ไปสักการะพญานาคองค์ใหญ่ที่สุดในไทย วัดถ้ำแจง เพชรบุรี

Temple & Mutelu

ไปสักการะพญานาคองค์ใหญ่ที่สุดในไทย วัดถ้ำแจง เพชรบุรี

05 ส.ค. 2024

วันนี้ Atime ขอพาสายมูมาสักการะขอพร พญานาคองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กันที่วัดถ้ำแจง โดยตามความเชื่อในเรื่องของพญานาค ที่มาทางภาคอีสาน  เชื่อกันว่าพญานาค มีอิทธิฤทธิ์มาก และคอยดูแลคุ้มครองผู้คนให้มีความสุข

วันนี้เราจะพาทุกท่านไปสักกาะและชม พญานาคองค์ใหญ่ ที่วัดถ้ำแจง ไหว้องค์ปู่พญาศรีเพชรคีรี มหามุนี ศรีสุดโทนาคาราช ที่มีความสูงประมาณ 31 เมตร ลำตัวพญานาคราชมี 9 โค้ง เพื่อให้ผู้ที่มาสักการะขอพรได้ตั้งจิตอธิษฐานแล้วสวดมนต์เดินลอดใต้โค้ง มีสีสันสวยตระการตา ซึ่งตอนนี้สถานที่แห่งนี้กำลังเป็นที่นิยมของเหล่าบรรดานักท่องเที่ยว ที่ต่างพากันเข้าไปกราบไหว้ เรียกได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของจังหวัดเพชรบุรีได้เลย

ทางวัดจะมีให้ร่วมทำบุญและเสริมสิริมงคลโดยการเขียนชื่อ-นามสกุล และพรที่เราอยากขอลงที่ผ้าแดง และนำไปผูกไว้ที่จุดผูกผ้าที่ทางวัดได้จัดเตรียมไว้ให้ บอกเลยสายมูอย่างเรา ไม่ควรพลาด

สำหรับใครที่กำลังหาสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปกลับได้ และยังเป็นสายยานพญานาคยังสามารถมากราบขอพรองค์ปู่พญานาค และถ่ายรูปเช็คอินพิกัดใหม่สำหรับ landmark ในจังหวัดเพชรบุรี

เปิดให้บริการทุกวัน

พิกัด วัดถ้ำแจง ตำบล เขาใหญ่ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

related Temple & Mutelu

อัปเดตเครื่องรางความรัก สายมูต้องมี!

16 มิ.ย. 2026

อัปเดตเครื่องรางความรัก สายมูต้องมี!

คัมภีร์สายมู! รวมฮิต "เครื่องรางความรัก" เสริมดวงคู่ครองให้ปัง รักพุ่ง สมหวังดั่งใจหากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังเผชิญกับสภาวะ "โสดข้ามปี" แอบชอบใครเขาก็ไม่รู้ตัว หรือแม้แต่คนที่มีคู่แล้วแต่ความสัมพันธ์ลุ่มๆ ดอนๆ จนอยากหาที่พึ่งทางใจ เพื่อเติมความหวานและสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตคู่ เชื่อว่าสิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงและพยายามเสาะแสวงหามาบูชาคงหนีไม่พ้น "เครื่องรางความรัก" ไอเทมเด็ดคู่กายที่ช่วยเสริมความมั่นใจและดึงดูดพลังงานดีๆ เข้ามาในชีวิตทำไมคนยุคนี้ถึงนิยมพก "ของมูเรื่องความรัก" ?ก่อนที่เราจะไปเลือกเครื่องรางที่ใช่และโดนใจ เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ทำไมของมูเรื่องความรัก ถึงกลายมาเป็นไอเทม Must-have ของคนยุคนี้ ไม่ใช่แค่วัยรุ่นเท่านั้น แต่วัยทำงานก็ยังให้ความนิยมอย่างล้นหลามเสริมสร้างความมั่นใจจากภายใน: เมื่อมีเครื่องรางติดตัว หลายคนจะรู้สึกอุ่นใจเหมือนมีกองหนุน กล้าที่จะยิ้มทักทาย กล้าสบตา หรือกล้าแสดงออกต่อหน้าคนที่ชอบมากขึ้น ความมั่นใจนี่แหละคือเสน่ห์ที่ดึงดูดคนรอบข้างได้ดีที่สุดเป็นเครื่องเตือนสติในชีวิตประจำวัน: เครื่องรางบางชิ้นไม่ได้มีไว้เพื่อเรียกหาคนอื่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยเตือนสติให้เรารู้จัก "รักตัวเอง" ดูแลตัวเองให้ดีพร้อมทั้งกายและใจ ก่อนที่จะไปมอบความรักให้กับใครดึงดูดพลังงานบวกตามหลัก Law of Attraction: ตามหลักกฎแห่งแรงดึงดูด การที่เราโฟกัสสิ่งใด สิ่งนั้นจะขยายใหญ่ขึ้น การพกเครื่องรางคือการที่เราตั้งจิตและโฟกัสไปที่ความรักดีๆ ความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งจะช่วยดึงดูดสิ่งเหล่านั้นเข้ามาในชีวิตพึ่งพาบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นขวัญกำลังใจ: สำหรับผู้ที่มีความเชื่อ การขอพรจากเทพเจ้าที่ดูแลเรื่องความรักโดยตรง จะช่วยเสริมสิริมงคล ปัดเป่าอุปสรรคหรือคนที่ไม่ใช่ออกไป และเปิดทางให้พบเจอเนื้อคู่ หรือ "กัลยาณมิตร" ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นเปิดกรุ 3 สาย เครื่องรางความรัก ที่ฮิตที่สุดตลอดกาลเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนที่กำลังมองหาเครื่องรางที่เหมาะกับจริตและไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เราขอแบ่งหมวดหมู่สุดยอดของมูตามแหล่งกำเนิดยอดฮิต ดังนี้สุดยอดความขลังสายไต้หวัน: เครื่องรางความรัก วัดหลงซาน (Longshan Temple)หากพูดถึงการขอคู่ที่เห็นผลทันตา เป็นกระแสไวรัลในโซเชียลมีเดีย และมีรีวิวความสำเร็จมากมายที่สุด ต้องยกให้เครื่องรางความรัก วัดหลงซาน ณ กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน ไฮไลต์สำคัญของที่นี่คือการไปขอพรกับ "เทพเจ้าเฒ่าจันทรา"เทพผู้ถือสมุดบัญชีเนื้อคู่และเป็นผู้ผูกด้ายแดงแห่งโชคชะตาไอเทมเด็ด: ด้ายแดง (Red Thread)จุดเด่น: เชื่อกันว่าด้ายแดงของเทพเจ้าเฒ่าจันทราจะไปผูกอยู่ที่นิ้วก้อยของเราและเนื้อคู่ ดึงดูดให้คนทั้งสองมาพบกัน ไม่ว่าจะอยู่ไกลกันแค่ไหน หรือมีอุปสรรคขวางกั้นเพียงใดก็ตามวิธีขอพรและรับด้ายแดงที่ถูกต้อง (Step-by-Step)เริ่มต้นด้วยการซื้อชุดไหว้และธูป ไหว้สักการะเทพเจ้าองค์อื่นๆ ในวัดตามลำดับกระถางธูปให้ครบถ้วนก่อน เพื่อเป็นการเคารพสถานที่เมื่อมาถึงศาลของเทพเจ้าเฒ่าจันทรา ให้ตั้งจิตให้สงบ แนะนำตัวเองโดยบอก ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด (แนะนำให้บอกเป็นปี ค.ศ.) ที่อยู่ปัจจุบันระบุสเปกคนรักที่ต้องการแบบ "ละเอียดยิบ" เช่น รูปร่าง หน้าตา นิสัยใจคอ อาชีพการงาน ทัศนคติ ยิ่งชัดเจนยิ่งดี (หลีกเลี่ยงการขอแบบกว้างๆ เช่น ขอให้รวย ขอให้เป็นคนดี)ขว้างไม้ปวย (อุปกรณ์เสี่ยงทายลักษณะคล้ายพระจันทร์เสี้ยว 2 ชิ้น) 3 ครั้ง โดยต้องให้ออกมาเป็น "คว่ำ 1 ชิ้น และ หงาย 1 ชิ้น" ติดต่อกันทั้ง 3 ครั้ง ถึงจะได้รับอนุญาตให้หยิบด้ายแดงจากกล่องได้นำด้ายแดงที่ได้ ไปวนที่กระถางธูปของเฒ่าจันทรา 3 รอบตามเข็มนาฬิกา เป็นอันเสร็จพิธี สามารถนำไปพกติดกระเป๋าสตางค์ได้เลยคาวาอี้แต่อานุภาพแรง: เครื่องรางความรัก ญี่ปุ่น (Omamori)สำหรับใครที่ชื่นชอบความมินิมอล ความกุ๊กกิ๊กน่ารัก พกพาง่าย แถมยังห้อยกระเป๋าหรือโทรศัพท์เพื่อถ่ายรูปอวดลงโซเชียลได้แบบเก๋ๆ โดยไม่ดูตะโกนว่ากำลังมูเตลูอยู่ เครื่องรางความรัก ญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า "โอมาโมริ" (Omamori) ในหมวด Enmusubi (การผูกพัน/การผูกชะตา) คือคำตอบที่ใช่ที่สุดสำหรับคุณศาลเจ้าชื่อดังเรื่องความรักที่ต้องไปเยือนTokyo Daijingu (โตเกียว): ศาลเจ้าชินโตใจกลางเมืองที่โด่งดังเรื่องการขอแต่งงานและความรักที่ยั่งยืน เครื่องรางที่นี่มักมาในรูปแบบกระดิ่งคู่ ดอกซากุระ หรือลวดลายดอกไม้ที่อ่อนช้อยKawagoe Hikawa Shrine (ไซตามะ): โด่งดังสุดๆ เรื่อง "หินผูกชะตา" ที่ทางศาลเจ้าจะทำพิธีและแจกฟรีเพียงวันละ 20 ก้อนในตอนเช้าตรู่ นอกจากนี้ยังมีเครื่องรางรูปปลาไท่ (Tai) สีชมพูและสีแดง ที่ผู้ศรัทธาต้องใช้เบ็ดตกขึ้นมาเอง เป็นกิมมิคที่น่ารักและมีความหมายมงคลIzumo Taisha (ชิมาเนะ): หากพูดถึงความขลังขั้นสุด ต้องที่นี่เลย เพราะเป็นศาลเจ้าแม่ทัพใหญ่แห่งการผูกชะตา เชื่อกันว่าในเดือนตุลาคม เทพเจ้าทั่วญี่ปุ่นจะมารวมตัวกันที่นี่เพื่อหารือเรื่องโชคชะตาและความรักของมนุษย์จุดเด่น: ดีไซน์ที่สวยงาม ประณีต มีการทอผ้าอย่างพิถีพิถัน สามารถใช้เป็นเครื่องประดับกระเป๋าได้เลย เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ข้อห้ามสำคัญ: ห้ามแกะถุงผ้าของเครื่องรางโอมาโมริออกเด็ดขาด เพราะคนญี่ปุ่นเชื่อว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกบรรจุไว้ภายในจะหลุดรอดออกไป และเครื่องรางจะเสื่อมความขลังทันทีมนตราแห่งสยาม: ของมูเรื่องความรัก สายไทยและเทพฮินดูกลับมาที่ประเทศไทยกันบ้าง ของมูสายไทยนั้นมีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีความหลากหลายสูงมาก ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความรัก เมตตามหานิยม ไปจนถึงโชคลาภการเงินพระตรีมูรติ (หน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์): มหาเทพแห่งความรักที่คนไทยนิยมไปกราบไหว้มากที่สุด เคล็ดลับที่สืบทอดกันมาคือการไปไหว้ด้วยดอกกุหลาบแดง 9 ดอก พร้อมธูปแดง 9 ดอก และเทียนแดง 1 คู่ ในวันพฤหัสบดี เวลา 09.30 น. หรือ 21.30 น. ซึ่งเชื่อว่าเป็นเวลาที่ทวยเทพลงมาประทานพรพระแม่ลักษมี (ตึกเกษรวิลเลจ): พระเทวีแห่งความงาม ความมั่งคั่ง และความรักที่ซื่อสัตย์ เหมาะสำหรับคนที่อยากได้คนรักที่รักเดียวใจเดียว ฐานะมั่นคง ซื่อสัตย์ต่อครอบครัว การนำเครื่องรางอย่าง จี้รูปดอกบัว เหรียญพระแม่ หรือกำไลหินมงคลไปวนรับพลังที่ลานสักการะ ก็เป็นที่นิยมอย่างมากเครื่องรางสายเมตตามหานิยม (พุทธคุณ/พราหมณ์)สีผึ้ง: นิยมนำมาแตะริมฝีปากเพื่อเสริมเสน่ห์ทางการเจรจาพาที พูดอะไรคนก็คล้อยตาม ผู้ใหญ่เอ็นดู คนรักหลงใหลสาริกาลิ้นทอง: เครื่องรางรูปนกสาริกา เสริมเสน่ห์ทางการพูด เหมาะกับคนที่ต้องใช้คำพูดในการจีบ หรือทำงานสายเจรจาอิ้นคู่: เครื่องรางล้านนาโบราณ ลักษณะเป็นรูปผู้ชายและผู้หญิงกอดกัน ช่วยเรื่องความรักความผูกพัน ให้คู่รักปรองดองกัน ไม่ทะเลาะเบาะแว้งเปรียบเทียบจุดเด่นของเครื่องรางความรักแต่ละสายเพื่อให้คุณตัดสินใจเลือก ของมูเรื่องความรัก ที่เหมาะสมกับ Lifestyle และเป้าหมายของตัวเองได้ง่ายขึ้น ลองพิจารณาสรุปจุดเด่นของแต่ละสายดังนี้สายวัดหลงซาน (ไต้หวัน)จุดเด่นหลัก: โดดเด่นเรื่องการดึงดูดเนื้อคู่ที่แท้จริง เชื่อมโยงโชคชะตาด้วย "ด้ายแดง"เหมาะกับใคร: คนโสดที่อยากเจอเนื้อคู่แบบจริงจัง หรือคนที่มีคู่แล้วแต่ต้องการให้ความรักมั่นคง ยืนยาว ไปจนถึงขั้นแต่งงานข้อควรระวัง / ทริคพิเศษ: ต้องมีสมาธิสูงในขณะขอพร ระบุสเปกให้ชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้ และหากเสี่ยงทายขว้างไม้ปวยไม่ผ่านเงื่อนไข ห้ามหยิบด้ายแดงกลับมาเด็ดขาด ต้องยอมรับและอาจจะต้องกลับไปขอพรใหม่ในโอกาสหน้าสายเครื่องรางญี่ปุ่น (โอมาโมริ)จุดเด่นหลัก: ดีไซน์สวยงาม น่ารัก ทันสมัย พกพาติดตัวได้ง่ายในชีวิตประจำวันเหมาะกับใคร: วัยรุ่น วัยทำงาน คนที่ชอบความมินิมอล หรือคนที่ไม่ชอบให้ใครรู้ว่าพกเครื่องรางสายมูเตลูอยู่ข้อควรระวัง / ทริคพิเศษ: เครื่องรางญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีอายุการใช้งาน 1 ปี เมื่อครบกำหนดควรนำไปคืนที่ศาลเจ้าเพื่อให้ทางวัดทำพิธีเผาอย่างถูกต้อง หรือหากไม่สะดวกเดินทางไปญี่ปุ่น สามารถเก็บไว้บนหิ้งสูงที่สะอาด และที่สำคัญคือห้ามแกะถุงเครื่องรางดูด้านในเด็ดขาดสายไทย / เทพฮินดูจุดเด่นหลัก: พลังบารมีสูง สามารถขอพรครอบคลุมเรื่องอื่นๆ เช่น หน้าที่การงาน โชคลาภ หรือการเงินควบคู่ไปได้ด้วยเหมาะกับใคร: คนที่ต้องการที่พึ่งทางใจอย่างแรงกล้า ต้องการเสริมสิริมงคลรอบด้าน และชื่นชอบการทำพิธีกรรมอย่างถูกต้องตามหลักความเชื่อข้อควรระวัง / ทริคพิเศษ: การบูชาเทพฮินดูหรือเครื่องรางสายขาว ผู้บูชาต้องหมั่นรักษาศีล คิดดี ทำดี พูดดี และควรศึกษาการจัดเตรียมของไหว้ ดอกไม้ ผลไม้ ให้ถูกต้องตามหลักความชอบขององค์เทพแต่ละก่อนเริ่มมู! เตรียมตัวอย่างไรให้ขอพรแล้วปังการมีเครื่องรางความรักที่ทรงพลัง เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งของความสำเร็จเท่านั้น อีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันคือ "วิธีการปฏิบัติตัวและกรอบความคิด (Mindset)" ของผู้ขอพร มาเช็กกันว่าคุณเตรียมตัวพร้อมหรือยัง?ลิสต์สเปกในฝันไว้ล่วงหน้าให้ชัดเจน: อย่าขอแค่ "ขอให้มีแฟน" หรือ "ขอให้รวย" เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์อาจส่งใครมาก็ได้ที่คุณอาจจะไม่ถูกใจในภายหลัง คุณควรเขียนใส่กระดาษหรือโน้ตในโทรศัพท์ไว้เลย เช่น รูปร่างหน้าตา นิสัย (ใจดี ไม่เจ้าชู้ รักครอบครัว) ทัศนคติการใช้ชีวิต หรือแม้กระทั่งสายอาชีพ ยิ่งชัดเจน ยิ่งโฟกัสได้ตรงจุดเคลียร์ใจให้สะอาด กำจัดพลังงานลบ: ก่อนขอพร ต้องแน่ใจว่าคุณไม่ได้ปรารถนาจะไปแย่งของใคร ไม่ผิดศีลข้อ 3 และต้องปล่อยวางความเจ็บปวดจากอดีต ไม่ผูกใจเจ็บกับแฟนเก่า พลังงานลบและความแค้นจะขัดขวางสิ่งดีๆ ไม่ให้เข้ามาในชีวิตเลือกเครื่องรางที่ตัวเองรู้สึก "คลิก": ไม่จำเป็นต้องซื้อตามกระแสหรือตามที่เพื่อนบอกเสมอไป หากคุณไปที่วัดหรือเห็นเครื่องรางชิ้นไหนแล้วรู้สึกชอบ มองแล้วรู้สึกอุ่นใจ สบายใจ นั่นแปลว่าคลื่นพลังงานของคุณกับเครื่องรางชิ้นนั้นตรงกันพัฒนาตัวเองควบคู่ไปกับการมูเตลู: ข้อนี้สำคัญที่สุด เครื่องรางมีหน้าที่ช่วยเปิดทาง ดึงดูดโอกาสและผู้คน แต่คุณต้องเป็นคนเดินเข้าไปหาโอกาสนั้นเอง การดูแลตัวเองให้ดูดีเสมอ รักษาสุขภาพ พัฒนาความรู้ และพาตัวเองไปอยู่ในสังคมใหม่ๆ งานอดิเรกใหม่ๆ คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คุณได้พบเจอกับคนคุณภาพวิธีพกและดูแลรักษา "ของมูเรื่องความรัก" ให้ขลังอยู่เสมอเมื่อได้เครื่องรางที่ถูกใจมาครอบครองแล้ว การดูแลรักษาอย่างถูกวิธีและการให้เกียรติสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จะช่วยให้พลังงานของเครื่องรางทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและอยู่กับเราไปนานๆพกติดตัวในตำแหน่งที่เหมาะสมและสะอาด:ด้ายแดงวัดหลงซาน: นิยมพกใส่ไว้ในช่องซิปของกระเป๋าสตางค์ หรือหากนำไปถักเป็นสร้อยข้อมือ ก็สามารถสวมใส่ที่ข้อมือซ้าย (ฝั่งที่ใกล้หัวใจ) ได้เลยโอมาโมริญี่ปุ่น: ควรห้อยไว้ในที่ที่มองเห็นได้ง่ายและมีการเคลื่อนไหว เช่น ห้อยที่กระเป๋าเป้ กระเป๋าสะพาย หรือเคสโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้เครื่องรางได้สัมผัสกับสายลม สิ่งแวดล้อม และปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไปห้ามเก็บรวมกับของต่ำหรือที่อับชื้น: ไม่ควรเก็บเครื่องรางไว้ในกระเป๋ากางเกงด้านหลัง (เพราะเราอาจจะเผลอนั่งทับ) อย่าวางไว้ในที่ที่ไม่เหมาะสม เช่น ใกล้ถังขยะ บนพื้น หรือในห้องน้ำ หากไม่ได้พกติดตัว ควรวางไว้บนหิ้ง หัวเตียง หรือลิ้นชักที่สะอาดอย่าให้ผู้อื่นมายืม หรือสัมผัสเล่นโดยไม่จำเป็น: เครื่องรางมักจะจดจำคลื่นพลังงานของเจ้าของ การปล่อยให้คนอื่นมาจับเล่นบ่อยๆ หรือให้ยืมไปพก อาจทำให้พลังงานเกิดความสับสนและลดทอนความขลังลงได้แสดงความขอบคุณเมื่อเกิดสิ่งดีๆ: หากคุณสังเกตเห็นว่ามีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับความรักของคุณ มีคนน่ารักๆ เข้ามาบทสรุป: ความรักเริ่มต้นที่ตัวเรา แล้วให้เครื่องรางเป็นผู้ช่วยดึงดูดมาถึงตรงนี้ หวังว่าผู้อ่านทุกคนคงจะได้ไอเดียและข้อมูลประกอบการตัดสินใจแล้วว่า เครื่องรางความรักสายไหนที่ตรงใจและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองมากที่สุด ไม่ว่าคุณจะเลือกจองตั๋วเครื่องบินไปต่อคิวขอพรและรับเครื่องรางความรัก วัดหลงซาน ที่ขลังและเป็นตำนาน, เลือกช้อปปิ้งพก เครื่องรางความรัก ญี่ปุ่น ที่น่ารัก ทันสมัย และเปี่ยมไปด้วยความหมายมงคล, หรือเลือกที่จะบูชา ของมูเรื่องความรัก สายไทยใกล้บ้านเพื่อเสริมความมั่นใจและสิริมงคลรอบด้านแต่สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณต้องจดจำไว้เสมอคือ "เครื่องรางคือที่พึ่งทางใจและเครื่องมือดึงดูดโอกาส แต่คนที่จะลงมือสร้างความสัมพันธ์ ประคับประคองความรัก และตัดสินใจเลือกคู่ชีวิต คือตัวคุณเอง"จงใช้พลังบวกจากเครื่องรางเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในตัวเอง รักและเคารพตัวเองให้มากๆ เปิดใจกว้างเพื่อรับสิ่งใหม่ๆ และหมั่นส่งต่อพลังงานดีๆ รอยยิ้ม และความเมตตาให้กับคนรอบข้างอยู่เสมอ เมื่อตัวคุณเปล่งประกายด้วยความสุขและทัศนคติที่ดี โชคชะตาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็จะทำงานประสานกัน นำพา "คนที่ใช่" เข้ามาหาคุณในเวลาที่เหมาะสมและเพอร์เฟกต์ที่สุดอย่างแน่นอน

นะโมเฟส งานแฟร์สายมูที่ครบเครื่องที่สุดแห่งปี!

18 ต.ค. 2025

นะโมเฟส งานแฟร์สายมูที่ครบเครื่องที่สุดแห่งปี!

งานเดียวที่อัปเกรดชีวิตคุณให้ ปัง!!!นะโมเฟส คือ งานแฟร์ใหญ่ที่ผสานโลกของ 'สายมู' เข้ากับ 'ไลฟ์สไตล์แกดเจ็ต' และ 'ร้านเด็ดในตำนาน' อย่างลงตัวสิ่งที่คุณจะได้รับจากงาน นะโมเฟส1. อัญเชิญ 9 สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ไทยไม่ต้องเดินทางทั่วประเทศ! เราได้อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยเคารพบูชาทั้ง 9 มาไว้ให้คุณกราบไหว้ขอพรเสริมบารมีและสิริมงคลชีวิตถึงที่ อาทิ สมเด็จพระพุทธจารย์โต, หลวงพ่อโสธร, ท้าวเวสสุวรรณ, ไอ้ไข่, พระพิฆเนศ, และอีกมากมาย2. ช้อปของขลังและแกดเจ็ตคู่บุญรวบรวมแกดเจ็ตและของมงคลหลากหลายสไตล์ให้เลือกสะสมบูชา ครบทุกสาย ตั้งแต่สายมูมินิมอลไปจนถึงสาย Luxury ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับเสริมดวง สร้อยคอ หรือของขลังของฝากดีไซน์ใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนใคร3. ฟินกับร้านเด็ดทั่วฟ้าเมืองไทยอิ่มอร่อยกับโซนร้านอาหารที่คัดมาแล้วทุกร้าน ทั้ง ร้านในตำนาน, ร้านในกระแสของเหล่าอินฟลูเอนเซอร์, และพลาดไม่ได้กับโซนร้านค้าพิเศษจาก เหล่าศิลปินและดาราชื่อดัง ที่มาขายสินค้าสุด Exclusive ด้วยตัวเอง!4. กิจกรรมและความบันเทิงเต็มเวทีร่วมสนุกกับกิจกรรมที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน พร้อมชมการแสดงจากศิลปินดาราทั่วฟ้าเมืองไทย ที่จะมามอบความบันเทิงและ เสริมดวงเพิ่มโชคลาภ ให้คุณกลับบ้านไปแบบมีแต่เฮง!นี่คืองานที่สายมูและนักช้อปทุกคนไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!มาเติมแต้มบุญ เพิ่มพลังมงคล และช้อปปิ้งให้ชีวิตปังตลอดปี!พิกัด: เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิวันที่ 16 -19 ตุลาคม 2568เวลา: 10:00–22:00 น.ผู้เขียน : บาลี บัญชานิตยกาล

ไหว้ขอพรหลวงพ่อทันใจ ที่วักลางคลองสระบัว อยุธยา

27 ก.ค. 2024

ไหว้ขอพรหลวงพ่อทันใจ ที่วักลางคลองสระบัว อยุธยา

วันนี้ Atime ขอพาลูกเพจมาเที่ยววัดกลางคลองสระบัว วัดเก่าแก่ ที่อยุธยาเมืองเก่า สิ่งน่าสนใจคือ หลวงพ่อทันใจ และ หลวงพ่อเพชร พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่คนไปกราบไหว้ขอพรมักสมดังปรารถนาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ ค้าขาย หน้าที่การงาน และการเรียน หากสัมฤทธิผลจะนำไข่ต้มมาแก้บน วิธีไหว้หลวงพ่อทันใจต้องทำอย่างไร ไหว้แบบไหนถึงจะสำเร็จผล ไปดูกันเริ่มต้นด้วยจุดธูป เทียน ถวายดอกไม้ เพื่อไหว้หลวงพ่อทันใจและหลวงพ่อเพชร (องค์จำลอง) ที่บริเวณวิหารหลวงพ่อทันใจด้านหน้าคลองสระบัว สวดคาถาหลวงพ่อทันใจ จากนั้นอธิษฐานขอพรเพียง 1 ข้อ บอกเรื่องที่ต้องการและระยะเวลาให้ชัดเจน บนบานสานกล่าวด้วยไข่ต้มหรือสิ่งของอื่น ๆ หากพรที่ขอไว้บรรลุผลสำเร็จตามที่ตั้งใจ ควรถือสัจจะและมาแก้บนตามที่บอกไว้ และเพื่อให้สิ่งที่เราขอทันใจมากขึ้น จึงนิยมนำเงินไปวางไว้ที่องค์ท่านคาถาหลวงพ่อทันใจ วัดกลางคลองสระบัว นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ) พุทธัง เมตตานะชาลีติ ธัมมัง เมตตานะชาลีติ สังฆัง เมตตานะชาลีติหากได้สมดังปรารถนานิยมนำของมาถวายตามที่กล่าวไว้ (ตามสัจจะ) โดยตั้งนะโม 3 จบ พร้อมกล่าวว่า ข้าพเจ้าชื่อ… สกุล... เกิดวันที่… (วัน/เดือน/ปี) ได้นำเครื่องสักการะ (ระบุ) มาขอถวายแก้บนตามที่สัญญาไว้ ขออันเชิญให้มารับเครื่องแก้บนทั้งหลายเหล่านี้ และขอถอนคำอธิษฐานและบนบานทั้งหมด ณ บัดนี้หากใครอยากไปมูตาม ให้ชีวิตปังๆ ขึ้นในครึ่งปีหลังก็สามารถเดินทางมาที่วันกลางคลองสระบัวกันได้ที่ตั้ง : วัดกลางคลองสระบัว ตำบลคลองสระบัว อำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.ที่จอดรถ : มีที่จอดรถ

บูชาพระแม่กาลี คือใคร ช่วยเรื่องอะไร พร้อมบทสวดและวิธีไหว้

13 มี.ค. 2026

บูชาพระแม่กาลี คือใคร ช่วยเรื่องอะไร พร้อมบทสวดและวิธีไหว้

รู้จัก "พระแม่กาลี" เทวีแห่งการทำลายล้างสิ่งชั่วร้าย บูชาอย่างไรให้ปัง!หากพูดถึงเทพฮินดูที่มีรูปลักษณ์ดุดัน น่าเกรงขาม และดูน่ากลัวในสายตาของผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นศึกษา หลายคนคงนึกถึง "พระแม่กาลี" อย่างแน่นอน ด้วยภาพจำของสตรีที่มีผิวกายสีดำสนิท แลบลิ้นยาว สวมสร้อยคอที่ทำจากหัวกะโหลก และในมือถือดาบพร้อมหัวของอสูร ทำให้บางคนอาจรู้สึกกลัวและไม่กล้าที่จะเข้าใกล้แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูน่าสะพรึงกลัวนั้น พระแม่กาลีเปรียบเสมือน "มารดา" ผู้เปี่ยมล้นไปด้วยความรักและความเมตตาต่อบุตรของพระองค์ (ผู้ศรัทธา) พระองค์พร้อมที่จะออกมาปกป้องและทำลายล้างสิ่งชั่วร้าย อุปสรรค และศัตรูที่เข้ามาทำร้ายผู้ที่ศรัทธาในพระองค์พระแม่กาลี คือใคร? เปิดตำนานเทวีผู้ทรงพลังแห่งจักรวาลพระแม่กาลี คือใคร ตอบได้สั้นๆ ว่า พระองค์คือปางหนึ่งของ "พระแม่อุมาเทวี" (ชายาของพระศิวะ) ที่อวตารลงมาเพื่อปราบอสูรโดยเฉพาะตามตำนานในคัมภีร์ฮินดู เล่าว่ามีอสูรตนหนึ่งชื่อ "อสูรทารุณ" (Raktabija) ที่ได้รับพรวิเศษจากพระพรหมว่า หากเลือดของอสูรตนนี้หยดลงพื้นดินเมื่อใด เลือดทุกหยดจะกลายเป็นอสูรตนใหม่ที่ทรงพลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ไม่มีเทพองค์ใดสามารถสังหารอสูรตนนี้ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นพระอินทร์ พระพรหม หรือแม้แต่พระนารายณ์เมื่อความเดือดร้อนแผ่ขยายไปทั่วทั้งสามโลก พระแม่อุมาเทวีจึงทนไม่ได้ พระองค์ได้บำเพ็ญตบะจนเกิดเป็นร่างอวตารที่มีความดุร้ายและทรงพลังอำนาจสูงสุด นั่นก็คือ "พระแม่กาลี" ในการต่อสู้ พระแม่กาลีได้ใช้ดาบตัดหัวอสูรทารุณ และเพื่อไม่ให้เลือดหยดลงพื้นดิน พระองค์จึงได้แลบลิ้นที่ยาวและใหญ่โตออกมารองรับเลือดของอสูรและดื่มกินจนหมดสิ้น ทำให้เผ่าพันธุ์ของอสูรทารุณถูกสูญสิ้นไปในที่สุด แต่ด้วยความเมามายในรสเลือดและอารมณ์โกรธที่พุ่งพล่าน พระแม่กาลีได้เต้นรำด้วยความบ้าคลั่งจนโลกเกิดความสั่นสะเทือน ร้อนถึง พระศิวะ ต้องลงมานอนขวางพื้นไว้ เมื่อพระแม่กาลีเผลอเหยียบลงบนยอดอกของพระสวามี พระองค์ก็ตกใจและแลบลิ้นออกมาด้วยความละอายใจ สติจึงกลับคืนมา และโลกก็กลับสู่ความสงบสุขอีกครั้งรูปลักษณ์และสัญลักษณ์ของพระแม่กาลี บ่งบอกถึงอะไร?ในทางปรัชญาของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู รูปลักษณ์ที่ดูดุดันของพระแม่กาลีไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้ผู้คนหวาดกลัว แต่ทุกสัดส่วนล้วนมีความหมายแฝงที่ลึกซึ้งผิวกายสีดำสนิท: หมายถึง ความเป็นนิรันดร์ กาลเวลาที่ไร้จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด สีดำคือสีที่ดูดซับทุกสี เป็นตัวแทนของความว่างเปล่าและสัจธรรมแห่งจักรวาลการแลบลิ้น: หมายถึง ความละอายใจเมื่อรู้ตัวว่าเหยียบลงบนอกของพระศิวะ นอกจากนี้ยังสื่อถึงการดูดกลืนกิเลส ตัณหา และความชั่วร้ายทั้งปวงสร้อยคอหัวกะโหลก 50 หัว: เป็นตัวแทนของตัวอักษรภาษาสันสกฤตทั้ง 50 ตัว สื่อถึงความรู้และภูมิปัญญา นอกจากนี้ยังหมายถึงการทำลายอีโก้ (Ego) หรือความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนกระโปรงที่ทำจากแขนคน: แขนและมือคือสัญลักษณ์ของการกระทำ (กรรม) พระแม่กาลีสวมมันไว้เพื่อปลดปล่อยผู้ศรัทธาออกจากบ่วงกรรมพระหัตถ์ทั้ง 4: มือซ้ายบนถือดาบสัญลักษณ์ของการใช้ปัญญาตัดความโง่เขลามือซ้ายล่างถือหัวอสูร: การตัดขาดจากอีโก้และความลุ่มหลงมือขวาบนทำปางประทานพร: ประทานความสำเร็จและความกล้าหาญมือขวาล่างทำปางห้ามมาร: ปกป้องคุ้มครองผู้ศรัทธาจากภัยอันตรายพระแม่กาลีช่วยเรื่องอะไร? ทำไมสายมูถึงต้องบูชาหลายคนอาจสงสัยว่าด้วยภาพลักษณ์ที่ดุร้าย พระแม่กาลีช่วยเรื่องอะไรบ้าง? ขอบอกเลยว่าพุทธคุณ (ตามความเชื่อ) ของพระองค์นั้นครอบคลุมและทรงพลังมาก โดยเฉพาะในเรื่องของการพลิกฟื้นดวงชะตาและการปกป้องคุ้มครอง ดังนี้1. ขจัดศัตรูและอุปสรรคชิ้นใหญ่หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาที่แก้ไม่ตก มีคู่แข่งทางการค้าที่เล่นไม่ซื่อ หรือมีเพื่อนร่วมงานที่คอยแทงข้างหลัง การขอพรกับพระแม่กาลีจะช่วยปัดเป่าคนพาลและสิ่งกีดขวางเหล่านั้นให้ออกไปจากชีวิต ทำให้ทางเดินของคุณราบรื่นขึ้น2. ป้องกันคุณไสย มนต์ดำ และวิญญาณร้ายด้วยความที่พระองค์คือมหาเทวีผู้ทำลายล้างความชั่วร้าย พลังงานด้านลบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคุณไสย อาถรรพ์ หรือสิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็น จะไม่สามารถกล้ำกรายผู้ที่บูชาพระแม่กาลีอย่างศรัทธาได้เลย3. ประทานความกล้าหาญและความมั่นใจสำหรับผู้ที่รู้สึกอ่อนแอ ขาดความมั่นใจ หรือตกอยู่ในสถานะที่ถูกเอาเปรียบ (โดยเฉพาะผู้หญิงที่ถูกรังแก) พระแม่กาลีจะประทานพลังใจ ความกล้าหาญ และความเด็ดขาด เพื่อให้คุณลุกขึ้นสู้และทวงคืนความยุติธรรมให้กับตนเอง4. เสริมดวงการงานและธุรกิจที่กำลังติดขัดใครที่ทำธุรกิจแล้วขาดทุน หรือการงานสะดุด การบูชาพระแม่จะช่วย "ล้าง" พลังงานแย่ๆ และเปิดทางให้กับการเริ่มต้นใหม่ที่ดีกว่าเดิม นำพาความสำเร็จและชัยชนะมาให้เตรียมของไหว้บูชาพระแม่กาลี (ฉบับทำได้ด้วยตัวเอง)การบูชาพระแม่กาลีนั้นเน้นไปที่ความบริสุทธิ์ใจและของถวายที่มี "สีแดง" เป็นหลัก เนื่องจากสีแดงสื่อถึงพลังงาน เลือดของอสูร (กิเลส) และชัยชนะ สิ่งที่ควรเตรียมมีดังนี้ของถวายที่ควรมี:ดอกไม้สีแดง เช่น ดอกชบาแดง (พระองค์โปรดปรานมากที่สุด), ดอกกุหลาบแดง หรือดอกบัวแดงน้ำเปล่า และ น้ำหวานสีแดงผลไม้สีแดง หรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะนาว (นิยมใช้มะนาวเสียบพวงมาลัยถวาย), ทับทิม, แอปเปิ้ลแดงขนมหวานที่ไม่มีส่วนผสมของไข่และเนื้อสัตว์ (ห้ามเด็ดขาด)กำยาน หรือ ธูป (แนะนำให้ใช้กลิ่นเครื่องเทศ กลิ่นมะลิ หรือกลิ่นจันทน์หอม)น้ำมันงา สำหรับจุดประทีปข้อห้ามในการถวายของ:ห้ามถวายเนื้อสัตว์ทุกชนิด (แม้ในตำนานจะกล่าวถึงการดื่มเลือด แต่ในการบูชาของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูในปัจจุบัน เน้นความบริสุทธิ์และละเว้นการเบียดเบียนสัตว์)ห้ามถวายของมึนเมาวิธีบูชาและขั้นตอนการขอพรที่ถูกต้องชำระร่างกาย: อาบน้ำ ล้างมือ ล้างหน้าให้สะอาด และทำจิตใจให้สงบก่อนเริ่มพิธีบูชาพระพิฆเนศก่อนเสมอ: ตามกฎของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ต้องสวดบูชาพระพิฆเนศเป็นอันดับแรกเสมอ (โอม ศรี คเณศายะ นะมะฮา - 3 จบ)ถวายของบูชา: นำดอกไม้ น้ำแดง ผลไม้ และขนม วางถวายที่หน้าหิ้งหรือรูปปั้นของพระแม่กาลีจุดธูปหรือกำยาน: ถวายแสงสว่างและกลิ่นหอมสวดมนต์บูชาพระแม่กาลี: ตั้งสมาธิ มองไปที่พระพักตร์ของพระองค์ (หรือบริเวณดวงตาที่สาม) แล้วเริ่มสวดมนต์การขอพร: บอกชื่อ-นามสกุลของคุณอย่างชัดเจน เล่าปัญหาที่คุณกำลังเผชิญ และขอให้พระองค์ช่วยปัดเป่าอุปสรรคข้อแนะนำ: ควรขอพรในสิ่งที่ถูกต้องและมีศีลธรรม ไม่ควรขอให้พระองค์ไปทำร้ายใครที่ไม่ได้ทำผิดต่อเราพระแม่กาลี บทสวด และคาถาบูชาเพื่อการเชื่อมต่อพลังงานที่ทรงพลานุภาพ นี่คือ พระแม่กาลี บทสวดที่นิยมใช้กัน คุณสามารถเลือกสวดบทใดบทหนึ่งตามความสะดวก แต่สิ่งสำคัญคือสมาธิและความศรัทธาบทสวดแบบสั้น“โอม กาลี มาตา นะมะฮา”บทสวดแบบยาว“โอม ศรี มาฮา กาลี เก ไนะมะฮาโอม กาลี กาลี กาลี ฮารา ฮารา ฮาราศักติ มาฮาเทวี คาลีมาทาอปัทยามิ สารณังคัชชามิ”ความหมายของบทสวด: ขอนอบน้อมแด่พระแม่กาลี ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ ความเป็นสิริมงคล ผู้ปกป้องคุ้มครองจากภัยอันตราย ผู้ทรงสวมสร้อยหัวกะโหลก ขอนอบน้อมแด่พระแม่ทุรคา ผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาให้อภัย พระแม่ผู้เป็นที่พึ่งพา ขอนอบน้อมแด่พระองค์ด้วยความเคารพอย่างสูงสุดสถานที่ไหว้พระแม่กาลีในประเทศไทย ที่สายมูต้องไปเยือนหากคุณไม่มีหิ้งบูชาที่บ้าน หรือต้องการไปรับพลังงานบวกในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ในประเทศไทยมีสถานที่ประดิษฐานองค์พระแม่กาลีที่ได้รับความนิยม ดังนี้วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก สีลม)สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันดับหนึ่ง ศูนย์รวมความศรัทธาของชาวฮินดูและสายมูในไทย ภายในประดิษฐานองค์พระแม่กาลีที่ทรงความศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง (คำแนะนำ: ควรแต่งกายสุภาพ และปฏิบัติตามกฎของวัดอย่างเคร่งครัด)วิหารพระแม่กาลี พัทยาอีกหนึ่งสถานที่ที่ผู้คนนิยมไปกราบไหว้ขอพร โดยเฉพาะเรื่องการปลดหนี้ ขจัดศัตรู และขอความเจริญก้าวหน้าในธุรกิจศาลพระทักษิณกาลี (เทวาลัยศิวะมหาเทพ ขอนแก่น)สำหรับชาวอีสานที่ต้องการไปกราบไหว้ขอพรพระแม่กาลีโดยไม่ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯจากทั้งหมดที่กล่าวมา คงจะช่วยคลายข้อสงสัยได้แล้วว่า พระแม่กาลี คือใคร และ พระแม่กาลีช่วยเรื่องอะไร พระองค์ไม่ใช่เทพแห่งความโหดร้ายตามที่หลายคนหวาดกลัว แต่ทรงเป็น "มารดาแห่งจักรวาล" ที่พร้อมจะกลายร่างเป็นนักรบผู้แข็งแกร่งเพื่อปกป้องลูกๆ ของพระองค์จากภัยอันตราย ความชั่วร้าย และความอยุติธรรมทั้งปวง การหมั่นสวดมนต์ พระแม่กาลี บทสวด พร้อมกับการลงมือทำหน้าที่ของตนเองอย่างซื่อสัตย์สุจริต จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้พระองค์ประทานพรแห่งชัยชนะและความสำเร็จมาสู่ชีวิตคุณได้อย่างแน่นอน