COCKTAIL ขอบคุณแฟนเพลงหลังบัตร COCKTAIL EVER LIVE ถูกจำหน่ายหมดแล้วทั้ง 2 รอบการแสดง

ENTERTAINMENT NEWS

COCKTAIL ขอบคุณแฟนเพลงหลังบัตร COCKTAIL EVER LIVE ถูกจำหน่ายหมดแล้วทั้ง 2 รอบการแสดง

19 ม.ค. 2025

สร้างปรากฎการณ์เป็นคอนเสิร์ตราชมังที่บัตรถูกจำหน่ายหมดเกลี้ยงทุกที่นั่งในเวลาอันรวดเร็ว สำหรับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้ายและเป็นจุดเริ่มต้นบทสรุปของวง COCKTAIL ‘COCKTAIL EVER LIVE’ ที่เปิดจำหน่ายวันแรก เสาร์ ที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา โดยความต้องการบัตรที่มีจำนวนมาก ทำให้ทันทีที่มีการเปิดจำหน่ายรอบวันที่ 30 มีนาคม 2568 ก็ถูกจับจองหมดในพริบตา จนต้องประกาศเพิ่มรอบการแสดงอีก 1 รอบในวันที่ 31 มีนาคม 2568 และแน่นอนว่าแม้จะเป็นรอบใหม่แต่แฟนเพลงก็ยังคงให้การตอบรับ แห่จนบัตรเต็มทุกที่นั่งในเวลารวดเร็วเช่นกัน

ล่าสุดวง COCKTAIL ได้ออกมาประกาศว่าบัตรเข้าชมคอนเสิร์ต COCKTAIL EVER LIVE ทั้งสองรอบ SOLD OUT แล้ว พร้อมกับขอบคุณไปยังการสนับสนุนและกำลังใจจากแฟนเพลงทุกคน ยืนยันว่าวงจะทำทุกอย่างให้ดีเต็มสมกับความทุ่มเทของแฟน ๆ

และสำหรับใครที่พลาดโอกาสได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงครั้งประวัติศาสตร์ของ COCKTAIL ไม่ต้องเสียใจไป เพราะหากจำกันได้พวกเขาเผยว่าหลังจบการแสดงที่ราชมังฯ แล้ว วงก็กำลังจะมีโปรเจกต์ด้วยการเดินทางไปทำการแสดงเพื่อพบปะแฟนเพลงอย่างใกล้ชิดให้ครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ อย่างไรรอติดตามอัปเดตความเคลื่อนไหว และรายละเอียดของคอนเสิร์ตดังกล่าวกันได้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของวง COCKTAIL

ส่วนใครมีบัตร COCKTAIL EVER LIVE เตรียมพร้อมวอร์มร่างกายไว้แล้วไปเก็บโมเมนต์แห่งความประทับใจร่วมกันในวันที่ 30-31 มีนาคม 2568 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน

ภาพ : COCKTAIL

related ENTERTAINMENT NEWS

Three Man Down ฉลอง 10 ขวบ! ด้วยอัลบั้มชุดใหม่ 28 หลากหลายความรู้สึกที่รอให้ทุกคนได้เข้าไปสัมผัส

07 ส.ค. 2023

Three Man Down ฉลอง 10 ขวบ! ด้วยอัลบั้มชุดใหม่ 28 หลากหลายความรู้สึกที่รอให้ทุกคนได้เข้าไปสัมผัส

วงThree Man Downปล่อยอัลบั้มที่ 2 อย่างเป็นทางการโดยมีชื่ออัลบั้มว่า 28อัลบั้มที่พูดถึงส่วนลึกความรู้สึกของจิตใจ ความเจ็บปวด ความทรมานของการเติบโตกับสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ แต่ไม่สามารถแก้ไขมันได้ ซึ่งแตกต่างจากอัลบั้มแรก This City Won’t Be Lonely Anymoreที่พูดถึงสิ่งต่าง ๆ รอบตัว โดยชื่ออัลบั้มถูกคิดขึ้นได้หลังจากที่เพลงทั้ง11เพลง ถูกทำจนเสร็จเรียบร้อย เนื้อหาที่นำเสนอเป็นความคิดและเรื่องราวที่มันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสมาชิกในวงอย่าง กิต, ตูน, เต และ เส็ง เดินทางมาถึงอายุ28 ปีอีกทั้งอัลบั้มนี้ยังมีco-produceและศิลปินนักดนตรีมาร่วมงานหลากหลายท่าน เพื่อร่วมสร้างความแปลกใหม่ อาทิเช่นSpatchies, Richard Cracker, Machina,ภีร์Hardboy และ Auttaเป็นต้น เปิดตัวเพลงแรกมาเราก็จะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงและสีสันใหม่ ที่เป็นสัญญาณบอกว่าการกลับมาครั้งนี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ตั้งแต่เพลง ‘ปล่อยให้เวลา’, ‘น้อง’, ‘ไหนบอกเลิกแล้ว’, ‘เด็กเกินไป’, ‘ไม่อยากให้เธอไม่สบาย’, ‘เปิดตัวเขา’ และ ‘เมา’นอกจากนี้ในอัลบั้มยังมีอีก4เพลงที่น่าสนใจ อย่างเพลง ‘28’ บทนำภาพรวมของทั้งอัลบั้มที่เล่าถึงทั้งความเจ็บปวด เสียใจ ผิดหวัง และ การเติบโต โดยมีทุกคนที่มีส่วนร่วมในอัลบั้มนี้มาร่วมร้องด้วย, ‘คนใหม่’ เพลงจังหวะสนุกสุดกวนในแบบที่วงไม่เคยทำมาก่อน กับการระบายความรู้สึกในหมู่เพื่อนฝูง ฝืนยิ้มให้คนรักเก่าโดยไม่ร้องไห้ให้เห็นต่อหน้า, ‘ไม่อยากชิน’ บทสรุปของอัลบั้ม 28บอกเล่าความรู้สึกของคนที่เคยทุ่มเทและศรัทธาในความรัก แต่ต้องพบกับความผิดหวังซ้ำ ๆ จนรู้สึกชินชาไปกับการต้องเสียใจ และเพลง ‘วิธีไม่เสียใจ’ กับความเศร้าและตั้งคำถามกับอีกฝ่ายในวันที่เขาตัดสินใจทิ้งเราไปอย่างง่ายดาย เป็นเพลงเร็วจังหวะสนุกที่จะชวนคุณมาเตรียมความพร้อมก่อนถึงวันคอนเสิร์ตใหญ่ไปด้วยกันแฟนเพลงสามารถรับฟังอัลบั้ม 28ของวงThree Man Downได้แล้ววันนี้ทางYouTube : GeneLabและทุกบริการMusic Streamingภาพ : GeneLab

“ถึงเวลาที่เราต้องกล่าวลากันแล้วครับ” วง COCKTAIL ประกาศว่าได้เดินทางมาถึงบทสรุป และเตรียมส่งท้ายด้วยคอนเสิร์ตใหญ่ปี 2025

29 ม.ค. 2024

“ถึงเวลาที่เราต้องกล่าวลากันแล้วครับ” วง COCKTAIL ประกาศว่าได้เดินทางมาถึงบทสรุป และเตรียมส่งท้ายด้วยคอนเสิร์ตใหญ่ปี 2025

โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ ร้องนำแห่งวง COCKTAIL เป็นตัวแทนสมาชิกวงได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อประกาศข่าวสำคัญกับแฟนเพลงว่า พวกเขาได้ตัดสินใจร่วมกันว่าจะยุติบทบาทและการทำงานร่วมกันในฐานะวงดนตรี ซึ่งตลอดทั้งปี 2024 จะเป็นปีสุดท้ายที่วงจะออกทัวร์ร่วมกัน ก่อนที่จะมีคอนเสิร์ตใหญ่เพื่อส่งท้ายในช่วงปี 2025ในประกาศ โอม ได้เปิดเผยด้วยว่า พวกเขาทุกคนได้วางแผนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันที่จะอำลามานานกว่า 2 ปี และได้เตรียมกองทุนไว้สำหรับให้สมาชิกทุกคน รวมถึงทีมงานเบื้องหลังของวง COCKTAIL ทุกคนได้รับผลประโยชน์ต่าง ๆ รวมถึงสิทธิ์ในทรัพสินทางปัญญาเพื่อหล่อเลี้ยงทุกคนที่เคยร่วมงานกันมาด้วย“สวัสดีครับ“ผมเริ่มรู้จักกับดนตรีจากการฟังเพลงที่ครอบครัวเปิดให้ฟังมาตั้งแต่เด็ก แต่มาเริ่มเล่นดนตรีตอนอายุ 17 หลังจากเห็นเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนเล่นดนตรีกันเป็นวงแล้วเท่มาก ๆ หลังจากนั้นมา ดนตรีก็กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมมาโดยตลอด และดนตรีก็พาเพื่อนร่วมทางมากมายมาอยู่ด้วยกัน ด้วยความมุ่งหมายเดียวกัน และความเชื่อเดียวกัน“ผมและเพื่อน ๆ วิ่งไล่ตามเงาของศิลปินมากมายที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเรา เราอยากจะทำให้ได้แบบพี่ ๆ เขา เปิดวิดิโอพี่ ๆ เขาแล้วทำตาม ฟังเพลงของเขาซ้ำ ๆ แล้วอยากทำให้ได้แบบเขาบ้าง อยากจะเป็นวงที่ประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับเหมือนพี่ ๆ ที่เป็นตัวอย่าง จนผ่านเวลาไปมากมาย ผมและเพื่อน ๆ ในวง ก็เริ่มเข้าใจว่าเราคงไม่สามารถเป็นได้แบบเขาและคงไม่สามารถใช้วิธีของเขาในความเป็นตัวเราได้ ผมและเพื่อน ๆ จึงเริ่มเบนเข็มมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เราจะสร้างพื้นที่ของเราขึ้นมาเองได้อย่างไร ที่ของเราเอง ที่ใครก็เป็นแบบเราไม่ได้” และนั่นได้กลายมาเป็นเสาหลักทางความคิดของ COCKTAIL ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา“เมื่อมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับใครอีกแล้ว เป้าหมายของเราจึงมีแต่เรื่องของตัวเราเองว่าเราต้องการอะไร อยากทำอะไร ไม่ใช่การพิสูจน์ตัวเองต่อคนอื่น แต่เป็นการเติมเต็มจุดมุ่งหมายของตัวเองว่าทำได้ตามที่ตั้งเป้าหรือไม่ในแต่ละวัน ความสำเร็จที่เกิดขึ้นกลายมาเป็นฐานของเป้าหมายใหม่ ความล้มเหลวใด ๆ ก็กลายมาเป็นแรงขับในการปรับเปลี่ยนและเรียนรู้ให้เอาชนะให้ได้ในที่สุด ยิ่งเวลาผ่านไปเป้าที่วางเอาไว้ก็ทวีความท้าทายมากยิ่งขึ้น ๆ และมันยังสนุกอยู่เสมอที่ได้เดินทางผ่านความท้าทายนั้น“ระหว่างทาง ผมและเพื่อน ๆ ได้เรียนรู้ว่าลำพังความสามารถของเราไม่ใช่ปัจจัยของทุกอย่าง ผู้คนรอบ ๆ ข้าง สิ่งแวดล้อม ปัจจัยจากโลกภายนอก ล้วนแต่ส่งผลให้การเดินทางของเราเป็นไปได้ และเราคงทำมันสำเร็จโดยลำพังไม่ได้เลย หลายครั้งเราพบว่าเราสำเร็จเพราะเราอยู่ถูกที่ถูกเวลาโดยบังเอิญ บางครั้งเพราะมีคนยื่นมือมาช่วย บางครั้งเป็นเพราะโชค ดังนั้นเราจึงบอกตัวเองอยู่เสมอว่าต้องเจียมตัวนะ ถ้ามันดีได้ มันก็แย่เมื่อไรก็ได้นะ เราจึงสร้างงานและเป้าหมายด้วยการรู้จักตัวเอง เราตระหนักถึงขีดความสามารถและปัจจัยแวดล้อมของตัวเราเสมอมา ทำในแบบของตัวเอง ยอมรับในความอ่อนแอและข้อจำกัดทางความสามารถของตัวเองและเลือกเอาส่วนที่ดีที่สุดออกมาสร้างเป็นจุดเด่นให้กับวง เลือกทำในสิ่งที่ทำได้ดีและเรียนรู้ที่จะขอร้องให้คนช่วยในเรื่องที่ไม่รู้และไม่สามารถ เรียนรู้ที่จะชื่นชมผู้อื่นที่สำเร็จในสิ่งที่เราทำไม่ได้หรือทำได้ดีกว่า และพยายามพัฒนาจุดดีจุดด้อยของตัวเองจนถึงที่สุด เราทั้งหมดเล่นดนตรีเพื่อขัดเกลาตัวเองและเพื่อเป้าหมายของเราแบบนั้นเสมอมา เราโชคดีที่มีคนหลากหลายให้คุณค่ากับงานของเราและส่งต่องานของเราจากใจถึงใจมายาวนาน ขอบคุณมากจริง ๆ ครับ“แม้ว่าวิธีคิดเหล่านั้นจะพาเราเดินทางมาไกล แต่ในขณะเดียวกันการเรียนรู้ที่จะรู้จักตัวเองทำให้ผมได้รับรู้ถึงข้อจำกัดที่ไม่อาจเอาชนะได้อย่าง “วัย” และ “ความเปลี่ยนแปลง” เช่นเดียวกัน ตั้งแต่ได้มองเห็นข้อจำกัดเหล่านั้นผมพยายามอย่างมากที่จะใช้เวลาที่มีกับทรัพยากรทั้งหลายให้คุ้มค่ามากที่สุด เพื่อที่จะใช้ชีวิตในฐานะนักดนตรีที่สามารถพูดได้เต็มปากว่า “ในช่วงเวลาที่มีอยู่จำกัดนี้เราได้ใช้ชีวิตจนถึงที่สุดแล้ว และไม่มีอะไรเลยที่เราเสียดาย”“มาจนถึงวันนี้ผมในฐานะตัวแทนของวงคิดว่าผมและเพื่อนได้ใช้ชีวิตในฐานะนักดนตรีที่ใช้ชื่อวงว่า COCKTAIL มาจนถึงที่สุดแล้ว เป้าหมายทั้งหมดที่ได้เคยวางเอาไว้ได้เดินทางมาถึงบทสรุป เราได้ทำทุกสิ่งที่ทำได้ และสามารถที่จะยอมรับได้กับสิ่งที่ผิดพลาดหรือไม่อาจทำได้ “เราทำดีที่สุดแล้ว” เวลานี้ถึงเวลาที่เราต้องกล่าวลากันแล้วครับ วง COCKTAIL ได้เดินทางมาถึงบทสรุปแล้ว“จริงอยู่ว่านักดนตรีอาจจะต่างกับนักกีฬาที่ร่างกายอาจเดินมาถึงข้อจำกัดในช่วงอายุใดอายุหนึ่ง ผมและวงอาจจะเปลี่ยนแปลงวิธีการเดินทางและปรับตัวไปเรื่อย ๆ แต่ผมเองกลับรู้สึกอยากที่จะให้ภาพของวงดนตรีวงนี้อยู่ในสภาพที่แข็งแรงแบบนี้ในความทรงจำ มากกว่าที่จะปล่อยให้มันร่วงโรยหรือต้องเปลี่ยนแปลงไปอีก“จริงอยู่ที่ว่ามีนักดนตรีหลายท่านที่สามารถจะเล่นดนตรีในระดับอาชีพได้อย่างยาวนาน แต่ทางเลือกนี้ของเราคิดมาสำหรับ COCKTAIL เท่านั้นและเป็นวิธีคิดแบบของ COCKTAIL ลำพังคงไม่สามารถเอาไปเปรียบเทียบกับใครได้ครับ“เราเตรียมตัวสำหรับการสิ้นสุดลงของวงมาตั้งแต่หลายปีก่อน มีการจัดเตรียมกองทุนของวงเอาไว้รองรับ มีการจัดสรรผลประโยชน์ต่าง ๆ รวมถึงสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ เอาไว้อย่างยั่งยืนเพื่อให้สามารถที่จะหล่อเลี้ยงทุกท่านที่เคยร่วมงานกันมาต่อไปในช่วงชีวิตได้อย่างดีที่สุด สมาชิกทุกคนแม้ว่าจะมีความรู้สึกหลากหลายปนเปกันไปในช่วงที่เราเริ่มถกกันในเรื่องนี้ แต่ในที่สุดเราทั้งหมดต่างก็ตัดสินใจร่วมกัน สมาชิกในที่นี้ไม่ได้หมายความถึงสมาชิกบนเวที แต่รวมถึงทีมงานทั้งหมดของเราด้วย“เราทั้งหมดตัดสินใจร่วมกันที่จะแจ้งการสิ้นสุดของวงลงล่วงหน้าเป็นระยะเวลาราว 2 ปี เนื่องจากเราเห็นว่าระยะเวลาดังกล่าวเป็นระยะเวลาที่นานพอที่เราจะได้มีโอกาสใช้เวลาร่วมและบอกลาต่อทุก ๆ คนที่สำคัญกับเราตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา“ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้เราขอบอกกับทุกคนว่า“วง COCKTAIL จะสิ้นสุดลงในปี 2025 โดยหลังจากนั้นจะไม่มีการเล่นดนตรีในนามวง COCKTAIL อีก เราทั้งหมดจะแยกย้ายกันเดินทางไปสู่ช่วงเวลาใหม่ในชีวิต และผมในฐานะนักร้องนำจะไม่แสดงดนตรีเป็นอาชีพอีกต่อไปเช่นกันครับ”และสำหรับในช่วงสองปีสุดท้ายนี้ เราตั้งใจที่จะสร้างและทำในสิ่งต่าง ๆ ที่เรายังไม่เคยทำ ออกไปเจอกับทุกคนให้มากที่สุดและใช้เวลาที่มีในฐานะ COCKTAIL อย่างคุ้มค่าเท่าที่จะทำได้ เราจะมีงานคอนเสิร์ตแบบใกล้ชิดเป็นพิเศษในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ รับงานจ้างการแสดงใด ๆ รวมถึงร่วมเล่นในเทศกาลดนตรีใด ๆ ในปีนี้เป็นปีสุดท้าย หลังจากนั้นในปี 2025 ก็จะเข้าสู่คอนเสิร์ตใหญ่และการเดินสายอำลาของเราอย่างเป็นทางการซึ่งจะได้เล่ารายละเอียดให้ฟังในโอกาสต่อไป“ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตอนนี้ เราจะยังไม่เอ่ยคำลากันในวันนี้นะครับถ้ามีโอกาสเอาไว้พบกันนะครับ#CheersCOCKTAIL

COCKTAIL CLASSICS คอนเสิร์ตซิมโฟนีออร์เคสตรา ที่เต็มทุกความรู้สึก ไม่เหมือนครั้งไหนจริง ๆ

07 ส.ค. 2023

COCKTAIL CLASSICS คอนเสิร์ตซิมโฟนีออร์เคสตรา ที่เต็มทุกความรู้สึก ไม่เหมือนครั้งไหนจริง ๆ

ได้รับความสนใจในทันทีที่มีการโปรโมทและเปิดตัว COCKTAIL CLASSICS A Symphony Orchestra Concert คอนเสิร์ตใหญ่รูปแบบใหม่จากวง COCKTAIL วงดนตรีที่ขึ้นชื่อเรื่องความสละสลวยในทุก ๆ บทเพลง โดยครั้งนี้พวกเขารวบรวมบทเพลงตลอด 20 ปี และเรียบเรียงออกมาใหม่เพื่อแสดงร่วมกับวงซิมโฟนีออร์เคสตรา และนักร้องประสานเสียงรวมกว่า 118 ชีวิตบนเวทีหอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยคอนเสิร์ตนี้เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจของ โอม ปัณฑพล ที่อยากพาเพื่อนร่วมวงอย่าง เชา ชวรัตน์, ปาร์ค เกริกเกียรติ และ ฟิลิปส์ ฟิลิปส์ รวมถึงแฟนเพลงที่เคียงข้างกันตลอดมา เดินทางเข้าสู่ปีที่ 21 ไปพร้อม ๆ กัน ภายในคอนเสิร์ตจึงเปี่ยมล้นไปด้วยความตั้งใจของวงที่อยากจะส่งมอบความทรงจำสุดพิเศษผ่านทุก ๆ บทเพลง ที่ถูกเรียบเรียงโดย ทฤษฎี ณ พัทลุง และ ธิติวัฒน์ รองทอง โปรดิวเซอร์ และคอนดักเตอร์ ผู้ที่ทำงานใกล้ชิดและมีส่วนช่วยในการเรียบเรียงออร์เคสตร้าให้กับบทเพลงต่าง ๆ ของ COCKTAIL มาต่อเนื่องมาหลายปีเพียงแค่เริ่มเปิดม่านการแสดง ก็ได้เสียงปรบมือจากแฟน ๆ อย่างท่วมท้น เพลงแรกที่ทุกคนได้ฟังคือเพลง ฉันร้องไห้เป็นหมื่นครั้งเพื่อมาเจอเธอ ทั้งเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของโอม และการผสมผสานเสียงดนตรีของสมาชิกวงกับดนตรีคลาสสิก ยิ่งทำให้เพลงนี้มัดใจแฟน ๆ ได้อย่างอยู่หมัด แทบไม่มีใครสามารถละสายตาจากเวทีได้เลย หลังจบเพลงแรก COCKTAIL ก็ยังส่งความประทับใจจัดเต็มต่อเนื่องอีก 4 เพลงรวด ทั้งเพลง งานเต้นรำในคืนพระจันทร์เต็มดวง, ไม่เป็นรอง, ช่างมัน และ อาจเพราะจนมาถึงเพลงที่เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานคือเพลง คุกเข่า โอม ได้พูดบนเวทีว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่มีความหมายมากสำหรับวง เพราะเป็นเพลงที่ทำให้หลายคนเริ่มรู้จักกับ COCKTAIL เมื่อเพลง คุกเข่า เริ่มต้นขึ้น ก็สร้างความประทับใจให้กับแฟน ๆ อีกครั้ง ด้วยเสียงร้องและทำนองที่ปรับให้ช้าลง ผสมกับเสียงคอรัสที่รับส่งกันเป็นอย่างดี เรียกว่าเป็นเพลง คุกเข่า ในรูปแบบที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน จึงทำให้เพลงนี้ยิ่งบาดลึกกระแทกใจผู้ฟัง แฟน ๆ ร้องตามกันสนั่นลั่นฮอลล์เมื่อเดินทางมาถึงสองเพลงสุดท้ายของช่วงแรก COCKTAIL ก็เปลี่ยนอารมณ์ด้วยการหยิบเพลง อภิสิทธิ์ชน และเพลง ทำดีไม่เคยจำ มาเล่น สร้างความสนุกสนานด้วยดนตรีจังหวะมัน ๆ ผสมกับเสียงดนตรีของวงซิมโฟนีออร์เคสตรา และยังสร้างสีสันโดยการให้ผู้ชมทำท่าทางตามบนเวที มีทั้งปรบมือ เซิ้ง เต้น ทำเอาคนทั้งฮอลล์ต้องลุกขึ้นยืน เรียกว่าเป็นการจบช่วงแรกได้อย่างสวยงามมาถึงช่วงที่สองของคอนเสิร์ตวงเลือกเปิดเพลงแรกมาด้วยเพลงรักอมตะอย่างเพลง เธอ ตามมาด้วยอีกสองเพลงรักที่ซึ้งกินใจไม่แพ้กันกับเพลง คู่ชีวิต และเพลง เรา สามเพลงนี้นับว่าเป็นเพลงที่มีความหมายกับ โอม เพราะแต่ละเพลงแต่งขึ้นในช่วงเวลาของชีวิตจังหวะต่าง ๆ เมื่อนำสามเพลงนี้มาเล่นต่อเนื่องกัน ต้องบอกเลยว่าทำเอาแฟน ๆ อิ่มเอมใจเป็นอย่างมาก เพราะนี่คือการได้ฟังเพลงรักสุดซึ้งแบบต่อเนื่องเมื่อจบพาร์ทของเพลงรัก วงก็พาทุกคนเดินทางกลับมาพบกับตำนานเพลงเศร้าที่ร้อยเรียงกันมาอย่างลงตัว สร้างความประทับใจอย่างต่อเนื่อง ทั้งเพลง ฉันเดินทางเพื่อมาพบเธอ, ซ้ำซ้อน, โปรดเถิดรัก, เรื่องธรรมดา, เงาของเมื่อวาน, ส่งเธอออกไป และ เธอทำฉันเสียใจ เพลงนี้แฟน ๆ ร้องตามกันสนั่น และร่วมกันเปิดไฟฉายโทรศัพท์ เป็นอีกหนึ่งภาพความสวยงามที่เกิดขึ้นในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ก่อนที่จะเข้าเพลง หัวใจเหล็ก และเพลง โปรดฟังอีกครั้ง ให้แฟนเพลงได้โยกไปตาม ๆ กันมาถึงอีกหนึ่งช่วงสำคัญ คือการที่โอมเซอร์ไพรส์แฟน ๆ ด้วยการตั้งใจเล่นกีตาร์เองในเพลง ชั่วชีวิต และจบลงด้วยเพลง น้ำตาสุดท้าย ที่คนทั้งฮอลล์ก็ร่วมใจกันยืนส่งเสียงร้องกันอย่างเต็มที่ แต่ความสนุกยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะถึงแม้ในลิสต์เพลงจะจบลงด้วยเพลง น้ำตาสุดท้าย แต่หลังจากที่ COCKTAIL เดินลงเวทีไป แฟน ๆ ก็ร่วมกันอังกอร์ ตะโกนเรียก COCKTAIL อย่างพร้อมเพรียง เมื่อวงเดินขึ้นเวทีมาอีกครั้ง ทุกคนต่างส่งเสียงต้อนรับด้วยความดีใจCOCKTAIL ส่งความสนุกในช่วงสุดท้ายด้วย 3 เพลงที่มีความหมายต่อสมาชิกวง ทั้งเพลง ไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูถาวร, นักดนตรี, และเพลง กาลเวลาพิสูจน์คน เรียกว่าเป็นการส่งท้ายคอนเสิร์ตได้เป็นอย่างดี คอนเสิร์ตนี้เป็นการยกระดับโชว์ขึ้นไปอีกขั้น เพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับผู้ชมทุกที่นั่ง กว่า 29 บทเพลงที่ COCKTAIL ตั้งใจสื่อสารออกมาอย่างลึกซึ้ง มันคือการพาทุก ๆ คนเดินทางไปสำรวจความทรงจำที่มีต่อบทเพลงของพวกเขา และได้เพลิดเพลินไปกับดนตรีระดับคุณภาพที่ทุกคนจะไม่มีวันลืมอย่างแน่นอนภาพ : COCKTAIL

Three Man Down เล่าถึงที่มาของ ‘BASIC TOUR’ ว่าเป็นคอนเสิร์ตที่ทำมาเพื่อแฟนเพลงทุกเพศทุกวัย

04 มิ.ย. 2024

Three Man Down เล่าถึงที่มาของ ‘BASIC TOUR’ ว่าเป็นคอนเสิร์ตที่ทำมาเพื่อแฟนเพลงทุกเพศทุกวัย

หลังจากที่วง Three Man Down สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ด้วยการประกาศจัด ‘BASIC TOUR’ ครั้งแรกที่พวกเขาจะเดินทางไปพบปะกับชาวเมืองถึงที่แบบครบทั้ง 4 ภาคในประเทศไทย เหนือ, อิสาน, ตะวันออก และ ใต้ พร้อมกับแสดงสดให้ทุกคนได้ชมกันแบบเต็มอิ่มจุใจ ซึ่งมีการเปิดจำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมาทาง The Concert Application หรือเว็บไซต์ The Concert โดยราคาบัตรยืนราคาเดียว 2,000 บาทและก่อนที่จะเริ่มต้นออกเดินทาง พวกเขาได้มาเล่าถึงไอเดียและเหตุผลที่ทำให้พวกเขาจัดคอนเสิร์ตนี้ขึ้น เพื่อให้แฟนเพลงทุกวัยและทุกเพศ สามารถเข้าถึงผลงานและมีโอกาสได้ชมพวกเขาเล่นสดในสถานที่ที่ทุกคนสามารถเข้าไปสัมผัสกับความสนุกร่วมกันได้ และเป็นคอนเสิร์คที่พวกเขาเองก็อยากทำมานานแล้ว“BASIC TOUR คือสิ่งที่พวกเราอยากทำให้มันเกิดขึ้นมาก ๆ โดยปกติแล้วเวลาที่เราจะได้พบกับชาวเมืองทุกคน ส่วนใหญ่มันมักจะเป็นสถานบันเทิง ซึ่งทำให้เราไม่ได้เจอกับน้อง ๆ ที่อายุไม่ถึงกำหนดที่จะเข้าร้านได้ แต่พวกเราก็มักจะเห็นน้อง ๆ มายืนตรงข้ามถนนของร้าน หรือว่าแอบมาดูข้าง ๆ ร้าน ตามมุม ตามที่ต่าง ๆ ที่พอจะทำให้มองเห็นพวกเราได้ พีกสุดคือร้านอยู่ริมคลอง แล้วน้องไปนั่งฟังที่ริมคลองฝั่งตรงข้าม“ผมเอง (กิต) เลยอยากจะให้การที่คน ๆ หนึ่งที่อยากจะดูคอนเสิร์ตวงที่ตัวเองอยากดู มันไม่ได้ยากขนาดนั้น มันจะไม่ต้องมีประโยคที่บอกว่า ‘เดี๋ยวอายุ 20 แล้วจะไปดูพี่ที่ร้านเหล้านะ’ ผมตอบน้องตลอดว่า อายุ 20 น้องอาจไม่ได้ชอบวงพี่แล้วก็ได้นะ..มันเลยเกิดเป็น BASIC TOUR ขึ้นมา”พวกเขายังเล่าต่อว่า ‘BASIC TOUR’ คือการไปเล่นดนตรี และสิ่งที่จะกลายเป็นความพิเศษก็คือ การที่พวกเขาทุกคนได้เดินทางไปเจอกับ ‘ชาวเมือง’ เพื่อร่วมกับสร้างโมเมนต์พิเศษในการรับชมคอนเสิร์ต ซึ่งงานนี้ไม่ได้มีธีมหรือคอนเซ็ปต์อะไรที่มากไปกว่า ‘การเล่นดนตรีอย่างสุดกำลัง’ ต่อหน้าผู้ชม ซึ่งนี่ก็คือเบสิกที่ Three Man Down อยากทำให้เกิดขึ้นสำหรับ ‘BASIC TOUR’ จะออกเดินทางไปพบกับชาวเมืองที่• ภาคเหนือ วันที่ 22 มิถุนายน 2567ณ เชียงใหม่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต• ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 6 กรกฎาคม 2567ณ ขอนแก่นฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น• ภาคตะวันออก วันที่ 13 กรกฎาคม 2567ณ ศรีราชาฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศรีราชา• ภาคใต้ วันที่ 20 กรกฎาคม 2567ณ หาดใหญ่ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล หาดใหญ่บัตรยืนราคาเดียว 2,000 บาท เปิดจำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ทาง The Concert Application หรือที่เว็บไซต์ The Concert *ราคานี้ยังไม่รวมค่าธรรมเนียม และค่าบริการ ‘ชาวเมือง’ เตรียมพร้อมซ้อมร้องเพลงไว้ แล้วไปสนุกกับโชว์สุดมันจาก Three Man Down กันได้ภาพ : Gene Lab

album
efm
-

-