11.11 วันคนโสด

Movie & Trend

11.11 วันคนโสด

08 พ.ย. 2024

วันที่ 11 เดือน 11 หรือ วันคนโสด (Singles’ Day) เดิมเรียกว่าวันโสดถือว่าเป็น 'เทศกาลมุมกลับ' ของวันวาเลนไทน์ เริ่มต้นโดยกลุ่มนักศึกษาจีนเมื่อราวๆ ปี 1990 ซึ่งเป็นการจัดงานภายในมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่เพราะสื่อออนไลน์ จึงทำให้เทศกาลนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และได้รับความนิยมมากขึ้นทุกปี จนถึงตอนนี้ได้กลายเป็นวัฒนธรรมร่วมในระดับภูมิภาคไปแล้ว

หลังจากนั้นวันคนโสดได้ถูกแปลงให้เป็นวันแห่งการช้อปปิ้ง โดยเฉพาะ Online Sales ที่โด่งดังไปทั่วโลก โดยทางห้างร้านและเว็บไซต์ขายสินค้าแข่งกันออกโปรโมชันจำหน่ายสินค้าลดราคาสุดพิเศษ 

ขณะที่ประเทศไทยก็รับเอาวัฒนธรรม 11.11 Online Sales มาเช่นกัน มีการกระหน่ำจัดโปรโมชันการซื้อสินค้าทางออนไลน์ชนิดที่ว่ามอนิเตอร์กันแทบไม่ทัน ปัจจุบันไม่เพียงแค่โลกออนไลน์เท่านั้น เพราะแบรนด์สินค้าและห้างร้านดังก็จัดเทศกาลเซลสินค้ากันกระหน่ำในวันคนโสดจีนเช่นกัน


 

related Movie & Trend

เปิด 5 กลุ่มเสี่ยงรับแรงกระแทกจากนโยบายภาษีทรัมป์

01 เม.ย. 2025

เปิด 5 กลุ่มเสี่ยงรับแรงกระแทกจากนโยบายภาษีทรัมป์

KKP Researchมองว่ากลุ่มเป้าหมายสำคัญที่สหรัฐฯจะหันมาเพ่งเล็งมากขึ้นภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ มี 5 กลุ่มใหญ่ดังนี้1)บริษัทสัญชาติอเมริกาที่ย้ายฐานการผลิตไปยังต่างประเทศและส่งสินค้ากลับไปขายผู้บริโภคในสหรัฐฯ2)สินค้าจีนที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯโดยตรงและส่งผลกระทบด้านลบต่อผู้ผลิตท้องถิ่น3)ประเทศที่มีการเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯขนาดสูงไม่ว่าจะเป็น เม็กซิโก แคนาดา เวียดนาม(และอาจจะรวมถึงไทยด้วย)4)สินค้าจีนที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯผ่านประเทศที่สามเพื่อพยายามหลบหลีกภาษีนำเข้า5)ประเทศที่มีมาตรการกีดกันสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯในอัตราที่สูงไม่ว่าจะเป็นมาตรการด้านภาษีหรืออื่นๆสหรัฐฯ เตรียมขึ้นภาษีตอบโต้ทั่วโลก เส้นตาย 2 เม.ย. 68ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำหนด 2 เมษายน 2568 เป็นเส้นตายสำหรับการเริ่มใช้ "ภาษีศุลกากรตอบโต้" (Reciprocal Tariff) กับประเทศที่เรียกเก็บภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ตามแผน "ค้าที่เป็นธรรมและเท่าเทียม"ตั้งแต่รับตำแหน่ง ทรัมป์เดินหน้าขึ้นภาษีต่อหลายประเทศ เช่น แคนาดา-เม็กซิโก 25%, จีน 20%, และเหล็ก-อะลูมิเนียมทั่วโลก 25% ทำให้หลายประเทศตอบโต้ เช่น จีน ที่ขึ้นภาษีกลับและฟ้อง WTO นำไปสู่ สงครามการค้าผลกระทบต่อไทยไทยเผชิญแรงกระแทกจากสงครามการค้า กระทบภาคการส่งออกทั้งทางตรงและทางอ้อม

[Recap] ซองแดงแต่งผี เพราะเท่าเทียมเราไม่เท่ากัน

19 มี.ค. 2025

[Recap] ซองแดงแต่งผี เพราะเท่าเทียมเราไม่เท่ากัน

เพราะเท่าเทียมเราไม่เท่ากัน จาก Marry My Dead Body สู่ ซองแดงแต่งผี สะท้อนความรักไร้ขอบเขตในสังคมของชาวเอเชียเรื่องราวใน ซองแดงแต่งผี เต็มเปี่ยมด้วยความสนุกครบรส ผสมผสานกลิ่นอายแบบไทยที่ทำให้ผู้ชมหลงรักได้ไม่ยาก และงานนี้ได้ผู้กำกับมากฝีมืออย่าง หมู-ชยนพ บุญประกอบ ที่เคยกำกับเรื่อง Friend Zone ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน (ปี 2015) และ โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล ฉายาเจ้าพ่อหนังผีเมืองไทยมารับหน้าที่โปรดิวเซอร์อีกด้วย พร้อมเสิร์ฟมิตรภาพระหว่างบิวกิ้น-พีพี ให้ชาวด้อมหัวใจฟู อีกทั้งหนังเรื่องนี้ยังแฝงประเด็นสังคมที่ชวนเรียนรู้และตั้งคำถามอยู่ไม่น้อย ด้วยส่วนผสมความเป็นหนังตลก หนังผี สืบสวนสอบสวน และ LGBTQ+ ผสานความคิดความเชื่อของวัฒนธรรมการแต่งงานกับผีของไต้หวัน กับความก้าวหน้าทางความคิดในเรื่องการแต่งงานของเพศเดียวกัน ตอบรับกับกฎหมายสมรสเท่าเทียมที่เกิดขึ้นในประเทศแถบเอเชียที่ประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมเมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมานี้เองวัฒนธรรมการแต่งงานกับผีของจีน และความกดดันในการสร้างครอบครัว‘การแต่งงานกับผี’ (Ghost Marriage หรือภาษาจีนใช้คำว่า หมิงฮุน) เป็นประเพณีโบราณนับพันปี ประเพณีนี้ยังมีอยู่ในไต้หวัน จีน และชุมชนชาวจีนบางส่วน หากลองวิเคราะห์กันให้ลึกอีกสักนิด จะพบว่าวิถีชีวิตและความเชื่อของชาวจีนที่เราอาจเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว คือพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ในครอบครัว อยากให้ลูกหลานแต่งงาน มีทายาทสืบสกุล เรียกว่าการได้แต่งงานและสร้างครอบครัวเป็นความสุขสูงสุดในชีวิตของพวกเขาแต่เนื้อเรื่องของภาพยนต์ ซองแดงแต่งผี กลับเต็มไปด้วยปมปัญหาที่เริ่มผูกขึ้นเมื่อเม่น ( รับบทโดย บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล) หนุ่มลูซเซอร์ อดีตโจรที่ผันตัวมาเป็นสายให้ตำรวจ เพราะเขาก็ฝันอยากเป็นตำรวจเช่นกัน แต่ดันทำงานพลาดทุกครั้ง ต้องมาแต่งงานกับตี่ตี๋ (รับบทโดย พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร) ผีเกย์สุดคิวต์ที่ช้ำรักจากแฟนเก่าสุดหล่อจนโดนรถชนเสียชีวิตคาที่ ต้องเข้าพิธีแต่งงานไม่ใช่คู่ชาย-หญิงเหมือนเช่นธรรมเนียมปกติ แต่เป็นชาย-ชาย แถมคนที่ขีดชะตานี้ให้กลับเป็นคุณย่าหัวสมัยใหม่ที่อยากให้หลานชายเป็นฝั่งเป็นฝา นี่คือความตั้งใจของผู้กำกับในการสะท้อนเรื่อง ‘กฎหมายสมรสเท่าเทียม’ กฎหมายที่ชาวไทยต่อสู้กันหลายต่อหลายปีรักษ์โลก ทาสน้องหมา และเรียกร้องความเท่าเทียมความต่างของซองแดงแต่งผี คือ ได้เพิ่มมิติความเป็นมนุษย์ให้ตัวละคร ด้วยการเติมประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อม การเป็นชายหนุ่มผู้มีหัวใจอ่อนโยนต่อโลก รักษาสิ่งแวดล้อม ทั้งรู้จักแยกขยะ ใช้สิ่งของอย่างรู้คุณค่า การเป็นคนรักสัตว์ของตี่ตี๋ที่ดูแลเจ้าหมาน้อย ‘ตอม่อ’ รวมถึงการที่เขามีบทบาทเป็นนักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางสังคมให้กับกลุ่ม LGBTQ+นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ให้กับภาพยนตร์ไทยในการนำเสนอภาพชายรักชายในมุมมองด้านสังคม เพราะโลกที่แวดล้อมตัวละครที่ภาพยนตร์สร้างขึ้นทำให้เห็นว่าตัวละครนั้น ๆ กำลังใช้ชีวิตอยู่ในสังคมจริง ๆ ซึ่งสังคมที่ว่าไม่ได้ประกอบสร้างขึ้นด้วย ‘ความรัก’ เพียงอย่างเดียว แต่ยังสนใจไปถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม ความสัมพันธ์ในครอบครัว และการมอบหมายภารกิจให้ตัวละครมีบทบาทขับเคลื่อนหรือเปลี่ยนแปลงสังคมไปในทางที่ดีขึ้นซองแดง สัญญาณเตือนในการใช้ชีวิต อยู่อย่างมีความหมาย ตายอย่างงดงามสัญลักษณ์ของ ‘ซองแดง’ ในเรื่อง ซองแดงแต่งผี เป็นสัญญะที่สื่อความหมายถึง ‘คุณค่าของการมีชีวิต’ และอาจจะเป็นสัญญาณเตือนให้ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังด้วยเช่นกัน ในภาพยนตร์อาจจะสื่อถึงความตาย การจากไป ซึ่งเป็นเหรียญอีกด้านของการมีชีวิตอยู่ ซองแดงที่เม่นได้รับและการได้พบตี่ตี๋ เป็นสัญญาณเตือนที่ทำให้เขาต้องเปลี่ยนแปลงชีวิตตนเองให้ดีขึ้นนั้นเองซองแดงหรือสีแดงที่ใช้มีความหมายทั้งการมีชีวิตอยู่และการจากไป ในเรื่องนี้ทำให้เราเห็นว่าความตายไม่ใช่เรื่องน่ากลัวและเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมตัวรับมือ เราไม่รู้ว่าหรอกว่าจะจากโลกนี้ไปวันใด จงใช้ชีวิตให้มีคุณค่า มองเห็นความงดงามของมนุษย์ มองเห็นความงดงามของชีวิต แม้จะยากลำบาก แต่การได้มีชีวิตอยู่ในวันที่แสนธรรมดาก็มีความหมายภาพยนตร์ ซองแดงแต่งผี ทำให้เราเห็นการปะทะกันของ 2 ชุดความคิด ทั้งความเป็นชายที่สังคมคาดหวัง อย่างเม่นที่ให้ภาพความเป็นชาย ความแข็งแรง แข็งแกร่ง พูดจาตรงไปตรงมา สื่อสารผ่านอาชีพตำรวจที่เขาใฝ่ฝัน ส่วนตี่ตี๋ที่ให้ภาพของความอ่อนโยน ความเข้าอกเข้าใจ และสีสันเสื้อผ้าที่สดใสยังสื่อถึงความเป็นหญิงภาพที่นำเสนอเกาะเกี่ยวไปกับเทรนด์ของชายหนุ่มที่มีความละมุนละไม เรียกกันว่า Feminine Males แสดงภาพของผู้ชายที่อ่อนโยน เปิดพื้นที่ให้กับเฉดความหลากหลายในความเป็นชายที่อาจไม่ค่อยได้เห็นภาพยนตร์เรื่องอื่น ภาพที่นำเสนอไม่ได้หวานเจี๊ยบหรือแข็งแกร่งจนเกินไป เป็นเฉดสีที่อ่อนโยน รวมไปถึงตัวละครก๊วนชายแท้ทั้งตำรวจและผู้ร้ายที่เข้ามาสร้างสีสัน นำทีมโดย จาตุรงค์ มกจ๊ก, รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น และ เอ็ดดี้-ญาณวุฒิ จรรยหาญ ต่างมาร่วมกันสร้างความสนุกและความเซอร์ไพรส์ที่ต้องไปติดตามชมในภาพยนตร์แม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดผู้ชมเรื่อง ซองแดงแต่งผี ต้องยกให้ บิวกิ้น-พีพี ที่มีฐานแฟนคลับมากมายและเหนียวแน่น อีกทั้งการเติบโตและพัฒนาการทางการแสดงของพวกเขาที่มีอย่างเต็มเปี่ยม อีกทั้ง ซองแดงแต่งผี รีเมกมาจากภาพยนตร์ไต้หวัน ได้รับการนำเสนอใหม่ เจือปนกลิ่นอายหนังตลกแบบไทย มุกตลกที่สร้างสรรค์ไม่ซ้ำใคร กลายเป็นความครบเครื่อง สนุก เฮฮา ที่โกอินเตอร์ได้ หลายคนอาจจะบอกว่านี่เป็นหนังที่ดูเพลิน ดูง่าย แต่แฝงด้วยข้อคิดมากมายจากค่าย GDH ที่ทำให้เราอมยิ้ม และเสียน้ำตานอกจากความสนุก ความฮา ที่รอให้ทุกคนมาสัมผัสด้วยตนเองแล้ว ลองมาไล่เลียงกันดูว่า ซองแดงแต่งผี แฝงประเด็นสังคมชวนขบคิดในเรื่องอะไรบ้าง Atime ขอชวนมาเปิดซองแดงพร้อมกันแล้วตามไปเปิด ‘ซองแดง’ ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานครบรสพร้อมกัน วันที่ 20 มีนาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ซองแดงแต่งผี (The Red Envelope)Genre : ComedyDirector : หมู-ชยนพ บุญประกอบProducer: โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูลActors : พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล, กฤษฏ์ อำนวยเดชกร, ก้อย-อรัชพร โภคินภากร, ปิยะมาศ โมนยะกุล, จตุรงค์ พลบูรณ์, รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น, ญาณวุฒิ จรรยหาญ, ธีรวัฒน์ อนุวัตรอุดม, เอนก อินทะจันทร์, ธนวัฒน์ เชี่ยวอร่าม ฯลฯความยาว : 127 นาที

ฟินเต็มอิ่มกว่า 4 ชั่วโมง กับ “สนามเด็ก LIT Concert” ที่แผงฤทธิ์กันยกค่าย

31 ส.ค. 2023

ฟินเต็มอิ่มกว่า 4 ชั่วโมง กับ “สนามเด็ก LIT Concert” ที่แผงฤทธิ์กันยกค่าย

สนุกสุดประทับใจกันไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันเสาร์ที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา สำหรับคอนเสิร์ตที่รวมศิลปินทั้งค่าย LIT ENTERTAINMENT บนเวทีคอนเสิร์ตที่มีชื่อว่า “สนามเด็ก LIT Concert”เปิดเวทีมาด้วยเพลง “ปล่อยจอย” ที่มี PiXXiE, bamm, Proo Thunwa และ DIDIxDADA มาเรียกน้ำย่อยและแนะนำตัวให้กับแฟน ๆ ต่อด้วย Proo Thunwa ที่เปิดตัวมาด้วยเซ็ทเป็นฉากโรงเรียนกับเพลงน่ารัก ๆ อย่าง “หวานใจ” ต่อด้วยเพลง “ชอบคุณนะ” ที่งานนี้ Proo Thunwa ใส่ทั้งร้องทั้งเต้นมาเกินร้อยจริง ๆ ถึงคิวฝาแฝดที่ดูแล้วน่ารักกันทั้งคู่ อย่าง DIDIxDADA เปิดมาด้วยเพลงสดใสน่ารักอย่าง “เฟรนด์ลี่หรือมีใจ” ต่อด้วยเพลง “ชอบอยู่ รู้ยัง” ที่ได้ Special Guest อย่าง MOBYe มาร่วมร้อง ร่วมเต้น พร้อมแร็พน่ารัก ๆ เพิ่มความน่ารักสดใสล้านเปอร์เซ็นต์และหลังจากนั้นทั้งฮอลล์ก็ถูกมนต์สะกดจากสามสาวสุดฮอตอย่าง PiXXiE เปิดมาด้วยเพลงฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองอย่าง “มูเตลู” จัดเต็มทั้งร้อง ทั้งเต้น ต่อด้วยการโชว์ครั้งแรกของเพลง “เดจายู” ต่อด้วยเพลง “ไม่ได้ก็ไม่เอา” ที่มี Zom Marie มาร่วมร้อง ทำเอา Zom Marie กลมกลืนไปกับ PiXXiE เป็นอย่างดี ส่งต่อเวทีให้ ส้ม มารี ที่มากับเพลงฮิตตลอดกาลอย่าง “หรือฉันคิดไปเอง”มาต่อกันด้วยวงที่มีสกิลการร้องและเต้นที่แข็งแรงอย่างวง bamm เปิดมาด้วยเพลง “ฉันจะฉาปเธอ” สร้างความฮือฮาโดยการยกมางขึ้นลอยหมุนอย่างสวยงาม และต่อด้วยเพลง “อยากรวยโว้ย” ที่งานนี้มีกิมมิกโดยการโปรยเงินกระดาษลงมาจากด้านบนลงมาให้แฟน ๆ ทิ้งท้ายด้วยเพลง Sad o’clock ที่ได้หนุ่ม ๆ TRINITY มาร่วมฟีท เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟน ๆ ได้เป็นอย่างมาก ส่งต่อเวทีให้กับ TRINITY ที่มากับเพลง Champagne Poppin เรียกได้ว่าไฟลุกท่วมเวทีและไม่เคยทำให้แฟนเพลงผิดหวังต่อด้วยสองสาวฝาแฝด DIDIxDADA ที่มากับเพลงหวาน ๆ เคลิ้ม ๆ อย่าง “จังหวะตกหลุมรัก” มาต่อกันกับเพลงเหงา ๆ อย่าง “MIDNIGHT CRISIS” ที่ถ่ายทอดโดย Proo Thunwa มาถึงคิวเพลงช้าจากวง bamm กับเพลงฮิตอย่างเพลง “ใครเพื่อนแก” ต่อด้วยสามสาว PiXXiE ที่นำเพลงใหม่ที่ยังไม่เคยร้องที่ไหนมาก่อน มาร้องที่เวทีนี้เป็นที่แรกอย่างเพลง “ลองเลิกกันดีไหม” ต่อกันด้วยการพ่นไฟของ Dome Jaruwat, Mang, Proo Thunwa ในเพลง “ลืมไปแล้วว่าลืมยังไง” ที่เรียกได้ว่าแต่ละคนได้โชว์พลังเสียงเพราะ ๆ สุดประทับใจต่อด้วยเพลง “อย่าแตกสลายเพราะใครเลย” ที่ได้เจ้าของบทเพลงเสียงนุ่มทุ้ม อย่าง JEEP มาร่วมร้องไปพร้อมกับไลน์ประสานเสียงของศิลปินทุกคนซึ่งเข้ากันได้เป็นอย่างดี แล้วก็ถึงคิว LIT Trainees (กลุ่มศิลปินฝึกหัด) เริ่มจาก 4 สาว กับเพลง DITTO ต่อด้วย 4 หนุ่ม กับเพลง PS5 กลุ่มTrainees ทั้งชายและหญิงโชว์การร้องการเต้นกันสะบัด ทั้งหนักแน่นมีพลัง ไม่แพ้รุ่นพี่มาถึงช่วงดวลเพลงแร็พ กับเพลง “LIT ENT CYPHER” เพลงใหม่แต่งขึ้นสำหรับให้ PiXXiE และ bamm ได้โชว์การแร็พ การเต้น ประชันกันแบบไม่มีใครยอมใคร สนุกสนานและยอดเยี่ยมมากช่วงโชว์เดี่ยว ที่เด็ก LIT ทั้ง 9 คน เตรียมเพลงที่เข้ากับคาแร็กเตอร์ของตัวเองได้อย่างลงตัว เรียกได้ว่าเฉือนกันไม่ลง เพราะทุกคนล้วนมีศักยภาพในตัวเอง และทุกคนก็โชว์ความสามารถของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ เริ่มจาก DIDI แฝดพี่ กับเพลง “DRIVERS LICENSE” ที่มาในแนวดุดันและแข็งแรง ส่วน DADA แฝดน้องที่มากับเพลง “วาดไว้” ตามด้วยคิวของหนุ่ม PROO THUNWA ที่เปิดตัวด้วยการโชว์เล่นเปียโน กับเพลง “รักเธอทั้งหมดของหัวใจ” ต่อด้วย ARTY หนุ่มหน้าใสที่มีพลังการเต้นไม่แพ้ใคร กับเพลง “มีอะไรอีกไหมที่ลืมบอก” ตามด้วยสาว PIMMA ก็ไม่น้อยไปกว่าใคร ทั้งสเต็ปการเต้นการร้องไม่มีพลาด กับเพลง “THE WEEKEND (REMIX)” ถึงคิว INGKHO น้องเล็กของวง PiXXiE มาแบบสายหวานสดใส พร้อมเสียงร้องไม่เป็นรองใคร กับเพลง รักแรกพบ ถึงคิว MABELZ สาวสวยที่มาพร้อมกับเพลง “Fire Boy” ทั้งสวย และร้อนแรงจนทำให้เวทีลุกเป็นไฟสมกับชื่อเพลงต่อด้วย หนุ่มหล่อสายแร็พต้องยกให้ PAO ที่มาพร้อมกับสเต็ปการร้องการเต้นที่โดดเด่นอย่างลงตัวกับเพลง “LOSE YOURSELF” ปิดท้ายด้วย MANG พี่สาวคนโตของวง bamm ที่มาโชว์สกิลการร้องที่ทรงพลังรวมถึงสเต็ปการเต้นที่พลิ้วไหวไปตามอารมณ์ ของเพลง “FIX YOU” ที่ทำเอาหลายคนเสียน้ำตาให้กับโชว์นี้จบช่วงโชว์เดี่ยว เข้าช่วง Medley ที่เนรมิตเวทีให้เป็นสนามเด็กเล่น ให้เด็กLIT ทั้ง 9 คนได้เล่น ด้วยการเล่นสไลด์เดอร์ลงมายืนบนหน้าเวที ก่อนเข้าโชว์ด้วยเพลง วิชาเศร้าศาสตร์ 101, งอนละ, เอ๋ง, เด็ด, ชอบใส่ใจ, NOT BAD, โดนเทแต่เท่อยู่ ช่วงนี้แฟนเพลงได้เต้นกันอย่างสนุกสนาน และทึ่งกับการเต้นที่แข็งแรงและมีพลัง โดยปิดด้วยเพลง “คนฟังน่ารักจัง” มาถึงช่วงกล่าวขอบคุณสุดซึ้ง ซึ่งเด็กLIT ทั้ง 9 คน ได้พูดถึงความในใจทีละคน เรียกได้ว่าผู้ชมทั้งฮอลล์เสียน้ำตา กับเรื่องราวอุปสรรค การเดินทางของพวกเขา ที่กว่าจะได้มายืนในฐานะศิลปินบนเวทีแห่งนี้เข้าช่วงสุดท้ายที่ผู้ชมได้ ENCORE ให้ศิลปินทั้ง 9 คน ได้ออกมาโชว์เพลงด้วยกันอีกครั้งกับเพลง เกินต้าน, เพลงประจำวัน, TEMPO, เธอเก่งที่สุดแล้ว ก่อนที่จะลาไปด้วยการถ่ายภาพร่วมกับคนดูทั้งฮอลล์ พร้อมกับโปรเจ็คที่แฟน ๆ ทำขึ้นด้วยข้อความน่ารัก ๆ “มีฉันและเธออย่างนี้ตลอดไป” ซึ่งเป็นภาพจบบนเวทีที่สวยงามทั้งศิลปิน และผู้ชมได้รับความสุขกลับบ้านไปอย่างเต็มอิ่ม