บอย ปกรณ์ และ แพต ชญานิษฐ์ ร่วมแสดงหนังสั้นสุดดราม่าประกอบเพลง “ส่งเธอออกไป” ซิงเกิลใหม่จาก Cocktail ก่อนปล่อยเอ็มวี 22 เมษายน 2565

ENTERTAINMENT NEWS

บอย ปกรณ์ และ แพต ชญานิษฐ์ ร่วมแสดงหนังสั้นสุดดราม่าประกอบเพลง “ส่งเธอออกไป” ซิงเกิลใหม่จาก Cocktail ก่อนปล่อยเอ็มวี 22 เมษายน 2565

20 เม.ย. 2022

มาแปลกแหวกแนวทุกรอบสำหรับเพลงใหม่ของวง Cocktail ที่มีสีสันให้แฟนได้ตื่นเต้นและลุ้นทุกครั้งในแต่ละซิงเกิลว่าจะมีเซอร์ไพรส์อะไรมาให้ชม ล่าสุดก็ปล่อยหนังสั้นแนวดราม่าประกอบเพลงใหม่ “ส่งเธอออกไป” ที่ได้ร่วมงานกับผู้กำกับฝีมือดี มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล พร้อมด้วยนักแสดงนำมากฝีมือ บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ และ แพต-ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช มาร่วมสาดความดราม่า

เรื่องราวของ “แทน” กับ “มุก” คู่รักผู้โชคร้ายเมื่อ “มุก” ตรวจพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและเหลือเวลาไม่นาน พวกเขาตัดสินใจย้ายไปอยู่นอกเมืองเพื่อรักษาตัวเองแบบธรรมชาติพร้อมกับลูกสาววัยกำลังน่ารัก และที่นั่นเอง “แทน” ได้พบกับสิ่งที่เหนือธรรมชาติ และเวลาที่กำลังเดินพรากทุกสิ่งไป เตรียมซับน้ำตารอ ก่อนฟังเพลงเต็มและชม Music Vidoe พร้อมกันทาง YouTube : GeneLab แบบเต็มๆ พร้อมกันวันที่ 22 เม.ย.นี้ เวลา 6 โมงเย็น!

 


related ENTERTAINMENT NEWS

Three Man Down เตรียมนำภาพความสนุกจากคอนเสิร์ตใหญ่ มาให้ชาวเมืองได้ชมอีกครั้งบน YouTube

04 พ.ย. 2024

Three Man Down เตรียมนำภาพความสนุกจากคอนเสิร์ตใหญ่ มาให้ชาวเมืองได้ชมอีกครั้งบน YouTube

ชาวเมืองคนไหนเคยพลาดโอกาส ที่จะได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของวง Three Man Down ในคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก ‘Three Man Down Live At Impact Arena 2023’ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2566 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ผ่านไปครบ 1 ปีแล้วพวกเขาเตรียมนำภาพบรรยากาศความสนุกบนเวทีมาให้ชมกันอีกครั้งแบบเต็ม ๆ บน YouTube : GeneLab ในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้นี่เป็นโชว์ที่นำเสนอความเป็นตัวตนทางดนตรีของ Three Man Down ได้อย่างชัดเจน เพราะพวกเขาได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการเรียบเรียงโชว์ ซึ่งถูกถ่ายทอดผ่านโปรดักชันสุดอลังการ เพื่อให้แฟนเพลงได้เต็มอิ่ม สนุกและประทับใจ พร้อมด้วยแขกรับเชิญทั้ง URBOYTJ, Maiyarap และการกลับขึ้นเวทีมาเล่นด้วยตรีด้วยกันของ โอม-กิจฏิเมธ ชาญพานิช อดีตมือเบสวง Three Man Down เมื่อทุกอย่างประกอบกันกลายเป็นโชว์ที่ผู้ชมยกนิ้วให้ว่าครบรสที่สุดถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นของวง Three Man Down ที่สามารถผสมทุกความรู้สึกให้ลงตัวตั้งแต่วินาทีแรกจนจบโชว์ จัดเต็มทุกความมันให้สนุกสุดเหวี่ยง สร้างความประทับใจหลากหลายอารมณ์ และใช้พลังที่มีใส่จนสุดไม่มียั้ง เรียกได้ว่าแรงดีไม่มีตก สร้างโมเมนต์ดี ๆ ให้กับเหล่าแฟนเพลงได้อิ่มเอมและอบอุ่นหัวใจ ใครพลาดไปรอติดตามบรรยากาศของ ‘Three Man Down Live At Impact Arena 2023’ ได้ทาง YouTube : GeneLab วันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 ตั้งเวลาเวลา 18.00 น. เป็นต้นไปภาพ : Three Man Down

“ถึงเวลาที่เราต้องกล่าวลากันแล้วครับ” วง COCKTAIL ประกาศว่าได้เดินทางมาถึงบทสรุป และเตรียมส่งท้ายด้วยคอนเสิร์ตใหญ่ปี 2025

29 ม.ค. 2024

“ถึงเวลาที่เราต้องกล่าวลากันแล้วครับ” วง COCKTAIL ประกาศว่าได้เดินทางมาถึงบทสรุป และเตรียมส่งท้ายด้วยคอนเสิร์ตใหญ่ปี 2025

โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ ร้องนำแห่งวง COCKTAIL เป็นตัวแทนสมาชิกวงได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อประกาศข่าวสำคัญกับแฟนเพลงว่า พวกเขาได้ตัดสินใจร่วมกันว่าจะยุติบทบาทและการทำงานร่วมกันในฐานะวงดนตรี ซึ่งตลอดทั้งปี 2024 จะเป็นปีสุดท้ายที่วงจะออกทัวร์ร่วมกัน ก่อนที่จะมีคอนเสิร์ตใหญ่เพื่อส่งท้ายในช่วงปี 2025ในประกาศ โอม ได้เปิดเผยด้วยว่า พวกเขาทุกคนได้วางแผนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันที่จะอำลามานานกว่า 2 ปี และได้เตรียมกองทุนไว้สำหรับให้สมาชิกทุกคน รวมถึงทีมงานเบื้องหลังของวง COCKTAIL ทุกคนได้รับผลประโยชน์ต่าง ๆ รวมถึงสิทธิ์ในทรัพสินทางปัญญาเพื่อหล่อเลี้ยงทุกคนที่เคยร่วมงานกันมาด้วย“สวัสดีครับ“ผมเริ่มรู้จักกับดนตรีจากการฟังเพลงที่ครอบครัวเปิดให้ฟังมาตั้งแต่เด็ก แต่มาเริ่มเล่นดนตรีตอนอายุ 17 หลังจากเห็นเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนเล่นดนตรีกันเป็นวงแล้วเท่มาก ๆ หลังจากนั้นมา ดนตรีก็กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมมาโดยตลอด และดนตรีก็พาเพื่อนร่วมทางมากมายมาอยู่ด้วยกัน ด้วยความมุ่งหมายเดียวกัน และความเชื่อเดียวกัน“ผมและเพื่อน ๆ วิ่งไล่ตามเงาของศิลปินมากมายที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเรา เราอยากจะทำให้ได้แบบพี่ ๆ เขา เปิดวิดิโอพี่ ๆ เขาแล้วทำตาม ฟังเพลงของเขาซ้ำ ๆ แล้วอยากทำให้ได้แบบเขาบ้าง อยากจะเป็นวงที่ประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับเหมือนพี่ ๆ ที่เป็นตัวอย่าง จนผ่านเวลาไปมากมาย ผมและเพื่อน ๆ ในวง ก็เริ่มเข้าใจว่าเราคงไม่สามารถเป็นได้แบบเขาและคงไม่สามารถใช้วิธีของเขาในความเป็นตัวเราได้ ผมและเพื่อน ๆ จึงเริ่มเบนเข็มมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เราจะสร้างพื้นที่ของเราขึ้นมาเองได้อย่างไร ที่ของเราเอง ที่ใครก็เป็นแบบเราไม่ได้” และนั่นได้กลายมาเป็นเสาหลักทางความคิดของ COCKTAIL ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา“เมื่อมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับใครอีกแล้ว เป้าหมายของเราจึงมีแต่เรื่องของตัวเราเองว่าเราต้องการอะไร อยากทำอะไร ไม่ใช่การพิสูจน์ตัวเองต่อคนอื่น แต่เป็นการเติมเต็มจุดมุ่งหมายของตัวเองว่าทำได้ตามที่ตั้งเป้าหรือไม่ในแต่ละวัน ความสำเร็จที่เกิดขึ้นกลายมาเป็นฐานของเป้าหมายใหม่ ความล้มเหลวใด ๆ ก็กลายมาเป็นแรงขับในการปรับเปลี่ยนและเรียนรู้ให้เอาชนะให้ได้ในที่สุด ยิ่งเวลาผ่านไปเป้าที่วางเอาไว้ก็ทวีความท้าทายมากยิ่งขึ้น ๆ และมันยังสนุกอยู่เสมอที่ได้เดินทางผ่านความท้าทายนั้น“ระหว่างทาง ผมและเพื่อน ๆ ได้เรียนรู้ว่าลำพังความสามารถของเราไม่ใช่ปัจจัยของทุกอย่าง ผู้คนรอบ ๆ ข้าง สิ่งแวดล้อม ปัจจัยจากโลกภายนอก ล้วนแต่ส่งผลให้การเดินทางของเราเป็นไปได้ และเราคงทำมันสำเร็จโดยลำพังไม่ได้เลย หลายครั้งเราพบว่าเราสำเร็จเพราะเราอยู่ถูกที่ถูกเวลาโดยบังเอิญ บางครั้งเพราะมีคนยื่นมือมาช่วย บางครั้งเป็นเพราะโชค ดังนั้นเราจึงบอกตัวเองอยู่เสมอว่าต้องเจียมตัวนะ ถ้ามันดีได้ มันก็แย่เมื่อไรก็ได้นะ เราจึงสร้างงานและเป้าหมายด้วยการรู้จักตัวเอง เราตระหนักถึงขีดความสามารถและปัจจัยแวดล้อมของตัวเราเสมอมา ทำในแบบของตัวเอง ยอมรับในความอ่อนแอและข้อจำกัดทางความสามารถของตัวเองและเลือกเอาส่วนที่ดีที่สุดออกมาสร้างเป็นจุดเด่นให้กับวง เลือกทำในสิ่งที่ทำได้ดีและเรียนรู้ที่จะขอร้องให้คนช่วยในเรื่องที่ไม่รู้และไม่สามารถ เรียนรู้ที่จะชื่นชมผู้อื่นที่สำเร็จในสิ่งที่เราทำไม่ได้หรือทำได้ดีกว่า และพยายามพัฒนาจุดดีจุดด้อยของตัวเองจนถึงที่สุด เราทั้งหมดเล่นดนตรีเพื่อขัดเกลาตัวเองและเพื่อเป้าหมายของเราแบบนั้นเสมอมา เราโชคดีที่มีคนหลากหลายให้คุณค่ากับงานของเราและส่งต่องานของเราจากใจถึงใจมายาวนาน ขอบคุณมากจริง ๆ ครับ“แม้ว่าวิธีคิดเหล่านั้นจะพาเราเดินทางมาไกล แต่ในขณะเดียวกันการเรียนรู้ที่จะรู้จักตัวเองทำให้ผมได้รับรู้ถึงข้อจำกัดที่ไม่อาจเอาชนะได้อย่าง “วัย” และ “ความเปลี่ยนแปลง” เช่นเดียวกัน ตั้งแต่ได้มองเห็นข้อจำกัดเหล่านั้นผมพยายามอย่างมากที่จะใช้เวลาที่มีกับทรัพยากรทั้งหลายให้คุ้มค่ามากที่สุด เพื่อที่จะใช้ชีวิตในฐานะนักดนตรีที่สามารถพูดได้เต็มปากว่า “ในช่วงเวลาที่มีอยู่จำกัดนี้เราได้ใช้ชีวิตจนถึงที่สุดแล้ว และไม่มีอะไรเลยที่เราเสียดาย”“มาจนถึงวันนี้ผมในฐานะตัวแทนของวงคิดว่าผมและเพื่อนได้ใช้ชีวิตในฐานะนักดนตรีที่ใช้ชื่อวงว่า COCKTAIL มาจนถึงที่สุดแล้ว เป้าหมายทั้งหมดที่ได้เคยวางเอาไว้ได้เดินทางมาถึงบทสรุป เราได้ทำทุกสิ่งที่ทำได้ และสามารถที่จะยอมรับได้กับสิ่งที่ผิดพลาดหรือไม่อาจทำได้ “เราทำดีที่สุดแล้ว” เวลานี้ถึงเวลาที่เราต้องกล่าวลากันแล้วครับ วง COCKTAIL ได้เดินทางมาถึงบทสรุปแล้ว“จริงอยู่ว่านักดนตรีอาจจะต่างกับนักกีฬาที่ร่างกายอาจเดินมาถึงข้อจำกัดในช่วงอายุใดอายุหนึ่ง ผมและวงอาจจะเปลี่ยนแปลงวิธีการเดินทางและปรับตัวไปเรื่อย ๆ แต่ผมเองกลับรู้สึกอยากที่จะให้ภาพของวงดนตรีวงนี้อยู่ในสภาพที่แข็งแรงแบบนี้ในความทรงจำ มากกว่าที่จะปล่อยให้มันร่วงโรยหรือต้องเปลี่ยนแปลงไปอีก“จริงอยู่ที่ว่ามีนักดนตรีหลายท่านที่สามารถจะเล่นดนตรีในระดับอาชีพได้อย่างยาวนาน แต่ทางเลือกนี้ของเราคิดมาสำหรับ COCKTAIL เท่านั้นและเป็นวิธีคิดแบบของ COCKTAIL ลำพังคงไม่สามารถเอาไปเปรียบเทียบกับใครได้ครับ“เราเตรียมตัวสำหรับการสิ้นสุดลงของวงมาตั้งแต่หลายปีก่อน มีการจัดเตรียมกองทุนของวงเอาไว้รองรับ มีการจัดสรรผลประโยชน์ต่าง ๆ รวมถึงสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ เอาไว้อย่างยั่งยืนเพื่อให้สามารถที่จะหล่อเลี้ยงทุกท่านที่เคยร่วมงานกันมาต่อไปในช่วงชีวิตได้อย่างดีที่สุด สมาชิกทุกคนแม้ว่าจะมีความรู้สึกหลากหลายปนเปกันไปในช่วงที่เราเริ่มถกกันในเรื่องนี้ แต่ในที่สุดเราทั้งหมดต่างก็ตัดสินใจร่วมกัน สมาชิกในที่นี้ไม่ได้หมายความถึงสมาชิกบนเวที แต่รวมถึงทีมงานทั้งหมดของเราด้วย“เราทั้งหมดตัดสินใจร่วมกันที่จะแจ้งการสิ้นสุดของวงลงล่วงหน้าเป็นระยะเวลาราว 2 ปี เนื่องจากเราเห็นว่าระยะเวลาดังกล่าวเป็นระยะเวลาที่นานพอที่เราจะได้มีโอกาสใช้เวลาร่วมและบอกลาต่อทุก ๆ คนที่สำคัญกับเราตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา“ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้เราขอบอกกับทุกคนว่า“วง COCKTAIL จะสิ้นสุดลงในปี 2025 โดยหลังจากนั้นจะไม่มีการเล่นดนตรีในนามวง COCKTAIL อีก เราทั้งหมดจะแยกย้ายกันเดินทางไปสู่ช่วงเวลาใหม่ในชีวิต และผมในฐานะนักร้องนำจะไม่แสดงดนตรีเป็นอาชีพอีกต่อไปเช่นกันครับ”และสำหรับในช่วงสองปีสุดท้ายนี้ เราตั้งใจที่จะสร้างและทำในสิ่งต่าง ๆ ที่เรายังไม่เคยทำ ออกไปเจอกับทุกคนให้มากที่สุดและใช้เวลาที่มีในฐานะ COCKTAIL อย่างคุ้มค่าเท่าที่จะทำได้ เราจะมีงานคอนเสิร์ตแบบใกล้ชิดเป็นพิเศษในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ รับงานจ้างการแสดงใด ๆ รวมถึงร่วมเล่นในเทศกาลดนตรีใด ๆ ในปีนี้เป็นปีสุดท้าย หลังจากนั้นในปี 2025 ก็จะเข้าสู่คอนเสิร์ตใหญ่และการเดินสายอำลาของเราอย่างเป็นทางการซึ่งจะได้เล่ารายละเอียดให้ฟังในโอกาสต่อไป“ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตอนนี้ เราจะยังไม่เอ่ยคำลากันในวันนี้นะครับถ้ามีโอกาสเอาไว้พบกันนะครับ#CheersCOCKTAIL

‘กูฟังเพลงไท’ คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของวงไททศมิตร ระเบิดพลังการแสดงได้ดุเดือด-ถึงใจ!

16 ก.ย. 2024

‘กูฟังเพลงไท’ คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของวงไททศมิตร ระเบิดพลังการแสดงได้ดุเดือด-ถึงใจ!

เป็นอีกค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่และน่าจดจำที่สุดสำหรับ ไททศมิตร (TaitosmitH) วงดนตรีร็อกเนื้อหาเพื่อชีวิตแห่งค่าย GeneLab ในเครือ GMM MUSIC และเหล่า ‘เสาไฟ’ (ชื่อเรียกแฟนเพลงของวง) กับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก ‘กูฟังเพลงไท’ จัดเต็ม 2 รอบสุดพิเศษ ไปเมื่อวันที่ 14-15 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี งานนี้พวกเขาระเบิดพลังการแสดงที่อัดแน่นไปด้วยดนตรีที่มีเอกลักษณ์ แสง สี เสียง ที่ดุเดือด เร้าใจ ตลอดทั้งงานแบบใส่สุดแรงไม่มียั้งกว่า 4 ชั่วโมงโดยบรรยากาศภายในงานคึกคักไปด้วยเหล่าเสาไฟ ที่เดินทางมาทั่วทุกสารทิศเพื่อรอเจอไททศมิตร วงดนตรีที่พวกเขาชื่นชอบ พร้อมต่อคิวจับจองของที่ระลึกคอนเสิร์ตและอัลบั้ม ‘ภาคพิสดาร’ ที่วางขายครั้งแรกที่งานอย่างเนืองแน่น ซึ่งการจัดคอนเสิร์ตถึง 2 รอบติดกันนี้ คือสิ่งที่ยืนยันได้ว่าไททศมิตรมีฐานแฟนเพลงที่เหนียวแน่น และพร้อมสนับสนุนพวกเขาอย่างเต็มที่ และเมื่อถึงเวลา 1 ทุ่มตรง เสียงดนตรีเริ่มดังขึ้นพร้อมเสียงเชียร์ของแฟน ๆ ที่ดังกระหึ่มในทันทีเมื่อ จ๋าย-อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี (ร้องนำ), โมส-ตฤณสิษฐ์ สิริพิชญาศานต์ (ร้องนำ), เจ-ธนกฤต สองเมือง (คีย์บอร์ด), มีน-ปัณณสิทธิ์ สุขโหตุ (กีตาร์ โซโล่), เจต-เจษฎา ปัญญา (เบส), ตุ๊ก-พัฒนภูมิ ชอุ่มผล (กลอง) ปรากฏตัวขึ้นบนเวทีอย่างยิ่งใหญ่ด้วยพลังดนตรีที่ไร้ขีดจำกัดของพวกเขาที่มาพร้อมทีม Chorus, Percussions, Brass Section งานนี้พวกเขาขนเพลงตั้งแต่ยุคอินดี้จนถึงปัจจุบันมาโชว์ให้แฟนเพลงได้ฟังอยากจุใจกว่า 33 เพลงเปิดด้วยเพลง ‘Amazing Thailand’ ต่อด้วย ‘ยุติ-ธรรม’ เพลงที่สะท้อนความเจ็บปวดและความเป็นจริงของสังคมไทย ตามด้วยเพลง ‘รจนา’ ที่มีการนำระนาดเอกบรรเลงเพิ่มสีสันให้แฟน ๆ ได้อินไปกับเพลงและร้องตามกันอย่างสุดเสียง ทำให้บรรยากาศในฮอลล์เดือดขึ้นทันทีตั้งแต่ช่วงแรก ต่อด้วยเพลงที่เป็นจุดเริ่มต้นให้แฟนเพลงได้รู้จักพวกเขาอย่าง ‘เป็นตะลิโตน’ , ‘Pattaya Lover’ และโยกหัวกันต่อไปกับเพลงที่ทำได้เข้าถึงอารมณ์อย่าง ‘ทนได้ทุกที’ และ ‘ผีพนัน’ จากนั้นพวกเขาก็ไต่กราฟความสนุกในคอนเสิร์ตนี้ขึ้นไปอีกแบบไม่มีพักด้วย ‘บังขายถั่ว’ , ‘จะหมัดจะมวย’ , ‘เพื่อนผมเกมได้ไง’ , ‘เสื้อกั๊ก’ และ ‘ไอ้สอง’ ที่มาพร้อมหางเครื่องและแดนเซอร์ชุดใหญ่ทำเอาแฟนเพลงทั้งโดดทั้งเต้นกันแบบสุดตัวต่อด้วยการเปิดตัวแขกรับเชิญสุดพิเศษช่วงแรก อย่าง เบิ้ล คณะขวัญใจ ที่มาในเพลง ‘แม่เสือสาว’, หมู ไววิทย์ กับเพลง ‘มีชีวิตเพื่อคนอื่น’ และ ไม้หมอน วชิรวิทย์ กับเพลง ‘หลุด’ ที่มาร่วมส่งต่ออุดมการณ์ดนตรีเพื่อชีวิตรุ่นใหม่ด้วยกันในเพลง ‘หัวใจเสรี’ ต่อด้วยเพลงจากอัลบั้มแรกของวงที่หลายคนคิดถึงอย่าง ‘ฮาคูน่า มาทาท่า’ , ‘คางคก’จากนั้นไททศมิตรก็ได้เซอร์ไพรส์แฟนเพลงด้วยการปรากฏตัวในลุคแปลกตาด้วยชุดสูทพร้อมเล่นเพลงช้าสุดซึ้งเข้าถึงอารมร์อย่างเพลง ‘ตราบ’, ‘แอบเก็บความในใจไว้ภายในแว่นเรย์แบนสีดำ’ และพวกเขาได้นั่งพูดคุยกับแฟนเพลง โดย จ๋าย ได้เล่าถึงการเดินทางของวง ได้เปิดใจถึงความหมายเบื้องหลังของเพลงที่งานนี้ทำเอาหลายคนเสียน้ำตาไปกับมิตรภาพที่สวยงามและจริงใจแบบลูกผู้ชายของวงไททศมิตรในเพลง ‘มึงกับกู’ ตามด้วยเพลงช้าเนื้อหาเข้มข้นและเศร้าที่สุดจากไททศมิตรที่มาพร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษ ‘พี่ตูน Bodyslam’ มาร่วมถ่ายทอดทุกความรู้สึกของเพลง ‘กี่ฤดู’ และชวนเหล่าเสาไฟกระโดดกันต่อไม่ให้พักไปกับเพลง ‘ท่านผู้ชม’ , ‘คนมีตังค์’ สร้างความสนุกและประทับใจให้แฟนเพลงในฮอลล์จากนั้นเวทีก็กลับมาเดือดและฮึกเหิมด้วยเพลงที่สะท้อนถึงการต่อสู้และการยืนหยัดในชีวิตอีกครั้งในเพลง ‘เพื่อชีวิตกู’ ตามด้วยเพลงที่ใครหลายคนรอคอยอย่าง ‘โคโยตี้’ ที่วงได้เซอร์ไพร์แฟนเพลงด้วยการชวน จินตหรา พูนลาภ มาร่วมร้องในเพลงนี้ และชวนเหล่าเสาไฟเซิ้งกันต่อไปกับเพลง ‘มาทำไม’ พร้อมเครื่องดนตรีประจำวงหมอลำอย่าง ‘พิณ’ ‘แคน’ และหางเครื่องแบบจัดเต็ม เหมือนยกเวทีหมอลำของแท้มาผสมผสานกับร็อกเพื่อชีวิตของไททศมิตรอย่างลงตัว และมาถึงช่วงที่ไททศมิตรสาดความเดือดกันต่อด้วยเพลง ‘หมวกกันน็อค’, ‘ไส้แห้ง’, ‘แดงกับเขียว’ ตามด้วยเพลงฮิตชวนคิดถึงบ้านอย่างเพลง ‘Hello Mama’ ที่แฟนเพลงร้องตามกันดังกึกก้องไปทั่วทั้งฮอลล์ พร้อมกับคำกล่าวขอบคุณที่วงตั้งใจมอบให้แฟนเพลงที่คอยสนับสนุนมาตลอดต่อด้วยเพลง ‘สักวันหนึ่ง’ ที่โมสและจ๋ายได้ลงจากเวทีไปหาคนดู เรียกว่าเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นและมีความหมายกับทั้งศิลปินและแฟนเพลงมากจริงๆ ก่อนปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยความมันแบบพุ่งทะลุกราฟด้วยเพลง ‘นักเลงเก่า’ แต่เหมือนแฟนเพลงจะยังไม่อยากให้โชว์จบลง ต่างส่งเสียงเรียกชื่อวง ‘ไททศมิตร’ อย่างต่อเนื่อง วงเลยขึ้นมาโชว์เพลงที่มีความหมายกับวงอย่าง ‘อนัตตา’ และปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยเพลง ‘แดงกับเขียว’ อีกครั้ง งานนี้เรียกว่ามีเท่าไรใส่กันสุดพลังแทบไม่เหลือแรงกลับบ้าน ก่อนลากันไปด้วยเสียงปรบมือและเสียงตะโกนขอบคุณทั้งจากศิลปินและแฟนเพลงที่ดังก้องไปทั่วทั้งฮอลล์เรียกได้ว่าคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของไททศมิตรจบลงไปด้วยความสำเร็จอย่างงดงาม เป็นค่ำคืนที่ครบรสด้วยพลังแห่งมิตรภาพ ความสุข ความสนุกสุดมัน ‘กูฟังเพลงไท’ ไม่เพียงแต่เป็นคอนเสิร์ตที่แสดงถึงพลังดนตรีของไททศมิตรเท่านั้นแต่ยังเป็นการรวมตัวของเหล่าแฟนเพลงผู้รักในดนตรีที่สะท้อนสังคมอย่างแท้จริงด้วยภาพ : GeneLab

TaitosmitH ประกาศเพิ่มรอบการแสดง ‘กูฟังเพลงไท’ คอนเสิร์ตใหญ่ของวงตามคำเรียกร้อง

01 ก.ค. 2024

TaitosmitH ประกาศเพิ่มรอบการแสดง ‘กูฟังเพลงไท’ คอนเสิร์ตใหญ่ของวงตามคำเรียกร้อง

หลังจากวง TaitosmitH แห่งค่าย GeneLab สร้างปรากฏการณ์บัตรคอนเสิร์ตใหญ่ SOLD OUT! ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง พร้อมกระแสเรียกร้องจากแฟนเพลงที่พลาดโอกาสซื้อบัตร ลุ้นให้มีการประกาศเพิ่มรอบการแสดงล่าสุดทางเพจของวงได้ออกมาแจ้งข่าวดีนี้กับแฟนเพลงว่า พวกเขาตัดสินใจเพิ่มรอบการแสดง LEO presents ‘กูฟังเพลงไท’ คอนเสิร์ตใหญ่ของวงตามคำเรียกร้องแล้ว โดยจะพบกัน 2 รอบ วันเสาร์ ที่ 14 และวันอาทิตย์ ที่ 15 กรกฎาคม 2567 ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานีสำหรับการแสดงรอบใหม่ที่เพิ่มมานี้ จะเปิดจำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการในวันอาทิตย์ ที่ 7 กรกฎาคม 2567 เวลา 12.00 น. ที่ theconcert.com หรือที่แอปพลิเคชัน The Concert (*จำกัดจำนวนบัตรไม่เกิน 5 ใบต่อการซื้อ 1 ครั้ง)• บัตรยืน : ราคา 3,000 และ 2,500 บาท• บัตรนั่ง : ราคา 3,000 และ 2,000 บาท*ราคานี้ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมการออกบัตร และค่าบริการภาพ : TaitosmitH

album
efm
-

-