มินฮีจิน อดีต CEO ADOR ไม่ถูกส่งฟ้อง โดยตำรวจเผยว่าไม่พบหลักฐานความผิดตามที่ HYBE กล่าวหา

ENTERTAINMENT NEWS

มินฮีจิน อดีต CEO ADOR ไม่ถูกส่งฟ้อง โดยตำรวจเผยว่าไม่พบหลักฐานความผิดตามที่ HYBE กล่าวหา

15 ก.ค. 2025

มินฮีจิน (Min Heejin) อดีต CEO ของค่าย ADOR ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการในวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมาโดยระบุว่า “เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว HYBE ได้ยื่นฟ้องดิฉันในข้อหาบกพร่องต่อหน้าที่ในฐานะผู้บริหาร” แต่จากการสอบสวนของตำรวจซึ่งดำเนินมาเป็นเวลากว่าหนึ่งปี ไม่พบหลักฐานที่ชี้ชัดถึงการกระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา และในวันนี้ตำรวจมีคำสั่งไม่ส่งฟ้องในทั้งสองคดีที่ HYBE เป็นผู้กล่าวหา

โดยก่อนหน้านี้ HYBE ได้ยื่นเรื่องฟ้อง มินฮีจิน ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2566 ในข้อหาบกพร่องต่อหน้าที่ (Breach of Duty) พร้อมอ้างว่าพบหลักฐานบทสนทนาใน KakaoTalk ซึ่งเป็นการหารือกันระหว่าง มินฮีจิน และผู้บริหาร ADOR คนอื่น ๆ ว่ามีความพยายามจะเข้ายึดอำนาจการบริหารของบริษัท

อย่างไรก็ตาม มินฮีจิน ได้โต้แย้งในทันทีว่า ด้วยโครงสร้างผู้ถือหุ้นของ ADOR ที่ HYBE ถือหุ้นมากถึง 80% การเข้ายึดอำนาจการบริหารจึงเป็นไปไม่ได้ตั้งแต่แรก อีกทั้งยังยืนยันว่าเธอไม่ได้มีพฤติกรรมใดที่เป็นบ่อนทำลายหรือทำให้บริษัทเสียหาย

ทั้งนี้ มินฮีจิน ได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริหารของบริษัทเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนปีที่ผ่านมา และในปัจจุบันเธออยู่ระหว่างดำเนินการฟ้องร้อง เพื่อขอให้ศาลพิจารณายืนยันการสิ้นสุดสัญญาระหว่างเธอกับ HYBE รวมถึงเรียกร้องค่าเสียหายจากกรณีดังกล่าวด้วย

ภาพ : min.hee.jin / popeye_magazine_official

related ENTERTAINMENT NEWS

ลิซ่า ลลิษา ขึ้นแท่น Amazing Thailand Ambassador ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์การท่องเที่ยวไทยสู่สายตาโลก

15 ต.ค. 2025

ลิซ่า ลลิษา ขึ้นแท่น Amazing Thailand Ambassador ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์การท่องเที่ยวไทยสู่สายตาโลก

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประกาศแต่งตั้งให้ LISA หรือ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ศิลปินและนักแสดงสาวไทยที่ประสบความสำเร็จระดับโลก ดำรงตำแหน่ง Amazing Thailand Ambassador เพื่อร่วมถ่ายทอดความงดงามของประเทศไทย ในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งการท่องเที่ยวระดับโลกสำหรับบทบาทใหม่ของ ลิซ่า จะได้เป็นตัวแทนเพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ความเป็นไทยสู่สายตานานาชาติ ผ่านเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ความสวยงามของสถานที่ และเสน่ห์ของผู้คน ซึ่งล้วนเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับจากทั่วโลกมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังตอกย้ำอิทธิพลของเธอในฐานะศิลปินที่มีพลังขับเคลื่อนในระดับโลกตลอดการทำงานที่ผ่านมา ลิซ่า เป็นหนึ่งในคนดังที่ช่วยผลักดันชื่อเสียงของประเทศไทยให้ไปไกลกว่าเดิม ผ่านผลงานต่าง ๆ อาทิ การแสดงในซีรีส์ The White Lotus ซีซัน 3 หรือการเลือกใช้โลเคชั่นต่าง ๆ ในเมืองบ้านเกิดเพื่อถ่ายทำมิวสิกวิดีโอเพลง ROCKSTAR ซึ่งล้วนกลายเป็นการโปรโมตประเทศในเชิงสร้างสรรค์การร่วมมือกันระหว่าง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ ลิซ่า ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการสื่อสารภาพลักษณ์ประเทศไทยในมิติใหม่ที่สดใส ทันสมัย และทรงพลัง สะท้อนให้เห็นว่าศิลปินไทยคนนี้ไม่เพียงสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วโลก แต่ยังเป็นตัวแทนแห่งความภาคภูมิใจของคนไทยในทุกมิติอย่างแท้จริงทันทีที่ข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป แฟน ๆ หลายคนก็เฝ้ารอชมแคมเปญแรกของ ลิซ่า ที่ได้ทำงานร่วมกับทาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador จะเป็นอย่างไรภาพ : lalalalisa_m / Amazing Thailand

HYBE ประกาศว่า 7 สมาชิกวง BTS ต่อสัญญาภายใต้ค่าย BIGHIT MUSIC เรียบร้อย พร้อมบริจาค 1,000 ล้านวอนให้ Unicef เกาหลี

21 ก.ย. 2023

HYBE ประกาศว่า 7 สมาชิกวง BTS ต่อสัญญาภายใต้ค่าย BIGHIT MUSIC เรียบร้อย พร้อมบริจาค 1,000 ล้านวอนให้ Unicef เกาหลี

20 กันยายนที่ผ่านมา Yonhap News สื่อดังของเกาหลีใต้ได้รายงานว่า จิน (Jin), ชูก้า (Suga), เจโฮป (J-Hope), อาร์เอ็ม (RM), จีมิน (Jimin) วี (V) และ จองกุก (Jung Kook) สมาชิก BTS วงบอยแบนด์ระดับโลก ได้บรรลุข้อตกลง และเซ็นต่อสัญญาเป็นศิลปินภายใต้สังกัด BIGHIT MUSIC เป็นที่เรียบร้อยแล้วจากนั้น HYBE Coporation ได้ออกประกาศเพื่อแจ้งข่าวว่า พวกเขาบรรลุข้อตกลงของคณะกรรมการบริหารในการต่อสัญญาฉบับพิเศษ ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาฉบับที่ 2 ของเมมเบอร์วง BTS ทั้ง 7 คน แม้ว่าขณะนี้จะอยู่ในช่วงพักการดำเนินกิจกรรมของวง เนื่องจากศิลปินเข้ารับราชการทหารและเนื่องด้วยโอกาสที่ BTS ได้ต่อสัญญากับต้นสังกัด ทาง BIGHIT MUSIC ได้ทำการมอบเงินจำนวน 1,000 ล้านวอน หรือราว 27 ล้านบาทให้กับองค์การ Unicef ประเทศเกาหลีใต้ สำหรับใช้ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อเด็ก เพื่อแทนคำขอบคุณทุกการสนับสนุนผลงานของ BTS เสมอมาพร้อมกันนี้ยังมีการยืนยันว่า BTS จะกลับมาร่วมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมในฐานะศิลปินกลุ่มอย่างพร้อมหน้าอีกครั้งในปี 2025 ซึ่งเป็นปีที่พวกเขาเสร็จสิ้นภารกิจทางทหารภาพ : bts.bighitofficial

CEO ของค่าย HYBE แถลงการณ์ขอโทษต่อข้อความว่าร้ายศิลปิน K-POP ค่ายอื่น ซึ่งปรากฎบนเอกสารกว่า 18,000 หน้า

30 ต.ค. 2024

CEO ของค่าย HYBE แถลงการณ์ขอโทษต่อข้อความว่าร้ายศิลปิน K-POP ค่ายอื่น ซึ่งปรากฎบนเอกสารกว่า 18,000 หน้า

เป็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการเพลง K-POP นานนับสัปดาห์ กรณีเอกสารลับของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง HYBE หลุด! หลังสภาแห่งชาติ กับ กระทรวงวัฒนธรรมเกาหลีใต้ ได้ร่วมกันตรวจสอบประเด็นการกดขี่และบูลลี่ศิลปินในวงการ K-POP โดยมีเอกสารที่เกี่ยวข้องหลุดออกมา ซึ่งเอกสารชุดดังกล่าวมีอยู่ราว 18,000 หน้า ในนั้นพบว่ามีข้อความกล่าวพาดพิง โจมตี ว่าร้ายต่อศิลปิน K-POP ค่ายอื่นในช่วงแรกที่มีการเผยแพร่เอกสารชุดดังกล่าว ตัวแทนจาก HYBE ได้ออกมาแก้ต่างเพียงว่า มันเป็นเอกสารรายการงานติดตามผลความคิดเห็นจาก ‘กลุ่มแฟนคลับ’ ร่างขึ้นจากคอมเมนต์จากสาธารณชน และชุมชนโซเชียลมีเดีย เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงภายในกลุ่ม ๆ เท่านั้น ไม่ใช่จุดยืนของบริษัทแต่อย่างใดแต่ดูเหมือนแฟนเพลงรวมถึงประชาชนชาวเกาหลีเอง ก็ออกมาวิจารณ์หนักขึ้นเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ อีกทั้งยังมีศิลปินภายใต้ HYBE ได้ออกมาปกป้องศิลปินที่ถูกกล่าวถึงโดยระบุว่า “การเดินทางของเรา ไม่ใช่สิ่งที่คุณมีสิทธิ์ตัดสินอย่างไม่ใส่ใจ ไม่ใช่แค่พวกเราเท่านั้น แต่ศิลปินคนอื่น ๆ ก็ไม่ใช่สิ่งของของคุณที่จะใช้ประโยชน์ได้อย่างอิสระ”ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจาก อี แจซัง (Lee Jae-Sang) ผู้บริหารของค่าย HYBE ได้ออกแถลงการณ์เพื่อขอโทษต่อ ศิลปิน ค่ายเพลง รวมถึงแฟนคลับ พร้อมทั้งยอมรับว่าข้อความต่าง ๆ ในเอกสารนั้นไม่เหมาะสม ทำให้ค่ายและศิลปิน รวมถึงแฟนเพลงเกิดความไม่สบายใจ และจะรีบดำเนินการติดต่อไปยังค่ายต่าง ๆ ที่ปรากฏข้อความพาดพิงในเอกสาร เพื่อขอโทษโดยตรง“เราอยากโค้งคำนับเพื่อขอโทษศิลปิน เจ้าหน้าที่ในอุตสาหกรรม และแฟน ๆ เกี่ยวกับเอกสารการติดตามงานของเรา ซึ่งจัดทำขึ้นผ่านกระบวนการรวบรวมปฏิกิริยาต่าง ๆ และความคิดเห็นสาธารณะเกี่ยวกับแนวโน้มและประเด็นต่าง ๆ ของอุตสาหกรรม มีการแชร์เพื่อจุดประสงค์ในการทำความเข้าใจความคิดเห็นสาธารณะของตลาดและแฟนเพลงของศิลปิน แต่เนื้อหาของเอกสารไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง“ในนามของบริษัท เรารับทราบการกระทำผิดทั้งหมดและตระหนักดีถึงความรับผิดชอบในการแสดงออกที่ยั่วยุและหยาบคายต่อศิลปิน รวมถึงเพิ่มความคิดเห็นและการประเมินผลส่วนตัวของผู้เขียน และทิ้งเนื้อหาไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เราเสียใจอย่างยิ่งกับสถานการณ์ที่ศิลปินถูกเข้าใจผิดและได้รับผลกระทบจากข้อสงสัยซึ่งไม่เป็นความจริงเลย“เราอยากขอโทษอย่างเป็นทางการด้วยความเคารพต่อศิลปินที่ถูกกล่าวถึงในเอกสาร และผู้ที่ได้รับผลกระทบและความรู้สึกเจ็บปวด เรากำลังติดต่อกับแต่ละหน่วยงานเพื่อขอโทษโดยตรง นอกจากนี้เรายังขอแสดงความขอโทษอย่างจริงใจและเป็นทางการต่อศิลปินทุกคนของ HYBE ที่ได้รับการวิจารณ์จากบริษัท เราสัญญาว่าจะจัดทำแนวทางและเสริมสร้างการควบคุมภายในเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้นอีก“ในฐานะ CEO ของบริษัท สัญญาว่าจะปรับปรุงข้อผิดพลาดในอดีตอย่างถี่ถ้วน ผ่านการไตร่ตรองอย่างลึกซึ้ง และจะทำให้ดีที่สุดเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรม K-POP โดยให้ความสำคัญกับสิทธิและผลประโยชน์ของศิลปิน K-POP ทุกคน และเคารพในแฟน ๆ”ภาพ : HYBE

NewJeans ไม่ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินศาล ที่ยืนคำสั่งให้ ADOR ยังคงมีสิทธิบริหารกิจกรรมวง

26 มิ.ย. 2025

NewJeans ไม่ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินศาล ที่ยืนคำสั่งให้ ADOR ยังคงมีสิทธิบริหารกิจกรรมวง

การต่อสู้ทางกฎหมายระหว่างเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดัง NewJeans (ปัจจุบันใช้ชื่อ NJZ) กับต้นสังกัด ADOR ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ HYBE ดูเหมือนจะเดินทางมาถึงบทสรุปในสัปดาห์นี้ เมื่อสมาชิกทั้ง 5 คนของวง ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลกรุงโซล ภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด ภายหลังจากมีคำพิพากษายืนให้ ADOR ยังคงมีสิทธิบริหารกิจกรรมของวงแต่เพียงผู้เดียวย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ศาลกรุงโซลได้มีคำพิพากษายืนตามคำสั่งก่อนหน้า ห้ามไม่ให้สมาชิกวง NJZ รับงานโดยอิสระ หรือเซ็นสัญญาโฆษณาด้วยตนเอง เนื่องจากไม่พบเหตุผลเพียงพอที่จะทำให้สัญญาระหว่างสมาชิกกับ ADOR เป็นโมฆะแม้สมาชิกจะมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ขั้นสุดท้ายภายใน 7 วันนับจากคำพิพากษา แต่เมื่อพ้นกำหนดโดยไม่มีการยื่นอุทธรณ์ใด ๆ นั่นหมายถึงสมาชิกยอมรับคำตัดสินของศาลโดยปริยาย และจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของศาลในทุกกรณีต่อจากนี้ข้อพิพาทระหว่าง NewJeans และ ADOR เริ่มต้นขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2024 หลังจากสมาชิกระบุว่าสัญญาที่ทำกับ ADOR เป็นโมฆะ เนื่องจากประสบปัญหาการถูกคุกคามในที่ทำงาน ก่อนที่พวกเธอจะเริ่มทำกิจกรรมอย่างอิสระในนาม NJZ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2025ADOR ตอบโต้ด้วยการยื่นคำร้องต่อศาลในเดือนมกราคม 2025 เพื่อขอคำสั่งห้ามสมาชิกรับงานด้วยตัวเอง กระทั่งในเดือนมีนาคม ศาลได้มีคำสั่งห้ามสมาชิกทั้ง 5 คนเซ็นสัญญาหรือทำกิจกรรมใด ๆ โดยลำพัง รวมถึงการทำเพลงหรือรับงานโฆษณาแม้ NJZ จะพยายามยื่นอุทธรณ์หลายครั้งในเดือนเมษายนและพฤษภาคม แต่ศาลก็มีคำสั่งปฏิเสธคำร้องทุกครั้ง และในเดือนพฤษภาคม ศาลยังอนุมัติคำขอของ ADOR เพื่อใช้มาตรการบังคับทางอ้อม โดยระบุว่า หากสมาชิกละเมิดคำสั่งของศาลจะต้องชำระเงินจำนวน 1 พันล้านวอน (ประมาณ 24 ล้านบาท) ต่อหนึ่งกรณีให้แก่ ADORขณะนี้ การพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นเกี่ยวกับคำฟ้องของ ADOR ที่ต้องการพิสูจน์สิทธิพิเศษเฉพาะในสัญญายังคงดำเนินอยู่ แต่การที่สมาชิกทั้ง 5 คนไม่ได้ยื่นอุทธรณ์เพิ่มเติม อาจสะท้อนถึงการยุติแนวทางการต่อสู้ทางกฎหมายของฝั่ง NJZ อย่างชัดเจนภาพ : rollingstone.com

album
efm
-

-