เรื่องเล่าจากคุณโอ 'ความลับเเม่ชี' l อังคารคลุมโปง X เจน - ลูกนัท The Ghost [ 4 พ.ย.2568 ]

อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากคุณโอ 'ความลับเเม่ชี' l อังคารคลุมโปง X เจน - ลูกนัท The Ghost [ 4 พ.ย.2568 ]

08 พ.ย. 2025

      ต้องไปนอนค้างคืนที่วัดป่า เพราะได้ไปทำงานจิตกรรมฝาพนังที่วัดแห่งหนึ่ง ก่อนไปจึงได้ถามเพื่อนว่า มีที่พักให้ไหม? เพื่อนก็ตอบว่า ‘ให้ไปนอนกับแม่ชีในวัดเลย’ พอไปถึงวัดก็แวะเข้าไปล้างหน้าล้างตา ก็ได้เหลือบไปเห็นขันใบหนึ่งที่มีว่านแช่อยู่ เลยคิดเล่น ๆ ว่า “แม่ชีเล่นของเหรอวะ” และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวสุดแปลกที่ได้เจอ!

   เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X เจน - ลูกนัท The Ghost [ 4 พ.ย.2568 ]’ ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจโซเซฟ’ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘ความลับแม่ชี’

   ย้อนกลับไปเมื่อ 1 ปีที่แล้ว “คุณโอ” ได้มีโอกาสไปทำงานที่วัดเเห่งหนึ่งที่ต่างจังหวัด ตำแหน่งที่ตั้งของวัดจะอยู่ที่ติดบริเวณเชิงเขา ลักษณะงานของเธอเป็น “งานจิตรกรรมฝาผนัง”  ก่อนจะเดินทาง โอจึงได้สอบถามเพื่อนร่วมงานไปว่า

“มีที่พักให้ไหม?”

เพื่อนเลยบอกว่า “มีที่พักให้ในวัดเลย นอนกับแม่ชี”

   โอได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกสบายใจ เพราะเป็นการทำงานในสถานที่ที่ไม่คุ้นชิน การได้พักอยู่ในวัดกับแม่ชี อาจทำให้เธอทำงานได้สะดวกมากขึ้นเพราะไม่จำเป็นต้องเดินทางไกลเพื่อไปทำงานในแต่ละวัน

หลังจากพูดคุยถามไถ่รายละเอียดงาน เพื่อนของโอก็ได้ถามขึ้นมาว่า

“แกกลัวหมาไหม?”

“ไม่กลัวนะ ที่บ้านก็เลี้ยงอยู่” โอตอบไปตามตรงโดยไม่ได้คิดอะไร

“ดีแล้ว เพราะหมาที่นั่นดุมาก” เพื่อนสาวกล่าวเตือนด้วยความหวังดี

   เมื่อโอเดินทางไปถึงวัดแห่งนั้น เธอก็นำสัมภาระทั้งหมดของตนเอง ขึ้นไปเก็บไว้บนกุฏิวัด หลังจากที่โอขึ้นไปเก็บข้าวของต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อย เธอก็ไปทำธุระส่วนตัวที่ห้องน้ำข้าง ๆ กุฏิ โอเลือกเข้าห้องน้ำในห้องที่บานประตูถูกเปิดอยู่ พอเข้าไปเธอก็เจอกะละมังใบหนึ่ง ภายในนั้นมีสมุนไพรลักษณะคล้ายกับว่าน หรือรากไม้อยู่ ทันใดนั้นความสงสัยพลันแล่นขึ้นมาในหัวอย่างไม่จริงจังว่า  “แม่ชีเล่นของเหรอ? ทำไมแช่ว่านด้วย” แต่เธอก็ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น

   อยู่มาวันหนึ่ง... ในระหว่างทางที่โอ ต้องเดินออกเพื่อไปทำงานภายในวัด หมาที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นจะเห่า และพยายามเข้ามากัดอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นไปตามคำที่เพื่อนของตนพูดเตือนไว้ในตอนแรกว่า... หมาที่วัดนี้มีนิสัยดุร้าย แต่ในวันนั้นมันดุมากกว่าปกติ พลันสายตาก็ดันเหลือบไปสังเกตเห็นแม่ชีนั่งอยู่ที่บริเวณนั้นพอดี จึงได้เอ่ยถามขอความช่วยเหลือไป

“แม่ชีคะ หมาดุมากเลย แม่ชีช่วยเรียกมันไปให้หน่อยได้ไหมคะ?”

   ไร้เสียงตอบกลับจากแม่ชี เธอจึงพยายามตะโกนเรียกหลาย ๆ ครั้งแต่มันก็ไม่เป็นผล โอจึงตัดสินใจหยิบไม้แถวนั้นมาใช้เป็นเครื่องมือในการป้องกันตัว แต่ในจังหวะนั้นเองที่แม่ชีได้ยินเสียงคนกำลังหยิบจับสิ่งของ ก็ได้หันมาพูดกับโอว่า

“แม่ชีเดินไม่ได้หรอก มันหวง ถ้าเดินไปมันจะยิ่งกัด”

“แล้วต้องทำยังไงคะ?”

“ใช้ไม้ไล่มันไปสิ”

   ได้ยินดังนั้น ราวกับเป็นคำอนุญาต โอจึงใช้ไม้ยาวในมือขับไล่สัตว์สี่ขาตรงหน้าไป ในจังหวะที่เธอกำลังง้างมือ แม่ชีก็เดินปรี่เข้ามาด้วยความไม่พอใจ คล้ายกับหวั่นเกรงว่าเธอจะทำร้ายหมาตัวนั้นจริง ๆ และมาไล่หมาตัวนั้นด้วยตัวของแม่ชีเอง.. ทำให้โอสามารถขึ้นไปทำงานต่อได้

   ตกกลางคืน... โอเดินกลับที่พักของตน หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จสิ้น โดยพื้นฐานเธอเป็นคนที่สวดมนต์ก่อนนอนเป็นกิจวัตรประจำวันทุกคืนอยู่เเล้ว ซึ่งภายในกุฏิไม่ได้มีเพียงแค่เธอแต่มีรุ่นน้องผู้หญิงอีกคนนอนกับเธอด้วย ตัวของรุ่นน้องคนนี้เป็นคนที่กลัวผีมาก ทำให้ต้องเปิดไฟทิ้งไว้ทั่วทั้งที่นอน และรอบระเบียง

   ในระหว่างที่สวดมนต์ โอสังเกตเห็นแสงไฟที่ดับลงหน้าห้องน้ำ และค่อย ๆ ไล่ดับมาทีละดวงจนถึงหน้าห้องของตน ทันใดนั้นเอง... เธอก็ได้ยินเสียงกระซิบปริศนาดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ จากเสียงแผ่วเบาที่จับใจความได้ยาก  ก็เริ่มดังชัดขึ้นในโสตประสาทว่า

“เงยหน้ามามองกูสิ เงยหน้ามามองกูสิ...”

   เสียงกระซิบชวนขนหัวลุกดังซ้ำไปซ้ำมาข้างหู ทำให้โอตัดสินใจลุกพรวดขึ้นมาเปิดหน้าต่าง แต่กลับมีเพียงความมืดมิดปกคลุมไปทั่วทั้งวัด ความรู้สึกไม่ปลอดภัย และหวาดกลัวค่อย ๆ เกาะกินภายในใจ สถานการณ์ตอนนั้นมันบอกกับเธอว่ามีบางอย่างผิดปกติ และที่แห่งนี้ไม่น่าอยู่อีกต่อไป

เมื่อรุ่นน้องเดินเข้ามา โอจึงบอกให้หญิงสาวเก็บของ และย้ายไปนอนที่อื่น ในวัดยังคงมีกุฏิหลายแห่งที่สามารถไปพักพิงได้ เพียงแต่ผู้คนจะค่อนข้างแออัด โอเลยตัดสินใจโทรหาเพื่อนที่พักอยู่อีกกุฏิ และขอไปนอนด้วย

ก่อนจะออกไป ทั้งสองคนก็ตั้งใจจะไปบอกกล่าวให้แม่ชีได้รับรู้ ตัวของแม่ชีนั่งอยู่ตรงริมหน้าต่าง จากมุมของโอจะเห็นแค่เพียงขาของแม่ชีที่โผล่พ้นออกมา แต่ไม่เห็นลำตัว และบนตักของแม่ชีมีแมว 1 ตัวนอนอยู่

“แม่ชีคะ แม่ชีขา”

   แม้ว่าเธอจะส่งเสียงเรียกแม่ชีไปกี่ครั้ง แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรตอบกลับมา แม่ชียังคงนั่งนิ่ง แต่กลายเป็นว่าแมวที่นอนอยู่บนตักนั้นกลับขยับกาย และหันหน้ามามองเธอ โอได้แต่ครุ่นคิดในใจว่าแม่ชีคงใส่หูฟัง หรือกำลังสวดมนต์อยู่ เลยเลือกที่จะเดินลงมาจากกุฏิ และตั้งใจว่าพรุ่งนี้เช้าค่อยกลับมาบอกใหม่อีกครั้ง

   แต่ก่อนที่สองเท้าจะก้าวออกจากเขตกุฏิ ความรู้สึกประหลาดบางอย่างมันก็แล่นขึ้นมา คล้ายกับว่ากำลังบอกให้เธอนั้นเงยหน้าขึ้นไปมองข้างบน ความรู้สึกก็ตีตื้นขึ้นมาว่า แม่ชีจะกำลังมองเราอยู่ตรงหน้าต่างรึเปล่า? และในวินาทีที่เธอหันหลังกลับไป มันก็เป็นไปตามที่เธอคิดเพราะแม่ชีกำลังมองดูเธอจากตรงหน้าต่าง! และค่อย ๆ เดินเข้าไปข้างใน..

หลังจากที่ทั้งสองคนเดินมาถึงที่พักหลังใหม่ โอก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เพื่อนฟัง เพื่อนก็มีความเห็นไปในทางเดียวกันกับเธอว่าแม่ชีคนนั้นดูแปลก ๆ แต่ในตอนนั้นก็คิดว่าตนเองอาจจะคิดไปเองคนเดียว บางครั้งที่คุยกับแม่ชี เขาก็เหมือนมีหลากหลายอารมณ์ คุยดีบ้าง ไม่คุยบ้าง หรือทำเหมือนเราไม่มีตัวตนไปเลย

   พอตื่นเช้ามา จู่ ๆ โอก็เกิดอาการบ้านหมุนถึงขั้นที่ไม่สามารถทำงานต่อได้ จะลุกจะนั่งก็มีอาการคลื่นไส้อาเจียนตลอด เลยจำเป็นต้องกลับไปหาหมอที่กรุงเทพฯ

เมื่อกลับมาถึงบ้าน ด้วยความไม่สบายใจ โอจึงไปเอาผ้าถุงของแม่มาครอบหัวตนเอง ตามความเชื่อของคนโบราณว่าการลอดผ้าถุงของแม่สามารถปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และใช้เป็นวิธีแก้คุณไสยได้

   วันถัดมาโอก็ไปหาหมอ หลังจากตรวจร่างกายก็ไม่พบความผิดปกติใด ๆ คุณหมอได้ให้คำแนะนำว่าสาเหตุของอาการป่วยอาจเกิดจากการพักผ่อนน้อย โหมงานหนัก และได้จ่ายยากลับมาให้ทานที่บ้าน

   หลังจากอาการของเธอเริ่มดีขึ้น โอก็กลับไปทำงานที่วัดเหมือนเดิม ในช่วงที่กลับไปที่วัด และทำงานอยู่ หากวันใดเป็นวันพระ ตัวของโอจะพยายามเคลียร์งานต่าง ๆ ให้เสร็จเพื่อที่จะไปทำวัดกับแม่ชีท่านอื่น ๆ จนรู้สึกคุ้นเคยและสนิทสนม   เลยมีโอกาสได้พูดคุยกัน ด้วยความสงสัย โอจึงได้ถามเรื่องราวส่วนตัวเกี่ยวแม่ชีคนนั้นไป

“แม่ชีคนที่หนูนอนด้วย เขามาจากไหนเหรอคะ?”

“แม่ชีคนนั้น ไม่ค่อยมีใครยุ่งกับเขานะ กุฏินั้นเขาก็อยู่คนเดียว ไม่มีใครอยู่กับเขาได้”

คำตอบที่ไม่ได้คลายความสงสัยแต่กลับทำให้เธออยากรู้มากขึ้นไปอีก

“แต่อย่าไปสุงสิงกับเขามากเพราะ เขาเป็นคนมีของ!”

   ประโยคตักเตือนด้วยความหวังดีส่งตรงมาถึงโอ หลังจากเธอครุ่นคิดต่อเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นในวัด ทุกอย่างก็ค่อย ๆ เชื่อมโยงกันอย่างน่าขนลุก และสุดท้ายเธอก็ได้รู้ว่าทั้งหมดนั้นคือ ความลับของแม่ชี

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

รับฟังเต็ม ๆ ได้ที่

related อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากขึก สิทธิชัย 'เจ้าที่หลอนในกุฏิ' l อังคารคลุมโปง X เอิร์ธ - ขึก [ 16 ธ.ค.2568 ]

25 ธ.ค. 2025

เรื่องเล่าจากขึก สิทธิชัย 'เจ้าที่หลอนในกุฏิ' l อังคารคลุมโปง X เอิร์ธ - ขึก [ 16 ธ.ค.2568 ]

เดินทางไปค้างคืนที่วัดแห่งหนึ่ง ตกดึกกำลังจะเคลิ้มหลับตาลง ก็มีเสียงดังลั่นขึ้นมา! ตึก..ตึก..ตึก… ดังรายล้อมไปรอบตัว พร้อมเสียงกระซิบแผ่ว ๆ “นอนหลับสบายดีมั้ย..” จึงได้รวบรวมความกล้าทั้งหมดเปิดผ้าคลุมออก พบเข้ากับผู้หญิงที่จ้องหน้ามาอย่างจัง หลังจากวันคืนนั้น ก็ยังพบเจอเหตุการณ์แบบนี้อยู่ซ้ำไปในทุก ๆ คืน… เรื่องราวของกุฏิหลอน.. ‘คุณขึก’ ได้เข้ามาเล่าเรื่องราวของตนเอง ที่ได้ไปนอนค้างที่กุฏิวัดชื่อดังแห่งหนึ่ง แต่ในจังหวะที่จะเคลิ้มหลับ มักจะได้ยินเสียง ตึก..ตึก..ตึก… ดังขึ้นในทุก ๆ คืน เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน อังคารคลุมโปง X’ (16 ธันวาคม 2568) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจโซเซฟ’ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘เจ้าที่หลอนในกุฏิ’ เรื่องเล่าจาก ‘คุณขึก’ ได้เดินทางจากต่างจังหวัด เข้ามาหาหลวงตาที่เป็นรองเจ้าอาวาส ณ วัดชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพ แม่คุณขึกได้บอกว่า ก่อนที่จะเข้านอนอย่าลืมไหว้พระสวดมนต์ ช่วงเวลากลางคืน เริ่มมีอาการเคลิ้ม ๆ ปรากฏว่าเสียงดังลั่นขึ้นมา ตึก!..ตึก!…ตึก! ค่อย ๆ หันซ้าย หันขวาไปมอง ก็พบแต่ความว่างเปล่า หลังจากเสียงดังลั่นเมื่อครู่ ก็เริ่มที่จะมีอาการเคลิ้มอีกครั้ง ทันใดนั้นบริเวณหน้าต่างก็มีเสียงดังลั่น ตึก! ตึก! ตึก! ตึก! ตึก! ลุกขึ้นไปดูในทันที แต่กลับไม่พบอะไรที่ผิดปกติ หลังจากนั้นได้กลับมาปิดไฟ เริ่มจะเอนตัวลงนอน ทันใดนั้นก็มีเสียงดังลั่นขึ้นอีกครั้ง ตึก..ตึก..ตึก… เป็นเสียงดังล้อมรอบตัว และได้ลุกขึ้นสำรวจรอบ ๆ ตัวก็พบแต่ความว่างเปล่าอีกครั้ง ผ่านเวลามาจนถึง ตี 3 เริ่มได้ยินเสียงเดินอีกครั้ง พร้อมกับความรู้สึกว่ามีบางอย่าง มาเขี่ยไปมาอยู่บนใบหน้า และได้แต่นึกในใจว่าอาจจะเป็นขนแมว แต่ทันใดนั้นมีเสียงพูดแผ่ว ๆ ว่า “นอนหลับสบายดีมั้ย” เป็นเสียงของหญิงสาวที่กระซิบอยู่เบา ๆ คุณขึกรวบรวมความกล้าทั้งหมด เปิดผ้าออกมองตรงไปด้านหน้า สายตามองเห็นเป็นใบหน้า ของผู้หญิงนั่งจ้องตาเขม็ง คุณขึกตกใจสะดุ้งเฮือก หลวงตาได้ปรากฏตัวขึ้นในทันที พร้อมพูดมาว่า “อย่าไปกวนเขา ต่างคนต่างอยู่” หลังจากนั้นผู้หญิงคนนั้นก็เฝดหายไป ผ่านไปไม่นานด้วยความเพลีย มีอาการง่วงขึ้นอีกครั้ง และเสียงก็ค่อย ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง ตึก..ตึก… คุณขึกเริ่มสวดคาถาไล่ผีขึ้นมา แต่ทันใดผู้หญิงคนนั้นก็พูดขึ้นมาว่า“ไม่ต้องสวดหรอก..ฉันไม่กลัว” ผู้หญิงคนนี้เดินไป เดินมา อยู่รอบ ๆ ตัว คุณขึกนึกในใจว่า เราได้ไปลบหลู่เขาหรือเปล่า รุ่งเช้าวันต่อมา จึงได้ไปใส่บาตรให้กับเขา แล้วก็เดินทางกลับบ้าน แต่เดือนถัดมาได้กลับมาที่วัดอีกครั้ง ก็ยังพบเจอเหตุการณ์แบบเดิมอยู่ซ้ำ ๆ วนไป..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากคุณมะปราง ‘ผีปิดดวง’ l อังคารคลุมโปง X ท๊อฟฟี่ ศิวดล [ 12 พ.ค.2569 ]

21 พ.ค. 2026

เรื่องเล่าจากคุณมะปราง ‘ผีปิดดวง’ l อังคารคลุมโปง X ท๊อฟฟี่ ศิวดล [ 12 พ.ค.2569 ]

เมื่อต้องดูดวงให้กับลูกดวงที่มีวิญญาณตามติดมานานเกือบ 10 ปี เขาไม่สามารถมองเห็นนิมิตใด ๆ เกี่ยวกับลูกดวงคนนี้ได้เลย เหมือนมีบางสิ่งพยายามปิดกั้นเธออยู่จากการดูดวงที่ควรจะราบรื่น สู่เรื่องราวหลอนเต็มไปด้วยปริศนาที่ไขไม่ได้ ไม่รู้ว่าผีตนนี้เป็นใคร และเกี่ยวข้องอะไร ทำไมถึงคอยรบกวนชีวิตลูกดวงคนนี้ รวมถึงคนรอบตัวเขา หรือแม้กระทั่งหมอดูเองที่โดนตามหลอกหลอนด้วยการเคาะประตูบ้าน และกรีดร้องใส่ทั้งคืน เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน 'อังคารคลุมโปง X ท๊อฟฟี่ ศิวดล' (12 พ.ค. 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘ผีปิดดวง’ ‘คุณมะปราง’ ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวจากประสบการณ์ตรงของตัวเอง ตัวคุณมะปรางเป็นสาวออฟฟิศ หลังเลิกงานเธอจะรับดูดวงด้วยไพ่ออราเคิลให้เพื่อน ๆ ที่ออฟฟิศ หรือรับแค่เฉพาะคนรู้จัก และคนใกล้ตัวเท่านั้น บวกกับที่เธอเป็นคนมีเซนส์เห็นผีมาตั้งแต่เด็ก ๆ เธอจึงดูดวงให้คนอื่น และสามารถสื่อสารกับสิ่งที่มองไม่เห็นได้ เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อรุ่นพี่ที่เธอรู้จักได้แนะนำเพื่อนสนิทของเขา ที่อยากดูดวงกับคุณมะปรางมาก ให้มาดูดวงด้วย ซึ่งคุณมะปรางจะมีกฎในการดูดวงดังนี้1.จะดูดวงให้ได้ในเวลา 2 ทุ่ม ขึ้นไปเท่านั้น 2. จะไม่ถามวัน/เดือน/ปีเกิด และเวลาตกฟากใด ๆ ปกติเวลาดูดวงจากแค่รูปภาพของลูกดวง และเปิดไพ่เท่านั้น ก็จะสามารถเห็นนิมิตเห็นภาพในหัวอย่างชัดเจนแล้ว เมื่อถึงนัดดูดวง มะปรางก็ได้คุยกับพี่ลูกดวงคนนี้ซึ่งเป็น LGBTQ+ ผ่านทางการโทรไลน์ และดูรูปจากรูปโปรไฟล์ของเขา ก่อนเริ่มมะปรางได้ให้ลูกดวงอธิฐานขอให้เธอสามารถดูดวงเขาได้ตามปกติ แต่ที่แปลกมาก คือไม่ว่าจะพยายามดูเท่าไหร่ มะปรางก็ไม่สามารถมองเห็นอะไรเกี่ยวกับลูกดวงคนนี้ได้เลย เหมือนมีบางอย่างไม่ยอมเปิดให้เธอเห็น มะปรางจึงทักเขาไปว่า “ขอโทษนะคะ เคยมีใครทักมั้ยคะ ว่ามีผู้หญิงตามอยู่” พี่เขาก็แปลกใจ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีคนทักแบบนี้อยู่เหมือนกัน และเขาไม่เคยเล่าให้ใครฟังแม้แต่เพื่อนสนิทของเขาที่แนะนำให้เขามาดูดวงกับมะปรางก็ด้วย เขามั่นใจว่าไม่มีใครรู้เรื่องนี้ มะปรางจึงบอกกับเขาว่า “พี่พอจะอธิฐานขอผู้หญิงคนนั้น ให้มะปรางดูดวงพี่หน่อยได้มั้ยคะ” แล้วเขาก็เริ่มอธิฐาน หลังจากนั้นมะปรางก็สามารถดูดวงเขาได้ แต่ระหว่างที่เปิดไพ่อยู่ผีผู้หญิงคนนี้จะคอยแทรกเข้ามาเหมือนตั้งใจจะขัดขวาง มะปรางรับรู้ได้ทั้งเสียง และภาพลักษณะของเธอ เป็นผีผู้หญิง สวมชุดไทยสีน้ำเงินเข้ม ผมยาวถึงหลัง ผีตนนั้นกรี๊ดเสียงดังรบกวนสมาธิมะปรางซึ่งเป็นคนเดียวที่ได้ยินตลอดเวลา มะปรางตัดสินใจถามลูกดวงไปตรง ๆ ว่า “เคยมีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นในชีวิตมั้ยคะ ตั้งแต่มีผีตนนี้ตาม” ลูกดวงจึงตัดสินใจเล่าให้ฟัง ในขณะที่ผีผู้หญิงก็ยังกรี๊ดรบกวนบทสนาอยู่ตลอด เรื่องราวแปลก ๆ ที่ลูกดวงเจอมีอยู่ว่า เขาเคยมีเพื่อนผู้หญิงค่อนข้างเยอะตั้งแต่ย้ายมาอยู่คอนโดใหม่ที่อาศัยอยู่ปัจจุบัน เพื่อน ๆ ก็เริ่มเฟดตัวออกไป ซึ่งเขาเองก็ไม่ค่อยอยากพบใคร หรือออกไปไหนชอบเก็บตัวอยู่ในห้อง และไม่ว่าเพื่อนผู้หญิงคนไหนก็ตามที่มานอนกับเขาที่ห้อง แม้จะมานอนด้วยกันหลาย ๆ คน ก็จะต้องเก็บของ และรีบออกไปจากห้องเขาก่อน 6 โมงเช้าเสมอ เพราะระหว่างนอน ทุกคนจะได้ยินผีผู้หญิงคนนี้มาตะคอกใส่ข้างหูว่า “ออกไป!” และยังมีอีก 1 เหตุการณ์ประหลาดที่เพื่อนของเขาออกจากห้องเขา และกลับบ้านไปพบว่า มีรอยเล็บขูดที่กลางหลังจนเจ็บแสบไปทั้งหลังเมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลาย ๆ ครั้ง เขาจึงไม่ค่อยได้พบเพื่อน ๆ อีกเลย มะปรางอยากช่วยแก้ปัญหานี้ เลยลองเปิดไพ่เพื่อคุยกับผีอยากทราบว่า เธอเป็นใคร มาจากที่ไหน แต่ผีตนนั้นก็ไม่ยอมบอกอะไรเลย รู้แค่ว่าเขาตามลูกดวงของมะปรางมานานเกือบ 10 ปีแล้ว มะปรางจึงเปิดไพ่ เพื่อให้คำแนะนำกับลูกดวงถึงวิธีที่จะทำให้ผีตนนี้เลิกตามแทน มะปรางได้ถามลูกดวงว่า “ช่วยเช็คเตียงนอนที่ห้องหน่อยได้มั้ย ว่าหันหัวไปทางไหน” เขาตอบว่า เตียงนอนหันหัวไปทางทิศตะวันตก มะปรางสังเกตได้ถึงความผิดปกติของห้องจึงถามเรื่อย ๆ จนพี่เขาส่งรูปห้องที่อาศัยอยู่มา สิ่งที่เห็นได้ คือห้องปัจจุบันที่ลูกดวงอยู่ โดนออกแบบ และวางตำแหน่งต่าง ๆ ผิดหลังฮวงจุ้ยหมดเลย เราเลยแนะนำให้พี่เขาย้ายคอนโดจะดีกว่า เพราะเขาอยู่ห้องนี้มานาน ผีก็ตามเขามานาน และชีวิตลูกดวงก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลยตั้งแต่งอยู่ที่นี้มะปรางยังแนะนำอีกว่าให้ไปทำพิธีกรรมทางศาสนา พี่เขาเป็นคนพุทธก็ไปทำพิธีพุทธที่วัด และผีตนนั้นก็หายไปได้ประมาณ 2 เดือน ก่อนลูกดวงคนนี้ของมะปรางจะทักเธอมาอีกในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันพระว่า...“ช่วยดูให้หน่อยได้มั้ย ว่าผีผู้หญิงคนนั้นเธอไปหรือยัง เพราะรู้สึกว่ามีคนเกาหลังให้ในตอนกลางคืน” มะปรางจึงเปิดไพ่ดูให้อีกครั้ง และเห็นว่า ผีตนนั้นได้ออกไปแล้ว แต่ด้วยความที่เขาตามมานานเขาจะยังสมารถกลับมาได้เดือนละครั้ง เดาว่าเพราะอาจมีพันธะบางอย่างจากชาติก่อนที่ผูกพันกัน มะปรางพยายามสื่อสาร แต่ผีตนนั้นก็ไม่ยอมคุยด้วยจึงแก้ไขอะไรไม่ได้ แม้ลูกดวงจะย้ายไปอยู่คอนโดใหม่แล้ว แต่ดวงเขาก็ยังทำให้เขาต้องเจอเรื่องแบบนี้อีก เพราะห้องใหม่ที่เขาไปอยู่ทั้งเลขห้อง และภายในห้อง ล้วนทำให้เขาต้องได้เจอกับสิ่งที่มองไม่เห็นทั้งสิ้น เหมือนกับว่าเขามีอะไรบางอย่างที่จะดึงดูดสิ่งเหล่านี้ ซึ่งการดูดวงครั้งนี้น่ากลัวมากหลังจากที่ดูจบไป ผีผู้หญิงตนนั้นก็มาเคาะประตูกระจกที่บ้านมะปราง พร้อมกับส่งเสียงกรี๊ดทั้งคืนเลย แต่เขาเข้ามาไม่ได้ เพราะบ้านมะปรางก็มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองอยู่ พี่ลูกดวงยังเคยเล่าให้ฟังอีกว่า เมื่อนานมาแล้ว ระหว่างที่เขาขับรถมาจากต่างจังหวัด แล้วเขาเกิดหลับใน อยู่ ๆ ก็มีใครสักคนช่วยหักพวงมาลัยให้ทำให้เขาไม่เกิดอุบัติเหตุ มะปรางเลยสันนิษฐานว่า อาจจะไปเจอผีผู้หญิงตนนี้เข้าบังเอิญเป็นคนเคยรู้จักกันในอดีตชาติเขาจึงช่วยเหลือ และเริ่มติดตามพี่ลูกดวงเรื่อยมา แต่ก็ยังแนะนำเพิ่มเติมอีกว่าให้ไปลอดโบสถ์ และทำบุญให้อย่างเดียว เพื่อสลัดสิ่งที่ติดตามเรามา ไม่ว่าจะด้วยเจตนาดี หรือไม่ดี ให้หลุดพ้นจากกันสักที….(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากคุณแบล็ค เดอะโกสท์ ‘ห้องพักพันแปด’ l อังคารคลุมโปง X ปรัชญา ปิ่นแก้ว [ 19 พ.ค.2569 ]

26 พ.ค. 2026

เรื่องเล่าจากคุณแบล็ค เดอะโกสท์ ‘ห้องพักพันแปด’ l อังคารคลุมโปง X ปรัชญา ปิ่นแก้ว [ 19 พ.ค.2569 ]

รวมตัวไปพักผ่อนกับเพื่อน แต่ไม่ได้จองที่พักไว้ เลยไปหาหน้างาน และได้ไปเจอโรงแรมราคาถูกที่ไม่มีใครเข้าพัก เพราะกำลังปิดรีโนเวทอยู่ แต่เจ้าของใจดีเลยได้พักกันที่โรงแรงแห่งนี้ แต่เจ้าของบอกว่า ‘หลัง 5 โมงเย็นจะไม่มีใครอยู่ที่นี่นะ’ หลังจากนั้นเมื่อพวกเขาได้เข้าพักก็ได้เจอกับเรื่องประหลาดที่หลอนสุดขีด กันถ้วนหน้า!! เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X ปรัชญา ปิ่นแก้ว [ 19 พ.ค.2569 ]’ ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ ‘ดีเจมดดำ’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘ห้องพักพันแปด’ เรื่องราวนี้ ‘คุณแบล็ค เดอะโกสท์’ ได้มาแชร์เรื่องราวของตัวเอง ย้อนไปเมื่อ10 ปีที่แล้ว ตอนนั้นทำงานได้สักพักก็ได้ชวนเพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่ทำงานหาเวลาว่างไปเที่ยวทะเลกัน ก็รวมตัวกันไปได้ประมาณ 8 คน แต่ยังไม่ได้จองที่พัก เพราะยังรวมจำนวนคนได้ไม่เรียบร้อย เมื่อถึงวันรุ่นพี่ไปถึงก่อนส่วนคุณแบล็ค จะตามไปที่หลังเมื่อไปถึงก็ดื่มสังสรรค์กันช่วงเวลาประมาณบ่าย 3 ของวันนั้นก็ได้เริ่มออกหาที่พัก แต่วนหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอเพราะคนจองไว้เต็มแล้ว ช่วงใกล้ค่ำแฟนของคุณแบล็ค ก็ได้เห็นป้ายที่มีเบอร์ของโรงแรมแห่งหนึ่งติดไว้จึงได้ติดต่อไปแต่ไม่มีใครรับสายเลยตัดสินใจเดินข้ามไปอีกโรงแรมซึ่งมีห้องพักว่างพอดี คุณแบล็คก็ได้ถามพนักว่า ราคาเท่าไหร่? พวกผมมากัน 8–9 คน พนักงานเลยบอกงั้นพี่คิดแค่ 1,800 แล้วกัน เพราะปกติพี่ไม่ได้เปิดให้พักปิดปรับปรุงอยู่เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องพักมีกลิ่นอับมากเหมือนไม่ได้เปิดมานาน แต่ตอนนั้นจะต้องออกไปสังสรรค์กันแล้วเลยไม่ได้อะไร เจ้าของก็ได้ยื่นกุญแจไว้ให้ คุณแบล็คก็จ่ายเงินเรียบร้อย หลังจากนั้นเจ้าของโรงแรมพูดขึ้นมาว่า ‘หลังจาก 5 โมงไม่มีใครอยู่โรงแรมแล้วนะ’ มีแค่พวกน้องเต็มที่เลย และเจ้าของยังพูดอีกว่า ชั้น 2 ห้ามขึ้นเด็ดขาด! เพราะว่าเขากำลังรีโนเวทประมาณเที่ยงคืนหลังจากสังสรรค์กันเสร็จ คุณแบล็คเห็นแฟนของเพื่อนนั่งอยู่ที่เตียง เลยถามไปว่า ทำไมไม่นอน แฟนของเพื่อนเลยบอกว่า ‘ไม่มีไร เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าค่อยคุย’ ทุกคนก็เข้านอนกันปกติ ประมาณตี 4 เกือบตี 5 อยู่ดี ๆ แฟนของคุณแบล็คก็ได้ตื่นขึ้นมาโวยวาย และปลุกให้ทุกคนตื่น พร้อมให้เหตุผลว่า ปะทุกคนลุก พวกเราต้องไปที่อื่นพอทุกคนเก็บเสื้อผ้า เก็บกระเป๋าออกจากที่พัก คุณแบล็คได้พยามติดต่อหาเจ้าของที่พัก แต่เขาไม่รับสายปรากฏว่าสายสุดท้ายเจ้าของรับสาย และบอกให้เอากุญแจวางไว้หน้าฟรอนต์ แค่ปิดประตูแล้วออกไปได้เลย คุณแบล็คก็เกิดความเอะใจ คุณแบล็ค ได้เห็นปฏิกิริยาแปลก ๆ ของแฟนที่มองไปบนชั้นสองแล้วรีบเก็บเป๋าวิ่งขึ้นรถไป ระหว่างที่กำลังจะเดินทางกลับบ้าน บรรยากาศในรถก็เริ่มคุยกันว่า ทุกคนได้เจออะไรกันรึป่าว? เมื่อคืนมีอะไรผิดปกติมั๊ย จนแฟนของตั้มพูดมาว่า..“ระหว่างที่เขากลับมานอนก่อน เตียงของเขาจะติดกับห้องน้ำ เขาได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้สะอึกสะอื้นพร้อมกับเสียงขูดพนังตลอดเวลา”แต่เขาไม่กล้าปลุกแฟน เพราะตั้มปวดหัวเลยไม่กล้าพูดอะไร ก็ได้แต่นั่งรอให้ทุกคนกลับมา ต่อมาในพาร์ทของแฟนของคุณแบล็ค เขาฝันว่า...“อยู่ดี ๆ ก็มีคนเรียกเขาไปบนชั้น 2 ของที่พัก พอแฟนเดินขึ้นไป เขาเห็นผู้หญิงคนนึงยืนอยู่ในห้องแล้วกวักมือเรียก ‘มาอยู่ด้วยกันสิ!!’ ”แฟนเลยตอบไปว่า ขึ้นไม่ได้หรอกเจ้าของที่พักบอกกำลังรีโนเวทอยู่ เขาห้ามขึ้นทันใดนั้น เธอก็ค่อย ๆ หันมาปรากฏว่าเสื้อมันค่อย ๆ กลายเป็นสีแดง และเลือดเต็มตัวทำให้แฟนสดุ้งตื่นแล้วได้ปลุกทุกคน พอได้คุยกันเสร็จในรถ ทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับบ้านปกติก็ เหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่หลังจากนั้น เมื่อปลายปีที่แล้วเพื่อนที่ไปเที่ยวด้วยกัน เขาได้ย้ายไปทำงานบริษัทใหม่ แล้วมีงานสัมมนาเกิดขึ้น แต่เมื่อไปถึงที่สัมมนาแล้ว ก็ได้แยกย้ายเข้าโรงแรม แต่เขารู้สึกว่าทำไมโรงนี้คุ้น ๆ เพราะความจริงโรงแรมที่เขาพักคือ โรงแรมที่ติดต่อไปเมื่อ 10 ปีที่แล้วตอนไปเที่ยว ที่ตอนนั้นเขาไม่รับสาย เพื่อนของคุณเเบล็คจึงหันไปมองโรงแรมตรงข้ามมันไม่มีอยู่แล้ว แต่ระหว่างนั้นเพื่อนที่เป็นบัดดี้บอกว่าข้างล่างเขามีกิจกกรรมข้างล่างกัน แต่เพื่อนของคุณแบล็ค ก็ไม่ได้ไป ระหว่างที่นอนไปได้สักพักเขาได้ยินเสียงเครื่องดูดฝุ่น เสียงไม้กวาดก๊อกก๊อก แก๊กแก๊ก จึงลืมตาขึ้นมาเห็นเป็นผู้หญิงยืนหันหลัง ตอนแรกคิดว่าเป็นแม่บ้าน เขาเลยพูดว่าเขามาได้ยังครับ นี่ก็ดึกแล้วนะ ถ้าป้าไม่ออกไปผมจะแจ้งทางโรมแรมแล้วนะ คุณเข้ามาได้ห้องผมได้ยังไง ออกไปเดี๋ยวนี้เลย หญิงคนนั้นก็ได้เดินทะลุประตูออกไปทันที!ด้วยความตกใจเขาเลยจะวิ่งไปหาเพื่อนด้านล่าง แต่ไม่มีใครอยู่ เขาจึงได้ตัดสินใจเดินไปหน้าปากซอย ก็ไปเจอร้านข้าวต้มโต้รุ่งร้านนึง จึงได้สั่งข้าวต้ม และเครื่องดื่มมาทาน จนมีลุงเจ้าของร้านมาถามว่า เป็นอะไรหรือป่าว? ไปเจออะไรมาทำไมดูหน้าซีด ๆ เขาจึงได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้ลุงฟัง ลุงก็ได้แต่ยิ้มพร้อมหัวเราะเขาจึงได้คิดในใจว่าลุงคงต้องรู้ เลยกะจะซื้ออาหารสัก 4-5 อย่าง หวังว่าลุงจะบอก ลุงก็ได้เล่าให้ฟังว่าเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วเห็นโรงแรมที่อยู่สุดซอยซ้ายมือไหม? เพราะ 10 ปีที่แล้วมีพนักงานผู้หญิงไปบอกให้ช่างที่รีโนเวทชั้น 2 ให้เบาเสียงหน่อย ปรากฏว่ากลุ่มนั้นไม่พอใจ ก็เลยลากผู้หญิงไปทำมิดีมิร้าย จึงทำให้เธอเสียชีวิต แต่พอหลังจากเธอเสียชีวิตก็มีคนแถวนั้นเห็นอยู่เรื่อย ๆ จนเจ้าของที่พักตัดสินใจทุบชั้น 2 ออกให้เหลือชั้นเดียว และเมื่อ 2 ปีที่แล้วโรงแรมที่เขาพักอยู่มีแม่บ้านไปทำความสะอาด แต่เขามีโรคปะจำตัวเสียชีวิต แต่ไม่แน่ใจว่าชั้นไหน ห้อง? เรื่องราวทั้งหมดก็ได้มาสรุปเมื่อปลายปีที่แล้ว(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากคุณเบนจี้ 'ใครในห้องน้ำ' l อังคารคลุมโปง X เต้ย ผีเหรียญ [ 9 ธ.ค.2568 ]

24 ธ.ค. 2025

เรื่องเล่าจากคุณเบนจี้ 'ใครในห้องน้ำ' l อังคารคลุมโปง X เต้ย ผีเหรียญ [ 9 ธ.ค.2568 ]

คืนล้อมวงดื่มในหอพักมหาวิทยาลัย กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่ไม่ควรเห็น เมื่อสังเกตว่ามีใครบางคนเดินเข้าออกห้องน้ำ ทั้งที่ในห้องมีผู้หญิงเพียงสองคน และสิ่งที่เห็น…คือกระโปรงยาวกับเท้าเปลือย ๆ หลังจากคืนนั้น ความผิดปกติเริ่มตามติดไม่หยุด ไฟถนนที่ดับไล่ตามทาง ไปจนถึงเสียงเล็บขูดหน้าต่างยามค่ำคืน… เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปงXเต้ย ผีเหรียญ ’ (9 ธันวาคม 2568) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเคเบิ้ล’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘ใครในห้องน้ำ’ เรื่องราวนี้เกิดขึ้นในสมัยที่ ‘เบนจี้’ ยังอาศัยอยู่หอพักมหาวิทยาลัย คืนหนึ่งมีรุ่นพี่ที่รู้จักกันชวนไปนั่งดื่มที่ห้อง เบนจี้จึงไปพร้อมกับรูมเมทอีกหนึ่งคน ภายในห้องมีคนนั่งล้อมวงดื่มเหล้ากันหลายคน บรรยากาศดูปกติ ไม่มีอะไรผิดสังเกตตำแหน่งที่เบนจี้นั่งอยู่เป็นจุดที่มองเห็นประตูห้องน้ำได้พอดี และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความผิดปกติ เบนจี้สังเกตเห็นว่า มีใครบางคนเดินเข้าออกห้องน้ำหลายครั้งเห็นแค่ระดับเท้า จึงไม่ได้คิดอะไร เพราะคิดว่าเป็นรุ่นพี่คนอื่นในวง จนกระทั่งเริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่เดินผ่านหน้าประตูห้องน้ำ เป็นกระโปรงยาวคลุมถึงตาตุ่ม และเท้าเปลือย ๆ เบนจี้เริ่มรู้สึกไม่แน่ใจ เพราะในวงดื่มคืนนั้น มีผู้หญิงแค่เบนจี้กับรูมเมทเท่านั้นไม่นานนัก รุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่งลุกขึ้นจะไปเข้าห้องน้ำ ทั้งที่ไม่กี่วินาทีก่อนหน้านั้น เบนจี้เพิ่งเห็นเท้าคู่นั้นเดินเข้าไปแล้ว เมื่อหันไปมองอีกครั้ง…กลับเห็นเพียงพี่ผู้ชายคนเดียวอยู่ในห้องน้ำ ไม่มีใครอื่นเลย ความรู้สึกอึดอัด และกดดันเริ่มก่อตัว เบนจี้จึงขอออกไปสูดอากาศข้างนอก และรูมเมทก็เดินตามออกมา ทั้งสองไปนั่งอยู่ที่บันไดทางขึ้นหอ เบนจี้บอกกับเพื่อนว่า…“กูเห็นนะ” เพราะส่วนตัวเป็นคนที่มีเซ้นส์เรื่องลึกลับอยู่แล้วรูมเมทตอบกลับทันทีว่า ตอนอยู่ในห้องก็รู้สึกอึดอัดเหมือนกัน พอเพื่อนถามต่อว่าเห็นเป็นยังไง ในจังหวะที่เบนจี้กำลังจะอธิบายปลายหางตากลับเห็นข้อเท้าและชายกระโปรงสีขาวแบบเดียวกับที่เห็นในห้องอยู่ด้านหลังพวกเขาร่างนั้นค่อย ๆ ย่อตัวลง จนเห็น ปลายผมสีดำยาว เหมือนกำลังโน้มตัวลงมา เพื่อฟังว่าเบนจี้จะพูดอะไรต่อเบนจี้ลดเสียงลงทันที แล้วกระซิบกับเพื่อนว่า“มันอยู่ตรงนี้…มันกำลังฟังเราอยู่”ทั้งสองนับจังหวะแล้วหันกลับไปมองพร้อมกันแต่…ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น ความไม่สบายใจทำให้ทั้งคู่รีบขอตัวกลับ ระหว่างขับรถกลับหอ เบนจี้ได้แต่ภาวนาในใจว่า ขออย่าตามกลับมาเลย แต่ขณะขับรถอยู่ เบนจี้เหลือบมองกระจกข้างเห็น ไฟถนนค่อย ๆ ดับลงทีละดวง ไล่ตามหลังมาอีกเพียงเลี้ยวซ้ายเดียวก็จะถึงหอพักแต่จู่ ๆ รถกลับ ดับกลางทาง…ฝนเริ่มตกปรอย ๆ บรรยากาศเงียบผิดปกติ โชคดีที่มีนักศึกษาผู้ชายขับรถผ่านมา จึงช่วยสตาร์ทรถให้ จนทั้งคู่สามารถกลับหอได้อย่างปลอดภัยเช้าวันถัดมา เบนจี้ถามรูมเมทว่า “เมื่อคืนหลับสบายไหม”แต่คำตอบที่ได้คือ“สบายอะไร…ได้ยินเสียงเหมือน เล็บขูดบานเกร็ดหน้าต่างทั้งคืน”ตอนแรกเบนจี้ไม่เชื่อ จนไปดูที่หน้าต่าง และพบว่า มีรอยเล็บจริง ๆ เป็นรอยเล็กยาว คล้ายเล็บยาวขีดลากลงมา คืนนั้นเอง เบนจี้ก็เริ่มได้ยินเสียงเดียวกัน และจะได้ยินเฉพาะตอนที่ปิดไฟ เสียงนั้นเกิดซ้ำ ๆ อยู่ 2-3 คืน จนกระทั่งวันเข้าพรรษา เบนจี้ได้ไปทำบุญ และอธิษฐานบอกกับสิ่งที่ตามมาว่าขอมอบบุญทั้งหมดในวันนี้ให้ ขอให้กลับไปอยู่ที่เดิมและอย่าตามมาอีกหลังจากวันนั้น…ก็ไม่มีอะไรปรากฏขึ้นอีกเลย(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

album
efm
-

-