LYKN ก็คือหมาป่า และเมื่อ On Stage ขึ้นมาพวกเขาก็ไม่ต้องรอเวลาให้ Full Moon

EFM FANDOM RECAP

LYKN ก็คือหมาป่า และเมื่อ On Stage ขึ้นมาพวกเขาก็ไม่ต้องรอเวลาให้ Full Moon

19 พ.ค. 2023

หนึ่งในรายการแข่งขันเฟ้นหาศิลปินหน้าใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมสุดๆ ก็คงหนีไม่พ้น รายการ ‘ ProjectAlphaTH ’ ที่ค้นหาเด็กหนุ่มมากความสามารถมาเข้าร่วมในทีมและเดบิวขึ้นเป็นศิลปินในสังกัด RISER MUSIC  ในเครือ GMM TV 

 

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา EFM Fandom Live ได้ต้อนรับสมาชิกทั้ง 5 จากวง LYKN (วิลเลียม - เลโก้ - ตุ้ย - ฮง - นัท )  บอยแบนด์หน้าใหม่ผู้ชนะจากรายการ ProjectAlphaTH ! 

 

ซึ่งในช่วงแรกทางรายการก็ได้เปิดหน้าไมค์ให้เหล่าแฟนคลับได้มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวความแสบของน้องๆ LYKN ให้ชาว EFM Fandom Live ได้รับฟังกัน 

 

“ LYKN กับจุดเริ่มต้นทำความรู้จัก ”

 

หลังจากที่ได้เปิดสายให้เหล่าแฟนคลับได้เข้ามาพูดคุย ทางรายการก็ได้ถามถึงความประทับใจแรกกับที่ไปที่มาว่าทำไมถึงมารู้จักทั้ง 5 หนุ่ม LYKN ได้ โดยเหล่าแฟนคลับก็ได้กล่าวเป็นรายคน

 

เริ่มที่บ้านของ ‘ เลโก้ รพีพงศ์ ’ที่ได้กล่าวว่าตนนั้นโดนน้องตกจากความสามารถของน้อง และเชื่อว่าใครหลายๆ คนก็คงจะต้องชื่นชอบความสามารถเช่นเดียวกัน เพราะเลโก้ถือว่าเป็นมาตรฐานทางการเต้นที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก เพราะผ่านการแข่งขันระดับโลกอย่าง HHl มาเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าใครได้เข้ามารู้จักน้องด้วยใจจริงจะรู้ว่าเลโก้เป็นคนที่เปราะบางมาก ถึงจะมีดื้อหน่อย แต่ใส่ใจคนรอบข้างและคิดบวกเสมอ เพราะแบบนี้จึงทำให้เรารู้สึกตกหลุมรักเด็กคนนี้เข้าอย่างจังเลยทีเดียว นอกจากนี้เลโก้ยังชอบมีคำเรียกแฟนคลับว่า “ Everything ! “ กันอีกด้วย

 

ต่อกันที่ “ ฮง พิเชฐพงศ์ ” หนุ่มน้อยหน้าตี๋สุดน่ารักที่หลายๆ ชอบเรียกกันว่า “ ฮงชิ ” และแฟนคลับก็ได้แอบกระซิบมาว่าพี่ฮงของเราชอบทานของหวานชนิดหนึ่งเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ “ ไอศกรีม ” นั่นเอง ซึ่งความพิเศษของพิฮงก็คือการชื่นชอบทาน จนสามารถทานได้ทุกวันกันเลยทีเดียว

 

ส่วนคนถัดไป ผู้ชายสาย “ โกลเด้น ” อย่าง “ นัท ธนัท ” ที่ชอบถูกแฟนคลับแซวว่ามีความ ‘ บ๊อกแบ๊ก ’ ซุกซน ขี้เล่น เหมือนหมาน้อย ก็ทำให้แฟนคลับเกิดตกหลุมรักในความอัธยาศัยดีของเขา ที่ถึงแม้จะรู้จักกันครั้งแรกใครหลายคนอาจจะคิดว่านัทเป็นคนนิ่งๆ แต่ชาว ‘บีนนี่’ แฟนคลับของนัทก็ต่างบอกว่าถ้ามารู้จักจริงๆ นัทชอบเล่นมุขตลกกับแฟนคลับมากๆ

 

ส่วน “ วิลเลียม จักรภัทร ” พ่อหนุ่มลูกเสี้ยวสายกรี๊ดก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคนที่ต่างถูกตกหลุมรักเขาจากความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นร้องเต้น เขาคนนี้ก็สามารถทำมันออกมาได้ดีเป็นอย่างมาก แต่เรื่องที่จะแอบเมาส์จากแฟนคลับก็คงจะเป็นเสียงกรี๊ด อันเป็นเอกลักษณ์ของเขา ที่อยากให้ทางรายการได้รับฟัง รับรองว่าตราตรึงใจอย่างแน่นอน

 

และปิดท้ายด้วยหนุ่มมากความสามารถสายบีตบ็อกซ์อย่าง “ ตุ้ย ชยธร ” ที่แฟนคลับให้สมญานามเลยว่าความ “ โคตรตุ้ย ” มันสุดมากจริงๆ ในที่นี่ก็หมายถึงความสามารถที่หลากหลายและไปสุดทางของน้องจนพูดได้เลยว่า ตุ้ยสุดทุกทาง อย่างแท้จริง นอกจากนี้ตุ้ยยังครีเอทชื่อแฟนคลับตัวเองให้ชื่อว่า “ เหล่านัตสึ ” กันอีกด้วย เพราะตุ้ยเปรียบกับแฟนคลับเป็นเหมือนสัตว์เลี้ยงชนิดหนึ่งของตัวเอกในเรื่องของ Reborn ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ทั้งคู่ก็จะเคียงข้างกัน เดินไปด้วยกันเรื่อยๆ ในทุกๆอุปสรรค

 

แต่วีรกรรมของทั้ง 5 หนุ่ม LYKN ยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะเราจะพาทุกท่านไปร่วมเอนจอยกันกับการพูดคุยอย่างเป็นกันเอง ในแบบฉบับ EFM Fandom Live ! 

 

LYKN (ไลแคนท์) มันยิ่งกว่าหมาป่า !

 

เมื่อถามถึงความหมายของชื่อวง หนึ่งในสมาชิกจากไลแคนท์ อย่างตุ้ยก็ได้ให้นิยามความหมายของ LYKN ว่า “จริงๆ แล้วไลแคนท์ก็คือหมาป่าเช่นเดียวกับ Werewolf แต่ความพิเศษของไลแคนท์มันอยู่ตรงที่สามารถที่จะแปลงร่างได้เลยไม่ต้องรอวัน Full Moon หรือพระจันทร์เต็มดวงใดๆ ซึ่งเปรียบเสมือนกับเวลาหลังจากเรา On Stage เสร็จเป็นที่เรียบร้อย เราก็สามารถสวิตช์ร่างกลับมาคุยกับแฟนคลับแบบเป็นกันเองและเข้าถึงง่ายได้ดังเดิมนั่นเอง”

 

 

ใครที่สุดใน LYKN ? ”

 

เมื่อพูดถึงความที่สุดในแต่ละรูปแบบทางรายการจึงให้สมาชิกแต่ละคนใน LYKN นิยามมาว่าใครที่สุดในเรื่องอะไรกันบ้าง เริ่มกันที่ ‘ ใครพูดน้อยที่สุด ? ’ พอถามคำถามนี้ทุกคนก็ต่างชี้ไปที่ “ ฮงชิ ” ว่าเป็นหนึ่งในสมาชิกที่พูดน้อยที่สุด ในที่นี้อาจจะไม่ได้หมายถึงไม่ค่อยพูดแต่เลโก้เสริมมาว่าฮงจะเป็นประเภทที่หลังจากเวลาสี่ทุ่มเป็นต้นไปเอเนอร์จี้เขาจะมาทันที ชอบที่จะใช้ชีวิตตอนกลางคืนเป็นส่วนใหญ่ถ้าให้บอกจริงๆ คงเป็นช่วง 8 โมงเช้าถึง 4 ทุ่มซะมากกว่าที่ฮงจะพูดน้อย แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็คือเอเนอร์จี้เขาจะดีดกว่าปกติเลยทีเดียว ส่วนคำถามต่อมาก็คือ “ ใครพูดเยอะที่สุด ? ” คำตอบนี้เรียกได้ว่าล็อคมงกันสุดๆ เพราะเสียงเป็นเอกฉันท์ว่าคือ “ ตุ้ย ” นั่นเองเพราะอย่างที่แฟนคลับและเมมเบอร์บอกว่าตุ้ย ความสามารถของเขาก็คือ จะสามารถพูดได้เรื่อยๆ พูดเรื่องนู้นเชื่อมมาเรื่องนี้ ถ้าเราโยน Topic อะไรไปเขาสามารถพูดได้อย่างลื่นไหลเลยทีเดียว ส่วน “ ใครชอบกรี๊ดที่สุด ? ” ก็คงหนีไม่พ้นวิลเลียมที่ได้ออกมาบอกว่าเขาเป็นคนเป็นประเภทหนึ่งที่ถ้าเกิดเหตุการณ์เดดแอร์หรือความเงียบสิ่งที่เขาชอบทำก็คือการกรี๊ด หรือว๊ากออกมา เพื่อทำลายความน่าอึดอัดนั้น ส่วนข้อสุดท้าย “ใครกินเก่งที่สุด ? ” ข้อนี้ตอบได้เลยว่ายากมาก เพราะแต่ละคนก็จะมีความชอบที่ต่างกัน กินเก่งหมดแต่ความชอบกินมันไม่เหมือนกัน อย่างนัทจะเป็นสาย Healthy ชอบทานสลัด ส่วนวิลเลียมจะเป็นเยลลี่ ฮงจะเป็น ไอศกรีม และเลโก้ก็คือทานได้ทุกรูปแบบ โดยสรุปนั่นก็คือชอบทานทุกคนเลยนั่นเอง

 

การได้ขึ้นเป็น LYKN เปลี่ยนแปลงอะไรในตัวเราไปบ้าง ?

 

อย่างที่รู้กันว่าเด็กหนุ่มทั้ง 5 คนกับพัฒนาการกว่าจะมาเป็นหนึ่งในศิลปินจาก LYKN ที่ดังและก็ปังขนาดนี้ ทุกคนก็ต้องผ่านความเป็นอุปสรรคและขวากหนามมาอย่างโชกโชน ทางรายการจึงอยากรู้ว่า การที่ได้มาเป็นศิลปินที่ได้ชื่อว่า ‘ LYKN ‘ มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างกับตัวเรา  

 

ฮง พิเชฐพงศ์ - เราไม่คิดว่าจะมีคนมาสนใจในชีวิตเรามากขึ้นถึงขนาดนี้ เพราะเมื่อก่อนเราก็ใช้ชีวิตไปเรื่อยเปื่อย พอเริ่มมีสิ่งที่ตัวเองชอบ แล้วมีคนมาซับพอร์ตในสิ่งที่เราชอบ มันทำให้เรารู้สึกดีใจมากๆ อย่างเวลาเราไปทานอาหารร้านไหน แฟนคลับบางคนก็จะมีการไปเช็คอินตามร้านที่เราเคยไปบ้าง บ้างก็แท็กร้านขนมหมานมา ชวนคุยว่าวันนี้เราทานไอศกรีมแล้วรึยังอะไรแบบนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เราประทับใจมากๆ 

 

นัท ธนัท - นัทรู้สึกว่าทุกอย่างมันเปลี่ยนไปเยอะมากหลังจากที่เราเริ่มเข้ามาใน ProjectAlphaTH อย่างบางทีแฟนคลับก็มาเจอเราที่ใต้ตึก ก็รู้สึกดีใจมาก ที่เขามารอเรา บางทีก็ดึกมาก แต่เขาก็รอ ก็เลยไม่คิดว่าจะมีคนซับพอร์ตเราถึงขนาดนี้

 

ตุ้ย ชยธร - ก็จะคล้ายกับสมาชิกคนอื่นเลยครับ พอมีคนมารอเราตั้งแต่เช้า เราซ้อมเสร็จกลับดึก บางทีก็ยังเห็นเขาอยู่ เราดีใจมาก มันคล้ายกับว่ามีคนเดินตามฝันไปพร้อมกับเรา ดังนั้นเลยเป็นแรงผลักดันให้เรา ทุกครั้งเวลาซ้อมเราจะตั้งใจทำมันมากๆ เพื่อให้ผลงานออกมาตอบแทนแฟนคลับที่ซับพอร์ตเราขนาดนี้

 

วิลเลียม จักรภัทร - เมื่อก่อนที่เรายังไม่ได้ขึ้นเป็นศิลปิน เวลามาซ้อมที่ตึกเราเห็นพี่ๆ ดาราศิลปินที่มีแฟนคลับมารอ เราก็รู้สึกว่าอยากมีคนมาซับพอร์ตแบบนี้บ้างจัง ถ้ามีแบบนี้ก็คงจะดี แล้วพอมาถึงวันนั้นมันเหมือนความฝันเราเป็นจริง ก็เลยภูมิใจในตัวเองมากๆ เวลาเราท้อหรือเหนื่อยอะไร แค่เราเข้าไปขอกำลังใจจากแฟนคลับ มันก็เหมือนช่วยฮีลใจเราไว้เป็นอย่างมาก

 

เลโก้ รพีพงศ์ - พวกเขากลายเป็นอีกหนึ่งสีสันในชีวิตของผมมากขึ้น อย่างก่อนหน้านี้เราจินตนาการไว้อยู่แล้วว่าอยากที่จะเป็นศิลปินเพื่ออะไร มอบความสุขให้ใคร และได้อะไรกลับมาซึ่งหนึ่งในนั้นมันคือกำลังใจจากแฟนคลับ แล้วมันเกิดขึ้นมาจริงๆ เราก็รู้สึกแฮปปี้กับมัน ซึ่งบางทีเขาก็ซับพอร์ตเราเหมือนเราเป็นหนึ่งในครอบครัวเขาด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่เราก็ไม่ได้เป็นอะไรในครอบครัวเขาเลย เขาแค่รู้สึกว่าสิ่งที่เขาได้จากเรามันคือความสุข แค่นี้เราก็รู้สึกว่าอยากทำผลงานตอบแทนเขาให้ออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เช่นกัน

 

 

ก่อนจบรายการทั้ง 5 หนุ่มจาก LYKN ก็มีความในใจที่อยากจะบอกซึ่งกันและกัน

 

LEGO  “ขอบคุณในทุกๆ วันที่ทุกคนยังมี passion กับการทำงานอยู่ ช่วงนี้มันอาจจะหนักไปบ้าง แต่ก็อยากให้รู้ไว้ว่าถ้าเรามีความสุข ก็ยังมีคนที่รอดูเราอยู่ อยากให้ตั้งใจที่จะทำมันต่อไปเรื่อยๆ ให้คิดว่า LYKN เป็นเหมือนประเทศหนึ่ง ให้คนที่เข้ามาเขาอยากที่จะอยู่ ทำหน้าที่ของเราให้ดีต่อไป รักมากๆ ครับ” 

 

HONG “ ขอบคุณทุกคนมาก เพราะถ้าไม่มีทั้ง 5คนก็คงไม่มีเราในทุกวันนี้ ขอบคุณที่เหนื่อย ขอบคุณที่พยายาม ขอบคุณที่ไม่หยุดพัฒนา และเป็นเหมือนเดิมทุกอย่างตั้งแต่วันแรก และก็ขอบคุณที่รักกัน เป็นเหมือนอีกครอบครัวหนึ่ง ที่ทำให้ทุกเช้าตื่นมายังมีคนที่ใส่ใจเรา ดูแลเรา เป็นกลุ่มเป็นก้อนตลอดมา ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้อยู่ด้วยกันไปอีกนานๆ เลยครับ”

 

WILLIM  “ผมเข้าไปรายการตอนแรกผมอยากเป็นศิลปินเดี่ยวครับ แต่พอได้ลองมันคือไม่ใช่ทางเลยมันดูโหวงมาก พอเราได้ทำงานเป็นกลุ่มเราก็รู้สึกดีมากๆ ที่เพื่อนทั้ง 4 คนคอยซับพอร์ตผมเสมอ ทำให้เราอยากจะทำงานด้วยจริงๆ อยากจะขอบคุณที่บางทีเราอาจจะเต้นไม่ได้ ก็ขอบคุณที่มาคอยช่วย บางทีอยู่มุมห้อง ก็เห็นและคอยมาช่วยเสมอ ขอบคุณมากๆ ครับ”

 

NUT “ ก็ขอบคุณทุกคนเลยที่ทำให้ทุกวันของเราอยากที่จะมาซ้อมในทุกๆ วัน ถึงแม้ว่ามันจะเหนื่อย แต่พอเรามาซ้อมด้วยกันมันก็มีความสุขมากๆ แล้วก็ขอบคุณทุกคนที่ตั้งใจทำผลงานของเราได้ออกมาให้ดีสุดๆ และผลงานต่อๆไปเราก็จะตั้งใจทำเหมือนวันแรกที่เราทำเพลงของเรา และตั้งใจแบบนี้ต่อๆ ไปเรื่อยเลยครับ

 

TUI “ ก็อยากจะขอบคุณทุกคนจริงๆ ที่เต็มที่กับมันมากๆ ที่ผ่านมาเรารู้ว่าทุกคนผ่านอะไรมาเยอะ ทั้งฝึก ทั้งอะไรก็ตาม เรารู้ว่าทุกคนเต็มที่มาก วันแรกทุกคนตั้งใจยังไง ก็อยากให้ทุกคนตั้งใจอย่างนั้น เหมือนวันแรกที่เราได้เจอกัน และบางทีก็อยากขอโทษที่เราอาจจะทำให้ใครไม่พอใจในบางอย่าง หรือล้ำเส้นอะไรไปก็ขอโทษเหมือนกัน แต่ทุกอย่างที่เราทำไป เพราะเราไม่รู้ว่าคำว่า LYKN มันจะประสบความสำเร็จแค่ไหน แต่เรารู้สึกว่าผมดีใจมากที่ได้ทำงานกับทั้งสี่คนนี้ และเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจในชีวิตเลยก็ว่าได้ ที่เราได้เป็นศิลปินร่วมกัน”

 

สุดท้ายนี้ EFM Fandom Live ก็ขอบคุณสมาชิกจาก LYKN ทุกคนที่มาร่วมสนุกกันภายในรายการ น้องๆ ทุกคนน่ารักกันมากๆ ก็หวังว่าในภายภาคหน้าจะได้พบเจอกันอีก ขอฝากผลงานล่าสุดอย่าง “ เลิกกับเขาเดี๋ยวเหงาเป็นเพื่อน ( MAY I? ) ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจทุกคนด้วยน้า และเร็วๆ นี้ LYKN จะมีเดินสายไปยังประเทศญี่ปุ่นครั้งแรก ก็ฝากเป็นกำลังใจให้เด็กๆ และตะโกนชื่อ “ LYKN ! “ กันให้สุดเสียงไปเลย

ภาพ EFM Fandom Live

related EFM FANDOM RECAP

EFM FANDOM LIVE เปิดสตูดิโอต้อนรับ “พูห์ – พาเวล” มาพร้อมซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จ จนต้องเพิ่มซีซั่นกันอย่างต่อเนื่อง กับ PIT BABE The Series 2 ที่แฟนๆได้ดูแล้วคุ้มค่าแน่นอน

09 มิ.ย. 2025

EFM FANDOM LIVE เปิดสตูดิโอต้อนรับ “พูห์ – พาเวล” มาพร้อมซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จ จนต้องเพิ่มซีซั่นกันอย่างต่อเนื่อง กับ PIT BABE The Series 2 ที่แฟนๆได้ดูแล้วคุ้มค่าแน่นอน

รายการ EFM FANDOM LIVE [22 พฤษภาคม 68] คืนนี้ต้อนรับ “พูห์ - พาเวล” ที่มาเสิร์ฟความฟินส่งท้ายซีรีส์ “PitBabe The Series 2” พร้อมพูดคุยกับ 2 ดีเจ “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 จดหมายความในใจจากแฟน ๆ สุดน่ารักที่อยากจะบอกศิลปิน และถูกเลือกมาใน “EFM FANDOM LOVE LETTERS”จดหมายฉบับที่ 1 ชื่อจดหมายว่า... ถึง "คุณความรัก" ของ BabeHoopers ถึง พูห์ - พาเวล ขอให้ทั้งสองถูกโอบกอดด้วยความรัก อย่าแตกสลายไปเพราะใครเลยระหว่างการเติบโต พูห์พาเวลคือรอยยิ้มและความสุขของแฟนคลับ ทุกการเติบโตจะมีพวกเราเสมอ รู้สึกว่าการได้รัก ได้ค้นพบพูห์พาเวลนับว่าเป็นเรื่องที่พิเศษมากๆ รู้แหละว่ากว่าจะมีวันนี้มันไม่ง่าย ขอบคุณที่ไม่ยอมแพ้จนได้เจอกับพูห์พาเวลที่น่ารักกับแฟนคลับเสมอ เพราะแบบนั้นถึงอยากตั้งใจรักให้ดีที่สุด I stay with you till I canLetter #1: This letter is titled... To "Adoration" by BabeHoopers Dear Pooh and Pavel, I hope you both feel surrounded by love. Never let anyone bring you down as you continue to grow. You both bring so much joy and happiness to your fans. We’ll always be here to support you as you develop. It means a lot to me to love and have found you both. I know it hasn’t been easy to get to this point, so thank you for persevering until I had the chance to meet you, who are always kind and present for the fans. That’s why I want to give you both my love wholeheartedly. I’ll be right here with you as long as I can.จดหมายฉบับที่ 2 ชื่อจดหมายว่า... I am so proud of you. Today tomorrow. “ภูมิใจในตัวพูห์และพาเวลมากนะ ไม่ใช่แค่วันนี้…แต่ทุกวัน และตลอดไป” เป็นความรู้สึกที่มีให้ตลอดมาตั้งแต่วันแรกที่บังเอิญพบ จนถึงวันนี้ที่ตั้งใจรักอย่างดี เรารับรู้ถึงความตั้งใจ มุ่งมั่นและพยายามสำหรับทุกๆก้าวเดินนั่นทำให้เราหลงรักพวกเธอ สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะพบวันที่ยิ้มได้หรือวันที่เหนื่อยล้าก็ขอให้ยังเชื่อมั่นในตัวเองและดูแลหัวใจตัวเองให้ดีเพราะนั่นคือหัวใจแฟนคลับเช่นกัน รักทั้งสองคนน้าาLetter #2: This letter is titled... I am so proud of you. Today tomorrow. "I'm incredibly proud of Pooh and Pavel, not just today, but every single day and for all time." This feeling has filled my heart since the first moment I randomly crossed paths with them. My love for them has only grown deeper since then. We can truly see their determination and hard work in everything they do, which makes us admire them even more. So, on the days when you're smiling or feeling worn out, remember to believe in yourselves and take care of your hearts, as they also hold the love of your fans. Love you both!จดหมายฉบับที่ 3 ชื่อจดหมายว่า... อำนวยอวยชัย พูห์พาเวลไกลเกินเอื้อม สวัสดีพี่ๆน้องๆทุกคนที่อยู่ที่นี่ ตามชื่อจดหมาย ด้วยความฝันต่างๆมากมายจนมาถึงนักแสดงของทั้งสองคน มันไม่ง่ายเลยที่จะมาถึงจุดตรงนี้ได้ ก็อยากให้ทั้งสองคนมีแต่คนรักและเอ็นดูพวกเราเสมอ ตั้งใจทำงานพยายามให้เต็มที่ ถึงแม้ว่ามันจะยากหรือต้องแลกบางอย่างไป ก็อยากให้เป็นแรงผลักดันที่ดีในหน้าที่การงานและธุรกิจของทั้งสองคน ขอบคุณพี่พูห์ที่เป็นความสดใสให้พี่พาเวล และขอบคุณพี่พาเวลที่คอยแนะพูห์มาเสมอ รักนะคะ♡Letter #3: This letter is titled... Pooh Pavel's blessing is out of reach. Hey everyone, it’s great to see all of us gathered here. As the letter suggests, we all share many dreams of becoming actors, and getting to this stage hasn’t been easy. I truly wish for both of them to be surrounded by love and support. Keep pushing yourselves and giving it your all, even when things get tough or require some sacrifices. I hope this drives both of their careers and businesses forward. A big thank you to Pooh for being such a shining light for P'Pavel, and to P'Pavel for always offering your wisdom to Pooh. Love you both! ♡จดหมายฉบับที่ 4 ชื่อจดหมายว่า... ถึงไม่ใช่รักแรก แต่เป็นครั้งแรกที่รักมาก สวัสดีนะครับคุณความรักของเราทั้งสองคน ดีใจที่ได้มีโอกาสค้นพบและได้มาเป็นแฟนคลับของ พูห์ - พาเวล นะครับ การได้รักทั้งสองคนเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ เป็นแรงใจสำคัญสำหรับแฟนคลับแบบเรามากเลย ขอบคุณทุกความพยายาม ทุ่มเท ความตั้งใจในทุกๆผลงานเลยนะครับ เก่งกันมากเลยนะ ขอบคุณที่ appreciate การมีอยู่ของแฟนคลับอยู่เสมอ ขอให้ทั้งพูห์และพาเวลถูกโอบกอดด้วยความรักในทุกวัน กินอิ่มๆนอนหลับพักผ่อนเพียงพอ เติบโตไปด้วยกันนะครับLetter #4: This letter is titled... While it may not have been my first crush, it was the first time I truly experienced deep love. Hi there, our dear Pooh and Pavel. I'm really happy to have the opportunity to get to know and support Pooh and Pavel. Loving both of you gives us so much strength and motivation. I truly appreciate all the hard work, commitment, and passion you put into everything you do. You’re incredibly talented. Thank you for always recognizing the importance of your fans. I hope both Pooh and Pavel are surrounded by love every day, enjoy good meals, get plenty of rest, and continue to grow together.จดหมายฉบับที่ 5 ชื่อจดหมายว่า... รักเธอจนลืมหายใจ แต่ไม่ลืมเปย์เธอแน่นวลลล ถึง พูห์ - พาเวล ที่รักยิ่ง รู้มั้ยว่าเธอคือ notification เดียวที่ทำให้ใจเราต้นแรงเวลาเรื่องเธอเด้งขึ้นมา เราหลงรักพูห์พาเวลตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้รู้จักจนตอนนี้ heartbeat เราก็ไม่ได้ลดลงเลยเวลาเห็นพวกนาย อยากบอกว่าพูห์พาเวลคือแหล่งกำเนิดพลังในหัวใจของเรานะ โชคดีที่โลกนี้มีคนสวยขาและสามีของเค้า โชคดีที่ได้รู้จักกัน ขอบคุณที่เป็นแรงบันดาลใจให้เราลุกขึ้นสู้ในทุกวัน พูห์พาเวล คือ safe zone ของเรานะLetter #5: This letter is titled... I care about you deeply—it takes my breath away, but I’ll always remember to pay for you. Dear Pooh - Pavel, you’re the only alert that truly makes my heart race whenever you appear. From the very first moment I met you, I fell in love, and every time I see you, my heartbeat stays just as quick. I want to express how much you mean to me; you are my source of strength. I feel incredibly fortunate to have such a wonderful woman and her husband in my life. Meeting you has been a true blessing. Thank you for motivating me to rise and face each day. You are my safe haven.มาถึงช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE กันแล้วต้อนรับ 2 หนุ่ม “พูห์ - พาเวล” มาพูดคุย เม้าท์มอยกันเลยยหลังจากรับรางวัล EFM FANDOM AWARDS ก็ได้รับรางวัลนาฏราชต่อเนื่อง พูห์/พาเวล : ได้เข้าชิงรางวัลนาฏราช พาเวล : ถือว่าเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ละกัน พูห์ : เป็นรางวัลที่บิ๊กบึ้มที่สุดที่เราเคยไปเข้าชิง เพราะในงานนี้มีแต่ตัวท็อปทั้งนั้น แล้วเป็นการโหวตจากทั่วทั้งวงการ พาเวล : ถือว่าเรายังอยู่ในสายตาของพวกเขา ขอบคุณนะครับ พูห์ : ขอบคุณครับเพิ่งผ่านวันเกิด “พาเวล” มาไม่กี่วัน คำอธิฐานในวัยอายุ 28 ปีคือ... พาเวล : เอาจริงก็มีนะ เพราะปีที่แล้วที่เราทำ PitBabe The Series มา เราก็เหมือนคาดหวังแบบไม่คาดหวังมาก ทำให้ดีที่สุดแหละ แต่พอเราได้รับโอกาสได้ทำ PitBabe The Series 2 และมีซีรีส์ “สิงสาลาตาย” ด้วย ก็อยากให้ตัวเองได้เดินทางไปอีกก้าวนึง ไปกับน้องพูห์ หรือไปกับเพื่อนๆ PitBabe ตอนนี้ทุกคนก็แตกแยกกันไปทำโปรเจกต์ อยากให้แก๊งค์เราปังๆไปเลย พูห์ : อยากให้พี่เขาสมหวังตามที่พี่เขาคิด ในทุกๆเรื่อง เพราะปีนี้เราต้องอยู่ด้วยกันอีกยาวนาน ตอนนี้เราอยู่ด้วยกันมา 3 ปีแล้ว ตอนที่เราเจอกันครั้งแรกผมอายุ 19 จนตอนนี้กำลังจะอายุ 22 ในไม่กี่เดือนข้างหน้าขอบคุณ “พี่พาเวล” ที่สอน “น้องพูห์” เติบโตมาอย่างดี พาเวล : ผมเคยพูดหลายรอบแล้ว PitBabe เป็นเฮือกสุดท้ายของผม เพราะตอนนั้นเหมือนจะล้มเลิกแล้ว ทั้งโควิด ทั้งเคยผิดหวังมา แต่พอได้รับโอกาสจากพี่ฉอด ผมก็ใส่อย่างเต็มที่ สุดท้ายผลก็ออกมาแบบนี้ มันดีมากๆPIT BABE The Series 2 มีอะไรใหม่ๆให้ทุกคนได้ติดตามชมแน่นอน พูห์ : ซีซั่น 2 นี้ นอกจากพวกผมก็ยังมีตัวละครใหม่ๆเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ตัวละคร ซึ่งเป็นตัวสร้างปัญหาให้เรา คนนั้นเขาชื่อ วิลลี่ เขาชอบมาทำให้คู่เราแตกแยก พาเวล : คู่เรากำลังรักกันดี เขาเหมือนกลับมาสร้างเรื่อง ความร้าวฉาน ส่งคนเข้ามาเราก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร ก็ต้องรอดู รอติดตามดูแฟนๆส่งจดหมายให้ 2 หนุ่ม กว่า 100 ฉบับคราวนี้ถึงเวลาแล้ว... ที่ “พูห์ – พาเวล” จะเขียนจดหมายถึงพวกคุณทุกคนบ้างที่มาของยาสลายทักษะในซีรีส์ พูห์ : ในซีซั่น 1 เกิดเรื่องราว ปัญหามากมาย เพราะว่าโทนี่เขาต้องการคนมีพลัง มีทักษะไปประมูลขาย แล้วพลังของแต่ละคนเกิดมามันไม่สามารถควบคุมได้ ไม่มีทางเลือกในชีวิตตัวเอง เราก็เลยสร้างยาสลายทักษะ เพราะว่าเขาจะได้สามารถเลือกทางเดินในชีวิตตัวเองได้ และป้องกันไม่ให้คนอย่างโทนี่เอาไปขายด้วย ซึ่งอีกฝั่งนึงเขาตรงข้ามกับเรา พาเวล : ต้องไปรอลุ้นดูว่าเขาทำอะไรกันอยู่ถ้าชีวิตจริงมียาสลายทักษะ “พูห์ - พาเวล” อยากเอามาใช้สลาย... พูห์ : สลายความง่วง เพราะเราจะได้ไม่ง่วงเลยตลอดเวลา ผมนอนได้ตลอด แม้กระทั่งตอนนี้ผมก็นอนได้ zzZZ พาเวล : ผมขอสลายโรคภัยแล้วกัน ความป่วย โรคภัยใดๆเอาออกไปให้หมด ให้ทุกคนอยู่ไปเลยแบบแวมไพร์ความท้าทายของบทซีซั่น 2 ที่จะไม่เหมือนกับซีซั่นแรก พูห์ : บทค่อนข้างเข้มข้น ลึกซึ้งในตัวบทมากขึ้น เพราะแต่ละตัวละครเขาก็จะมีการโตขึ้น มีพัฒนาการการเข้ามารับคาแรคเตอร์ในซีซั่น 2 เพื่อให้มันมีความแตกต่างจากซีซั่น 1 พาเวล : ส่วนผมคงเป็นการหามุมใหม่ๆ ของตัวละครเดิมที่เราอาจจะไม่เคยเห็นในซีซั่นแรก เราจะพรีเซนต์ออกมายังไงให้แฟนๆเขาได้เห็นอีกมุมนึง แล้วทำไมเขาถึงต้องเป็นแบบนั้น ทั้งโปรดักชั่นและการแสดงเลย ตอนแรกเราได้เห็นบทแล้ว เราก็คิดว่าซีซั่นนี้เขาจะมีพลังวิเศษ วิจัยอะไรมากขึ้น ก็อาจจะลดการแข่งรถน้อยลง แต่ความจริงไม่เลย เท่าเดิม หรือยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ พูห์ : มีการเปลี่ยนรูปแบบการแข่งรถด้วย แบบสตรีท สนามมีหลายโซนมากขึ้น ตอนถ่ายทำนี่คือถ่ายกันแบบขับรถตามกัน ทำให้มันสมจริงมากที่สุด แฟนๆได้ดูก็คือคุ้มแน่นอน เหมือนได้ลงไปแข่งเอง พาเวล : อุปกรณ์กล้องก็เปลี่ยนใหม่หมด ทั้งมุมกล้อง อุปกรณ์กล้องเป็นแบบใหม่หมดเลย ไม่มีกล้องนิ่งเลย แบบเดินได้ตลอด เดินได้ทุกที่เป็นการถ่ายทำ 3 เดือนที่หนักโคตรๆ พูห์/พาเวล : ถ่ายกันประมาณ 3 เดือนได้ พาเวล : ถือว่าหนักอยู่นะ หนักกว่าซีซั่นแรกอีก ตอนนั้นเหมือนมีเวลาให้มากกว่า พูห์ : ตอนนี้เหมือนมีงานอย่างอื่นด้วย เราทำหลายอย่างพร้อมกัน ถึงแม้จะออกงาน แต่ก็ยังว่างนะครับ ยังจ้างได้เพิ่มเดินทางเข้าสู่ EP.4 พร้อมวิเคราะห์เหตุผลที่ตัวละคร “วิลลี่” เข้าหา “เบ๊บ” พาเวล : เท่าที่ดู เขาอาจจะเข้าหาเบ๊บเพื่อไปหาชาลีหรือเปล่า? อีกมุมนึงก็เป็นไปได้ หรือเข้าหาเบ๊บเลยแล้วต้องการอะไรบางอย่าง เพื่อต้องการให้ชีวิตของเบ๊บชาลีพังลง หรือเขาถูกส่งมาจากโทนี่หรือเปล่า มันมีพิรุธเพราะโทนี่พูดว่า ได้ส่งใครบางคนเข้าไป พูห์ : แต่ในฐานะคนดูนี่... มัมหมีผมจะพาชาลีกลับบ้านหมดแล้วนะ เขาจะพาหนีคุณ เพราะคุณเบ๊บไปอยู่กับคุณวิลลี่ พาเวล : เขาจะพาไปเมื่อไร บอกนะ จะได้ช่วยแพ็คกระเป๋า555ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ก็ได้ชวน “พูห์ - พาเวล” มาเล่นเกมไปด้วยกันชื่อเกมว่า “อ่านคำเตือนในฉลากก่อนใช้ยา” (เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) เข้าสู่ช่วงสุดท้าย ทางรายการส่งต่อความสุขด้วยการสานฝันให้ “พูห์ - พาเวล” ได้โทรหาแฟนคลับมาพูดคุยกัน(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) สุดท้ายนี้... รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “พูห์ - พาเวล” ที่มาร่วมพูดคุย สร้างสีสัน และเสียงหัวเราะไปกับเรา และฝากซีรีส์ "PIT BABE The Series 2" ทางช่องวัน 31 ทุกวันศุกร์ เวลา 22:15 น. และดูออนไลน์เวอร์ชัน UNCUT เวลา 23.15 น. บนแอปฯ iQIYI ฝากเพลง LEVEL UP จากหนุ่มๆ PIT BABE และฝาก Photo Book ของ PITBABE กำลังจะเปิดพรีออเดอร์แล้วน้าาสามารถเข้าไปรับชมความฟินและความสนุกกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

จากเคมีในจอ สู่ความน่ารักนอกจอ ! “จินนี่ - เจน่า” บุก EFM FANDOM LIVE แจกโมเมนต์ฟิน พร้อมเปิดใจถึงเบื้องหลังที่หลายคนไม่รู้ และร่วมลุ้นกับบทสรุปสุดท้ายของซีรีส์ ‘พิษรัก Poisonous Love The Series’

11 พ.ย. 2025

จากเคมีในจอ สู่ความน่ารักนอกจอ ! “จินนี่ - เจน่า” บุก EFM FANDOM LIVE แจกโมเมนต์ฟิน พร้อมเปิดใจถึงเบื้องหลังที่หลายคนไม่รู้ และร่วมลุ้นกับบทสรุปสุดท้ายของซีรีส์ ‘พิษรัก Poisonous Love The Series’

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 6 พฤศจิกายน 2568 ] ค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยพิษรักแสนหวานของคู่จิ้นสุดฟิน “จินนี่ - เจน่า” แม้จะร้าย แต่ก็รัก พร้อมมอบความสนุกและรอยยิ้มไปกับ 2 ดีเจคู่หู “ดีเจโซเซฟ” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 จดหมาย “EFM FANDOM LOVE LETTERS”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ ส่งความในใจที่อยากจะบอกกับศิลปินจดหมายฉบับที่ 1 ชื่อจดหมายว่า... ระหว่างจังหวะและเวลา ฉันพบความรักในชื่อจินนี่และเจน่า เด็กสองคนที่ไม่มีเพียงแค่ความสวย น่ารัก แต่ยังเต็มไปด้วยความสามารถและความตั้งใจ ทุ่มเทในการทำงาน แม้พี่จะมารู้จักพวกหนูช้า แต่พี่ก็เชื่อเรื่องจังหวะของชีวิตคนและนี่ก็เป็นเวลาของจินนี่และเจน่า ดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานตามฤดูกาล ขอบคุณในความแสนดี ในความรักของพวกหนูที่เห็นคุณค่าในแฟนคลับทุกคน พี่เชื่อว่าพวกหนูรับรู้และเห็นทุกอย่างที่แฟนคลับทำให้เสมอ จะคอยซัพพอร์ตพวกหนูนะคะ ขอบคุณจินนี่เจน่าที่เกิดมาให้ได้รักนะLetter #1: This letter is titled... In the flow of life, I discovered love in the names Ginny and Jayna. I want to take a moment to express how truly special you both are. You're not just adorable; you're also incredibly talented and dedicated to what you do. Even though I came to know you a bit later, I truly believe that everything happens in its own time, and right now is your moment to shine—like beautiful flowers blooming in their season. I’m grateful for the kindness and warmth you show to all your fans. It’s clear that you recognize and appreciate everything we do for you, and that means so much. You have my unwavering support, always. Thank you, Ginny and Jayna, for being the wonderful souls that you are. You were born to be cherished.จดหมายฉบับที่ 2 ชื่อจดหมายว่า... ตกหลุมรัก "จินเจ" นับอนันต์ครั้ง อันดับแรกต้องขอขอบคุณ “พี่ติ๊ก กัญญารัตน์ จิรรัชชกิจ” ผู้จัด “Poisonous Love The Series” ทำให้เราได้ค้นพบ “จินเจ” จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราตกหลุมรักจินเจนับอนันต์ครั้ง จินเจคือความสุข และความรักในอีกรูปแบบนึงเลย จากวันแย่ๆ ก็ทำให้เรายิ้มขึ้นมาได้ แม้ว่าเราจะไม่ได้เดินทางมาด้วยตั้งแต่แรก แต่ก็ดีใจนะที่ได้ค้นพบจินเจ จะคอยซัพพอร์ตไปเรื่อยๆ และจะคอยยินดีกับทุกความสำเร็จในทุกๆ ก้าวนะคะ”Letter #2: This letter is titled... I've found myself falling in love with 'Ginjay' over and over again. I want to thank to Khun Tik Kanyarat Jiraratchakit, the producer of "Poisonous Love The Series," for introducing us to Ginjay. This has truly been a turning point for us and has allowed us to fall in love with Ginjay time and again. Ginjay embodies joy and a unique kind of love that can brighten even our toughest days. Although our journey didn’t begin together, I'm so thankful that I discovered Ginjay. I’m excited to keep supporting you and celebrating all of your achievements!จดหมายฉบับที่ 3 ชื่อจดหมายว่า... จดหมายจากคนถูกพิษ(รัก) แล่นเข้าสู่หัวใจ สวัสดีค่า ; ) อยากเขียนจดหมายฉบับนี้เพื่อ!!!! ขอบคุณและชื่นชมเจจินนะ…. อย่างแรกเลย เจจินแสดงดีมากๆ เลยหล่ะ เป็นธรรมชาติสุดๆ ทั้งแววตา ท่าทาง และการสื่อสารอ่ะ มันเต็มไปด้วยความรู้สึกจริง ๆ จนบางครั้งเผลอน้ำตาซึมและยิ้มตาม /// แอบฟิน ขอบคุณเจจินที่ไม่หายไปไหน รู้ว่าแฟนคลับคิดถึง ก็แวะมาไลฟ์บ้าง ตอบคอมเม้นบ้าง น่ารักมากๆอ่ะ เค้าจะสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้เจจินนะ รักพวกเทอนะ 3Letter #3: This letter is titled... A missive from a heart entranced by love spills tenderly into the soul. I just wanted to admire for Ginjay! First off, their performance was absolutely remarkable. Everything—from their expressions to their gestures and communication—felt so genuine. The emotions ran so deep that there were times I found myself both smiling and fighting back tears. It brought me so much joy! I’m truly glad Ginjay hasn’t gone away. Your fans miss you, and it means the world that you occasionally go live and take the time to respond to comments. It’s such a sweet touch! I’ll always be here to support and cheer for Ginjay. I love you all!จดหมายฉบับที่ 4 ชื่อจดหมายว่า... ถึงเธอ…ที่เป็นเหตุผลของความรัก ถึง จินนี่เจน่า ก็ต้องยอมรับตรงๆ เราเป็นคนนึงที่หลงรักหมอเปรมและแพทจากในนิยาย และเริ่มติดตามคนที่จะมารับบทหมอเปรมและแพทในซีรีส์ ส่วนตัวไม่คาดหวังให้หมอเปรมและแพทในซีรีส์ตรงตามนิยาย เพราะคิดว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่จินนี่และเจน่าพิสูจน์ให้เห็นแล้วด้วยฝีมือการแสดงเป็นหมอเปรมและแพทที่สมบูรณ์แบบ 1000% นี่ถ้าไม่บอกเป็นเรื่องแรกนี่แทบไม่เชื่อ เพราะทั้งคู่เก่งมากจริงๆ ขอให้ทั้งคู่ถูกรักและถูกค้นพบเยอะๆนะLetter #4: This letter is titled... To you, the one who inspires my love. I have to confess, I’m one of those readers who completely fell for Dr. Prem and Pat from the novel and have been eagerly checking out who will portray them in the upcoming series. While I don’t really expect the characters to be exactly as they are in the novel—I just don't think that's realistic—I have to say that you both have nailed the roles perfectly! It’s hard to believe this is your first time in a series; your talent shines through. I really hope that audiences come to appreciate you both as much as I do!จดหมายฉบับที่ 5 ชื่อจดหมายว่า... จินนี่เจน่า คือ พิษรักที่ยังไม่มีวัคซีน ถึงพี่จินนี่และน้องเจน่า ขอบคุณทุกๆ ความพยายามและความตั้งใจ ที่ทำให้ทั้งสองคนมายืนอยู่ตรงนี้ เป็นเหมือนแสงสว่างให้พวกพี่ๆ เหล่าแฟนคลับทุกคน ในวันที่ชีวิตหม่นหมอง ยังมีคลิป มีซีรีส์ของน้องๆ เป็นสิ่งที่ทำให้อยากใช้ชีวิตให้สนุกในทุกๆ วัน ตั้งแต่มีพิษรัก พี่ก็รอคืนวันเสาร์สี่ทุ่มครึ่งอย่างใจจดใจจ่อ ไม่อยากให้ซีรีส์จบเลย~ เป็นเหมือนพิษรักที่ยังไม่มีวัคซีนรักษาให้หายขาดจากจินนี่เจน่าได้Letter #5: This letter is titled... Ginny Jayna is like an intoxicating love potion for which there’s still no cure. Thank you for all the hard work and dedication that have brought you both to this point. You truly shine as a beacon of hope for your fans. Even on the darkest days, there are clips and series featuring you that inspire me to embrace life with enthusiasm. Ever since "Phit Rak" (Love Poison) premiered, I've been eagerly counting down the hours to Saturday night at 10:30 PM. I honestly don't want the series to come to an end. It feels like a captivating love story that, like an uncurable poison, has me completely captivated by Ginny and Jayna.เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVE กับ “จินนี่ - เจน่า” พี่หมอคนสวยกับน้องดาราที่รักเตรียมเผยเสน่ห์ชวนหลงใหล ครองหัวใจทุกคน พร้อมมอบโมเมนต์สุดน่ารักอบอุ่นหัวใจตลอดค่ำคืนนี้สรุปแล้ว… “จิน - เจ” หรือ “เจ - จิน” งานนี้ทั้ง 2 สาวได้ยืนยันผ่านทางรายการ EFM FANDOM LIVE ของเราในค่ำคืนนี้แล้วว่า ‘สลับได้ทุกวัน’ แล้วแต่คนมอง ไม่ติด ซึ่งในซีรีส์ไม่ได้จำกัดโพอยู่แล้วเคมี… เคใจ ไลฟ์สไตล์ที่ตรงกัน ด้วยช่วงอายุที่ใกล้เคียงกัน ทำให้ไลฟ์สไตล์หลายอย่างของทั้งคู่ค่อนข้างตรงกัน แต่หนึ่งสิ่งที่สะท้อนตัวตนของพวกเธอได้ชัดเจนที่สุด คือเรื่องการนอน โดยทั้งคู่เผยว่าต้องการเวลานอน 8-12 ชั่วโมง แต่ก็รู้ว่าเป็นไปได้ยาก จึงพยายามปรับตัว และพักผ่อนให้เพียงพอ เจน่ายังเสริมต่อว่า หากนอนน้อย เวลาออกกล้องอาจจะเห็นไม่ชัด แต่พอหลังกล้องแล้ว Energy จะหมดและอ่อมทันทีคำอธิฐานจากพาร์ทเนอร์ที่รู้ใจกันและกัน ด้าน เจน่า ขอพรเรื่องสุขภาพร่างกายแข็งแรงให้กับจินนี่ เพราะเชื่อว่าถ้าสิ่งต่าง ๆ รอบกายไม่ว่าจะเป็นเงินหรืองาน ต่อให้มีมากเพียงใด แต่ต้องป่วย ก็ไม่มีความสุขอยู่ดี ดังนั้นจึงขอให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดไป และมีความสุขในชีวิตเยอะ ๆ ส่วนด้าน จินนี่ ขอพรให้เจน่ามีความสุขในทุกวัน มีเวลาพักผ่อน ในทุกการทำงานก็ขอให้มีรอยยิ้มแบบนี้ต่อไป ยังบอกอีกว่าตนชอบเวลาเจน่ามีความสุข เลยไม่อยากให้ใครพรากรอยยิ้มนี้ไปได้ ยังขอพรให้ได้กินของอร่อย และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงอีกด้วย นับว่าเป็นคำอธิฐานจากพาร์ทเนอร์ที่อบอุ่นและ Healthy สุด ๆ อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงมิตรภาพที่ดี และความห่วงใยที่ทั้งคู่มีให้กันด้วยทริปกวางโจวสุดหวาน พักผ่อนยังไง ให้น่ารักขนาดนี้ เป็นทริปที่ทางบริษัทจัดการให้ทั้งหมด แต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ได้ใช้เวลาพักผ่อนร่วมกัน ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกของทั้งคู่ที่ได้ไปกวางโจวด้วย โดยจินนี่เล่าว่ามีหลากหลายโมเมนต์เลย ทั้งได้ลองหลงทาง ลองของกินใหม่ ๆ อย่างเช่นชา จริง ๆ ทางร้านก็มีเมนูชาปกติ แต่เจ้าตัวอยากลองเมนูใหม่ ๆ เลยสั่งมาลองกับเจน่า แต่ดันชอบเมนูของเจน่ามากกว่า และน้องก็ยอมสลับให้ด้วย พร้อมยืนยันว่าอาหารที่นู่นก็อร่อย หม่าล่าให้เครื่องใหญ่มาก เรียกได้ว่าใหญ่กว่ามือตนอีกสปอยครั้งใหญ่ไปกับ 2 อีพีสุดท้าย !! เรื่องราวที่ผ่านมาจะเป็นเรื่องความรักซะส่วนใหญ่ แต่ 2 อีพีสุดท้ายจะอัดอั้นไปด้วยเรื่องครอบครัว ปัญหาเก่าผ่านไป แต่ปัญหาใหม่ก็ตามมาเช่นกัน ซึ่งเรื่องครอบครัวเป็นเรื่องที่ค่อนข้าง Sensitive ต้องรอดูว่าบทสรุปจะเป็นอย่างไร ด้านจินนี่ขอยืนยันว่าอีพีต่อไป Last Boss จะมาแล้วความ Sensitive ของเจน่า เห็นสดใสร่าเริง พร้อมพลังบวกเหลือล้นแบบนี้ แต่จริง ๆ แล้วเธอเองก็มีมุม Sensitive มากเช่นกัน โดยเจน่าเล่าว่าตนเป็นคนที่ไม่ชอบอ่านคอมเมนต์ แต่จะดูเพียงคลิปที่แฟนคลับตัดมาสั้น ๆ เท่านั้น ส่วนคอมเมนต์จะไม่อ่านเลย โดยเจ้าตัวยังเล่าเพิ่มเติมว่าถ้ามีคอมเมนต์ชม 100 แต่มีสัก 1 ที่ติ ตนจะวิตกและโฟกัสอยู่แต่คอมเมนต์นั้น เลยเลือกที่จะไม่อ่านดีกว่าเสียงหัวใจที่ดังทะลุไวเลส แล้วแฟนคลับจะอยู่ยังไง !? ด้านจินนี่เล่าว่าวันนั้นเธอใส่เสื้อที่ค่อนข้างบาง และติดไมค์ไว้บริเวณใกล้หัวใจ จังหวะที่ก้มลง ไมค์ดันพลิกไปโดนตรงหัวใจ ทำให้เสียงหัวใจดังชัดเจน ซึ่งตอนแรกคิดว่าแฟนคลับแซวเล่น ๆ แต่พอไปเปิดฟังก็ได้ยินเสียงจริง ๆความรู้สึกในฐานะผลงานการแสดงครั้งแรก ด้วยความที่เป็นซีรีส์เรื่องแรก ทั้ง “จินนี่” และ “เจน่า” เผยว่าตนเองก็ไม่คาดคิดว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ทั้งยังไม่ชินเลยว่าตอนนี้เรามีชื่อเสียงแล้วจริง ๆ มันเกิดขึ้นแล้วจริง ๆ แต่เจ้าตัวก็รู้สึกดีใจและภูมิใจมาก นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ได้ทำออกมาอย่างเต็มที่ซีนป้อนยาพาฟิน ซีนที่เจน่าเองถึงกับเอ่ยปากชมคนเขียนบทว่าเก่งมาก เพราะเป็นซีนที่ทั้งแปลกใหม่และน่ารักในเวลาเดียวกัน กับการป้อนยาทางปาก ที่ในชีวิตจริงไม่ค่อยพบเจอได้ พอมาเล่นจริง เธอก็ต้องคอยรีเช็กกับคนเขียนบทตลอดว่า ‘ประมาณนี้ไหมคะ?’ และอีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนอาจไม่รู้คือ เจน่ากินยาเม็ดไม่ได้ เพราะเคยมีประสบการณ์ยาติดคอจนฝังใจ ทำให้ตอนถ่ายซีนนี้ต้องคัทแล้วคายทิ้ง ซึ่งเธอเองเคยพยายามกินแล้ว แต่ก็ไม่สามารถจริง ๆ ถ้ากินได้ก็ต้องเป็นเม็ดเล็กมาก ๆ หรือกินยาน้ำแทน แต่ต้องกินในปริมาณเยอะขึ้นสปอยงาน Final EP ที่ทุกคนตั้งตารอ ถึงแม้จะพูดอะไรได้ไม่มากนัก แต่ก็พอบอกได้ว่ายังไงก็ต้องมีเซอร์ไพร์สแน่นอน เพราะในงานชมซีรีส์ตอนแรกได้มีการร้องเพลงคู่ และเพลงเดี่ยวไปแล้ว ซึ่งงานนี้ก็คิดว่าน่าจะมีเพลงใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น และอาจจะมีเซอร์ไพร์สจากคู่อื่น ๆ ด้วย แต่จะเป็นอย่างไรก็ต้องรอดูในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ถ้าเปรียบพิษรักเป็นดอกกุหลาบจะเป็นสีอะไร? ด้านจินนี่เห็นว่าน่าจะเป็นสีแดงเลือดหมูเฉดเข้มมาก ๆ เกือบน้ำตาล เพราะรู้สึกว่าถ้าแดงสดก็เป็นความรักปกติ แต่ความรักในเรื่องพิษรัก มันมากกว่าความรัก ไม่ว่าจะผ่านอุปสรรคใด ๆ แต่ตัวละครก็ยังรักกันมาก ส่วนด้านเจน่ามองว่าเป็นสีเทาพาสเทล ใบสีแดง เพราะความรักมันดูมาไม่ถูกเวลา แต่ก็ยังมีโมเมนต์ดี ๆ ซึ่งมวลรวมก็ยังมีความขุ่นมัว ไม่ได้เฟรชเสมอไปก่อนเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของ EFM FANDOM LIVE ในค่ำคืนนี้ทางรายการขอเสิร์ฟโมเมนต์ความน่ารักของ “จินนี่ - เจน่า”ด้วยคำถามสุดเซอร์ไพร์ส ! ที่ฟังแล้วอดยิ้มตามไม่ได้ถ้าต้องส่งกันเข้านอนด้วยคำหนึ่งคำ จะพูดว่าอะไร? จินนี่ : Good Night เจน่า : เจอกันพรุ่งนี้นะถ้าเปรียบอีกฝ่ายเป็นแนวเพลง จะเป็นแนวเพลงอะไร? จินนี่ : 90s ลูกทุ่ง น้องชอบ น้องชอบฟังเพลงเก่า เพลงที่มีความหมายตรง ๆ เจน่า : Jazz ช้า ๆ ไม่ก็ Acousticให้เลือก 1 สิ่งบนใบหน้าของอีกฝ่ายที่เราชอบมองมากที่สุด? พร้อมอธิบาย เจน่า : ชอบพี่จินหัวเราะมุมข้าง จินนี่ : ชอบตาน้อง ตาน้องสวยคิดว่าใครขี้หึงกว่ากัน? เจน่า : ไม่มีค่ะ จินนี่ : เท่ากันชอบถูกเทคแคร์ หรือชอบเทคแคร์คนอื่น? เจน่า : ชอบเทคแคร์ ชอบเป็นฝ่ายให้มากกว่า จินนี่ : หนูได้หมดค่ะ1 ประโยคให้กำลังใจอีกฝ่ายในวันที่เหนื่อย? เจน่า : รีบ ๆ อาบน้ำ แล้วก็นอนนะ จินนี่ : กินข้าวหรือยัง กินข้าวเสร็จแล้วก็นอนด้วยนะส่งท้ายความฟินให้ค่ำคืนนี้กับโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “จินนี่ - เจน่า” โทรกลับมาทักทายแฟน ๆ สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “จินนี่ - เจน่า” ที่มาเติมเต็มค่ำคืนนี้ให้เปี่ยมไปด้วยความน่ารักและความสดใส พร้อมเสิร์ฟความฟินกันแบบจุใจ แต่ทุกคนก็ยังติดตามผลงานซีรีส์ของทั้งคู่กันต่อได้ กับ ‘พิษรัก Poisonous Love The Series’ สามารถรับชมได้ทุกวันเสาร์ เวลา 22.30 น. ทางช่อง ONE31 และรับชมย้อนหลังเวอร์ชั่น UNCUT ได้ที่ Youtube : NORTH STAR ENTERTAINMENT อย่าลืมไปฟังเพลง OST. และติดตามผลงานอื่น ๆ ของทั้งคู่กันด้วยนะคะสามารถเข้าไปรับชมความน่ารัก ความฟินกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

“มอส-แบงค์” คู่ซี้ที่พร้อมจะหยุมกันตลอดเวลา มาคว้ารางวัล EFM FANDOM AWARDS สาขา “รักไม่บอกแสดงออกด้วยการหยุม”

17 ก.ย. 2024

“มอส-แบงค์” คู่ซี้ที่พร้อมจะหยุมกันตลอดเวลา มาคว้ารางวัล EFM FANDOM AWARDS สาขา “รักไม่บอกแสดงออกด้วยการหยุม”

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 5 กันยายน 2567 ] คืนนี้เปิดสตูต้อนรับ “มอส - แบงค์” พร้อมอัพเดทพูดคุยกับ 2 สาว “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ เป็นการคัดเลือกชื่อ“EFM FANDOM AWARDS รางวัลพิเศษ เพื่อคนพิเศษ” จากแฟน ๆ เสนอและเปิดให้โหวต1. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “ดาวประดับฟ้า” สำหรับแฟนคลับตัวน้อยๆที่มองพี่มอส พี่แบงค์อยู่ตรงนี้ เห็นความพยายาม ความเอาใจใส่ ความทุ่มเท ต่อทุกๆชิ้นงาน , ผลงานที่ทั้งตัวพี่มอสและพี่แบงค์ได้รับ นอกจากนี้พี่มอสและพี่แบงค์ก็ใส่ใจแฟนคลับของพวกเขามาก เทคแคร์สุดๆ ทำให้สำหรับแฟนคลับ อยากเห็นทั้งคู่เป็นเหมือนดั่งดาวที่ประดับอยู่บนท้องฟ้า ส่องแสงสว่างสดใส แม้ในอนาคตจะจับต้องไม่ได้ แค่ก็คุ้มค่าที่ได้เป็นอีกแรงกำลังผลักดันให้ดาวดวงนี้ขึ้นไปถึงจุดนั้น จุดที่ทั้งคู่ส่องสว่างท่ามกลางผู้คนนับพันนับล้าน เลยอยากฝากชื่อรางวัล "ดาวประดับฟ้า" ไว้ให้พี่ๆทีมงานพิจารณาด้วยค่ะ2. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “รักไม่บอก แสดงออกด้วยการหยุม”**ชื่อสาขานี้เป็นชื่อที่ได้รับการเสนอเข้ามาเยอะที่สุด นี่คือแนวคิด/ที่มาบางส่วนเท่านั้น** แนวคิด 1 : หยุมที่ 1 คือตีกัน แย่งของกัน งอนกัน ไลฟ์ด้วยกัน แต่ละรอบไม่เคยไม่หยุม แหย่กันตลอดเวลา แต่สุดท้ายก็ยอมกันอยู่ดี หยุมที่ 2 คือ มือมอส มอสชอบหยุม.... แบงค์ ไม่ว่าจะไลฟ์หรือ หน้างาน มีให้เห็นเรื่อยๆ จนมี #มอสหลงมือปลาหมึก ใน Tiktok แต่จริงๆเค้าติดสกินชิพทั้งคู่ ถ้านั่งข้างกันจะมีส่วนใดส่วนนึงแตะตัวกันเสมอ จับแขน กอดแขน โอบเอว โอบไหล่ แนวคิด 2 : เพราะมอส – แบงค์มีชื่อว่าคู่รักนักหยุม3. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “พี่คนสวยติดเเกรมกับม๋าเด็กปากเเข็งที่จริงใจ” Banky = พี่คนสวย (หลักฐานอยู่ที่หน้าเเละตัวหมดเเล้ว) เเกรมในที่นี้หมายถึง ความเรียบหรูดูเเพง มีเสน่ห์ น่ามอง Moslhong = ไทป์ลูกหมา มีความขี้อ้อน พูดเพราะ อบอุ่น ใจเย็น ดูเเลเก่ง ทัศนคติดี คลั่งรัก ติดสกินชิพเเบบ 3000% เเต่ปากเเข็งหน่อยๆ4. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “หาให้เจอนะความสัมพันธ์แบบมอสแบงค์” ตลอด 2-3 ปีที่ตามน้องๆมา เราว่าความสัมพันธ์น้องๆเป็นอะไรที่ดีมาก ไม่ได้มองในมุมคู่จิ้น แต่มองในฐานะมนุษย์คนนึง ความคอยซัพพอร์ตกันให้อีกฝ่ายไปถึงฝันอย่างเต็มที่โดยไม่หวังอะไรตอบแทน ความทะนุถนอมกันที่ทำให้เรารู้สึกว่าเค้าอยากมีกันและกันในชีวิต ใส่ใจกัน ให้เกียรติกัน อยู่เป็นความสบายใจให้กัน เราสัมผัสได้ว่าเค้ารักกันมากกกก มากกว่าที่เราจะจินตนาการได้ เป็นสิ่งที่เราเชื่อว่า "ตราบใดที่คนใดคนนึงยังอยู่ อีกคนก็จะถูกรักเสมอ" ปล.เรื่องสถานะน้องไม่เคยออกมายืนยัน แต่แฟนด้อมเราเรียกกันว่าคู่ชีวิตค่ะ5. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “Emerald Couple” มรกตเป็นสัญลักษณ์ของความภักดีและความรัก นำมาซึ่งความสามัคคีเช่นเดียวกันกับที่ มอส - แบงค์ ทำเข้าสู่ช่วงที่ 2 ของรายการ! เตรียมตัวรับความฟินจาก “มอส - เเบงค์“รางวัล “รักไม่บอกแสดงออกด้วยการหยุม” เเบงค์ : ขอบคุณแฟน ๆ ทุกคนนะครับที่สนับสนุนพวกเรามาโดยตลอดครับ ขอบคุณทุก ๆ การติดตามนะครับ บอกเลยว่ามันมีค่าต่อพวกเรามาก วันนี้ก็ได้รางวัลอันทรงเกียรติเเล้วเรียบร้อยก็ขอบคุณทุกคน รางวัลนี้ก็มอบให้ทุกคนด้วยเช่นกันครับฉายามอสหลงมือปลาหมึก ชอบสกินชิพแบงค์ที่สุด! เเบงค์ : คำตอบออนเเอร์ได้หรอ~ มอส : พูดได้มั้ยครับ ดีเจดาว : ได้ ๆ พูดได้ มอส : ผมชอบจับนมครับ เพราะมันนุ่ม~ เเบงค์ : เรื่องของเรื่องคือเขาจะชอบทำยังไงก็ได้ให้ผมหงุดหงิด ถ้าวันนี้เรามาทรงอารมณ์ดีมาก ต้องทำให้หงุดหงิด ดีเจดาว : เเล้วทำไมเราถึงหงุดหงิดเวลาเขามาจับ เเบงค์ : พี่เข้าใจมั้ยว่าเมืองไทยเราไม่ได้หนาวอ่ะ พื้นเพบ้านเราเมืองร้อนละเราหงุดหงิดง่าย มอส : อ่ะพูดอย่างงี้ พื้นฐานเราเป็นคนขี้หงุดหงิด เเบงค์ : เนี่ยย เเล้วมันเป็นอย่างงี้ตลอด เขาทำให้เราหงุดหงิดเเล้วก็จะไปบอกทุกคนว่าผมเป็นคนขี้หงุดหงิดความอุ่นใจที่โดนอีกฝ่ายสกินชิพ เเบงค์ : มันมีหลายมู๊ดด มันจะมีที่เขาชอบแกล้งเรากับที่เขารู้เเล้ว เพราะผมเป็นคนที่จริงจังกับงานมากเเบบเป็นคนที่มีความฝันแล้วทะเยอทะยานกับความฝันของตัวเอง เเล้วบางครั้งเราไม่ได้สมหวังในทุกเรื่อง มันก็มีจะมีโมเม้นที่เขาเเบบเข้ามาบอกเราด้วยการสกินชิพว่า “เห้ยย ยังมีเขาอยู่นะที่เดินไปด้วยกัน อย่าลืมเขาสิ ถ้าเธอเศร้าก็เศร้าไปด้วยกัน” มันก็จะเป็นโมเม้นที่เเบบทำให้ผมรู้สึกว่าการสกินชิพของเขามันดีกว่าคำพูดด้วยซ้ำบางครั้ง ดีเจเเนน : ขอบคุณที่ทำให้เครียด ในวันที่ยิ้มได้ เเบงค์ : อะไรแบบนั้น5555555555555+ถ้าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน สิ่งแรกที่ทำให้ต้องมองอีกฝ่าย! มอส : ต้องบอกก่อนว่าเขาเป็นคนที่ขาวมาก เพราะฉะนั้นเขาจะมีออร่า พูดได้ตรง ๆ ว่าเขาเป็นที่เเสงส่องลอดออกมาจากผิว เอางี้เวลาเขาเดินมาจากฝูงชนเป็นร้อย ผมเห็นเขาคนเดียว เเบงค์ : อันนี้ผมไม่ได้พูดนะเนี้ยมอสหลงเป็นคนปากแข็ง! เเบงค์ : จริงครับ เขาเป็นคนที่ไม่ชอบบอกรัก ไม่ค่อยชอบพูดอะไรที่มันโรเเมนติก เขาจะเป็นคนที่เน้นการกระทำ ซึ่งบางทีอะด้วยความที่เราสนิทมาก ความต้องการเราเยอะขึ้น… ดีเจเเนน : ความต้องการเรื่องอะไร!? เเบงค์ : เรื่องการบอกรักก เอาใจ~ ด้วยความที่ผมสนิทกับเขาแล้วไปที่บ้านเขาก็รู้ว่า ตั้งเเต่เด็กถูกเลี้ยงดูมายังไง ด้วยความที่ความที่เขาไม่ค่อยบอกรักพ่อเเม่ เเต่เขาจะใช้วิธีการกระทำให้พ่อเเม่รู้ว่าเขารัก เเละเขาก็ติดเเบบเนี้ยมาเรื่อย ๆ เเล้วพอมาอยู่กับเราเราดันเป็นคนที่อยู่ในครอบครัวที่ชอบพูดคำว่ารัก ผมก็เริ่มสอน ทุกวันนี้เขาก็เริ่มไปบอกพ่อแม่แล้ว ดีเจแนน : บอกว่าา มอส : รักไงค้าบบ รักพ่อรักแม่นะค้าบ เเบงค์ : แต่ผมชอบให้เขาพูดแบบว่าวันนี้ชั้นน่ารักมั้ย นางก็จะแบบว่า อือ ๆ ก็ดี ซึ่งเราไม่อยากได้คำตอบนั้นไง เราก็จะถามไปจนกว่าเขาจะให้คำตอบที่เราพอใจ มอส : เป็นคนที่ถามเราเพื่อให้เราตอบคำถามที่ตัวเองต้องการ ดีเจแนน : มีคำตอบอยู่แล้ว~ เเบงค์ : ช่ายย อย่ามาเปลี่ยนคำตอบสนิทกันมากจนรู้ว่าอีกคนชอบดอกไม้ ชอบธรรมชาติ มอส : จริง ๆ ผมก็ให้ดอกไม้เขาทุกวันอยู่เเล้ว แบงค์ : คือเขาเป็นคนที่รู้ว่าผมชอบดอกไม้ เพราะว่าผมเคยบอกเขาว่าผมชอบไปเที่ยวธรรมชาติมากมันจะมีเเต่สีเขียว เเต่ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติคือทุกครั้งที่มันมีสีที่ไม่ใช่สีเขียวโผล่ออกมามันเหมือนแบบ ความสวยงามจากธรรมชาติ ผมก็เลยเป็นคนที่ชอบดอกไม้ เวลาไปไหนเขาก็ชอบให้ดอกไม้ผม ผมเคยได้ยินนักจิตวิทยาเขาพูดว่า ถ้าเราหาความสุขจากอะไรแบบง่าย ๆ ไม่ได้ เราพยายามมองไปที่ดอกไม้ บางครั้งดอกไม้อาจจะสร้างความสุขให้ด้วยสีของเขา เขาเลยอยากให้ผมมีความสุขเพราะเขาไม่กล้าพูด เขาก็เลยทำแทน ดีเจเเนน : เเล้วโอเคมั้ยล่ะ? แบบไม่พูดเเต่ว่าก็ซื้อดอกไม้ให้แทน แบงค์ : แรก ๆ ก็ได้เเต่ว่าหลัง ๆ โลภ ดีเจแนน : คืออยากได้ดอกไม้ด้วยเเล้วก็อยากให้เขาพูดด้วยอ่อ เเบงค์ : แต่หลัง ๆ มีเเอบพูดบ้าง~รู้จักกันมา 3 - 4 ปี สถานการณ์ที่เราทั้งคู่แค่มองตาก็รู้ใจ มอส : เวลาตอบคำถามเราคำถามซักอย่างนึง ผมเป็นคนที่ตอบคำถามไม่ค่อยสวย เเต่เขาจะเป็นคนตอบคำถามสวย เราก็ตอบแบบผู้ชายตอบ ใจความให้มันได้อะไรเงี้ย เเบงค์ : เราติดดูนางงาม เเต่เขาจะพูดไปเรื่อย มอส : พอเราตอบคำถามไม่สวยปุ๊บ เขาก็จะนอยละ เธอต้องตอบให้สวยกว่านี้ ตอบให้ดีกว่านี้เเล้วในคำตอบนั้นจะมีการตีกันอยู่ ทางสีหน้าแววตาที่มันเปลี่ยนไปซึ่งคนไม่รู้เลย เป็นการตอบที่ดูดี แปลก ๆ มันอยู่ที่คำพูดที่ซ่อนอยู่ ซึ่งเราจะรู้เเค่ 2 คน เเล้วก็เวลาออกงานเวลาเดิน มองตา ทุกอย่างเราจะรู้ละว่าต้องการหรือไม่ต้องการ สมมุติเดินไปแล้วมีบางอย่างที่ไม่สามารถพูดได้ ณ ตรงนั้น เขาหันหน้ามาเเล้วหันกลับไป เเค่นี้เราก็รู้เเล้วว่าเขาต้องการอะไร ดีเจดาว : หรอ แล้วเขาต้องการไรอ่ะ? มอส : เขาต้องการให้เราอ่ะไปเรียกใครซักคนก็ได้ ไปดึงเขากลับมา ดีเจเเนน : เหมือนเป็นฟีลเชื่อมจิตเหมือนกันนะ มอส : ช่ายยย เเบงค์ : ผมเห็นเขาก็จะรู้เเล้วว่าโอเค สิ่งเนี้ยคือสิ่งที่เขาไม่โอเคละ ต้องทำไงก็ได้ให้สถานการณ์มันพลิกกลับมาเป็นโอเคให้ได้สรรพนามที่ทั้งคู่เรียกแทนกัน เเบงค์ : ถ้าหมั่นไส้จะเรียกว่า ‘ตะมอส’ ถ้าปกติก็แมม ‘แมม’ ดีเจเเนน : แมม? เเบงค์ : เพราะว่าเขาชื่อเเมมอส เมื่อก่อนเรียกคนเดียว เเต่ตอนนี้คนเรียกคนเรียกตามก็เลยคอยต้องเปลี่ยน มอส : ของผมถ้ารู้สึกว่าเริ่มตีกันเเล้วเรียกว่าแบงค์ ถ้าอารมณ์ดีจะเรียกเธอเวลาหยุมกัน มอสหลงเป็นคนเริ่มก่อน เเบงค์ : เขา 100% หลักฐานเต็มไลฟ์ เต็มติ๊กต่อก มอส : ไม่จริงงๆๆๆ ~ ดีเจแนน : มีครั้งไหนมั้ยที่แบบมันเลยเถิดมาก แบบงอนจริง เเบงค์ : ทุกครั้ง555555+ คำว่าโกรธของเรามันเป็นโกรธเด็กอ่ะ ด้วยความที่พวกเราโกรธง่ายหายไว มอส : เอางี้ก่อน เขาเป็นคนปากไว ผมเป็นคนที่ขี้งอน คำปฏิญาณของผมคือถ้าฉันไม่ทำกับเธอ เธออย่ามาทำกับฉัน เเล้วถ้าฉันทำกับเธอ เธอต้องทำฉันเหมือนกัน แฟร์ ๆ ถ้าขอโทษก็หายเลยFeedback ของซีรีส์ “Sunset x Vibes (เพียงชลาลัย)” เเบงค์ : แฟน ๆ มีหลายมู๊ดมาก มีมู๊ดเป็นเเม่ อยากเป็นแฟนเเละป้าข้างบ้าน มอส : เรื่องนี้ฟีลป้าข้างบ้านเยอะ แบบว่าดูไม่ค่อยสนใจเเต่สนใจอะไรอย่างเงี้ย ดีเจแนน : เขินมั้ย? ร่วมงานกันมานานเเล้ว พอต้องมีเลิฟซีน เเบงค์ : สำหรับผม ถ้าเทียบกับเรื่องที่เเล้วอ่ะ เรื่องนี้ผมเขินเพราะว่าเขาโตขึ้น เเล้วสายตาหรือการสัมผัสมันโตขึ้น บางทีผมก็ตกใจอ่ะเพราะเรื่องนี้เขาใส่เต็ม ผู้กำกับเขาบรีฟว่าขอโรเเมนติก ด้วยความที่เขาแบบดุ ๆ อ่ะ รุนเเรงนิดนึง ดีเจแนน : เเล้วเราชอบซีนไหน เเบงค์ : ผมชอบซีนเต้นรำ เพราะว่าเป็นคนชอบดูหนังยุค 2000 อะไรงี้เเล้วมันจะมีการเลี้ยงรุ่น แบบงานพรอมแบบฝรั่ง เเต่โรงเรียนผมไม่มีไงก็เลยเเบบสานฝัน ซักครั้งในชีวิตที่จะได้เต้นรำแบบนี้ ซึ่งเป็นซีนที่ผมชอบมากที่สุดเลยอ่ะ มันโรเเมนติกมาก เเละมันเป็นการ transitions กับเลิฟซีนด้วย มีสวยงาม มันมีความศิลปะ เเล้วเธออ่ะ… มอส : ผมชอบซีนศิลปะ เเละเป็นซีนที่ผมรู้สึกว่ามันโป๊ที่สุดในเพียงชลาลัยผลการตอบรับดีมากก จนมีงาน Fansign เเบงค์ : ด้วยความที่ซีรี่ย์นี้ให้การตอบรับเเบบดีมาก เราก็เลยรู้สึกอยากตอบแทนทุกคน ทุกวันนี้เวลาออกอีเว้นท์แฟน ๆ บินมาจากต่างประเทศบ้าง ต่างจังหวัดบ้าง เพื่อจะมาหาเรา ทีนี้เราก็เลยอยากไปหาเขาบ้างเลยเกิดมาเป็นโปรเจค Fansign Sunset x Fans Vibes เราก็จะพานักแสดงทั้ง 8 คนไปเจอแฟน ๆ ทั้ง 4 ภาค มอส : สามารถซื้อบัตรได้ที่ Hunter Mall แล้วก็ Start Hunter เลยวันนี้ทางรายการEFM FANDOM LIVEก็มีเกมให้“มอส-แบงค์”เล่นสนุกสนานด้วยชื่อเกม ‘หัวหน้ามอสกับน้องแบงค์’หัวหน้ามอสจะดุขนาดไหนเเละน้องเเบงค์จะรับมือยังไง ไปดูกันเลยย (เข้าไปชมได้ในYouTube : ATIME)เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย รายการได้เปิดโอกาสให้เหล่าแฟนคลับได้เข้ามาพูดคุยกับ“มอส-แบงค์” (เข้าไปชมได้ในYoutube: ATIME) สุดท้ายนี้EFM FANDOM LIVEขอขอบคุณ“มอส - แบงค์”ที่มาร่วมพูดคุยและมอบความฟินจิกหมอนให้กับรายการ และก่อนจะจบรายการกันไปฝากซีรีส์ “เพียงชลาลัย Sunset X Vibes” ที่เพิ่งจบไป สามารถรับชมย้อนหลังได้ทางช่อง iQIYI เเละฝากวง The Dragon สามารถรับชมเเละรับฟังได้ทุก Streaming เเละช่องยูทูปชื่อ ม่องเบี้ยว เเละงานที่กำลังจะถึงคืองาน Fansign Sunset X Fans Vibes ทั้ง 4 ภาค เเล้วเจอกันนะค้าบบ~สามารถเข้าไปรับชมกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

เปิดค่ำคืนใต้แสงจันทร์ กับโมเมนต์สุดพิเศษของ “เพิร์ล - พีค” ที่อัดแน่นด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมเซอร์ไพรส์สุดยิ่งใหญ่ ประกาศชื่อด้อม PeoPle ครั้งแรก !

19 ธ.ค. 2025

เปิดค่ำคืนใต้แสงจันทร์ กับโมเมนต์สุดพิเศษของ “เพิร์ล - พีค” ที่อัดแน่นด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมเซอร์ไพรส์สุดยิ่งใหญ่ ประกาศชื่อด้อม PeoPle ครั้งแรก !

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 11 ธันวาคม 2568 ] ค่ำคืนใต้แสงจันทร์จะส่องสว่างความน่ารักมากกว่าที่เคย เตรียมยิ้มจนใจละลายไปพร้อมกับ “เพิร์ล - พีค” และ 2 ดีเจ “ดีเจโซเซฟ” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 จดหมาย “EFM FANDOM LOVE LETTERS”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ ส่งความในใจที่อยากจะบอกกับศิลปินจดหมายฉบับที่ 1 ชื่อจดหมายว่า... หนังสือบทนี้กำลังถูกอ่านอย่างตั้งใจโดยนักเขียน ขอบคุณเพิร์ลพีคที่เข้ามาเป็นบทนึงในหนังสือ เป็นเรื่องราวดี ๆ ให้เราได้อ่านและให้เราได้เรียนรู้ ในนั้นมีทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ น้ำตา นั่นเป็นความรู้สึกที่เรายินดีมาก เพราะมันทำให้เราได้รู้สึกไปพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าในบทต่อไปเรื่องราวจะเป็นยังไง เราก็พร้อมที่จะอ่านมัน ขอให้รู้ไว้ว่าพวกเราอยู่ตรงนี้ หันมาเมื่อไหร่ก็เจอ ขอให้กินอิ่ม นอนหลับ มีความสุขเยอะๆ ไว้เรามาเขียนหนังสือบทต่อไปด้วยกันอีกนะ รักที่สุดLetter #1: This letter is titled... The author is paying close attention to this chapter. Thank you so much for being a part of our book. Your story truly touched us, filling our hearts with smiles, laughter, and even a few tears. We cherish these emotions because they have brought us closer together. Whatever the future may bring, we’re excited to delve into it with you. Remember, we’re always right here whenever you need us. We wish you peaceful nights and endless joy ahead. Let’s create the next chapter together soon. You mean the world to us.จดหมายฉบับที่ 2 ชื่อจดหมายว่า... จากผู้ชมธรรมดา..ถึงศิลปินที่ไม่ธรรมดา เราอาจจะไม่ได้ติดตามทุกก้าวหรือรู้ทุกเรื่องราวของเพิร์ลพีค แต่ทุกครั้งที่ได้เห็นผลงานของคุณ รู้สึกได้ถึงความตั้งใจ ความพยายาม และหัวใจที่คุณใส่ลงไปในทุกฉาก ทุกบทบาท ขอบคุณที่สร้างเรื่องราวดี ๆ ให้ผู้ชมได้ยิ้ม ได้อิน และได้พักใจในวันที่เหนื่อย ๆ ถึงแม้เราตามอยู่ห่างๆ แต่จะคอยเป็นหนึ่งในกำลังใจเล็ก ๆ ที่ส่งให้ทั้งสองเสมอ ขอให้ทำงานอย่างมีความสุข ได้เจอโอกาสดี ๆ อีกมากมาย”Letter #2: This letter is titled... From a regular audience member to an exceptional artist. While we might not be familiar with every detail or story from Pearl Peak, we want you to know that every time we see your work, we truly appreciate the dedication, effort, and passion you infuse into each scene and character. Thank you for crafting such beautiful stories that bring smiles, help viewers connect with the characters, and provide comfort on the tough days. Even if we’re supporting you from a distance, we will always be cheering you on. Wishing you both happiness in your endeavors and hoping you discover even more amazing opportunities in the future.จดหมายฉบับที่ 3 ชื่อจดหมายว่า... ทฤษฎี “รักแรกพบ” “ไม่ใช่สาววาย แต่เพิร์ลพีคทำให้เปิดใจจากละครสลักรักในแสงจันทร์” ไม่รู้จะเริ่มคำไหนได้ดีมากไปกว่าคำว่า “ขอบคุณๆๆ” ที่ทำให้คนที่ห่างไกลคำว่าสาววายได้รู้จักโลกอีกหนึ่งใบที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เจอ ads โฆษณาโปรโมทละครได้นำพา “น้องเพิร์ล” มาเด้งบนหน้าจอแบบไม่ทันตั้งตัวจนทำให้เรากดดูต่อ และ “น้องพีค” ก็ตามมากับฉาก “แรกพบ” ของทั้งคู่ที่สถานีรถไฟ จังหวะนั้นที่ทำให้เรา “ตกหลุมรักเพิร์ลพีค” และติดตามทั้งคู่เรื่อยมา…Letter #3: This letter is titled... The concept of "love at first sight." I'm not typically a fan of BL, but watching 'Love in the Moonlight' completely changed my perspective thanks to Pearl and Peak. Honestly, I don't even know how to express my gratitude—it's like I want to say 'thank you' a million times for introducing me to something so different from the BL fans world I thought I knew. The promotional ads for the drama caught my attention and drew me in to watch more, starting with Pearl. Then, when Peak entered the scene with their unforgettable first encounter at the train station, I was hooked. That moment won me over completely, and I've been captivated by Pearl and Peak’s journey ever since.จดหมายฉบับที่ 4 ชื่อจดหมายว่า... ในวันที่มองจันทร์ฉันคิดถึงศศิน-แสนแก้วและเพิร์ล-พีค สลักรักในแสงจันทร์ทำให้เราคิดถึงเจ้าแสนแก้วกับศศินทุกครั้งที่มองพระจันทร์ อยู่ๆก็กลายเป็นคนโรแมนติกขึ้นมา เพิร์ลพีคเล่นเป็นตัวละครทั้งสองได้ดีมากๆ ไม่ได้ดูละครไทยที่ทำให้ติดหนึบแบบนี้มานานแล้ว ได้แต่คิดว่าทำไมเพิ่งค้นพบนักแสดงดีๆอย่างสองคนนี้กันนะ แต่ต่อไปนี้ไม่ว่ากระต่ายบนดวงจันทร์จะเปิดหรือปิดหน้าต่างอีกกี่บาน หรือกี่รอบ เราจะติดตามผลงานของทั้งคู่ต่อไปแน่นอนLetter #4: This letter is titled... Whenever I find myself looking up at the moon at night, my thoughts drift to Sasin-Saenkaew and Pearl-Peak. Every time I gaze at the moon, I can’t help but think of Chao Saenkaew and Sasin from "Love in the Moonlight." It instantly brings on a wave of romance! Pearl Peak portrayed both roles beautifully. It's been ages since I found a Thai drama that captured my attention like this one has. I often wonder how I only recently discovered these two talented actors. No matter how many times that moon rabbit opens or closes its windows, I’m all in for following their future projects!จดหมายฉบับที่ 5 ชื่อจดหมายว่า... จุดเริ่มต้นจากพระจันทร์ สวัสดีเพิร์ลและพีค เป็นครั้งแรกที่ได้ลองเขียนอะไรแบบนี้ แต่อยากลองทำเพื่อสนับสนุนทุกกิจกรรมที่มีเพิร์ลและพีค สิ่งที่อยากบอกทั้งสองคน คือ ทั้งสองคนเป็นนักแสดงที่ดีมาก จงเชื่อมั่น และก็ขอขอบคุณนักแสดงและผู้ผลิตละคร สลักรักในแสงจันทร์ ที่ทำให้เราได้มารู้จัก ได้มาพบกับนักแสดงคุณภาพทั้งสอง ถึงแม้เราจะพึ่งได้รู้จักกันไม่นาน แต่เพิร์ลและพีคก็เป็น 1 ในความสุขในชีวิตของเราเลย จะคอยสนับสนุนต่อไปนะ เจอกันแฟนมีตไทยLetter #5: This letter is titled... It all began with the moon. This is my first attempt at writing something like this, and I wanted to reach out to show my support for everything you do. I just have to say how incredible you both are as actors—never stop believing in yourselves! I also want to express my gratitude to the cast and producers of "Salak Rak Nai Saeng Chan" (Love in the Moonlight) for uniting us with such talented individuals. Although we've only known one another for a brief moment, you both bring so much joy into my life. I’m here to cheer you on, and I can't wait to see you at the Thai fan meeting!เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVEเมื่อแสงจากดวงจันทร์ค่อย ๆ เคลื่อนตัวมาต้อนรับ “เพิร์ล - พีค”กับค่ำคืนสุดหรรษา ที่อัดแน่นไปด้วยโมเมนต์พิเศษ และเซอร์ไพรส์ที่เปิดเผยเป็นครั้งแรกที่นี่ประกาศชื่อด้อมครั้งแรก !! ที่ EFM FANDOM LIVE เปิดตัวกลางรายการกันไปเลย สำหรับชื่อแฟนคลับ PeoPle ของ “เพิร์ล - พีค” โดยทั้งคู่ได้ให้ความหมายสุดลึกซึ้งไว้ว่า PeoPle คือ ‘ผู้คน’ ทุกคนคือคนของเรา มีจิตใจที่เชื่อมโยงถึงกัน สามารถส่งต่อความรักให้กันและกันได้ เป็นกลุ่มคนที่รักเรา และเราก็รักพวกเขาเช่นกัน ฟังแล้วอบอุ่นหัวใจสุด ๆ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ก็ขอแสดงความยินดีกับการถือกำเนิดของชาว PeoPle อย่างเป็นทางการด้วยนะแพลนเคาท์ดาวน์ปีใหม่ หลายคนอาจมีแพลนไปเที่ยวในวันสิ้นปีกัน แต่สำหรับพีคเอง เล่าว่า ตนไม่ได้มีแพลนในวันสุดท้ายของปีที่หวือหวาเหมือนคนอื่น เพราะตนเพียงอยากพักผ่อนอยู่ที่บ้านกับครอบครัวเพียงเท่านั้น อาจได้นอนข้ามปีไปเลย ส่วนเพิร์ลวางแพลนจะไปสวดมนต์ข้ามปีที่บ้านเช่นกัน ก่อนลุยงานในปีหน้าแบบเต็มที่อวยพรปีใหม่ให้กันและกัน เริ่มต้นที่พีคได้อวยพรไว้ว่า ขอให้ชีวิตอย่างมีสติและมีความสุข พร้อมฝากหนึ่งเรื่องสำคัญคือ เวลาเพิร์ลตั้งนาฬิกาปลุกในตอนเช้า รบกวนตื่นมาปิดด้วย ไม่ใช่ให้พีคเป็นคนตื่นมาปิด งานนี้เพิร์ลขอแก้ข่าวโดยเร็วว่า ตนเป็นคนที่ชอบตั้งนาฬิกาปลุกเผื่อเวลา หากตื่นในครั้งแรกเลยก็ถือว่าดีไป แต่ถ้าไม่ตื่นยังมีรอบต่อ ๆ ไป สำรองไว้อยู่ และยอมรับแต่โดยดีว่าหากนอนคนเดียวก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ถ้านอนกับคนอื่นอาจจะต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ส่วนด้านเพิร์ลได้อวยพรไว้ว่า ขอให้พีคอาบน้ำไวขึ้นกว่านี้ พร้อมเผยว่าพีคใช้เวลาอาบน้ำเป็นชั่วโมงเลย แต่มีหรือที่เจ้าตัวจะยอมปล่อยผ่านง่าย ๆ โดยพีคเล่าว่าตนอยากใช้เวลากับการอาบน้ำอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นการเริ่มต้นวันใหม่อย่างสดชื่น แต่ต้องยอมรับว่าหากในช่วงเวลาที่คับขันก็ต้องปรับตัวเช่นกัน ต้องมารอดูกันว่าปีใหม่ทั้งคู่จะสามารถปรับเปลี่ยนไปได้มากน้อยเพียงใดแชร์กิจกรรมยามว่างที่ชื่นชอบ ชาว PeoPle เตรียมจดไว้เป็นไอเดียกันได้เลย เพราะแต่ละคนก็มีสไตล์การใช้เวลาว่างที่ต่างกันสุด ๆ เริ่มต้นที่เพิร์ล เจ้าตัวเล่าว่า อยากชวนทุกคนออกกำลังกายยามว่างกันดู ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬาอะไรก็ได้ หรือแค่ออกไปวิ่งเบา ๆ ก็ยังดี พร้อมฝากอยากให้ทุกคนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองมากขึ้นด้วย ส่วนด้านพีค อยากแนะนำให้ลองใช้เวลาว่างไปกับการเล่นดนตรี เพราะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ได้ฝึกสมาธิ และได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นสกิลที่ติดตัวด้วย ซึ่งเจ้าตัวเองก็เป็นคนที่เล่นดนตรีอยู่เป็นประจำเช่นกันเมื่อเริ่มกลายเป็นพี่ดาราเบอร์ใหญ่ ‘สลักรักในแสงจันทร์’ เป็นอีกหนึ่งผลงานคุณภาพ ทั้งด้านบท การแสดง และเพลงประกอบ จึงไม่แปลกที่หลายคนจะติดตาม โดยเพิร์ลได้เล่าโมเมนต์สุดเซอร์ไพรส์ว่า คุณป้าร้านก๋วยเตี๋ยวที่ตนไปทานเป็นประจำมาหลายปี ได้เอ่ยปากทักว่า ตนแสดงละครด้วยหรอ พร้อมบอกว่าติดตามผลงานอยู่ เนื่องด้วยเป็นร้านที่คุ้นหน้าคุ้นตากันมานาน จึงไม่คิดว่าจะถูกทักจากผลงานเรื่องนี้ แต่ก็ประทับใจอย่างมาก ส่วนด้านพีค เผยว่า คุณแม่บ้านที่บ้านได้ชื่นชมการแสดงของตนว่า ดูโตขึ้นและพัฒนาขึ้นอย่างมาก ทั้งยังบอกอีกว่า เพื่อน ๆ ของเขาก็ติดตามเรื่องนี้อยู่เช่นกัน ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจจากคนในบ้านจริง ๆหลังคำว่า ‘จบบริบูรณ์’ ศศินกับเจ้าแสนแก้วจะเป็นอย่างไรต่อไป แม้ละครจะเดินทางมาถึงตอนจบอย่างสมบูรณ์แล้ว แต่เรื่องราวชีวิตของ ศศิน และ เจ้าแสนแก้ว ยังคงดำเนินต่อไป โดยทั้งคู่เผยว่าตอนจบของเรื่องยังถือเป็นช่วงคู่รักใหม่ปลามันอยู่ ส่วนหลังจากนี้ก็น่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่เติบโตขึ้น เป็นคู่รักที่อยู่เคียงข้างกันยาวนานมากขึ้น อาจมีทะเลาะกันบ้างตามประสาคู่รัก แต่ก็ถือเป็นสีสันของชีวิตคู่ พร้อมบอกว่าอาจจะมีลูกสักคน หรือไม่ก็ลูกหมาสักตัว และแซวส่งท้ายว่า หรือจะลองเลี้ยงแพะดูดีผลงานเรื่องต่อไป บทบาทใหม่ที่อยากรับเป็นพิเศษ หลังจากฝากผลงานการแสดงบทบาทดราม่าหนักในละครพีเรียดเรื่อง สลักรักในแสงจันทร์ ไปแล้ว ทั้งคู่เผยว่าผลงานเรื่องต่อไป อยากลองเปลี่ยนแนวมาเล่นคอมเมดี้หรือซิทคอมดูบ้าง ถือว่าได้ท้าทายตัวเองในมุมใหม่ ๆ ซึ่งทั้งคู่เองก็พอมีเซนส์ตลกอยู่บ้าง ทำเอาแฟน ๆ อดใจรอติดตามแทบไม่ไหว กับเคมีความตลกของทั้งคู่ ที่อาจได้เห็นผ่านผลงานใหม่ ๆ ในอนาคตสปอยเบา ๆ แต่หนักแน่น...กับ ‘Fanmeeting Together to the Moon’ แฟนมีตครั้งแรกในประเทศไทยทั้งที จะธรรมดาได้อย่างไร โดยทั้งคู่เผยว่าขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงเตรียมโชว์ต่าง ๆ อย่างเต็มที่ พร้อมการันตีว่าเป็นโชว์ที่ไม่เคยแสดงที่ไหนมาก่อนอย่างแน่นอน งานนี้เตรียมเซอร์ไพรส์ทั้งแฟนคลับและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของทั้งคู่ จึงอยากชวนทุกคนมาร่วมสัมผัสด้วยตัวเอง และรอติดตามความพิเศษที่จะเกิดขึ้นในงานกันได้เลยนอกจากการพูดคุยสุดอบอุ่นแล้ว ทางรายการ EFM FANDOM LIVEก็มีเกมมาให้ “เพิร์ล - พีค” เล่นกันด้วย มีชื่อเกมว่า ‘(จุด จุด จุด) ในแสงจันทร์’งานนี้จะฟินขั้นสุดหรือจะเรียกเสียงหัวเราะได้มากน้อยแค่ไหน ? ไปชมกันเลยย !(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)เติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้กับโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “เพิร์ล - พีค” โทรกลับมาทักทายแฟน ๆ แบบ Exclusive ! สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “เพิร์ล - พีค” ที่มาสร้างสีสันให้ค่ำคืนใต้แสงจันทร์ครั้งนี้เต็มไปด้วยความประทับใจ แม้พบกันเพียงครั้งเดียว แต่ยังคงตราตรึงในหัวใจตลอดไป เช่นเดียวกับซีรีส์ ‘สลักรักในแสงจันทร์ Love In The Moonlight’ ที่ทุกคนยังสามารถรับชมย้อนหลังกันได้ทางแอปพลิเคชัน OneD และขอฝาก PearlPeak First Fanmeeting Togather to the Moon ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 25 มกราคม 2568 ณ Phenix Grand Ballroom เตรียมกดบัตรพร้อมกันในวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคมนี้ ! และอย่าลืมติดตามผลงานอื่น ๆ ของทั้งคู่กันด้วยนะคะสามารถเข้าไปรับชมความน่ารัก เติมความฟินกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

album
efm
-

-