‘ฟอส – บุ๊ค’ นักแสดงนำจากซีรีส์ “ชอกะเชร์คู่กันต์” กับมิตรภาพ ความสัมพันธ์ที่มีต่อกันตลอด 15 ปี !

EFM FANDOM RECAP

‘ฟอส – บุ๊ค’ นักแสดงนำจากซีรีส์ “ชอกะเชร์คู่กันต์” กับมิตรภาพ ความสัมพันธ์ที่มีต่อกันตลอด 15 ปี !

26 เม.ย. 2023

       สวัสดีชาวเด็กฝึกงานทุกท่าน ! วันนี้บริษัท EFM Fandom live มาเชิญชวนทุกท่านไปครื้นเครงกับ 2 หนุ่มสุดฮอตที่กำลังมาแรงอย่างมากในช่วงนี้กับ “ ฟอส จิรัชพงศ์ ”  และ “ บุ๊ค กษิดิ์เดช ” จากซีรีส์เรื่อง “ ชอกะเชร์คู่กันต์ A Boss and a Babe ” ความสนุก ความฮาจะเป็นอย่างไรนั้น มาติดตามไปพร้อมกันได้เลย

 

       ก่อนที่จะไปร่วมพูดคุยกับทั้งสองหนุ่มวันนี้นั้น เรามาเริ่มความจอยกันที่เหล่าแฟนคลับของทั้งคู่ เพื่อล้วงลึกความเป็น ฟอส - บุ๊ค ในแบบฉบับชาวแฟนคลับเล่าสู่กันฟังเลยดีกว่า

 

“ กัปตันฟอส ตำนาน อยู่ทุกด้อม ยกเว้นด้อมตัวเอง ”

 

      เปิดประเดิมมาด้วยคำถามยอดฮิตของเรากับฉายาที่เหล่าแฟนคลับไว้ใช้เรียกหนุ่มฟอส มาดูกันว่าจะมีชื่ออะไรกันบ้างนั้น บอกเลยว่าแต่ละอันปังมากเลยทีเดียว อย่างชื่อแรกที่แสนคุ้นเคยอย่าง ‘ แด๊ดดี้ฟอส ’ ที่มาจากคลิปไวรัลในตำนานอย่างการปลุกหนุ่มบุ๊คในรายการเซฟเฮ้าส์ จนทำเอาหนุ่มบุ๊คของเรารู้สึกคิดถึงพ่อขึ้นมาทันที หรือฉายา “ กัปตันฟอส ” ที่ชอบเป็นพยานคู่รักคนอื่นจนถูกแซวไปว่า ชอบอยู่ทุกด้อม ยกเว้นด้อมตัวเอง เรียกได้ว่าเป็นชิปเปอร์ตัวเต็งบนทวิตเตอร์เลยก็ว่าได้ และนอกจากนี้ก็ยังมี ‘ พ่อแมว ‘  ที่ถูกแซวเพราะเป็นทาสแมวอย่างแท้จริง

 

“ พี่เดชจะเป็นโมจิ ”

 

       มาต่อกันที่หนุ่มคนที่สองของเรา กับ บุ๊ค กษิดิ์เดช กับฉายาที่ได้มาจากความน่ารักอย่าง ‘โมจิ’  ที่เปรียบความมุมิของหนุ่มบุ๊คเป็นเหมือนโมจิขนมสุดน่ารัก และถ้าเมื่อไหร่ที่หนุ่มบุ๊คของเราลงรูปสุดหล่อเท่ ก็จะกลายเป็นร่าง “ พี่เดช ” ที่ทำแฟนคลับละลายกันไปตามๆ กัน

 

“ ชาวบรรณา (รัก) บุ๊ค ที่สุดเลย ”

 

       นอกจากความน่ารักของหนุ่มบุ๊คที่ทำชาว EFM Fandom Live เอ็นดูไปตามๆ กันแล้ว ชื่อแฟนคลับก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งชื่อที่น่ารักมากเช่นกันกับ “ ชาวบรรณา ” จากด้อมบรรณารักบุ๊ค ที่ถูกตั้งขึ้นผ่านตัวหนุ่มบุ๊คเองที่ให้นิยามกับชื่อนี้ว่า อยากที่จะให้เหล่าแฟนคลับทุกคนเป็นเหมือนบรรณารักษ์ที่คอยปกป้อง ดูแลหนังสือเล่มนี้ไปเรื่อยๆ เคียงข้างและเดินด้วยกันตลอดไป ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่ลึกซึ้งอย่างแท้จริง

 

       ส่วนหนุ่มฟอสตอนนี้นั้นก็ยังไม่มีชื่อด้อมที่ปล่อยออกมาอย่างแน่นอน แต่เหล่าแฟนคลับก็ยังคงรอคอยได้ ไม่ได้เร่งรีบ ขอเพียงแค่เป็นที่มีความหมายและมาจากความตั้งใจจากหนุ่มฟอสก็เพียงพอ

 

สุดท้ายนี้แฟนคลับทุกคนก็มีข้อความมาฝากถึง ฟอส -บุ๊ค ว่า…

 

        แฟนคลับทุกคนเห็นถึงความตั้งใจทั้งฟอสและบุ๊คในทุกด้านเสมอ ไม่ว่าทั้งคู่อยากที่จะทำอะไรหรืออยากที่จะเป็นอะไร ทุกคนพร้อมที่จะซับพอร์ต ใช้ชีวิตที่อยากจะเป็นได้เลย พวกเราพร้อมที่จะเป็นกำลังใจตรงนี้ ไม่ว่าทั้งคู่จะไปทางไหนซ้ายหรือขวา หรืออยากไปไกลแค่ไหน แฟนคลับทุกคนพร้อมซับพอร์ตเสมอ ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม หันกลับมาก็จะเจอพวกเรา และจะดูการเติบโตของทั้งคู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ตลอดไป

 

         และก็จบไปแล้วกับการร่วมพูดคุยกับเหล่าแฟนคลับ แต่ความความสนุกความจอยยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะช่วงที่สองของเราทั้งสองหนุ่มฟอส - บุ๊ค จะมาเล่าวีรกรรม กับความเป็นเป็นเพื่อนอันยาวนานถึง 15 ปี !

 

“ แด๊ดดี้ฟอส น่ารักกว่าที่คิด ”

 

       อย่างที่บอกว่าใครหลายคนก็มักจะบอกว่าฟอสเองบุคลิกของเขามีความเป็นแด๊ดดี้สูงมาก บุ๊คก็ยังได้กล่าวอีกว่า ตัวฟอสเค้ามักที่จะบ่นใส่บุ๊คเสมอในหลายๆ เรื่อง แต่หลายสิ่งหลายอย่างที่เค้าบ่นไป ก็เพราะเค้าแสดงความเป็นห่วงใยเราในหลายๆ เรื่อง มุมนี้เราเลยคิดว่าเค้าจึงมีความเป็นพ่อสูง เลยกลายเป็นว่าใครหลายคนคงเรียกเขาจากนิยามนี้ แต่บางมุมฟอสเขาก็ยังมีความเป็นเด็กอยู่ในตัวอย่างวันไหนที่เขาเหนื่อยเขาก็จะมีมุมมางอแงกับบุ๊คบ้างเช่นกัน

 

“ ความฮอตของฟอส กับ จุด (.) ทรงพลัง ”

 

        ด้วยความที่ทั้งฟอสและบุ๊ค รู้จักกันมาตั้งแต่อนุบาล ก็เลยอยากให้เล่าวีรกรรมของหนุ่มฟอสให้ฟังหน่อยว่าเป็นอย่างไรบ้างตอนอยู่โรงเรียน อย่างที่บอกว่าถึงทั้งคู่จะรู้จักกันก็จริงแต่ว่าก็อยู่คนละกลุ่มอยู่ดี แต่สิ่งที่การันตีได้เลยก็คือความฮอตของหนุ่มฟอสที่บอกได้เลยว่าฮอตปรอทแตกอย่างแท้จริง เพราะมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ฟอสเล่นเฟสบุ๊ค แล้วโพสต์แค่จุด(.) จุดเดียว แล้วคนก็มาไลค์ประมาณ 3-4 พันกันเลยทีเดียว ก็เลยทำให้บุ๊คตัดพ้อกับตัวเองว่าเราลงรูปตั้งเยอะ แต่ไลค์ก็ยังไม่เท่าฟอสซักที อันนี้จึงเป็นต้นกำเนิดของจุดทรงพลังในตำนานนั่นเอง

 

“ การคุยกัน สำคัญที่สุด ”

 

     อย่างที่บอกว่า ถึงแม้จะรู้จักกันมานานแค่ไหน แต่เราก็ต้องมีทั้งจุดกึ่งกลางซึ่งกันและกันเสมอ ทั้งฟอสและบุ๊คได้พูดกับทางรายการว่า ทั้งคู่ใช้วิธีการละลายพฤติกรรมซึ่งกันและกันด้วยการพูดคุยกันอยู่เสมอ เพราะเวลาคนเราอยู่ใกล้กันมากๆ มันก็ต้องมีเรื่องทะเลาะกันมาบ้าง ดังนั้นการพูดคุยจึงถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราเลยมักจะเคลียร์กันคุยกันในทุกเรื่อง เพื่อที่จะไม่ได้มีอะไรมาขัดข้องและสามารถทำงานไปด้วยกันได้อย่างมีความสุขอีกด้วย

 

“ ความแตกต่างของห้องฟอสบุ๊ค ”

 

       ตัวฟอสเองได้บอกเล่าว่า เค้าเคยไปห้องบุ๊คแล้วบุ๊คเองก็เอ่ยปากมาว่า ‘ ห้องอาจจะรกนิดนึงนะ ’ แต่พอสิ่งที่เห็น กลับเป็นคนละอย่างกันไปเลย เพราะห้องบุ๊คสะอาดมากๆ ทุกอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งเสื้อผ้าและ หนังสือ แล้วโทนห้องก็เป็นสไตล์มูจิอีกด้วย เพราะว่าเขาตกแต่งด้วยตัวเอง ซึ่งบุ๊คก็แอบหัวเราะและบอกมาว่า อาจจะด้วยเหตุผลว่าบุ๊คเป็นภูมิแพ้ด้วย ก็เลยจะต้องรักษาความสะอาดอยู่ตลอดเวลา ส่วนห้องฟอสตัวบุ๊คเองก็ได้บอกว่า จริงๆ แล้วห้องที่บ้านของเขาเองสะอาดและก็หอมมาก แต่ด้วยความที่ต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา ฟอสก็เลยย้ายมาอยู่ยังคอนโด ซึ่งอยู่กับเพื่อนอีกที ก็เลยอาจจะมีของเยอะไปบ้าง เพราะด้วยบางทีเราได้ของมาจากแฟนคลับ ก็ต้องเก็บไว้ที่นั่นด้วย ห้องก็เลยอาจจะของมากกว่าเดิมไปบ้าง

 

ฟอส - บุ๊ค กับโมเมนต์ความประทับใจกับเหล่าแฟนคลับ

 

      ทางรายการก็อยากให้ทั้งคู่ได้เล่าถึงโมเมนต์ความประทับใจในตัวแฟนคลับที่ยังคงเป็นความทรงจำดีๆ ในชีวิตให้ฟัง ซึ่งบุ๊คเองก็นึกได้หนึ่งเรื่อง ว่าครั้งหนึ่งบุ๊คเคยรู้สึกหมดแพชชั่นในการทำงาน ซึ่งวันนั้นเขาได้ไปทำงานมาแล้วปรากฏว่าไม่มีใครมาดูเลย เลยกลายเป็น Bad Day ของเราวันหนึ่ง แต่พอกลับมาถึงตึกก็ดันเจอแฟนคลับคนหนึ่งที่ยืนรอเราอยู่ที่ตึกพร้อมกับเอาขนมมาให้และเขียนโพสอิทว่า “ สู้ๆ นะ รอดูรายการอยู่นะ ” ซึ่งมันกลายเป็นสิ่งที่ฮีลใจเขามากๆ ในวันนั้น อาจจะเพราะว่าเขาเองไม่เคยที่จะชื่นชอบศิลปินคนไหนเลย การที่ใครซักคนให้ของกับเขา หรือทำอะไรซักอย่างให้ เลยกลายเป็นความรู้สึกที่อิมแพ็คกับสิ่งเหล่านั้นมาจนถึงทุกวันนี้

 

     และคำถามสุดท้ายที่ทาง EFM Fandom Live ก็คงไม่มีอะไรสำคัญไปมากกว่าการที่ให้ทั้งสองคนบอกความในใจที่มีต่อกันและกันกับมิตรภาพความเป็นเพื่อนกันมาอย่างยาวนาน

 

Force to Book

    “อาจจะมีเป็นห่วงอย่างหนึ่ง อยากบอกบุ๊คว่า บางสิ่งบางอย่างเราอาจจะควบคุมไม่ได้ อะไรเข้ามาก็รับไว้ทุกอย่างไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี เราอยากให้ลองมีความสุขกับมันดู สุดท้ายแล้วมันก็คือชีวิต ที่อาจจะมีวันที่แย่ แต่ก็ยังมีคนที่อยู่ข้างหลังเรา และคอยซับพอร์ตเราเสมอ อย่าเครียดมาก เพราะสิ่งที่ยังเป็นห่วงก็คือเรื่องสุขภาพของบุ๊คเอง เพราะเรื่องการนอนดึกของเขา เราก็อยากให้บาลานซ์ให้โอเค ก็เป็นห่วงบุ๊คและรักบุ๊คเสมอครับ”

 

 

Book to Force

      “จริงๆ เรา2คนก็ผ่านเรื่องราวมาด้วยกันเยอะ และเรารู้ว่าส่วนใหญ่ฟอสเวลามีอะไรจะไม่ค่อยพูด แล้วบางทีเราก็ยังไม่รู้ว่าเค้าจะยังมีเซฟโซนมั้ย แต่เราก็ยังอยากที่จะให้เวลามีอะไรก็สามารถมาระบายกับเราได้ อย่าเก็บไว้คนเดียว เพราะทุกอย่างย่อมผ่านไปได้เสมอ มีอะไรก็สามารถบอกบุ๊คได้เลย”

 

       เป็นยังไงกันบ้างชาว EFM Fandom Live ก็หวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกท่านรู้สึกเอ็นดูและรักทั้ง หนุ่ม ฟอส และ บุ๊ค มากขึ้นไปเรื่อยๆ เลยน้า

 

        สุดท้ายนี้ก็ขอฝากผลงานที่กำลังออนแอร์อยู่ตอนนี้กับซีรีส์ “ ชอกะเชร์คู่กันต์ A Boss and a Babe ”  ที่กำลังมีเนื้อหาดำเนินไปอย่างเข้มข้น และเร็วนี้ๆ ก็กำลังจะมีคอนเสิร์ตที่ทั้งฟอสและบุ๊คได้ไปร่วมสนุกด้วยกับ LOVE OUT LOUD FAN FEST 2023 จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น ก็อย่าลืมไปติดตามในทุกๆ ผลงานของทั้งคู่เลย

 

ภาพ EFM Fandom Live

related EFM FANDOM RECAP

ลูกหมี - ซอนญ่า 2 สาวสุดฮอตจากจอซีรีส์สู่เวทีแฟนมีต! บุก EFM FANDOM LIVE เปิดใจถึงเส้นทางดูโอ้ พร้อมจัดเต็มความสนุกที่แฟน ๆ ไม่เคยเห็นมาก่อน!

11 ก.พ. 2025

ลูกหมี - ซอนญ่า 2 สาวสุดฮอตจากจอซีรีส์สู่เวทีแฟนมีต! บุก EFM FANDOM LIVE เปิดใจถึงเส้นทางดูโอ้ พร้อมจัดเต็มความสนุกที่แฟน ๆ ไม่เคยเห็นมาก่อน!

รายการ EFM FANDOM LIVE [6 กุมภาพันธ์ 68] คืนนี้ต้อนรับ 2 สาว “ลูกหมี - ซอนญ่า” พร้อมพูดคุยเม้าท์มอยกับ “ดีเจโซเซฟ” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ๆดีเจอ่าน 5 จดหมาย “EFM FANDOM LOVE LETTERS”ที่ถูกเลือกมาจากแฟนๆส่งความในใจที่อยากจะบอกศิลปินเข้ามาจดหมายฉบับที่ 1 ชื่อจดหมายว่า... นี่เป็นความน่ารักที่สุดในโลกแล้วหรือยัง นี่เป็นความน่ารักที่สุดในโลกแล้วหรือยัง หรือเธอยังน่ารักได้มากกว่านี้อีก — ประโยคนี้ยกให้ ลูกหมี - ซอนญ่า เวลาที่แฟนคลับเห็นลูกหมีซอนญ่าอยู่ด้วยกันแล้วเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กัน สิ่งนี้มันทำให้แฟนคลับรู้สึกอยากร้องไห้ตลอดเวลา ดีใจที่พาร์ทเนอร์ของเรามีพื้นที่และความสบายใจให้กัน ขอบคุณที่ลูกหมีและซอนญ่าได้มาเป็นพาร์ทเนอร์กันนะ ขอบคุณทุกความน่ารักที่มอบให้แฟนคลับตลอดเวลา รักลูกหมีซอนญ่าไม่เคยเสียใจเลยLetter #1: This letter is titled... Could there be anything cuter than this? Isn't this just the cutest thing ever? Or can it get even cuter? This message is for Lookmhee and Sonya. Whenever fans witness Lookmhee and Sonya together, supporting one another in such a safe and comforting way, it brings tears of joy to our eyes. I truly appreciate how our beloved partners create a nurturing space for each other. Thank you for making Lookmhee and Sonya a team. Your endless cuteness fills our hearts with happiness every day. I adore Lookmhee and Sonya and wouldn't change a thing about it!จดหมายฉบับที่ 2 ชื่อจดหมายว่า... สำนักข่าวผู้เฝ้าระวังคนคลั่งรัก (สาววาย) ข่าวด่วน! นักวิจัยพบสารเคมีใหม่ในอากาศ “เคมีลูกหมีซอนญ่า” ติดง่ายกว่า PM2.5 จากการทดลองพบว่า การรับชมความสัมพันธ์ของลูกหมีซอนญ่าที่เต็มไปด้วยพื้นที่วางใจของกันและกัน ความน่ารัก อบอุ่น ธรรมชาติ เป็นตัวเอง ส่งผลให้ผู้ชมมีโอกาส "ตกหลุมรักถาวร" สูงถึง 99.99% แม้เพียง 3 วินาที ด้านแฟนคลับต่างร่วมส่งข้อความขอบคุณให้กับทั้งคู่ที่มอบความสุขและแรงใจให้กับชาวแก๊งเสมอมา #AlwayssupportLMSY #ขอเป็นคิว0พี่ตี๋บางแคLetter #2: This letter is titled... A news agency that monitors infatuated fans (fangirls). Exciting news! Researchers have discovered a new chemical in the atmosphere, known as “Lookmhee Sonya” chemistry, and it’s even more contagious than PM2.5! Studies reveal that immersing oneself in the delightful and trusting vibes of Lookmhee Sonya, filled with love, cuteness, warmth, and authenticity, gives viewers an incredible 99.99% chance of “falling in love forever,” even if just for a brief three seconds. Fans have been expressing their heartfelt gratitude to the couple for consistently spreading joy and motivation within the community. #AlwayssupportLMSY #PleaseBe0QueueP’TeeBangkhaeจดหมายฉบับที่ 3 ชื่อจดหมายว่า... little star around the shining moon หาก ลูกหมี - ซอนญ่า คือ พระจันทร์ และแฟนคลับ คือ ดวงดาว แม้พระจันทร์จะถูกมองเห็นได้ในยามค่ำคืนสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับดวงดาวนั้น พระจันทร์มีแสงสว่างในตัวเอง และจะถูกมองเห็นโดยเหล่าดวงดาวเสมอ ไม่ว่าดวงดาวจะมีจำนวนมหาศาล หรืออาจจะมีน้อยนิด แต่โปรดจงรู้ไว้ว่าพระจันทร์จะมองเห็นดวงดาวส่องสว่างอยู่ข้างๆเสมอ และไม่มีวันทิ้งกันไปไหน ถึงแม้ในสักวันพระจันทร์กับดวงดาวอาจจะโคจรไกลกันแค่ไหนก็ตามLetter #3: This letter is titled... Sweet little star twinkling around the lovely moon. If Lookmhee - Sonya represents the moon and the fans symbolize the stars, it’s important to remember that while the moon is often only visible to the world at night, it shines for the stars no matter the circumstances. The moon will always be aware of the stars twinkling by its side, and despite the distance that may sometimes come between them, they will never truly be apart. They share a bond that ensures they are always connected, no matter where their paths may lead.จดหมายฉบับที่ 4 ชื่อจดหมายว่า... หัวใจขายได้สามล้านห้า ขอยกให้ลูกหมีซอนญ่าไปฟรีๆ อยากบอกว่าเรารู้สึกขอบคุณโชคชะตาอยู่เสมอเลยค่ะ ที่ทำให้เราได้มาเจอแล้วก็รัก ลูกหมี - ซอนญ่า ขอบคุณที่คอยมอบความรักดีๆให้ เราภูมิใจมากเลยนะที่ได้เป็นแฟนคลับของลูกหมีซอนญ่า ภูมิใจจนอยากป่าวประกาศให้คนทั้งโลกรู้เลยว่าการเป็นแฟนคลับของลูกหมีซอนญ่าเป็นเรื่องโชคดีของเราขนาดไหน ลูกหมีซอนญ่าน่ะก็รักตัวเองได้เยอะๆเลยนะคะ รักให้มากพอจนสามารถแบ่งความรักที่ล้นนั้นส่งต่อมาให้เราได้ แค่นี้ก็เป็นความสุขของเราแล้วค่ะLetter #4: This letter is titled... You know, my heart is worth three and a half million Baht, but I'm more than happy to share it with Lookmhee - Sonya without for free. We are truly thankful to destiny for bringing us the wonderful opportunity to meet and love Lookmhee Sonya. Your constant love means the world to us, and it fills us with pride to call ourselves fans of Lookmhee Sonya. We feel so fortunate that we want to share our joy with everyone, celebrating just how special it is to be supporters of Lookmhee Sonya. Lookmhee Sonya, we hope you cherish yourself deeply and embrace that abundant love, sharing it with us. This brings us immense happiness.จดหมายฉบับที่ 5 ชื่อจดหมายว่า... ต้าวแฝดสุดซี้ L[ove] Y[ou] S[o] M[uch] ดีใจกับน้องทั้งสองคนที่ประสบความสำเร็จนะคะ จะมีแฟนมีตที่ไทยแล้ว เย้ๆ อยากบอกว่า L[ove] Y[ou] S[o] M[uch] ข้อความธรรมดาๆ ที่เราเอามาจากชื่อของทั้งสองคน ก็คือ #LMSY เอามาสลับตำแหน่งกันนั่นเอง ก็เลยอยากใช้ข้อความธรรมดาๆ นี้ส่งไปหาทั้งสองคนว่า ถึงจะไม่เคยเจอกัน แต่ก็ขอบคุณสำหรับเอเนอร์จี้ดีๆ น่ารักๆ ฮาๆ เวลาอยู่ด้วยกัน รักมากๆ เลยน้า ไว้มีโอกาสจะไปเจอให้ได้เลย โชคดีกับแฟนมีตและรอติดตามผลงานนะคะLetter #5: This letter is titled... The finest of twins. L[ove] Y[ou] S[o] M[uch] Congratulations to both of you on your amazing achievement! I’m so excited about the upcoming fan meeting in Thailand—how wonderful! I want to share a heartfelt message, L[ove] Y[ou] S[o] M[uch] , which creatively combines parts of your names. Even though we've never met, I truly appreciate the good vibes, cuteness, and humor you bring when we’re together. I adore both of you so much, and I hope to meet you someday. Wishing you tons of luck with the fan meeting, and I can't wait to see more of your wonderful work!ถึงเวลาที่แฟน ๆ ชาวด้อมรอคอยกันแล้วว~~เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVEเราจะมาพูดคุยกับ “ลูกหมี - ซอนญ่า”“ลูกหมี-ซอนญ่า” กับของขวัญวาเลนไทน์สุดคูลที่ไม่มีใครคาดถึง! ลูกหมี : จะให้แม่บ้านซอนญ่า 10 คน! เพราะซอนญ่าชอบทำงานบ้านเกินไป แล้วแทนที่จะเอาเวลาซักผ้า ตากผ้า พับผ้ามาอยู่กับเรา ก็เลยคิดว่าถ้ามีแม่บ้านช่วย ซอนญ่าจะได้ไม่ต้องทำเอง จะได้มีเวลาพักผ่อนบ้าง ซอนญ่า : หนูเครียดมากช่วงนี้ ไม่มีเวลาพับผ้าเลย 5555 ลูกหมี : คุย ๆ อยู่ก็แบบ “เดี๋ยวไปตากผ้าแป๊บนึงนะ” ซอนญ่า : ก็เฟซไทม์ให้ดูเลยว่าตากผ้าอยู่จริง ๆ วันนึงสามตะกร้า! เพราะหนูจะเป็นคนที่ซักผ้าทีเดียวทั้งบ้าน อาทิตย์ละครั้ง ซักให้แม่ด้วย บางทีซักเสร็จกลับบ้านมาไม่มีเวลาพับ แม่ก็พับให้ โชคดีที่แม่หนูก็ชอบพับผ้าเหมือนกัน ครอบครัวเราชอบทำงานบ้านกันเอง บางทีเครียด ๆ พับผ้าก็ช่วยให้หายเครียดได้ ซอนญ่า : ส่วนหนูให้เครื่องบินเลยค่ะ! จะได้ไปเที่ยวได้ทุกที่ เพราะหมีชอบเที่ยวมาก อยากไปไหนก็ไปได้เลย ลูกหมี : งั้นเอาแม่บ้านไปขับเครื่องบินด้วยเลย5555 รวมกัน!ถ้าได้เครื่องบินมา สถานที่แรกที่ “ซอนญ่า” จะพา “ลูกหมี” ไป… ซอนญ่า : Hallstatt ค่ะ! ลูกหมี : อ๋อ… Hallstatt ที่ออสเตรีย เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศโรแมนติกมาก เงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อนและฮันนีมูน ตอนวัยรุ่นเคยไปมาแล้วครั้งนึง ซอนญ่า : วัยรุ่น? หมีพูดเหมือนหมีแก่เลยนะ 5555 ลูกหมี : ตอนนั้นยังไม่ทำงานจริงจังเท่าไหร่ รู้สึกว่าเป็นวัยรุ่นอยู่ แต่ตอนนี้ทำงานแล้วไม่ค่อยรู้สึกแบบนั้นแล้ว 5555 ถ้าได้ไปอีกรอบก็อยากไปกับซอน เพราะเราคุยกันบ่อยว่าอยากไป รู้สึกว่าเป็นเมืองที่เหมาะกับการพักผ่อนมาก ๆ ซอนญ่า : เคยไปกับที่บ้านเหมือนกันค่ะ พอได้เห็นด้วยตาตัวเองแล้วเหมือนภาพวาดเลย สวยมาก ลูกหมี : ใช่ ๆ ซอนญ่า : เลยอยากรู้ว่าตอนนี้ยังสวยเหมือนเดิมไหมนะ?จากนักแสดงสู่ดูโอ้คู่แรกของ CHANGE 2561 ลูกหมี : รู้สึกเขินค่ะ 5555 ซอนญ่า : อาจจะกดดันนิดหน่อยช่วงทำงาน เพราะเราอยากให้งานออกมาดี แต่พอทำจริง ๆ แล้วสนุกมาก ตอนถ่าย MV คือจอยสุด!รีแอคชั่นเมื่อรู้ว่า... ทั้งคู่จะมีซิงเกิลแรก ลูกหมี : ห๊าาาา! ซอนญ่า : หนูไม่คิดว่าจะจริงจังขนาดนี้เลย ตอนแรกคิดว่าแค่ร้องเพลงประกอบซีรีส์ของเรา สนุก ๆ แต่พอรู้ว่ามีซิงเกิ้ลจริง ๆ ดีใจมาก เพราะเกิดมาไม่เคยมีเพลงเป็นของตัวเอง พอเข้าห้องอัดครั้งแรก หมีต้องตื่นเต้นมากแน่ ๆ แต่พอทำจริง ๆ แล้วสนุกมาก! ลูกหมี : ใช่เลยค่ะ!เคล็ดลับเตรียมร้องเพลงแบบ “ลูกหมี - ซอนญ่า” ลูกหมี : อาบน้ำไปก็ร้องไปเลย 55555 ซอนญ่า : เราเรียนร้องเพลงจริงจังหลายคลาสเลยค่ะ ลูกหมี : ใช่ หมีเองก็ฝึกเยอะมาก ตอนแรกแค่ร้องเพลงประกอบซีรีส์ แต่พอเป็นซิงเกิ้ลจริง ๆ รู้สึกว่าต้องจริงจังขึ้น ทุกครั้งที่ร้อง เริ่มคิดมากขึ้นว่าใช้เสียงยังไงดี ที่สำคัญเลยคือซอนย่าเป็นคนเชียร์อัพตลอด ถ้าหมีร้องแล้วกลัว ซอนย่าจะบอก “หมีทำได้ ๆ ๆ” จนเรารู้สึกว่า เอ้า! เราก็ร้องได้นี่ ซอนญ่า : ด้วยบรรยากาศห้องอัด หนูว่ามันค่อนข้างจะทำให้เครียดนิดนึง ก็เลยให้กำลังใจเชียร์อัพกันบ่อย ๆ บางทีสลับกันเข้าไปอัด ถ้าใครอยู่ในห้องนานไป อีกคนก็จะบอก “สู้ ๆ นะ! เข้าไปใหม่” คอยช่วยกันตลอ“เปล่าหวง” แค่ห่วงเธอนิดหน่อย ~ ซอนญ่า : เพลงนี้เป็นเพลงที่ซอนญ่าลีด ร้องและเต้นด้วยค่ะ ครั้งแรกเลยที่เต้นจริงจัง ใน MV ต้องไปเรียนเต้นเพิ่มด้วย ได้สกิลเยอะมาก ปกติไม่ค่อยเต้น แต่เคยเรียนอยู่ พอสนิทกับร่างกายอยู่บ้าง ลูกหมี : โห เรียกว่าคนละทาง 5555 หมีไม่ใช่สายเต้น ขยับมือยังแข็งเลย ทุกครั้งที่ต้องเต้นคือเขินมาก แต่ดีที่มีซอนญ่าทำด้วยกัน เลยรู้สึกอยากลองและสนุกไปด้ว ซอนญ่า : MV ออกมาเป็นตัวเราสองคนสุด ๆ “เปล่าหวง” คือเพลงของคนปากแข็ง ตอนทำเพลง พี่ ๆ ถามว่าเรามองความรักยังไง เราก็บอกไปตามจริง พี่เขาก็แต่งออกมาเป็นเพลงนี้ วันถ่าย MV ได้ทำหลายอย่างเลย หนึ่งในนั้นคือขึ้นไปถ่ายบนดาดฟ้า หนูกลัวความสูงมาก ต้องนั่งแบบเกร็งแต่ต้องทำหน้านิ่งไปด้วย ลูกหมี : เคยโดนซอนญ่าหลอกว่ากลัวความสูงเหมือนกัน พอถึงเวลา…คนที่กลัวจริง ๆ คือหมี! ส่วนซอนญ่า…กรี๊ด สนุกอยู่คนเดียว ซอนญ่า : เรามาเล่นแล้วก็ต้อง enjoy กับ the moment สิ ลูกหมี : 555555“พื้นที่วางใจ”…ยกให้เธอ ~ ลูกหมี : ตอนคุยกันเรื่องเพลงนี้ พี่ ๆ ถามว่าความรักที่เราต้องการเป็นแบบไหน? สำหรับหมี…อยากให้ความรักมีความเป็นเพื่อนอยู่ด้วย ถ้ามีความรักแล้วเหมือนมีเพื่อนที่เข้าใจกัน ก็รู้สึกว่าสบายใจเหมือนมีเซฟโซน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน แค่มีคนนี้อยู่ก็พอ ซอนญ่า : ใน MV ก็เหมือนในชีวิตจริงเลย หนูจำได้ว่าไม่ได้บรีฟกันเยอะเลย เข้าไปแล้วก็แสดงไปตามธรรมชาติ อุ๊ย! มีอย่างนึงที่ยังไม่เคยทำด้วยกัน…ถ่ายรูปสติกเกอร์! ลูกหมี : หึ้ย เคยแล้ว! ซอนญ่า : ก็ใน MV ไง ลูกหมี : ไม่ ๆ ที่อื่นเคยก็เคย ซอนญ่า : ที่ไหน? ลูกหมี : เดี๋ยวไว้หารูปมาให้ดู ซอนญ่า : แปลว่าไม่ได้เก็บรูปกลับไป หมีขโมยไปแน่ ๆ!แฟนมีตสุดพิเศษ ที่เหล่าแฟนๆ รอคอย! ลูกหมี : จริง ๆ บัตรขายไปตั้งแต่วันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมาแล้ว ตอนนี้เหลือไม่เยอะแล้วนะคะ ก็เลยอยากเชียร์แฟน ๆ ที่ยังไม่ได้ซื้อ รีบมาหาพวกเรากันเยอะ ๆ เพราะเราไม่รู้เลยว่าจะมีโอกาสแบบนี้อีกเมื่อไหร่ แฟนมีตครั้งนี้คืออลังการและใหญ่มาก จัดที่ทรูไอคอนฮอลด้วย จุคนได้เยอะมากจริง ๆ แล้วพวกเราสองคนก็มีส่วนร่วมในการคิดโชว์เองด้วย ตอนประชุมคือได้คุยกันเลยว่า หมีอยากทำอะไร ซอนอยากโชว์อะไร แล้วก็มีหลายอย่างที่หมีเองก็แอบกลัว แต่ก็อยากให้แฟน ๆ ได้เห็น เพราะคิดว่าทุกคนน่าจะอยากเห็นเหมือนกัน ก็เลยเลือกที่จะซ้อมแล้วทำมันออกมาให้ดีที่สุดค่ะ ซอนญ่า : พูดได้ แต่ไม่สปอยล์! จะมีการเปิดตัว Official Pilot ของโปรเจกต์ใหม่ของพวกเราด้วย ให้ทุกคนลุ้นกันว่าวันนั้นจะเป็นโปรเจกต์อะไร ถือเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ให้แฟน ๆ เลยค่ะ ลูกหมี : เพราะว่าแฟน ๆ ก็รอโปรเจกต์ใหม่ของพวกเรามาสักพักแล้ว… เอ๊ะ พูดได้ไหมนะ? ซอนญ่า : อุ้ย! 55555 ไม่ใช่ ๆ เราคุยกันเฉย ๆ ลูกหมี : ซอนญ่ากระตุกทำไมอะ? หมีกลัวนะเนี่ย! กลัวพูดอะไรที่พูดไม่ได้ 55555 ซอนญ่า : ไม่ ๆ อันนี้พูดได้ค่ะ วันนั้นทุกคนจะได้ดู Official Pilot พร้อมกัน แล้วก็น่าจะพอเห็นสตอรี่ของพี่ฉอดกันมาบ้างใช่ไหมคะ? บอกเลยว่าโชว์มีหลายแนวมาก โดยเฉพาะเพลงแดนซ์! แต่ลองทายกันดูนะคะว่าเป็นเพลงอะไร หนูไม่บอกหรอก เต้นกันทั้งเพลงเลยค่ะ ลูกหมี : ห้อยหัวลงไปเลย 55555 ซอนญ่า : 15 กุมภาพันธ์นี้ ที่ ทรูไอคอนฮอล ไอคอนสยาม นะคะ! แล้วสำหรับใครที่ยังไม่ได้ซื้อบัตร ยังมีเวลานะคะ สามารถซื้อได้ที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ มีทั้งบัตรที่นั่งที่ยังเหลืออยู่นิดหน่อย และ บัตร Live Streaming Rerunสำหรับคนที่มาไม่ได้ค่ะ ลูกหมี : ใช่ค่ะ แล้วในงานเราก็มีของที่ระลึกให้แฟน ๆ ด้วยนะ ซอนญ่า : ใช่เลย! เป็น Merchandise น่ารัก ๆ มีเสื้อ ผ้าพันคอ พวงกุญแจ แล้วก็หมวกแก๊ป มีสองสี คือ ฟ้า กับ เหลือง ลูกหมี : ทั้งหมดเป็นไอเดียของพวกเราสองคนเลยค่ะ ซอนญ่า : เราสองคนช่วยกันวาดเอง! ลูกหมี : ทั้งเสื้อ ทั้งหมวก เป็นลายเส้นของซอนญ่ากับหมีเองค่ะ ซอนญ่า : ใช่ค่ะ! ก็ฝากทุกคนติดตามกันด้วยนะคะ สามารถพรีออเดอร์ได้แล้ววันนี้!นอกจากมาพูดคุย เม้าท์มอยกันแล้ว ทางรายการ EFM FANDOM LIVEก็มีเกมมาให้ “ลูกหมี - ซอนญ่า ” เล่นกันด้วย ชื่อเกมว่า “แปะหัวใจ LMSY”แล้วมาดูกันว่าทั้งสองคนจะหวงกันมากแค่ไหน~~ (เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย ทางรายการเสิร์ฟความฟินกันแบบจุกๆให้ “ลูกหมี – ซอนญ่า” ได้เลือกเบอร์โทรกลับหาแฟนคลับมาพูดคุยกัน(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) สุดท้ายนี้... รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ลูกหมี – ซอนญ่า” มากๆเลยน้าที่มาร่วมพูดคุย สร้างสีสัน ความน่ารัก สร้างความสนุก ความสุขให้กับแฟนๆ และอย่าลืมไปดูทั้งคู่เดินสับๆกันใน LMSY 1st Fan Meeting in Thailand "Be My Valentine" วันเสาร์ ที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ ที่ TRUE ICON HALL 7th FLOOR, ICONSIAM และฝากผลงานในฐานะศิลปินหญิงคู่แรกของ CHANGE 2561 กับเพลง 'พื้นที่วางใจ (MY SAFE ZONE)' และ 'เปล่าหวง (Jealous)' ไว้ด้วยน้าาาสามารถเข้าไปรับชมความฟิน ความสนุกกันได้ทางSee you next week nakaa : )

เพราะพรหมลิขิตทำให้ "โอม - เล้ง" กลับมาเจอกัน! และเสิร์ฟความฟิน พร้อมรับรางวัล EFM FANDOM AWARDS สาขา "Predestined Couple (จากกัน10ปีเจอกันอีกที เฮ้ย! พรหมลิขิตป่าว)"

15 ต.ค. 2024

เพราะพรหมลิขิตทำให้ "โอม - เล้ง" กลับมาเจอกัน! และเสิร์ฟความฟิน พร้อมรับรางวัล EFM FANDOM AWARDS สาขา "Predestined Couple (จากกัน10ปีเจอกันอีกที เฮ้ย! พรหมลิขิตป่าว)"

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 10 ตุลาคม 2567 ] คืนนี้เปิดสตูต้อนรับ 2 หนุ่ม “โอม - เล้ง” พร้อมอัพเดทพูดคุยกับ 2 ดีเจ “ดีเจแนน และ ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ เป็นการคัดเลือกชื่อ“EFM FANDOM AWARDS รางวัลพิเศษ เพื่อคนพิเศษ” จากแฟน ๆ เสนอและเปิดให้โหวต1. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “Best Friend Supporter - เพื่อนรักนักซัพพอร์ต” ได้แนวคิดนี้มาจากการติดตาม โอม – เล้ง มาเป็นระยะเวลา 1 ปี เห็นจากทุกๆงานโอมเล้งจะซัพพอร์ตกันตลอด เชียร์อัพกันเสมอ เคยได้ดู kidnap ep.0 ในสัมภาษณ์ โอมจะให้กำลังใจและสอนการแสดงเล้งตลอด ให้ความมั่นใจว่าเพื่อนทำได้ บนเวทีเวลาออกงานร้องเพลง มีงานหนึ่งโอมให้เล้งเลือกเพลง ซึ่งเป็นเพลงที่ร้องยาก แต่โอมก็ตามใจเพื่อนยอมฝึกร้องด้วย เป็นอะไรที่เห็นแล้วใจฟูมาก ดีใจที่ได้มาติดตามโอมเล้ง โอมเล้งทำให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่พร้อมสนับสนุนกันและกัน ในฐานะแฟนคลับเราก็จะอยู่สนับสนุนไปนานๆ เหมือนประโยคที่ว่า “เดินคนเดียวเดินได้ไกล แต่เดินด้วยกันจะเดินได้นาน” ขอให้เด็กๆน่ารักกันแบบนี้ตลอดไปเลยนะ2. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “เจ้าลูกหมาจ๋องกับคุณหนูป๊อปสตาร์” ที่มาของชื่อรางวัล คือ โอม - เล้ง เค้าเคยเรียนที่เดียวกันตอนมัธยมต้น ซึ่งโอมเคยให้สัมภาษณ์ไว้หลายที่มากๆ ว่าตอนนั้นเล้งคือ ตัวท๊อป ตัวปัง เป็นป๊อบสตาร์ของโรงเรียน แถมทรงยังเหมือนลูกคุณหนู ความป๊อบและความน่ารักของเล้ง ทำให้โอมไม่ค่อยกล้าคุย เป็นเหมือนเจ้าลูกหมาจ๋อง ที่แอบมองคุณหนูป๊อบสตาร์ของโรงเรียน จนวันนี้วันที่ลูกหมาจ๋องคนนั้นโด่งดังและได้มีคุณหนูป๊อบสตาร์มาอยู่ข้างๆแล้วววว บุญพาวาสนาส่งสุดๆ3. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “Predestined Couple (จากกัน10ปีเจอกันอีกที เฮ้ย! พรหมลิขิตป่าว)” แนวคิด 1 : Because Ohm and Leng met again after 10 years, the reunion of the two people was full of destiny, and the time was just right for the two people to be very suitable for each other, so I think they are destined to be a couple. แนวคิด 2 : มาจากที่น้องโอม น้องเล้ง เป็นเพื่อนกันมาก่อนตั้งแต่ม.ต้น (10ปีที่แล้ว) วันนี้พรหมลิขิต ทำให้น้องๆได้กลับมาเจอกัน ได้มาเล่นซีรีย์ด้วยกัน ได้มาเป็นพาร์ทเนอร์กัน จับมือประคับประคองเดินต่อไปด้วยกันนานๆเลยนะลูก จะซัพพอร์ตพวกหนูต่อไปค่ะ4. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “คู่หูสะท้อนมิตรภาพไร้ขีดจำกัด” เคมีระหว่าง โอม - เล้ง ไม่ได้มีแค่ในซีรีส์ที่พวกเค้าแสดงด้วยกัน แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพแท้จริงที่ไร้ขอบเขต ความสัมพันธ์ที่โอมเล้งแสดงใน social ไม่ใช่แค่สร้างความบันเทิง แต่ยังเป็นตัวแทนของความเข้าใจและการ support กันอย่างจริงใจในชีวิตจริง ความสนิทสนมและเคมีธรรมชาติที่เข้ากั้นเข้ากันที่ทำให้แฟนคลับรู้สึกอบอุ่น โอมเล้งไม่ได้แค่เป็นนักแสดงที่เข้ากันได้ดีบน social แต่เป็นคู่หูที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่เชื่อในคำว่า “มิตรภาพ”5. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “It’s great to see you Award” รางวัล It’s great to see you Award หรือให้เสียงภาษาไทยว่า รางวัลดีใจที่ได้เจอคุณนะ (เสียงเอคโค่) โดยชื่อรางวัลนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากคำบอกเล่าของ โอม ภวัต และ เล้ง ธนพล ว่าทั้งคู่เคยศึกษาอยู่โรงเรียนเดียวกันในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและได้วนกลับมาเจอกันอีกครั้งในซีรีส์เรื่อง kidnap ลับจ้างรัก ซึ่งเป็นสิ่งที่พิเศษมากๆ กับการที่เรากลับมาเจอเพื่อนในตอนเด็กของเราอีกครั้ง โดยที่ในวันนั้นเราอาจจะยังไม่ได้สนิทกัน ไม่เคยคุยกัน เห็นกันแบบผ่านๆตา ((ว่าเขาถือพานวันไหว้ครูและป๊อปมากในโรงเรียน)) แต่ในวันนี้เขาคนนั้นกลับเป็นคนที่อยู่ข้างเราทั้งในวันที่เรามีฝนตกในใจ วันที่อากาศสดใส แม้กระทั่งวันที่ช่างทาสีผิด และอีกหนึ่งสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับชื่อรางวัลนี้ก็คือ คำพูดของเล้งในวันเกิดที่บอกว่าโอมอาจจะเป็นของขวัญที่ดีที่สุดในอายุ 24 จากทั้งหมดที่กล่าวมาเลยเป็นแรงบันดาลใจของรางวัลนี้ ว่าดีใจที่เขาทั้งสองคนได้กลับมาเจอกันนะ และเขาทั้งสองคนก็คงดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้งด้วยเช่นกัน นอกจากนี้เราที่เป็นแฟนคลับก็ดีใจที่ซีรีส์เรื่องนี้พาให้เราได้มาพบ มารู้จักกับโอมเล้ง ทำให้เราได้เห็นถึงความตั้งใจ passion ในการทำงานของทั้งคู่ ความรักที่ทั้งคู่มีให้แฟนคลับ เลยอยากจะบอกทั้งสองคนเลยว่าเราดีใจที่เจอคุณ (ทั้งคู่) นะถึงเวลาของความสนุกแล้วค้าบบทุกคนมารับรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะในช่วงที่ 2 ของรายการ EFM FANDOM LIVE ต้อนรับ “โอม - เล้ง“รางวัล “Predestined Couple (จากกัน10ปีเจอกันอีกที เฮ้ย! พรหมลิขิตป่าว)” โอม : ขอบคุณแฟน ๆ มากนะครับ ชอบชื่อรางวัลนี้มาก น่ารักมากเลยนะครับ ก็เป็นพรหมลิขิตอย่างที่ทุกคนตั้งให้จริง ๆ เล้ง : ผมก็ขอบคุณสำหรับรางวัลดี ๆ ที่แบบว่าสวยงาม เเล้วก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมีรางวัลชื่ออย่างงี้ให้เราถือ ก็ขอบคุณมาก ๆ เลยครับผมออร่าของเล้งทำโอมเกร็งจนไม่กล้าเข้าไปทัก โอม : คือด้วยความที่เขาเป็นคนที่ขาว หน้าตาดี ตอนนั้นเขาได้เป็นตัวเเทนเชิญธง ถือพาน ออร่าความหล่อล้วน ๆ มีโอกาศได้คุยกับเพื่อนเล้งอีกทีนึง เวลาคุยกับเพื่อนเล้งก็จะเห็นเขาไปด้วยก็ทักทาย เเต่ว่าเวลาคุยก็ไม่รู้จะคุยอะไร เเล้วก็ไม่ค่อยกล้าคุยเท่าไหร่ ดีเจแนน : ถ้าย้อนเวลากลับไปสถานการณ์ตอนนั้น โอมกล้าจะเข้าไปคุยเเล้ว จะเข้าไปทักคำเเรกว่าอะไร? โอม : กินข้าวมั้ยเพื่อน? เล้ง : เอออ55555555+ โอม : เป็นการละลายพฤติกรรม กินไปคุยไป ดีเจเเนน : เขาถามคุณ คุณตอบว่าอะไรอ่ะ เล้ง : กินไรอ่ะ โอม : เเต่ว่าด้วยความที่ว่าเราเเบบไม่กล้าคุยไง ตอบคำถามเเบบนี้มาเราก็อาจจะเเบบ เขาเฟรนลี่ปะวะ จ๋องหนักเลยความบังเอิญที่เกิดขึ้น นอกจากเป็นเพื่อนโรงเรียนเดียวกัน เล้ง : เท่าที่ได้เป็นเพื่อนกับโอมมา คือเรา 2 คนนิสัยเข้ากันได้ มันเจ๋งมากที่คน 2 คนจะเข้ากันได้ โอม : แบบรวม ๆ ก็ยากหน่อย มันก็ไม่ได้เเบบสามารถเข้ากันได้เป็นปี คุยกับทุกคนเงี้ย ดีเจแนน : แปลว่าไลฟ์สไตล์ของคุณ 2 คนคล้ายกันปะ? เล้ง : อาจจะไม่ได้คล้ายมาก โอม : ไลฟ์สไตล์อ่ะคล้าย เเต่ Activity ไม่คล้าย ฟีลแบบชอบเล่นกีฬาเหมือนกัน Activity คนละอย่าง โอม : ผมชอบมอเตอร์ไซด์ครับ กีฬามอเตอร์สปอร์ต เคยไปแข่งมารอบนึงครับ เล้ง : ของผมช่วงนี้น่าจะเป็นเทนนิส มันเป็น 1 ในลิสต์เป้าหมายของผมในปีนี้เลยนะ เเล้วผมก็เริ่มฝึกแล้วเรียนมาประมาณซัก 2 เดือนที่เเล้ว อินมาก ๆ ก็ตื่นตี 4-5 เเล้วก็ไปตี 6-7 โมงเช้า ดีเจแนน : ปวดเเขนมั้ย? เล้ง : แรก ๆ ก็ปวดครับ วันแรกผมจำได้เลยสนุกมากตี 2 ชม. ตี ๆๆๆ ต้องไปเซ็นชื่อธนาคารมือสั่น555+ ดีเจแนน : ถอนเงินไม่ได้เเล้วลายเซ็นไม่ตรง5555+ ดีเจแนน : แฟน ๆ บอกว่าพวกคุณ 2 คนเป็นคนที่แบบมีวินัยในการออกกำลังกายมาก ทำหลายอย่างใน 1 วัน เล้ง : ของผมอาจจะไม่ขนาดนั้น เเต่ของโอมเขาจะเเบบหลาย เล่นหลายรอบ โอม : อย่างก่อนที่ผมจะมานี่ผมก็ไปยิมมา ถ้าเรามีใจเราไปตอนไหนก็ได้ ดีเจแนน : เขาเคยชวนคุยไปซ้อนท้ายมอไซด์มั้ย เล้ง : เคย ๆ ได้มีโอกาสไปดูเขาเเข่งไปกางร่มให้ วันนั้นเขาก็ชวนไปช่วงนั้นเขาเริ่มขับเเรก ๆ เเล้วอินมาก ๆ ไปเรียน ได้เห็นเส้นทางที่เขาตลอด ๆ เริ่มชอบ ซื้อรถ ซื้อชุด เเล้วก็ไปเรียน เเล้วก็เล่าให้ผมฟังตลอด เขาก็โทรมาชวนผมไปดูอีกประมาณ 2-3 เดือนข้างหน้าจะมีเเข่ง ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าว่างรึเปล่า สุดท้ายอยากไปดูเหมือนกัน เห็นเพื่อนชอบมาก ๆ ก็เลยอ่ะอยากอยู่ในสนามจริงที่เพื่อนได้ทำในสิ่งที่ชอบ ผมไปกับเขาตั้งเเต่ตี 5 ฟ้ามืดตึดตื๋อ โอมก็จะขับรถมารับที่บ้านตอนตี 4-5 ผมก็ไปนั่งดูเขาซ้อมเขาเเข่ง ก็เป็นประสบการณ์ครั้งเเรกที่แบบได้ไปดูเขาเเข่งจริง ๆ ดีเจแนน : ภูมิใจมั้ย ภูมิใจในตัวเขามั้ย? เล้ง : ภูมิในมาก ๆ คือเเบบตอนที่เขาไปวนเเข่งอ่ะ น้ำตาผมไหลออกมาแทนเขามาก ๆ แบบได้เห็นว่าเขาทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ เเล้วก็ตั้งใจจริง ๆ สนุกมาก ๆ วันนั้นกว่าที่ทั้งคู่จะเข้ากันขนาดนี้ เวลาทำงานก็ต้องมีปรับอะไรหลาย ๆ อย่าง โอม : สำหรับผมเพื่อนที่เป็นเพื่อนจริง ๆ เพื่อนทำงานอะ มีคาเเรคเตอร์ที่แตกต่างกันต่อให้เป็นคน ๆ เดียวกัน ด้วยความเล้งใหม่มา ต้องเรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่าง ก็เหมือนเเบบผมได้ remind ตัวเองกลับไปในวันแรก ๆ ของตัวเอง เเล้วก็ในวันแรก ๆ ที่เข้ามาใหม่ ๆ เลยอะ เราต้องการอะไรในวันนั้น สมมุติต้องการพี่ไกด์ไลน์ ถ้าเขาช่วยเราตรงนั้นมันจะดี เเล้วก็เหมือนสำหรับเราถ้าโอเคอ่ะเราก็ถ่ายทอดไปให้เขา เหมือนแนะนำ ๆ เพื่อปรับการทำงาน ดีเจโซเซฟ : พี่โอมเป็นคนเเนะนำแบบว่าดีมั้ย? เล้ง : ดี ๆๆ สอนผมเยอะมาก ๆ เลยนะ วิธีการทำงาน การทำงานในกองถ่ายเเล้วก็ทำงานในฐานะนักแสดง ดูคาแรคเตอร์ ภาพรวมของซีรี่ย์ มีหลายมุมมาก ๆ ที่โอมแชร์มาให้ผมไปใช้ทำงาน ดีเจแนน : มีเรื่องไหนที่หาทางออกไม่ไหนไม่เจอเลย? พอโอมไกด์ปุ๊บเก็ทเลย เล้ง : น่าจะเป็นเรื่องการทำงานกับกล้อง บล็อคกิ้ง เพราะตอนที่ถ่ายมันจะต้องบล็อคกิ้ง ตอนแรก ๆ ผมงงมาก น่าจะเป็นเรื่องที่เป็นรูปธรรมมากที่สุดที่โอมสอนผมคาแรคเตอร์ของ ‘มิน’ และ ‘คุณหนูคิว’ ใน “Kidnap ลับ จ้าง รัก” โอม : ผมรับบทเป็น มิน ก็มีจะความห่าม ๆ ลุย ๆ เต็มที่ เพราะในเรื่องมีอาชีพเป็นสตั้นเเมน ที่ไปทำงานในกองถ่าย เพื่อที่เราจะต้องหาเงินมาเลี้ยงน้องเราชื่อ เม่น เเล้วน้องป่วยตั้งเเต่เด็ก ๆ เลยต้องทำงานหาเงิน บ้านอยู่กัน 2 คน ออกไปข้างนอกก็มีความเข้มเเข็ง เเข็งแกร่ง เพื่อที่จะเผชิญกับโลกข้างนอก อยู่บ้านก็อีกมู๊ดนึงเวลาอยู่กับน้อง จะเหมือนแบบจ๋องอะ มีความกรอบนอกนุ่มใน อ่อนโยนเเต่ไม่อ่อนแอนะ ดีเจโซเซฟ : ก็ตรงกับความเป็นโอมเลยมั้ย? โอม : ผมว่าก็ตรงในบางมุม เเต่ไม่ได้ตรงกับผมตลอดเวลา ดีเจแนน : แล้วเล้งล่ะครับ คุณหนูคิว เล้ง : คุณหนูคิว ก็จะเป็นฟีลลูกตำรวจใหญ่ ที่แบบเกิดมาในฐานะครอบครัวที่ร่ำรวยมาก ๆ เเต่มีแค่พ่อคนเดียวตั้งแต่เด็ก เหมือนเเม่กับเราถูกผู้รายจับไปเเล้วเเม่เสียชีวิต เหลือพ่อเเล้วก็โตมาด้วยกัน การที่เราเสียแม่ไปก็เป็นเหตุที่ทำให้มีปัญหากับพ่อ มีปมที่ทำให้เราเป็นโรคนอนละเมอ PTSD ขั้นรุนแรง เเบบสามารถเดินตกบันไดได้ เดินแบบไม่มีสติ ถ้าได้ยินเสียงปืนเนี้ย ทุก ๆ อย่างความทรงจำที่แม่ตายจะกลับมาตลอด ๆ เป็นคาแรคเตอร์ที่ปัญหากับภายในเยอะมาก ๆ ดีเจแนน : ชีวิตจริงเคยละเมอเหมือนในเรื่องมั้ย เล้ง : น่าจะเคยแต่ไม่รู้ตัว เพราะเราก็หลับอยู่ไง5555 ผมอะชอบถามว่าเมื่อคืนกรนหรือว่าละเมออะไรรึเปล่า เพราะไม่รู้ตัวเลยถ้าเป็นอะไรจะได้ไปแก้ ดีเจแนน : เเต่ว่าในเรื่องแก้ด้วยการมัดมือนอนนะ โอม : ใช่ครับ เดี๋ยวละเมอลุกไปไหนไง ดีเจแนน : เเค่ฟังจากเรื่องย่อ ๆ ที่เล่ามา มันมีหลายมู๊ดมาก ๆ นะ มีทั้งดราม่า บู้ เลิฟซีน กุ้กกิ้ก มันสับสนงงงวยบ้างมั้ย เวลาปรับอารมณ์ โอม : มีบ้าง ด้วยความที่เป็นซีนดราม่ามันก็จะมีความคอมมาดี้อยู่ในนั้นในเวลาเดียวกัน คนเรามันโกรธอยู่มันคงไม่ได้โกรธอย่างเดียว มันก็อาจจะมีอารมณือื่นมา ในความดราม่ามีความโรเเมนติกอยู่เดินทางมาถึง EP.6 แล้ว บอกเลยต้องดู! ห้ามพลาด! เล้ง : อีพี 6 น่าจะเป็นตัวคิวเลย 1-5 ปูมาเรารู้จักกันนั่นนี่ เเต่อีพี 6 เหมือนจะเป็นอีพีที่คิวเป็นรับมินเข้ามาในโลกของเขามากขึ้น มินจะได้เห็นชิวิตคิว ความเป็นตัวคิวมากขึ้น อาจจะได้เห็นและได้รู้บางอย่างจากคิวไปเริ่มต้นด้วยพรหมลิขิตจนได้ทำงานร่วมกัน อยากบอกอีกคนว่า… เล้ง : ขอบคุณโอมมาก ๆ ที่เป็นเพื่อนทั้งชีวิตจริงเเละชีวิตทำงานที่ดี ขอบคุณที่อยู่ข้าง ๆ กันมา ขอบคุณที่ซัพพอร์ต สอนหลาย ๆ อย่างมา ขอบคุณมาก ๆ จริง ๆ สำหรับทุก ๆ อย่างเลย ก็จะอยู่ข้าง ๆ โอม จะอยู่ไม่ว่าจะเจอเรื่องดีหรือไม่ดี รักมาก ๆ ครับ โอม : ก็อยากจะบอกว่า ผ่านมาได้หลาย ๆ จนมาถึงทักวันนี้คือเก่งมากก เเบบพัฒนาตัวเองขึ้นมาตลอด สู้ ๆ อย่าเพิ่งท้อ มีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะมาก เป็นกำลังใจให้เสมอ อะไรที่ดีตอนสมัยก่อนที่ผมเจอมาแล้วรู้สึกว่าผมไม่ชอบ ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับคนอื่น ถ้ามันมีโอกาสไรเงี้ยเราก็จะเตือน ก็จะบอกตลอด ขอให้เจอเเต่สิ่งดี ๆ ขอให้ประสบความสำเร็จตามที่หวังไว้ มีความสุขมาก ๆ ในทุก ๆ วันจ้าา เล้ง : ขอบคุณค้าบบบวันนี้ทางรายการEFM FANDOM LIVEก็มีเกมให้“โอม - เล้ง”เล่นสนุกสนานด้วยชื่อเกม ‘OHM LENG ลับ จ้าง…’ ถ้าอยากรู้ว่า “โอม – เล้ง” จะได้รับจ้างอะไรบ้าง ไปดูกันเลยย(เข้าไปชมได้ในYouTube : ATIME)เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย รายการได้เปิดโอกาสให้เหล่าแฟนคลับได้เข้ามาพูดคุยกับ“โอม - เล้ง“ (เข้าไปชมได้ในYoutube: ATIME) สุดท้ายนี้EFM FANDOM LIVEขอขอบคุณ“โอม - เล้ง”ที่มาร่วมพูดคุยและมอบความสนุกสนานให้กับรายการ และก่อนจะจบรายการกันไปขอฝากซีรีส์ “KIDNAP รับจ้างรัก” ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 20:30 น. ทางช่อง GMM TV สามารถรับชมย้อนหลังทาง Netflix เวลา 21:30 น. เเละฝากเพลง “แข็งใจ” สามารถฟังได้ที่ Youtube : GMM TV Official ไปติดตามกันได้เลยจ้าา~สามารถเข้าไปรับชมกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

จะเป็นดาวดวงเล็กที่เปล่งประกายบนท้องฟ้า ให้เธอเผลอยิ้มทุกครั้งที่มองมา ต้อนรับ “ลิลลี่ - เบลเล่” ที่มาแจกความน่ารัก สดใส ใน EFM FANDOM LIVE ทำเอาแฟน ๆ ตกหลุมไปกับรอยยิ้มสุดคิ้วท์ตลอดทั้งคืน!

27 ก.พ. 2026

จะเป็นดาวดวงเล็กที่เปล่งประกายบนท้องฟ้า ให้เธอเผลอยิ้มทุกครั้งที่มองมา ต้อนรับ “ลิลลี่ - เบลเล่” ที่มาแจกความน่ารัก สดใส ใน EFM FANDOM LIVE ทำเอาแฟน ๆ ตกหลุมไปกับรอยยิ้มสุดคิ้วท์ตลอดทั้งคืน!

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ] ค่ำคืนนี้มารับความน่ารัก ซุกซนไปกับ “ลิลลี่ - เบลเล่” ที่มาสร้างความประทับใจ ฮีลปลุกพลังใจให้พร้อมไปต่อ กับ 2 ดีเจสวยหล่อ “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... The Right Angle : องศาที่หัวใจตกกระทบนามปากกา : A'Nizz ลิลลี่ นักกีฬายิงธนูรีเคิร์ฟมือหนึ่งผู้เยือกเย็น ท่วงท่าการยิงที่สมบูรณ์แบบและแววตาคมกริบทำให้เธอถูกยกย่องว่าเป็นประติมากรรมที่ขยับได้ ทว่าเบื้องหลังความสำเร็จที่ไร้ที่ติ ลิลลี่กำลังแบกรับความเจ็บปวดจากอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่ข้อมือและหัวไหล่ซ้ายจากการฝืนซ้อมหนักจนเกินขีดจำกัด เธอขังตัวเองไว้ในความกดดันที่ต้องเป็นเส้นตรงที่สมบูรณ์แบบ จนกระทั่งร่างกายเริ่มประท้วงและส่งผลให้องศาการยิงของเธอคลาดเคลื่อนไปอย่างที่เธอไม่ยอมให้อภัยตัวเอง ในวันที่โลกของลิลลี่เริ่มสั่นคลอน เบลเล่ รุ่นน้องข้างบ้านที่เป็นนักศึกษาสถาปัต ผู้เต็มไปด้วยความอบอุ่น ก็ก้าวเข้ามาในโลกที่แสนเงียบงัน เข้ามาเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเธออย่างนุ่มนวล ลิลลี่ที่เคยเป็นฝ่ายแบกความหวังของทุกคนไว้เพียงลำพัง เริ่มเรียนรู้ที่จะแบ่งปันน้ำหนักนั้นมาฝากไว้ที่เบลเล่ และยอมรับว่าเธอไม่จำเป็นต้องเก่งตลอดเวลาก็ได้เมื่ออยู่ต่อหน้าเด็กสาวคนนี้ เบลเล่ : องศาพี่ตกลงไปสองมิลนะคะ ลิลลี่ : สายตาดีเกินไปแล้วนะเรา งานสถาปัตย์เขาห้ามสายตาคลาดเคลื่อนขนาดนั้นเลยหรือไง เบลเล่ : ไม่ใช่แค่งานหรอกค่ะ แต่เพราะเบลจ้องมอง 'เป้าหมาย' ของเบลอยู่ตลอดต่างหาก เลยรู้ว่าตรงไหนที่มันเปลี่ยนไปFANFICTION #1: This FANFICTION is titled... The Right AnglePen Name : A'Nizz Lilly, a premier recurve archer, embodies grace and precision, earning the nickname "moving sculpture" with her calm demeanor and impeccable technique. However, beneath her seemingly perfect exterior lies a struggle: chronic pain in her left wrist and shoulder, the result of relentless training. She's ensnared by the relentless pursuit of a flawless straight line, pushing herself until her body rebels, leading to an angle she cannot forgive herself for. But on a day when everything starts to feel shaky, Belle, her friendly neighbor and aspiring architect, quietly steps into her life, becoming a comforting presence. Once burdened by everyone's expectations, Lilly finds solace in sharing her struggles with Belle, learning that perfection isn't always necessary in this young woman's company. Belle : “Your angle dipped by two millimeters, right?” Lilly : “Your vision is incredible! Do architecture students really need such keen eyesight?” Belle : “It’s not just about the studies; I’m always focused on my ‘target,’ which is why I can see the changes so clearly.”FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... Too Loud to Hide เสียงหัวใจหลังม่านนามปากกา : BuBuBear ลิลลี่ รุ่นพี่ปี 3 ของชมรมละครเวที สาวร่างสูงผู้สุขุมพูดน้อย รอยยิ้มของเธอหายากพอ ๆ กับวันว่างในตารางซ้อมเลยหล่ะ เบลเล่ เฟรชชี่ปี 1 เด็กสาวผู้มีรอยยิ้มสดใสร่าเริง พูดเก่ง ตั้งใจมาสมัครชมรมละครเวทีเพราะแอบปลื้มใครบางคนมานานก่อนมาเรียนที่นี่เสียอีก ในวันเปิดรับสมัครสมาชิกใหม่ของชมรม เบลเล่ยื่นใบสมัครด้วยมือที่สั่นนิด ๆ พร้อมกับรอยยิ้มและพูดเสียงใส “ฝากตัวด้วยนะคะพี่ลิลลี่ หนูอยากเล่นคู่พี่สักครั้ง” ลิลลี่มองนิ่ง ๆ ก่อนตอบสั้น ๆ "ถ้าตั้งใจซ้อม...ก็คงมีโอกาส" แต่คืนนั้นเธอกลับเผลอจำรอยยิ้มแก้มขีดนั้นได้ชัดกว่าบททั้งหน้าเสียอีก ด้วยความมุ่งมั่นฝึกซ้อมของสาวรุ่นน้อง ทำให้ทั้งสองถูกจับคู่เป็นตัวเอก พอถึงช่วงซ้อมบท มีฉากหนึ่งที่ต้องยืนใกล้กันมากเสียจนต่างได้ยินเสียงหัวใจอีกฝ่าย เบลเล่เผลอพูดผิดเพราะตื่นเต้น ลิลลี่จึงจับมือเบา ๆ แล้วกระซิบบอกสาวร่างเล็ก “มองตาพี่สิ แล้วพูดตามที่รู้สึก” เบลเล่มองเข้าไปในดวงตาที่เคยคิดว่าเย็นชา แต่กลับอ่อนโยนจนใจสั่นไหว ส่วนลิลลี่ก็รู้ตัวชัดเป็นครั้งแรกว่าที่เธอพูดน้อย…ไม่ใช่เพราะไม่รู้สึก แต่เป็นเพราะกลัวเสียงหัวใจตัวเองดังเกินไปเวลาอยู่ใกล้รุ่นน้องคนนี้ต่างหากFANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Too Loud to HidePen Name : BuBuBear Lilly, a junior in the drama club, stood tall and composed, her quiet demeanor often overshadowed by the rarity of her smile—like a day off from endless rehearsals. Enter Belle, a bubbly first-year who was as bright as she was chatty, drawn to the club by a long-standing crush from before her school days. On the day she signed up, Belle nervously submitted her application, her hands trembling slightly, but her smile beaming bright as she sweetly requested, "Please, Lilly, I’d love to act alongside you at least once." Lilly regarded her in silence for a moment before responding succinctly, "If you practice hard... then maybe you'll get that chance." Yet that evening, Lilly found herself replaying Belle's dimpled smile in her mind far more than the lines of their script. Thanks to Belle's determination to improve, they were cast as the leading duo. During one rehearsal, they found themselves so close that the rhythm of their heartbeats mingled in the air. In a moment of nervousness, Belle stumbled over her words, prompting Lilly to gently grasp her hand and whisper, "Look me in the eyes and share your feelings." As Belle gazed into Lilly's eyes, which she once perceived as cold but now found warm and inviting, her heart raced. It was in that moment that Lilly understood her silence wasn’t an absence of emotion but rather a fear that her own heart would echo too loudly in the presence of this spirited junior.FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... Take on Me.นามปากกา : dreamlikexx_ ฤดูหนาวปี ค.ศ. 1980 เอดินบะระ สกอตแลนด์ เบล นักศึกษาแพทย์ ที่ต้องเจอกับเรื่องราวลึกลับ เมื่อรูมเมทของเธอเป็น ผี ใครๆ ก็ต่างว่าเธอเรียนเยอะจนเพี้ยน ตลอดระยะเวลา 1 ปี เธอมีแค่ “รินทร์” หญิงสาวร่างสูงหน้าคม เป็นรูมเมท และเบลรักรินทร์มาก ทว่า…วันนึงเบลได้พบกับความจริงโดยบังเอิญ ว่า “รินทร์” รูมเมทของเธอนั้นไม่ได้มีชีวิตอยู่บนโลกใบเดียวกับเธอแล้ว รินทร์จากโลกนี้ไปครบ 2 ปี หัวใจดวงเล็กของเบลแตกสลาย เบลรักรินทร์ไปแล้ว และไม่อาจยอมรับความจริงได้ ร่างกายของรินทร์เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเบลรู้ความจริง และรินทร์ก็ไม่กลับมาหาเบลอีกเลย . . . เวลาผ่านไป 1 ปี เบลมีรูมเมทหญิงสาวตัวสูงหน้าตี๋ขี้เล่น ชื่อ “ลิน” เข้ามาในชีวิต เติมเต็มหลายๆ สิ่งให้เบลอีกครั้ง ยังกับว่า ทั้งคู่คือคนเดียวกัน เบลเริ่มเปิดใจให้ลินในหลายๆ เรื่อง เรียนรู้กันและกันมากขึ้น ใครจะรู้ว่าลินก็มี “รินทร์” เป็นเพื่อนด้วยเหมือนกัน…. “รินทร์นี่หน้าเหมือนเราจนคิดว่าเป็นแฝดแล้วนะ…” ลินย่นคิ้วอย่างสงสัยกับใบหน้าของคนตรงหน้า . . . “รินทร์จะอยู่กับเบลเสมอ” “และรินทร์จะจากไปเมื่อเห็นเบลมีความสุขแล้ว”FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Take on Me.Pen Name : dreamlikexx_ In the chilly winter of 1980, nestled in Edinburgh, Scotland, a young medical student named Bell finds herself in an uncanny predicament: her roommate is a ghost. While everyone around her assumes that her intense studies have pushed her over the edge, Bell knows that her beloved roommate Rin—a stunningly tall and elegant woman—has been her only companion for an entire year. Bell’s affection for Rin runs deep, but one fateful day, she stumbles upon a heart-wrenching revelation: Rin, that person she cherishes, has been dead for two years. This shatters Bell's world; the loss is unbearable. As reality sinks in, Rin's ethereal form begins to shift, and she fades further away from Bell's life. Fast forward a year, and Bell shifts her focus to a new roommate—Rin, a spirited and tall Asian woman who seems to fill the emptiness that Rin left behind. Their bond feels almost destined, as if they are kindred souls. As they start to open up to one another, Bell is blissfully unaware that Rin, too, holds a connection to Rin. "Rin, you look so much like my twin!" Rin exclaims, her brow furrowing in genuine confusion as she regards Bell. But deep down, Rin’s spirit remains tethered to Bell, waiting for the moment she can finally allow her beloved to find joy without her. "Rin will always be there for Bell," whispers the air, "and she'll know it's time to step back when she sees Bell truly happy."FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... วันหนึ่งจะเป็นแฟน(คลับ) ส่วนวันนี้ขอเป็นแฟนเธอนามปากกา : เจ้านัทเป็นแม่เคะ ช่วงเวลาสี่ปีเดินเร็วเหมือนฟิล์มใกล้หมดม้วน “ลิล” นักศึกษาเอกการถ่ายภาพ ผู้ซ่อนความรู้สึกไว้หลังเลนส์ถ่ายภาพ เธอคอยถ่ายทุกก้าวฝันของ “เบล” เด็กเอกการแสดง เด็กสาวตัวเล็ก หน้าหวานที่มัดใจลิลตั้งแต่รู้จักกัน เบลเชื่อในความฝันว่าเวทีคือบ้าน สปอตไลต์ที่ส่องมาคือดวงดาวของตน ทุกครั้งที่มีการแคสงาน ลิลจะอยู่เคียงข้างเบลเสมอ หากได้งาน คนที่ยืนให้กำลังใจอยู่แถวหลังสุดคือลิล หากถูกปฎิเสธ ไหล่นุ่มๆ ของคนตัวสูงก็คือเซฟโซนของเบลเสมอ ความเป็นเพื่อนไม่อาจก้าวข้าม กระทั่งวันสุดท้ายในฐานะเพื่อนมหา'ลัย ดอกลิลลี่สีขาวถูกยื่นมาตรงหน้าเบล ไม่รู้โลกจะเหวี่ยงให้มาได้เจอกันอีกไหม ลิลจึงรวบรวมความกล้าเอ่ยคำที่ติดอยู่ในใจ ‘ถ้าวันหนึ่งเธอได้เป็นซุปตาร์ เป็นคนดังอย่างที่ฝัน เราขอเป็นแฟนคลับคนแรกเลยนะ’ ‘แล้ววันนี้ล่ะ ลิล’ คนสูงกว่าเม้มปากเล็กน้อย ‘วันนี้... ขอเป็นแฟนเธอก่อนจะได้ไหม’ รอยยิ้มสดใสจนตาหยีตามนิสัย รอยยิ้มที่ทำให้ลิลตกหลุมรักเบลจนหมดหัวใจ คำหวานจากคนตัวเล็กกว่าที่ทำให้คนตัวสูงเผยรอยยิ้มกว้าง ‘ด้อมของเบลเข้าแล้วห้ามออกนะ ส่วนสิทธิพิเศษดูแลหัวใจเป็นของแฟนคลับคนแรกค่ะ’FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... One day, I’ll be a fan, but for now, I just want to be your girlfriend.Pen Name : เจ้านัทเป็นแม่เคะ Four years sped by like a film reel approaching its final frame. Lil, passionate about photography, masked her emotions behind her camera, documenting every moment of Bell's remarkable journey. Bell, with her charming smile, was an acting major who had enchanted Lil from their very first encounter. She was a dreamer, convinced that the stage was her true home and the spotlight was her destiny. Whenever Bell auditioned, Lil was right there, unwavering in her support. If Bell landed a role, Lil cheered enthusiastically from the back of the room. If the outcome wasn’t in her favor, the taller girl’s comforting shoulder became Bell's refuge. Their bond was unshakeable—until the bittersweet final day of their university life. As a symbol of their friendship, Lil presented Bell with a delicate white lily. Uncertain where life would lead them next, she summoned her bravery and shared what she had kept close to her heart: "If you ever reach that superstar dream, I want to be your very first fan." Bell’s eyes twinkled with curiosity as she leaned in, “And what about today, Lil?” She bit her lip playfully. “Today... how about I be your girlfriend first?” Lil’s heart melted at that radiant smile, the one that crinkled her eyes and filled her with an overwhelming affection for Bell. The sweet response from Lil only broadened the beam on Bell’s face. “Once you’re part of Bell’s fandom, there’s no turning back!” she teased, claiming the precious role of being the special guardian of her heart, reserved for the very first fan.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... Bad Girl Like Meนามปากกา : Iamnoeynuii “ลินดา” ตัวแม่สายแซ่บ สวย มั่นใจ รู้ว่าตัวเองมีอิทธิพลกับคนรอบข้าง ชินกับการเป็นฝ่ายเลือกและฝ่ายคุมเกมมาตลอด จนกระทั่งเธอได้เจอ “มีนา” เด็กสาวหน้าตาเรียบร้อย พูดน้อย วางตัวสุภาพ ดูติ๋มจนไม่น่ามีพิษภัย ลินดาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ด้วยความคิดว่าอีกฝ่ายคงรับมือไม่เก่ง ทั้งคู่ตกลงกันชัดว่าเป็นความสัมพันธ์แบบไม่ผูก ไม่คาดหวัง ลินดาเป็นเมะรุกแรง ส่วนมีนาเป็นเคะที่ยอมให้เข้าใกล้อย่างเงียบ ๆ แต่ยิ่งอยู่ด้วยกัน ลินดากลับเริ่มแพ้ทางความนิ่งของมีนา แพ้รอยยิ้มบาง ๆ และการอยู่ตรงนั้นเสมอโดยไม่เรียกร้องอะไร คนที่ดูติ๋มกลับเป็นคนที่มั่นคงที่สุด เมื่อถึงวันที่มีนาเลือกถอยอย่างสุภาพ ลินดาถึงได้รู้ว่า คนที่แพ้จริงไม่ใช่เคะติ๋ม แต่เป็นตัวแม่ที่เผลอรู้สึกไปก่อน สุดท้ายลินดาเป็นฝ่ายเดินกลับไปหา ยอมรับว่าครั้งนี้เธอไม่ได้อยากชนะ แต่อยาก “เลือก” มีนาอย่างจริงใจ จากตัวแม่ที่ไม่เคยแพ้ใคร กลับแพ้ทางคนติ๋ม ๆ แบบถอนตัวไม่ขึ้นFANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Bad Girl Like MePen Name : Iamnoeynuii Linda, a bold and self-assured woman, is fully aware of the sway she holds over those in her orbit. She's always been the one calling the shots, steering the course of events—until she crosses paths with Meena, a soft-spoken, understated girl who appears harmless. Linda dives in, convinced that Meena won't stand a chance against her. They settle into a casual, no-strings-attached arrangement; Linda takes on the dominant role while Meena quietly submits, allowing Linda space to draw close. Yet, as their time together unfolds, Linda unexpectedly finds herself enchanted by Meena's tranquil demeanor, her sweet smile, and the steady calm she exudes. The girl who seemed so fragile reveals a profound resilience. When Meena gently pulls away, Linda comes to a startling realization: she isn’t the one in control, but rather the strong woman who has deeply fallen for her. In the end, Linda returns, not seeking to dominate but to genuinely "choose" Meena. Once the queen of every encounter, she’s now utterly enchanted by the quiet strength of the seemingly meek Meena.เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้กับ “ลิลลี่ - เบลเล่”ที่จะมาปล่อยออร่าความน่ารัก สดใส ซุกซนส่งถึงใจเหล่าแฟน ๆ จนทำเอาทุกคนจะต้องยกมือมากุมใจไปตาม ๆ กัน!Look ตรุษจีน ของ “ลิลลี่-เบลเล่” โดย “ลิลลี่” ได้เป็นตัวแทนในการเผยว่า ตอนแรกที่เห็น “เบลเล่” ในลุคเทศกาลวันตรุษจีน ค่อนข้างเซอร์ไพรส์มาก ๆ พร้อมเสริมว่า ปกติตนนั้นไม่ค่อยได้เห็น “เบลเล่” ในลุคเก็บผมเรียบร้อยแบบนี้สักเท่าไหร่ ซึ่งก็เป็นอีกลุคของ “เบลเล่” ที่ถูกใจ “ลิลลี่” มาก ๆ ทางด้านของ “เบลเล่” ก็ได้เผยว่า ตอนที่ตนเห็น “ลิลลี่” ในลุคผ้าคาดตานี้ ตนประทับใจ และชื่นชอบมาก เนื่องจากในลุคนี้ของ “ลิลลี่” มีการนำสีดำที่เป็นสีที่ “ลิลลี่” ชอบ มาผสมผสานกับสีแดง ที่เป็นสีสัญลักษณ์ประจำวันตรุษจีน ผสมผสานออกมาแล้วมันลงตัว สวย เท่ และยังคงมีความลึกลับ น่าค้นหาอยู่ในตัวอีกด้วย“ลิลลี่ยูจะบังพี่ทำไม!? ” งานนี้พี่ๆดีเจก็ได้เสิร์ฟคอนเทนต์เอกลักษณ์ ที่เป็นที่จดจำอย่างมีม ‘ลิลลี่! ยูจะบังพี่ทำไม Who never know ตอนนั้นหน้าช่าเป็นยังไงไม่มีใครทราบ เพราะลิลลี่ยูบังพี่!’ ซึ่งตัวของ “เบลเล่” ก็ทำออกมาได้ดี และสร้างเสียงหัวเราะให้กับเหล่าดีเจ และแฟน ๆ ได้เป็นอย่างมาก ซึ่งเจ้าตัวอย่าง “ลิลลี่” ก็รู้สึกว่า มีมนี้อยู่มานานมาก และเป็นมีมที่สามารถนำกลับมาเล่นได้ตลอด เปรียบเสมือนเป็นมีมในตำนานสุด ๆ และส่วนตัวรู้สึกเซอร์ไพรส์มาก ๆ ที่ตัวเองได้เป็นมีมในตำนานถึง 1 ทศวรรษ หรือ 10 ปีเลยทีเดียววลี “เขินส่วนสูงมากกก!” โดย “เบลเล่” ก็ได้เผยว่า ตนนั้นชอบคนที่ส่วนสูง สูงกว่าเธอมาก ๆ ด้วยความที่เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็ก จึงคิดว่าหากมีหวานใจเป็นคนที่ตัวสูงกว่า เวลาที่มองเขา ทำให้รู้สึกว่าเขาเท่ และดูปกป้องเราได้ เรียกได้ว่า เมื่อฟังจบสาว “ลิลลี่” ก็ยิ้มไม่หุบกันเลยทีเดียวความแตกต่างของ “I WANNA BE SUP’TAR ” จากปี 2558 “ลิลลี่” ได้เป็นตัวแทนในการเผยว่า ซีรีส์เรื่องนี้ หลังจากที่ได้มีการ Remake จากเดิมในปี 2558 สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป ก็จะมีการเพิ่มเนื้อหา ความน่ารัก โรแมนติกเพิ่มขึ้น และจากเดิมที่มีจำนวนตอน 32 ตอน จะเหลือเพียง 8 ตอนเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการปรับบท และคำพูดต่าง ๆ ให้เข้ากับสมัยใหม่มากยิ่งขึ้นอีกด้วยความท้าทายของบท “วิน - วันหนึ่ง” โดย “เบลเล่” ก็ได้เผยว่า ในด้านความโก๊ะ ความเปิ่น ของตนนั้นมีอยู่แล้วจากการเป็นตัวของตัวเอง แต่เอเนอจี้ก็ยังไม่เท่าตัวละคร “วันหนึ่ง” อยู่ดี เพราะเป็นคาแรคเตอร์ที่มีพลังเยอะ และจะสดใส ร่าเริง อยู่แทบจะในทุก ๆ ซีนที่ถ่ายทำ อีกทั้งยังได้เสริมว่า เวลาไปกองถ่าย จะต้องพกเครื่องดื่มชูกำลังไปด้วยทุกวัน เพื่อที่จะเพิ่มเอเนอจี้ ความร่าเริง สดใส นี้ให้กับตัวเองตลอดทั้งวัน ด้านของ “ลิลลี่” ก็ได้เผยว่า ตัวตนจริง ๆ ของตนนั้นเป็นคนชอบพูด ชอบคุย ติดเล่น ติดแซว แกล้งคนอื่นไปทั่ว ทำให้การสวมบาทคาแรคเตอร์ “วิน” ในเรื่องนี้ ที่มีความนิ่ง สุขุมอยู่มากนั้น เป็นเรื่องที่ท้าทาย และต้องมีการ Workshop อย่างหนัก อีกทั้ง “เบลเล่” ได้เสริมว่า ‘บทในเรื่องนี้ยากมาก ๆ ต้องทำการบ้านหนักมาก ในตอนแรกที่หนูไป Workshop คือพี่ผู้กำกับเครียดมาก เพราะหนูเล่นเหมือนเอเนอจี้จะยังไม่เท่าตัวละคร “วันหนึ่ง” เขาต้องให้หนูกระโดดตบ แล้วก็วิ่ง 10 รอบ ก่อนเข้ากองเพื่อให้มีเอเนอจี้ได้เต็มที่’ ทำเอาเหล่าดีเจ และแฟน ๆ หัวเราะ และอดเอ็นดูในสิ่งที่ได้ยินไม่ได้เส้นทางของ “วันหนึ่ง” กับ “เบลเล่” คล้ายกันไหม? “เบลเล่” ได้เผยว่า จริง ๆ แล้วตัวของตน และ “วันหนึ่ง” แอบมีความคล้ายคลึงกัน ตรงที่มีความพยายามในการทำงาน มีแพชชั่น ตั้งใจเวลาทำงานทุกครั้ง และรู้สึกว่า เวลาที่ได้สวมบทบาทเป็นตัวละครนี้ในการถ่ายทำ ก็ทำให้เข้าใจเลยว่าทำไม “วันหนึ่ง” ถึงเต็มที่กับทุก ๆ งานขนาดนี้ถ้าต้องอยู่ในบ้านเดียวกัน ฉบับ “ลิลลี่ - เบลเล่” ชีวิตจริง! โดย “ลิลลี่” ได้เผยว่า กฎข้อแรกที่เธอจะตั้งหากได้อยู่ด้วยกัน คือ ‘ห้ามกินเยอะ’ เนื่องจาก “เบลเล่” เป็นคนที่กินเยอะมาก ๆ และกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน แล้วก็ยังไม่ชอบออกกำลังกายอีก ทำเอาแฟน ๆ อดคิดต่อกันไม่ได้ว่า ดูทรงแล้วคงจะแอบเป็นห่วงสุขภาพกันแน่ ๆ ด้านของ “เบลเล่” ก็ได้ตั้งกฎข้อที่สองว่า ‘ห้ามเปิดแอร์ร้อน’ เนื่องจาก “ลิลลี่” เป็นคนขี้หนาว และไม่ชอบอยู่ในอากาศหนาว แต่ตัวของเธอนั้น กลับเป็นคนที่ชอบอากาศหนาวมาก ๆ ความต่างสุดขั้วนี้ของทั้งคู่ เรียกได้ว่า น่ารักสุด ๆ ถึงแม้ท้ายที่สุด “พี่ลิลลี่” จะต้องยอมให้น้องเปิดแอร์หนาวเวลาอยู่ด้วยกันก็ตาม‘อยากเป็นคนสำคัญของเธอ’ เวอร์ชั่น 2568 ! ปิดท้ายช่วงสัมภาษณ์ด้วยการที่พี่ ๆ ดีเจให้ทั้งสองสาวได้ร้องเพลงประกอบซีรีส์ ‘อยากเป็นคนสำคัญของเธอ’ แบบสด ๆ และปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เสียงใส ๆ ของสาว ๆ ทำเอาแฟน ๆ ต้องยิ้มฟิน ใจละลาย ตกหลุมรักไปตาม ๆ กันและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะส่งมอบความน่ารัก สดใส ตกแฟน ๆ เข้าด้อมแบบเต็มเปาทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดท้าทายมาให้ “ลิลลี่ - เบลเล่” เล่นกันด้วย กับเกมว่า ‘ลิลลี่ เบลเล่ I wanna be … ’งานนี้ทั้งคู่จะส่งมอบความน่ารัก แก่นซนกันขนาดไหน สามารถไปรับชมความเปิ่นโก๊ะของทั้งคู่ได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบ No Limit กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “ลิลลี่ - เบลเล่”โทรกลับ และพูดคุยกับแฟน ๆ จนทำเอาแฟน ๆ เสียอาการ และซาบซึ้งไปตาม ๆ กัน สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ลิลลี่ - เบลเล่” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ รวมถึงขอบคุณที่มาสร้างทั้งความสุข รอยยิ้ม และความน่ารักตลอดค่ำคืน ฝากทุกคนติดตามซีรีส์ “I WANNA BE SUP’TAR วันหนึ่งจะเป็นซุปตาร์” สามารถรับชมได้ทุกวันศุกร์ เวลา 22.30 น. ทางช่อง ONE 31 และรับชมเวอร์ชั่น UNCUT ได้ทางแอปพลิเคชัน oneD รับประกันความเปิ่นโก๊ะ น่ารัก คอมเมดี้ เบาสมองแน่นอนนน!สามารถเข้าไปรับชมโมเมนต์ความฟินของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

กลับมา EFM FANDOM LIVE ครั้งนี้ พวกเราทั้ง 7 คนมาพร้อมกับการเปิดตัวครั้งแรกในนาม Boy Groups อย่างเป็นทางการ ในฐานะ NexT1DE คลื่นลูกใหม่ของวงการ

21 เม.ย. 2025

กลับมา EFM FANDOM LIVE ครั้งนี้ พวกเราทั้ง 7 คนมาพร้อมกับการเปิดตัวครั้งแรกในนาม Boy Groups อย่างเป็นทางการ ในฐานะ NexT1DE คลื่นลูกใหม่ของวงการ

รายการEFM FANDOM LIVE[10 เมษายน 68] คืนนี้ต้อนรับ“NexT1DE”Boy Group ที่มีอายุวงแค่ 4 วัน พร้อมพูดคุยกันกับ 2 ดีเจสุดสวย“ดีเจดาว”และ“ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ๆดีเจอ่าน 5 จดหมาย “EFM FANDOM LOVE LETTERS”ที่ถูกเลือกมาจากแฟนๆ ส่งความในใจที่อยากจะบอกศิลปินเข้ามาจดหมายฉบับที่1ชื่อจดหมายว่า... ดวงดาวอาจจะพราวระยับ แต่กับ NexT1DE I’m so proud of you นะ Hi ~ NexT1DE เราเจอกันในฐานะแฟนคลับกับศิลปินแล้วนะ เติบโตขึ้นไปอีกขั้นแล้ว ก่อนอื่นก็ขอแสดงความยินดีกับศิลปินหน้าใหม่ป้ายแดงด้วยนะจ๊ะ ^^ ทุกคนเก่งกันมากๆ ตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา ทุกคนเหนื่อยมากพี่รู้ ทุกคนเต็มที่กับมันมากๆ วันนี้พวกยูทำได้แล้วนะค้าา ยินดีด้วยจริงๆ ขอให้ประสบความสำเร็จ มีคนค้นพบความสามารถพวกน้องอีกมากขึ้นๆ จากสิบเป็นร้อยพันหมื่นแสนล้านให้สมกับความสามารถที่พวกน้องมี รักนะLetter#1: This letter is titled... The stars might be shining brightly, but I'm truly proud of NexT1DE. Hi ~ NexT1DE, we came together as fans and artists, and you’ve truly evolved. First, I want to congratulate the new artists! There is so much talent here. I know everyone has put in a huge effort over the past four months, and it shows. You’ve all really given it your best today—truly, congratulations! I wish you all the success in the world. May more and more people recognize your gifts. Whether it’s ten, a hundred, a thousand, or even a hundred million, you all deserve to shine. Much love to all of you.จดหมายฉบับที่2ชื่อจดหมายว่า... NexT1DE คลื่นลูกใหม่ที่พร้อมจะกระแทกใจทุกคน ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับทั้ง 7 คน ในช่วงเวลา 4 เดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่เหนื่อยแต่คุ้มค่ามากใช่ไหม? จากนี้ได้เป็นศิลปินเต็มตัว อยากขอให้น้องๆดูแลสุขภาพให้มากๆ ค่อยๆปรับตัว เรียนรู้เติบโตไปด้วยกัน ทั้งเรื่องการแสดง ภาษา วัฒนธรรม ขอให้กลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียวกัน ยืนหยัดฝ่าคลื่นลมที่อาจจะทำให้หวั่นไหว ขออวยพรให้ประสบความสำเร็จ เชื่อว่าแฟนทุกคนจะซัพพอร์ตเหมือนวันแรกที่ได้เปิดดูช่วง ep.1 แน่นอนLetter#2: This letter is titled... NexT1DE - A new wave ready to surprise everyone First off, congratulations to all seven of you! The last four months have been exhausting but definitely rewarding, don’t you think? From here on out, you’re officially artists. I encourage you to prioritize your health and to take your time as you adapt, learn, and develop together in your performances, language, and cultural aspects. I hope you all stay united and strong, no matter what challenges come your way. Wishing you all the best. I truly believe your fans will support you just like they did from the very first episode.จดหมายฉบับที่3ชื่อจดหมายว่า... My Top เจ็ด ประสบความสำเร็จทุกคนเลย!~ ยินดีด้วยได้เดบิวต์แล้วนะ ดีใจจริงๆที่เห็นทุกคนยืนบนเวทีในนามNexT1DE ตั้งแต่ดูรายการรอบGrand Audition จบ เราเคยโพสต์ถึง 7เทรนนีที่ชอบและอยากให้เดบิวต์ ซึ่ง 7 คนนั้นก็คือพวกนายในวันนี้เป๊ะ! ดรณ์ ไทโอ หูเย่เทา เซิน โอมาร์ ฉง เหยาจื่อหาว ขอบคุณนะที่อดทนและตั้งใจทำตามฝันของตัวเองจนสำเร็จมาอีกขั้น ขอให้มีความสุขและสนุกกับการเดินทางในครั้งนี้ ขอบคุณที่เป็นรอยยิ้มให้กันLOVE SUPPORT ปล.อย่าลืมรักษาสุขภาพนะLetter#3: This letter is titled... My top seven : everyone is achieving success!~ Congratulations on your debut! I'm thrilled to see all of you up on stage as NexT1DE. Since the Grand Audition wrapped up, I've been sharing about the seven trainees I was really impressed by and hoped to see debut — and those seven are you all: Dorn, THI-O, Hu Yetao, Shen, Omar, Xiong, and Yao Zihao. I appreciate your patience and commitment to achieving your dreams. I hope this journey brings you happiness and joy. Thank you for bringing smiles to one another. Sending LOVE SUPPORT. P.S. Remember to take care of yourselves!จดหมายฉบับที่4ชื่อจดหมายว่า... สิ้นสุดเพื่อเริ่มต้นใหม่ NexT1DE ช่วงชีวิตกำลังเปลี่ยนผ่านเหมือนดอกไม้ที่กำลังผลิบาน จากเด็กฝึกก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการเป็นศิลปิน ผู้ชนะทั้ง 7 คน ความแตกต่างที่ลงตัวรวมเป็น NexT1DE ขอให้เส้นทางศิลปินตลอดระยะเวลา 3 ปีเต็มไปด้วยเวทีแห่งความทรงจำ ได้ทำในสิ่งที่พวกนายอยากทำและมิตรภาพที่เติบโตไปพร้อมกัน ขอให้ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจระหว่างทางเป็นพวกนายทั้ง 7 คนอย่างเต็มที่ เดินไปด้วยกันนะ NexT1DELetter#4: This letter is titled... Begin anew with NexT1DE. Life is evolving much like a flower in bloom. The seven winners, each unique in their own way, have come together as NexT1DE, stepping onto the journey toward becoming artists. May your three-year adventure be rich with unforgettable moments as you pursue your passions and build lasting friendships. Embrace this journey without regrets; fully express yourselves as a group, and move forward together, NexT1DE.จดหมายฉบับที่5ชื่อจดหมายว่า...จากแฟนคลับคนหนึ่งถึงดาวดวงใหม่ทั้งเจ็ด วันที่ 6 เมษายน 2025 บางคนอาจมองเป็นวันธรรมดา แต่สำหรับเรามันคือวันพิเศษมาก เพราะมีดาวดวงใหม่ทั้ง 7 เกิดขึ้นและรวมตัวกันชื่อว่า NexT1DE เด็กทุกคนตั้งใจซ้อมกันอย่างหนักและเต็มที่กับโชว์มากขอบคุณทุกคนที่พยายามจนมาถึงตรงนี้ ตรงที่เราสามารถส่งจดหมายให้ทั้ง 7 ได้ สุดท้ายนี้อยากให้ทั้ง7รู้ว่า “ไม่ว่าทั้ง 7 จะไปยืนอีกกี่เวที แฟนคลับคนนี้จะคอยมองทั้ง 7 ด้วยความภูมิใจเสมอนะ”Letter#5: This letter is titled... From a single admirer to seven new stars. While April 6, 2025, might come across as just another day to some, for us, it holds great significance as we celebrate the arrival of seven new stars who have united as NexT1DE. Each of the kids has put in a huge effort and poured their hearts into the show. A big thank you to everyone who has supported us on this journey, helping us reach the moment where we can finally send messages to all seven. Lastly, I want each of them to know that “no matter how many stages they perform on in the future, this fan club will always be cheering for them with pride”.เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVEมาพูดคุยกับ “NexT1DE”กันเลยการเหนื่อยที่คุ้มค่าของ NexT1DE DORN : ในส่วนตัวของผม ผมรู้สึกว่าครึ่งหนึ่งมันหายเหนื่อย แต่อีกครึ่งหนึ่งผมยังตกค้างอยู่กับความรู้สึกที่เราไม่ได้ debut กันครบทุกคน HU YETAO : ตอนนี้ไม่เหนื่อยแล้ว เพราะผ่านรอบไฟนอลที่ตื่นเต้น กดดันมาแลัว พร้อมไปต่อ แล้วก็ไม่ว่าจะเป็นครั้งที่สอง ที่กลับมารายการ CHUANG หรือครั้งที่สองที่ได้กลับมารายการ EFM FANDOM ก็เหมือนได้กลับมาถึงบ้านแล้ว THI-O : เรา 7 คนซ้อมกันหนักมาก สำหรับผม ผมเหนื่อย แต่พอกลับไปคิดดีๆว่า ตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา ผมว่าแฟนคลับทุกๆ คนที่คอยซัพพอร์ตเรามาก็เหนื่อยเหมือนกัน เพราะงั้นเราจะไม่เหนื่อยไม่ได้ พวกเขาเหนื่อยเพื่อเราแล้ว เราก็ควรที่จะเหนื่อยเพื่อเขาบ้างความตื่นเต้นจากวันสำคัญ! SHEN : ผมไม่ตื่นเต้นแล้ว เหมือนก้อนหินในใจผมหล่นลงมาแล้ว เพราะมันได้ผ่านไปแล้ว ดีใจมาก แล้วก็เชื่อว่าพวกเราทุกคนจะต้องทำได้ดีมากๆ ขอรับรองเลยว่าพวกผมทำได้ XIONG : รู้สึกตื่นเต้น แล้วก็รอค่อย Stage ต่อไปมากๆ วินาทีที่จะเปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล… YAO ZIHAO : อยู่ๆ ความรู้สึกทุกย่างมันก็พรั่งพรูออกมา มันอธิบายยากมาก ว่ารู้สึกยังไง OMAR : ดีใจมากๆ ที่ได้ debut เพราะว่ามันเป็นคววามฝันของผมมาตลอด ที่จะได้มาออกรายการและ debut แล้วก็ได้มาอยู่กับเพื่อนๆ NexT1DE ทั้ง 7 คน และอีกไม่กี่วันก็จะกลับจีนแล้ว จะได้กลับประเทศตัวเอง และจะได้มี Stage แรกกับเพื่อนๆNexT1DE สู่ความฝันระดับ global DORN : ผมอยากให้ NexT1DE ของเรา ไปได้ระดับ global จริงๆ นี่ คือเป้าหมายสูงสุดของผมแล้วชื่อที่ต้องจดจำ NexT1DE จากรุ่น สู่รุ่น HU YETAO : NexT1DE ความหมายคร่าวๆ ก็จะเกี่ยวกับคลื่นทะเล คลื่นทะเลมันต้องต่อสู้ และเคลื่อนไหวตลอด มีขึ้นมีลง แต่ก็ยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ เพราะฉะนั้น NexT1DE ก็เหมือนคลื่นลูกใหม่ ที่จะมาเติมเต็ม และเลข 1 ก็จะเหมือนกับวงของรุ่นก่อนๆ ซึ่งเป็นเลขของตระกูล CHUANG หมายถึงทุกคนรวมกันเป็นหนึ่งตำแหน่งอาจจะอยู่ไม่นาน แต่ NexT1DE จะเป็นตำนานต่อไป THI-O : ผมเคยพูดแล้วตอนที่ผมมานั่งอยู่ตรงนี้ ว่าผมอยากเป็น โปรดิวเซอร์ของวง แล้วถ้าผมเป็นโวคอลของวงก็ดี แล้วผมจะทำให้เต็มที่ DORN : เรื่องตำแหน่งในวง ถ้าผมอยากเป็น ยังไงก็ต้องเป็นเมนแดนซ์ แต่ผมก็อยากลองอย่างอื่นด้วย แล้วก็อยากลองเป็นเมนโวคอลแย่ง THI-O HU YETAO : ผมอยากเป็นคนที่เปลี่ยนสีผมไปเรื่อยๆ เพราะน้องๆ ยังเด็ก ถ้าต้องไปเปลี่ยนสีผม ไปกัด ไปฟอก มันจะไม่ดีต่อผมน้อง ผมจะเป็นคนนั้นเอง YAO ZIHAO : ผมอยากเป็นสุภาพบุรุษ คนแมนๆ เพราะผมคิดว่าตัวเองยังเด็กอยู่ เลยอยากเป็นคนที่ดูโตขึ้น OMAR : อยากเป็นล่ามของวง อยากตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษมากขึ้น เพราะอยากช่วยเพื่อนสื่อสาร SHEN : มีเมนโวคอลไปแล้ว เมนแดนซ์ไปแล้ว งั้นผมของเป็นเมนที่มีความสุข เพราะผมรู้สึกว่าแค่ผมมีความสุขทุกวันก็พอแล้ว XIONG : ผมเป็นคน cool เป็นคนเท่ซิงเกิลแรก ที่มีความหมายของ NexT1DE THI-O : NexT1DE คือการก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง และเหมือนกับชื่อวง NexT1DE ที่เป็นคลื่น ไม่ว่าจะมีอุปสรรคอะไรเข้ามา เราก็จะก้าวข้ามมันไปให้ได้ และความหมายของ NexT1DE ก็เหมือนกับพลังของความเยาว์วัยที่เราต้องการนำเสนอ เหมือน 7 สไตล์ที่แตกต่างกันทางรายการ EFM FANDOM LIVE ก็มีเกมมาให้“NexT1DE” เล่นกันด้วยชื่อเกมว่า “Mission of NexT1DE” แล้วมาดูกันว่าทั้ง 7 คนจะทำภารกิจสำเร็จหรือไม่(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย ทางรายการขอเสิร์ฟความสนุกจนหยดสุดท้ายกับ QA ตอบคำถามจากแฟนคลับให้ “NexT1DE” ได้ตอบกัน(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)หลัง debut DORN อยากไปเที่ยวที่ไหนกับ member บ้าง DORN : เป็นคำถามที่ค่อนข้างหนักใจนิดหนึ่ง ผมขอเกริ่นก่อนว่า ถ้าเป็นการพักผ่อนจริงๆ ผมค่อนข้างอินโทรเวิร์ตจริงๆ เวลาพักผ่อน ผมอยากจะไปที่เงียบๆ คนเดียว แบบไปภูเขาคนเดียวนั่งชมนกชมไม้ ถ้าพาทุกคนไปผมอยากพาไปดอยที่เชียงใหม่ ผมชอบธรรมชาติถ้าต้องเลือกคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนมาเป็นเพื่อนในชีวิตจริง SHEN จะเลือกตัวไหน เพราะอะไร SHEN : ผมอยากเป็นเพื่อนกับโดราเอม่อน เพราะว่าอยากได้อะไรก็ได้ แต่ดราก้อนบอลก็สามารถปกป้องผมได้มีพี่มิกะ เป็นไอดอล แล้วจะได้เห็น THI-O ร้องเพลงกับพี่มิกะไหม THI-O : ก่อนอื่นต้องขอบคุณพี่มิกะ หลังจากคืน debut พี่มิกะ ได้เข้ามาคุยกับผมบ่อยมาก และเขาก็เป็นคนที่ Nice มาก เขาแนะนำผมหลายอย่าง และเล่าเกี่ยวกับ into1 ให้ผมฟัง ดังนั้นหากผมมีโอกาสได้อยู่บนเวทีกับเขา และถ้าได้ร้องเพลงกับเขาด้วย มันจะเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับผมมากๆ และผมตั้งตารอที่จะได้ทำมาก เพราะตอนนี้เราอยู่ในค่ายเดียวกันแล้ว หวังว่าในอนาคตเราจะมีโอกาสได้ร่วมงานกัน ผมเองก็ตื่นเต้นมากๆในฐานะที่ OMAR เป็นน้องเล็ก พี่ๆ คนไหนตามใจที่สุด OMAR : ผมคิดว่าพี่ดรณ์ เพราะว่าพี่ดรณ์ฉลาด เต้นเก่ง แล้วก็หล่อด้วยให้ HU YETAO เรียงลำดับจากคนที่ ดื้อน้อย ไปดื้อที่สุด HU YETAO : ขอเอาเด็กดีที่สุดไปดื้อสุด 1 DORN เป็นเด็กดีที่สุด 2 เป็น THI-O กับ XIONG และอีก 3 คนดื้อเท่ากันเลย แต่ถ้าให้เรียง YAO ZIHAO เป็นเด็กดีที่สุดใน 3 คน แต่ถ้าให้เลือกระหว่าง SHEN กับ OMAR ก็เลือก OMAR เพราะยังฟังบ้างXIONG เป็นทับใจอะไรบ้างตอนอยู่ไทย แล้วอยากไปเที่ยวที่ไหนกับใครไหม XIONG : วัน debut เป็นวันที่ประทับใจที่สุด โมเมนตอนที่ยื่นอยู่ตรงบันได วินาทีที่ได้รองเพลง Skyline กับเพื่อนเป็นครั้งสุดท้าย Background ตอนนั้นเป็นภาพบรรยากาศตั้งแต่เริ่มต้น จนวันสุดท้าย อันนี้คือโมเมนที่ประทับใจที่สุด ตั้งแต่อยู่ไทยมา 4 เดือน แล้วก็อยากไปเที่ยวภูเก็ตและไปกลับเพื่อนๆ ทั้ง 7 คนYAO ZIHAO ตั้งแต่อายุ 13 ในวันเกิดทุกๆ ปี จะอธิษฐานว่าอยากเป็นดารา ตอนนี้ได้เป็น NexT1DE แล้ว คิดหรือยังว่าวันเกิดปีนี้จะขออะไร YAO ZIHAO : วันเกิดในทุกๆ ปีต่อจากนี้ จะขอให้ NexT1DE ดังระเบิดไปทั่วโลก หลังจากนี้ทุกๆ ปี ความฝันของผม คือสิ่งนี้ สุดท้ายนี้... ฝาก 7 หนุ่ม NexT1DE บนเส้นทางที่เพิ่งเริ่มต้นและอีกยาวไกลในอนาคต และฝากช่องทางการติดตาม NexT1DE ทุกแพลตฟอร์มสามารถเข้าไปรับชมความฟิน ความสนุกกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

album
efm
-

-