KKP Research มองว่ากลุ่มเป้าหมายสำคัญที่สหรัฐฯ จะหันมาเพ่งเล็งมากขึ้นภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ มี 5 กลุ่มใหญ่ดังนี้
1) บริษัทสัญชาติอเมริกาที่ย้ายฐานการผลิตไปยังต่างประเทศและส่งสินค้ากลับไปขายผู้บริโภคในสหรัฐฯ
2) สินค้าจีนที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ โดยตรง และส่งผลกระทบด้านลบต่อผู้ผลิตท้องถิ่น
3) ประเทศที่มีการเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ขนาดสูง ไม่ว่าจะเป็น เม็กซิโก แคนาดา เวียดนาม (และอาจจะรวมถึงไทยด้วย)
4) สินค้าจีนที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ ผ่านประเทศที่สาม เพื่อพยายามหลบหลีกภาษีนำเข้า
5) ประเทศที่มีมาตรการกีดกันสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ในอัตราที่สูงไม่ว่าจะเป็นมาตรการด้านภาษีหรืออื่น ๆ

สหรัฐฯ เตรียมขึ้นภาษีตอบโต้ทั่วโลก เส้นตาย 2 เม.ย. 68
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำหนด 2 เมษายน 2568 เป็นเส้นตายสำหรับการเริ่มใช้ "ภาษีศุลกากรตอบโต้" (Reciprocal Tariff) กับประเทศที่เรียกเก็บภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ตามแผน "ค้าที่เป็นธรรมและเท่าเทียม"

ตั้งแต่รับตำแหน่ง ทรัมป์เดินหน้าขึ้นภาษีต่อหลายประเทศ เช่น แคนาดา-เม็กซิโก 25%, จีน 20%, และเหล็ก-อะลูมิเนียมทั่วโลก 25% ทำให้หลายประเทศตอบโต้ เช่น จีน ที่ขึ้นภาษีกลับและฟ้อง WTO นำไปสู่ สงครามการค้า
ผลกระทบต่อไทย
ไทยเผชิญแรงกระแทกจากสงครามการค้า กระทบภาคการส่งออกทั้งทางตรงและทางอ้อม