ไหว้พระขอพร ที่วัดละหารไร่

Temple & Mutelu

ไหว้พระขอพร ที่วัดละหารไร่

26 ธ.ค. 2024

วันนี้ Atime ขอพาลูกเพจทุกคนไปไหว้พระขอพรที่ วัดละหารไร่ ตั้งอยู่ใน ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง  ซึ่งวัดแห่งนี้มีชื่อเสียงมาก ๆ ในช่วงของสมัยพระครูภาวนาภิรัติ หรือ หลวงปู่ทิม อิสริโก เป็นเจ้าอาวาส อย่างที่รู้กันว่าท่านเป็นเกจิอาจารย์ดังแห่งภาคตะวันออกนี่เอง

โดยไฮไลท์ของวัดแห่งนี้ จะเห็นได้แบบชัดเจนเลยก็คือ รูปหล่อของหลวงปู่ทิมองค์ใหญ่สีทองอร่าม ที่มองเห็นมาแต่ไกล ส่วนภายในวิหาร ก็จะมี รูปหล่อหลวงปู่ทิม และภาพวาดหลวงปู่ทิม ให้ได้สักการะกันอีกด้วย ไปจนถึง อัฐิธาตุหลวงปู่ทิม ที่ประดิษฐานอยู่ในศาลาเช่นเดียวกันค่ะ

ภายในศาลาศิทรานุรักษ์ มีรูปหล่อองค์จำลองของหลวงปู่ทิมตั้งอยู่ เพื่อให้คนเข้าไปกราบไหว้บูชาขอพรเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ตัวเอง

 หลังจากเดินสักการะหลวงปู่ทิมกันตามจุดต่าง ๆ แล้ว ก็อย่าลืมไปไหว้องค์พระเจดีย์ ซึ่งแม้ว่าหลวงปู่ทิมจะมรณภาพไปนานกว่า 90 ปีมาแล้ว แต่เราก็ยังได้เห็นชาวบ้าน นักท่องเที่ยว เดินทางมาสักการะกันอย่างไม่ขาดสายเลย เรียกได้ว่าเป็น วัดสวย อีกแห่งของ ระยอง ที่ควรไปไหว้ขอพรกัน

  • ที่อยู่ : ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง
  • พิกัด : https://goo.gl/maps/uwPfnEVkLhPXUhLf7 
  • เปิดให้เข้าชม : 08.00-17.00 น.

 

ผู้เขียน : จิตรกร ปะวะโข

ภาพ : เบญญาภา แนบเนียน


 

related Temple & Mutelu

พระสังกัจจายน์ บูชาอย่างไรให้รวย? ประวัติ วิธีบูชาและวัดดัง 2569

14 ก.พ. 2026

พระสังกัจจายน์ บูชาอย่างไรให้รวย? ประวัติ วิธีบูชาและวัดดัง 2569

ประวัติพระสังกัจจายน์ คือใคร? รวมวิธีบูชาขอโชคลาภ เคล็ดลับเรียกทรัพย์ และลายแทงพระสังกัจจายน์ที่ดังที่สุดในไทย อ่านจบรู้วิธีบูชาให้เห็นผลทันตา!"พระสังกัจจายน์" บูชาอย่างไรให้รวย? เปิดตำนานมหาเถระผู้บันดาลโชคลาภและปัญญาหากพูดถึงสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง ความอุดมสมบูรณ์ และความโชคดีในทางพุทธศาสนา ภาพของพระพุทธรูปที่มีลักษณะอ้วนท้วนสมบูรณ์ ใบหน้ายิ้มแย้ม และดูเปี่ยมไปด้วยเมตตาคงเป็นภาพที่หลายคนคุ้นตาเป็นอย่างดี ซึ่งเราเรียกท่านว่า "พระสังกัจจายน์" ในปัจจุบัน การบูชาพระสังกัจจายน์กลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้ประกอบธุรกิจ พ่อค้าแม่ค้า และนักลงทุน เนื่องจากเชื่อกันว่าท่านเป็น "เทพเจ้าแห่งโชคลาภ" ที่สามารถประทานพรให้เงินทองไหลมาเทมา แต่ความจริงแล้วท่านไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของความรวยเท่านั้นพระสังกัจจายน์ คือใคร? เปิดตำนานพระอัครสาวกผู้เลิศด้วยปัญญาหลายคนอาจเข้าใจผิดว่าท่านเป็นเพียงเทพเจ้าตามความเชื่อของชาวจีน แต่ในความเป็นจริง พระสังกัจจายน์ (หรือ พระมหากัจจายนะ) เป็นพระอรหันต์สาวกองค์สำคัญในสมัยพุทธกาล ท่านประสูติในตระกูลพราหมณ์ชั้นสูง และเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในพระไตรปิฎกอย่างหาตัวจับยากเหตุผลที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่องให้ท่านเป็น "เอตทัคคะ" (ผู้เป็นเลิศ) ในด้านการขยายความย่อให้พิสดาร เป็นเพราะท่านมีปัญญาที่ปราดเปรื่อง สามารถอธิบายข้อธรรมะที่สั้นและยาก ให้คนทั่วไปเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งและง่ายดาย ทำให้มีผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมากจากการฟังธรรมของท่านทำไมท่านถึงต้องมีรูปร่างอ้วน?นี่คือประเด็นที่น่าสนใจที่สุด ตามตำนานระบุว่า เดิมทีพระสังกัจจายน์เป็นผู้ที่มีรูปงามมาก ผิวกายเหลืองทองอร่ามดั่งทองคำ จนมีเหตุการณ์ที่ทำให้คนเข้าใจผิดบ่อยครั้งคนเข้าใจผิดว่าเป็นพระพุทธเจ้า: ด้วยรูปลักษณ์ที่สง่างาม ทำให้แม้แต่เทวดาและมนุษย์มักเข้าใจผิดว่าท่านคือพระพุทธเจ้า ซึ่งท่านมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งตำนานของโสเรยยะ: มีเรื่องเล่าว่าเศรษฐีหนุ่มชื่อโสเรยยะ เห็นพระสังกัจจายน์แล้วเกิดอกุศลจิต คิดว่า "ถ้าพระองค์นี้เป็นภรรยาเราคงจะดีไม่น้อย" ด้วยบาปกรรมนั้นทำให้เขาตัวกลายเป็นผู้หญิงทันทีด้วยความที่ท่านเป็นผู้มีความกตัญญูและมุ่งหวังในธรรมอย่างแท้จริง ท่านจึงอธิษฐานจิตเนรมิตร่างกายของตนให้อ้วนท้วน พุงพลุ้ย เพื่อไม่ให้ใครมาหลงใหลในรูปโฉมภายนอก และให้ผู้คนหันมาสนใจ "ธรรมะ" ที่ท่านสั่งสอนแทน แต่นั่นกลับกลายเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความ "อิ่มหนำสำราญ" และความไม่มีที่สิ้นสุดของโชคลาภในภายหลังถอดรหัสพุทธลักษณะ ความหมายที่ซ่อนอยู่ใต้ความสมบูรณ์การที่เราเห็นองค์พระสังกัจจายน์มีลักษณะพุงพลุ้ยและยิ้มแย้มนั้น ไม่ได้เป็นเพียงศิลปะที่สวยงาม แต่มีความหมายทางธรรมแฝงอยู่ดังนี้พุงที่ใหญ่โต: สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ การมีกินมีใช้ไม่ขัดสน และความใจกว้างราวกับมหาสมุทรที่รองรับความทุกข์ของมนุษย์ได้ใบหน้ายิ้มแย้ม: สื่อถึงความเมตตาปราณี การปล่อยวางจากความทุกข์ และความสุขที่เกิดจากภายในการนั่งที่มั่นคง: สื่อถึงความมั่งคั่งที่ยั่งยืน ไม่สั่นคลอนง่ายๆ ตามสภาวะเศรษฐกิจเปิดโผ "พระสังกัจจายน์ที่ดังที่สุด" ในประเทศไทยที่สายมูต้องไปสำหรับใครที่กำลังมองหาพิกัดเพื่อไปกราบไหว้ขอพร วันนี้เราคัดสรรสถานที่ที่ได้ชื่อว่ามี พระสังกัจจายน์ที่ดังที่สุด และมีผู้คนไปแก้บนบ่อยที่สุดมาให้แล้วค่ะ1. วัดสังกระจายวรวิหาร กรุงเทพฯ (เขตบางกอกใหญ่)ถ้าพูดถึงต้นตำรับต้องที่นี่เลยค่ะ วัดนี้มีความเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย ภายในวิหารประดิษฐานพระสังกัจจายน์องค์เก่าแก่ที่มีพุทธลักษณะงดงามมาก เชื่อกันว่าใครที่ติดขัดเรื่องการเงิน หรือทำธุรกิจแล้วติดลบ หากมาขอพรที่นี่มักจะเกิดปาฏิหาริย์ให้พบทางออกเสมอ2. วัดปากน้ำ ภาษีเจริญนอกจากหลวงพ่อสดที่เป็นที่เคารพรักแล้ว ที่วัดปากน้ำยังมีพระสังกัจจายน์องค์ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม ผู้คนนิยมไปกราบไหว้เพื่อขอให้ชีวิตมีความสุข ความเจริญ และขอโชคลาภจากการทำงาน3. วัดโสธรวรารามวรวิหาร (ฉะเชิงเทรา)แม้คนจะไปไหว้หลวงพ่อโสธรเป็นหลัก แต่ภายในบริเวณวัดมีองค์พระสังกัจจายน์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน หลายคนมักไปขอพรเรื่องบุตร หรือขอให้ครอบครัวมีความร่มเย็นเป็นสุข4. วัดทุ่งเศรษฐี จ.สมุทรปราการที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการ "แก้เคล็ดเงินทอง" โดยเฉพาะพระสังกัจจายน์ที่นี่มีการออกแบบมาเพื่อดึงดูดทรัพย์โดยเฉพาะ ใครที่เป็นเจ้าของกิจการมักจะเดินทางมามูที่นี่เป็นจำนวนมากวิธีบูชาพระสังกัจจายน์ให้เห็นผลทันตาการบูชาพระสังกัจจายน์ไม่ใช่เพียงการวางท่านไว้บนหิ้งแล้วจบไป แต่มีเคล็ดลับการบูชาที่ช่วยส่งเสริมพลังงานด้านบวก ดังนี้1. การเลือกตำแหน่งวางองค์ท่านควรวางในที่ที่มองเห็นได้ง่าย เช่น ห้องรับแขก หรือหน้าร้านค้าทิศที่เหมาะสมที่สุดคือ ทิศตะวันออก (ทิศแห่งความเจริญ) หรือ ทิศเหนือ (ทิศแห่งโชคลาภ)ข้อควรระวัง: ห้ามวางพระสังกัจจายน์ไว้ในที่อับ พื้นห้องน้ำ หรือใต้คานบ้าน เพราะจะทำให้โชคลาภถูกกดทับ2. ของไหว้ที่ท่านโปรดธูป 3 ดอก: เพื่อบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ดอกไม้สีขาวหรือสีเหลือง: เช่น ดอกบัว (ความบริสุทธิ์) หรือดอกดาวเรือง (ความเจริญรุ่งเรือง) 7ดอกน้ำสะอาด: ต้องเปลี่ยนทุกวัน ห้ามปล่อยให้น้ำแห้งแก้วเด็ดขาด เพราะเปรียบเสมือนกระแสเงินทองที่ต้องไหลเวียนผลไม้มงคล: ส้ม 4 ผล (สื่อถึงความโชคดี), สับปะรด (สื่อถึงการมีตาสับปะรดมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ)3. เคล็ดลับการขอพรมีเคล็ดลับหนึ่งที่บอกต่อกันมาในหมู่ผู้บูชา"ขณะที่อธิษฐานขอพร ให้ใช้มือลูบที่ท้องขององค์พระสังกัจจายน์ โดยลูบวนเป็นวงกลมตามเข็มนาฬิกา 3 รอบ พร้อมตั้งจิตให้มั่นขอให้ทรัพย์สินเงินทองไหลเข้าพุงเราเหมือนที่ไหลเข้าพุงท่าน"คาถาบูชาพระสังกัจจายน์ก่อนสวดคาถา ให้ตั้งนะโม 3 จบ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อพระรัตนตรัย“กัจจานะจะมหาเถโร พุทโธ พุทธานัง พุทธะตัง พุทธัญจะ พุทธะสุภา สิตัง พุทธะตังสะมะนุปปัตโต พุทธะโชตัง นะมามิหัง ปิโยเทวะ มะนุสสานัง ปิโยพรหม นะมุตตะโม ปิโยนาคะ สุปันนานัง ปิยินทะริยัง นะมามิหัง สัพเพชะนา พะหูชะนา ปุริโสชะนา อิถีชะนา ราชาภาคินิ จิตตัง อาคัจฉาหิ ปิยังมะมะฯ”สวดบทนี้เป็นประจำทุกเช้าก่อนเปิดร้าน หรือก่อนเริ่มทำงาน จะช่วยสร้างสมาธิและดึงดูดพลังงานที่ดีเข้ามาในชีวิตพระสังกัจจายน์ ประสบการณ์ จากผู้บูชาจริง: ปาฏิหาริย์ที่เกิดจากความศรัทธาเรื่องราวประสบการณ์ของผู้บูชาพระสังกัจจายน์นั้นมีมากมาย แต่ที่โดดเด่นที่สุดมักจะเป็นเรื่องของ "การปลดหนี้" และ "โอกาสทางธุรกิจ"ประสบการณ์ที่ 1: เจ้าของธุรกิจออนไลน์ คุณเอ (นามสมมติ) เคยประสบปัญหาคลังสินค้าล้นแต่ขายไม่ออก หลังจากได้เช่าบูชาพระสังกัจจายน์มาประดิษฐานและทำตามเคล็ดลับการลูบท้องพระทุกเช้า พร้อมทั้งสวดมนต์สม่ำเสมอ ปรากฏว่าภายในเดือนเดียว มีตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่เข้ามาติดต่อขอรับของไปกระจายทั้งหมด จนสามารถปิดหนี้ธนาคารได้ในเวลาอันรวดเร็วประสบการณ์ที่ 2: พนักงานบริษัทที่มองหาทางเลือก คุณบี (นามสมมติ) บูชาพระสังกัจจายน์เพราะต้องการความสบายใจ แต่ท่านกลับประทานปัญญาให้เห็นช่องทางทำอาชีพเสริม ซึ่งปัจจุบันรายได้จากอาชีพเสริมนั้นมากกว่างานประจำไปแล้ว คุณบีเชื่อว่านั่นคือ "ปัญญา" ที่พระสังกัจจายน์ประทานให้ ไม่ใช่แค่ดวงดีเพียงอย่างเดียวข้อปฏิบัติและข้อห้ามในการบูชาพระสังกัจจายน์เพื่อให้การบูชาเกิดผลสูงสุดและไม่เป็นการลบหลู่ มีข้อควรระวังดังนี้รักษาความสะอาด: หิ้งพระต้องไม่มีฝุ่นเกาะ เพราะความสกปรกคืออุปสรรคของโชคลาภห้ามถวายเนื้อสัตว์: ควรเป็นผลไม้ น้ำสะอาด หรือขนมหวานที่ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ เนื่องจากท่านเป็นพระอรหันต์จิตใจต้องสะอาด: การขอพรจะเห็นผลเร็วที่สุดหากผู้ขอมีใจเมตตา ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และไม่คิดคดโกงใคร เพราะพระสังกัจจายน์คือตัวแทนของความเมตตา หากใจเราตรงกับท่าน พรนั้นจะสำเร็จโดยง่ายพลังแห่งศรัทธาที่มาพร้อมกับปัญญาการศึกษาว่า พระสังกัจจายน์ คือใคร และการตามหาว่า พระสังกัจจายน์ที่ดังที่สุด อยู่ที่ไหน เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางมหาเศรษฐี แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการนำ "ธรรมะ" ของท่านมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ความอ้วนท้วนของท่านสอนให้เรารู้จักความพอดี ความยิ้มแย้มสอนให้เรามีสติรับมือกับปัญหา และปัญญาของท่านสอนให้เรามองหาโอกาสในทุกวิกฤตหากคุณมีความศรัทธาและลงมือทำอย่างเต็มที่ พลังจากองค์พระสังกัจจายน์จะช่วยเกื้อหนุนให้ความพยายามของคุณผลิดอกออกผลเป็นความมั่งคั่งอย่างแน่นอน

วัดเล่งเน่ยยี่ (Wat Leng Noei Yi / 龍蓮寺)

16 ธ.ค. 2025

วัดเล่งเน่ยยี่ (Wat Leng Noei Yi / 龍蓮寺)

วัดเล่งเน่ยยี่ จุดเริ่มต้นปีใหม่ของสายมู ที่ไม่ได้แค่ “ขอ” แต่คือการตั้งต้นชีวิตการเริ่มต้นปีใหม่สำหรับสายมู ไม่ใช่เพียงการไหว้พระขอพรให้โชคดี แต่คือการ “ตั้งหลักชีวิตใหม่” และหนึ่งในวัดที่ผู้คนศรัทธาเลือกไปเป็นอันดับต้นๆ คือ วัดเล่งเน่ยยี่ หรือ วัดมังกรกมลาวาสวัดจีนเก่าแก่ใจกลางเยาวราช ที่เชื่อกันว่าเป็นศูนย์รวมพลังมงคลสำหรับการเปิดดวง เปิดทาง และเริ่มต้นสิ่งดีๆ ในชีวิตชื่อ “เล่งเน่ยยี่” มีความหมายว่า วัดมังกร ซึ่งตามความเชื่อจีน มังกรคือสัญลักษณ์แห่งอำนาจ ความสำเร็จ และการเปลี่ยนผ่าน การเข้าวัดมังกรในช่วงต้นปีจึงเปรียบเหมือนการก้าวผ่านปีเก่า เปิดรับพลังใหม่ และตั้งเจตนาให้ชีวิตเดินไปในทิศทางที่ดีขึ้นวัดเล่งเน่ยยี่ถือเป็นวัดที่มีเทพเจ้าจีนประดิษฐานอยู่อย่างครบถ้วน ทำให้ผู้ศรัทธาสามารถขอพรได้รอบด้านในที่เดียว เริ่มตั้งแต่ องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ เทพสูงสุดแห่งสวรรค์ ผู้คุมกฎแห่งจักรวาล เหมาะสำหรับการขอพรภาพรวมชีวิต ความมั่นคง และการตัดสินใจเรื่องสำคัญในปีใหม่ถัดมาคือ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เทพแห่งโชคลาภและเงินทอง ผู้คนมักมาขอพรด้านการค้าขาย รายได้ และโอกาสทางการเงิน เชื่อกันว่าหากขอด้วยความตั้งใจและพร้อมลงมือทำ เงินจะหมุนไม่ขาดมือสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องปีชงหรืออุปสรรคชีวิต เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย คือองค์สำคัญที่ไม่ควรพลาด เพราะเป็นเทพผู้ดูแลดวงชะตาตามปีนักษัตร การไหว้ไท้ส่วยเอี๊ยในช่วงต้นปีเปรียบเสมือนการฝากดวง ขอคุ้มครองให้ปีนั้นผ่านไปอย่างราบรื่นด้านความเมตตา ความรัก และความสงบใจ ผู้คนจะมากราบ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ หรือ เจ้าแม่กวนอิม เทพที่ขึ้นชื่อเรื่องการรับฟังความทุกข์ของมนุษย์ เหมาะกับการขอพรเรื่องความสัมพันธ์ สุขภาพ และปัญหาชีวิตที่ต้องการกำลังใจนอกจากนี้ยังมี เทพเจ้ากวนอู เทพแห่งความซื่อสัตย์ ความกล้าหาญ และอำนาจบารมี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ความน่าเชื่อถือ และการเป็นผู้นำ รวมถึง เทพเจ้าแพทย์ สำหรับผู้ที่ขอพรด้านสุขภาพและการเยียวยาโรคภัยตามความเชื่อจีน ช่วงปีใหม่และตรุษจีนคือช่วงเวลาที่พลังฟ้า ดิน และมนุษย์เปิดรับกันมากที่สุด การมาไหว้พระในช่วงนี้จึงไม่ใช่แค่การขอพร แต่เป็นการ “ล้างพลังเก่า” และตั้งเจตนาใหม่ให้ชีวิต โดยเฉพาะผู้ที่รู้สึกว่าปีที่ผ่านมาเหนื่อย หนัก หรือสะดุด การเริ่มต้นปีที่วัดเล่งเน่ยยี่จึงเหมือนการรีเซ็ตใจและดวงไปพร้อมกันการขอพรที่วัดเล่งเน่ยยี่ เชื่อกันว่าไม่ใช่แค่ไหว้ครบ แต่ต้องขอให้ถูกวิธี เริ่มจากการตั้งจิตให้ชัดก่อนจุดธูป รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และพร้อมจะลงมือทำอะไรเพื่อให้พรนั้นเกิดผลโดยก่อนจุดธูป อย่ารีบ ให้ถามตัวเอง 3 อย่างปีนี้อยาก “ได้อะไร” มากที่สุดสิ่งนั้นต้อง “ทำอะไรแลก”ขอเพื่อพัฒนาชีวิต ไม่เบียดเบียนใครหรือไม่ลำดับการไหว้ก็สำคัญโดยส่วนมากจะเริ่มจากองค์ใหญ่และปิดท้ายด้วยเทพเฉพาะด้านอย่างลำดับที่นิยมและเชื่อว่าพลังไหลลื่นที่สุดไหว้ฟ้าดิน / เง็กเซียนฮ่องเต้ – ตั้งหลักชีวิตไท้ส่วยเอี๊ย – แก้ชง ตัดอุปสรรคไฉ่ซิงเอี๊ย – เปิดทางเงินทองกวนอู – ความก้าวหน้า บารมีเจ้าแม่กวนอิม – ปิดท้ายด้วยความเมตตาวิธีอธิษฐานที่ได้คนส่วนใหญ่ทำแล้วได้ผล“ข้าพเจ้า (ชื่อ–นามสกุล)เกิดวันที่…ขอพรเรื่อง…เพื่อให้เกิดผลดีต่อชีวิตและผู้อื่นข้าพเจ้าพร้อมลงมือทำในสิ่งที่ควรทำ”หมายเหตุ : หลีกเลี่ยงคำว่า “ขอรวยเร็ว” , “ขอให้ได้ของคนอื่น”, “ขอให้คนอื่นแพ้” การขอพรเทพควรคิดดีทำดี ไม่ควรคิดร้ายหรือมุ่งร้ายต่อคนอื่นของไหว้ไม่จำเป็นต้องแพง แต่ควรเป็นของมงคล เช่น ผลไม้ ขนมหวาน และดอกไม้สด หลังไหว้แล้วควรรักษาคำพูดและความคิดให้เป็นบวก เพราะเชื่อกันว่าคำพูดของตัวเองคือพลังที่แรงที่สุดสำหรับสายมูแล้ว วัดเล่งเน่ยยี่ไม่ใช่แค่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่คือพื้นที่ที่ช่วยให้เราหยุดทบทวนชีวิต ตั้งเป้าหมาย และเริ่มต้นปีใหม่ด้วยพลัง ความหวัง และทิศทางที่ชัดขึ้น การขอพรที่นี่จึงไม่ใช่การฝากความหวังไว้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียงอย่างเดียว แต่คือการบอกตัวเองว่า “ปีนี้ เราจะจริงจังกับชีวิตมากขึ้น”ที่ตั้ง: ถนนเจริญกรุง แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯเปิดทุกวัน: ประมาณ 08.00 – 17.00 น.ช่วงเทศกาลใหญ่ เช่น ตรุษจีน / ปีใหม่จีน วัดอาจเปิดเร็วขึ้น และมีผู้คนค่อนข้างหนาแน่นวิธีการเดินทางรถไฟฟ้า MRTลงสถานี วัดมังกร (ทางออก 1)เดินออกมาก็ถึงวัดทันที สะดวกมากสำหรับสายมูเมืองรถเมล์มีหลายสายผ่านถนนเจริญกรุงและเยาวราชรถยนต์ส่วนตัวพื้นที่หน้าวัดจอดจำกัดแนะนำจอดอาคารจอดรถหรือพื้นที่เอกชนใกล้เคียง แล้วเดินต่อ

ปฏิทินวันพระ 2569 วันไหน วันพระเดือนนี้ พรุ่งนี้วันพระไหม เช็กเลย!

04 ก.ย. 2026

ปฏิทินวันพระ 2569 วันไหน วันพระเดือนนี้ พรุ่งนี้วันพระไหม เช็กเลย!

ปฏิทินวันพระ 2569 เช็กให้ชัวร์ วันไหน วันพระเดือนนี้ พรุ่งนี้วันพระไหมพร้อมคู่มือทำบุญฉบับสมบูรณ์ หลายคนมักจะตั้งคำถามกับตัวเองหรือคนรอบข้างอยู่บ่อยๆ ว่า "พรุ่งนี้วันพระไหม" หรือ "วันไหน วันพระเดือนนี้" โดยเฉพาะเมื่อใกล้ถึงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา หรือเวลาที่เราต้องการวางแผนไปทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต การทราบกำหนดการของวันพระล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับพุทธศาสนิกชนชาวไทยในบทความนี้ เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวันพระมาฝากอย่างครบถ้วน ไม่ว่าคุณกำลังมองหาข้อมูลวันพระ เดือนนี้ 2569 วิธีการเตรียมตัวไปวัด การรักษาศีล หรือแม้แต่ข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติในวันพระ เพื่อให้คุณสามารถเตรียมกาย เตรียมใจ และเตรียมของทำบุญได้อย่างถูกต้อง พร้อมแล้วมาเช็กกันเลยว่า วันพระในปี 2569 มีวันไหนบ้าง และเราควรทำปฏิบัติตัวอย่างไรให้ได้บุญสูงสุดทำความรู้จัก "วันพระ" คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร?ก่อนที่เราจะไปเช็กปฏิทินว่าวันไหน วันพระเดือนนี้ เรามาทำความเข้าใจความหมายและที่มาของวันพระกันก่อนวันพระหรือที่ในภาษาบาลีเรียกว่า "วันธรรมสวนะ" (วันฟังธรรม) เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่กำหนดขึ้นเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสเข้าวัด ฟังธรรม ถือศีล และชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องใสจากกิเลสและความเศร้าหมองต่างๆ โดยใน 1 เดือน (ตามปฏิทินจันทรคติ) จะมีวันพระทั้งหมด 4 วัน ได้แก่วันขึ้น 8 ค่ำวันขึ้น 15 ค่ำ (วันเพ็ญ)วันแรม 8 ค่ำวันแรม 15 ค่ำ (หากเป็นเดือนขาด จะตรงกับวันแรม 14 ค่ำ)ความสำคัญของวันพระนั้นมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้พระสงฆ์ประชุมกันเพื่อแสดงธรรมแก่ประชาชนในวันนี้ ทำให้วันพระกลายเป็นสัญลักษณ์ของการหยุดพักจากการทำบาป และหันมาสร้างสมบุญบารมีแทนพรุ่งนี้วันพระไหม? วิธีเช็กวันพระง่ายๆ ด้วยตัวเองหากคุณกำลังสงสัยว่า พรุ่งนี้วันพระไหม คุณสามารถตรวจสอบได้ง่ายๆ ผ่านหลายช่องทาง ดังนี้:สังเกตดวงจันทร์: หากคืนนี้พระจันทร์เต็มดวงสว่างไสว (ขึ้น 15 ค่ำ) หรือมืดสนิท (แรม 15 ค่ำ) แสดงว่าวันนี้คือวันพระ แต่หากดวงจันทร์สว่างครึ่งดวง มักจะตรงกับวันขึ้นหรือแรม 8 ค่ำดูปฏิทินจันทรคติ: ปฏิทินแขวนผนังแบบไทยส่วนใหญ่จะมีสัญลักษณ์รูปพระพุทธรูป ดอกบัว หรือข้อความระบุไว้ชัดเจนในช่องวันที่ตรงกับวันพระติดตามผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน: ปัจจุบันมีเว็บไซต์และแอปพลิเคชันปฏิทินมากมายที่แจ้งเตือนวันพระล่วงหน้าได้ ทำให้คุณไม่พลาดทุกการทำบุญอัปเดตปฏิทินวันพระเดือนนี้ 2569 (เช็กได้ตลอดทั้งปี)สำหรับใครที่ต้องการวางแผนทำบุญล่วงหน้า และอยากรู้ว่าวันไหน วันพระเดือนนี้ เราได้สรุปรอบวันพระของปี 2569 (ตามหลักปฏิทินจันทรคติไทย) มาให้คุณได้เช็กและจดลงปฏิทินส่วนตัวแล้วหมายเหตุ: วันที่อาจมีการคลาดเคลื่อนเล็กน้อยตามการประกาศของปฏิทินหลวง กรุณาตรวจสอบวันที่แน่นอนอีกครั้งวันพระเดือนมกราคม 2569วันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2569 – ขึ้น 15 ค่ำ เดือนยี่ (2)วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2569 – แรม 8 ค่ำ เดือนยี่ (2)วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2569 – แรม 15 ค่ำ เดือนยี่ (2)วันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2569 – ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3วันพระเดือนกุมภาพันธ์ 2569 (มีวันมาฆบูชา)วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569: ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569: แรม 8 ค่ำ เดือน 3วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569: แรม 14 ค่ำ เดือน 3วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569: ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 4วันพระเดือนมีนาคม 2569วันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569: ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 (วันมาฆบูชา)วันพุธที่ 11 มีนาคม 2569: แรม 8 ค่ำ เดือน 4วันพุธที่ 18 มีนาคม 2569: แรม 15 ค่ำ เดือน 4วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569: ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 5วันพระเดือนเมษายน 2569วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2569: ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5วันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569: แรม 8 ค่ำ เดือน 5วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2569: แรม 14 ค่ำ เดือน 5วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569: ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6วันพระเดือนพฤษภาคม 2569 (มีวันวิสาขบูชา)วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569: ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569: แรม 8 ค่ำ เดือน 6วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2569: แรม 15 ค่ำ เดือน 6วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2569: ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 7วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569: ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 (วันวิสาขบูชา)วันพระเดือนมิถุนายน 2569วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2569: แรม 8 ค่ำ เดือน 7 (วันอัฏฐมีบูชา – วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ)วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569: แรม 14 ค่ำ เดือน 7วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569: ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 8วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2569: ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8วันพระเดือนกรกฎาคม 2569 (มีวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา)วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2569: แรม 8 ค่ำ เดือน 8วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2569: แรม 15 ค่ำ เดือน 8วันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2569: ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 8 หลัง (ปีนี้มีเดือน 8 สองหน หรือ อธิกมาส)วันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2569: ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 หลัง (วันอาสาฬหบูชา)วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2569: แรม 1 ค่ำ เดือน 8 หลัง (วันเข้าพรรษา)วันพระเดือนสิงหาคม 2569วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2569: แรม 8 ค่ำ เดือน 8 หลังวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2569: แรม 15 ค่ำ เดือน 8 หลังวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569: ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 9วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569: ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 9วันพระเดือนกันยายน 2569วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569: แรม 8 ค่ำ เดือน 9วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2569: แรม 14 ค่ำ เดือน 9วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2569: ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 10วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2569: ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10วันพระดือนตุลาคม 2569 (มีวันออกพรรษา)วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2569: แรม 8 ค่ำ เดือน 10วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569: แรม 15 ค่ำ เดือน 10วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2569: ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 11วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2569: ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 (วันออกพรรษา)วันพระเดือนพฤศจิกายน 2569 (เดือนที่มีประเพณีลอยกระทง)วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน 2569: แรม 8 ค่ำ เดือน 11วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2569: แรม 14 ค่ำ เดือน 11วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน 2569: ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 12วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2569: ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 (วันลอยกระทง)วันพระเดือนธันวาคม 2569วันพุธที่ 2 ธันวาคม 2569: แรม 8 ค่ำ เดือน 12วันพุธที่ 9 ธันวาคม 2569: แรม 15 ค่ำ เดือน 12วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม 2569: ขึ้น 8 ค่ำ เดือนอ้าย (1)วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม 2569: ขึ้น 15 ค่ำ เดือนอ้าย (1)Checklist วิธีเตรียมตัวและข้อปฏิบัติตนในวันพระ (How-to Guide)เมื่อเช็กแล้วว่าพรุ่งนี้วันพระไหม หากคำตอบคือ "ใช่" เรามาดู Checklist การเตรียมตัวเพื่อสั่งสมบุญบารมีกัน การทำบุญในวันพระไม่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่เน้นที่ "ความตั้งใจ" และ "ความบริสุทธิ์ของจิตใจ" เป็นหลัก1. การทำทาน (ตักบาตรเช้า หรือถวายสังฆทาน)การเริ่มต้นวันพระด้วยการทำทานคือการลดความตระหนี่ในจิตใจเตรียมอาหารคาว-หวาน: เน้นอาหารที่ปรุงสุกใหม่ สะอาด และถูกสุขลักษณะ หากเป็นไปได้ควรเลือกอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพพระสงฆ์จัดชุดสังฆทาน: หากไม่สะดวกตักบาตรตอนเช้า สามารถจัดชุดสังฆทานที่ประกอบด้วย ของใช้จำเป็น ยารักษาโรค หรืออุปกรณ์ทำความสะอาดวัด ไปถวายในช่วงสายหรือบ่ายได้2. การรักษาศีล (ศีล 5 หรือ ศีล 8)ศีล 5: เป็นพื้นฐานที่ชาวพุทธควรปฏิบัติให้ได้ในทุกๆ วัน แต่ในวันพระควรระมัดระวังและตั้งใจรักษาให้บริสุทธิ์มากเป็นพิเศษ (งดฆ่าสัตว์, งดลักทรัพย์, งดประพฤติผิดในกาม, งดพูดปด/คำหยาบ, งดเครื่องดองของเมา)ศีล 8 (อุโบสถศีล): สำหรับผู้ที่มีเวลาและตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง มักจะไปสมาทานศีล 8 ที่วัด ซึ่งจะเพิ่มข้อห้ามเรื่องการรับประทานอาหารยามวิกาล การงดมหรสพเครื่องหอม และการนอนบนที่นอนหนานุ่ม3. การเจริญสมาธิภาวนาและสวดมนต์การทำบุญที่ได้อานิสงส์สูงสุดคือการภาวนา เพราะเป็นการขัดเกลาจิตใจโดยตรงบทสวดมนต์ที่แนะนำ: บทบูชาพระรัตนตรัย, บทนมัสการพระพุทธเจ้า, บทสวดอิติปิโส, พาหุงมหากาฯ และยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎกนั่งสมาธิ: กำหนดลมหายใจเข้า-ออก (อานาปานสติ) อย่างน้อย 15-30 นาที เพื่อให้จิตใจสงบ มีสติรู้เท่าทันอารมณ์แผ่เมตตา: ทุกครั้งหลังสวดมนต์และนั่งสมาธิ อย่าลืมแผ่เมตตาให้กับตนเอง สรรพสัตว์ และเจ้ากรรมนายเวร5 ข้อควรระวังและสิ่งที่ไม่ควรทำในวันพระเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของจิตใจและไม่เป็นการสร้างบาปกรรมในวันอันเป็นมงคล นี่คือสิ่งที่คุณควรหลีกเลี่ยงในวันพระห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเด็ดขาด: ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เล็กหรือสัตว์ใหญ่ แม้แต่การบี้มดหรือตบยุงก็ควรพยายามหลีกเลี่ยงหลีกเลี่ยงการดื่มสุราและของมึนเมา: เพราะแอลกอฮอล์เป็นต้นเหตุของการขาดสติ ซึ่งอาจนำไปสู่การผิดศีลข้ออื่นๆ ได้ง่ายห้ามพูดจาโกหก นินทา หรือใช้คำหยาบคาย: วันพระควรเป็นวันที่เราสำรวมทั้งกาย วาจา และใจ การพูดร้ายต่อผู้อื่นนอกจากจะผิดศีลแล้ว ยังสร้างพลังงานลบให้กับตัวเองด้วยลดการเสพสื่อบันเทิงที่กระตุ้นกิเลส: หากเป็นไปได้ควรลดการดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นโซเชียลมีเดียที่ทำให้จิตใจว้าวุ่น แล้วหันมาฟังธรรมะแทนงดการมีเพศสัมพันธ์ (สำหรับผู้ถือศีล 8): หากสมาทานอุโบสถศีล จะต้องงดเว้นจากการมีเพศสัมพันธ์อย่างเด็ดขาดเพื่อเป็นการฝึกฝนการละกิเลสทางกายตอบคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับวันพระ (FAQ)เพื่อให้บทความนี้ครอบคลุมและตอบโจทย์ทุกข้อสงสัย เราได้รวบรวมคำถามที่หลายคนมักค้นหาเกี่ยวกับวันพระมาฝากQ: หากไม่มีเวลาไปวัด สามารถทำบุญวันพระที่บ้านได้ไหม?A: ได้แน่นอน! การทำบุญไม่ได้จำกัดอยู่แค่ที่วัด คุณสามารถตั้งโต๊ะหมู่บูชา สวดมนต์ นั่งสมาธิ และแผ่เมตตาที่บ้านได้ นอกจากนี้การทำทานผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น การโอนเงินบริจาคให้โรงพยาบาล มูลนิธิ หรือวัดที่ขาดแคลน ก็ถือเป็นการทำบุญที่ได้อานิสงส์เช่นเดียวกันQ: ทำไมบางเดือนถึงมีวันพระตรงกับวันแรม 14 ค่ำ แทนที่จะเป็น 15 ค่ำ?A: ตามหลักปฏิทินจันทรคติไทย จะมีการนับเดือนคู่และเดือนคี่ โดยเดือนคี่ (เช่น เดือน 1, 3, 5) จะมีเพียง 29 วัน เรียกว่า "เดือนขาด" ทำให้วันพระสุดท้ายของเดือนนั้นเลื่อนขึ้นมาเป็นวันแรม 14 ค่ำ ส่วนเดือนคู่ (เช่น เดือน 2, 4, 6) จะมี 30 วัน เรียกว่า "เดือนเต็ม" วันพระจึงตรงกับวันแรม 15 ค่ำตามปกติQ: ใส่เสื้อสีอะไรไปทำบุญวันพระดีที่สุด?A: ตามธรรมเนียมปฏิบัติ นิยมใส่ "เสื้อผ้าสีขาว" หรือสีอ่อนๆ ที่ดูสุภาพเรียบร้อย เพราะสีขาวเป็นสัญลักษณ์ของความสะอาด บริสุทธิ์ และการปล่อยวาง แต่หากไม่มีเสื้อสีขาว สามารถใส่เสื้อผ้าสีสุภาพที่ไม่มีลวดลายฉูดฉาดเกินไปแทนได้บทสรุป การรู้ล่วงหน้าว่าวันไหน วันพระเดือนนี้ หรือการเช็กว่าพรุ่งนี้วันพระไหม จะช่วยให้เราสามารถเตรียมตัวเพื่อสร้างบุญกุศลได้อย่างเต็มที่ ปฏิทินวันพระ เดือนนี้ 2569 ที่เรานำมาฝากกัน น่าจะเป็นคู่มือที่ดีในการวางแผนชีวิตตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดของการทำบุญในวันพระ ไม่ใช่รูปแบบหรือจำนวนเงินที่บริจาค แต่คือการตั้งใจ "ละชั่ว ทำดี และทำจิตใจให้ผ่องใส" ตามหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นเอง

ชี้เป้า 8 พิกัด ขอพรเรื่องความรัก ในกรุงเทพ

08 ธ.ค. 2022

ชี้เป้า 8 พิกัด ขอพรเรื่องความรัก ในกรุงเทพ

ช่วงนี้ใครกำลังเจอกับปัญหาเรื่องความรัก แล้วกำลังมองหาที่เสริมความรักให้ดียิ่งขึ้น ให้ร้กกันอย่างยืนยาว ต้องไปที่นี่ "8 พิกัด ขอพรเรื่องความรักในกรุงเทพ" ใกล้ที่ไหน ไปที่นั่น แล้วเรื่องรักของคุณจะปังยิ่งกว่าเดิม1.องค์พระพิฆเนศ : ตั้งอยู่ข้างศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์2.องค์พระนารายณ์ทรงสุบรรณ : ตั้งอยู่หน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล3.องค์พระแม่อุมาเทวี : ตั้งอยู่วัดพระศรีมหาอุมาเทวี4.องค์พระแม่อุมาเทวี : ตั้งอยู่หน้าห้างบิ๊กซี ราชดำริ5.องค์พระแม่ลักษมี : ตั้งอยู่เกสร วิลเลจ ชั้น 46.องค์ท้าวจตุโลกบาล : ตั้งอยู่เกสร วิลเลจ ชั้น 47.องค์พระพรหม : ตั้งอยู่ข้างโรมแรมแกรนด์ไฮแอทเอราวัณ8.ท้าวอัมรินทราธิราช : ตั้งอยู่หน้าอัมรินทร์ พลาซ่าพิเศษสุด! สำหรับคุณ เพียงใส่โค้ด "ATIME168" รับส่วนลดทันที- 10% สำหรับ Wallpaper- 50% สำหรับ package ดูดวง 3 เดือนราคาเริ่มต้น 199 บาทเท่านั้นสนใจสั่งจอง คลิกhttps://bit.ly/39Pe6Clหรือแอดไลน์ @ganesha168