PR News อัปเดตทุกข่าว ติดตามทุกความเคลื่อนไหว

PR News

MK Restaurants ฉลอง 40 ปี กับแคมเปญ “ทุกความสุขยังอุ่นเสมอ” ย้อนความทรงจำผ่านมื้ออาหารของครอบครัวไทย

02 เม.ย. 2026

MK Restaurants ฉลอง 40 ปี กับแคมเปญ “ทุกความสุขยังอุ่นเสมอ” ย้อนความทรงจำผ่านมื้ออาหารของครอบครัวไทย

MK Restaurants แบรนด์สุกี้อันดับหนึ่งที่อยู่คู่ครอบครัวคนไทยมายาวนานกว่า 40 ปี กลับมาสร้างความประทับใจอีกครั้งกับแคมเปญใหญ่ “ทุกความสุขยังอุ่นเสมอ” เพื่อชวนทุกคนย้อนรำลึกถึงช่วงเวลาแห่งความสุข ความอบอุ่น และรอยยิ้มที่เคยเกิดขึ้นบนโต๊ะอาหารของเอ็มเค ตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมา MK ไม่ได้เป็นเพียงร้านอาหาร แต่คือพื้นที่ของ “ความทรงจำ” ที่เชื่อมโยงคนในครอบครัวเข้าหากัน และในโอกาสครบรอบ 40 ปีนี้ แบรนด์ได้ตอกย้ำความเป็นตัวจริงด้าน “มื้อแห่งความสุข” ด้วยประสบการณ์สุดพิเศษที่ถ่ายทอดผ่านแคมเปญครั้งใหญ่ไฮไลต์แคมเปญ MK 40 ปี ที่ห้ามพลาดเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้ MK Restaurants ได้จัดเต็ม 3 ประสบการณ์สำคัญ ที่จะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปสู่ความทรงจำเดิมอีกครั้ง1. Reconnect the Memory ผ่าน “กรอบรูปแห่งความทรงจำ”MK เชื่อว่า “ทุกมื้ออาหารคือช่วงเวลาสำคัญของครอบครัว”จึงนำสัญลักษณ์สำคัญอย่าง “กรอบรูป MK” กลับมาเป็นตัวแทนของความทรงจำแคมเปญนี้ได้รวบรวมภาพถ่ายจริงของลูกค้าจากหลากหลายยุคนำไปจัดแสดงบน Digital Billboard ทั่วประเทศ เพื่อปลุกความคิดถึงให้กลับมาอีกครั้งนอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์โฆษณาที่ถ่ายทอดเรื่องราวจากลูกค้าตัวจริงพาผู้ชมย้อนกลับไปสัมผัส “โมเมนต์อบอุ่น” ที่หลายคนเคยมีร่วมกับ MK2. ชุดครอบครัวดั้งเดิม เสิร์ฟรสชาติแห่งความคิดถึงอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัวเมนูพิเศษ“ชุดครอบครัวรสดั้งเดิม” ที่รวมเมนูในตำนานที่หลายคนคิดถึงไว้ครบไม่ว่าจะเป็นสุกี้รสดั้งเดิมเป็ดย่าง MKบะหมี่หยกชุดผักเพื่อสุขภาพออกแบบมาให้ทุกเจเนอเรชันในครอบครัวได้ร่วมแบ่งปันความอร่อยด้วยกันพร้อมให้บริการแล้วที่ MK Restaurants ทุกสาขาทั่วประเทศ3. MK Original คอนเซปต์สโตร์ย้อนยุคแห่งแรกไฮไลต์ที่โดดเด่นที่สุดของการฉลอง 40 ปี คือการเปิดตัว“MK Original” คอนเซปต์สโตร์ สาขาแรกและสาขาเดียวที่ เซ็นทรัลลาดพร้าวที่นี่ถูกออกแบบให้พาทุกคนย้อนกลับไปสู่วันแรกของ MK ด้วยบรรยากาศสุดคลาสสิกสิ่งที่น่าสนใจภายใน MK Original• การตกแต่งร้านสไตล์เรโทรแรงบันดาลใจจากสาขาแรก ทั้งศาลาจีน โต๊ะสีหยก และไฟนีออน• รถเข็นติ่มซำในตำนานกลับมาเสิร์ฟติ่มซำร้อน ๆ ถึงโต๊ะ เช่น ฝั่นโก๋ สาหร่ายห่อกุ้ง และเมนูคลาสสิกอื่น ๆ• เมนูในความทรงจำ (มีเฉพาะที่นี่)หม้อสุกี้โบราณ (ปรับมาตรฐานใหม่)ปลาสวรรค์ หมูทรงเครื่อง ปลาทรงเครื่องเมนูกระทะร้อน เช่น หมูเกาหลี ข้าวอบหม้อดินก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้ของหวานอย่าง Banana Split และไอศกรีมเยลลี่• บริการแบบ Analog (Human Touch)กลับมาสั่งอาหารผ่านเมนูกระดาษ และพนักงานรุ่นเก๋า• ยูนิฟอร์มพนักงานแบบดั้งเดิมนำชุดพนักงานยุคแรกกลับมาใช้อีกครั้ง• จานชามลายจีนสุดคลาสสิกช้อนกระเบื้องและลวดลายแบบสาขาแรก• เพลย์ลิสย้อนยุค 80-90sเติมเต็มบรรยากาศให้ครบทุกมิติของความทรงจำระยะเวลาและสถานที่จัดแคมเปญร่วมย้อนความทรงจำกับ MK ได้ตั้งแต่ วันที่ 3 – 30 เมษายน 2569 ที่ MK Restaurants สาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ และ MK Original ชั้น 1 เซ็นทรัลลาดพร้าว (เปิดให้บริการตั้งแต่ 3 เมษายน 2569 เป็นต้นไป)MK Restaurants กับ 40 ปีแห่ง “ความสุขที่ยังอุ่นเสมอ”ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี MK Restaurants ไม่ได้เป็นเพียงร้านอาหารแต่คือ “พื้นที่แห่งความทรงจำ” ของครอบครัวไทยแคมเปญนี้จึงไม่ใช่แค่การฉลองครบรอบแต่คือการชวนทุกคนกลับมา “สัมผัสความรู้สึกเดิม”ที่ยังคงอบอุ่นเหมือนวันแรกติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่Facebook: https://www.facebook.com/mkrestaurants

GSK คว้า 2 รางวัล ‘Top Employer 2026’ ทั้งระดับประเทศและเอเชียแปซิฟิก ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล

05 ก.พ. 2026

GSK คว้า 2 รางวัล ‘Top Employer 2026’ ทั้งระดับประเทศและเอเชียแปซิฟิก ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล

บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด (GSK) รับ 2 รางวัลใหญ่ระดับประเทศและระดับเอเชียแปซิฟิก "องค์กรดีเด่นที่น่าทำงานด้วยที่สุดแห่งปี 2026" จาก Top Employers Institute สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรและสภาพแวดล้อมการทำงานที่โดดเด่นและมีประสิทธิภาพสูง ผ่านแนวปฏิบัติด้านบุคลากรที่สนับสนุนทั้งผลลัพธ์ทางธุรกิจ การมีส่วนร่วมของพนักงาน และการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน คุณมาเรีย คริสติช กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “GSK รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับ 2 รางวัลสำคัญ ได้แก่ ‘Top Employer ประเทศไทย และ Top Employer ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2026’ ตอกย้ำ ‘องค์กรดีเด่นที่น่าทำงานด้วยที่สุดแห่งปี 2026’ ระดับประเทศและระดับเอเชียแปซิฟิก สะท้อนถึงความสำเร็จของ GSK ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน ผ่านนโยบายด้านทรัพยากรบุคคลที่ครอบคลุมในหลายมิติ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนองค์กร (Steer)และการมีส่วนร่วม (Engage) ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางการเป็นผู้นำของเรา และการให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับ ผลงาน การเติบโตในสายอาชีพและการพัฒนา ความหลากหลาย การมีส่วนร่วม และสุขภาวะของพนักงาน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานรู้สึกมีส่วนร่วม มีคุณค่า และได้รับการสนับสนุนให้เติบโตและแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ สอดคล้องกับพันธกิจ ‘Ahead Together’ของ GSK ในฐานะผู้ค้นคว้าวิจัยและพัฒนายาและวัคซีนนวัตกรรมระดับโลก ด้วยในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศักยภาพของบุคลากร มาพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพ เพื่อก้าวล้ำนำโรคต่างๆ ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย” Top Employers Institute เป็นองค์กรระดับโลกด้านการประเมินความเป็นเลิศในการบริหารทรัพยากรบุคคล ดำเนินงานในกว่า130ประเทศทั่วโลก โดยการประเมินครอบคลุมแนวปฏิบัติด้านบุคลากรและการดำเนินธุรกิจอย่างรอบด้าน เช่น กลยุทธ์ด้านบุคลากร สภาพแวดล้อมการทำงาน การสรรหาบุคลากร การเรียนรู้และพัฒนา ความหลากหลาย การมีส่วนร่วม และสุขภาวะที่ดีของพนักงาน

“Beach Boys Concert 2025" รวมบอยสมบัติล้ำค่า ฟินหาดแตก! 8 ชม.เต็ม

24 พ.ย. 2025

“Beach Boys Concert 2025" รวมบอยสมบัติล้ำค่า ฟินหาดแตก! 8 ชม.เต็ม

ฟินฉ่ำรับลมหนาวเติมฟินยาวเต็มอิ่มกว่า 8 ชม. กันไปแล้วสำหรับ มหกรรมคอนเสิร์ตฟินริมทะเลที่กลับมาจัดอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง “Beach Boys Concert 2025" (บีช บอย คอนเสิร์ต 2025) ที่ Atimeshowbiz ผู้ผลิตคอนเสิร์ตเบอร์ต้นของเมืองไทย ชวนทุกด้อมมาหวีดให้ตัวแตกเปลี่ยนเสียงคลื่นให้เป็นเสียงกรี๊ดกับปรากฏการณ์ความฟินริมทะเล ด้วยไลน์อัพที่สุดของการรวม BOYS "สมบัติของชาติ" สาดความมันให้ใจละลาย มัดรวมไว้บนเวทีเดียวกัน อย่าง JEFF SATUR (เจฟ ซาเตอร์) / POLYCAT (โพลี่แคท) / FELLOW FELLOW (เฟลโล่ เฟลโล่) / NO ONE ELSE (โน วัน เอลส์) / NUNEW (นุนิว) / ATLAS (แอทลาส) / PROXIE (พร็อกซี่) /LYKN (ไลแค่น) / DICE (ไดซ์) / และ JAMES TEETEE POR TUTOR YIM จากวง DEXX (เจมส์ – ตี๋ตี๋ – ป๋อ –ติวเตอร์ - ยิม จากวง เด็กซ์ ) เมื่อวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ SEA SAND SUN HUAHIN RESORT งานนี้รวมพลเหล่า FC ที่แต่งตัวจัดเต็มตามธีมเดรสโค้ดสีขาวมาต่อแถวรอเข้างานเพื่อไปจับจองที่นั่งกันเต็มพื้นที่ จนเรียกว่าชายหาดแคบไปถนัดตา โดยมี ดีเจ เคเบิ้ล และ ดีเจ โซเซฟ จากคลื่น EFM94 บ้าน ATIME มารับหน้าที่ต้อนรับและนำทีมทุกคนไปร่วมสนุกกับบูธกิจกรรมต่างๆภายในงาน ก่อนออกสตาร์ทแบบวอร์มๆ ด้วยวงดนตรีบอยเจ้าของฉายาเจ้าพ่อแนวเพลงรักชื่อเพลงยาวที่สุดอย่าง NO ONE ELSE ที่จัดเพลงฮิตติดหูอย่าง “ต่อจากนี้เพลงรักทุกเพลงจะเป็นของเธอเท่านั้น”, “เธอคือกาแฟในตอนเช้า” , “แค่มีเธอไปเดินเตะคลื่นทะเลด้วยกัน” มาเสิร์ฟให้ใจฟู ปูบรรยากาศยามเย็นให้ชิลสบาย ต่อด้วยบอยกรุ๊ป Gen Z วง “DICE” ที่มาครั้งนี้แจกความสดใสแถมพลังความสนุกแบบปลุกหาดด้วยเซ็ทเพลงป็อปติดหูอย่าง “Billionaire” ซิงเกิ้ลล่าสุด และ “เชฟบ๊ะ” ที่งัดสะโพกมาสะบัดซะจน FC ที่มาเกาะขอบเวทีแทบใจละลายเอ็นดูไปกับความน่ารัก เพิ่มดีกรีความความร้อนแรงของเวทีให้ไฟลุกกับศิลปินบอยสมบัติล้ำค่าที่บรรดาแฟนคลับไทยและอินเตอร์ต่างรอคอย “JEFF SATUR” ที่ไม่เคยทำให้แฟนๆผิดหวังกับความโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์พลังเสียงร้องที่ปลุกทุกโสตประสาท ด้วยเพลงฮิตติดหูอย่าง “ลืมไปแล้วว่าลืมยังไง” , “เหมือนวิวาห์” แถมซีนเด็ดในเพลง “มือปืน” ที่หนุ่มเจฟแอบโชว์ให้เห็นกล้ามท้องจนสาวๆกรี๊ตจนใจสั่น และตามด้วยซิงเกิ้ลล่าสุดอย่างเพลง “ของขวัญปีใหม่” สลับฟิลมาสนุกกับ “FELLOW FELLOW” วงดนตรีเพลงรักสุดอบอุ่นเสียงละมุน แนวเพลง ป็อป อะคูสติก ที่มีเพลงฮิตติดชาร์จในตำนานอย่าง “เมษา(Maysa)” , “ดาวหางฮัลเลย์” และไม่พลาดที่จะหยิบซิงเกิ้ลล่าสุด “Milky way” มาฝากให้หวานซึ้งไปด้วยกัน ไปต่อกับ “DEXX” บอยกรุ๊ป จากค่าย DMD Music ที่มาขยับดีกรีความเดือดของเวทีนี้กับซิงเกิ้ลแรก “Clang Clang” แถมต่อกับซิงเกิ้ลล่าสุด “อกหักเป็นเพื่อนเธอ (Beside You)” ได้แบบน่ารักสดใสตกแฟนคลับกลับบ้านไปเพียบ กรี๊ดต่อไม่ต้องพักกับ “NU NEW” ที่ก้าวขาขึ้นเวทีมาในชุดดีเทลน่ารักเกินเบอร์ สมคำ“บอยสมบัติแห่งชาติ”เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับระดับนานาชาติ ที่ขึ้นมาจัดเต็มอารมณ์กับเซ็ตเพลงฮิตรัวๆ อย่าง “เอ๊ะ” , “ขึ้นใจ” ปิดท้ายด้วย “รักแท้” ที่แอบมีหนุ่มหน้าคุ้นเคยอย่าง “ซี พฤกษ์” มายืนดูจนนุนิวออกปากว่า “วันนี้มีกำลังใจละ” เรียกว่าคอนนี้หวานเกินไปมากจริงๆ ไปต่อกับอีกหนึ่งตัวท็อป 7 หนุ่ม “ATLAS” เล่นเอาคนดูลุกขึ้นขยับแข้งขากรี๊ดกันตั่งแต่เริ่มกับเพลง “Mayday Mayday” , “เป๊ะ” , “Boyfriend” , “โลเล” ที่บอกเลยว่าเป๊ะทั้งร้องทั้งเต้นเรียกเสียงกรี๊ดได้แน่นสนั่นเวทีจริงๆ จากนั้นไปต่อแบบไม่ต้องพัก กับ “PROXIE” ที่จัดเพลย์ลิสมาเปิดตี้ปลุกมูดความสนุกแบบไม่ยั้ง จัดเต็มตั้งแต่เริ่มด้วยเซ็ตเพลงติดแท่นท็อปชาร์ตอย่าง “สถานะเบลอ”(BLURR) , “คนไม่คุย” , “ อ๊อดแอด” และ “Bad Shawty” บิ้วคนดูให้ฟินอินกับบรรยากาศค่ำคืนที่อัพดีกรีความสนุกหนักขึ้นไปอีก ถึงคิว “LYKN” ที่แค่ก้าวขาขึ้นเวทีมาก็เรียกเสียงกรี๊ดจากบรรดาสาวๆจนหาดแทบแตก วาดลวดลายเอวหวานท็อปฟอร์มทั้งร้องทั้งเต้นเอ็นเตอร์เทนคนดูฉ่ำจนแทบเมาเอว เรียกว่าตั้งแต่เพลงแรกยันเพลงสุดท้ายขนมาแต่เพลงฮิตล้วนๆ อย่างซิงเกิ้ลล่าสุด “ชอบก็บอก” (Feel Like Me ) , โฮ่ง” , “ฉ่ำ” , “หูดับ” จัดหนักไปแบบรัวๆเล่นเอาแฟนๆ ส่งเสียงกรี๊ดกันสุดเสียง ปิดท้ายกับ “POLYCAT” วงดนตรีกลิ่นอายยุค 80’s มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวชัดเจนที่สุด เตรียมเซ็ตเพลงฮิตมาให้แบบนอนสต็อป อย่าง “อาวรณ์” , “เวลาเธอยิ้ม” , “มันเป็นใคร” รันยาวให้ทุกคนร้องและโบกมือตามแบบสมการรอคอย มอบความสุขส่งท้าย สร้างบรรยากาศให้ค่ำคืนนี้อบอุ่นด้วยความสุขความทรงจำเต็มกราฟความฟินเลยทีเดียว

เครือสหพัฒน์ จัดกิจกรรมเวิร์คช้อปสุดพิเศษ “The Next Live Creator” พร้อมอัปสกิลสายไลฟ์ แชร์ทริคเด็ด กับก้าวแรกสู่การสร้างตัวตนใหม่ เพื่อช่วยสร้างช่องทาง สร้างรายได้ในยุคดิจิทัล

08 ต.ค. 2025

เครือสหพัฒน์ จัดกิจกรรมเวิร์คช้อปสุดพิเศษ “The Next Live Creator” พร้อมอัปสกิลสายไลฟ์ แชร์ทริคเด็ด กับก้าวแรกสู่การสร้างตัวตนใหม่ เพื่อช่วยสร้างช่องทาง สร้างรายได้ในยุคดิจิทัล

กรุงเทพฯ 8 ตุลาคม 2568 - เครือสหพัฒน์ จัดกิจกรรมเวิร์คช้อปสุดพิเศษ “The Next Live Creator” สร้างตัวตนใหม่ผ่านช่องทางไลฟ์ พร้อมให้ทุกคนได้อัปสกิล ด้วยเทคนิคการขาย การสร้างคอนเทนต์ และเคล็ดลับดันยอดขายยังไงให้ปัง ซึ่งทางเครือสหพัฒน์มีความตั้งใจจะสร้างคนรุ่นใหม่ อีกทั้งยังช่วยเปิดโอกาส สร้างอาชีพใหม่ให้กับทุกคนได้มีรายได้เสริมในยุคดิจิทัลนี้โดยกิจกรรมในช่วงเช้ามีคุณฐาปกรณ์ ก้อนทองคำ TIKTOK Expert มาแชร์เทคนิคการปั้นช่อง รวมทั้งการสร้างคลิปอย่างไรให้เป็นไวรัล เพื่อให้ได้เรียนรู้ถึงพฤติกรรมคนเล่น Tiktokและเข้าถึงคนดูมากที่สุด และสำหรับช่วงบ่ายครูลูกแก้ว – วริศรา บำรุงเวศ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารและการแสดง ที่มาสอนภายใต้หลักสูตรครูเงาะ ในการแชร์ถึงเทคนิค การเพิ่มพลังในการนำเสนอ / การสร้างตัวตนให้คนจดจำ และเทคนิคการนำ pain pleasure สิ่งที่ลูกค้าต้องการและอยากได้ มาถ่ายทอดให้กับผู้ร่วมเวิร์คช้อปได้นำไปปรับใช้ในช่องทางการขายของตัวเองและพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมเวิร์คช้อปนอกจากได้เรียนรู้เทคนิคต่างๆ ยังได้รับสินค้าตัวอย่างจากเครือสหพัฒน์ อาทิ Wacoal, LION, มาม่า, BSC, Ora Pet Care และอีกมากมาย เพื่อนำไปโชว์สกิลพร้อมลงสนามแข่งขัน ทั้งจากการไลฟ์ / ปักตะกร้า เพื่อรับ Affiliate และชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 95,000 บาท*จากการขายสินค้าแค่มีช่องทางบนแพลตฟอร์ม Tiktok โดยไม่ต้องสต้อคสินค้า ไม่ต้องจัดส่งสินค้าเอง เพราะทางแบรนด์มีระบบหลังบ้านครบครัน ซึ่งถือเป็นการสร้างรายได้ให้ผู้ต้องการมีรายได้เสริมอีกด้วย และสำหรับใครอยากร่วมเป็น The Next Live Creator สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจ Wacoal Thailand เพราะสุดยอดนักไลฟ์หน้าใหม่อาจเป็นคุณ!

ฟินยกบ้าน! “บีม-ออย” นำทัพสองคู่แฝด “ธีร์-พีร์ อัยวา-อัญญา” บุก “Koala’s March Land” อัพมู้ดสนุก! เก็บความสุข สุดมาร์ชใน 10 โซนแฟนตาซีแสนอบอุ่นของมาร์ชคุง

28 เม.ย. 2026

ฟินยกบ้าน! “บีม-ออย” นำทัพสองคู่แฝด “ธีร์-พีร์ อัยวา-อัญญา” บุก “Koala’s March Land” อัพมู้ดสนุก! เก็บความสุข สุดมาร์ชใน 10 โซนแฟนตาซีแสนอบอุ่นของมาร์ชคุง

โคอะลา มาร์ช ตอกย้ำภาพแบรนด์ขนมในใจทุกเจเนอเรชันชวนทุกครอบครัวมาเติมช่วงเวลาดี ๆและเก็บความทรงจำร่วมกันให้เต็มหัวใจ25 เมษายน – 4 พฤษภาคมนี้ ในงาน “Koala’s March Land”แฟมิลีอีเวนต์ที่ ไทยลอตเต้ ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ขนมปังบิสกิต "โคอะลา มาร์ช" เนรมิตพื้นที่กว่า 900 ตารางเมตร ณ M Grand Hall ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ให้กลายเป็น “UPMOOD LAND” หมู่บ้านแฟนตาซีแสนอบอุ่นของมาร์ชคุง ภายใต้คอนเซปต์ “อัพมู้ดสนุก! เก็บความสุข สุดมาร์ช” พร้อมกิจกรรมไฮไลต์ 10 โซน ที่ครบทั้งความสนุก ความอร่อย และพื้นที่สำหรับเด็กๆ โดยมีครอบครัว “บีม-ออย” พร้อมลูกแฝดทั้งสองคู่ “ธีร์-พีร์” และ “อัยวา-อัญญา” มาร่วมสร้างสีสัน และแชร์โมเมนต์อบอุ่น ไปกับโลกของโคอะลา มาร์ชอย่างใกล้ชิดในวันเปิดงานไฮไลต์ของงานครั้งนี้ นอกจากความน่ารักของธีมอีเวนต์ “Koala’s March Land” ที่สะดุดตาและชวนให้หลายคนอยากแวะมาเช็กอินแล้ว ยังอยู่ที่การเปลี่ยนลานกิจกรรมให้กลายเป็น “UPMOOD LAND” เมืองเล่นของมาร์ชคุงที่เต็มไปด้วยสีสัน ความสดใส และคาแรกเตอร์แสนคุ้นเคยในทุกมุม โดยมี “มาร์ชคุง” “วอลซ์จัง” และเหล่าผองเพื่อนมาร่วมเติมรอยยิ้มตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์โคอะลา มาร์ชหลากหลายรูปแบบ พร้อมให้แฟน ๆ ได้ใกล้ชิดกับโลกของโคอะลา มาร์ชมากยิ่งขึ้นในส่วนของกิจกรรมต่าง ๆ “Koala’s March Land” อัดแน่นด้วยความสนุกครบรส ทั้งการเล่น การชิม การถ่ายรูป และการสร้างสรรค์ของที่ระลึกชิ้นเดียวในโลก จนบรรยากาศตลอดทั้งงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มของทุกคนในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่ หรือสายถ่ายรูปที่กำลังมองหามุมคิวต์ ๆ สำหรับเก็บภาพความทรงจำกลับไป ความน่ารักของงานยังต่อเนื่องไปถึงกิมมิกเล็ก ๆ ที่ออกแบบมาให้ผู้ร่วมงานสามารถเก็บโมเมนต์ดี ๆ กลับบ้านได้จริง ผ่านของที่ระลึกจากกิจกรรมในแต่ละโซน ทั้งในรูปของภาพถ่าย คลิปวิดีโอ สินค้าพรีเมียม และของสะสม DIY ลิขสิทธิ์แท้สุดน่ารัก จึงทำให้ “Koala’s March Land” ไม่ได้เป็นเพียงอีเวนต์ที่มอบประสบการณ์ความสุขที่จับต้องได้ภายในงาน แต่ยังกลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาพิเศษที่อยู่ในใจของผู้ร่วมงานไปอีกนานแสนนานซาดาฟูมิ มัตซึชิตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยลอตเต้ จำกัด กล่าวว่า “เราอยากให้ Koala’s March Land เป็นมากกว่างานอีเวนต์ แต่เป็นพื้นที่แห่งความสุขที่ช่วยให้ทุกคนในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความหมาย ภายใต้แนวคิด เก็บความสุข สุดมาร์ช’ เราตั้งใจถ่ายทอดโลกของโคอะลา มาร์ช ให้กลายเป็นประสบการณ์จริงที่ทั้งเล่นได้ ชิมได้ สร้างสรรค์ได้ และเก็บกลับบ้านเป็นความทรงจำได้ เพราะสำหรับเรา เสน่ห์ของโคอะลา มาร์ชไม่ได้อยู่แค่ในรสชาติ แต่อยู่ในโมเมนต์แห่งเสียงหัวเราะ การเล่นสนุกที่คนในครอบครัวได้ใช้เวลาด้วยกันอีกด้วยด้าน ดวงตา พงษ์วิไลย์ ผู้อำนวยการใหญ่การตลาด เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ กล่าวว่า “เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ วางหมุดหมายเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงทุกไลฟ์สไตล์ของครอบครัว และ Koala’s March Land เป็นอีเวนต์ที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้อย่างชัดเจน เพราะรวมทั้งมุมเช็กอิน กิจกรรมสำหรับเด็ก เวิร์กช็อป และประสบการณ์ความบันเทิงไว้ในพื้นที่เดียว เราเชื่อว่างานนี้จะเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ สำหรับมาเติมรอยยิ้ม และสร้างช่วงเวลาพิเศษให้กับทุกครอบครัวในช่วงซัมเมอร์นี้”อัพมู้ดทุกสัมผัส สนุกทุกโมเมนต์ใน UPMOOD LANDภายในงาน Koala’s March Land อัดแน่นด้วยกิจกรรมไฮไลต์ 10 โซน ภายใต้แนวคิด 5 Senses Experience ครบทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส ชวนทุกครอบครัวค่อย ๆ สำรวจโลกของมาร์ชคุงไปทีละมุม พร้อมดื่มด่ำกับประสบการณ์ที่ทั้งสนุก อบอุ่น และกลายเป็นความทรงจำดี ๆ ที่เก็บกลับบ้านได้Welcome Gateway ประตูมิติเชื่อมโลกภายนอกสู่หมู่บ้านแฟนตาซี ‘อัพมู้ดแลนด์’ ที่ชวนทุกคนเปิดประสบการณ์แห่งความสุขตั้งแต่ก้าวแรก จุดเริ่มต้นของการเดินทางเข้าสู่โลกของโคอะลา มาร์ช อย่างเต็มรูปแบบLandmark Tower ไฮไลต์เด่นของงานกับหอคอยมาร์ชคุงขนาดใหญ่สูง 7 เมตร ในรูปแบบโมเดลไฟเบอร์กลาส ที่เปิดให้เก็บภาพความน่ารักได้แบบ 360 องศา แลนด์มาร์กสำคัญที่ทุกคนต้องแวะเช็กอินMarch-Kun Cozy Collection House มุมถ่ายรูปห้องนั่งเล่นจำลองที่ตกแต่งอย่างอบอุ่นสไตล์โคซี่ ด้วยของพรีเมียมโคอะลา มาร์ชลิขสิทธิ์แท้น่ารักๆ ที่ลูกค้าสามารถนำรหัสในกล่องโคอะลา มาร์ช มาสะสมพอยต์และแลกของรางวัลได้ทาง LINE: @Koalas-March ชวนให้ทุกคนได้สัมผัสของพรีเมียมจริง ก่อนกดแลกในช่องทางดิจิทัลMarch-Kun’s Happy Store จุดแวะช้อปสินค้ากลับบ้าน พร้อมรับคูปองความสุข ก่อนตะลุยดินแดนโคอะลา มาร์ช และร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ ภายในงานอย่างเต็มที่Interactive Dance ชวนเด็กๆ มาเต้นรำไปกับมาร์ชคุง 3D บนจอ LED ยักษ์ ด้วยระบบ Motion Sensor พร้อมสนุกกับเพลงใหม่โคอะลา มาร์ช โดยผู้ร่วมงานสามารถสแกน QR Code เพื่อดาวน์โหลดคลิปวิดีโอ 15 วินาที กลับไปแชร์ต่อได้ทันทีCafé on Wheels ตามกลิ่นหอมๆ มาที่ Food Truck สไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งเสิร์ฟเมนู ซิกเนเจอร์ ให้ พ่อแม่และลูกช่วยกัน DIY สร้างสรรค์เมนูไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟคู่กับขนมโคอะลา มาร์ชและท็อปปิ้ง สร้างโมเมนต์สนุกผ่านการลงมือทำร่วมกันGame Zone มินิเกม 2 ฐาน ทั้งขดลวดฝึกสมาธิ และหย่อนเหรียญวัดคนดวงดี ที่เปิดให้เล่นฟรี พร้อมรับขนมโคอะลา มาร์ช กลับบ้านไปชิมMega Fun-Land (Coupon Zone) อาณาจักรความสนุกขนาดใหญ่สำหรับเด็กสูง 100-140 ซม. อัดแน่นด้วยเครื่องเล่นเสริมพัฒนาการ เช่น ลานกระโดดพื้นเปลี่ยนสี (Jump Floor Game) ที่ท้าทายไหวพริบ บ่อบอลยักษ์ สไลเดอร์ และโดมลมDIY Comfort Blanket (Coupon Zone) ของพรีเมียมสุดพิเศษที่เปิดโอกาสให้ครอบครัวส่งรูปถ่ายหน้าตัวเองมารีดร้อน (Heat Transfer) ลงบนผ้าห่มลายครอบครัวโคอะลา มาร์ช จนกลายเป็นของที่ระลึกผืนเดียวในโลกKoala’s March Art Studio มุมพักผ่อนเชิงสร้างสรรค์สำหรับระบายสีภาพมาร์ชคุง พร้อมบริการ ติดสติกเกอร์แทททูลายมาร์ชคุงและวอลซ์จังในท่าทางต่างๆร่วม “อัพมู้ดสนุก! เก็บความสุข สุดมาร์ช” ไปกับโลกแฟนตาซีของ “Koala’s March Land” ได้แล้ว 25 เมษายน – 4 พฤษภาคม นี้ ณ M Grand Hall ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Lotte Koala's March

MUSIC AWARDS JAPAN 2026 เฉลิมฉลองความสำเร็จศิลปินเอเชียอย่างต่อเนื่อง ยกระดับผลงานไทยสู่เวทีรางวัลระดับสากล

06 มี.ค. 2026

MUSIC AWARDS JAPAN 2026 เฉลิมฉลองความสำเร็จศิลปินเอเชียอย่างต่อเนื่อง ยกระดับผลงานไทยสู่เวทีรางวัลระดับสากล

เตรียมเปิดฉากงานประกาศรางวัลดนตรีระดับสากลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น 13 มิถุนายนนี้ ณ Toyota Arena Tokyoโตเกียว, ประเทศญี่ปุ่น — MUSIC AWARDS JAPAN 2026 (MAJ) แพลตฟอร์มงานประกาศรางวัลดนตรีระดับสากลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ประกาศกลับมาสร้างปรากฏการณ์อีกครั้งต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมีกำหนดจัดงานขึ้นในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 ณ TOYOTA ARENA TOKYO ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการMAJ ยังคงร่วมขับเคลื่อนปรากฏการณ์ “T-Wind” ให้เป็นที่ประจักษ์ ผ่านการมอบรางวัล International Special Award for Popular Music (Thailand) ภายใต้ความร่วมมือกับ TOTY Awards ซึ่งรางวัลสาขานี้จัดขึ้นเพื่อเชิดชูพลังสร้างสรรค์และความสัมพันธ์อันโดดเด่นระหว่างแฟนเพลงชาวไทยและชาวญี่ปุ่น สานต่อความสำเร็จจากการสร้างแรงกระเพื่อมในวงกว้างของ เจฟ ซาเตอร์ (Jeff Satur) เจ้าของรางวัลในปีที่ผ่านมากับผลงานเพลง “Ghost”ภายใต้พันธกิจ “Connecting with the World and Illuminating the Future of Music” งาน MAJ 2026 เตรียมสานต่อความสำเร็จจากปีก่อนที่สร้างปรากฏการณ์ไว้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการแสดงจากศิลปินแถวหน้าอย่าง Fujii Kaze, YOASOBI, Creepy Nuts และ Mrs. GREEN APPLE ซึ่งดึงดูดผู้ชมทั่วโลกจนมียอดเข้าชมบน YouTube รวมกว่า 62 ล้านครั้ง พร้อมการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศผ่านสถานีโทรทัศน์ NHK ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ด้วยยอดผู้รับชมผ่านทุกแพลตฟอร์มรวมกว่า 13.4 ล้านคนปัจจุบัน MAJ กำลังมุ่งสู่การเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดนตรีเอเชีย ผ่าน 66 สาขารางวัลที่ครอบคลุมทุกมิติของดนตรีสมัยใหม่ เพื่อสะท้อนถึงความหลากหลายและความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของภูมิทัศน์ดนตรีในภูมิภาคเอเชีย โดยความพิเศษของปีนี้คือการคัดเลือกผู้ชนะผ่านผลโหวตของศิลปินและบุคลากรในอุตสาหกรรมดนตรีทั่วเอเชียกว่า 5,000 รายชื่อ เพื่อเฟ้นหาผลงานที่เป็นตัวแทนแห่งเสียงดนตรีในยุคสมัยนี้อย่างแท้จริงสำหรับผลงานที่มีสิทธิ์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล MAJ 2026 จะต้องเป็นบทเพลงหรืออัลบั้มที่เผยแพร่สู่สาธารณะอย่างเป็นทางการ ทั้งในรูปแบบดิจิทัลหรือแผ่นเสียง ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2568รายละเอียดรางวัลในปีนี้ MAJ 2026 ได้มีการปรับโฉมโครงสร้างรางวัลครั้งสำคัญ โดยเพิ่มรางวัลใหม่เข้ามาอีก 14 สาขา เพื่อให้สอดคล้องกับความหลากหลายของภูมิทัศน์ดนตรีทั้งในญี่ปุ่นและระดับสากล พร้อมมุ่งเน้นการรวมพลังคนในอุตสาหกรรมเพื่อเชิดชูความเป็นเลิศทางดนตรี ตอกย้ำพันธกิจของ MAJ ในการเผยแพร่ผลงานเพลงจากญี่ปุ่นและเอเชียสู่สายตาชาวโลกสำหรับปี 2569 ได้มีการสรุปรางวัลรวมทั้งสิ้น 66 สาขา แบ่งเป็นรางวัลใหญ่ (Major Awards) 6 รางวัล, รางวัลเพลงยอดเยี่ยมในประเทศ 21 รางวัล, รางวัลเพลงยอดเยี่ยมระดับสากล 12 รางวัล, รางวัลอัลบั้มยอดเยี่ยม 3 รางวัล, รางวัลศิลปินยอดเยี่ยม 11 รางวัล และสาขาอื่นๆ โดยในส่วนของรางวัลเพลงยอดเยี่ยมระดับสากลนั้น จะมีรางวัลพิเศษ (International Special Awards) 6 รางวัล มอบให้กับศิลปินเอเชียที่มีผลงานโดดเด่น ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรผู้จัดงานประกาศรางวัลชั้นนำ อาทิ TOTY Awards (ประเทศไทย), Anugerah Musik Indonesia (อินโดนีเซีย), Awit Awards (ฟิลิปปินส์) และ Giải thưởng Âม nhạc Cống hiến (เวียดนาม)MAJ 2026 ยังคงสานต่อการมอบรางวัลใหญ่ (Major Awards) ทั้ง 6 สาขาต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ได้แก่Song of the Year (รางวัลเพลงแห่งปี)Artist of the Year (รางวัลศิลปินแห่งปี)New Artist of the Year (รางวัลศิลปินหน้าใหม่แห่งปี)Album of the Year (รางวัลอัลบั้มแห่งปี)Best Global Hit from Japan (รางวัลเพลงฮิตยอดเยี่ยมระดับโลกจากญี่ปุ่น)Best Song Asia (รางวัลเพลงยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย)MAJ 2026 ยังคงทำหน้าที่เป็นแสงสว่างสู่อนาคตของวงการดนตรี ผ่านการเชิดชูความหลากหลายและคุณค่าของวัฒนธรรมดนตรีจากทั่วทุกมุมโลก ทั้งนี้ สำหรับการประกาศรายชื่อรางวัลใหม่เพิ่มเติม จะมีการเปิดเผยรายละเอียดให้ทราบในลำดับถัดไปรางวัลพิเศษระดับสากล (INTERNATIONAL SPECIAL AWARD)นอกจากนี้ MAJ 2026 ยังคงสานต่อการมอบรางวัลพิเศษระดับสากล (International Special Awards) ซึ่งเป็นสาขาที่จัดขึ้นเพื่อเชิดชูศักยภาพอันโดดเด่นและอิทธิพลทางวัฒนธรรมของศิลปินทั่วภูมิภาคเอเชีย โดยการมอบรางวัลให้กับผลงานดนตรีที่มีความเป็นเลิศในเกาหลีใต้, จีน, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, ไทย และเวียดนาม ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ MAJ ในการสนับสนุนและสร้างระบบนิเวศทางดนตรีของเอเชียให้มีความแข็งแกร่งและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างแท้จริงรายละเอียดการจัดงานสำหรับงานประกาศรางวัลในวันที่ 13 มิถุนายนนี้ จะเริ่มต้นด้วยพิธี Premiere Ceremony ในช่วงบ่าย เพื่อมอบรางวัลในสาขาเฉพาะทาง ตามด้วยไฮไลต์สำคัญในช่วงค่ำกับพิธี Grand Ceremony และการเดินพรมแดง สำหรับรางวัลเกียรติยศหลัก ซึ่งทั้งสองกิจกรรมนี้จะร่วมกันจารึกวันประวัติศาสตร์แห่งการเฉลิมฉลองความเป็นเลิศทางดนตรีระดับโลกนอกจากกิจกรรมหลักแล้ว ยังมีการจัดงาน MAJ Awards Week ระหว่างวันที่ 8 - 13 มิถุนายน เพื่อสร้างความคึกคักให้กับย่านอาริอาเกะ (Ariake) ในกรุงโตเกียว ด้วยการแสดงสด การสัมมนาเชิงวิชาการสำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมดนตรี และกิจกรรม Showcase จากศิลปินและผู้เชี่ยวชาญทั้งจากญี่ปุ่นและต่างประเทศ

สมาคมแพทย์โรคหัวใจฯ จับมือ GSK ลงนาม MOU โครงการ “Guardian For Healthy Heart” ยกระดับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยโรคหัวใจ

06 ก.พ. 2026

สมาคมแพทย์โรคหัวใจฯ จับมือ GSK ลงนาม MOU โครงการ “Guardian For Healthy Heart” ยกระดับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยโรคหัวใจ

สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัทแกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด (GSK) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในโครงการ “Guardian For Healthy Heart: Empowering Cardiologists and Patients Through Adult Immunization Awareness” เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพหัวใจเชิงป้องกัน และสร้างความตระหนักรู้ด้านการป้องกันโรคติดเชื้อด้วยวัคซีนในผู้ป่วยโรคหัวใจพลตำรวจตรี นพ.เกษม รัตนสุมาวงศ์ นายกสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์“ผู้ป่วยโรคหัวใจ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด และภาวะหัวใจล้มเหลว มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปหากเกิดการติดเชื้อ ซึ่งอาจนำไปสู่การเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหรืออาจเสียชีวิตได้ สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยฯจึงได้ร่วมกับบริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด หรือ GSK ดำเนินโครงการนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของอายุรแพทย์โรคหัวใจให้มีความรู้ที่ทันสมัย สามารถแนะนำวัคซีนที่จำเป็นแก่ผู้ป่วยโรคหัวใจได้อย่างมั่นใจ และเสริมสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้ป่วยโรคหัวใจและประชาชน ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันโรคติดเชื้อด้วยวัคซีน ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพของตนเอง”“ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ระหว่างแพทย์ ผู้ป่วย และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเปรียบเสมือน ‘ผู้พิทักษ์หัวใจ’ ในการส่งเสริมการป้องกันโรคติดเชื้อด้วยวัคซีนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนของการติดเชื้อ ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคหัวใจ และลดภาระของระบบสาธารณสุขไทยอย่างยั่งยืน”ศาสตราธิคุณ พญ.สมนพร บุณยะรัตเวช สองเมือง อุปนายกสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์กล่าวเสริมว่า “การดูแลผู้ป่วยไม่ได้จำกัดเพียงแค่การรักษาโรคเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการป้องกันโรคติดเชื้อที่อาจกระตุ้นให้โรคประจำตัวของผู้ป่วยมีอาการกำเริบหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้น ซึ่งการป้องกันโรคติดเชื้อมักถูกมองข้าม ในผู้ป่วยโรคหัวใจการติดเชื้อสามารถส่งผลโดยตรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด เพิ่มความเสี่ยงต่อการเข้ารักษาในโรงพยาบาล และอาจจะทำให้อาการรุนแรงมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการป้องกันโรคติดเชื้อด้วยวัคซีนจึงเป็นแนวทางสำคัญในการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม ความร่วมมือนี้จะช่วยให้แพทย์มีข้อมูลและเครื่องมือที่ชัดเจน ควบคู่กับการเสริมสร้างความรู้ที่ถูกต้องและเข้าใจง่ายแก่ผู้ป่วย อันจะนำไปสู่การป้องกันเชิงรุกที่เกิดขึ้นได้จริง”สำหรับโครงการ “Guardian For Healthy Heart” จะมีการดำเนินการ 3 ด้าน ดังต่อไปนี้ 1. การจัดทำสื่อข้อมูลเพื่อผู้ป่วยผ่านช่องทางความรู้สู่ประชาชนของสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยฯ ในชื่อ Thai Healthy Heart ในรูปแบบวิดีโอสั้นและอินโฟกราฟิก โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจถ่ายทอดข้อมูลที่เข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวรับรู้ความสำคัญของวัคซีนอย่างถูกต้องและเชื่อถือได้ 2. การสนับสนุนกิจกรรมทางวิชาการสำหรับอายุรแพทย์โรคหัวใจ และ 3. การจัดทำเครื่องมือสำหรับแพทย์ในการแนะนำวัคซีน โดยอ้างอิงแนวทางสากลที่ทันสมัย เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องคุณมาเรีย คริสติช กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “GSK รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยฯ ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจในประเทศไทย ในการดำเนินโครงการนี้ เพื่อส่งเสริมการดูแลป้องกันโรคหัวใจเชิงรุกมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจ และสนับสนุนบทบาทของอายุรแพทย์โรคหัวใจในการสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ผู้ป่วย เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อที่อาจส่งผลต่อสุขภาพหัวใจ”GSK เล็งเห็นว่าการป้องกันเริ่มจากความรู้และความเข้าใจ เมื่อบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนมีความตระหนักเพิ่มขึ้น การจัดการความเสี่ยงก็มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยโครงการนี้มุ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และความเข้าใจเรื่องการป้องกันการติดเชื้อ รวมทั้งบทบาทของวัคซีนผู้ใหญ่ในการดูแลสุขภาพหัวใจ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ GSK ที่จะทำงานร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ในระบบสาธารณสุข เพื่อขับเคลื่อนแนวคิดการป้องกันอย่างยั่งยืน โดยการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สอดคล้องกับพันธกิจ Ahead Together ของ GSKผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลความรู้ด้านสุขภาพหัวใจที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ จากสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งรวบรวมคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและแนวทางการดูแลสุขภาพหัวใจเชิงป้องกันที่เข้าใจง่ายและทันสมัย ได้ทาง LINE Official Account: @THHealthyHeart รวมถึง Facebook: ThaiHealthyHeart และเว็บไซต์ ThaiHealthyHeart.com

ทรอส เปิดตัวนวัตกรรมกู้ผมร่วง “TROS PRO Advanced Anti-Hair Loss Series”

04 ก.พ. 2026

ทรอส เปิดตัวนวัตกรรมกู้ผมร่วง “TROS PRO Advanced Anti-Hair Loss Series”

ทรอส เปิดตัวนวัตกรรมกู้ผมร่วง ชวนนักแสดงหนุ่มมากความสามารถ “ก๊อต จิรายุ” ร่วมเจาะลึกปัญหาเส้นผม พร้อมผู้เชี่ยวชาญเผยเคล็ดลับวิทยาการล่าสุดจาก “สารสกัดเหงือกปลาหมอ” การันตีด้วยรางวัลระดับสากลยกระดับความโปรให้หนุ่ม ๆ มั่นใจขั้นสุด ทรอส (TROS) ผู้นำผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลตัวเองและช่วยเสริมสร้างความมั่นใจสำหรับผู้ชาย หนึ่งในแบรนด์สินค้าคุณภาพภายใต้ นีโอ คอร์ปอเรท บริษัทสินค้าอุปโภคสัญชาติไทย คุณภาพระดับสากล เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดเพื่อแก้ปัญหาผมขาดหลุดร่วงโดยเฉพาะ “TROS PRO Advanced Anti-Hair Loss Series” (ทรอส โปร แอดวานซ์ แอนตี้-แฮร์ ลอส ซีรีส์) ตอบโจทย์อินไซต์ผู้ชายไทยที่กังวลเรื่องปัญหาผมบางและสุขภาพหนังศีรษะ ในวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ ที่ Préf Café Barภายในงานเปิดตัวได้รับเกียรติจาก อ.ดร.วนัชวรรณ วิสุทธิพรต อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์เภสัชกรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่มาร่วมไขความลับแห่งนวัตกรรมพืชพื้นถิ่นของไทยสู่รางวัลระดับสากล พร้อมด้วย “ก๊อต” จิรายุ ตันตระกูล นักแสดงหนุ่มมากความสามารถ เจ้าของบุคลิกโดดเด่นและใส่ใจดูแลตัวเองในทุกมิติ มาเป็นแขกรับเชิญพิเศษ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดูแลตัวเองศิริสุภา อาจสัญจร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) เผยถึงทิศทางของแบรนด์ว่า “ภาพรวมตลาดผลิตภัณฑ์ Personal Care สำหรับผู้ชาย (Men’s Grooming) ในปัจจุบันมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเซกเมนต์ที่เกี่ยวกับการดูแลรักษาและแก้ปัญหาเฉพาะจุด จากการศึกษาเทรนด์และพฤติกรรมผู้บริโภค พบว่าปัญหา ‘ผมร่วงและผมบาง’ เป็นหนึ่งในความกังวลอันดับต้น ๆ ที่ทำลายความมั่นใจของผู้ชายทุกวัย ไม่ใช่แค่ในกลุ่มผู้ใหญ่เท่านั้น แต่เริ่มพบในกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้นจากไลฟ์สไตล์และความเครียด อีกทั้งในส่วนของผู้ชายเอง ค่อนข้างมีแนวโน้มผมขาดร่วงมากกว่าผู้หญิง เนื่องจากผู้ชายมีกิจกรรมที่แตกต่างจากผู้หญิง ตลอดจนมีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนสูงกว่า และจะถูกเปลี่ยนเป็น DHT (Dihydrotestosterone) ซึ่งมีผลกระทบต่อรากผมโดยตรง ทำให้เส้นผมบางลงและวงจรชีวิตสั้นลง ซึ่งทำให้รูขุมขนอ่อนแอและเส้นผมหลุดร่วงง่ายกว่า โดยผู้ชายมักมีรูขุมขนบริเวณขมับและกระหม่อมไวต่อ DHT มากกว่าผู้หญิง”“การตัดสินใจขยับเข้ามาสู่ตลาดนี้ เป็นความตั้งใจของแบรนด์ที่จะยกระดับภาพลักษณ์สู่ความเป็นผู้เชี่ยวชาญ (Expertise) มากยิ่งขึ้น ภายใต้ Sub-Brands “TROS PRO”(ทรอส โปร) ที่เน้นนำเสนอความ พรีเมียมผ่านการวิจัย คิดค้นและพัฒนาสูตร คัดสรรวัตถุดิบจากความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่นอกจากมีประสิทธิภาพที่ดีแล้วยังสามารถแก้ไขปัญหาได้จริง โดยครั้งนี้เราได้ร่วมมือกับนักวิจัยไทย ที่นำพืชพื้นถิ่นของไทยอันทรงคุณค่ามาพัฒนาเป็นสารสกัดสำคัญ คือ ‘สารสกัดเหงือกปลาหมอ’ (Sea Holly Extract) โดยมี สิทธิบัตรงานวิจัย มหาวิทยาลัยนเรศวรรองรับ การันตีด้วยรางวัลระดับนานาชาติ 2 รางวัล คือ เหรียญรางวัล Bronze Award จากงาน Geneva International Exhibition of Inventions 2024 ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และ Special Prize จาก Korea Invention Promotion สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ไทยที่มีความโดดเด่นไม่แพ้แบรนด์จากชาติใดในโลก” ศิริสุภา กล่าวสำหรับ TROS PRO Advanced Anti-Hair Loss Series เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการคิดค้นและวิจัยร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญจากสถานวิจัยเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดดเด่นด้วยสารสกัดหลักจากธรรมชาติ “สารสกัดเหงือกปลาหมอ” ซึ่งถูกคัดคุณภาพและใช้วิธีสกัดด้วยเทคนิคพิเศษ ผ่านการควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสม เพื่อคงประสิทธิภาพของสารสำคัญและให้ได้คุณภาพสูงสุดในทุกๆ ฤดูกาล ในการนำมาบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ พร้อมทั้งมีผลงานวิจัยรองรับประสิทธิภาพ พร้อมเทคโนโลยี Advanced Anti-Hair Loss การันตีถึงความสามารถในการลดการขาดร่วงของเส้นผมช่วยส่งเสริมการเกิดใหม่ของเส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปราศจากสารเคมีทำร้ายเส้นผม อาทิ ซิลิโคน แอลกอฮอล์ และพาราเบน ประกอบด้วยคู่หู 2 สเต็ป ที่จะมาช่วยจัดการปัญหาผมบางและขาดหลุดร่วงได้อย่างครอบคลุม ได้แก่TROS PRO Advanced Anti-Hair Loss Shampoo (ทรอส โปร แอดวานซ์ แอนตี้-แฮร์ ลอส แชมพู)แชมพูสูตรลดผมขาดหลุดร่วง ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ Sea Holly Extract (สารสกัดเหงือกปลาหมอ) ชะลอผมขาดหลุดร่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพทำความสะอาดล้ำลึก ควบคุมความมันอย่างอ่อนโยน เตรียมผิวหนังศีรษะให้พร้อมรับการบำรุง ปราศจาก Sulfate, Silicone, SLS, SLES และ Paraben ​ขนาด 230 มล. ราคา 359 บาทTROS PRO Advanced Anti-Hair Loss Tonic (ทรอส โปร แอดวานซ์ แอนตี้-แฮร์ ลอส โทนิก)โทนิก ฟื้นฟูและบำรุงลึกถึงโคนผมและหนังศีรษะ และฟื้นบำรุงเส้นผมที่อ่อนแอด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ Sea Holly Extract (สารสกัดเหงือกปลาหมอ) ตรงเข้าไปดูแลลึกถึงสาเหตุของผมร่วง เปราะขาดง่าย ได้รับการวิจัยและพัฒนาสูตร พร้อมทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผม ปราศจาก Alcohol, Paraben และ Silicone ขนาด 70 มล. ราคา 799 บาทจากผลทดสอบความพึงพอใจของผู้ใช้จริง พบว่า 90.48% รู้สึกว่าการขาดหลุดร่วงของเส้นผมลดลงและ 71.43% รู้สึกว่าเส้นผมแลดูหนา มีวอลลุ่ม ลูกผมมากขึ้น เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์แชมพูและโทนิกควบคู่กันต่อเนื่องเป็นเวลา 6 สัปดาห์พิสูจน์ความโปรในการกู้ผมร่วง เสริมความมั่นใจให้หนุ่ม ๆ ด้วย TROS PRO Advanced Anti-Hair Loss Series ได้แล้ววันนี้ที่ร้านค้าทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์Shopee : https://shp.ee/2478ltrLazada : https://bit.ly/4rp3rBaKonvy : https://konvy.me/49APOZj พร้อมติดตามกิจกรรมและเคล็ดลับการดูแลตัวเองเพิ่มเติมได้ทางFacebook www.facebook.com/TROSThailandTikTok www.tiktok.com/@trosthailand

ทีมชาติไทยสุดปัง! คว้า 17 รางวัลจากเวที Asian Sport Stacking Championships 2025 ณ เมืองต้าเหลียน ประเทศจีน

03 พ.ย. 2025

ทีมชาติไทยสุดปัง! คว้า 17 รางวัลจากเวที Asian Sport Stacking Championships 2025 ณ เมืองต้าเหลียน ประเทศจีน

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา ทัพ นักกีฬา สแต็ค ทีมชาติไทย จำนวน 18 ชีวิต จาก นักกีฬาที่ผ่านการคัดเลือก จาก ทั่วประเทศ ภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือ สังกัด WSSA Thailand พร้อมนำทีมโดย โค้ชสแต๊คทีมชาติไทย นำทีมโดย โค้ชวริษฐ์ แจ้งใจ, โค้ชอำไพวรรณ ดวงแก้วกาศ, โค้ชเกษมพัฒน์ อาณัฐฐ์พงศ์พันธุ์ และผู้ช่วยโค้ชกิตติ ทรงวศิน ได้เดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขัน Asian Sport Stacking Championships ประจำปี 2025 ณ เมืองต้าเหลียน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน หลังจากได้ผ่านการฝึกซ้อมทั้ง online และ Onsite ตลอดทั้งมีการเก็บตัวอย่างเข้มข้นเป็นเวลา 4วัน 3 คืน ณ สถานตากอากาศบางปู จังหวัดสมุทรปราการ ก่อนเข้าร่วมการแข่งขันจริงในวันที่ 24-26 ตุลาคม 2025 ซึ่งในการแข่งขันครั้งนี้ มีนักกีฬาสแต็คชาย-หญิงเข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 426 ชีวิต จาก 11 ประเทศสมาชิก อาทิ เช่น ประเทศไทย, จีน, สิงคโปร์, มาเลเซีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลียเป็นต้น การเดินทางในครั้งนี้ได้องค์กรภาคเอกชน อาทิเช่น แบรนด์เสื้อกีฬาชั้นนำ Next design, ขนมบราวนี่กรอบ Bruno และทีมผู้ปกครองของนักกีฬาสแต็ค ร่วมกันสนับสนุนการเดินทางของนักกีฬาทั้งหมดในครั้งนี้ การแข่งขันวันที่ 1 เป็นการแข่งขันเป็นพิธีเปิดการแข่งขัน และการต้อนรับอย่างอบอุ่นของทัพนักกีฬาจากประเทศสมาชิกทั้ง 11 ประเทศ โดยในวันนี้เป็นการแข่งขันรอบคัดเลือกของประเภท Team Time 363 relay ของทุกรุ่นอายุ ซึ่งทัพนักกีฬาไทยก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมและผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในวันที่ 2 ของการแข่งขันสำหรับการแข่งขันประเภท Head to Head 363 รอบชิงชนะเลิศเช่นกันในวันนี้ ทีมน้องเล็กอย่าง Silver fox รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ก็สามารถคว้ารางวัลเหรียญทองแดงมาครอบครองได้อย่างยอดเยี่ยม นำทีมโดย เด็กชายชิติพัทธ์ ทรงวศิน, เด็กหญิงพิชญธิดา สมศรี, เด็กชายธนภัทร กองชุ่ม, เด็กชายธนากร ตั้งทวีกิจ, เด็กชายณัฐรัชต์ คำซาว และเด็กหญิงฐิตาภัทร์ กิจดี ด้วยสถิติเวลา 15.646 วินาทีทีมรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี Cougar นำทีมโดยเด็กชายภคิน และกัณตภณ สิริโชติพล, เด็กชายปกรวิชญ์ และเด็กหญิงพิทย์รดา วศินพงศ์วณิช, เด็กชายณัชชนม์ ลาภรัตนทอง และนายภพธร จันทร์ทอง แม้จะไม่ได้ผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่ก็สามารถทำเวลาได้อย่างดีเยี่ยมอยู่ที่ 16.515 วินาที รั้งอันดับที่ 7 จาก 9 ทีมส่วนทีมพี่ใหญ่ Ambe Axe นำโดยเด็กชาย ณัชชานนท์ เนียมเส็ง นายภูมิพัฒน์ จีรังกูล, เด็กชายวรุฒ งามศิริจิตต์, นายอภิสรรค์ โอภาษณ์วีระกุล, เด็กชายกฤษฎา ทันปรีชา และ นายพสุธา เปาอินทร์ ก็ไม่น้อยหน้า คว้าเหรียญทองแดงมาครอบครองได้เช่นกันที่สถิติเวลา 14.707 วินาทีการแข่งขันในวันที่ 2 เป็นการแข่งขันรอบคัดเลือกประเภทเดี่ยว และรอบชิงชนะเลิศประเภทคู่, childparents และ ประเภททีมซึ่งในประเภทเดี่ยว แม้การแข่งขันที่ประเทศจีนในครั้งนี้ นักกีฬาสแต็ค จะต้องต่อสู้ ตลอดการแข่งขัน ภายใต้สภาพอากาศหนาวเย็น ถึง 8°C แต่นักกีฬาสแต็คทีมชาติไทยทุกรุ่นอายุก็ยังสามารถผ่านเข้าสู่รอบชองชนะเลิศได้เกือบครบทุกคนส่วนประเภทคู่นั้น child parents double cycle นักกีฬาคู่ผู้ปกครองคู่เดียวของประเทศไทย ซึ่งคือ เด็กชายธนากร และคุณแม่เบญญาภา ตั้งทวีกิจ ซึ่งจบการแข่งขันได้ด้วยเวลา 11.170 วินาที อยู่ที่ลำดับที่ 12 จาก 38 คู่ตามมาด้วย คู่รุ่นอายุไม่เกิน 12ปี เด็กชาย ธนากร ตั้งทวีกิจ และเด็กชายชิติพัทธ์ ทรงวศิน คว้าเหรียญเงิน ที่ 2 ของเอเชียจากนักกีฬาที่ลงแข่งขันประเภทคู่จำนวนทั้งสิ้น 40คู่ ไปด้วยสถิติเวลา 7.695วินาที ซึ่งพลาดเหรียญทองไปเพียงแค่ 0.149 วินาทีเท่านั้น ส่วนเด็กหญิงฐิตาภัทร์ กิจดี และเด็กหญิงพิชญธิดา สมศรี ได้เหรียญทองแดงลำดับที่ 3 ของเอเชีย ด้วยสถิติเวลา 9.036 วินาทีทีมนักกีฬารุ่นอายุไม่เกิน 16ปีทีม Amber Axe หนึ่งเดียวของทีมจากประเทศไทย ที่สามารถคว้าเหรียญทองแดงประเภท Team time 363 relay ได้สำเร็จ ด้วยสถิติเวลา 14.891 วินาที วันสุดท้ายของการแข่งขัน ในการแข่งขันประเภทเดี่ยวเด็กชาย ชิติพัทธ์ ทรงวศิน นักกีฬาสแต็ครุ่นอายุ 9 ปีชาย จากโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา จังหวัดชลบุรี 1 เดียวของประเทศไทยที่สามารถ คว้า ตำแหน่งแชมป์เอเชียมาครอบคองได้สำเร็จด้วย รางวัล 2 เหรียญทอง จากท่า 363 และ cycle และเหรียญทองแดงจากท่า 333 โดยมีสถิติเวลารวม 3 ท่า เป็นอันดับที่ 1 ที่สถิติเวลา 10.842 วินาทีในวันสุดท้ายนี้ มีการแข่งขันประเภททีม Head to Head cycle โดยที่ทีมน้องเด็ก 12ปี Silver fox ของเรา แม้จะจิ๋ว แต่แจ๋ว สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแบบรวดเดียวจบ โดยไร้ความผิดพลาด และในรอบชิงชนะเลิศกับทีมสุดแกร่งจากฮ่องกง ก็ยังสามารถคว้าชัยชนะ ตำแหน่งแชมป์เอเชียประจำปี 2025 มาฝากชาวไทยได้ 2 ใน 3 set รวด ทำให้เสียงเชียร์ Team Thailand กระหึ่มกึกก้องทั่วสนามแข่งขันเป็นรายการสุดท้ายที่น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก ตามคอนเซป “จิ๋วแต่แจ๋ว เล็กพริกขี้หนู” ของจริง โดยสรุปการแข่งขันในรายการ 2025 Asian Sport Stacking Championships ในครั้งนี้ ประเทศไทยขึ้นมาอยู่ลำดับที่ 7 ของตาราง โดยมีชนิดของเหรียญรางวัลที่ได้ตามประเภทของการแข่งขันอยู่ที่ 5 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 9 เหรียญทองแดง 1 ถ้วยรางวัล all around แชมป์เอเชียรุ่นอ่ยุ 9 ปีชาย รวมทั้งสิ้น 17 เหรียญรางวัลจากสนามนี้ ขอแสดงความชื่นชมในความพยายาม และขอแสดงความยินดีในความสำเร็จของเยาวชนนักกีฬาสแต็คทีมชาติไทยในครั้งนี้ด้วยขอบคุณข้อมูลจาก : สมาคมเรียงแก้ว และกิจกรรมนันทนาการ โดย World Sport Stacking Association (Thailand)