK หาดใหญ่ (+3,000 ใบ) 2 พฤษภาคม - สมุทรปราการ, ตลาดนัดเรือบิน (+5,000 ใบ) 17 พฤษภาคม - นครปฐม, RM PARK SALAYA (+3,000 ใบ) 18 พฤษภาคม - สุพรรณบุรี, โรบินสันไลฟ์สไตล์ (+500 ใบ) 23 พฤษภาคม - ตราด, บ้านไร่เขียวขจี ภาสกรฟาร์ม (+500 ใบ) 30 พฤษภาคม - สตูล, สนามตรงข้าม Pakbara View Point (+1,000 ใบ) 8 มิถุนายน - อุทัยธานี, ลานข้างร้าน GETUP BARRESTAURANT (+3,000 ใบ) 5 กรกฎาคม - อุตรดิตถ์, โดมจอดรถหลังห้างฟรายเดย์สรรพสินค้า (+1,000 ใบ) 18 กรกฎาคม - ร้อยเอ็ด, โรบินสันไลฟ์สไตล์ ร้อยเอ็ด (+3,000 ใบ) 3 สิงหาคม - นครพนม, โรงแรมเวลาดี นครพนม (+3,000 ใบ) 20 กันยายน - ชลบุรี, โรบินสันไลฟ์สไตล์ ชลบุรี (+1,000 ใบ) 27 กันยายน - พะเยา, Lake’s GO Park (+1,000 ใบ) 11 ตุลาคม - สระบุรี, โรบินสันไลฟ์สไตล์ สระบุรี (+500 ใบ) 17 ตุลาคม - เพชรบุรี, โรบินสันไลฟ์สไตล์ เพชรบุรี (+1,000 ใบ) 25 ตุลาคม - มหาสารคาม, ลานปูนหน้าป้าย มมส. (+3,000 ใบ) 1 พฤศจิกายน - ประจวบคีรีขันธ์, ลาน 25 ไร่ หลังบลูพอร์ต หัวหิน (+2,000 ใบ) 8 พฤศจิกายน - พิษณุโลก, ลานกิจกรรมเซ็นทรัล พิษณุโลก (+1,000 ใบ) 15 พฤศจิกายน - บุรีรัมย์, สนามช้างอารีนา (+5,000 ใบ) 6 ธันวาคม - ปทุมธานี, ESC PARK RANGSIT (+2,000 ใบ) 13 ธันวาคม - เพชรบูรณ์, ไร่ B.N. เขาค้อ (+7,000 ใบ) 19 ธันวาคม - แม่ฮ่องสอน, ROMANCE FARM PAI (+500 ใบ)ข่าวการเพิ่มจำนวนบัตรทำให้แฟน ๆ ที่พลาดโอกาสซื้อตั๋วในรอบแรกดีใจกันไม่น้อย แต่ขณะเดียวกันก็มีเสียงเรียกร้องให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อรองรับจำนวนผู้ชมที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเรื่องจุดปฐมพยาบาล และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทางวงยังไม่ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับมาตรการเพิ่มเติม แต่แฟน ๆ คาดหวังว่า COCKTAIL และทีมงานจะดูแลทุกอย่างให้ราบรื่น เพื่อให้คอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งทัวร์ที่ยิ่งใหญ่และน่าจดจำบัตรเพิ่มเติมจะเปิดจำหน่ายเร็ว ๆ นี้ สามารถติดตามรายละเอียดได้ทางช่องทางโซเชียลมีเดียของ COCKTAILภาพ : Gene Lab

Getsunova ชวนดูหนังสั้นที่นำแสดงโดย เจษ-ไบเบิ้ล ก่อนไปชมมิวสิกวิดีโอ ‘ไม่ต้องมีที่ที่ให้ฉันอยู่ แต่ขอแค่มีฉันอยู่ก็พอ’ 2 ทุ่มคืนนี้

06 มิ.ย. 2024

Getsunova ชวนดูหนังสั้นที่นำแสดงโดย เจษ-ไบเบิ้ล ก่อนไปชมมิวสิกวิดีโอ ‘ไม่ต้องมีที่ที่ให้ฉันอยู่ แต่ขอแค่มีฉันอยู่ก็พอ’ 2 ทุ่มคืนนี้

น้ำตาแตกท่วมจอ เมื่อวง getsunova ภูมิใจนำเสนอหนังสั้น ‘Spaceless’ ความยาว 19.01 นาที เพื่อพาแฟนเพลงย้อนไปทำความรู้จักกับจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ตัวละครเพื่อนสนิทอย่าง ‘ตุล’ ที่แสดงโดย เจษ เจษฎ์พิพัฒ และ ‘กานต์’ ที่แสดงโดย ไบเบิ้ล วิชญ์ภาส ที่ถูกพัฒนาขึ้นจนกลายเป็น ‘ความรัก’ แต่เป็นความรักที่ ‘ไปไม่ได้’ เพียงเพราะไม่อยากสูญเสียความเป็นเพื่อนนี่คือฝีมือการกำกับของ จตุพงศ์ รุ่งเรืองเดชาภัทร์ ได้ไอเดียมาจากเนื้อเพลงใหม่ของ getsunova อย่าง ‘ไม่ต้องมีที่ที่ให้ฉันอยู่ แต่ขอแค่มีฉันอยู่ก็พอ (Spaceless)’ เรื่องราวความรักที่ถูกคำว่าเพื่อนมากั้นกลาง และการค้นหาความหมายของรักที่ยั่งยืนว่า ระหว่างการได้บอกความรู้สึก กับการเก็บทุกอย่างไว้ อย่างไหนมันดีกว่ากัน เพราะ “ที่ที่เราอยู่ ที่ที่เราอยากอยู่ ที่ที่เขาให้เราอยู่ มันมักจะไม่ใช่ที่เดียวกัน”ตามไปชมหนังสั้น ‘ไม่ต้องมีที่ที่ให้ฉันอยู่ แต่ขอแค่มีฉันอยู่ก็พอ (Spaceless)’ กันได้แล้ววันนี้ ก่อนไปชมมิวสิกวิดีโอ บทสรุปของเรื่องราวความรักระหว่าง ‘ตุล’ กับ ‘กานต์’ พร้อมฟังเพลงใหม่เพลงนี้จาก getsunova แบบเต็ม ๆ 2 ทุ่มตรงทาง YouTube : Official White Musicภาพ : White Music

‘ก.เอ๋ย กอกี้’ อัลบั้มเต็มชุดแรกจาก กอกี้ กวิสรา 7 บทเพลง 7 สีสัน ที่ถ่ายทอดตัวตนอย่างหมดจด

03 มิ.ย. 2025

‘ก.เอ๋ย กอกี้’ อัลบั้มเต็มชุดแรกจาก กอกี้ กวิสรา 7 บทเพลง 7 สีสัน ที่ถ่ายทอดตัวตนอย่างหมดจด

กอกี้ กวิสรา ผู้คว้าตำแหน่งผู้ชนะจากรายการ 19Lab พร้อมก้าวแรกอย่างเต็มตัวในฐานะศิลปิน ด้วยอัลบั้มเต็มชุดแรกในชีวิต ก.เอ๋ย กอกี้ ผลงานที่เปรียบเสมือนบทเรียนบทแรกของเส้นทางดนตรีที่เธอกำลังเริ่มต้น และชวนให้ทุกคนท่องคำว่า กอ เอ๋ย ก.ไก่ ไปพร้อมกัน ผ่านเสียงร้องสำเนียงไทยแท้ที่เป็นเอกลักษณ์ชื่ออัลบั้มเล่นคำจากบทเรียนภาษาไทยที่เราคุ้นเคยในวัยเด็ก ก.เอ๋ย ก.ไก่ ผสานกับชื่อของเธอ กอกี้ ได้อย่างน่ารักและมีความหมาย เปรียบเหมือนการแนะนำตัวอย่างอบอุ่นให้ทุกคนได้รู้จักตัวตนของเธอในบทบาทศิลปินผู้เต็มเปี่ยมด้วยความตั้งใจก.เอ๋ย กอกี้ คือการเล่าเรื่องราวผ่านเสียงเพลงแบบไทยร่วมสมัย ถ่ายทอดผ่านเสียงร้องลูกทุ่งในแบบฉบับของ กอกี้ และผสานหลากหลายแนวทางดนตรีไม่ว่าจะเป็น เร็กเก้ ป็อป อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงบัลลาด ทำให้ทุกแทร็กมีสีสันเฉพาะตัวแต่ยังคงเอกลักษณ์ทางเสียงที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างกลมกล่อมอัลบั้มนี้ประกอบด้วย 7 เพลง 7 อารมณ์ ได้แก่ Life of อีหล่า, ลืมไปเลยหรือไม่เคยมีอยู่จริง ft. 4Moze TaitosmitH, สะออนยู (Jealous of You), โซซัดโซเซ, นอยนินอยด์, โอ้เจ้าดอกไม้ และ ชาติหน้าฉันใด ผลงานทั้งหมดเกิดจากปลายปากกาของกอกี้เอง ทั้งเนื้อร้องและทำนอง พร้อมการดูแลใกล้ชิดโดย โอม COCKTAIL และ เจ TaitosmitH 2 โปรดิวเซอร์ผู้เข้าใจในหัวใจของศิลปินนี่ไม่ใช่แค่อัลบั้มเปิดตัว แต่คือบันทึกการเดินทางครั้งใหม่ของศิลปินคนหนึ่งที่กำลังจะพาโลกใบเดิมไปฟังเสียงของเธอในแบบที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือนภาพ : 19official

album
efm
-

-