One day trip เที่ยว 5 วัดดัง ที่อยุธยา

Temple & Mutelu

One day trip เที่ยว 5 วัดดัง ที่อยุธยา

12 มิ.ย. 2024

ช่วงวัดหยุดนี้ ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวใกล้กรุงเทพ แบบไปเช้า-เย็นกลับ Atime ขอพาทุกคนไปชมวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ไทย พร้อมทั้งตามรอยละครดังกับ 5 วัด จังหวัด พระนครศรีอยุธยา จะมีวัดไหนกันบ้างไปดูกัน

วัดแรกของจังหวัดอยุธยาที่เราพามานั้น คือ วัดใหญ่ชัยมงคล ถือเป็นวัดที่มีสำคัญต่อประวัติศาสตร์ไทยอย่างมาก โดยจุดเด่นของวัดนี้ คือ สถาปัตยกรรมที่วิจิตร งดงามมาก ทั้งเจดีย์องค์ใหญ่ที่สูงที่สุดในอยุธยา อีกทั้งยังเป็นวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมมามากที่สุด และโดยรอบเจดีย์จะเป็นสวนหย่อมให้เดินชม ถ้าใครได้ไปช่วงเย็น จะบอกว่า ที่นี่บรรยากาศดีมาก

พิกัด : https://goo.gl/maps/PdTxx23ZYHJ3g29o6

เปิดให้เข้าชม : 08.00-17.00 น.

ค่าเข้าชม : คนไทยเข้าฟรี , ต่างชาติ 40 บาท

มาต่อกันที่วัดที่ 2 กับ วัดพนัญเชิงวรวิหาร ใครที่ได้มาวัดนี้ ต้องห้ามพลาดที่จะมาสักการะ “หลวงพ่อโต” เพื่อความเป็นสิริรมงคล โดยหล่วงพ่อโต ถือเป็นพระพุทธรูปปางวมารชัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพระนครศรีอยุธยา มีสีทองอร่าม สวยงาม จึงทำให้มีผู้คนมากมาย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้ามากราบไหว้สักการะ

พิกัด : https://goo.gl/maps/BArmRHdvmvzToTb87

เปิดให้เข้าชม : 08.00-17.00 น.

วัดที่ 3 ได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์ ในอดีตนั้น วัดแห่งนี้เป็นวัดประจำวังหลวง จึงไม่พระภิษุจำพรรษาอยู่ เช่นเดียวกับวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ วัดพระแก้ว จุดเด่นของวัดนี้ก็คือ เจดีย์ทรงลังกา 3 องค์ตั้งวางเรียงกัน งดงามด้วยโบราณสถาน พระพุทธรูปปูนปั้นเก่าแก่ ถึงจะทรุดโทรมแล้ว แต่ก็ยังดึงดูดให้ชวนมอง และยังคงร่องรอยของความใหญ่โตอลังการของสถาปัตยกรรมไว้ เดินชมไปก็ชวนให้นึกถึงว่า ถ้าเป็นในสมัยนั้นคงสวยงาม ๆ ส่วนใครไม่อยากเดิน ที่วัดเขามีบริการนั่งช้างชมวัดด้วยนะ บอกเลยว่าเป็นวัดที่ต้องมาให้ได้

พิกัด : https://maps.app.goo.gl/mjbkPx9VTTVdEprP8?g_st=ic

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 น.–16.30 น.

ค่าเข้าชม : ชาวไทย 10 บาท , ชาวต่างประเทศ 50 บาท

มาต่อกันที่ วัดพุทไธศวรรย์ เป็นวัดที่สำคัญมาก ๆ ในสมัยอยุธยา ก่อตั้งขึ้นมานานถึง 600 กว่าปี โดยจุดเด่นของวัดนี้ คือ ปรางค์ประธานองค์ใหญ่ศิลปะแบบขอม และมีพระพุทธรูปรอบ ๆ ปรางประธานเรียงสวยงาม ผู้คนส่วนใหญ่นอกจากมากราบไหว้สักการะแล้ว ยังมีการสวมชุดไทยมาถ่ายรูปตามรอยละครดัง ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปอยู่สมัยกรุงศรีอธุยธยา

พิกัด : https://goo.gl/maps/MctB4kUAywbtnQ8dA

เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.

ปิดท้ายด้วยวัดที่ 5 กับวัดไชยวัฒนาราม ปัจจุบันวัดนี้เป็นเหมือนกับโบราณสถานที่เปิดให้มาชื่นชมความงาม และศึกษาประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา ถึงแม้จะโรยราไปตามกาลเวลา แต่ยังคงสวยงามดึงดูดให้ชื่นชม

หากใครที่เดินถ่ายรูปเล่น แล้วต้องการแวะพักเหนื่อย แนะนำที่คาเฟ่เรือนมยุรา ที่นี้เขามีไอศกรีมรูปทรงวัดไชยวัฒนาราม ที่ใครมาวัดนี้ก็ต้องมาแวะซื้อไปถ่ายรูปกันคนละแท่ง อีกทั้งยังรสชาติไอศครีมมีให้เลือกมากมาย

พิกัด : https://maps.app.goo.gl/w6N8odFVFg2KkEJq8?g_st=ic

เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน เวลา 8.00 - 18.00 น.

ค่าเข้าชม : ชาวไทย 10 บาท / ชาวต่างประเทศ 50 บาท

เต็มอิ่มกับ 5 วัดดังที่จังพระนครศรีอยุธยา ได้ทั้งไปไหว้พระทำบุญ และยังได้ไปห่มสไบตามรอยละครดัง พร้อมทั้งได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยในอดีต ใครวางแผนจะไปเที่ยวในวัดหยุด แบบไป เช้า-เย็นกลับ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็เป็นตัวเลือกที่ดีอับดับต้น ๆ เลย

 

related Temple & Mutelu

สายมู 1 วัน มูแล้วปัง ครบทุกด้าน

17 เม.ย. 2025

สายมู 1 วัน มูแล้วปัง ครบทุกด้าน

สายมู 1 วัน มูแล้วปัง ครบทุกด้าน! "ทริปมูสายปัง 1 วันในกรุงเทพฯ" โดยเน้นให้ครอบคลุม ความรัก, การงาน, เงินทอง และโชคลาภ แถมเดินทางได้ง่าย ไม่วนไปวนมาช่วงเช้า – เริ่มวันแบบรุ่งๆ1. วัดพระแก้ว (เสริมดวงรวม ความมั่นคง)เวลา: 08.30 น.บริเวณพระบรมมหาราชวังขอให้ชีวิตราบรื่น เจริญก้าวหน้าแนะนำ: ไหว้พระแก้วมรกต เดินวนโบสถ์ 3 รอบ2. ศาลหลักเมือง (มั่นคงในชีวิตและงาน)ต่อเนื่องจากวัดพระแก้ว เดินข้ามถนนไปได้เลยเสริมพื้นฐานชีวิตและงานให้มั่นคงจุดธูป 3 ดอก ขอพรให้ชีวิตมั่นคง มีที่ยืนในสังคมช่วงสาย – เสริมพลังงานการงาน โชคลาภ3. พระพรหมเอราวัณ (ขอเรื่องงานและโชคลาภ)ประมาณ 10.30–11.00 น.แยกราชประสงค์ขอเรื่องงาน ความสำเร็จ การเจรจาไหว้ครบ 4 หน้า ใช้ธูป 12 ดอก พวงมาลัย 4 พวง4. พระพิฆเนศ (บูชาความสำเร็จ)ติดกับพระพรหมเลย!ขอเรื่องเรียน งาน ศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์จุดธูป 9 ดอก ของไหว้แนะนำ: กล้วย มะพร้าว ขนมพักกลางวันแนะนำ: Central World มีอาหารเยอะ หรือแวะ Platinum / Gaysorn แล้วต่อ MRT หรือ BTS ต่อได้ช่วงบ่าย – เสริมความรัก เสน่ห์เมตตา5. พระตรีมูรติ (ขอเรื่องรักโดยเฉพาะ)ช่วงบ่าย หรือรอขอแบบพิเศษวันพฤหัส 21.30 น.ความรัก คู่ครอง เสน่ห์แรงดอกกุหลาบแดง 9 ดอก จุดเทียนแดง 1 คู่6. วัดแขก สีลม (เสริมเสน่ห์ ครอบครัว ความรัก)ต่อได้เลยบ่ายๆ (เดินทาง MRT ลงสถานีศาลาแดง)ขอพรพระแม่อุมาและเทพแห่งความรักห้ามของมีชีวิต บูชาด้วยดอกไม้หอม และธูปหอมช่วงเย็น – ปิดท้ายมูปังเรื่องชื่อเสียง แก้ปีชง7. วัดระฆัง (ชื่อเสียง เมตตา เสริมบุญ)ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกริมเจ้าพระยา นั่งเรือข้ามจากท่าช้างก็ได้ขอให้เป็นที่รักของคน เมตตา ปังๆตีระฆังเบาๆ 3 ครั้ง เสริมเสียงให้ชีวิต8. วัดเล่งเน่ยยี่ (ถ้าอยากแก้ปีชงด้วย)ปิดประมาณ 16.00 น. ถ้าไปทันแวะก่อนวัดระฆังแก้ชง เสริมเคราะห์ให้เบาลงไหว้ไท่ส่วยเอี๊ย พร้อมทำพิธีแก้ชงที่วัดทริคเล็กๆ:ธูปควรเตรียมไว้เองบ้าง หรือซื้อรวมชุดที่วัดถ้าไม่สะดวกเดินเยอะ ใช้ BTS + MRT เป็นหลักเตรียมเงินแบงค์ย่อยไว้ทำบุญ หยอดตู้ตามจุดต่างๆผู้เขียน : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

จดลิสต์ 3 วัดมังกร เสริมความเฮงต้อนรับตรุษจีน 2567

05 ก.พ. 2024

จดลิสต์ 3 วัดมังกร เสริมความเฮงต้อนรับตรุษจีน 2567

หลายคนคงกำลังมองหาสถานที่ทำบุญเสริมดวง เสริมความเฮง เสริมความปังในช่วง "เทศกาลตรุษจีน" มาทำความรู้จักกับ 3 วัดมังกร ที่ผู้คนนิยมไปกราบไหว้ขอพรในช่วงตรุษจีน จะเสริมเฮงทางด้านไหน จะเสริมความปังได้อย่างไร ต้องมาดูวัดมังกรกมลาวาส หรือวัดเล่งเน่ยยี่ กรุงเทพมหานครCr. วัดมังกรกมลาวาส 龍蓮寺วัดเล่งเน่ยยี่ เป็น 1 ใน 3 วัดมังกร โดยชาวจีนมีความเชื่อว่า มังกรเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ประกอบไปด้วยส่วนหัว ส่วนตัว และส่วนหาง ซึ่งส่วนหัวของมังกรนั้นอยู่ในวัดเล่งเน่ยยี่แห่งนี้ ทำให้เหมาะแก่การเปิดเป็นวัดแรกในการไหว้ต้อนรับปีมังกรนั้นเองCr. วัดมังกรกมลาวาส 龍蓮寺วัดเล่งเน่ยยี่ เป็นวัดที่ทั้งคนไทยและนักแสวงบุญจากต่างประเทศมักมาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลและที่เป็นที่นิยมเลย คือ การแก้ปีชงในแต่ละปีอีกด้วยวัดจีนประชาสโมสร หรือวัดเล่งฮกยี่ ฉะเชิงเทราCr. สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดฉะเชิงเทราวัดเล่งฮกยี่ถือว่าเป็นวัดส่วนท้องของมังกร โดยผู้คนมักพากันมาไหว้สักการะเพื่อความเจริญรุ่งเรือง เป็นสิริมงคลในการดำเนินชีวิต ช่วยในเรื่องโชคลาภ วาสนา ทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง มีเงินมีทองตลอดปีมังกรCr. วัดจีนประชาสโมสร-เล่งฮกยี่ จังหวัดฉะเชิงเทราหลังจากไหว้สักการะครบแล้ว อย่าลืมตีระฆังใบยักษ์จากแต้จิ๋วที่มีขนาดหนักกว่า 1 ตัน ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ใบ ในโลกที่รอบระฆังมีอักษรมหาปรัชญาปารมิตาสูตร ซึ่งหากตีระฆังใบนี้ก็เทียบเท่ากับการสวดมนต์บทนี้เลยวัดมังกรบุปผาราม หรือวัดเล่งฮัวยี่ จันทบุรีCr. ThailandTourismDirectoryปิดท้ายด้วยส่วนหางของมังกรกับวัดมังกรบุปผาราม สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างพุทธศิลป์ไทย-จีน จึงมีความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวCr. ThailandTourismDirectoryซึ่งภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธปฏิมาประธานสามพระองค์ พระศรีอาริยเมตไตรยโพธิสัตว์ และท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ ในช่วงตรุษจีนทั้งชาวไทยและชาวแสวงบุญจากต่างประเทศนิยมเดินทางมาไหว้สักการะเพื่อขอพรรวมถึงการฝากดวงแก้ชงในแต่ละปีอีกด้วย

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย บูชาอย่างไรให้รวย? บทสวดเรียกทรัพย์ 2569

14 ก.พ. 2026

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย บูชาอย่างไรให้รวย? บทสวดเรียกทรัพย์ 2569

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เปิดตำราเทพแห่งความมั่งคั่งบูชาถูกวิธี ชีวิตเปลี่ยนเป็นเศรษฐี ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและความไม่แน่นอนสูง การมีความเก่งกาจในการทำธุรกิจเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายสำหรับความสำเร็จที่ยั่งยืน คนไทยเชื้อสายจีนและนักธุรกิจทั่วเอเชียจึงให้ความสำคัญกับ "ที่พึ่งทางใจ" เพื่อเสริมสร้างกำลังใจและดึงดูดพลังงานบวก และเมื่อเอ่ยถึงเทพเจ้าที่เป็นที่สุดแห่งเรื่องเงินทอง โชคลาภ และความมั่งคั่ง ชื่อแรกที่ทุกคนต้องนึกถึงคือ "เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย" (Cai Shen Ye) ทุกครั้งที่เวียนมาบรรจบถึงเทศกาลตรุษจีน ภาพที่คุ้นตาคือผู้คนจำนวนมากต่างจัดเตรียมโต๊ะไหว้เพื่อรอรับเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเข้าสู่เคหะสถานเป็นองค์แรกของปี แต่คุณมั่นใจแล้วหรือยังว่าคุณรู้จักท่านดีพอ? ท่านไม่ได้มีเพียงปางเดียว และการไหว้ขอพรก็มีเคล็ดลับที่ลึกซึ้งกว่าแค่การจุดธูป บทความนี้คือไกด์ฉบับสมบูรณ์ที่จะพาคุณไปรู้จักเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ประวัติความเป็นมาที่แท้จริง ขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้อง บทสวดและสถานที่ ไหว้ที่ไหน แล้วปังที่สุด เพื่อเตรียมตัวเปิดรับความเฮงเข้ากระเป๋าแบบจัดเต็มตำนาน "เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย" ประวัติและปางต่างๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (ในภาษาจีนแต้จิ๋ว) หรือ ไฉ่เสินเย่ (ในภาษาจีนกลาง) เขียนอักษรจีนว่า 財神 มีความหมายตรงตัวว่า "เทพเจ้าแห่งทรัพย์สิน" ชาวจีนเชื่อว่าท่านคือเทพชั้นสูงที่จะเสด็จลงมายังโลกมนุษย์ปีละ 1 ครั้ง ในช่วงเวลาเริ่มเข้าสู่วันตรุษจีน เพื่อประทานพรด้านโชคลาภ เงินตรา และความสำเร็จให้แก่ผู้ที่ศรัทธา แต่ความเข้าใจผิดของคนส่วนใหญ่คือคิดว่าท่านมีเพียงองค์เดียว แท้จริงแล้วตามตำนานจีนโบราณ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยแบ่งออกเป็น 2 ปางหลักๆ ตามลักษณะบุคลิกและหน้าที่ ซึ่งผู้บูชาควรเลือกให้เหมาะกับอาชีพของตนเอง ดังนี้ 1. ไฉ่ซิงเอี๊ยปางบุ๋น (ฝ่ายพลเรือน/ปัญญา) : เทพเจ้าปี่กาน (Bi Gan)ลักษณะเด่น: เป็นรูปขุนนางชั้นผู้ใหญ่ หน้าตายิ้มแย้ม ใจดี อบอุ่น สวมชุดขุนนางโบราณ มือข้างหนึ่งถือเล่มสมุดบัญชีหรือม้วนกระดาษ อีกข้างหนึ่งถือถุงเงินหรือก้อนทองประวัติและตำนาน: เชื่อกันว่าคือ "ปี่กาน" อัครมหาเสนาบดีในสมัยราชวงศ์ซาง ผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตอย่างหาที่สุดมิได้ ท่านถูกทรราชสั่งให้ควักหัวใจออกมาดูเพื่อพิสูจน์ความภักดี เมื่อท่านเสียชีวิต สวรรค์เห็นในความดีจึงแต่งตั้งให้เป็นเทพแห่งโชคลาภ โดยมีนัยยะว่า "เพราะท่านไม่มีหัวใจ ท่านจึงไม่มีความลำเอียง" ท่านจึงแจกจ่ายโชคลาภให้แก่ทุกคนอย่างยุติธรรมที่สุดเหมาะกับใคร: ผู้ที่รับราชการพลเรือน, พนักงานบริษัท, ผู้ที่ประกอบอาชีพค้าขายทั่วไป, นักวิชาการ, ที่ปรึกษา หรืออาชีพที่ใช้ปัญญาและความสามารถในการเจรจา ท่านจะช่วยให้การบริหารเงินราบรื่นและมีสติปัญญาในการหาทรัพย์ 2. ไฉ่ซิงเอี๊ยปางบู๊ (ฝ่ายการทหาร/นักรบ) : เทพเจ้าจ้าวกงหมิง (Zhao Gongming)ลักษณะเด่น: หน้าตาดุดัน น่าเกรงขาม สวมชุดเกราะนักรบ ขี่เสือโคร่งดุร้าย มือข้างหนึ่งถือกระบองเหล็กหรือดาบ อีกข้างถือถุงเงินหรือก้อนทอง บางครั้งจะเห็นท่านเหยียบเสืออยู่ประวัติและตำนาน: "จ้าวกงหมิง" เป็นแม่ทัพผู้เกรียงไกรที่มีฝีมือการรบเป็นเลิศ มีความกล้าหาญและรักษาสัจจะยิ่งชีพ ท่านสามารถปราบภูตผีปีศาจและศัตรูที่มาราวีได้ เชื่อกันว่าเสือที่ท่านขี่คือพาหนะที่ช่วยตะปบเงินทองเข้าหาเจ้านาย และช่วยเฝ้าทรัพย์สินไม่ให้รั่วไหลเหมาะกับใคร: เจ้าของธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง, ผู้ที่ต้องดูแลลูกน้องจำนวนมาก, ทหาร, ตำรวจ, นักธุรกิจสีเทา, ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ หรือผู้ที่ต้องการทวงหนี้สิน ท่านจะช่วยขจัดอุปสรรค ศัตรูคู่แข่ง และช่วยให้เก็บเงินอยู่เกร็ดความรู้เพิ่มเติม: นอกจากปางจีนแล้ว ในทางพุทธศาสนามหายานและทิเบต ยังมีการนับถือเทพเจ้าแห่งความร่ำรวยในรูปแบบของ "ท้าวกุเวร" (Vaisravana) หรือ "ชัมภล" (Jambhala) ซึ่งมีรูปลักษณ์และคติความเชื่อที่ใกล้เคียงกัน คือเป็นผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์ของโลกเช็คของไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย: เตรียมอย่างไรให้ถูกหลัก 5 หมู่มงคล การไหว้รับ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย นิยมทำในคืนวันซาจั๊บ (วันสิ้นปีจีน) ช่วงเวลาคาบเกี่ยวเข้าสู่วันตรุษจีน (โดยส่วนใหญ่คือเวลา 23.00 – 01.00 น.) สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ของแพง แต่คือ "ความหมาย" ของของไหว้และการจัดเตรียมด้วยความประณีต เราได้รวบรวมรายการของไหว้ที่ต้องมี โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อให้คุณเตรียมได้ง่ายๆ ดังนี้ 1. หมวดรูปเคารพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์รูปปั้น หรือ รูปภาพองค์ไฉ่ซิงเอี๊ย: หากไม่มีสามารถใช้ตัวอักษรจีนคำว่า "ไฉ่ซิงเอี๊ย" เขียนใส่กระดาษแดงแทนได้กระถางธูป: ควรใส่ข้าวสารให้เต็มกระถาง (สื่อถึงความกินดีอยู่ดี) และปักกิมฮวยเพื่อความสวยงามเทียนแดง 1 คู่: สื่อถึงแสงสว่างและความรุ่งโรจน์แจกันดอกไม้สด 1 คู่: นิยมใช้ดอกเบญจมาศ หรือดอกไม้มงคลที่มีสีสันสดใส 2. หมวดผลไม้มงคล (เลือก 3 หรือ 5 อย่าง)ส้ม: (ขาดไม่ได้) หมายถึง ทองคำ และความเป็นสิริมงคลกล้วยหอม: (ต้องมีหวีเครือสวย) หมายถึง กวักโชคลาภเข้ามา และให้ลูกหลานสืบสกุลสับปะรด: ภาษาจีนแต้จิ๋วเรียก "อั่งไล้" แปลว่า โชคลาภกำลังมาถึงองุ่น: หมายถึง ความงอกงามและความเจริญรุ่งเรืองแอปเปิ้ลแดง: หมายถึง ความสันติสุขและสุขภาพที่แข็งแรง 3. หมวดอาหารเจ (เจไฉ่) 5 อย่าง เนื่องจากเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเป็นเทพชั้นสูง การไหว้ด้วยอาหารเจจึงบริสุทธิ์ที่สุด ประกอบด้วยเห็ดหอม: หมายถึง ความมีชื่อเสียงวุ้นเส้น: หมายถึง อายุยืนยาวฟองเต้าหู้: หมายถึง ความร่ำรวย (รูปลักษณ์คล้ายทองคำ)ดอกไม้จีน: หมายถึง ความเบิกบานสาหร่ายทะเล: ภาษาจีนพ้องเสียงกับคำว่า ร่ำรวย 4. หมวดขนมและน้ำขนมจันอับ (จับกิ้ม): ขนมแห้ง 5 อย่าง สื่อถึงความหวานชื่นและความสามัคคีขนมถ้วยฟู หรือ ขนมสาลี่: สื่อถึงความเฟื่องฟู รุ่งเรืองน้ำชา 5 ถ้วย: น้ำชาถือเป็นเครื่องดื่มของเทพเจ้าน้ำสะอาด 5 แก้ว: เพื่อความใสสะอาดบริสุทธิ์ 5. หมวดของมงคลเรียกทรัพย์กระดาษเงินกระดาษทอง (หงิ่งเตี๋ย): จำนวน 12-13 แผ่น (ตามจำนวนเดือนในปฏิทินจีนปีนั้น)เทียบเชิญสีแดง และ สีเขียว: กระดาษสำหรับเขียนชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ของคนในครอบครัว เพื่อฝากดวงชะตากระเป๋าสตางค์ใบใหม่: ใส่ธนบัตร (เลขมงคล หรือแบงค์ใหม่) ไว้เต็มกระเป๋า เพื่อเป็นเคล็ดเรียกเงินสมุดบัญชีธนาคาร: วางไว้เพื่อขอพรให้ยอดเงินเพิ่มพูนขั้นตอนการไหว้และวิธีตั้งโต๊ะรับทรัพย์ เมื่อเตรียมของครบแล้ว ขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้พิธีการลื่นไหลและทรงพลังที่สุดขั้นตอนที่ 1: เช็คฤกษ์และทิศทาง ในแต่ละปี ทิศที่องค์ไฉ่ซิงเอี๊ยจะเสด็จลงมาจะแตกต่างกัน คุณต้องตรวจสอบปฏิทินจีนประจำปีนั้นๆ ว่าท่านมาทิศไหน ให้หันหน้าโต๊ะไหว้ไปทางทิศนั้นขั้นตอนที่ 2: การจัดโต๊ะ ตั้งโต๊ะไหว้ในที่โล่งแจ้ง หน้าบ้าน หรือดาดฟ้า (ต้องมองเห็นท้องฟ้า) ปูผ้าสีแดง จัดวางกระถางธูปไว้ด้านหน้าสุด ตามด้วยถ้วยน้ำชา/น้ำ และเรียงลำดับของไหว้ตามความเหมาะสม วางเทียบเชิญและกระดาษเงินกระดาษทองไว้ใกล้ๆขั้นตอนที่ 3: เริ่มพิธี เมื่อถึงฤกษ์มงคล ให้ผู้นำครอบครัวจุดธูป (3, 5, 9 หรือ 12 ดอก แล้วแต่ตำรา แต่ปกตินิยม 3 ดอกเพื่อระลึกถึง ไตรสรณคมน์ หรือ เทพเจ้า 3 ภพ) พร้อมจุดเทียนแดงขั้นตอนที่ 4: กล่าวคำเชิญและสวดมนต์ กล่าวชื่อ-นามสกุล ของตนเองและคนในครอบครัวอย่างชัดเจน แจ้งที่อยู่บ้านเลขที่ แล้วกล่าวเชิญเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยให้มารับเครื่องสักการะ (ดูบทสวดในหัวข้อถัดไป)ขั้นตอนที่ 5: ขอพร เมื่อสวดจบ ให้ตั้งจิตอธิษฐานขอพร "เน้นขอเรื่องโชคลาภและการงานโดยเฉพาะ" ขอให้ท่านประทานความมั่งคั่ง ขจัดอุปสรรคทางการเงินขั้นตอนที่ 6: ลาของไหว้และเผากระดาษ เมื่อธูปไหม้หมดไปประมาณครึ่งดอก ให้ทำการลาของไหว้ นำกระดาษเงินกระดาษทองและเทียบเชิญไปเผาในถังเผาขั้นตอนที่ 7: เชิญเข้าบ้าน (เคล็ดลับสำคัญ) เมื่อเผากระดาษเสร็จ ให้ทำการ "อัญเชิญกระถางธูป" และ "รูปปั้นเทพเจ้า" เข้าสู่ตัวบ้าน โดยให้คนถือเดินนำเข้าบ้านและวางบนหิ้งพระที่เตรียมไว้ เสมือนการเชิญท่านเข้ามาประทับให้พรตลอดปีบทสวดเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย หัวใจสำคัญของการสื่อสาร เพื่อให้จิตเป็นสมาธิและเชื่อมโยงกับพลังงานศักดิ์สิทธิ์ การสวดมนต์เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด นี่คือคาถาที่ได้รับความนิยมและเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์มากคาถาบูชาขอพร (แบบย่อ - สวดได้ทุกวัน)"โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา" (แนะนำให้สวด 3, 5, 9 หรือ 12 จบ เพื่อความเป็นสิริมงคล)คาถาบูชาเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (แบบเต็ม) (ตั้งนะโม 3 จบ ก่อนเริ่มสวด)"นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ" (3 จบ)"โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา โอม อา ฮูม โฮ ฌะ ขอนอบน้อมบูชา เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ผู้ประทานความมั่งคั่ง ร่ำรวย ข้าพเจ้าชื่อ (บอกชื่อ-นามสกุล) ขออัญเชิญบารมีแห่งท่าน โปรดดลบันดาลประทานพร ให้ข้าพเจ้าและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา กิจการค้ารุ่งเรือง ปราศจากอุปสรรคทั้งปวงด้วยเทอญ"เคล็ดลับขณะสวด: ให้พยายามทำจิตใจให้ว่าง ละเว้นความโลภโมโทสัน แต่ให้เน้นความรู้สึก "ขอบคุณ" และ "ศรัทธา" จินตนาการเห็นภาพแสงสีทองสว่างไสวโอบล้อมตัวเราและบ้านเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ไหว้ที่ไหน? แจก 4 พิกัดศักดิ์สิทธิ์รับทรัพย์ทั่วไทย สำหรับใครที่ไม่สะดวกจัดโต๊ะไหว้ที่บ้าน หรือต้องการพลังเสริมดวงแบบคูณสอง การเดินทางไปไหว้ที่ศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงเรื่อง เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย คือทางเลือกที่ดีเยี่ยม เราคัดมาให้แล้วกับ 4 สถานที่ยอดฮิต 1. วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) - เยาวราช ตำนานแห่งย่านไชน่าทาวน์ ที่นี่คือศูนย์รวมจิตใจของคนไทยเชื้อสายจีน ภายในประดิษฐานเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยปางมหายานที่แกะสลักอย่างงดงามและดูเข้มขลังจุดเด่น: สามารถทำบุญแก้ชงไปพร้อมๆ กับการขอพรโชคลาภได้ในที่เดียว 2. ศาลเจ้าพ่อเสือ - เสาชิงช้า ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ในการขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าที่นี่มีเทพเจ้าแห่งโชคลาภประดิษฐานอยู่ด้วย โดยเฉพาะใครที่ทำธุรกิจแล้วติดขัด มีศัตรูคู่แข่งเยอะ ต้องมาที่นี่จุดเด่น: ขอพรเรื่องอำนาจบารมีคู่กับการเงิน (ปางบู๊จะเด่นมากที่นี่) 3. วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม (ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ) - อ่างศิลา ชลบุรี ศาลเจ้าที่ยิ่งใหญ่ตระการตาและสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในไทย มีอาคาร 4 ชั้น ประดิษฐานเทพเจ้าครบทุกองค์ รวมถึงไฉ่ซิงเอี๊ยที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากจุดเด่น: บรรยากาศดี สถาปัตยกรรมสวยงาม เหมาะกับการพาครอบครัวไปเที่ยวและไหว้พระ 4. เทวาลัยพระพิฆเนศ - ห้วยขวาง แหล่งรวมสายมูเตลูใจกลางเมือง แม้จะเป็นเทวาลัยพราหมณ์ แต่มีการประดิษฐานเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเพื่อให้คนทำงานกลางคืนและคนรุ่นใหม่ได้กราบไหว้จุดเด่น: เดินทางสะดวกด้วย MRT และเปิดตลอด 24 ชั่วโมงความมั่งคั่งเริ่มที่ "ศรัทธา" และการ "ลงมือทำ" การบูชา เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่เป็นกุศโลบายอันชาญฉลาดของบรรพบุรุษ ที่สอนให้เรารู้จักการ "ตั้งเป้าหมาย" (ผ่านการอธิษฐาน) การ "เตรียมความพร้อม" (ผ่านการจัดโต๊ะไหว้) และการ "มีสติรู้ตื่น" (ผ่านการสวดมนต์) เมื่อคุณมีจิตใจที่สงบ มั่นคง และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังบวกจากการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการนำพลังใจนั้นไปขับเคลื่อนการทำงานด้วยความขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์ และมีคุณธรรม ดั่งเช่นประวัติของท่านไฉ่ซิงเอี๊ยทั้งสองปาง เมื่อศรัทธาประสานกับการลงมือทำ ความสำเร็จและความร่ำรวยย่อมรอคุณอยู่ที่ปลายทางอย่างแน่นอนค่ะ

ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน ไหว้ธูปกี่ดอก? รวมคู่มือบูชาฉบับอัปเดต 2569

13 มี.ค. 2026

ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน ไหว้ธูปกี่ดอก? รวมคู่มือบูชาฉบับอัปเดต 2569

"ตี่จู้เอี๊ยะ" ตั้งตรงไหน ไหว้ธูปกี่ดอก ให้บ้านร่มเย็น เรียกทรัพย์ตลอดปี สำหรับคนไทยเชื้อสายจีน หรือแม้แต่คนไทยแท้ๆ ที่มีความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย การซื้อบ้านใหม่หรือการเปิดร้านค้า สิ่งหนึ่งที่มักจะถูกนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ คือการอัญเชิญ "ตี่จู้เอี๊ยะ" มาประดิษฐาน ด้วยความเชื่อที่ว่าท่านคือเทพเจ้าผู้ดูแลผืนดินและปกปักรักษาเคหสถานนั้นๆ อย่างไรก็ตาม หลายคนมักเกิดความสับสนและมีคำถามมากมาย เช่น ศาลตี่จู้เอี๊ยะคืออะไรกันแน่? ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน ถึงจะถูกหลักฮวงจุ้ยและไม่บังเจ้าของบ้าน? และเวลาบูชาจริงต้อง ตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก?ศาลตี่จู้เอี๊ยะ คืออะไร? ทำความเข้าใจความสำคัญของเทพเจ้าประจำบ้าน ก่อนจะไปดูวิธีตั้ง เรามาทำความรู้จักกับรากฐานความเชื่อกันก่อน ศาลตี่จู้เอี๊ยะ คือ ศาลเจ้าที่จีนขนาดเล็กที่มักตั้งอยู่ติดกับพื้นดิน ภายในบ้านหรือร้านค้า คำว่า "ตี่" (地) แปลว่า ดิน, "จู้" (主) แปลว่า เจ้า, และ "เอี๊ยะ" (爺) แปลว่า ท่านหรือปู่ รวมกันจึงหมายถึง "เทพเจ้าผู้เป็นใหญ่ในผืนดิน" หรือเจ้านายแห่งที่ดินบริเวณนั้นๆ ในวัฒนธรรมจีน เชื่อว่าทุกตารางนิ้วของพื้นดินมีเทพเจ้าดูแลอยู่ การตั้งตี่จู้เอี๊ยะจึงเปรียบเสมือนการให้ความเคารพแก่เจ้าของที่เดิม และอัญเชิญท่านมาประทับเพื่อปกปักรักษา: คุ้มครองคนในบ้านให้พ้นจากอันตราย สิ่งชั่วร้าย และอุบัติเหตุสร้างความร่มเย็น: ดลบันดาลให้ครอบครัวมีความรักใคร่กลมเกลียว ไม่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งเรียกโชคลาภ: ส่งเสริมเรื่องการงาน การค้าขาย และดึงดูดเงินทองให้ไหลเข้าบ้านปัดเป่าอุปสรรค: ช่วยให้การดำเนินชีวิตหรือธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ศาลตี่จู้เอี๊ยะส่วนใหญ่จะมีสีแดงสด แต่งแต้มด้วยสีทอง ซึ่งสีแดงสื่อถึงความเป็นสิริมงคล ความสุข และพลังงานหยาง (Yang Energy) ส่วนสีทองสื่อถึงความมั่งคั่งและรวยทองฮวงจุ้ยการจัดวาง: ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหนให้ถูกหลัก เรียกทรัพย์ ไม่กาลกิณี นี่คือคำถามที่สำคัญที่สุดและคนค้นหามากที่สุด: ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน? การวางตำแหน่งตี่จู้เอี๊ยะผิดจุดอาจส่งผลเสียต่อฮวงจุ้ยของบ้าน ทำให้อับโชค หรือคนในบ้านเจ็บป่วยได้ ดังนั้น ควรยึดหลักการดังต่อไปนี้ตำแหน่งมงคลที่ "ควร" ตั้งตี่จู้เอี๊ยะตั้งติดพื้นดินเสมอ: ตี่จู้เอี๊ยะคือเทพแห่งผืนดิน ฐานของศาลต้องวางอยู่บนพื้นบ้านโดยตรง ห้ามตั้งบนหิ้งสูง ห้ามแขวน และห้ามมีอะไรมารองฐานให้สูงเกินความจำเป็น (ยกเว้นฐานรองศาลที่ทำมาคู่กันโดยเฉพาะ)หันหน้าออกประตูหน้าบ้าน: ตำแหน่งที่ดีที่สุดคือการวางศาลโดยหันหน้าออกไปทางประตูหลักของบ้าน เพื่อให้ท่านคอยตรวจตราคนเข้าออก ปัดเป่าสิ่งไม่ดี และดักรับพลังงานโชคลาภที่ไหลเข้ามามีผนังทึบด้านหลัง: ด้านหลังของศาลตี่จู้เอี๊ยะควรเป็นผนังทึบที่มั่นคง เปรียบเสมือนมีภูเขาเป็นที่พิงหลัง เสริมความมั่นคงในหน้าที่การงานและการเงิน ห้ามพิงกระจกหรือช่องว่างบริเวณที่โปร่ง โล่ง สว่าง: จุดที่ตั้งควรสะอาด มีแสงสว่างเพียงพอ และไม่อับชื้น เพื่อให้พลังงานชี่ (Qi) ไหลเวียนได้สะดวกตำแหน่งต้องห้าม! "ห้าม" ตั้งตี่จู้เอี๊ยะเด็ดขาด หากคุณไม่อยากให้อับโชค หรือมีเรื่องร้อนใจในบ้าน ควรหลีกเลี่ยงการตั้งศาลตี่จู้เอี๊ยะในจุดเหล่านี้ห้ามตั้งใต้บันได: การวางท่านไว้ใต้บันไดเปรียบเสมือนการให้คนเดินข้ามหัวท่านตลอดเวลา ถือเป็นการลบหลู่และทำให้คนในบ้านไม่เจริญก้าวหน้าห้ามหันหน้าเข้าห้องน้ำ หรือวางติดผนังห้องน้ำ: ห้องน้ำเป็นแหล่งรวมพลังงานลบ (ความสกปรก อับชื้น) การวางศาลใกล้ห้องน้ำจะทำให้โชคลาภหดหาย และส่งผลเสียต่อสุขภาพห้ามวางติดผนังห้องครัว หรือใกล้เตาไฟ: พลังงานไฟที่ร้อนแรงจากห้องครัวจะทำให้องค์เทพอยู่ไม่สุข ส่งผลให้คนในบ้านมีเรื่องร้อนใจ ทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยห้ามวางใต้คานบ้าน: คานเปรียบเสมือนแรงกดทับ จะทำให้การเงินติดขัด การงานอุปสรรคเยอะห้ามวางใกล้ถังขยะหรือที่เก็บรองเท้า: พื้นที่รอบศาลต้องบริสุทธิ์ การวางสิ่งสกปรกไว้ใกล้ๆ จะทำให้ท่านไม่ประทับอยู่และนำความไม่เป็นมงคลมาสู่บ้านพิธีบูชาประจำวันและวันพระจีน: ตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก และต้องเตรียมอะไรบ้าง? เมื่อตั้งศาลเรียบร้อยแล้ว การบูชาอย่างสม่ำเสมอคือกุญแจสำคัญในการรักษาสิริมงคล หลายคนยังสงสัยว่า ตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก? จึงจะถูกต้อง คำตอบคือ: ใช้ธูป 5 ดอก เหตุผลที่ใช้ธูป 5 ดอก เพราะเป็นการบูชาธาตุทั้ง 5 (ดิน น้ำ ลม ไฟ ทอง) และทิศทั้ง 5 (เหนือ ใต้ ออก ตก และกลาง) เพื่อให้เทพเจ้าตี่จู้เอี๊ยะดูแลคุ้มครองทั่วทุกทิศทางเช็คลิสต์ของไหว้ตี่จู้เอี๊ยะ (ประจำวัน) สำหรับการไหว้ในทุกๆ เช้า เพื่อเป็นการบอกกล่าวและขอพรให้ราบรื่นตลอดวัน สิ่งที่ต้องเตรียมมีเพียงไม่กี่อย่าง:น้ำชา 5 ถ้วย: (หรือน้ำเปล่าสะอาด) ควรเปลี่ยนใหม่ทุกวันธูป 5 ดอกส้ม 5 ลูก: ส้มสื่อถึงโชคลาภ ความสุข และความสำเร็จเช็คลิสต์ของไหว้ตี่จู้เอี๊ยะ (วันพระจีน - ชิวอิก/จับโหงว) ในวันพระจีน (วันที่ 1 และ 15 ของจันทรคติจีน) ควรไหว้ให้พิเศษขึ้น โดยเพิ่มของไหว้ดังนี้:ผลไม้มงคล 3 หรือ 5 อย่าง: เช่น ส้ม (โชคดี), แอปเปิล (สันติสุข), องุ่น (ความเจริญ), สับปะรด (ความรอบรู้) หลีกเลี่ยงผลไม้ชื่อไม่ดี เช่น ระกำ, ลางสาดขนมมงคล: เช่น ขนมถ้วยฟู (เฟื่องฟู), ขนมจันอับ (ความสุข), ซาลาเปา (เปาไช้ - ห่อโชค)กระดาษเงินกระดาษทอง: (หงิ่งเตี๋ย) เพื่อเผาถวายท่าน(หากขอพรใหญ่) ของคาว: เช่น หมูสามชั้นต้ม, ไก่ต้ม, เป็ดต้ม (ชุดซาแซ หรือ โหงวแซ)ขั้นตอนการไหว้ตี่จู้เอี๊ยะแบบถูกต้อง ให้ได้ผลลัพธ์ทันใจ เพื่อให้การขอพรของคุณส่งถึงเทพเจ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ทำความสะอาด: เริ่มจากเช็ดทำความสะอาดศาลและบริเวณรอบๆ ให้สะอาด เปลี่ยนน้ำชาเก่าออกแล้วรินน้ำชาใหม่ 5 ถ้วยจัดของไหว้: นำผลไม้ ขนม หรือของคาวที่เตรียมไว้ จัดวางด้านหน้าศาลอย่างเป็นระเบียบจุดธูป: จุดธูป 5 ดอกกล่าวอธิษฐาน: พนมมือถือนามสิงห์ (หรือแผ่นจารึกชื่อเทพ) ยืนหน้าศาล กล่าวชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ และบอกกล่าวท่านว่าวันนี้วันอะไร ขอนำของไหว้มาถวาย พร้อมขอพร (ควรขอพรในสิ่งที่เป็นไปได้ และขออย่างตั้งใจ)ปักธูป: ปักธูป 5 ดอกลงในกระถางธูปอย่างตั้งใจ (ปักให้ตรง ไม่เอียง)เผากระดาษ (ถ้ามี): เมื่อธูปหมดไปประมาณครึ่งดอก ให้นำกระดาษเงินกระดาษทองไปเผาในที่ที่เหมาะสมลาของไหว้: เมื่อธูปหมดดอก ให้นำของไหว้มาแบ่งกันทานในครอบครัวเพื่อความเป็นสิริมงคลการดูแลรักษาศาลตี่จู้เอี๊ยะ: เคล็ดลับให้ท่านอยู่ติดบ้าน เรียกทรัพย์ไม่หยุด ศาลตี่จู้เอี๊ยะที่สะอาด หมั่นดูแล เปรียบเสมือนบ้านที่น่าอยู่ เทพเจ้าก็พร้อมจะประทับอยู่และประทานพร การปล่อยให้ศาลสกปรก อับเฉา จะทำให้โชคลาภติดขัด นี่คือเช็คลิสต์การดูแลเปลี่ยนน้ำทุกวัน: ห้ามปล่อยให้น้ำแห้งหรือสกปรกเด็ดขาดทำความสะอาดฝุ่น: ปัดกวาดฝุ่นรอบศาลและบนตัวศาลเป็นประจำจัดการก้านธูป: หากก้านธูปเต็มกระถาง ให้ถอนออก (เหลือไว้ 5 ก้านเสมอ) เพื่อให้กระถางไม่รกและรับโชคใหม่ๆ ได้เปลี่ยนกิมฮวย (หางนกยูง): ควรเปลี่ยนใหม่ในปีละครั้ง (ช่วงก่อนตรุษจีน) เพื่อความสดใหม่สรุป: บูชาตี่จู้เอี๊ยะอย่างเข้าใจ นำมาซึ่งความสุขและความมั่งคั่ง การจัดตั้งและบูชา "ตี่จู้เอี๊ยะ" ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด หากคุณทำความเข้าใจถึงความหมาย และปฏิบัติตามหลักฮวงจุ้ยอย่างถูกต้อง การเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมอย่าง ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหนที่ถูกต้อง การรู้ว่าตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก และหมั่นดูแลรักษาศาลให้สะอาดอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้องค์เทพประทับอยู่คู่บ้าน คอยปกปักรักษาครอบครัวของคุณให้ร่มเย็นเป็นสุข และเปิดทางให้โชคลาภ เงินทอง ไหลมาเทมาตลอดปี