“เน็ต - เจมส์” นักแสดงนำจาก “อย่าเล่นกับอนล Bed Friend Series” กับความสัมพันธ์ ‘หยินหยาง’ ที่แม้จะแตกต่าง แต่ก็ลงตัว!

EFM FANDOM RECAP

“เน็ต - เจมส์” นักแสดงนำจาก “อย่าเล่นกับอนล Bed Friend Series” กับความสัมพันธ์ ‘หยินหยาง’ ที่แม้จะแตกต่าง แต่ก็ลงตัว!

07 เม.ย. 2023

        กลับมากันอีกครั้งกับ EFM Fandom live วันนี้เราจะพาทุกคนไปเป็นชาวออฟฟิศ เรียนรู้ความรักฉบับ ‘คิง - เอื้อ’ กับนักแสดงนำจากซีรีส์เรื่อง อย่าเล่นกับอนล Bed Friend Series กับ “เน็ต สิรภพ มานิธิคุณ” และ “เจมส์ ศุภมงคลวงศ์”

         มาเริ่มทำความรู้จักกับหนุ่มเน็ต และ เจมส์ ในช่วงแรกของรายการ กับการร่วมพูดคุยกันกับเหล่าแฟนคลับ ถึงตัวตน(ไม่)ลับฉบับ เน็ต - เจมส์ !

 

Net - น้องเน็ต (ทำไม) ชอบเล่นน้ำ ?

   เริ่มกันที่หนุ่มเน็ตของเรากับฉายาในตำนาน น้องเน็ตชอบเล่นน้ำ ที่แฟนคลับก็ได้ออกมาบอกว่าฉายานี้ได้มาสมัยเน็ตวัยเด็ก เพื่อนดันไปค้นเจอสมุดการบ้านของเน็ตเอง แล้วเน็ตก็ได้เขียนชื่อตัวเองว่า น้องเน็ต และพ่วงคำตอบของงานอดิเรกว่า ‘ ชอบเล่นน้ำ ’ นั่นเอง จากความคาดเดาของแฟนคลับแล้วนั้น ก็จะอาจจะเพราะสมัยนั้นบ้านของเน็ตมีสระน้ำก็เป็นได้ นอกจากนี้ก็ยังมีอีก 2 ฉายาที่แฟนคลับก็เรียกบ่อยเช่นกัน กับ “ เสี่ยเน็ต ” หรือ “ เสี่ยเน็ตบ้านสี่ไร่ ” ไว้ใช้แซวคาแรคเตอร์ความเท่ความดูดี ของหนุ่มเน็ต สิรภพ นั่นเอง

 

James Su - สวัสดีครับ ผมชื่อ “ เตมฉุ ”

    มาต่อกันที่หนุ่มหน้าหวานของเรา น้องเจมส์นั่นเอง บอกเลยว่าหนุ่มเจมส์ถูกเรียกจากเหล่าแฟนคลับด้วยหลากหลายฉายาด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น คุณศุ (ศุภมงคลวงศ์) เฮียศุ , เฮียเจมส์ ที่เอาไว้ใช้เรียกความหล่อเท่ของน้องเอง หรือถ้าเกิดแฟนคลับเจอความโซคิวท์ของน้องเข้าไป ก็จะกลายเป็นชื่อเรียกว่า เตมฉุ ในทันที 

 

หยิน - หยาง กับความสัมพันธ์แบบ เน็ต-เจมส์

       แฟนคลับได้บอกเล่ามาว่า ถ้าจะให้นิยามความเป็น เน็ต - เจมส์ ก็คงเป็นความหยิน- หยาง ที่ถึงแม้จะแตกต่างแต่ก็ยังคงความลงตัว สำหรับเน็ตที่ชวนคุยเก่ง อัธยาศัยดี มีความ extrovert ก็สามารถเข้ากันได้ง่าย กับเจมส์ ที่แม้จะมีความเป็น introvert อยู่แต่เน็ตก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของเซฟโซนของเขา รวมไปถึงสัญลักษณ์ประจำตัวก็บ่งบอกถึงตัวตนของทั้งคู่เป็นอย่างดี ทั้ง สิงโตของเน็ต ที่แสดงความภูมิฐาน ความเท่อยู่ด้วยกัน ส่วนเจมส์เองก็ขอแทนเป็นน้องหมา สัตว์เลี้ยงที่เขานั้นชอบมากที่สุด และนอกจากนี้สีอิโมจิประจำของทั้งคู่ที่ขาดไปไม่ได้เลยนั่นก็คือ ดำและขาว นั่นเอง

 

เรื่องธุรกิจไว้ใจ เน็ต - เจมส์

       ต้องบอกเลยว่าความพิเศษของคู่นี้ นอกจากที่จะมีความสามารถอย่างล้นหลามแล้วนั้น ความเป็นหัวการค้าของทั้งคู่ก็ไม่แพ้กันเลยทีเดียว เพราะได้รับการการันตีมาอย่างเรียบร้อยจากเหล่าแฟนคลับถึงธุรกิจร้อยพันแปดของทั้งสองหนุ่มเน็ตและก็เจมส์เอง อย่างหนุ่มเน็ตเอง ปัจจุบันก็มีธุรกิจมากมายจากทางบ้าน และร้านอาหารที่ร่วมกับเพื่อนอย่าง “อั้งโล่บายย่างแรก“ รวมไปถึงแบรนด์เสื้อผ้าร่วมกับน้องชายกับแบรนด์ ‘ lovenn ’ (โลเวน) นั่นเอง

       ส่วนน้องเจมส์ของเราก็ไม่แพ้กันกับเสื้อผ้าแนวสตรีทอาร์ต ที่ทำร่วมกับน้องสาวอย่าง “ black daisy ” นั่นเอง เรียกได้ว่าควงคู่กันเจริญรุ่งเรืองอย่างแท้จริง

 

        และช่วงที่สองของรายการกับการร่วมพูดคุยสุด Exclusive กับสองหนุ่มเน็ต - เจมส์ ก็ได้เริ่มต้นขึ้น กับประเด็นที่ว่า ‘ จริงหรือไม่? ที่ทั้งคู่ชอบหยุมกันเก่ง จนแฟนคลับจะต้องการันตี ’

 

เน็ต - เจมส์ “ รักนะ…แต่ขอหยุมหน่อย ! ” 

        เมื่อช่วงแรกของรายการแฟนคลับก็ได้มี mission ฝากมาถึงสองหนุ่มเน็ต - เจมส์ กับการห้ามหยุมกันตลอดทั้งรายการ จึงเกิดความสงสัยกับทั้งสองดีเจว่าคาแรคเตอร์ของคู่นี้มันยังไงกันแน่? ทั้งสองเลยออกมาบอกว่า จริงๆ แล้วปกติเน็ตเองเป็นคนชอบขี้แกล้งอยู่แล้ว ถ้าเราเริ่มสนิทกับใครเราก็จะชอบแกล้งเขา มันเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของการชวนคุยในอีกทางด้วย หลังๆ มานี้ก็เลยเริ่มชินที่ได้แกล้งเขาด้วย

       ส่วนเจมส์เองก็ตอบว่า ตอนแรกก็รู้สึกไม่ชินเพราะเรารู้จักกับเขาช่วงแรกเขานิ่งมาก จนหลังมานี้เราก็เริ่มปรับตัวได้ ที่บอกว่าหยุมกันเก่ง ก็อาจจะเพราะว่าเราทั้งคู่รู้ใจกันมากขึ้น ความงอนกันแกล้งกัน มันก็เพิ่มขึ้นตาม แต่ถึงแม้จะยังไงสุดท้ายเราก็กลับมาคุยกันได้ตามปกติ

 

วลีเด็ด กับความขี้งอนของ เน็ต – เจมส์

 

วันนี้คุณทำตัวไม่น่ารักเลยนะ

   ต้องเกริ่นก่อนเลยว่าปกติแล้วเน็ตจะเป็นคนที่ใช้คำพูดไม่ค่อยถูก บางทีก็เลยเกิดการสื่อสารที่ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของเราที่แท้จริง ยกตัวอย่างเช่นเหตุการณ์นี้ เป็นเหตุการณ์ระหว่างถ่ายทำซีรีส์ ซึ่งระหว่างนั้นพี่ทีมงานก็กำลังบรีฟซีนที่ค่อนข้างจริงจังอยู่ แล้วด้วยความที่เราถ่ายทำมาตลอดทั้งวันแล้ว ความล้าความมึนก็เลยเริ่มมีเข้ามา จากนั้นทีมงานเลยบรีฟว่าให้ลองกระชากเบลท์รถจากเจมส์ออกมา ซึ่งพอเขากระชากจริงตอนนั้นเจมส์กำลังเหม่ออยู่ ก็เลยทำให้เขาตกใจ เลยอุทานออกมา จนเกิดเป็นความเข้าใจผิดที่พี่เน็ตคิดว่าเจมส์โกรธ เขาจึงตั้งใจจะมาเคลียร์กับเรา แต่เลือกใช้คำพูดไม่ถูกที่ไม่ถูกไปหน่อย จึงกลายเป็นพี่เน็ตพูดออกมาว่า “ วันนี้คุณทำตัวไม่น่ารักเลยนะ” ก็เลยทำให้สถานการณ์ตอนนั้นเราสองคนตึงๆ กัน เพราะความเข้าใจผิดจากคำพูดอะไรแบบนี้ 

 

พี่ว่าเจมส์ไม่ต้องรู้หรอก

         เหตุการณ์นี้ก็เป็นเหตุการณ์ที่เน็ตเลือกใช้คำไม่ถูกเช่นกัน เพราะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ตอนนั้นเน็ตกำลังรู้สึกเหนื่อย ด้วยความเป็นห่วงของเจมส์ก็เลยเลือกที่จะเข้าไปถามว่า เป็นอะไรรึเปล่า และด้วยความที่เน็ตบางทีใช้คำพูดไม่เป็นเลยพูดออกไปว่า “ พี่ว่าเจมส์ไม่ต้องรู้หรอก” ซึ่งตอนนั้นเองก็ทำเจมส์เคืองอยู่เหมือนกัน รู้ตัวอีกทีว่าเราใช้คำพูดผิด ไม่มีเจตนารมณ์ที่ไม่ดี เราก็เลยรีบไปขอโทษน้องทันที เพราะครั้งนี้เราผิดจริงๆ 

 

มองไม่ได้อ่อเพื่อนร่วมงาน

        จริงๆ แล้วอันนี้เป็นประโยคจากในซีรีส์ของ ‘คิง - เอื้อ ‘ ในซีรีส์อย่าเล่นกับอนลซึ่งเป็นซีนในลิฟท์ที่คิงมองเอื้อ แต่เอื้อกลับตอบว่า “ มองไม่ได้อ่อ… เพื่อนร่วมงาน ”  เราทั้งสองคนก็เลยชอบเอามาแซวเล่นกันในชีวิตประจำวัน เอาไว้หยอกกันและกันเฉยๆ ครับ

 

 

ดอกไม้แทนใจ…สีอะไรดีน้า ? 

       เมื่อวาเลนไทน์ที่ผ่านมาเน็ตก็ได้ไปซื้อดอกกุหลาบให้เจมส์ซึ่งเป็นสีสุดพิเศษอย่าง Deep Red Rose ทางรายการจึงได้ถามเจมส์บ้างว่า ถ้ามีโอกาสให้ดอกไม้กันจะให้เป็นรูปแบบไหน และสีอะไร? คำตอบจากเจมส์เลยก็คือ อยากให้เป็นสีดำ เพราะสีดำเป็นสีที่เราชอบด้วยกันทั้งคู่ และอีกอย่างเรารู้สึกว่าสีดำเป็นสีที่ไม่มีบนโลก ความพิเศษมันก็น่าจะมากกว่าแบบอื่น ส่วนรูปแบบก็จะห่อไปด้วยสีดำเลยให้เข้ากับกับพี่เน็ตด้วย เพราะสีนี้เป็นสีที่เหมาะกับตัวเขาด้วย

 

ซีนในตำนาน เมี๊ยว.. เมี๊ยว แมวไฟ by คิง - เอื้อ

       เมื่อพูดถึงซีนแมวไฟที่ผ่านมาต้องบอกเลยว่าเจมส์ก็ได้ออกมาการันตีว่าเขินหนักมาก เพราะก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยจินตนาการตัวเองเลยว่าจะต้องเป็นแบบไหน อีกทั้งเราก็ยังไม่เคยใส่จี้มาก่อน แต่ความเซอร์ไพรส์มันอยู่ที่พอเราได้ใส่แล้ว จู่ๆ magic moment ก็เกิดขึ้นทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองใส่แล้วก็ดูเซ็กซี่เหมือนกัน มันเหมือนเราได้กลายเป็นความรู้สึกเอื้อ ณ ตอนนั้นไปโดยปริยาย ซึ่งเน็ตเองก็การันตีเสริมทัพว่า รู้สึกน้องเซ็กซี่จริงๆ เพราะเราไม่เคยเห็นมาก่อน พอกลายมาเป็นคาแรคเตอร์คิง เราก็ต้องรู้สึกชอบในความเป็นเอื้อด้วยครับ 

 

          และช่วงสุดท้ายของรายการก่อนจากกันไป ก็มีความในใจจากแฟนคลับเล็กน้อยที่อยากจะฝากบอกถึง เน็ต - เจมส์ 

 

·         To you… Net Siraphop 

เราอยากที่จะให้ทั้งสองมีความสุขในทุกๆ วัน มีหัวใจที่เข้มแข็งเพื่อที่จะผ่านวันแต่ละวันไปให้ได้ แม้จะเจอคำพูดที่ดีหรือไม่ดี ก็อยากให้เก็บส่วนที่มีประโยชน์ไว้ อันไหนที่ไม่ดีก็อยากให้ปล่อยผ่านไป แล้วก็ขอบคุณมากๆ ที่เข้ามาเป็นความสุขและพลังใจให้เราในทุกๆ วัน 

 

·         To you… James Su 

เราติดตามทั้งคู่มา เราก็เห็นพัฒนาการของทั้งคู่เลย แรกๆ อาจจะชอบเพราะหน้าตา แต่หลังมามันก็มองเขาทั้งคู่ที่ความสามารถและนิสัยซะมากกว่า ที่ทำให้เราสามารถอยู่กับทั้งคู่มาได้นานขนาดนี้ ก็อยากบอกว่าจะอยู่ตรงนี้เรื่อยๆ อยู่ให้นานที่สุด และจะซับพอร์ตไปเรื่อยๆ เลยนะ 

 

และ เน็ต - เจมส์

ก็อยากบอกซึ่งกันและกันว่า …

 

ถึง.. พี่เน็ต

       “ดีใจที่พี่เน็ตพัฒนามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านการพูด การแสดง เราทั้งคู่เติบโตมาไกลมากๆ ขอบคุณที่เป็นตัวของตัวเองให้แฟนคลับได้เห็น เพราะสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะอย่างไรเราก็ต้องเป็นตัวของตัวเองอยู่ดี ก็จะซับพอร์ตกันไปแบบนี้เรื่อยๆ เลยครับ”

 

ถึง..  น้องเจมส์

        “ ดีใจที่ได้รู้จักเจมส์มาก เพราะเราแตกต่างกันมาก ทั้งความเป็นตัวตนและคาแรคเตอร์ พอเราได้รู้จักกันมากขึ้น ก็ทำให้เราเปิดรับกันมากยิ่งขึ้น อาจจะมีไม่เข้าใจกันบ้าง แต่ทุกอย่างเราก็ร่วมปรับกันไป ดีใจมากที่ได้มาเป็นพาร์ทเนอร์ที่ดีต่อกัน เพราะเราต่างพึ่งพา เติมเต็มซึ่งกันและกัน อันไหนเราไม่ได้เขาก็จะช่วย อันไหนน้องไม่ถนัดเราก็จะเติมเต็มส่วนนั้นไปพร้อมๆ กัน เติบโตไปด้วยกันเสมอเลย ”

 

         สุดท้ายนี้ EFM Fandom live ก็ขอขอบคุณสองหนุ่ม เน็ต - เจมส์ อย่างมากที่ได้มาร่วมพูดคุยและสนุกสนานไปกับรายการของเรา ก็ขอให้การเติบโตของทั้งคู่เป็นก้าวต่อไปที่ดีที่สุดในเวอร์ชั่นที่เป็นตัวของตัวเองเลยนะ

          และขอฝากผลงาน ซีรีส์เรื่อง อย่าเล่นกับอนล Bed Friend Series  กับเร็วๆนี้ที่กำลังจะมีโปรเจกต์เพลงประกอบซีรีส์ของหนุ่มเจมส์ด้วยเช่นกัน ก็อย่าลืมไปติดตามและซับพอร์ตในทุกผลงานของทั้งสอง และเป็นกำลังใจให้ทั้งเน็ตและเจมส์ด้วยก้าวเดินและเติบโตไปพร้อมๆ กันเลย

 

ชมความฟินย้อนหลัง

ภาพ EFM FANDOM LIVE

related EFM FANDOM RECAP

รักเพื่อนต้อง “แซน - เรย์” ในซีรีส์ Only Friends แต่ “เฟิร์ส - ข้าวตัง” เป็นเพื่อนรักกันในชีวิตจริง!

24 ต.ค. 2023

รักเพื่อนต้อง “แซน - เรย์” ในซีรีส์ Only Friends แต่ “เฟิร์ส - ข้าวตัง” เป็นเพื่อนรักกันในชีวิตจริง!

EFM FANDOM LIVE (12 ตุลาคม 2566) คืนนี้ ขอเปิดสตูต้อนรับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากนักแสดงนำซีรีส์ ‘Only Friends เพื่อนต้องห้าม’ กับคู่หู “เฟิร์ส - ข้าวตัง” ที่จะมาร่วมพูดคุยกันเป็นครั้งแรกกับ “ดีเจดาว – ดีเจแนน” คืนนี้ฟินกันไปอย่างต่อเนื่องเพราะคู่นี้บอกเลยว่าครบทุกรส ต้องห้ามพลาดด!! ช่วงแรกเรามาเรียกน้ำย่อยพูดคุยทำความรู้จักกับ “เฟิร์ส - ข้าวตัง” ในมุมมองของแฟนคลับ โดยตัวแทนแฟนคลับจะอาสาพาเราไปรู้จักกับทั้งสองคนกันก่อนเลยตัวแทนแฟนคลับของเฟิร์ส Firstmemorie ถ้าพูดถึงเฟิร์ส เค้าเป็นคนสดใส เป็นคนมีพลังบวก เวลาใครได้อยู่ใกล้เฟิร์สรับรองว่าจะได้รับพลังบวกพวกนี้ไปด้วยแน่นอน ทุกคนมักจะต้องยิ้มตามเวลาที่เค้ายิ้ม ทำให้แฟนคลับก็มีความสุขที่ได้เจอเฟิร์ส เพราะเฟิร์สคุยเก่ง ชวนแฟนคลับคุยตลอดไม่อยากให้แฟนคลับเหงา และที่น่ารักมาก ๆคือเฟิร์สยังเป็นคนที่ให้กำลังใจแฟนคลับเก่งด้วย อย่างเวลาที่แฟนคลับไปเจอก็จะมีการพูดคุยถึงวันนี้เป็นยังไงบ้าง ไปเรียนมา เหนื่อยจังเลย เฟิร์สเค้าก็จะให้กำลังใจประมาณว่า “สู้ ๆนะ ทำได้” บางทีแฟนคลับมีสอบ เฟิร์สก็จะบอก “ทำได้แน่นอน ตั้งใจเรียนนะ” หรือ แฟนคลับวัยทำงานเฟิร์สจะคอยพูดเสมอว่า “เป็นกำลังใจให้นะ” ไม่ว่าแฟนคลับจะทำอะไร เค้าจะเป็นคนที่คอยส่งพลังบวกให้แฟนคลับอยู่เสมอด้อมกองทัพของเฟิร์ส ที่มาของชื่อด้อมมาจากวันสงกรานต์ ซึ่งเป็นปกติที่เวลานัดเจอกันของแฟนคลับและศิลปินจะมีของฝากให้กัน แล้วในวันนั้นก็เป็นช่วงสงกรานต์พอดีแฟนคลับก็ได้มีการแจกปืนฉีดน้ำให้เล่นด้วยกัน จู่ ๆเฟิร์สก็พูดขึ้นมาว่า ‘นี่ไงเฟิร์สมีปืนแล้ว เฟิร์สจะปกป้องทุกคนเองเพราะทุกคนคือกองทัพของเฟิร์ส’ตัวแทนแฟนคลับของข้าวตัง Forkhaotungg มารู้จักข้าวตังกัน ข้าวตังเป็นคนอบอุ่น เค้าเป็นคนที่ค่อนข้างดูนิ่ง แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นจริง ๆ เค้ามีเต็มไปด้วยความใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆน้อย ๆอยู่เสมอ แฟนคลับจะรู้กันเลยว่าทุกครั้งที่เจอข้าวตังจะมีประโยคนึงที่ข้าวตังพูดตลอดคือ “ทุกคนอย่าลืมกินข้าวด้วยน้า ทุกคนกินข้าวหรือยัง ทุกคนกลับบ้านยังไง วันนี้ฝนตกไหม” เราเชื่อเลยว่าทุกงานอีเว้นท์ทุกคนจะได้ยินประโยคนี้จากข้าวตังเสมอ ไม่ว่าตัวของข้าวตังเองจะกินข้าวหรือยัง เค้าก็จะถามแฟนคลับอยู่เสมอ ทำให้แฟนคลับรู้สึกว่าเป็นอะไรเล็ก ๆน้อย ๆที่เรามาหาเค้า แต่เราได้รับความใส่ใจกลับมาด้อมเด็กน้อยของขอตอ ที่ว่าข้าวตังเป็นคนใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆน้อย ๆทางเราขอยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง แม้ขนาดชื่อด้อมข้าวตังยังใช้ชื่อด้อมว่า ‘เด็กน้อย’ เพราะเป็นชื่อที่ข้าวตังเองรู้สึกว่าเวลาที่รู้สึกดีกับใคร เค้าอยากเรียกว่าเด็กน้อย ซึ่งขอตอ ก็มาจากชื่อข้าวตังอาจจะยาวไปทำให้ทุกคนเรียกว่า ‘เด็กน้อยของขอตอ’ ก็คือคนที่ข้าวตังรู้สึกดีด้วยพร้อมแล้วกับช่วงที่สองเราจะมาร่วมพูดคุยและพูดถึงผลลงานซีรีส์เรื่องล่าสุดกันด้วยกับ “เฟิร์ส - ข้าวตัง” บอกเลยว่าแค่เริ่มต้นก็สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะกันล้นสตูเลยยHAPPY BIRTHDAY ข้าวตังวัย 25 ขวบ ทางเราก็ขอร่วมอวยพรวันเกิดให้กับข้าวตังล่วงหน้าหนึ่งวันด้วยนะคะ แอบบอกว่ามีเซอร์ไพรส์มาให้ข้าวตังด้วย จะเป็นอะไรไปตามชมบรรยากาศเต็ม ๆใน YouTube ทางช่อง ATIME ได้เลยเป้าหมายในวัย 25 ข้าวตัง : “ไม่เคยวางแผนไกล ๆไว้เลย จะใช้ชีวิตแบบวางไว้ในช่วง 1-2 ปี ถ้าวัย 25 นี้ก็จะพยายามเก็บเงิน สร้างบ้าน ซื้อบ้าน เป็นเป้าหมายล่าสุดที่คิดไว้ค่อย ๆเก็บไป ”Passion อันแรงกล้า ข้าวตังเป็นคนมี Passion เรื่องของการทำงานสูงมาก เวลาแสดงซีรีส์ก็จะตั้งใจมาก ๆ อย่างบางคนทำงานถ่ายซีรีส์ก็หวังว่าแค่แสดงออกมาให้ดีนั้นก็คือความสำเร็จแล้ว แต่สำหรับข้าวตังมีประโยคที่เคยพูดไว้จนสะดุดหูใครหลาย ๆคน กับประโยคที่ว่า “แค่อ่านบท ก็คิดว่าอยากได้รางวัลจากเรื่องนั้นแล้ว” แล้วที่สำคัญซีรีส์เรื่องที่เคยพูดไว้ ข้าวตังก็ได้รับรางวัลจริง ๆ ทางเราขอปรบมือให้เลยข้าวตังเก่งมาก ๆความสัมพันธ์ของ เฟิร์ส-ข้าวตัง ที่สนิมสนมกันมานาน เฟิร์ส-ข้าวตัง ก็สนิทกันมากนานแล้วจริง ๆตั้งแต่เข้ามาด้วยกันเลย เพราะด้วยระยะเวลาที่เข้ามาเซ็นสัญญาใกล้เคียงกันมาก ไล่กันไม่กี่เดือนแต่ First impression กลับไม่ชอบหน้ากันแล้ว เจอกันครั้งแรกที่ class acting ทั้งคู่ก็คิดตรงกันเลยว่าไม่ชอบหน้ากันและกัน ดูท่าไม่น่าไปด้วยกันได้ มีการวางเชิงดูกันไปกันมา เลยทำให้ในตอนนั้นทั้งคู่เลยไม่ค่อยเข้าหากันเท่าไหร่จุดเปลี่ยนจากไม่ชอบหน้า กลายมาสนิทกันเฉย เริ่มจากกินข้าวหลังเรียน acting เสร็จ ทำให้ได้คุยกันมากขึ้นก็ค่อย ๆขยับนัดกันไปร้องคาราโอเกะบ้าง พอเจอกันบ่อย ๆคุยเรื่องชีวิตประจำวันกันมากขึ้น ด้วยความที่ทั้งคู่มีนิสัยคล้ายกันคือถ้าโทรชวนไปไหน ก็ไปทันที เลยทำให้ความสัมพันธ์ค่อย ๆต่อกันติดมากขึ้นเรื่อย ๆจนมาสนิทกันได้เวลาอยู่ด้วยกันมีข้อห้ามอะไรที่ห้ามทำบ้าง เฟิร์ส To.... ข้าวตัง “อย่าสั่งอาหารที่กินร่วมกัน แล้วเป็นอาหารเผ็ด” เพราะข้าวตังเป็นคนไม่กินเผ็ดเลย ข้าวตัง To.... เฟิร์ส “นึกไม่ออกเลย เพราะเค้าเป็นคนตามใจมาก ๆล่าสุดผู้จัดการก็บอกว่าเค้าเป็นคนตามใจจริง ๆเราไม่ได้คิดไปเอง”พูดถึง Only Friends เพื่อนต้องห้าม กันบ้าง ข้าวตังพูดถึง บทของ เรย์ ชายหนุ่มขี้เหงา เอาแต่ใจ ติดแอลกอฮอล์ มีอารมณ์ร้อน แปรปรวนง่าย ซึ่งแตกต่างกับข้าวตังในชีวิตจริงอยู่พอสมควร อย่างข้าวตังเป็นคนไม่ค่อยเอาแต่ใจ ใจเย็น จะใจร้อนเป็นบางเรื่อง อย่างการซื้อของจะไม่อยากรออยากได้เลย เฟิร์ส กับบทบาท แซนด์ นักดนตรีกลางคืน เป็นอีกหนึ่งคาแรคเตอร์ที่เฟิร์สมองว่าแตกต่างกับตัวเฟิร์สอยู่เหมือนกัน แทบจะไม่มีส่วนไหนคล้ายกับแซนด์เลย แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาในการแสดงเพราะความแตกต่างมาก ๆทำให้เฟิร์สเองเห็นภาพว่าถ้าเป็นการกระทำตรงข้ามจะออกมาเป็นยังไงสมมุติว่าได้เป็นเพื่อนสนิทกับบทที่เราได้รับ เฟิร์ส To.... แซนด์ “รักคนที่เค้ารักเรา มันอาจจะมีความสุขมากกว่าก็ได้นะ” ข้าวตัง To.... เรย์ “ชวนด้วยนะ (หัวเราะ) ด้วยเรย์เป็นคนขี้เหงา ติดการสังสรรค์ เลยบอกชวนเราด้วยนะ”ความพิเศษใน Fan meeting ที่จะเกิดขึ้น 28 ตุลาคม นี้ แอบมาสปอยว่าจะมี มินิโชว์ถึง 3 โชว์ด้วยกัน พร้อมกับได้มาร่วมพูดคุยกับนักแสดงและผู้กำกับอีกด้วย สุดพิเศษยิ่งไปอีกคือการได้มานั่งดูซีรีส์ตอนจบไปพร้อม ๆกันคืนนี้เตรียมยิ้มตาม ๆกันกับ “เฟิร์ส - ข้าวตัง” จะมาร่วมเล่นเกมสนุก ๆแจกโมเมนต์ความน่ารักของทั้งคู่ให้กับทุกคนในเกมที่มีชื่อว่า “เพื่อนกันห้าม…แต่...ได้” (เข้าไปชมใน Youtube ทางช่อง ATIME)ช่วงสุดท้ายของรายการมาทิ้งท้ายด้วยความประทับใจจากตัวแทนแฟนคลับกัน บอกเลยว่าค่ำคืนนี้จบลงกันแบบน้ำตาแห่งความรักท่วมสตูกันเลย “เราชอบการแสดงของทั้งสองคนมาก ๆเลย ถ้าให้อวยทั้งวันก็ไม่หมด กระดาษ A4 ก็ยังไม่พอ คือการแสดงของทั้งสองคนดีมาก ๆ ถ้าให้สรุปโดยย่อก็คือ เลิศมาก ปังมาก ประเสริฐเลิศสุด ปัง ปัง ปัง สุดยอดมากเลย” “ขอบคุณนะคะที่แสดงผลงานดี ๆออกมาให้พวกเราได้ดูอยู่ตลอดเลย คือจริง ๆเพิ่งกลับมาไทยมันเป็นช่วงที่เหนื่อยมาก ๆแล้วพอได้ดูผลงานของทั้งสองคนแล้วมันทำให้มีกำลังใจขึ้นมาก ๆ” “ทุกครั้งที่ได้ไปเจอน้อง ๆไม่ว่าจะงานไหนคือได้เห็นพัฒนาการหลาย ๆอย่างทั้งสองคนเก่งขึ้นมาก ๆนะ ทั้งในเรื่องของการแสดง ก็เป็นคุณนักแสดงคนเก่ง เป็นคุณนักร้องคนเก่ง เป็นคุณนายแบบคนเก่ง เก่งมาก ๆมาตลอดนะ น้อง ๆชอบขอบคุณแฟนคลับที่มาซัพพอร์ตกัน ก็อยากจะบอกว่าอย่าลืมขอบคุณตัวเองด้วยนะ ที่พาตัวเองมาถึงตรงนี้ ขอบคุณที่ไม่ท้อ ขอบคุณที่พยายามให้เห็นถึงความตั้งใจที่ผ่านมา”EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณความน่ารัก รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ น้ำตาจากความประทับใจทั้งของแฟนคลับและ “เฟิร์ส - ข้าวตัง” ด้วยนะคะ ก่อนจบลงทางเราก็ขอฝากซีรีส์เรื่อง ‘Only Friends เพื่อนต้องห้าม’ เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว บอกเลยว่ากำลังเข้มข้นสุด สามารถเข้าไปติดตามได้ทุกวันเสาร์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง GMM 25 และดูย้อนหลังฟรีที่แรกที่เดียวทางแอป OneD ที่สำคัญ Fan meeting เปิดให้กดบัตรแล้ว 14 ตุลาคม 2566 นี้ มาร่วมชมตอนสุดท้ายของซีรีส์ไปพร้อมกันกับ “เฟิร์ส - ข้าวตัง” แล้วเจอกันวันที่ 28 ตุลาคม 2566 น้าสามารถเข้าไปรับชมกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

ทำความรู้จัก “ต้า-บอม” สองหนุ่มคู่จิ้นจากซีรีส์ “พี่จะตีนะเนย” ที่บอกเลยว่างานนี้มีแต่คำว่าโคตรน่ารักกกกก...

02 ก.พ. 2023

ทำความรู้จัก “ต้า-บอม” สองหนุ่มคู่จิ้นจากซีรีส์ “พี่จะตีนะเนย” ที่บอกเลยว่างานนี้มีแต่คำว่าโคตรน่ารักกกกก...

EFM FANDOM LIVE [2 กุมภาพันธ์ 2566] “ดีเจดาว – ดีเจแนน” จะพาทุกคนมาพูดคุยกับคู่จิ้นสุดฮอตจากซีรีส์ ‘พี่จะตีนะเนย’ ขอเปิดสตูต้อนรับ “ต้า-บอม” งานนี้เรียกได้ว่าสองหนุ่มพกความน่ารัก ทะเล้น เฮฮา ติดตัวมาขนาดนี้ ถ้าใครไม่หลงยิ้มตาม เดี๋ยวจะโดนตีนะ... ช่วงแรกของรายการ ขอเปิดไมค์รับสายตัวแทนแฟนคลับของทั้ง 2 บ้านที่พร้อมจะมาขายความน่ารักของทั้ง “ต้า-บอม” ให้กับทุกคนได้สัมผัสเสน่ห์ความธรรมชาติของทั้งคู่ และใครหลาย ๆคน อาจจะโดนตกเข้าด้อมโดยไม่รู้ตัวแน่นอนตัวแทนแฟนคลับของ “ต้า” “ในสายตาเรา น้องเป็นเด็กเข้าถึงง่าย สิ่งนึงที่เราเห็นในตัวเค้า คือเค้าเป็นเด็กที่จริงใจมาก ๆ เวลาที่เค้าชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไร สีหน้าแววตาจะออกเลย อีกอย่างน้องเป็นคนยิ้มง่าย ถ้าสังเกตจะเห็นได้เลยว่าน้องเป็นคนที่หน้ายิ้มตลอด เราชอบที่น้องเป็นแบบนี้”ตัวแทนแฟนคลับของ “บอม” “พี่บอมเป็นคนนิสัยดีมาก ๆพยายามดูแลแฟนคลับทุกคนเลย เจอเค้าครั้งแรกจาก Trailer พี่จะตีนะเนยความรู้สึกแรกคือคนนี้น่ารักดีนะ เดี๋ยวจะรอดูซีรีส์ดีกว่า จากนั้นก็เริ่มติดตามผ่าน Instagram ก็ตกหลุมรักเค้ามาเรื่อย ๆ เค้าเป็นคนมีสเน่ห์ แล้วพอพี่บอมเริ่มมีงานอีเว้นท์ เลยลองไปตามดู รู้ตัวอีกทีก็คือเราตกหลุมรักเค้ามากกว่าเดิมอีก รู้สึกตกหลุมรักคนเดิม ๆซ้ำ ๆหลาย ๆรอบได้มากขนาดนี้ได้ยังไงเนี่ยยยย”ช่วงที่สอง “ต้า-บอม” พร้อมที่จะมาพูดคุยถึงตัวตน ความชอบ และผลงานที่จะทำให้ทุกคนรู้จักกับทั้งสองคนมากยิ่งขึ้น ไม่รอช้าทางเราเปิดไมค์ เปิดสตูพร้อมแล้ว ไปร่วมพูดคุยกันต่อเลยยยยซีรีส์ถ่ายจบแล้ว แต่ความสัมพันธ์ทั้งคู่ไม่จบง่าย ๆ ทั้งคู่แอบบอกว่าซีรีส์ถ่ายจบไปได้ประมาณ 4 เดือนแล้วแต่ทั้งคู่ยังนัดเจอกันอยู่ตลอด ชอบไปเดินซื้อเสื้อผ้าตามตลาด หรือแหล่งที่มีเสื้อผ้าเยอะ ๆ ด้วยกัน ทำให้ในชีวิตจริงทั้งคู่ค่อนข้างสนิทกันมาก ขนาดที่ว่าจะนัดรวมตัวดูซีรีส์พร้อมกัน ไลฟ์สดคุยกับแฟน ๆทุกอาทิตย์เลย เรียกได้ว่าเป็นความสัมพันธ์ที่น่ารักมาก ๆต้าคือเนย หรือ เนยคือต้า ที่จริงแล้ว ต้ามีความคล้ายกับตัวละคร และตัวละครก็มีความคล้ายต้าด้วย ทั้งนิสัย คาแรคเตอร์ จังหวะการพูด เพราะผู้กำกับเขาพยายามที่จะสร้างคาแรคเตอร์ เนย ในซีรีส์ให้มีความคล้ายต้าเพื่อความธรรมชาติในการแสดงให้สมบทบาทมากที่สุดย้อนความจำกับครั้งแรกที่เจอกัน ต้าตอบด้วยความมั่นใจเลยว่า “จำได้แม่นเลยเราเจอกันครั้งแรกวันที่ 10 พฤศจิกายน จำได้เพราะโดนถามหลายรอบแล้ว(หัวเราะ) วันนั้นเจอกันที่สยามพารากอน เป็นงานเปิดตัวหนังเรื่องนึง ความบังเอิญก็คือช่วงที่ดูหนังเราได้นั่งข้างกัน แต่ไม่ได้คุยอะไรกันเลย”ครั้งแรกที่เจอกัน ก็ได้เล่นซีรีส์ด้วยกันเลย หลังจากจบงานที่เราเจอกันคืนนั้น พี่ที่เป็นผู้กำกับก็ชวนทั้งสองคนไปพูดคุยโปรเจกต์ ‘พี่จะตีนะเนย’ ตัวต้าเองพอรู้รายละเอียดบ้างแล้วเพราะเคยไปแคสงานไว้เมื่อปีที่แล้ว ส่วนตัวบอมเพิ่งจะรู้ในคืนนั้นเลยว่าจะได้เล่นซีรีส์เรื่องนี้บทบาทต้าในวงการนักแสดง ต้าเข้าวงการตั้งแต่อายุ 13-14 ในบทบาทสามเณรมาตลอด จนมาถึงซีรีส์พี่จะตีนะเนยก็ยังไม่หลุดพ้นจากวงการศาสนา เพราะในซีรีส์เรื่องนี้ เนย รับบทเป็นเด็กวัด ทุกสถานที่ถ่ายทำก็ยังหนีไม่พ้นวัดเหมือนเดิมบอมกับชีวิตสายธรรมะ บอมไม่ใส่สายมู ไม่ได้มีเครื่องรางของคลังพกติดตัว แต่จะเป็นสายทำบุญมากกว่าและไม่ได้เคร่งขนาดนั้น เพราะตามปกติจะเข้าวัดกับแม่ทุกครั้งที่มีโอกาสเส้นทางจากวงการโฆษณา สู่นักแสดง บอมเข้าวงการโฆษณาตั้งแต่ช่วงมหาวิทยาลัย จะไปแคสงานช่วงเสาร์-อาทิตย์ หรือเป็นช่วงปิดเทอม ทำให้ช่วงนั้นมีแต่ผลงานโฆษณา ไม่มีผลงานอื่นเลย อย่างเคยมีโอกาสไปแคสซีรีส์ ก็จะโดนคอมเมนต์ว่า แสดงออกติดแนวโฆษณาทั้งสีหน้า ท่าทางชัดมากเกินไป แต่ส่วนตัวไม่ได้เสียใจหรือดาวน์เพราะยังมีงานโฆษณาอยู่แต่ก็พยายามปรับตัวเอง จนได้มาเจอกับพี่ผู้กับกับซีรีส์เรื่องนี้บอม กับ ทิวา ตัวบอมกับคาแรคเตอร์ทิวาไม่ได้ตรงกัน 100% ขนาดนั้น แต่พอได้ลองเล่นแล้วบวกกับความเป็นนักแคสโฆษณา ทางผู้กำกับเขามองว่าแคสแตกต่างกับคนอื่นมาก ๆมีความตลกได้ คอมเมดี้ได้ เขาก็เลยสนใจ พอเล่นจริง ๆได้ไม่กี่คิวพี่เขาเลยมองเห็นว่าตัวบอมไปทางคอมเมดี้ได้สุดทาง ก็เริ่มเขียนบทให้เข้ากับบอมมากขึ้นด้วย ตัวทิวาในซีรีส์เลยมีความแตกต่างกับในนิยายค่อนข้างสูงสมมุติว่าถ้าบอมไม่ได้เล่นซีรีส์จะเป็นยังไง บอม “คิดว่าคงเล่นโฆษณาต่อไป เพราะส่วนตัวยังชอบการแสดง ถึงแม้ว่าจะแก่ตัวไปก็จะรับบทพ่อ หรืออาจจะทำธุรกิจอย่างอื่นด้วย แต่จะยังวนเวียนให้มีการแสดงอยู่ในชีวิต”ในมุมมองของกันและกัน ถ้าไม่ได้เป็นนักแสดงจะทำอาชีพอะไร ต้าพูดถึงบอม “น่าจะเปิดร้านขนม เพราะเขาชอบกินขนมไทยแล้วเคยเห็นพี่บอมทำขนมเองด้วย” แต่บอมแอบเล่าว่าวันนั้นที่ทำสรุป อบออกมาน่าตาสวยน่ากินมาก แต่ต้องทิ้งหมด เพราะมองเกลือเป็น Baking powder (หัวเราะ)บอมพูดถึงต้า “นักร้องแน่นอน หรืออาจจะเป็นนักเขียนเพลง”ลองรีวิวเสน่ห์ของกันและกัน ต้าพูดถึงเสน่ห์บอม “เสน่ห์ของพี่บอมจะอยู่เวลาตอนทำงาน เพราะเป็นคนตั้งใจทำงานมาก เวลามีงานเข้ามาจะตั้งใจทำงานของตัวเองให้ออกมาดีแบบ 100%เลย” บอมพูดถึงเสน่ห์ต้า “แฟนคลับน่าจะรู้ เพราะเค้าเป็นคนพูดจาเจื้อยแจ้ว พูดเยอะมากกก เห็นนกก็พูดถึงนก เห็นไม้ก็พูดถึงไม้ เห็นอะไรก็พูดไปได้เรื่อย แล้วจะหาทางลงไม่เจอ(หัวเราะ) แบบพูด ๆอยู่ก็จบไปเลย แต่เวลามีเค้าอยู่ข้างๆบรรยากาศก็จะสนุกไม่น่าเบื่อเลย”เส้นทางเพลงของต้า ต้าเริ่มแต่งเพลงตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว จุดเริ่มต้นเล่าว่าตอนอยู่โรงเรียน แล้วเพื่อนเปิดเพลงให้ฟังก็เลยคิด “เห้ย เราลองมาทำเพลงกัน” แค่นั้นเลย แค่อยากลองทำดูว่าจะเป็นยังไง ย้อนกลับไปตอนนั้นมันก็ออกมาสนุกดี แต่พอกลับไปฟังตอนนี้มันแย่มาก (หัวเราะ)บรรยากาศในการถ่ายซีรีส์ อุปสรรคแรกเลยคือเรื่องฝน ตกกระหน่ำแบบว่า 80-90% เลย ทำให้ต้องเลื่อนกองกันบ่อยมากจนทำให้ระยะเวลาในการถ่ายจากจริง ๆต้องถ่ายจาก 2-3 เดือน ทำให้ยาวมาเรื่อย ๆ เป็น 9 เดือน บวกกับพวกเราติดโควิดด้วยคาดไม่ถึงกับผลลัพธ์ที่ได้ ตอนถ่ายซีรีส์ยอมรับเลยว่าคาดหวังแต่ไม่คิดว่าจะดัง จะได้ผลตอบรับดีขนาดนี้เพราะเป็นซีรีส์เรื่องแรกของทั้งคู่ด้วย อีกอย่างทั้งคู่เล่าให้ฟังว่าเคยคุยกันว่าอยากให้คนมาดูซีรีส์เยอะ ๆเพราะทีมงานทุกคนตั้งใจกันมาก ๆซีรีส์เปลี่ยนชีวิต ‘พี่จะตีนะเนย’เปลี่ยนเกือบทุกอย่างในชีวิตของทั้งสองคนเลย ต้าพูดถึง “ผลงานเก่า ๆของต้าเองอย่างเคยปล่อยเพลง ประมาณเดือนนึงยอดหลักร้อยหลักพัน แต่ตอนนี้ปล่อยวันเดียวขึ้นหลักแสนแล้ว โอ้โห! (หัวเราะ) ”เปรียบกันและกันเป็นอาหาร “บอมเปรียบต้าเป็นข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาว” เพราะว่า ต้าเป็นคนง่าย ๆเป็นจานด่วนไม่ต้องคิดเยอะ ไม่ต้องคิดมาก ไม่ซับซ้อน “ต้าเปรียบบอมเป็นมาชเมลโล่” เพราะว่า พี่บอมดูนุ่มนิ่ม สะอาดเรียบร้อยคู่นี้เรียกได้ว่ายิ่งคุยยิ่งมีเสน่ห์คำนี้ไม่เกินจริง ทางเราเลยเตรียมเกมมากระชับความสัมพันธ์ให้แฟนคลับได้เสพความเป็นคู่จิ้น ความน่ารักสายฮาของ “ต้า-บอม” กับเกมที่มีชื่อว่า “กระดาษทายใจ…” (เข้าไปชมใน Youtube ทางช่อง ATIME)ก่อนจะลากันไปคืนนี้ มาฟังความรักความประทับใจ ความห่วยใยของแฟนคลับที่มีถึง “ต้า-บอม” “เป็นห่วงต้า ต้าต้องระวังอย่าเผลอบอกข้อมูลส่วนตัวของตัวเองเยอะน้า เริ่มมีชื่อเสียงแล้วด้วย เราจะคอยเป็นกำลังใจให้ต้าในทุก ๆผลงานนะ ไม่เคยคาดหวังว่าน้องจะเป็นอะไรแบบไหน ขอแค่น้องเป็นตัวเองมีความสุขในทุกวัน” “เห็นบอมเงียบ ๆแต่แฟนคลับทุกคนรู้ว่าบอมจะคอยดูคอยส่องแฟน ๆอยู่ตลอด ทำให้เรารู้ว่าบอมจากคนไม่เล่นโซเชียล ต้องมาเล่นบ่อย ๆเพราะอยากเข้ามาคุยมาไลฟ์กับแฟนคลับ เป็นสิ่งที่น่ารักมากๆ” “พูดถึงทั้งคู่ก็อยากบอกต้าอย่านอนดึกมากน้า พักผ่อนเยอะ ๆอย่าเล่นเกมดึกมาก ส่วนพี่บอมอย่าลืมทานขนมอร่อย ๆเยอะๆนะ ชอบเวลาพี่บอมกินขนมน่ารักมากเลย”EFM FANDOM LIVE รู้สึกดีใจมาก ๆที่ได้มีโอกาสมาร่วมพูดคุย ทำความรู้จักให้ทุกคนได้เห็นถึงความน่ารัก เสน่ห์ในความเป็นตัวของตัวเอง ของ ‘ต้า-บอม’ ก่อนจบรายการลงทางเราก็ขอฝากซีรีส์เรื่องแรก ‘พี่จะตีนะเนย’ ของทั้งคู่ด้วยน้า รับรองว่าเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่ครบรสมาก ๆทั้งฮา เรียกรอยยิ้ม จิ้น ฟิน และเรียกน้ำตาของทุกคนได้แน่นอนสามารถเข้าไปรับชมกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

พูดคุยกับ 2 หนุ่ม “สายลับ – ภณ” พร้อมรับรางวัล “EFM FANDOM AWARDS รางวัลพิเศษ เพื่อคนพิเศษ” ในสาขา ‘คู่หูโลกวิญญาณ’

21 ก.พ. 2024

พูดคุยกับ 2 หนุ่ม “สายลับ – ภณ” พร้อมรับรางวัล “EFM FANDOM AWARDS รางวัลพิเศษ เพื่อคนพิเศษ” ในสาขา ‘คู่หูโลกวิญญาณ’

รายการ EFM FANDOM LIVE [15 กุมภาพันธ์ 2567] คืนนี้ต้อนรับ “สายลับ - ภณ” คู่ที่สองจากซีรีส์เรื่อง “PIT BABE The Series” ที่มาพร้อมโมเมนต์สุดน่ารัก พร้อมอัพเดตพูดคุยไปกับ 2 สาว “ดีเจดาว และ ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการเป็นการคัดเลือกชื่อ FANDOM AWARDS จากที่แฟน ๆ เสนอและเปิดให้โหวต1.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “ไอ้หนูของลุง” ไอ้หนู มาจากในซีรีส์ที่อลันเรียกเจฟว่าไอ้หนูตั้งแต่เจอกันครั้งแรก จนคบกันแต่ก็ยังเรียก แม้ในชีวิตจริงเค้าก็ยังเรียกกัน...2.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “คู่หูโลกวิญญาณ” เพราะพี่สายลับเป็นคนมีดวงกับสิ่งลี้ลับมาก ไม่ว่าจะเป็นการเจอผีโผล่ออกมาจากต้นไม้ในวัด หรือ จะเป็นการที่ขับรถแล้วรู้ว่าผีอยู่บนรถเลยเปิดประตูไล่ผีลงเป็นภาษาเหนือ ส่วนพี่ภณเป็นสายวิทยาศาสตร์ ทุกอย่างพิสูจน์ได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเห็นเงาแล้ววิ่งตาม หรือ ไปเดินที่มืดๆน่ากลัวๆเพื่อพิสูจน์ว่าผีมีจริงไหมแต่โชคไม่ดีที่แกไม่เคยเจอผีเลย แต่ดันได้ของแถมกลับบ้านมาตอนกลางคืนโดนผีอำด้วยความที่เป็นนักวิทยาศาสตร์เลยรีบตื่นแล้วไปตักบาตรกับแม่ทันที เลยขอเสนอชื่อคู่หูโลกวิญญาณให้ทั้งสองคน3.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “Begin again with SailubPon’s” การเริ่มต้นใหม่ในเส้นทางเดิมกับสายลับภณ อย่างที่ทราบกันว่าทั้งคู่เคยผ่านงานในวงการมาก่อน แล้วก็ห่างหายไปจนได้วนกลับมาเล่นซีรี่ย์ด้วยกัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทั้งคู่มีเคมี ฟิสิกส์ ชีวะ ที่สามารถตกคนเข้าด้อมได้เยอะมาก ลุงสายลับและพี่น้องภณถือเป็นคู่พาร์ทเนอร์ที่ทั้งน่ารักและน่าเอ็นดูมากๆ และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่โครตจะแตกต่างแต่ลงตัว เวลาอยู่ด้วยกันทำให้รู้สึกฟีลกู๊ดมากๆ รับรู้ได้ถึงการทรีทไอ้หนูเป็นคนพิเศษกว่าใครๆ ลุงสายภายนอกอาจจะดูเป็นผู้ชายนิ่งๆ แต่จริงๆลุงเป็นผู้ชายตลกอบอุ่นและใส่ใจคนรอบข้างมากๆคนนึงเลย เป็นชู้ก้าแดดดี้ของไอ้หนู คอยสังเกตและให้ความสนใจ ถามไถ่ไอ้หนูตลอด ส่วนพี่น้องภณก็เป็นเด็กน้วยที่น่ารัก มู้จู้มากๆวางตัวดี สายธรรมะ ธรรมโม ชอบเอาบุญมาฝากแฟนคลับบ่อยๆ อยากขอบคุณทั้งสองคนที่ตัดสินใจกลับเข้าวงการบันเทิงอีกครั้ง ขอบคุณที่ทำให้เราค้นพบและมองเห็นคุณจากตรงนี้ เราจะมอบความรักทั้งหมดที่มีให้ลุงสายและพี่น้องภณ จะคอยซัพพอร์ต เชียร์อัพไปเรื่อยๆ ถ้าวันไหนรู้สึกเหนื่อยล้า ต้องการกำลังใจให้หันกลับมา จะเจอกำลังใจอยู่ข้างหลัง เลิฟยูๆ ขอให้ความรักโอบกอด SailubPon ไปตลอดดดด4.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “Secret moment” เป็นคู่ที่เหมือนจะไม่มีอะไรมากมายในโลกโซเชียล แต่ก็เลื่องลือมากว่า หลังกล้องเค้าสนิทกัน แต่เรามันชาวเน็ตนี่ จะไปรู้ได้ยังไงล่ะเห้อ อย่างไรก็ตาม ยิ่งลึกลับ ยิ่งน่าค้นหาใช่มั้ยล่า... นักจับผิดโมเม้นท์ต้องทำงานหนักมาก ก็สนุกดีค่ะ ถึงจะน้อยแต่ร้อยเปอร์เซนต์เนาะ5.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “ลุงฮักเมาน้องหล้า อวอร์ด” จากที่ตามผลงานมา เห็นได้เลยว่าพี่สายนั้นอยู่ข้างๆและตัวติดน้องภณเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งหลังเวทีด้วยกัน การเดินไปแล้วคอยเรียกและจุงมือน้องภณ การติด Skinship น้องภณ รวมถึงการซัพพอร์ตกัน ทั้งการแสดง การเล่นเกมส์ในโอกาสต่างๆ บอกเลยว่าเป็นการสร้างรอยยิ้มให้กันและกัน พี่สายกับน้องภณอยู่ด้วยกันจะเห็นได้ว่ายิ้มและมีความสุขตลอด(ผ่านการสังเกต) ไม่พอเท่านั้นเป็นการสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับแฟนคลับอีกด้วยนะคะถึงเวลาที่ทุกคนนรอคอยยย เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ เราจะมาพูดคุยกับ “สายลับ - ภณ”ถ้าพูดถึงรางวัล “คู่หูโลกวิญญาณ” สายลับ : ค่อนข้างพอใจ ภณ : ค่อนข้างพอใจกำลังคุยกันอยู่เลยชอบชื่อนี้ สายลับ : ตรงใจ ภณ : ชอบที่สุดก็น่าจะไม่เหมือนใครดี คนหนึ่งเห็นผี อีกคนหนึ่งเป็นมัคนายกสวดมนต์ไล่ผี 555 สายลับ : สำหรับรางวัลนี้ ขอบคุณสำหรับทุกเสียงโหวต ขอให้ทุกคนได้เจอผีถ้วนหน้า 555 ภณ : เดี๋ยวพวกผมจะไปช่วยไล่ผี 555การเจอผีในทางไสยศาสตร์/วิทยาศาสตร์ของ “สายลับ - ภณ” สายลับ : เจอเรื่อย ๆ คนใกล้ตัวก็เจอบ้างแล้วมาเล่าให้ฟัง ช่วงไหนสวดมนต์บ่อยก็จะสัมผัสได้ เจอล่าสุดก็เป็นอำแหละ ผมโดนอำบ่อยจนชิน ล่าสุดที่โดนคือรู้สึกว่ามันบ่อยเหลือเกิน มันอะไรวะ รู้สึกว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาเตือน หรือเป็นผี หรือเป็นอะไรก็เลยสงสัย เราก็เลยพยายามลืมตาสู้ แล้วก็คิดในใจเพราะเราพูดไม่ได้ พยายามพูดในใจว่า แน่จริงก็ปล่อยให้กูลืมตาสิ จะได้เห็น แค่อยากรู้ว่าเราจะต้องทำตัวยังไงกับเขา เผื่อเป็นอะไรมาเตือนเราทำผิดพลาดอะไรไป หรือถ้าเป็นผีก็เจอหน่อย ลืมตาขึ้นมาแต่เป็นลาง ๆ แต่เราก็ไม่แน่ใจว่าเหมือนลืมตาแล้วเป็นฝ้าหรือเปล่า แต่เหมือนเราได้ยินเสียง…. ภณ : ในทางวิทยาศาสตร์ ตอนนี้ร่างกายของคุณลุง หลังจากซ้อมเต้นอย่างหนักเกิดอาการเกร็ง ทำให้เกิดอาการขยับตัวไม่ได้ เริ่มพูดไม่ได้ ตาเป็นฝ้าเป็นฟาง ทำให้เกิดอาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ ไม่เกี่ยวกับผีอำ เสียงที่เขาได้ยินอาจจะเกิดการหูแว่ว หรือไม่ก็หูตึงบ้างในบางที 555 สายลับ : ไม่ใช่ ๆ 555 ภณ : แซวเล่น ๆ 555เม้าท์มอยถึงคู่แรก “พูห์ พาเวล” ภณ : สำหรับผมเป็นตอน Workshop ละกัน ที่จริงผมมีรูปตอนที่เขา Workshop กันด้วย กว่าที่ทุกคนจะเห็นว่าเขาไหลลื่นขนาดนี้ ก่อนหน้านั้นยังเกร็งกันอยู่ ผมก็ถ่ายรูปเก็บไว้ แต่เขาเก่งมาก พอผ่าน Workshop มาสู่ซีรีส์ เขาทำการบ้านอย่างหนักมากจริง ๆสายลับ : ถ้าเม้าท์เป็นพูห์ดีกว่า คือบางทีเราอยู่เฉย ๆ อยู่กันเยอะ ๆ เอาล่ะ วิ่งมาแต่ไกลแล้วก็มาเขย่าแขน แล้วก็พูดฮือออ~ เราก็ถามอะไร มีอะไร แล้วเขาก็วิ่งหายไปเลย แล้วต้องการอะไร 555 ภณ : แต่มีอีกเรื่องนึง ผมทวงตรงนี้เลยละกัน คือมันจะมีตอนรายการ Boys Journey ภารกิจพิชิตใจ มีจับฉลากของขวัญ ผมจับฉลากได้พูห์ ของขวัญผมให้พูห์ได้เป็นหมอนรองคอ ผมก็บอกเขาตอนนั้นว่า ถ้าไปกองอย่าลืมติดไปด้วยเอาไปใส่ตลอดนะ แต่พอมากองทุกครั้งเขาไม่เคยเอามาใส่ เขาเอาทิชชูมารองแทน เมื่อวานมีไลฟ์ผมพึ่งบอกพูห์ไปว่า พี่ตามดูตลอดว่าพูห์ไม่เคยเอามาใช้เลย พี่ต้องเห็นว่าใส่ ถ่ายรูปมาให้ดู 555วันวาเลนไทน์ของ “สายลับ - ภณ” ภณ : วาเลนไทน์อยู่ด้วยกัน แต่ไม่ใช่แค่สองคน ไลฟ์ด้วยกัน วันนี้ก็ติดสติ๊กเกอร์ให้กัน สายลับ : ก็เขาเป็นเหมือนฟีลมัคนายก ก็ต้องมีแบบสร้อยสังวาลย์ 555 ภณ : โอม… จะเป่าคาถามหานิยม~~นิยามความรักของทั้งคู่ ภณ : นิยามความรักของผม เป็นคติประจำใจด้วยเลยละกัน Love Yourself Love Myself จริง ๆ มาจากศิลปินที่ผมชอบ คือวง BTS มันมีอัลบั้มหนึ่งชื่อ Love Yourself Love Myself คือเขาเหมือนเล่าเรื่องว่า เริ่มจะรักใครต้องเริ่มจากการรักตัวเองก่อน ผมก็เลยนำมาใช้เป็นคติประจำใจ ทุกวันนี้ก็รักตัวเองรักทุก ๆ คนด้วย 555 สายลับ : ของผมหรอ อุ้ย! ไม่กล้าเล่นมุก ไม่เอา ภณ : ลองดูก่อน ๆ สายลับ : ความรักของผมเป็นเรื่องของเงิน เงินในบัญชีไม่พอใช้ เห็นไหมไม่ได้ 555 ของผมก็จะเป็นพื้นฐานแหละความเข้าใจแล้วก็การเข้าใจกัน การมอบแต่สิ่งดี ๆ มอบความรู้สึกดี ๆ ให้กันและกัน เช่บมอบอู่ให้เขา ภณ : มอบเงินในบัญชีให้เขา มอบให้เขาทุกอย่าง เลี้ยงเขาทุกอย่าง สายลับ : ที่จบมาได้ก็อู่นี่แหละ ภณ : มีอะไรซื้อให้ตลอด อยากจะไปไหนพาไปตลอดชีวิตจริงเรื่องเปย์ของ “สายลับ” ภณ : ชีวิตจริงหรอ? สายลับ : พูดดี ๆ 555 ภณ : เปย์ให้ทุกอย่างซื้อให้ตลอด… เอาความจริง! ยังเลย ผมรออยู่เหมือนกัน วาเลนไทน์นี้ผมถามเขา วาเลนไทน์มีอะไรให้บ้างไหม เขาบอก ยังเก็บไว้ก่อน แต่จริง ๆ แล้วเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดออกมา สายลับ : ไม่ ก็เมื่อวานบอกแล้วไปเดินห้าง เขาบอกว่าซื้อของให้หน่อย ก็บอกว่าอยากได้อะไรเดินเข้าช็อปไปเลย จิ้ม ๆ เอา ลงบิลพ่อเอสแม่ฉอดไป 555 ภณ : เรื่องนี้ถึงพ่อเอสแม่ฉอดด้วย 555ของขวัญวันเกิดที่อยากมอบให้กันและกัน สายลับ : ของผมหรอ? ซื้อให้เขาก็เป็นรองเท้าผ้าใบ แต่ต้องดูช่วงนั้นก่อนใกล้วันเกิดว่าช่วงนั้นอะไรกำลังมา เขาชอบนอนกอดชอบนอนดม ภณ : จะเม้าท์หรอ ๆ 555 สายลับ : เขาบอกว่าถ้าได้รองเท้ามา คู่ใหม่เขาจะยังไม่ใส่ เขาจะเข้าห้องไปปุ๊บวางบนเตียงข้าง ๆ เขา และก็นั่งชมนอนชม นอนไปด้วยกันตื่นมามอนิ่งคิส ภณ : ใช่ เหมือนเราเป็นพวกชอบรองเท้าอยู่แล้ว ก่อนใส่ก็จะเอามานอนด้วย เปิดกล่องออกมาหยิบมาตั้งโชว์ ถ้าได้มาใหม่จะทำแบบนั้นทุกคู่ อย่างน้อยก่อนจะใส่เรามองเขาก่อน ดมเขา ตื่นมาก็จะดมทีนึงไปห้องน้ำกลับมาก็จะดมแล้วก็มอง ทำแบบนี้จนกว่าจะรู้สึกว่าอยากจะใส่ 555 ของที่อยากจะให้พี่สายลับก็จะเป็น Art toy ละกัน ช่วงนี้เขาชอบ ชอบหลาย ๆ ตัวเลยที่เล็ง ๆ ไว้ สายลับ : ส่วนใหญ่อะไรที่มันมีรถ เป็นคนชอบรถ ภณ : ที่จริงผมจะตอบว่ารถ แต่ว่า… สายลับ : ได้นะ พี่ยินดี ภณ : เงินในบัญชีไม่พอใช้~ 555 ไว้รอเดี๋ยวถ้ารวยเมื่อไหร่จะซื้อรถจิ๋วให้ชีวิตหลังจากซีรีส์ออนแอร์ สายลับ : ซีรีส์เรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่เราได้ทำอะไรใหม่ ๆ เรื่องร้อง เรื่องเต้น เรื่องการทัวร์ แล้วก็ให้เรารู้จักกับแฟนคลับเยอะแยะเลย ภณ : เอาจริงผมกับพี่สายน่าจะเหมือนกัน เคยคิดจะยอมแพ้ในวงการ แต่พอได้มาเล่นซีรีส์เรื่องนี้เหมือนประสบความสำเร็จ มีคนรู้จักมากขึ้น มันทำให้เรามีไฟขึ้นมาอีกครั้ง พอไปอ่านคอนเมนต์ที่แฟนคลับให้กำลังใจ ผมรู้สึกแบบสิ่งที่เราทำให้เพื่อครอบครัว อีกคนหนึ่งก็คือให้แฟนคลับว่าด้วยเรื่องคำว่า “ไอ้หนู” สายลับ : ไอ้หนูอะใช้เรียกเด็กจริง ๆ ส่วนใหญ่เป็นพ่อหนุ่ม ไอ้หนุ่มมากกว่า วัยรุ่น ถ้าเรียกแบบน้อง ๆความคิดถึงตัวละคร สายลับ : คิดถึงอู่ 555 ภณ : ผมว่าน่าจะบรรยากาศภายในกอง ได้เจอกับทุก ๆ คน แล้วมันทำให้แบบคิดถึงเหมือนการที่เราได้อยู่กันทั้ง 12 คน รวมถึงมีผู้กำกับด้วยก็ตาม มีพี่เอสแม่ฉอดที่อยู่ด้วย มันเหมือนทำให้เราคิดถึงบรรยากาศโดยรวมมากกว่าสิ่งที่ “สายลับ - ภณ” อยากบอกกับ “อลัน เจฟ” ภณ : ขอบคุณที่เปิดใจ ทลายกำแพงความรู้สึกของตัวเอง ที่ยอมให้ใครสักคนแม้แต่คนเดียวก็ตามที่เข้ามาในชีวิตเขา ทำดีแล้วมีกำลังใจสู้ต่อไป เป็นกำลังใจให้เสมอเจฟ สายลับ : อยากบอกลุงอลันให้สู้ต่อไป เพราะภาระเขาเยอะเหลือเกิน หลังจากที่ทนเหงามานาน อยู่ตัวคนเดียวมานาน แล้วได้มีไอ้หนูเขามาในชีวิต อยากจะบอกว่าขอให้มีความสุขกับชีวิตหลังจากนี้มาก ๆ และก็ยินดีกับความรักที่พึ่งพบเจอตอนแก่แล้ว 555แฟนมีตติ้งครั้งแรกที่จะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ สายลับ : คือเราพึ่งได้รับสารมาใหม่ว่า เรื่องเซอร์ไพรส์ในแฟนมีต บอกเลยว่าเป็นเซอร์ไพรส์ที่พวกเราคิดว่าถูกใจทุกคนที่ไปดูแน่นอน มันเป็นการเปิดโหวตทั้ง 12 คน ให้โหวตมาแล้วก็จะเอาแรงกิ้งสูงที่สุดเป็นโชว์เซอร์ไพรส์ให้กับแฟน ๆ ภณ : ใช่ แต่ละคนเลือกมาเลย แล้วก็ลองมาดูว่าอันไหนดีที่สุด ที่เราทั้ง 12 คนชอบแล้วก็ทุก ๆ คนชอบ และสิ่งที่แฟน ๆ อยากเห็น 12 คนม่วนจอย โมเมนต์คู่ของเราก็มีแน่นอน จองบัตรได้ทาง THAITICKETMAJOR สายลับ : บัตรราคา 2,000 เป็นต้นไป บอกเลยว่าถ้าจะแถวหน้าตอนนี้หมดแล้ว เสียใจด้วย อาจจะอยู่ไกลนิดนึงแต่พวกเราก็จะพยายามบอกพ่อเอส แม่ฉอดว่าเป็นสเตจที่เดินไปหาได้ไหม ภณ : ลงสลิงไปเลยวันนี้ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ก็มีเกมให้ “สายลับ - ภณ” เล่นกันด้วย กับเกมที่มีชื่อว่า ‘น้องเจฟ ลุงอลัน Translate’ สนุกสนานกันแน่นอน (เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย รายการได้เปิดโอกาสให้เหล่าแฟนคลับ ได้โทรเข้ามาพูดคุยกับ “สายลับ - ภณ” ติดตามผลงานอยู่แล้วก็ดีใจมาก ๆ ที่ได้คุย เพราะว่าไม่มีโอกาสได้ไปตามงานขนาดนั้น แต่ยังมีพี่ ๆ ที่อยู่กรุงเทพฯ ตามงานตลอด หนูก็รู้จักจากพี่ ๆ แล้วก็อยากมีสักครั้งในชีวิตที่จะได้เจออ้ายทั้งสองคนจ้าว หนูรักพี่มาก ๆ พี่คือแรงบันดาลใจในการติ่งของหนู ทุกวันนี้ บางวันพอไปตามแล้วก็เหมือนเราหยุดงาน แต่หนูก็คิดไว้ว่าถ้าหนูไม่มีตังค์ หนูก็ตามพี่ไม่ได้ แล้วหนูมีพี่เป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตทุก ๆ อย่างของหนู พี่คือลมหายใจของหนู พี่สายกับพี่ภณเป็นเหมือนแรงบัลดาลใจในการที่ทำให้หนูมาติ่ง มีกำลังใจในการใช้ชีวิตทุกวัน ไม่ใช่แค่พี่สายกับพี่ภณ แต่พิษเบ๊บทั้ง 12 คนเลย หนูพึ่งกลับมาติ่ง ดีใจมาก ๆ ที่ได้กลับมาเจอพวกพี่ ๆ อีก หนูตามทุกงานไปทุกที่ที่พิษเบ๊บไป หนูปั่นวิวเปิดเพลงกรอกหูให้แม่ฟังทุกวัน พี่สายกับพี่ภณใจดีมาก ๆ ตอนที่เจอกัน แล้วรู้สึกว่าทั้ง 2 คนน่ารักมาก ๆ อยากติดตามต่อ ๆ ไป“สายลับ - ภณ” ขอบคุณสำหรับรางวัล “คู่หูโลกวิญญาณ” ภณ : ขอบคุณรางวัลคู่หูโลกวิญญาณ กับ “ภณ - สายลับ”ความในใจที่อยากบอกถึงกันและกัน ภณ : ขอบคุณลุง ขอบคุณพี่สาย เอาจริง ๆ แล้วเวลาผมเครียดหรือแบบมีปัญหาอะไร ผมก็จะคุยกับลุงเพราะเหมือนเวลาเราทำงานด้วยกันเหมือนเป็นพาร์ทเนอร์กัน ก็เลยต้องแชร์กัน ผมจำได้ว่าผมเคยเครียด แบบไม่รู้จะทำตัวยังไง ผมจำได้ว่าไล่เป็นพารากราฟยาวพิมพ์ไปหาพี่สาย วันถัดมาพี่สายก็คุยด้วย ขอบคุณที่ดูแลน้องคนนี้ แล้วก็หวังว่าจะดูแลน้องต่อไป สายลับ : ขอบคุณที่เป็นพาร์ทเนอร์ในการทำงานของเรา แล้วก็เป็นพาร์ทเนอร์ที่คอยแนะนำเราในสิ่งที่เราไม่รู้ ก็ขอบคุณเขา อย่างที่บอกเขาว่ามีอะไรก็คุยได้เลย เรียกพี่เข้าห้องเย็นก็ได้ 555 เพราะว่าสุดท้ายก็มีแค่เราสองคนที่ทำงานด้วยกัน ในต่อ ๆ ไป ยิ่งคุยมันก็ยิ่งสนิทกันไปเรื่อย ๆ เวลาทำงานเราจะได้สบายใจ สุดท้ายนี้ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “สายลับ - ภณ” ที่มาร่วมพูดคุย สร้างความสุข ความน่ารักให้กับรายการ และก่อนจะจบรายการกันไป ฝากงานแฟนมีตติ้งครั้งแรกจากเหล่านักแสดงทั้ง 12 คนจาก “PIT BABE THE SERIES” ในงาน “PIT BABE 1ST FAN MEETING LOVE’S JOURNEY” วันที่ 2-3 มีนาคม 2567 ซื้อบัตรได้ทาง THAITICKETMAJOR สถานที่ TRUE ICON HALL , 7th FLOOR ICONSIAM ติดตามกันได้เลยสามารถเข้าไปรับชมกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

ขอบคุณ “เบ๊บ – ชาลี” ที่เป็นความสดใสในซีรีส์ ทำให้มันออกมาถึงชีวิตจริงของ “พูห์-พาเวล” จนได้รับรางวัล EFM FANDOM AWARDS ในสาขา “Be shine on your way”

30 ม.ค. 2024

ขอบคุณ “เบ๊บ – ชาลี” ที่เป็นความสดใสในซีรีส์ ทำให้มันออกมาถึงชีวิตจริงของ “พูห์-พาเวล” จนได้รับรางวัล EFM FANDOM AWARDS ในสาขา “Be shine on your way”

สัปดาห์ที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE [25 มกราคม 2567] ซึ่งคืนนี้ “ดีเจดาว และ ดีเจแนน” เปิดสตูดิโอต้อนรับ “พูห์ พาเวล” กับซีรีส์คู่เรื่องแรก “PIT BABE The Series”ในช่วงแรกของรายการเป็นการคัดเลือกชื่อ “EFM FANDOM AWARDS รางวัลพิเศษ เพื่อคนพิเศษ” จากที่แฟน ๆ เสนอและเปิดให้โหวตกัน1.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “บุคคลที่ควรได้รับความรักแห่งปี ( Love Award )” ที่เสนอรางวัลนี้ส่วนตัวรู้สึกว่าทั้งสองคนควรได้รับความรักมาก ๆ เลยถึงตอนนี้จะมีคนรักเขามาก ๆ แล้วแต่เราก็อยากให้รางวัลนี้อยู่ดีเพราะตั้งแต่วันแรกที่ทั้งสองคนคิดจะทำตรงนี้ทั้งคู่ตั้งใจมากพยายามมาตลอดระหว่างทางอาจจะมีคนเห็นบ้างไม่เห็นบ้างแต่ก็ยังพยายามอยู่จนถึงตอนนี้ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิมยังพัฒนาตัวเองเรื่อย ๆไหนจะความAppreciateในความรักของแฟนคลับอีกทุกครั้งที่เขาได้รับมาเขาจะตอบแทนความรักของแฟนคลับได้ดีเสมอแล้วจะเหลือเหตุผลอะไรที่จะไม่รักคนแบบนี้ เลยขอเสนอรางวัลLove Awardที่หมายถึงบุคคลที่ควรได้รับความรักแห่งปีให้ ถ้าใครยังคิดลังเลว่าจะรักเขาดีมั้ย?เราก็จะบอกไปเลยว่ารักเหอะเขาควรได้รับความรักจากทุกคนจริง ๆ2.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “The Perfect Blend”​ แตกต่างแต่ลงตัว คือนิยามของคู่นี้ ด้วยความต่างของอายุที่ก็มากอยู่นะตั้ง 6 ปี ต่างวัฒนธรรมที่เติบโตกันคนละประเทศ เส้นทางที่ผ่านมาก็ดูเหมือนว่ายากมากที่จะได้มาบรรจบกันพอดี แต่วันนี้มันก็เกิดขึ้น และที่น่ารักกว่าก็คือทั้งสองคนBlendความต่างนั้นให้สามารถเข้ากันอย่างลงตัว ไม่มากไปไม่น้อยไป สิ่งที่ทั้งสองคนเล่าผ่านสื่อให้ได้เห็นบางส่วนของความสัมพันธ์พี่น้องที่กว่าจะพัฒนาจนแข็งแรงขนาดนี้ ต้องผ่านทั้งการพูดคุย เปิดใจ ขออนุญาต และอนุญาตให้รู้จักอย่างตั้งใจในมุมที่คนพี่เข้มแข็งเป็นที่ปรึกษาในหลายอย่างที่เคยเจอมาก่อน แต่ในขณะเดียวกันคนน้องก็เป็นความสดใสเป็นที่พึ่งทางใจเพราะมีพื้นฐานหัวใจที่แข็งแรงมาก ๆ มันเป็นอะไรที่น่ารักจนคนข้างนอกมองเข้าไปก็ชื่นใจไปด้วย ส่วนตัวเชื่อนะว่าต่อให้เส้นทางข้างหน้าที่ไม่รู้ว่ามีอะไรรออยู่บ้าง ทั้งสองคนก็จะยังสามารถคงความสัมพันธ์พี่น้องที่ดีต่อกันนี้เอาไว้ได้ในชีวิตจริงแน่ๆ เป็นอีกหนึ่งทฤษฎีความสัมพันธ์ที่โชว์ให้เห็นว่าหลังจากผสมกันจนเข้าที่แล้วมันจะกลายเป็นสีที่ลงตัวและพอดี เป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ทุกคนที่ผ่านเข้ามารู้จักพูห์กับพาเวลจะต้องประทับใจในสิ่งที่ทั้งคู่ปฏิบัติต่อกันอย่างเคารพซึ่งกันและกันแน่นอน3.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “คู่จิ้นติดเทอร์โบ” แนวคิดคือ มี 2 เหตุผล 1. เป็นคู่ที่แมสไวมาก จากคนที่ไม่เคยรู้จักน้องทั้งคู่มาก่อนเลยจริง ๆ เพิ่งมารู้จักจากพิษเบ๊บนี่แหละ และรู้จักตอนที่ซีรีส์ฉายยังไม่ทันครึ่งเรื่องเลย แต่ตอนนี้หลงรักและติดตามน้องทั้งคู่ ซัพพอร์ตทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เลยค่ะ 2. เป็นคู่ที่พูห์พาเวล เป็นกัปตันที่ชงโมเม้นเก่ง จีบกันเก่ง จนสาววายสมองไหลอย่างเราไม่ต้องใช้ไม้พาย ทำแค่นั่งอยู่บนเรือที่ติดสปีดเทอร์โบ จิบไวน์สวย ๆ ดูเค้าจีบกันค่ะ4.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “Be shine on yourway” เปล่งประกายในแบบของคุณ (พูห์-พาเวล) You’re my Starlightเพราะคุณคือแสงสว่างของเรานะ​รางวัลนี้ได้แรงบรรดาลใจจาก ความสัมพันธ์ของพี่พาเวลและน้องพูห์ ทั้งสองเป็นคู่พาร์ทเนอร์ที่ดีในทุก ๆ ด้าน เขาคอยซัพพอร์ตกันทุกช่วงเวลาตลอดการเดินในเส้นทางนี้ พี่พาเวลให้ความเอ็นดู เป็นทั้งพี่ชาย เพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงาน ที่คอยให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำกับน้องพูห์เสมอ และน้องพูห์ก็ยังเป็นเด็กดื้อคนโปรด ที่ให้คำปรึกษาทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว และยังเป็นความสบายใจของกันและกัน สัมผัสได้ถึงความหวังดีที่ทั้งสองคนมีให้กันมันออกมาจากความรู้สึกข้างในจริง ๆ ทั้งสองคนมีความพยายามและตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานนี้ออกมา จนเป็นที่รู้จัก มีคนติดตาม ชื่นชมผลงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความพยายามที่ผ่านมามันเหมือนแสงสว่างที่ค่อย ๆ เปร่งประกายออกมาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ความน่ารัก ความธรรมชาติของทั้งสองคน จะทำให้มีคนรักเพิ่มขึ้นเยอะกว่านี้แน่นอน ถึงเวลาที่ทั้งสองคนจะต้องถูกค้นพบแล้วLight in your mind Shine on your way5.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “The Polaris” Polarisคือดาวเหนือ เป็นสัญลักษณ์ของการนำทาง เพราะไม่ว่าจะเป็นกลางวันที่พระอาทิตย์ฉายแสง หรือ กลางคืนที่พระจันทร์ส่องสว่าง ดาวเหนือก็จะอยู่ที่จุดเดิมเสมอ เป็นสัญลักษณ์แทนความมั่นคง สม่ำเสมอไม่เปลี่ยนแปลง เราชอบแนวคิดที่ว่าไม่ว่าเราจะเดินทางไปไหน มาจากเส้นทางอะไร แต่ดาวเหนือก็ยังอยู่ที่เดิมรอการค้นพบ ส่องสว่างและนำทางให้กับผู้พบเห็นเสมอ เราคิดว่าทั้งคู่ก็เหมือนกับดาวเหนือของแฟนคลับ ไม่ว่าคุณจะหลงทาง เหน็ดเหนื่อย หรืออยากจะส่งมอบความสุขให้ ทั้งคู่ก็ยังอยู่ตรงนั้นในที่ที่เราต่างมองเห็นกันและกันในสายตา ส่องสว่างเป็นสัญลักษณ์ในการนำทางพาแฟนคลับไปเจอสิ่งดี ๆ ที่รออยู่ หรือในอีกด้าน แฟนคลับเองก็จะเป็นดาวเหนือของทั้งคู่ที่จะคอยส่องแสงนำทางให้ แม้ไม่ได้สว่างที่สุดในจักรวาล แต่ก็จะอยู่ตรงนั้น ตรงที่เดิมที่พูห์กับพาเวลจะหันมาแล้วเจอเสมอ ที่เดิม..ไม่เคยเปลี่ยนแปลงถึงเวลาที่ทุกคนรอคอยแล้ววว! เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ เราจะมาพูดคุยกับ “พูห์ พาเวล”รางวัล “Be shine on yourway”ความสว่างในชีวิตของกันและกัน พาเวล : เรื่องของเอนเนอร์จี้ น้องพูห์เป็นคนที่มีเอนเนอร์จี้ที่บวกมาก เวลาอยู่ด้วยจะแฮปปี้ตลอดเวลา เหมือนเขาเข้ามา เขาจะบ๊อกแบ๊กๆ ของเขาอยู่แล้ว แต่ผู้ชายนิสัยบ๊อกแบ๊ก ๆ บอกเลยว่าอยู่ด้วยแล้วจะมีความสุข พูห์ : สำหรับผมคงเป็นเรื่องการทำงานในวงการบันเทิง เพราะว่าตั้งแต่อยู่ด้วยกันตอนซีรีส์ พี่เขาก็ช่วยผมหลายอย่าง ตั้งแต่เวิร์คช็อป ต่อบท แอคติ้งต่าง ๆ จนทุกคนได้ดู “PIT BABE The Series” อย่างที่ทุกคนได้เห็นรางวัล “คู่จิ้นติดเทอร์โบ”คะแนนความเต็มที่ของ “พูห์ พาเวล” ในซีรีส์นี้ พูห์ : ประเด็นคือผมเล่นเรื่องแรก เรื่องแรกมันต้องใส่สุด เต็ม 10 ก็ใส่ 10 กว่าจะได้โอกาสที่มายืนตรงนี้ก็เลยอยากทำให้มันเต็มที่ที่สุด พาเวล : สำหรับผมก็น่าจะเหมือนกัน เพราะว่าก่อนที่ผมจะมาเล่นเรื่องนี้ ผมเคยเล่นอีกเรื่องหนึ่งมาก่อน แล้วหลังจากนั้นโควิดก็มา ก็พักหายไปยาว ๆ ไม่รู้จะทำอะไร ชีวิตกลับมาได้แคสเรื่องนี้ ก็ได้โอกาสที่เป็นโปรเจกต์ใหญ่มากก็ใส่ไปเต็มแมกซ์ เรื่องแอคติ้ง เรื่องทุกอย่าง แต่หลังจากนี้ก็จะพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆสิ่งที่อยากทำร่วมกันในวงการบันเทิง พาเวล : แล้วแต่ผู้ใหญ่ใจดี 2 ท่านที่อยู่ห้องถัดไปเลยฮะ555 ถ้ามีซีรีส์ด้วยกัน สักเรื่องก็ดี หลาย ๆ เรื่องเลยก็ได้ไม่ติด ตอนนี้ยังออนแอร์อยู่ยังไม่จบ เดี๋ยวพอหลังจากนั้นก็มีโปรเจกต์อีกแน่นอน แต่ตอนนี้ก็ฮึบไว้ก่อน พูห์ : เอาจริงผม ผมรู้สึกว่าแค่ตรงนี้มันก็ใหม่กับผมมาก ๆ ไม่รู้พี่เคยเจอหรือยัง แต่ของผมมันใหม่ทุกอย่างด้วยความที่ “พูห์ พาเวล” ติดเทอร์โบทุกอย่าง พูห์ : ชีวิตเปลี่ยนไปเหมือนแบบมีคนคอยซัพพอร์ต เหมือนมีอีกครอบครัวหนึ่งที่คอยดันหลังเรา คอยซัพพอร์ตเรา จากตอนแรกที่เป็นนักเรียนธรรมดา อยู่มหาลัยวิ่งเล่นกับเพื่อน ตอนนี้มันก็มีชีวิตการทำงานเข้ามาด้วย แต่ผมว่าทำทุกอย่างไปพร้อมกันสนุกสุด พาเวล : ของผมก็…เคยอยู่ในวงการนี้มาละ แต่ว่ามันก็ไม่ขนาดนี้ พอตอนนี้เวลาไปไหนก็ต้องแต่งตัวให้ดูดีหน่อย เมื่อก่อนเราจะชิลล์ไง ๆ ใส่ขาสั้น ออกไปข้างนอกก็ใส่รองเท้าแตะ เดี๋ยวนี้ก็ต้องเต็มหน่อย เผื่อไปเจอแฟน ๆ ข้างนอกพูห์โดนเพื่อนที่มหาลัยแซวชื่อฉ่ำ พูห์ : มันแซวไปเรื่อยเลย ชาลีนี่ก็มี ลูกหมาก็มี ดาราก็มี555 เพื่อนล้อจนชินละ ตอน “PIT BABR the series First Premiere” EP.1 ผมชวนเพื่อนมางาน เพื่อนก็มา ซึ่งทั้งแถบ 30-40 คน เพื่อนผมวิศวะหมดเลย พาเวล : ตอนนั้นบัตรเรายังไม่เต็ม555 พูห์ : แต่บัตรตอนสุดท้ายของเรา พาเวล : หมดภายใน 5 นาทีน้ารางวัล“บุคคลที่ควรได้รับความรักแห่งปี ( Love Award )”วิธีสัมผัสถึงความรักที่แฟน ๆ มอบให้ พูห์ : เหมือนความรักเขาค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกรอบ พาเวล : มีหลายอย่างมาก อย่างแรกเวลาเราไปออกงาน เขาก็จะช่วยดันหลังเรา ปั่นเทรน คอยซัพพอร์ตเรา เพื่อให้งานออกมาดีและลูกค้าแฮปปี้ เขาก็จะช่วย ๆ เรา แล้วเวลาไปออกงานเขาก็จะคอยเซ็ต จัดออแกไนซ์กันเองภายในบ้าน รู้สึกตื้นตันที่เขาออแกไนซ์กันแบบรวมพล อเวนเจอร์ แล้วเขาทำงานเป็นระบบกันมาก พูห์ : ใช่ แล้วเขาจัดการทุกอย่าง พาเวล : แบบเสร็จเก็บของ เก็บขยะทุกอย่าง พูห์ : อย่างที่ผมบอกมันค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเรา อย่างงานครั้งแรกของผม ตอนมีคนมาจัดให้คืองานวันเกิดปีที่แล้ว ประมาณเดือนกรกฎาคม ตอนนั้นจัดที่ตึกแกรมมี่ ก็มีคนกลุ่มหนึ่ง ตอนนั้นดีใจมาก แฮปปี้มากที่มีคนมาจัดงานวันเกิดให้ แล้วมันก็เหมือนมองภาพจากวันนั้นมาถึงวันนี้ มันค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนแบบตกใจทุกครั้งที่ได้เจอ พาเวล : ขอเล่าเรื่องเหตุการณ์หนึ่ง คือพวกเราได้เจอแฟนคลับตอนที่ซีรีส์ออนไปแล้วประมาณ 1-2 รอบ ก็ได้เห็นจำนวนที่เพิ่มขึ้น แต่จะมีอยู่ตอนหนึ่งที่ EP.6 และมีไปเก็บโปรเจกต์ที่ MBK พูห์ : โห สะพานแทบพัง! พาเวล : จริง เกือบพัง คนเยอะมากกกกกรางวัล “The Perfect Blend”จากเรื่องที่ Blend ไม่เข้ากัน จนกลายมาเป็นความลงตัว พูห์ : ตอนแรก ๆ ก็เหมือนคน 2 คนที่ไม่รู้จักกัน แล้วก็ค่อย ๆ รู้จักกันเรื่อย ๆ เจอครั้งแรกตอนงานวันเกิดพี่ฉอด เจอเขาใส่แจคเก็ตลายสก็อต และก็เดินแอค ๆ เท่ ๆ ตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าต้องทำงานร่วมกัน ยังไม่รู้จักใคร พาเวล : ตอนนั้นที่เจอกันผมอยู่ข้างหน้า เพราะผมรู้จักทีมงาน เพื่อน ๆ ที่เป็นนักแสดงด้วยกันแล้ว แต่น้องพึ่งมาใหม่ ผมหันไปน้องก็ทำตัวไม่ถูก คนอื่นก็จอย ๆ กินข้าวกัน ปาร์ตี้กัน น้องก็ยืนงง ๆ ก็หันกลับไปเห็นเด็กชายคนหนึ่งที่หน้าเล็ก ๆ หน้าเป๊ะ ๆ หล่อ ๆ คนหนึ่ง ก็พยายามชวนเขามาจอย ๆ ยังไม่ค่อยได้คุยกันมากตอนนั้น ยังไม่ค่อยรู้จัก แต่เหมือนตอนนั้นเขาไม่ค่อยคุยกับใคร พูห์ : วันที่ได้คุยจริงจังคือวันที่แคส จะมีรอบแรกแนะนำตัว และตอนบ่ายมีเข้าคู่ เราก็ได้มาคู่กัน และได้เล่นบท บทหนึ่งก็คือบทซีนเปิดของ PIT BABE นั่นแหละ พาเวล : คือเขาให้จับเข้าคู่กันและก็ไปเล่น พวกผมได้สลับคู่ประมาณ 7 คนที่ต้องสลับไปสลับมา ผมได้เล่นเป็นบทเบ๊บ 7 ครั้ง หลายคนมากก็เข้ากับน้อง พอเข้ากับน้อง น้องก็ทำอะไรไม่ค่อยถูก เพราะเป็นซีรีส์เรื่องแรกก็ยังไม่ค่อยกล้า บทมันให้แบบว่า ‘งั้นมึงก็ลองมาทำดิ ผมก็ปิดปากทำเองเลย’ แล้วคลิปนั้นดันไวรัล หลังจากนั้นก็ได้เวิร์คช็อปด้วยกัน พูห์ : หลังจากนั้นก็มี ‘Boys Journey ภารกิจพิชิตใจ’ ด้วย ไปเล่นกิจกรรมต่าง ๆ อันสุดท้ายก็มาออกกล้อง เปิดกองอันนี้อยู่ด้วยกัน 2-3 เดือนแทบจะทุกคิวรางวัล “The Polaris”ความมั่นคงและความเสมอต้นเสมอปลายของทั้งคู่ พูห์ : ผมว่าน่าจะเป็นแพชชั่นเขา แพชชั่นเขาคงที่มาก เต็มที่กับทุกอย่าง เพราะด้วยความที่เขาเต็มที่กับทุกอย่างนั่นแหละ เขาเลยสามารถช่วยผมได้เยอะมากในการทำงาน พาเวล : ของน้องก็เหมือนกัน เรา 2 คนมีเป้าหมายเดียวกันที่อยากทำให้มันดีที่สุด น้องเขาก็ใหม่ แต่เขาอยากเล่นบทชาลีออกมาให้ดีที่สุด อยากให้ทุกคนทั้งโลกได้เห็นเขาเป็นลูกหมาที่น่ารัก เขาก็ตั้งใจมาปรึกษาผมว่าต้องทำยังไง บทนี้ต้องเล่นยังไง เราต้องลองหลายวิธีกันไหมเวลาเล่น แล้วพอซีรีส์ออนไป เขาก็ยังมีแพชชั่นที่ทำงานต่อ เวลาไปออกงานก็ปรึกษากันตลอดว่าต้องทำยังไงความผูกพันของ “พูห์ - พาเวล” กับ “เบ๊บ ชาลี” พาเวล : ตอนอ่านบทมันเห็นเป็นตัวหนังสือ แต่พอเรามาเล่นจริง ๆ แล้วทุกซีนมันปะติดปะต่อกัน สงสัยเหมือนกันว่าทำไมเบ๊บขี้วีนจัง แต่ผมก็คิดนะว่ามันก็มีเหตุผล คือเบ๊บเป็นคนที่โดนอะไรมาเยอะ ทั้งพ่อบุญธรรม พ่อแท้ ๆ ก็ทิ้งเขาไป เพื่อนก็หักหลัง มันมีหลายปัจจัย และผมอยากบอกตัวละครเบ๊บว่า ‘แข็งแรงให้พอ...’ พูห์ : อยากบอกชาลีว่า ‘ขอบคุณที่เป็นความสดใสในซีรีส์ให้กับคุณพี่เบ๊บ และก็ทำให้มันสดใสออกมาถึงชีวิตพวกเรา 2 คนเลย’ มันทำให้ผมมีความสุขแบบเดียวกับในซีรีส์เลยและวันนี้ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ของเราไม่ได้แค่มาพูดคุยกับ “พูห์ – พาเวล” แต่ทางรายการก็มีเกมมาให้ทั้งคู่เล่นกันด้วย กับเกมที่มีชื่อว่า ‘พี่เบ๊บพาผมไป... หน่อยนะค้าบบบ’ บอกเลยว่าโคตรสนุก งานนี้พลาดไม่ได้แน่นอน! (เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย รายการได้เปิดโอกาสให้ #เด็กเบ๊บทุกคนได้โทรเข้ามาพูดคุยกับ “พูห์ - พาเวล” น้องพูห์เป็นแรงบันดาลใจสำหรับตัวของเราเอง น้องมีรอยยิ้มที่สดใสมาก มองทีไรแล้วรู้สึกสบายใจ ทำให้เรารู้สึกว่าต้องเดินต่อไปให้ได้ ไม่ว่าข้างหน้าจะเจอเรื่องอะไรก็ตามที่ทำให้เราไม่สบายใจ พาเวลก็เหมือนกัน น้องเก่งมากที่ทำได้ขนาดนี้ อยากให้น้องเติบโตไปเรื่อย ๆ ตัวเราเองอยากเป็นแรงซัพพอร์ตให้น้องทั้ง 2 คน ไม่ว่าน้องจะเดินไปทางไหนก็ตาม เราจะเป็นกำลังใจให้ ไม่ว่าพวกแกจะไปในทิศทางไหน เราพร้อมที่จะซัพพอร์ตให้แกไปทุก ๆ ทาง และหวังว่าจะประสบความสำเร็จในจุดที่สูงที่สุดของสิ่งที่คาดหวัง ขอบคุณที่เป็นความสุขให้เรามาโดยตลอด ตั้งแต่ติ่งพวกเขามามีความสุขทุกครั้งเลย เวลาทำงาน เวลาเหนื่อย แค่มองภาพพวกเขาก็มีความสุขแล้วก่อนจะจากกันไป “พูห์-พาเวล” ขอบคุณสำหรับรางวัล “Be shine on yourway” พาเวล : ขอบคุณที่ช่วยกันโหวตให้พวกเราได้รางวัลนี้มา “พูห์-พาเวล” รางวัลแรกและพวกเราจะทำตัวน่ารัก เป็นเด็กดีของพวกคุณตลอดไป และก็จะอยู่ด้วยกันไปนาน ๆ พูห์ : ขอบคุณทุกคน การที่ทุกคนมาอยู่ตรงนี้ มาร่วมดูไลฟ์ มาร่วมโหวต มันมีค่ามากกว่ารางวัลที่เราได้ การที่ทุกคนมาอยู่ด้วยกันมันดีมาก ๆ อยู่ด้วยกันไปนาน ๆ นะเธอ...สุดท้ายนี้ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “พูห์-พาเวล” ที่มาร่วมพูดคุย สร้างความสุข ความน่ารักให้ #เด็กเบ๊บทุกคน และเหล่าแฟนๆรายการ ฝากติดตามซีรีส์ “PIT BABE The Series” ทุกวันศุกร์ เวลา 21:15 น. ทางช่องวัน 31 ฝากเพลง “BETTER ME” ซึ่งเป็นเพลงคู่ระหว่าง “พูห์ – พาเวล” และ “แข็งแรงไม่พอ” เพลงจาก “พาเวล” กันด้วยน้าาาสามารถเข้าไปรับชมกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

album
efm
-

-