"งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 69" มหกรรมงานท่องเที่ยว ที่สายเที่ยวห้ามพลาด

Travel & Hotel

"งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 69" มหกรรมงานท่องเที่ยว ที่สายเที่ยวห้ามพลาด

29 ก.พ. 2024

เริ่มต้นขึ้นแล้ว! กับมหกรรมงานท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย "งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 69" รวบรวมโปรโมชั่นโรงแรม ที่พัก ตั๋วเครื่องบิน และทัวร์ทั้งไทย และต่างประเทศมากมาย เอาไว้ที่นี่

"งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 69" มหกรรมงานท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 67 - 3 มีนาคม 67 ที่ Hall 5-6 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 21.00 น.ใครที่เป็นสายท่องเที่ยว สายผ่อนคลาย สายโปรโมชั่นทั้งหลาย บอกเลยห้ามพลาดที่จะมาเยี่ยมชม

บอกเลยว่ามาปีนี้ ไม่ทำให้ผิดหวัง ขนโรงแรมชั้นนำมากมาย ที่พักชื่อดัง ทั่วประเทศ ตั้งแต่ภาคเหนือ ยันภาคใต้ เดินกันเพลิน ๆ เลือกกันไม่ถูกเลย และยังมีห้องอาหารชั้นนำกันอีกด้วยน้า มาพร้อมกับโปรโมชั่นราคาพิเศษ เฉพาะงานนี้เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด ของแถม และของสมนาคุณอีกเพียบ

ส่วนใครที่เป็นสายท่องเที่ยวต่างประเทศ หรือชอบการเดินทางไปกับทัวร์ ไม่ว่าจะเป็นทัวร์ไฟไหม้ หรือไฟไม่ไหม้ ตั้งแต่เอเซีย ยันยุโรป สายมู หรือสายธรรมชาติ ก็จัดกันได้เลย บริษัททัวร์ชั้นนำ มาพร้อมกับโปรโมชั่นสุดเลิศ รอให้คุณได้เข้าไปเลือกจองกันอยู่

นอกจากจะมีโปรโมชั่นดี ๆ แล้ว ยังมีกิจกรรม "หมุนไข่" ให้ได้มาเสี่ยงโชค ลุ้นรางวัลภายในงานกันอีกด้วย รวมไปถึงซุ้มอาหารให้ได้แวะเติมพลัง เอาแรงเดินจองทริป จองที่พัก หรือจะซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านกันได้อีกด้วย

ใครเป็นสายท่องเที่ยว และกำลังมองหาโปรโมชั่นเด็ด ๆ ของโรงแรม ที่พัก ห้องอาหารชั้นนำต่าง ๆ ต้องรีบพุ่งตัวมาที่ "งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 69" มหกรรมงานท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ จัดขึ้นที่บริเวณ Hall 5-6 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จัดขึ้นแค่เพียง 4 วันเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 67 - 3 มีนาคม 67 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 21.00 น.

related Travel & Hotel

นึกถึงของวินเทจ นึกถึงช่างชุ่ย

15 มิ.ย. 2024

นึกถึงของวินเทจ นึกถึงช่างชุ่ย

หากมองหาของวินเทจ หรือของมือสอง ต้องมาที่ ช่างชุ่ย ถนนสิรินธร แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร สามารถมาเดินได้ทั้งกลางวันและกลางคืนที่ช่างชุยแบ่งออกเป็น 2 โซน ได้แก่ โซนสีเขียวและกลางคืน และแบ่งย่อยออกเป็น 4 เกจด้วยกันภายในมีแลนด์มาร์คหลายจุด เป็นรูปปั้นตัวการ์ตูน สัตว์ กระโหลก รวมถึงเครื่องบิน ถือเป็นจุดแลนด์มาร์คตามเกจต่างๆอาคารอาเหนกป้าสง ที่ช่างชุ่ย จะป็นตลาดโซนแอร์ ภายในมีเสื้อผ้า โมเดล ตุ๊กตามากมาย และแลนด์มาร์คของโซนนี้ คือ คิงคองยักษ์สีทองจุดไฮไลท์ของช่างชุ่ย หรือ จุดกึ่งกลางของที่นี่ คือ เครื่องบิน และลานขายแว่นตา สร้อย ต่างหู เสื้อผ้า และอื่นๆ มากมายอีกทั้งที่ช่างชุ่ยเขายังมีร้านอาหารทั้งของคาว และหวาน ร้านอาหารบางร้านในช่างชุ่ยจะเปิดแค่ช่วงกลางวันเท่านั้นนอกจากที่ช่างชุ่ยจะมี เสื้อผ้า โมเดล ของเล่น ของกินแล้วนั้น ยังมีโซนเครื่องเล่นอย่าง ตู้คีบตุ๊กตา และตู้เกมอื่นๆ ให้เหล่าเด็กน้อย และวัยรุ่นได้เข้ามาเล่นกันได้อีกด้วยและที่ช่างชุ่ย ยังมีจุดรวมพลเหล่าวัยรุ่น อย่างช่างเชื่อม ที่มีการจัดงานดนตรีต่าง ๆ ทั้งนี้ช่างเชื่อมจะเปิดเฉพาะมีงามเท่านั้นหากใครอยากลองมาเที่ยวตลาดของวินเทจก็สามารถมาเดินเล่นชิลๆ เดินดูเสื้อผ้าต่างๆ ก็สามารถมาชมได้ที่ ช่างชุยเวลาเปิด : วันอังคาร ถึง วันอาทิตย์ เวลา 17.00-23.00 น. (หยุดวันจันทร์)พิกัด : ถนนสิรินธร แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร (จอดรถฝั่งตรงข้าม)

"ร้านเช่าหนังสือวราสาส์น : สายใยแห่งการอ่านในยุคดิจิทัล"

26 ก.พ. 2025

"ร้านเช่าหนังสือวราสาส์น : สายใยแห่งการอ่านในยุคดิจิทัล"

ใจกลางย่านราชเทวี-พญาไท ซึ่งเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง มีร้านเช่าหนังสือเล็กๆ ที่ยังคงยืนหยัดผ่านกาลเวลาและกลายเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำของใครหลายคน ร้านนั้นคือ "ร้านเช่าหนังสือวราสาส์น" ที่เต็มไปด้วยชั้นหนังสือเรียงรายและกลิ่นหนังสือเก่าที่อบอวลต้อนรับผู้มาเยือนวราภรณ์ เชฎฐาวิวัฒนา เจ้าของร้านวัย 70 ปี เล่าถึงจุดเริ่มต้นของร้านที่หยั่งรากมาจากความรักการอ่านตั้งแต่วัยเด็ก เธอเติบโตมาในครอบครัวที่มีวัฒนธรรมการอ่านเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ด้วยความใกล้ชิดกับหนังสือที่พ่อของเธอถ่ายทอดให้ เธอจึงหลงใหลการอ่านตั้งแต่วัยเยาว์ พอเข้าสู่วัยทำงาน แม้จะต้องทำงานหนักจนได้ฉายา "หญิงเหล็ก" แต่ความรักในหนังสือก็ยังคงอยู่ ทำให้เธอตัดสินใจเปิดร้านเช่าหนังสือเพื่อสานต่อความหลงใหลนี้การเปิดร้านหนังสือในช่วงที่ผู้คนเริ่มหันเหไปหาความบันเทิงรูปแบบใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยความมุ่งมั่นและใจรัก วราภรณ์และสามีได้ร่วมมือกันสร้างร้านเช่าหนังสือแห่งนี้ขึ้นมา พวกเขาตระเวนหาซื้อหนังสือจากบ้านต่าง ๆ ประกาศรับซื้อและค่อย ๆ สะสมหนังสือจนกลายเป็นคลังหนังสือขนาดใหญ่ที่มีหนังสือหลายหมื่นเล่มแม้ว่าโลกจะหมุนไปอย่างรวดเร็ว แต่ร้านเช่าหนังสือวราสาส์นยังคงรักษาเสน่ห์และกลิ่นอายของความคลาสสิกไว้ได้อย่างมั่นคง ความอบอุ่นของร้านและความใส่ใจของเจ้าของร้านดึงดูดลูกค้าประจำให้กลับมาเสมอ บางคนแวะมาหาหนังสือที่เคยอ่านในวัยเด็ก บางคนมาเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังสือเล่มโปรด ร้านนี้จึงเปรียบเสมือนศูนย์กลางของชุมชนเล็กๆ ที่คนรักการอ่านมารวมตัวกันในยุคดิจิทัลที่การอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นที่นิยม ร้านเช่าหนังสือวราสาส์นยังคงมีเสน่ห์ในแบบที่เทคโนโลยีไม่อาจแทนที่ได้ กลิ่นหนังสือเก่า การสัมผัสหน้ากระดาษ และความทรงจำที่เชื่อมโยงกับหนังสือเล่มโปรดคือสิ่งที่ทำให้ลูกค้าหลายคนยังคงแวะเวียนมา แม้จะมีความท้าทายมากมาย แต่ร้านเช่าหนังสือแห่งนี้ยังเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันไว้อย่างงดงามวราภรณ์เชื่อว่าร้านเช่าหนังสือมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการอ่าน เธอเล่าว่า "หนังสือเล่มหนึ่ง คนอ่านได้เป็นร้อยเป็นพัน เป็นวิทยาทานที่เราต้องการเผยแพร่" แม้ว่าร้านเช่าหนังสือจะให้ผลตอบแทนไม่สูงนัก แต่เธอยังคงยืนหยัดทำด้วยความสุขที่ได้เห็นคนเข้ามาหยิบหนังสือและได้แบ่งปันความรู้ให้กับเยาวชนนอกจากการให้บริการเช่าหนังสือ วราภรณ์ยังจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอ่านเป็นประจำ เช่น การจัดมุมอ่านฟรีสำหรับเด็กๆ หรือการลดราคาหนังสือในโอกาสพิเศษ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงหนังสือได้ง่ายขึ้น เธอมองว่าการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านตั้งแต่วัยเยาว์จะช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์และจินตนาการ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิตวราภรณ์มีมุมมองที่ชัดเจนต่ออนาคตของการอ่าน แม้เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน แต่เธอเชื่อว่าหนังสือมีคุณค่าในแบบที่ดิจิทัลไม่สามารถทดแทนได้ เธอมองว่าการอ่านหนังสือช่วยสร้างสมาธิ กระบวนการในการคิด และการเชื่อมโยงอารมณ์กับเนื้อหาได้มากกว่า เธอหวังว่าความรักในการอ่านจะถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่ผ่านประสบการณ์ที่จับต้องได้ เช่น การพลิกหน้ากระดาษและการแบ่งปันความรู้ระหว่างกันนอกจากนี้ เธอยังเน้นว่าร้านเช่าหนังสือเป็นพื้นที่ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความรู้ ด้วยราคาที่จับต้องได้ ทำให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถมีโอกาสอ่านหนังสือดีๆ ได้ วราภรณ์เชื่อว่าการส่งเสริมการอ่านในชุมชนเล็กๆ สามารถสร้างผลกระทบในวงกว้างและช่วยพัฒนาสังคมให้ก้าวหน้าการดำเนินร้านเช่าหนังสือในยุคนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและจำนวนผู้อ่านที่ลดลง วราภรณ์พยายามปรับตัวอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นการขยายประเภทหนังสือให้หลากหลาย หรือการสร้างความสัมพันธ์อันอบอุ่นกับลูกค้าประจำ ร้านวราสาส์นจึงไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจ แต่เป็นพื้นที่ที่รวบรวมความรักและความมุ่งมั่นในการรักษาวัฒนธรรมการอ่านทุกๆ ปีในวันเด็ก วราภรณ์จะเปิดให้เด็กๆ อ่านหนังสือฟรี เพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน แม้เด็กที่เข้าร้านจะลดน้อยลง แต่เธอก็ยังคงยึดมั่นในความตั้งใจนี้ เพราะเชื่อว่าการอ่านจะช่วยสร้างอนาคตที่ดีให้กับสังคม เธอหวังว่าภาครัฐจะมีนโยบายสนับสนุนร้านเช่าหนังสือขนาดเล็กเช่นนี้ เพื่อรักษาสังคมแห่งการเรียนรู้และเสริมสร้างวัฒนธรรมการอ่านให้คงอยู่ต่อไปร้านเช่าหนังสือวราสาส์นจึงไม่ใช่แค่ร้านเช่าหนังสือธรรมดา แต่เป็นพื้นที่แห่งความทรงจำและความรักการอ่าน ที่เปิดโอกาสให้คนทุกวัยได้เข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของหนังสือ และเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและใจรักที่ไม่เสื่อมคลายของเจ้าของร้านผู้เปรียบเสมือน "หญิงเหล็ก" ที่ต่อสู้เพื่อความสุขเล็กๆ ของตัวเองและเพื่อแบ่งปันความสุขนี้ให้กับผู้อื่นวราสาส์นFacebook : วราสาส์นสถานที่ตั้ง : 68, 56 ซ. เพชรบุรี 5 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/xFktv6YTGV5fboRWAเวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 12:30-20:30 น. (ปิดทุกวันอาทิตย์)ผู้เขียน : จิตรกร ปะวะโขภาพ : เบญญาภา แนบเนียน

สัมผัสความสุขปลายปีกับงาน "centralwOrld x J.P.TOYS GALLERY present Merry Ville 2025"

17 ธ.ค. 2024

สัมผัสความสุขปลายปีกับงาน "centralwOrld x J.P.TOYS GALLERY present Merry Ville 2025"

เซ็นทรัลเวิลด์กลับมาเติมเต็มความสุขอีกครั้ง กับงาน "centralwOrld x J.P.TOYS GALLERY present Merry Ville 2025" เทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ซึ่งเต็มไปด้วยความสนุก อาร์ต มุมถ่ายรูป และบรรยากาศที่สวยงามจนต้องไปเยือนไฮไลต์ของงานที่ทุกคนต้องจับตามองคือ "ต้นคริสต์มาส Art Toys" ที่มีขนาดใหญ่ถึง 4 เมตร และเป็นต้นคริสต์มาสที่สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความพิเศษอยู่ที่การตกแต่งด้วย อาร์ตทอย 23 คาแรกเตอร์สุดพิเศษ จากฝีมือของ 11 ศิลปินระดับโลก เช่น Labubu, Zimomo, Flappy, Vincent และอีกมากมาย พร้อมให้ทุกคนได้รับชมและถ่ายรูปแบบใกล้ชิดกับตัวอาร์ตทอยกว่า 50 ตัว ที่กระจายอยู่ทั่วห้างอีกหนึ่งความพิเศษคือการเนรมิตหมู่บ้าน Merry Ville ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก Regent Street ในลอนดอน ซึ่งมี 12 โซนที่ตกแต่งแตกต่างกันอย่างสร้างสรรค์ไม่ใช่แค่ต้นคริสต์มาสหรืออาร์ตทอยเท่านั้น แต่ที่เซ็นทรัลเวิลด์ยังจัดเต็มไปด้วย กิจกรรมบันเทิงหลากหลาย อย่าง Shimmering Snowflakes Galderma โชว์หิมะสุดมหัศจรรย์ที่จะมีทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันละ 5 รอบ ตั้งแต่ 17.00 - 20.00 และเทศกาลอาหาร Fun Food Festival ที่รวมร้านเด็ดหลายร้านมาให้ทุกคนได้ลิ้มลองกันถึงหน้าห้างเซ็นทรัลเวิร์ลกันเลยทีเดียวนอกจากนี้ยังมีโซน อาหาร และเครื่องดื่ม ที่ลานหน้าห้างเซ็นทรัลเวิร์ล ให้คนที่เดินชมงานคริสต์มาสได้แวะพักเหนื่อยกันอีกด้วยใครที่กำลังมองหาสถานที่สำหรับสร้างความทรงจำที่พิเศษในช่วงเทศกาลปลายปีแบบนี้ ก็อย่าห้ามพลาดงานนี้กันนะระยะเวลา 5 พฤศจิกายน 2567 - 5 มกราคม 2568พิกัด ลาน Square A-B เซ็นทรัลเวิลด์

อาณาจักรแห่งนักล่าสายคีบตุ๊กตา "Taisa Catch Space"

12 มี.ค. 2024

อาณาจักรแห่งนักล่าสายคีบตุ๊กตา "Taisa Catch Space"

ใครคิดว่าแน่ ใครคิดว่าเจ๋ง ในเรื่องสายคีบ ต้องรีบพุ่งตัวไปที่ "Taisa Catch Space" อาณาจักรของนักล่าสายตู้คีบตุ๊กตา ใครอยากไปฝึกฝีมือ หรือไปทดสอบสกิล ต้องไปลอง"Taisa Catch Space" แหล่งเช็คอินแห่งใหม่ของคนที่ชื่นชอบในการคีบตู้ตุ๊กตา ที่ส่งตรงมาจากไต้หวัน ตั้งอยู่ที่โครงการนวพาร์ค ให้เหล่าบรรดานักล่าทั้งหลาย ได้มาทดสอบฝีมือ แล้วขนตุ๊กตา และขนมกลับบ้านกัน พร้อมแล้วไปลุยกันเลยเข้ามาด้านในก็จะพบกับตู้คีบตุ๊กตามากมาย ทั้งตัวเล็ก ตัวใหญ่ คิวท์ ๆ ทั้งน้าน สายตุ๊กตา ต้องไม่พลาด นอกจากมีตุ๊กตาให้ได้คีบแล้ว ยังมีของกินไม่ว่าจะเป็น มาม่า น้ำดื่ม ขนม รวมไปถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบพกพา กระติกน้ำ ลำโพงบลูทูธ ก็มีน้า คีบกันเพลิน ๆ ละทีนี้ใครเป็นสายคีบตุ๊กตา และชอบการลุ้น บอกเลยว่าต้องไปพลาดที่จะไปทดสอบฝีมือที่ "Taisa Catch Space" กันน้า ร้านตั้งอยู่ในโครงการนวพาร์ค เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 15.00 น. - 24.00 น. คีบกันยันเที่ยงคืนกันไปเลยยยย