มิน พีชญา ได้รับการปล่อยตัวจากทัณฑสถานหญิงกลาง หลังอัยการสั่งไม่ฟ้องเอี่ยวดิไอคอน

ENTERTAINMENT NEWS

มิน พีชญา ได้รับการปล่อยตัวจากทัณฑสถานหญิงกลาง หลังอัยการสั่งไม่ฟ้องเอี่ยวดิไอคอน

08 ม.ค. 2025

มิน-พีชญา วัฒนามนตรี ได้รับการปล่อยตัวจากทัณฑสถานหญิงกลางแล้ว หลังบ่ายวันนี้อัยการสั่งไม่ฟ้องในฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนหรือแชร์ลูกโซ่ และอีกหลายข้อหาที่เกี่ยวข้องกับดิไอคอนกรุ๊ป เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอต่อการเอาผิด

โดยมีครอบครัวมารอรับเธอ ก่อนที่เธอจะเดินทางออกไปได้ให้สัมภาษณ์สั้น ๆ กับสื่อที่มารอเก็บภาพว่า เธอขอบคุณกระบวนการยุติธรรม และยังคงเชื่อในความบริสุทธิ์ วันนี้ทุกอย่างเป็นไปตามที่เคยแลงข่าวยืนยันความบริสุทธิ์ใจแล้ว

“ขอบคุณกระบวนการยุติธรรม ขอบคุณแฟนคลับทุกคน ขอกลับไปพักฟื้นก่อนค่ะ เรื่องงานก็ติดต่อมาได้ค่ะเดี๋ยวให้ผู้จัดการเป็นคนดูอีกที อย่างที่มินเคยแถลงข่าวไปค่ะตั้งแต่แรกว่ามินพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และบริสุทธิ์ใจ และวันนี้ก็พิสูจน์แล้ว วันนี้มินขอเท่านี้ก่อนนะคะ ขอกลับไปอยู่กับครอบครัว แล้วถ้ามีโอกาสมินจะออกมาแถลงข่าวอีกทีนะคะ”

นอกจากนี้เธอยังตั้งใจกลับไปพักเพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟู หลังจากน้ำหนักลดลงไประหว่างอยู่ในเรือนจำ ซึ่งรวมระยะเวลาทั้งสิ้น 84 วัน

ภาพ : ข่าวสด

related ENTERTAINMENT NEWS

มิน พีชญา เปิดใจครั้งแรก ยืนยันไม่หนีพร้อมสู้คดีดิไอคอน วอนขอความเป็นธรรมฟ้องบนหลักฐานที่ถูกต้อง

27 เม.ย. 2026

มิน พีชญา เปิดใจครั้งแรก ยืนยันไม่หนีพร้อมสู้คดีดิไอคอน วอนขอความเป็นธรรมฟ้องบนหลักฐานที่ถูกต้อง

กลายเป็นกระเด็นร้อนที่สังคมจับตามอง เมื่อนางเอกสาว มิน-พีชญา วัฒนามนตรี ที่ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดียเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี เพื่อชี้แจงความบริสุทธิ์ใจก่อนถึงกำหนดนัดส่งตัวฟ้องต่อศาลอาญาในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน บริษัท ดิไอคอน กรุ๊ปฯ วันที่ 27 เมษายน 2569 นี้มิน เปิดเผยว่าตลอดปีที่ผ่านมาเธอจงใจหายไปจากโลกโซเชียล เพื่อใช้เวลาพักฟื้นร่างกายและจิตใจจากมรสุมชีวิตที่เกิดขึ้น โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568 เธอเคยได้รับคำสั่งไม่ฟ้องมาแล้วครั้งหนึ่ง ทำให้การถูกเรียกกลับมาพิสูจน์ตัวเองในชั้นศาลอีกครั้งในครั้งนี้สร้างความช็อกให้กับเธออย่างมาก แต่เธอก็ยืนยันว่าพร้อมสู้ตามกระบวนการยุติธรรมหัวใจหลักของการเปิดใจครั้งนี้ คือการเรียกร้องขอความเป็นธรรมผ่านหนังสือถึงท่านอัยการ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจคือ อยากให้ศาลตัดสินคดีหลักของดิไอคอนให้มีผลชัดเจนก่อนว่ามีความผิดอย่างไร เพื่อที่เธอจะได้พิสูจน์ตัวเองไปพร้อมกับข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยเธอยกตัวอย่างเปรียบเทียบว่า บริษัทเปิดมา 6-7 ปี แต่เธอเพิ่งเข้าไปร่วมงานได้เพียง 1 ปีครึ่งเท่านั้น แต่กลับถูกเหมารวมความผิดตลอดระยะเวลาที่บริษัทเปิดทำการ เธอจึงวอนขอให้เจ้าหน้าที่ฟ้องตามจำนวนครั้งและจำนวนปีที่เธอเกี่ยวข้องจริงบนหลักฐานที่มีเท่านั้นมิน ยังย้ำชัดว่าที่ผ่านมาเธอให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานมาโดยตลอด ทั้งการเข้าพบ CIB (สอบสวนกลาง) และการไปศาลด้วยตัวเองตั้งแต่วันแรก ๆ แม้ว่าทางบริษัทจะเงียบเฉยก็ตาม“บ้านมินก็มีหลักแหล่ง มีเบอร์ติดต่อได้ตลอด ความสูญเสียของชีวิตและครอบครัวมหาศาลมากเกินกว่าจะหนีไปไหน วันนี้มินขอใช้สิทธิ์พื้นฐานในการประกันตัว เพื่อออกมาหาหลักฐานต่อสู้คดีข้างนอกอย่างเต็มที่ค่ะ”ท้ายที่สุด มิน ได้ใช้พื้นที่นี้เพื่อกล่าวขอบคุณแฟนคลับที่อดทนรอฟังความจริงจากปากของเธอตลอดปีกว่าที่ผ่านมา พร้อมขอความเมตตาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม เพื่อให้เธอได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้งภาพ : ดิไอคอน กรุ๊ป

DSI เห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้อง แซม ยุรนันท์ และ มิน พีชญา คดีดิไอคอน เสนออัยการสูงสุดชี้ขาด

07 เม.ย. 2025

DSI เห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้อง แซม ยุรนันท์ และ มิน พีชญา คดีดิไอคอน เสนออัยการสูงสุดชี้ขาด

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ออกแถลงการณ์เห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้อง แซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี และ มิน-พีชญา วัฒนามนตรี ผู้ต้องหาในคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับ บริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด พร้อมเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาดในขั้นตอนถัดไปก่อนหน้านี้ DSI ได้สอบสวนคดีอาญาโดยกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งหมด 19 ราย รวมถึง แซม และ มิน ในความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 และข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีความเห็นควรสั่งฟ้องทั้งหมด ต่อมาพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้พิจารณาสำนวนและมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา 2 รายดังกล่าว พร้อมปล่อยตัวเมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา และส่งความเห็นไปยัง DSI เพื่อพิจารณาว่าจะเห็นแย้งหรือไม่ล่าสุด พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้พิจารณาสำนวนการสอบสวน รวมถึงหลักฐานต่าง ๆ และความเห็นของอัยการแล้ว เห็นว่ายังมีข้อเท็จจริงบางประการที่สมควรเสนอให้อัยการสูงสุดพิจารณาชี้ขาด จึงมีความเห็นแย้งและเสนอให้มีการสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองรายต่อไปส่วนการตัดสินขั้นสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของอัยการสูงสุด ซึ่งจะเป็นผู้ชี้ขาดในประเด็นดังกล่าวภาพ : The iCon Group

บอย ถกลเกียรติ ยืนยันไม่ถอดละคร ‘เกมรักปาฏิหาริย์’ ที่มี แซม-มิน ร่วมแสดง เชื่อว่าคนดูแยกแยะได้

17 ต.ค. 2024

บอย ถกลเกียรติ ยืนยันไม่ถอดละคร ‘เกมรักปาฏิหาริย์’ ที่มี แซม-มิน ร่วมแสดง เชื่อว่าคนดูแยกแยะได้

จากประเด็นข่าวบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป ที่มีรายชื่อ 3 คนดังในวงการบันเทิงมีส่วนร่วมและกำลังถูกดำเนินคดี มีสินค้าหลายแบรนด์ทยอยออกมาประกาศยุติสัญญากับทั้ง 3 คน จนเกิดถามถึงเรื่องนี้ว่าจะส่งผลต่อผลงานทางหน้าจอทีวีที่มีภาพของทั้ง 3 คนออกอากาศหรือไม่?ล่าสุด คุณบอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ กลุ่มบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ยืนยันว่าละคร ‘เกมรักปาฏิหาริย์’ ที่กำลังออกอากาศทางหน้าจอช่อง one31 ซึ่งมี มิน พีชญา กับ แซม ยุรนันท์ เป็นหนึ่งในนักแสดงนำจะไม่ถูกถอดออกจากผังการออกอากาศ และยืนยันจะเดินหน้าฉายต่อไปจนจบ เพราะเชื่อว่าผู้ชมแยกแยะได้ อีกทั้งสิ่งสำคัญคือ ในเรื่องยังมีนักแสดงและทีมงานอีกหลายชีวิตที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นการถอดละครคงจะไม่แฟร์กับนักแสดงท่านอื่น“ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจสำหรับผู้เสียหายกรณี ดิ ไอคอนกรุ๊ป ครับ ในเรื่องละครที่มี คุณมิน พีชญา กับ คุณแซม ยุรนันท์ ผมคิดว่าทุกวันนี้คนดูและสังคมแยกแยะออกว่าอะไรคือชีวิตจริง อะไรคือละคร เรากำลังพูดถึงละครที่ไม่ได้มีแค่ คุณมิน กับ คุณแซม ที่แสดง เรายังมีนักแสดงคนอื่น ๆ อีกเยอะแยะ“ถ้าละครจะถอดผมอยากถามว่า เราต้องการจะลงโทษใครครับ? ถ้าบอกว่าเราต้องการจะลงโทษ คุณแซม คุณมิน ผมคิดถ้าในวันนี้ในเรื่องของชื่อเสียง เขาโดนสังคมลงโทษมากมายอยู่แล้ว ยังไม่นับการลงโทษของคดีความที่จะตามมา การถอดละครไม่ได้มีผลอะไรกับเขาเลย“แต่ถ้าเราถอดละครมันจะมีผลกระทบ และเป็นการลงโทษคนอื่นอีกหลายคนที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้อง รวมถึงคนดูที่กำลังติดตามละครเรื่องนี้ ซึ่งก็มีมากมายยังสนุกกับละครเรื่องนี้ และแยกแยะออกว่า ชีวิตจริงกับละครคืออะไร ถ้าถอดละครเรื่องนี้ออกมันจะไม่แฟร์ ผมขอฉายละครเรื่องนี้ต่อจนจบครับ”ภาพ : one 31

กันต์ กันตถาวร ยืนยันเป็นเพียงผู้รับจ้าง ไม่ได้มีอำนาจบริหารใน ดิ ไอคอน กรุ๊ป

12 ต.ค. 2024

กันต์ กันตถาวร ยืนยันเป็นเพียงผู้รับจ้าง ไม่ได้มีอำนาจบริหารใน ดิ ไอคอน กรุ๊ป

กันต์ กันตถาวร พิธีกรและนักแสดงชื่อดัง นัดสื่อมวลชนมาฟังการแถลงข่าว ความเกี่ยวข้องและสถานะในพาร์ตการบริหารของบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป โดยยืนยันว่าเป็นเพียงผู้รับจ้างในตำแหน่ง ‘ผู้บริหารสื่อสารมวลชน และสื่อสารสนเทศ’ ที่ทำหน้าที่โปรโมตสินค้าและองค์กร ไม่ได้มีบทบาทในการบริหาร คิดนโยบายแต่อย่างใด โดยสัญญาร่วมงาน 5 ปี ผ่านไปแล้ว 3 ปีตัดสินใจยุติสัญญาการทำงานกับ ดิ ไอคอน กรุ๊ป แล้ว พร้อมแสดงความเสียใจที่มีส่วนทำให้เกิดความสูญเสีย“ตลอดระยะเวลาที่ได้ทำงานเป็นผู้จับจ้างให้กับ บริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป มีเรื่องราวเยอะมาก สิ่งที่ประชาชนได้ตัดสินว่าผมเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร ผมเชื่อมั่นมาเสนอว่าสิ่งที่ทำ มีการตรวจเช็กตามมาตรฐานในการทำงานของผมมาโดยตลอด ทั้งการจดทะเบียนถูกต้อง มีการนำมาลองใช้ก่อนก่อนที่จะออกจากปากว่าดีหรือไม่ดี มี อย. สินค้าทุกตัว มีการการันตีต่าง ๆ รวมไปถึงรูปแบบการทำงานที่ตรงกับสายการทำงานของผมอยู่แล้ว นั้นคือการเป็นโฆษกให้กับสินค้า แต่ก็มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ผมรู้สึกเสียใจจริง ๆ ครับ“วันนี้ที่ผมออกมาพูดเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจครับ ทั้งหมดมันอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง แต่ตอนนี้ผมไม่รู้อะไรแล้ว ผมไม่ได้รับความชัดเจนเลย ผมได้แสดงความรับผิดชอบแม้มันจะน้อยนิด ด้วยการยุติงานที่ผมรักนั้นคือการเป็นพิธีกร และมีการยกเลิกสัญญาการทำงานร่วมกับบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป แล้วครับ สุดท้ายทุกอย่างต้องอยู่บนความถูกต้อง หลังจากนี้เราจะเอาข้อมูลทุกอย่างที่เราเก็บรวบรวม ให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อหาข้อเท็จจริงและความชัดเจนให้ได้เร็วที่สุดครับ“สัญญา 5 ปี และผมทำงานให้กับบริษัทมาแล้ว 3 ปี และเชื่อว่าหลายคนอาจจะสงสัยทำไมปล่อยให้มันนานขนานนี้ หน้าที่ของผมทำหน้าที่โปรโมตสินค้าและบริษัทให้เป็นที่รู้จัก และจากข้อมูลที่ของบริษัทที่ผมได้ตรวจเช็ก มันเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ทุกสื่อที่มีผมอยู่ในนั้นเป็นสคริปต์ ที่ผมไม่ได้คิดขึ้นเอง เราก็ทำตามหน้าที่ที่ระบุไว้ในสัญญา (จากประสบการณ์การทำงานพิธีกร ไม่ได้แปลกใจเลยเหรอ?) ข้อมูลที่ผมได้เช็ก คือเป็นบริษัทที่ขายสินค้าทางออนไลน์ ในสัญญาที่ระบุไว้ผมเป็นผู้บริหารสื่อสารมวลชน และสื่อสารสนเทศ รับผิดชอบหน้าที่ในการผลิตสื่อ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว โดยบริษัทจะดำเนินการส่งสคริปต์มาให้ รวมถึงงานพิธีกรที่ทางบริษัทจัดขึ้น ไม่ได้เป็นผู้บริหาร กรรมการที่มีอำนาจ เป็นเพียงผู้รับจ้าง เป็นเพียงผู้รับนโยบายจากทางบริษัท“รายได้ผมมาจากการขายสินค้าของบริษัท โดยบริษัทจะจ่ายค่าตอบแทนเป็นรายการเดือนตามสัญญาที่ทางบริษัทเสนอมาให้ ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกของผมที่รับค่าตอบแทนรูปแบบนี้ ส่วนของขวัญมูลค่าสูง ผมเป็นคนรับ คิดว่าเป็นเพราะผมทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ถ้าผมทำให้อย่างเต็มที่ทั้งแรงกายและแรงใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมก็ใช้ในการทำงานมาเสมอ ส่วนสาเหตุที่ให้อันนี้ผมคงตอบแทนใครไม่ได้ ยืนยันว่าผมไม่ได้เป็นผู้บริหาร ผู้มีอำนาจ ออกนโยบายใดใด เป็นเพียงผู้รับจ้างผลิตสื่อให้ตัวแทนจำหน่ายได้เอาไปใช้ และเป็นพิธีกรงานต่าง ๆ ตามที่แจ้งมาเป็นลายลักษณ์อักษร (คุณพอลลงภาพ) นั่นเป็นเรื่องของการให้เกียรติกันครับ”ภาพ : Thai PBS#EFM94 #EFMNEWS #กันต์กันตถาวร

album
efm
-

-