ไปสักการะพญานาคองค์ใหญ่ที่สุดในไทย วัดถ้ำแจง เพชรบุรี

Temple & Mutelu

ไปสักการะพญานาคองค์ใหญ่ที่สุดในไทย วัดถ้ำแจง เพชรบุรี

05 ส.ค. 2024

วันนี้ Atime ขอพาสายมูมาสักการะขอพร พญานาคองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กันที่วัดถ้ำแจง โดยตามความเชื่อในเรื่องของพญานาค ที่มาทางภาคอีสาน  เชื่อกันว่าพญานาค มีอิทธิฤทธิ์มาก และคอยดูแลคุ้มครองผู้คนให้มีความสุข

วันนี้เราจะพาทุกท่านไปสักกาะและชม พญานาคองค์ใหญ่ ที่วัดถ้ำแจง ไหว้องค์ปู่พญาศรีเพชรคีรี มหามุนี ศรีสุดโทนาคาราช ที่มีความสูงประมาณ 31 เมตร ลำตัวพญานาคราชมี 9 โค้ง เพื่อให้ผู้ที่มาสักการะขอพรได้ตั้งจิตอธิษฐานแล้วสวดมนต์เดินลอดใต้โค้ง มีสีสันสวยตระการตา ซึ่งตอนนี้สถานที่แห่งนี้กำลังเป็นที่นิยมของเหล่าบรรดานักท่องเที่ยว ที่ต่างพากันเข้าไปกราบไหว้ เรียกได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของจังหวัดเพชรบุรีได้เลย

ทางวัดจะมีให้ร่วมทำบุญและเสริมสิริมงคลโดยการเขียนชื่อ-นามสกุล และพรที่เราอยากขอลงที่ผ้าแดง และนำไปผูกไว้ที่จุดผูกผ้าที่ทางวัดได้จัดเตรียมไว้ให้ บอกเลยสายมูอย่างเรา ไม่ควรพลาด

สำหรับใครที่กำลังหาสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปกลับได้ และยังเป็นสายยานพญานาคยังสามารถมากราบขอพรองค์ปู่พญานาค และถ่ายรูปเช็คอินพิกัดใหม่สำหรับ landmark ในจังหวัดเพชรบุรี

เปิดให้บริการทุกวัน

พิกัด วัดถ้ำแจง ตำบล เขาใหญ่ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

related Temple & Mutelu

มูเตลูคืออะไร ข้อควรระวังของการมูที่เหล่าสายมูต้องรู้ไว้

27 มี.ค. 2025

มูเตลูคืออะไร ข้อควรระวังของการมูที่เหล่าสายมูต้องรู้ไว้

มูเตลูคือะไร มีที่มาจากไหนในยุคสมัยที่การเสริมดวงและการเชื่อมต่อกับพลังงานทางบวกเริ่มได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง คำว่า "มูเตลู" กลายเป็นคำที่คุ้นหูและเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการเสริมดวงในปัจจุบัน สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักหรือไม่เข้าใจว่ามูเตลูคืออะไรในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับมัน รวมถึงข้อควรระวังที่ทุกคนควรรู้ในการมูเพื่อให้การมูนั้นมีประสิทธิภาพและไม่ทำให้เกิดผลเสียคำว่า มูเตลู มาจากคำในภาษาไทยว่า “มู” ซึ่งมีความหมายว่า การทำพิธีเสริมดวงหรือการขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นการเสริมดวงด้านการงาน ความรัก หรือการเงิน โดยมักจะเกี่ยวข้องกับการขอให้มีโชคลาภหรือความสำเร็จต่าง ๆ คำว่า “เตลู” ที่ถูกเติมเข้ามาเป็นคำศัพท์ใหม่ในเชิงขยายความ หมายถึงการทำอย่างจริงจังหรือการทุ่มเททุกสิ่งเพื่อผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยมักจะมีการร่วมพิธีกรรมต่าง ๆ หรือใช้ของมงคล เช่น การดูดวงออนไลน์ เครื่องรางของขลัง น้ำมันพราย หรือการทำพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อในศาสนาต่าง ๆ ในปัจจุบันการมูเตลูไม่ได้จำกัดเฉพาะการทำพิธีกรรมหรือการขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่ยังมีการใช้ผลิตภัณฑ์หรือเครื่องรางมงคลที่ออกมาในเชิงการตลาดเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค เช่น การขายเครื่องรางของขลัง น้ำมันเสริมดวง และการเปิดร้านที่มุ่งเน้นการให้คำปรึกษาด้านดวงชะตาMu-Keting การตลาดแบบใหม่Mu-Keting หรือ "การตลาดสายมู" คือการใช้ความเชื่อทางจิตวิญญาณและพิธีกรรมเสริมดวงในการโปรโมตสินค้าและบริการ เป็นแนวทางการตลาดใหม่ที่หลายธุรกิจหันมาสนใจ เพราะสามารถดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเชื่อและสนใจในเรื่องของการเสริมดวงให้โชคดี โดยในปัจจุบันนี้หลายแบรนด์เริ่มนำแนวคิดนี้มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าตัวอย่างของการทำ Mu-Keting ที่เห็นได้ชัดคือการทำโปรโมชั่นขายสินค้าเสริมดวง หรือการนำเสนอบริการที่เกี่ยวข้องกับการเสริมดวง เช่น การขายน้ำมันเสริมดวง ความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลัง หรือแม้กระทั่งการเปิดร้านขายสินค้าเสริมโชคที่ใช้สัญลักษณ์ของความโชคดีมาใช้ในการตลาด นอกจากนี้การจัดกิจกรรมเพื่อเสริมดวงหรือมอบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ เช่น การจัดพิธีบูชาเพื่อขอโชคลาภในช่วงเทศกาลสำคัญ ก็เป็นกลยุทธ์การตลาดที่เข้ากับแนวทาง Mu-Keting ได้ดีตัวอย่างสินค้าสายมู ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทยประเทศไทยมีการใช้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับเหล่าสายมูกันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องรางของขลัง น้ำมันเสริมดวง หรือบริการเสริมโชคต่าง ๆ ที่หลายคนให้ความสนใจและต้องการนำไปใช้เพื่อเพิ่มความโชคดีในชีวิต ซึ่งสินค้าหรือบริการเหล่านี้มักได้รับความนิยมอย่างมากจากกลุ่มสายมู ที่เชื่อในความสามารถของของมงคลในการเสริมดวงให้ชีวิตดีขึ้นน้ำมันเสริมดวงน้ำมันเสริมดวงเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ที่เชื่อในเรื่องของการเสริมโชคและความสำเร็จ โดยมีหลากหลายประเภทให้เลือกใช้งาน เช่น น้ำมันเสริมโชคด้านการเงิน น้ำมันเสริมความรัก น้ำมันเสริมดวงด้านการงานบริการดูดวงและการเปิดไพ่การใช้บริการดูดวงออนไลน์และการเปิดไพ่ก็เป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมในหมู่สายมู ซึ่งสามารถพบได้ทั้งในร้านค้าออนไลน์และในร้านที่เปิดบริการดูดวงตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อเสริมความมั่นใจและเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในชีวิตเครื่องรางของขลังเครื่องรางของขลังถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่คนไทยนิยมใช้เสริมดวงอย่างมาก เช่น พระเครื่อง กำไลข้อมือที่มีพลังงานเสริมดวง หรือแม้กระทั่งเครื่องรางจากสัตว์ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภและความสำเร็จ เช่น ปี่เซี่ย ซึ่งมักจะได้รับความนิยมในการใช้เพื่อเสริมโชคในด้านต่าง ๆ เช่น การค้าขาย การงาน หรือความรักพวงกุญแจมงคลและสร้อยข้อมือเสริมดวงพวงกุญแจมงคลและสร้อยข้อมือเสริมดวงมักจะมีสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับโชคลาภ เช่น สัญลักษณ์พระเครื่อง สัญลักษณ์ของสัตว์มงคล หรือแม้กระทั่งรูปเทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ที่เชื่อกันว่าจะช่วยดึงดูดโชคดีในด้านต่าง ๆ พวงกุญแจมงคลหรือสร้อยข้อมือเสริมดวงยังเป็นที่นิยมในหมู่สายมู ที่ต้องการให้สิ่งมงคลนั้นติดตัวไปในทุกที่ เพื่อเสริมพลังบวกและโชคดีให้เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันธูปมงคลและเทียนเสริมดวงธูปมงคลและเทียนเสริมดวงเป็นอีกหนึ่งสินค้าสำหรับเหล่าสายมูที่ได้รับความนิยมในการเสริมโชค โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลหรือช่วงเวลาที่ต้องการขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การจุดธูปหรือจุดเทียนเพื่อเสริมดวงนั้นมักจะทำร่วมกับการตั้งจิตอธิษฐานหรือขอพรให้สิ่งที่ต้องการเกิดขึ้นในชีวิต ธูปมงคลมักมีส่วนผสมจากสมุนไพรที่เชื่อว่าจะช่วยขับไล่สิ่งไม่ดีและนำโชคดีมาให้ ส่วนเทียนเสริมดวงก็สามารถใช้ในการขอพรให้การงาน ความรัก หรือโชคลาภในด้านต่างๆ ดำเนินไปในทิศทางที่ดีขึ้นเหรียญมงคลและเครื่องรางเงินเหรียญมงคลและเครื่องรางเงินเป็นได้รับความนิยมในการเสริมโชคและความมั่งคั่ง โดยเชื่อกันว่าเหรียญหรือเครื่องรางที่มีรูปสัญลักษณ์ของความโชคดี เช่น เหรียญจีนที่มีสัญลักษณ์ของโชคลาภ จะช่วยเสริมโชคลาภในด้านการเงินและการงาน เครื่องรางเงินยังสามารถช่วยปกป้องจากภัยอันตรายและช่วยให้การเงินมั่นคงขึ้นได้แผ่นทองมงคลและแผ่นทองคำเสริมโชคแผ่นทองมงคลหรือแผ่นทองคำเสริมโชคเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมในวงการสายมู เนื่องจากมีความเชื่อว่าทองคำเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและโชคลาภ แผ่นทองมักจะถูกพิมพ์เป็นรูปภาพหรือสัญลักษณ์ที่มีความหมายมงคล เช่น รูปเทพเจ้า หรือสัญลักษณ์ที่ช่วยเสริมโชคและบารมี การใช้แผ่นทองมงคลถือเป็นการเสริมพลังโชคในด้านการเงินและธุรกิจพลังงานบวกจากหินมงคลและคริสตัลหินมงคลและคริสตัลมีความเชื่อว่าเป็นแหล่งพลังงานบวกที่ช่วยในการเสริมดวงและเพิ่มพลังงานบวกให้กับชีวิต หินมงคลบางชนิด เช่น หินอาเกต หินควอตซ์ หรือหินมุก ยังเชื่อกันว่าสามารถช่วยเสริมดวงในด้านการเงิน ความรัก หรือแม้กระทั่งการรักษาอารมณ์ให้สงบและมั่นคง หินมงคลเหล่านี้มักจะถูกนำมาใช้ในรูปแบบของเครื่องประดับ เช่น สร้อยข้อมือ หรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่มีรูปแบบสวยงามและสามารถพกพาได้ง่ายข้อควรระวังและสิ่งที่ต้องตระหนักในการมูเตลู 1. อย่าหลงเชื่อเกินไปบางครั้งการตลาดสายมูอาจถูกนำมาใช้เพื่อล่อลวงผู้บริโภค บางคนอาจจะหลงเชื่อหรือหมดเงินไปกับการซื้อสินค้าเสริมดวงหรือบริการดูดวงที่ไม่ได้ผลจริง การเลือกใช้บริการหรือสินค้าควรตรวจสอบให้ดีและเลือกใช้สิ่งที่มีความน่าเชื่อถือและมีความชัดเจน 2. อย่าพึ่งพาการมูเตลูเป็นหลักในการตัดสินใจชีวิตการมูเตลูสามารถเป็นเครื่องมือในการเสริมกำลังใจ แต่ไม่ควรพึ่งพามากเกินไป การตัดสินใจในชีวิตควรจะมาจากความรู้และความพยายามของตัวเอง ไม่ใช่เพียงแค่การเชื่อในคำทำนายหรือเครื่องรางของขลังเพียงอย่างเดียว 3. ระวังการทำพิธีกรรมที่ไม่ปลอดภัยการทำพิธีกรรมหรือการขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์บางครั้งอาจจะเป็นการกระทำที่ผิดศีลหรือผิดกฎหมาย หากพิธีกรรมใดไม่ถูกต้องหรือมีการกระทำที่เสี่ยงอันตราย อาจทำให้เกิดผลเสียหรือทำให้เกิดความเสียหายทั้งในแง่ของจิตใจและกายภาพสรุปการมูเตลูคือ การเสริมดวงและเพิ่มโชคลาภด้วยการใช้เครื่องรางของขลังหรือการขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเงิน การงาน หรือความรัก กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่หลายคนให้ความสำคัญ แม้ว่าจะได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ก็มีข้อควรระวังที่เหล่าสายมูทุกคนควรตระหนักถึง เช่น การเลือกสินค้าหรือบริการที่มีความน่าเชื่อถือ การไม่พึ่งพาสิ่งเหล่านี้เป็นหลักในการตัดสินใจชีวิต และการระวังพิธีกรรมที่อาจเสี่ยงอันตราย หากต้องการการเสริมดวงหรือดูดวง ควรทำอย่างมีสติและระมัดระวัง เพื่อให้การมูเตลูนั้นเป็นประโยชน์และไม่ส่งผลเสียต่อชีวิตของเราในอนาคต

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เปิดตำนาน "พระพิฆเนศปางยืนบนหัวกะโหลก" สุดลึกลับ

17 ธ.ค. 2025

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เปิดตำนาน "พระพิฆเนศปางยืนบนหัวกะโหลก" สุดลึกลับ

หากคุณเป็นสายประวัติศาสตร์หรือสายมูที่หลงใหลในงานศิลปะชั้นสูง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร คือจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาด สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงที่เก็บรักษาโบราณวัตถุล้ำค่าของชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ประดิษฐานของประติมากรรมที่มีความสำคัญระดับโลกและมีความลึกลับซ่อนอยู่ โดยเฉพาะ "พระพิฆเนศปางยืนบนหัวกะโหลก" ที่หาชมได้ยากยิ่งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งอยู่บริเวณ "พระราชวังบวรสถานมงคล" หรือวังหน้า เดิมทีเป็นที่ประทับของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล จุดเด่นของที่นี่คือสถาปัตยกรรมไทยอันงดงาม และการจัดแสดงโบราณวัตถุที่ครอบคลุมตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้มีความทันสมัย การจัดแสงและอุณหภูมิช่วยให้การเดินชมประวัติศาสตร์ไทยมีความน่าสนใจและถ่ายรูปสวยงามมากยิ่งขึ้นไฮไลท์ห้ามพลาด: พระพิฆเนศปางยืนบนหัวกะโหลก (ศิลปะชวา)ท่ามกลางเทวรูปมากมายในห้องจัดแสดง อาคารมหาสุรสิงหนาท มีประติมากรรมชิ้นหนึ่งที่ดึงดูดสายตานักท่องเที่ยวและผู้ศรัทธาเป็นอย่างมาก นั่นคือ พระพิฆเนศสลักจากหินภูเขาไฟ ซึ่งเป็นศิลปะชวาตะวันออก (ศิลปะสิงหัดส่าหรี) จากประเทศอินโดนีเซียความหมายของ "การเหยียบหัวกะโหลก"พระพิฆเนศองค์นี้มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากที่เราคุ้นเคยทั่วไป คือ "ประทับนั่งบนฐานหัวกะโหลกมนุษย์" และมีเครื่องประดับที่ทำจากกะโหลก ซึ่งมีนัยสำคัญทางพุทธศาสนานิกายมหายานตันตระการเอาชนะความตาย: หัวกะโหลกเป็นสัญลักษณ์ของความตายและการแตกดับ การที่พระองค์ประทับอยู่เหนือหัวกะโหลก สื่อถึงการอยู่เหนือวัฏสงสารและการเอาชนะอวิชชาพลังอำนาจและการคุ้มครอง: ในลัทธิความเชื่อแบบตันตระ รูปลักษณ์ที่ดูน่าเกรงขามนี้มีไว้เพื่อขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและสิ่งอัปมงคลขั้นรุนแรงความแปลกตาที่หาดูยาก: พระพิฆเนศปางนี้สะท้อนถึงอิทธิพลของลัทธิไศวนิกายที่ผสมผสานกับความเชื่อท้องถิ่นในชวา ซึ่งถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่ทางพิพิธภัณฑ์เก็บรักษาไว้ข้อมูลการเข้าชมและพิกัดสถานที่: ถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร (ใกล้กับสนามหลวง)เวลาทำการ: วันพุธ – วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์และวันอังคาร) เวลา 09:00 – 16:00 น.ค่าเข้าชม: คนไทย 30 บาท / ชาวต่างชาติ 200 บาทการมาเยือน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ไม่ใช่แค่การมาดูของเก่า แต่คือการมาเชื่อมต่อกับภูมิปัญญาและพลังศรัทธาของบรรพบุรุษ โดยเฉพาะการได้ชม พระพิฆเนศเหยียบหัวกะโหลก ที่จะทำให้คุณได้เห็นมุมมองใหม่ขององค์พระพิฆเนศที่เต็มไปด้วยอำนาจและความขลังเขียนโดย : เบญญาภา แนบเนียน

สายมู 1 วัน มูแล้วปัง ครบทุกด้าน

17 เม.ย. 2025

สายมู 1 วัน มูแล้วปัง ครบทุกด้าน

สายมู 1 วัน มูแล้วปัง ครบทุกด้าน! "ทริปมูสายปัง 1 วันในกรุงเทพฯ" โดยเน้นให้ครอบคลุม ความรัก, การงาน, เงินทอง และโชคลาภ แถมเดินทางได้ง่าย ไม่วนไปวนมาช่วงเช้า – เริ่มวันแบบรุ่งๆ1. วัดพระแก้ว (เสริมดวงรวม ความมั่นคง)เวลา: 08.30 น.บริเวณพระบรมมหาราชวังขอให้ชีวิตราบรื่น เจริญก้าวหน้าแนะนำ: ไหว้พระแก้วมรกต เดินวนโบสถ์ 3 รอบ2. ศาลหลักเมือง (มั่นคงในชีวิตและงาน)ต่อเนื่องจากวัดพระแก้ว เดินข้ามถนนไปได้เลยเสริมพื้นฐานชีวิตและงานให้มั่นคงจุดธูป 3 ดอก ขอพรให้ชีวิตมั่นคง มีที่ยืนในสังคมช่วงสาย – เสริมพลังงานการงาน โชคลาภ3. พระพรหมเอราวัณ (ขอเรื่องงานและโชคลาภ)ประมาณ 10.30–11.00 น.แยกราชประสงค์ขอเรื่องงาน ความสำเร็จ การเจรจาไหว้ครบ 4 หน้า ใช้ธูป 12 ดอก พวงมาลัย 4 พวง4. พระพิฆเนศ (บูชาความสำเร็จ)ติดกับพระพรหมเลย!ขอเรื่องเรียน งาน ศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์จุดธูป 9 ดอก ของไหว้แนะนำ: กล้วย มะพร้าว ขนมพักกลางวันแนะนำ: Central World มีอาหารเยอะ หรือแวะ Platinum / Gaysorn แล้วต่อ MRT หรือ BTS ต่อได้ช่วงบ่าย – เสริมความรัก เสน่ห์เมตตา5. พระตรีมูรติ (ขอเรื่องรักโดยเฉพาะ)ช่วงบ่าย หรือรอขอแบบพิเศษวันพฤหัส 21.30 น.ความรัก คู่ครอง เสน่ห์แรงดอกกุหลาบแดง 9 ดอก จุดเทียนแดง 1 คู่6. วัดแขก สีลม (เสริมเสน่ห์ ครอบครัว ความรัก)ต่อได้เลยบ่ายๆ (เดินทาง MRT ลงสถานีศาลาแดง)ขอพรพระแม่อุมาและเทพแห่งความรักห้ามของมีชีวิต บูชาด้วยดอกไม้หอม และธูปหอมช่วงเย็น – ปิดท้ายมูปังเรื่องชื่อเสียง แก้ปีชง7. วัดระฆัง (ชื่อเสียง เมตตา เสริมบุญ)ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกริมเจ้าพระยา นั่งเรือข้ามจากท่าช้างก็ได้ขอให้เป็นที่รักของคน เมตตา ปังๆตีระฆังเบาๆ 3 ครั้ง เสริมเสียงให้ชีวิต8. วัดเล่งเน่ยยี่ (ถ้าอยากแก้ปีชงด้วย)ปิดประมาณ 16.00 น. ถ้าไปทันแวะก่อนวัดระฆังแก้ชง เสริมเคราะห์ให้เบาลงไหว้ไท่ส่วยเอี๊ย พร้อมทำพิธีแก้ชงที่วัดทริคเล็กๆ:ธูปควรเตรียมไว้เองบ้าง หรือซื้อรวมชุดที่วัดถ้าไม่สะดวกเดินเยอะ ใช้ BTS + MRT เป็นหลักเตรียมเงินแบงค์ย่อยไว้ทำบุญ หยอดตู้ตามจุดต่างๆผู้เขียน : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

วัดญวนสะพานขาว ขอพรครบวงจร สุขภาพ การงาน ความสำเร็จ

15 ธ.ค. 2025

วัดญวนสะพานขาว ขอพรครบวงจร สุขภาพ การงาน ความสำเร็จ

วัดญวนสะพานขาว หรือ วัดสมณานัมบริหาร เป็นอัญมณีทางพุทธศาสนาในกรุงเทพฯ ที่ไม่ควรพลาด ด้วยเอกลักษณ์ของ อนัมนิกาย (นิกายมหายาน) ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบญวน-จีนได้อย่างลงตัว วัดแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมอันสงบเงียบเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์รวมพลังศรัทธาที่ผู้คนหลั่งไหลมาขอพรด้านต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่อง สุขภาพดี การงานก้าวหน้า และความสำเร็จในชีวิต ตามที่ปรากฏในภาพความศักดิ์สิทธิ์และหลากหลายขององค์เทพที่ประดิษฐานอยู่การมาเยือนวัดญวนสะพานขาวมอบประสบการณ์การขอพรที่ครบวงจรและแตกต่าง โดยมีองค์เทพศักดิ์สิทธิ์ที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ดังนี้องค์หมอชีวกโกมารภัจจ์: ขอพรด้านสุขภาพและปัดเป่าโรคภัยนี่คือจุดเด่นที่ขึ้นชื่อที่สุดของวัด! ผู้คนจำนวนมากเดินทางมาเพื่อสักการะ องค์หมอชีวกโกมารภัจจ์ (บรมครูแพทย์แผนโบราณ) เพื่อขอพรให้ตนเองและครอบครัวมี สุขภาพแข็งแรง หายจากอาการเจ็บป่วย หรือแม้แต่ขอความเป็นสิริมงคลให้กับการรักษาทางการแพทย์ เชื่อกันว่าการมาขอพร ณ จุดนี้จะช่วยให้โรคภัยไข้เจ็บบรรเทาและมีชีวิตที่ยืนยาวท้าวมหาพรหมสหัมบดี: ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานภายในวัดยังเป็นที่ประดิษฐาน ท้าวมหาพรหมสหัมบดี ซึ่งเป็นที่เคารพอย่างสูงในการมาขอพรเรื่อง การงาน การทำมาค้าขาย ความเจริญก้าวหน้าในอาชีพ และความสำเร็จในชีวิต เชื่อกันว่าพระองค์จะช่วยเปิดทางให้ธุรกิจราบรื่นและเป้าหมายที่ตั้งไว้สำเร็จลุล่วงหลวงพ่อบ๋าวเอิง: บารมีแห่งความอัศจรรย์และเมตตากราบสักการะ หลวงพ่อบ๋าวเอิง (องสรภาณมธุรส) ซึ่งเป็นพระสงฆ์อนัมนิกายผู้มีบารมีและเป็นที่เคารพนับถือ ท่านมีชื่อเสียงในเรื่องอภิญญาและเมตตาธรรม การมาสักการะอัฐิธาตุของท่านเชื่อว่าจะได้รับพลังบุญและปาฏิหาริย์ที่ช่วยให้ชีวิตแคล้วคลาดปลอดภัยและพบแต่ความสุขความเจริญสัมผัสความงามทางพุทธศิลป์ญวน-จีนนอกเหนือจากมิติทางจิตวิญญาณแล้ว วัดญวนสะพานขาวยังเป็นสถานที่ที่ให้คุณได้ชื่นชมงานพุทธศิลป์ที่งดงามและหาชมได้ยาก ซึ่งสอดคล้องกับภาพที่ปรากฏสถาปัตยกรรมผสมผสาน: ชมความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมแบบญวน-จีน ที่แสดงออกผ่านซุ้มประตูทางเข้า และอาคารต่างๆ ภายในวัดพระพุทธรูปและเทพเจ้ามหายาน: พบกับพระพุทธรูปปางต่างๆ และพระโพธิสัตว์ที่สำคัญในนิกายมหายาน เช่น พระพุทธรูปสีทององค์ใหญ่และ เจ้าแม่กวนอิมปางทองคำรวมถึง พระสังกัจจายน์ (พระศรีอาริยเมตไตรย) ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์และโชคลาภเครื่องสักการะอันวิจิตร: สังเกตความละเอียดอ่อนของเครื่องบูชาและตกแต่งด้วยดอกไม้สีสันสดใส เช่น ดอกบัวและดอกกุหลาบ ซึ่งสะท้อนถึงความศรัทธาและความร่มเย็นภายในวัดวัดญวนสะพานขาวจึงเป็นมากกว่าวัด แต่เป็นสถานที่ที่รวมเอาความเชื่อของชาวญวนและมหายานเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน มอบโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ขอพรเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นในทุกด้าน ทั้งด้านสุขภาพจากองค์หมอชีวกฯ และความก้าวหน้าในการงานจากท้าวมหาพรหมฯผู้เขียน เบญญาภา แนบเนียน